ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 96 : พี่จ๋าอัพเลเวล (ตอนพิเศษ 24)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 473 ครั้ง
    7 ส.ค. 62

96.พี่จ๋าอัพเลเวล

 

                หลังจากที่ขวัญตาถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้วผู้พันกรันณ์ก็กลับมาที่วัดถ้ำเขาอีโต้อีกครั้งเพื่อสะสางคิดบัญชีแค้น พอรับปากกับผู้พันคีรินทร์แล้วว่าจะไม่เล่นงานให้ถึงตาย เขาก็เข้าไปยำนักโทษทั้งสามคนจนเละ ยำแบบไหนไม่รู้ รู้แค่ว่านักโทษคดีร้ายแรงที่ว่าเหี้ยมโหดสุดๆ ในคุกถึงกับผวากลัวเขากันไม่หยุด แล้วผู้คุมก็ไม่มีใครห้ามด้วยเพราะนักโทษชั้นเลวแบบนี้ตอนอยู่ในเรือนจำก็ว่าเป็นหัวโจกทำตัวซ่าจนไม่มีใครกล้าหือด้วยแล้ว พวกมันถึงได้ย่ามใจพากันแหกคุกออกมาแบบนี้ ให้ผู้พันกรันณ์ช่วยกำราบพวกมันหน่อยก็ดีพวกมันจะได้จำเอาไว้แล้วจะได้ไม่กล้าซ่าขึ้นมาอีก พอผู้พันหนุ่มชี้นิ้วขู่ทิ้งท้ายนักโทษทั้งสามก็ถึงกับผวากลัวจนอกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กันจนถึงขั้นร้องขอให้ผู้คุมรีบพาพวกตนกลับเข้าเรือนจำกันทันทีเพราะกลัวความเหี้ยมโหดของผู้พันคนนี้แทบจะไม่ไหวแล้ว และอย่าว่าแต่นักโทษทั้งสามจะกลัวเขาจนต้องลนลานเรียกร้องจะกลับเข้าเรือนจำกันเลย แม้แต่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและแพทย์ทหารที่ยังอยู่เคลียร์พื้นที่กันก็ยังอดเกรงผู้พันหนุ่มกันไม่ได้ ก็เคยได้ยินแต่ชื่อเสียงว่าโหดนัก พอได้มาเห็นกับตาแบบนี้ทุกคนก็แทบจะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาเลย ดีที่ว่ามีผู้พันคีรินทร์อยู่ด้วย เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอีกว่าคนที่สามารถปราบผู้พันกรันณ์ได้ก็มีแค่ผู้พันคีรินทร์คนนี้คนเดียวเท่านั้น

                “ครับ ตอนนี้ยัยขวัญปลอดภัยดีแล้วแก้มบอกคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยนะว่าไม่ต้องเป็นห่วง นี่กำลังนั่งรถมาที่ปราจีนฯ กันหรอ พาเจ้าแฝดกับนางไม้น้อยมาด้วยมั้ยพี่คิดถึงลูกจะแย่อยู่แล้ว” พอซ้อมคนอย่างโหดเสร็จก็มาเสียงอ่อนเสียงหวานพูดโทรศัพท์กับเมีย ผู้พันคีรินทร์ละปรับอารมณ์ตามแทบจะไม่ทัน

                “ว่ายังไงลูก ไนเปอร์คิดถึงพ่อรันหรอคะ พ่อรันก็คิดถึงไนเปอร์ที่สุดเลย อะไรนะ! แม่แก้มซื้อที่คาดผมอันใหม่ไปให้สวยมากเลยหรอคะ พ่อรันชักอยากเห็นซะแล้วสิ...” พูดกับเมียว่าเสียงอ่อนเสียงหวานแล้ว ยิ่งมาคุยกับลูกสาวนี่เสียงสองตลอด ขนาดลูกสาวไปต่อยเพื่อนที่โรงเรียนจนฟันหักแทนที่จะดุลูกกลับมาเข้าข้างลูกซะงั้น ไม่รู้ว่ามันสอนลูกยังไงกันแน่

                “ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมก็ขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวจะไปดูอาการของน้องสาวที่โรงพยาบาลต่อ” ผู้พันคีรินทร์หันมาบอกเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและแพทย์ทหารทุกคน ผู้พันกรันณ์ที่คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วก็ตีหน้านิ่งขึ้นมาอีกขณะเข้ามากล่าวลาและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ช่วยกันออกตามหาน้องสาวของเขาโดยเฉพาะหมอกรพงษ์

                “ขอบใจมากนะไอ้หมอที่ช่วย ไม่ได้แกยัยขวัญคงแย่”

                “เรื่องเล็กน้อยน่า ฉันเป็นหมอแล้วก็เป็นอาจารย์ของขวัญตาด้วย มันหน้าที่ของฉัน” หมอกรพงษ์ยิ้มตอบพลางตบไหล่เพื่อนเบาๆ แต่ผู้พันกลับปัดมือของเขาออก รอยยิ้มขอบคุณเมื่อครู่เปลี่ยนมาเป็นแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวแทน

                “มีหน้าที่เป็นหมอ เป็นอาจารย์หมอก็เป็นไป แต่อย่าให้ฉันรู้อีกเชียวว่าแกพาลูกชายไปจุ้นจ้านกับนางไม้น้อยของฉัน ไม่งั้น...ฉันหักคอลูกชายแกทิ้งแน่ๆ”

                “อะไรวะเพื่อน เรื่องแค่นี้...”

                “ลูกฉันเป็นแค่เด็กอนุบาลนะ อยากโดนข้อหาพรากผู้เยาว์หรอ”

                “หมายความว่าถ้าโตแล้วจีบได้งั้นสิ”

                “ไม่ว่าใครหน้าไหนก็จีบไม่ได้ทั้งนั้นแหละโว้ย!!! โตขึ้นแล้วจะจับบวชชีเข้าใจมั้ย เลิกยุ่งกับลูกสาวของฉันได้แล้วไม่งั้นฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกเมียแก!

                “อย่าบอกเมี๊ยวน้อยนะ...อุ๊บ!” หมอหนุ่มหน้าแดงขึ้นมาทันทีเมื่อเผลอเรียกภรรยาสุดที่รักออกไปแบบนั้นเพราะติดปาก ทั้งๆ ที่ชื่อของเธอคือรัชพรรณต่างหาก ผู้พันกรันณ์ได้ยินแบบนี้แล้วก็แสยะยิ้มออกมาทันที

                “เมี๊ยวน้อย...อ๋อ แกเรียกเมียแกแบบนี้นี่เอง แล้วคุณเมี๊ยวน้อยล่ะ เขาเรียกแกว่าอะไร”

                “เรื่องของฉัน รีบๆ ไปหาขวัญตาได้แล้วไป เกะกะจริงๆ เดี๋ยวฉันต้องไปดูแลลูกศิษย์ของฉันต่อ” หมอกรพงษ์รีบไล่เพื่อนหนี ขืนเขายังพูดกับผู้พันกรันณ์ต่อได้หลุดปากออกมาแน่ๆ ว่าเมี๊ยวน้อยของเขาเรียกเขาว่า พี่ลิง ถ้าผู้พันกรันณ์รู้นะ มันได้แซวเขาตาย แซวไม่พอ ดีไม่ดีมันอาจจะขยายความต่อไปให้เพื่อนคนอื่นๆ รู้ด้วยก็ได้

                “ไปก็ได้” ผู้พันกรันณ์ว่า “แต่อย่าลืมนะ! ถ้าแกเอาลูกแกไปจีบลูกฉันอีก เรื่องนี้ถึงหูคุณเมี๊ยวน้อยแน่!!!

                “ไสหัวไปเลยไป!” หมอหนุ่มไล่ออกมาอีกอย่างหงุดหงิดที่คนอื่นมาเรียกภรรยาของเขาแบบนี้ เมี๊ยวน้อยน่ะเขาเรียกได้คนเดียวเท่านั้น ไว้กูเจอเมียมึงก่อนเถอะไอ้รัน กูจะเรียกน้องหมอแก้มว่าน้องนางไม้บ้าง!

                หลังจากที่ผู้พันคีรินทร์กับผู้พันกรันณ์เดินทางไปหาน้องสาวที่โรงพยาบาลหมอกรพงษ์ก็ไปแจ้งข่าวดีเรื่องของขวัญตาให้กับเพื่อนๆ นักศึกษาแพทย์ทหารของเธอรู้ว่าตอนนี้ทั้งเธอแล้วก็ก้านตองกับปัณณ์ปลอดภัยดีแล้ว ทำให้เหล่าเพื่อนๆ ของเธอต่างก็ดีใจกันเป็นอย่างมาก ทีนี้ก็จะได้เดินทางกลับวิทยาลัยได้อย่างสบายใจเสียที ไว้เพื่อนๆ ทั้งสามคนรักษาตัวกันจนหายดีแล้วก็จะได้กลับไปเรียนด้วยกันอีกครั้ง

 

                ครอบครัวของท่านนายพลปภพเดินทางกันมาไม่นานก็ถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัดปราจีนบุรี คุณหญิงกรกชรีบเข้าไปดูอาการหลานสาวด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ขวัญตาจะเป็นลูกของน้องชายสามีแต่เพราะคุณหญิงเป็นคนเลี้ยงเธอมาแบบลูกสาวแท้ๆ ความรักจึงมีให้เสมือนเป็นแม่แท้ๆ คนหนึ่ง ตั้งแต่ที่ได้ข่าวว่าเธอถูกจับตัวไปคุณหญิงกรกชก็นอนไม่หลับทั้งคืนจนราชาวดีต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ล่าสุดพอรู้ข่าวว่าขณะนี้ขวัญตาปลอดภัยดีแล้วคุณหญิงจึงค่อยวางใจ แต่พอมาเห็นหลานสาวนอนเจ็บตัวอยู่บนเตียงคนไข้แบบนี้น้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นเอาไว้ก็ร่วงออกมาอีก ทั้งถูกยิง ทั้งถูกคมมีดกรีดที่คอ ข้อเท้าพลิกแล้วยังรอยฟกช้ำและรอยถูกทากดูดเลือดกัดอีก โธ่หลานป้า ป้าเลี้ยงดูแลมา ยุงซักตัวก็ไม่ให้กัด ทำไมถึงได้โชคร้ายแบบนี้นะ

                “รัน หมอบอกว่าน้องปลอดภัยดีใช่มั้ย น้องไม่ได้เป็นอะไรแล้วใช่มั้ย”

                “ครับแม่ แม่ไม่ต้องห่วงหรอกนะครับ ตอนนี้ยัยขวัญไข้เริ่มลดแล้ว นอนพักสักหน่อยเดี๋ยวก็ตื่นแล้วล่ะครับ” พอผู้พันกรันณ์บอกคุณหญิงกรกชก็หันมาทางลูกสะใภ้อีกคน

                “หมอแก้มดูน้องด้วยนะลูก อย่าให้น้องเป็นอะไรนะ”

                “คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ แก้มดูแผลแล้วก็อาการของน้องขวัญแล้วค่ะ ตอนนี้ปลอดภัยดี ที่หลับอยู่นี่น่าจะซึมยานะคะ” ราชาวดีมองไปที่ขวดยาที่ให้ควบคู่กับน้ำเกลือที่เสา ซึ่งคนเป็นหมอรู้ดีอาการของขวัญตาตอนนี้ไม่ได้มีอะไรน่าห่วงแล้ว แต่เพราะยาที่ให้จึงทำให้เธอหลับอยู่แบบนี้

                “ถ้าหมอแก้มยืนยันแบบนี้แม่ก็สบายใจแล้วล่ะลูก แม่เชื่อหมอแก้ม”

                “อ้าว” ผู้พันกรันณ์ร้องออกมา ถ้าแม่จะเชื่อที่น้องนางไม้บอกแล้วมาถามเขาทำไมตั้งแต่แรก ตกลงนี่เขาเป็นลูกชายหรือลูกเขยของบ้านนี้กันแน่ล่ะเนี่ย ทำไมพ่อกับแม่เขาถึงได้รักเมียของเขามากกว่าเขาแบบนี้

                “ทำไมแม่เชื่อแก้มแล้วไม่เชื่อผมล่ะครับ”

                “ก็หมอแก้มเขาเป็นหมอที่เก่งมากนี่ ตอนนี้ก็เป็นหมอที่มีชื่อเสียงมากกว่าเมื่อก่อนด้วย ใครๆ ต่างก็นับถือเขา ระหว่างหมอกับทหารพรานใจร้อน แม่ก็ต้องเชื่อหมอมากกว่าสิ”

                “ผมน่าจะเรียนหมอตั้งแต่แรก”

                “หัวไม่ดีอย่างรันเรียนหมอไม่ได้หรอกลูก”

                “โธ่ แม่ครับ อย่ามาหักหน้าผมต่อหน้าเมียกับลูกน้องสิครับ” ถ้าแค่เมียยังไม่เท่าไหร่ แต่ผู้กองคณินก็อยู่ด้วยไง เขาเลยอดเสียหน้าไม่ได้ ส่วนลูกๆ ทั้งสามคนตอนนี้ผู้พันคีรินทร์พาไปซื้อขนมกันอยู่ เขาได้กอดลูกๆ แค่นิดเดียวเองพี่เมียก็มาขโมยลูกของเขาไปซะแล้ว โดยเฉพาะนางไม้ตัวน้อย

                “...พี่จ๋า...พี่จ๋า...” เสียงละเมอเรียกหาของขวัญตาทำให้ผู้กองคณินที่ยืนเงียบอยู่นานรีบเข้าไปหาเธอทันทีแล้วจับมือของเธอเอาไว้จนผู้พันกรันณ์ต้องกระแอมเสียงขึ้นพลางพยักหน้าไปทางพ่อกับแม่ของเขา ผู้กองหนุ่มถึงเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ควรเสียมารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่จึงได้ถอยออกมา ท่านนายพลปภพกับคุณหญิงกรกชจึงได้เดินเข้าไปหาหลานสาวอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอกำลังลืมตาขึ้น

                ขวัญตากะพริบตาถี่ๆ อย่างมึนงง ที่นี่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย อาการเจ็บปวดบาดแผลและปวดตามเนื้อตัวยังคงมีอยู่แต่ก็ทุเลาลงแล้ว รู้สึกเหมือนไข้จะลดลงด้วยแต่ก็ยังปวดหัวและรู้สึกมีน้ำมูกอยู่ อ่อนเพลียไปหมดเลย

                “ตื่นแล้วหรอลูก” ท่านนายพลปภพถามพลางลูบผมเธอเบาๆ อย่างห่วงใยเมื่อเห็นเธอดูจะงงๆ เพราะพิษไข้

                “คุณลุง...คุณป้า” แล้วขวัญตาก็ร้องไห้ออกมาทันทีเพราะดีใจที่ได้เจอคุณลุงกับคุณป้าของตัวเอง เธอคิดว่าเธอจะไม่ได้เจอพวกท่านอีกแล้ว เธอคิดว่าตัวเองตายไปแล้วด้วยซ้ำ นี่เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน

                “ไม่ร้องนะลูกนะ ตอนนี้ขวัญปลอดภัยแล้วนะลูก” คุณหญิงกรกชก้มลงมากอดเธอเอาไว้อย่างปลอบขวัญ เช่นเดียวกับที่ท่านนายพลปภพก้มลงมาจูบหน้าผากของเธอเบาๆ

                “ขวัญมานะลูกนะ ลุงจะไม่ให้ใครมารังแกขวัญอีกแล้ว”

                “ขวัญคิดว่าตัวเองตายไปแล้วซะอีก ขวัญกลัวว่าจะไม่ได้เจอคุณลุงกับคุณป้าแล้วก็ทุกๆ คน คิดว่าตัวเองจะต้องตายอยู่ในป่าคนเดียวซะแล้ว”

                “ไม่มีใครปล่อยให้ขวัญเป็นอะไรไปหรอกลูก ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วนะ ส่วนคนร้ายสามคนนั่นพี่รันเขาจัดการแก้แค้นให้หมดแล้ว” ท่านนายพลปภพบอกแล้วหันมาทางลูกชายเพราะท่านได้ข่าวมาว่าผู้พันกรันณ์เล่นงานนักโทษทั้งสามคนนั้นจนถึงขั้นขวัญผวากันเลยทีเดียว

                “ขวัญรักคุณลุงกับคุณป้านะคะ รักพี่รันกับพี่หมอแก้มด้วย” เธอพูดออกมาแล้วมองครอบครัวของตัวเอง เธอรักทุกคน เธอไม่อยากตายไปโดยที่ยังไม่ได้บอกรักทุกๆ คนที่คอยเลี้ยงดูเธอมาเป็นอย่างดี

                “ป่วยจนเพี้ยนหรออยู่ๆ ก็มาบอกรักกันแบบนี้” ผู้พันกรันณ์ถามน้องสาวขึ้น รู้สึกเขินๆ แปลกๆ ปกติก็แทบจะไม่ค่อยได้พูดกันดีๆ หรอก

                “ตอนขวัญอยู่ในป่า ตอนวิ่งหนีพวกมัน ตอนที่คิดว่าตัวเองจะตายไปแล้วขวัญคิดถึงทุกคนเลย ขวัญกลัวว่าจะไปตายโดยที่ยังไม่ได้บอกรักทุกคน ขวัญไม่กลัวตายหรอกนะ แต่ขวัญกลัวจะไม่ได้เห็นหน้าทุกคนอีกต่างหาก” ว่าแล้วเธอก็ร้องไห้ออกมาอีกคุณหญิงกรกชจึงกอดเธอเอาไว้แน่น

                “ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง อย่าตื่นอย่ากลัวอีกเลยลูก มีคุณลุงกับป้าแล้วก็พี่รันพี่หมอแก้มอยู่ทั้งคน พวกเราจะช่วยกันดูแลขวัญเองลูก”

                “ขอบคุณนะคะ” เธอตอบ ได้เห็นหน้าทุกคนแบบนี้แล้วเบาใจ นี่เธอยังไม่ตายจริงๆ หรอเนี่ย ดีจังเลย

                “แล้วตองกับปัณณ์เป็นยังไงบ้างคะ”

                “ก่อนจะห่วงเพื่อน ห่วงตัวเองก่อนมั้ย” ผู้พันกรันณ์ว่าอีก เห็นว่าคนที่ชื่อก้านตองนั้นถูกแทงตอนที่กำลังจะหนีคนร้ายกับขวัญตา ส่วนคนที่ชื่อปัณณ์นั้นเข้ามาช่วยน้องสาวของเขาเอาไว้จนถูกทำร้าย

                “ตอนนี้คนทั้งคู่ปลอดภัยแล้วล่ะจ้ะ พักอยู่ห้องใกล้ๆ กันนี่แหละ พอหายแล้วเดี๋ยวก็ได้กลับไปเรียนด้วยกันอีกเหมือนเดิม” ได้ฟังพี่หมอแก้มบอกแบบนี้ขวัญตาก็ยิ่งเบาใจ ดีใจที่ไม่มีใครเป็นอะไร

                “แล้ว...พี่จ๋า...พี่คณินล่ะคะ” ถ้าพี่ชายของเธออยู่ที่นี่แล้วเขาล่ะ ก่อนที่เธอจะหมดสติไปเธอคิดว่าเธอเห็นเขานี่นา

                พอขวัญตาถามหาเขา ผู้พันกรันณ์ก็พยักหน้าบอกให้ผู้กองคณินเข้ามาหาเธอ แล้วพอเห็นเขาขวัญตาก็รีบชูมือหา ผู้กองคณินจึงเข้ามารวบตัวของเธอไปกอดเอาไว้ อ้อมกอดของคุณลุงกับคุณป้าอบอุ่นก็จริง แต่ที่ทำให้เธออบอุ่นที่สุดก็คืออ้อมกอดของเขา เพราะตอนถูกทำร้ายเธอคิดถึงเขาตลอด คิดถึงทุกลมหายใจและกลัวว่าจะไม่ได้เจอกับเขาอีก

                “พี่จ๋า...พี่จ๋าหนูกลัว” ยิ่งเธอบอกแบบนี้ผู้กองคณินก็ยิ่งกอดเธอแน่น

                “พี่จ๋าอยู่นี่แล้วนะ ต่อไปจะไม่มีใครมาทำร้ายหนูจ๋าของพี่ได้อีก ไม่ต้องกลัวแล้วนะ พี่จ๋าอยู่นี่” ได้ฟังคนทั้งสองพูดกันท่านนายพลปภพก็ถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาทันที นี่ท่านไม่ได้ฟังอะไรผิดไปใช่มั้ย

                “พี่จ๋า หนูจ๋าอะไร” ท่านแอบหันมากระซิบถามลูกชายที่ยืนกอดเมียอยู่ข้างๆ

                “ความหมายเดียวกันกับพ่อทหารกล้ากับน้องนางไม้แหละครับพ่อ ภาษาส่วนตัวของคู่รักเขา”

                ขวัญตากอดพี่จ๋าของตัวเองเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยง่ายๆ แล้วซุกหน้าร้องไห้เงียบๆ อยู่กับอกของเขา คิดว่าจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้วสิ เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนที่พี่ชายของเธอแกล้งตายพี่หมอแก้มถึงได้ดูทุกข์ทรมานนัก ถ้าเธอต้องจากกันกับพี่จ๋าเธอก็คงเจ็บปวดไม่ต่างกัน

                “พี่จ๋า พี่จ๋าอย่าให้ใครมาทำร้ายหนูอีกนะ หนูกลัวว่าจะไม่ได้เจอกับพี่จ๋าอีกแล้ว” ผู้กองคณินพยักหน้ารับ ยิ้มทั้งน้ำตาคลอ ตอนนี้เขาโล่งอกและเบาใจแล้วจริงๆ เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็พูดกับเขาแบบนี้ สองแขนที่กอดเธอเอาไว้แน่นค่อยๆ คลายออกเพราะกลัวว่าหากเขากอดเธอแน่นอีกเธอจะเจ็บเอา มือแกร่งลูบแผ่นหลังของเธอและศีรษะของเธออย่างปลอบขวัญแล้วจึงผละออกมาเช็ดน้ำตาให้

                “พี่จ๋าอยู่นี่แล้ว ไม่ว่าใครหน้าไหนก็มาทำร้ายหนูไม่ได้แล้วนะคะ” น้ำเสียงอ่อนโยนแสนใจดีแบบนี้ขวัญตาคิดถึงที่สุด ยิ่งรอยยิ้มหวานๆ ละมุนละไมแบบนี้ อยากมองจนไม่อยากจะกะพริบตาเลย

                “หนูมีเรื่องจะฟ้องพี่จ๋าเยอะแยะเลย”

                “ฟ้องมาเลยสิ” ผู้กองคณินยิ้มบอกอย่างเอ็นดูเด็กไม่รู้จักโตคนนี้ ขวัญตาก็เลยขยับเข้าไปกอดเขาเอาไว้อีก

                “ไอ้นักโทษสามคนนั่นมันทำร้ายเพื่อนของหนู มันจับหนูเป็นตัวประกันแล้วก็เอามีดกรีดคอหนู” เธอเริ่มฟ้อง ผู้กองคณินก็ตั้งใจฟังเพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น นักโทษทั้งสามคนนั้นพูดอะไรแทบจะไม่รู้เรื่องเลยเพราะมัวแต่ผวากลัวผู้พันกรันณ์อยู่

                “หนูพยายามตั้งสติ จำคำพูดที่จ๋าพี่ พี่รัน พี่ผู้พันกับพี่กริชเคยสอนเกี่ยวกับการรับมือจากภัยต่างๆ ในป่าแล้วนำมาใช้ หนูรู้ว่าในป่ามีทากดูดเลือดเยอะก็เลยคอยระวังตัว ไอ้นักโทษสามคนนั้นมันไม่รู้ก็เลยถูกทากเล่นงาน ทีนี้หนูก็หลอกให้พวกมันเอายางต้นตังมาทาแผลที่ถูกทากกัด หลอกพวกมันไปกินเหง้าเอื้องหมายนาหวังจะให้พิษทำให้พวกมันอ่อนกำลังลงหนูจะได้มีโอกาสหนีเพราะมันเอาปืนจี้หนูไว้ตลอด พอพวกมันโดนพิษเข้าหนูก็วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตายเลย แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพวกมันตามหนูมาทันแล้วก็ยิงหนูตกหน้าผา หนูเจ็บมากเลยพี่จ๋า” เธอชี้มาที่แผลถูกยิงของตัวเอง ผู้กองคณินจึงกอดเธอเอาไว้อีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าที่เธอฟ้องเขามานี้เขาจะสงสารเธอหรือว่าจะสงสารนักโทษสามคนนั่นดี เพราะจากที่เห็นสภาพของพวกมันแล้ว พวกมันก็โดนเธอเล่นงานหนักไม่ใช่น้อย ยัยตัวแสบก็ยังเป็นยัยตัวแสบของเขาอยู่วันยังค่ำ เจอเหตุการณ์นี้เข้าไปพวกมันคงเข็ดจนวันตายเพราะผู้พันก็แก้แค้นให้น้องสาวซะเสืออย่างพวกมันกลายเป็นลูกหมาหายซ่าไปเลย

                “แต่หนูก็เก่งนะ มีสติดีรู้จักเอาตัวรอดเป็น ถูกยิงจนตกหน้าผาขนาดนี้แล้วยังรอดมาได้ ถ้าหนูเป็นอะไรไปรู้มั้ยว่าพี่คงตายทั้งเป็นเลย”

                “พี่จ๋าไม่มีใครอีกแล้ว หนูจะไม่ทิ้งพี่จ๋าไปอีกคนหรอกนะ” ว่าแล้วก็ชูกำปั้นขึ้นอย่างมุ่นมั่น “เป็นทหารต้องอดทน สิบล้อชนก็ห้ามตาย!

                “ขนาดนั้นเลย”

                “ใช่! ก็หนูสวยถึกและบึกบึนนี่จ๊ะพี่จ๋า” แล้วผู้กองคณินก็หัวเราะออกมาทันทีพลอยให้คนอื่นๆ หัวเราะตามไปด้วย ขวัญตา ยัยตัวแสบของเขาคนนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ร้องไห้เป็นเด็กงอแงได้ไม่นานก็กลับมาน่ารักแล้วก็บ๊องได้อีกเหมือนเดิม ไหนจะความช่างฟ้องช่างอ้อนนี่อีก เจอถูกอ้อนเรียกว่าพี่จ๋าแบบนี้เขาก็ตายเรียบยอมสยบให้เธอแล้ว

                “พอได้แล้ว เลิกอ้อนผู้กองเขาได้แล้ว อ้อนอะไรนักหนา อ้อนจนผู้กองจะละลายไหลลงท่อระบายน้ำอยู่แล้วเนี่ย” คนเป็นพี่ชายว่าขึ้น ถึงจะบอกว่าจะไม่ยุ่งอะไรเรื่องความรักของน้องอีกแล้ว แต่คนมันรักน้อง หวงน้องก็อดกลับมาจู้จี้อีกไม่ได้ ผู้กองคณินจึงยอมถอยออกห่างจากขวัญตา เปลี่ยนจากนั่งกอดเธอมาเป็นดึงเอาเก้าอี้มานั่งข้างเตียงของเธอแทน

                “อาขวัญค้าบ อาขวัญตื่นแล้ว!!!” เสียงแฝดน้อยร้องขึ้นพร้อมกันเมื่อกลับเข้ามาในห้องพักคนไข้ของคุณอา เด็กน้อยไม่รู้หรอกว่าอาขวัญป่วยเป็นอะไร บาดเจ็บเพราะอะไร พวกเขารู้แค่ว่าอาขวัญไม่สบายเท่านั้น พอเห็นอาขวัญนั่งอยู่บนเตียงก็รีบพากันปีนขึ้นมาหาโดยมีคุณอาคณินช่วยอุ้มอีกแรง

                “อาขวัญเจ็บตรงไหนครับ ไม่ฉบายตรงไหน โอ้โห ตัวร้อนมากเลย” ซีลว่าพลางใช้มือน้อยๆ จับแก้มคุณอาแล้วมองหน้าอย่างสำรวจ ห่วงใยคุณอาอย่างสุดๆ

                “อาขวัญไม่ฉบายงั้นก็ต้องเอายาให้อาขวัญกินนะพี่ซีล” เรนเจอร์ชูกล่องลูกอมสีสันสดใสที่พ่อภูซื้อให้ขึ้นมาก่อนจะคะยั้นคะยอให้อาขวัญของตนกินลูกอมที่สมมติเอาว่าเป็นยา ขวัญตาเห็นหลานๆ เป็นห่วงแบบนี้ก็ยิ่งปลื้ม เธอจึงกอดหลานชายทั้งสองเอาไว้แล้วหอมแก้มไปคนละฟอดใหญ่ๆ ก่อนจะปล่อยตัว

                “อ่ะ อาขวัญกินยาแล้ว” เธอว่าแล้วกินลูกอมที่เรนเจอร์ป้อน “ซีลกับเรนเจอร์อย่าเพิ่งมาเข้าใกล้อาขวัญนะครับ อาขวัญไม่สบาย เดี๋ยวจะติดไข้อาขวัญเอานะครับ”

                “ไม่เป็นไรครับ ถ้าเรนเจอร์ติดไข้อาขวัญเดี๋ยวให้พี่ซีลแกะออกให้”

                “โอ๊ย มันไม่ใช่ติดแบบนั้น” คุยกับเจ้าแฝดทีไรแล้วก็ต้องปวดหัวหนักกว่าเดิม ลูกสมุนของเธอแต่ละคน โตขึ้นจนเข้า ป.1 กันแล้ว แต่ความกวนนี่ระดับ ม. ปลายเลย เหมือนพ่อไม่มีผิด

                “อาขวัญหมายถึงซีลกับเรนเจอร์ก็จะป่วยแบบอาขวัญ ต้องมานอนโรงพยาบาลแล้วก็ถูกคุณหมอฉีดยาแบบนี้เห็นมั้ย” เธอยื่นมือข้างที่เจาะเข็มน้ำเกลือให้หลานดู คราวนี้สองแฝดถึงกับพากันถอยทัพทันทีตามประสาเด็กกลัวเข็มฉีดยา

                “เฮอะ! กลัวเข็มฉีดยาเหมือนพ่อซะด้วย” ผู้พันคีรินทร์ที่เพิ่งจะตามเข้ามาในห้องพักคนไข้ของขวัญตาว่าขึ้นเมื่อเห็นลูกชายฝาแฝดรีบพากันปีนลงจากเตียงคนไข้ของคุณอาแล้ววิ่งกลับไปกอดแม่แก้มของพวกตนเอาไว้

                “อาฝันขา” สไนเปอร์ร้องเรียกอาขวัญของตนด้วยเสียงใสๆ ผู้พันคีรินทร์ที่ยังอุ้มหลานสาวเอาไว้ในอ้อมแขนจึงพาเธอเดินเข้ามาหาขวัญตา สาวน้อยของทุกคนก็เลยยื่นดอกไม้ที่เก็บมาจากสวนของโรงพยาบาลให้อาขวัญ

                “ไนเปอร์เก็บดอกไม้มาให้อาฝันค่ะ พ่อภูบอกว่าอาฝันจะได้หายป่วยไวๆ” มีหลานสาวตัวน้อยห่วงใยแบบนี้ เจ็บตัวคราวนี้ขวัญตาบอกได้เลยว่าคุ้มสุดๆ ก่อนจะรับเอาทั้งดอกไม้และเจ้าของดอกไม้มากอดแล้วก็หอมแก้ม

                “ขอบคุณนะคะนางฟ้าของอาขวัญ น่ารักที่สุดเลย” สไนเปอร์ยิ้มหวานที่ถูกอาขวัญหอมแก้ม รอยยิ้มของเด็กน้อยหน้าตาสวยน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ใครเห็นก็เป็นต้องหลงรักทั้งนั้น ในยามอารมณ์ดีหลานสาวตัวน้อยของทุกคนจะน่ารัก ช่างพูดและช่างอ้อนจนใครๆ ต่างก็หลง เรียกได้ว่าเป็นราชาวดีย่อส่วนก็ว่าได้ แต่พอมีใครมารังแกหนูน้อยเท่านั้นแหละ ความเป็นแม่แก้มจะหายไปแล้วกลายร่างเป็นพ่อรันยามโกรธทันที

                “เอาล่ะๆ ตอนนี้อยู่ใกล้อาขวัญมากไม่ได้นะเดี๋ยวจะติดไข้เอา” ผู้พันคีรินทร์อุ้มหลานสาวคืนเพราะหลงเสน่ห์ความน่ารักของหลานเข้าให้อย่างจัง

                “แล้วทำไมคุณอาคานีนอยู่ใกล้อาฝันได้คะ” สาวน้อยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นคุณอาคณินป้อนน้ำให้อาขวัญดื่มแล้วก็ประคองตัวอาขวัญนอนลงบนเตียงอย่างห่วงใย

                “ผู้ใหญ่อยู่ใกล้ได้ไม่เป็นไร ไนเปอร์กับพี่ซีลพี่เรนเจอร์ยังเป็นเด็ก ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่”

                “พูงคุ้งกันคืออาไรหรอคะ”

                “เอ่อ...” ผู้พันคีรินทร์ไม่รู้จะอธิบายยังไงต่อเพื่อให้เด็กอนุบาลเข้าใจ ผู้พันกรันณ์ก็เลยเข้ามาแย่งเอาลูกสาวของตนไปอุ้มเอาไว้แทน

                “เอาง่ายๆ คือเด็กตัวเล็กจะป่วยง่าย แต่ผู้ใหญ่ตัวโตแล้วร่างกายจะแข็งแรงกว่าเลยป่วยยาก อาขวัญไม่สบายอย่าเพิ่งกวนอาขวัญเลยนะครับ ให้อาขวัญนอนพักก่อน” ว่าแล้วก็อุ้มลูกไปนั่งกับราชาวดี แล้วกอดลูกๆ ทั้งสามคนกับเธอเอาไว้เพราะไม่ได้เจอกันนาน เด็กน้อยทั้งสามก็เลยกอดพ่อรันกับแม่แก้มของพวกตนเอาไว้แน่นอย่างคิดถึงกันสุดๆ

                ขวัญตาเห็นครอบครัวของพี่ชายอบอุ่นขนาดนี้แล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ก่อนจะหันมาทางผู้พันคีรินทร์ ไม่คิดว่าเขาก็จะอยู่ที่นี่ด้วย

                “ขอบคุณนะคะพี่ผู้พันที่มาเยี่ยมขวัญ”

                “จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกหรอก” ท่านนายพลปภพว่าขึ้น “พวกพี่ๆ เขาไม่ได้แค่มาเยี่ยมเรานะขวัญ แต่ทันทีที่รู้ว่าเราถูกจับตัวไปพวกพี่ๆ เขาก็รีบเดินทางจากแม่สอดมาที่ปราจีนฯ กันทันทีเลย แล้วก็ช่วยกันแกะรอยตามหาเราจนเจอ ถ้าไม่ได้พี่ๆ เขาป่านนี้เราก็คงแย่ไปแล้วนะ” เมื่อรู้ความจริงแบบนี้ขวัญตาก็ยิ้มน้ำตาคลอทันทีขณะมองพี่ผู้พัน พี่รัน พี่หมอแก้มแล้วก็พี่จ๋าของตัวเอง นี่ทุกคนมาจากแม่สอดก็เพื่อช่วยกันตามหาเธอหรอ มาตามหาเธอไม่ใช่แค่มาเยี่ยม นี่ถ้าพี่ผู้กองนทีกับพี่ผู้กองไกรจักรอยู่ใกล้ๆ พวกเขาก็คงจะยกพวกมาช่วยกันตามหาเธอทั้งหมดแน่ๆ ครอบครัวของเธอช่างอบอุ่นดีเหลือเกิน พี่ชายพี่สาวทุกคนก็น่ารักใจดี

                “ขอบคุณนะคะพี่ผู้พัน พี่รัน พี่หมอแก้ม พี่จ๋...พี่คณินที่มาช่วยตามหาขวัญ รอดตายมาได้ก็เพราะพี่ๆ ทุกคนแท้ๆ”

                “อาจารย์หมอกรพงษ์ด้วย” ผู้พันกรันณ์ไม่ลืมที่จะบอกว่าอาจารย์หมอของเธอก็มาช่วยเธอด้วย

                “ค่ะ อาจารย์หมอด้วย ขอบคุณทุกคนนะคะที่มาช่วยขวัญ” เธอยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ผู้พันคีรินทร์จึงยิ้มรับแล้วลูบผมเธอเบาๆ

                “พี่น้องกัน ถ้าไม่ช่วยกันแล้วจะไปช่วยใครล่ะ รอดปลอดภัยมาได้ก็ดีแล้วนะ รักษาตัวให้หายไวๆ จะเรียนจบแล้ว”

                “ขอบคุณค่ะ” เธอฉีกยิ้มรับแล้วก็หันมากอดคุณหญิงกรกชเอาไว้อีกครั้งอย่างอ้อนๆ ไม่ให้น้อยหน้าหลานๆ ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับทุกคนอีกครั้งแล้วเธอมีความสุขที่สุดเลย เธอชอบที่จะอยู่กับทุกคนแบบนี้ ยิ้มแย้มให้กัน ห่วงใยกัน โดยเฉพาะ...มีพี่จ๋าอยู่ข้างๆ ด้วย แค่เขายิ้มให้โลกทั้งใบของเธอก็น่าอยู่ขึ้นเป็นกองแล้ว

 

                หลังจากที่หมอเข้ามาตรวจดูอาการของขวัญตาอีกครั้งและบอกว่าเธอปลอดภัยดี พักสักสองสามวันก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านต่อได้ทุกคนก็เบาใจ ผู้พันคีรินทร์เลยให้ผู้กองคณินลาหยุดเพื่อดูแลขวัญตา และเพราะสงสารหลานๆ ที่ไม่ได้เจอพ่อกับแม่มาเกือบเดือนผู้พันคีรินทร์เลยให้ผู้พันกรันณ์กับราชาวดีอยู่กับลูกๆ ไปก่อนแล้วค่อยกลับฐานไปพร้อมผู้กองคณิน ส่วนเขา เขาจะกลับไปดูแลฐานให้ก่อนเอง ก่อนจะกลับฐานท่านนายพลปภพก็เลยชวนทุกคนไปกินข้าวด้วยกันก่อน มีเพียงผู้กองคณินเท่านั้นที่ไม่ได้ตามทุกคนไปเพราะเขาเป็นห่วงขวัญตาเลยไม่อยากอยู่ห่างจากเธออีก ขวัญตาแปลกใจไม่น้อยเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วยังเห็นผู้กองคณินนั่งรอเธออยู่ที่โซฟาข้างเตียงคนไข้ เธอก็นึกว่าเขาจะไปกินข้าวกับทุกคนแล้วซะอีก

                “คุณพยาบาลครับ เออ...เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเองครับ” เขาเดินเข้ามาบอกพยาบาลสาวแล้วช่วยอุ้มเอาขวัญตาขึ้นไปนั่งบนเตียงคนไข้เสียเอง พยาบาลที่มาช่วยขวัญตาอาบน้ำเพราะเธอยังขยับตัวไม่ได้มากเลยขอตัวออกไป ทั้งสองคนเลยได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน

                “ไม่สบายอยู่แล้วอาบน้ำทำไม แผลถูกยิงน่ะห้ามโดนน้ำไม่ใช่หรอ” เขาว่าแล้วหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้เธอพร้อมกับช่วยจัดชุดคนไข้ตัวใหม่ของเธอให้เรียบร้อยด้วย

                “ก็หนูไม่สบายตัวนี่ ป่วยแล้วยังจะต้องให้มานอนเน่าอีกหรอ ไม่เอาหรอก”

                “พี่กลัวว่าหนูจะไข้ขึ้นแล้วแผลก็จะถูกน้ำ”

                “ผู้กองขา นี่ใครคะ นี่น่ะคุณหมอขวัญตานะคะ” เธอชี้มาที่ตัวเองเพื่อให้เขารู้ว่าหมออย่างเธอรู้ดีว่าอะไรทำได้และอะไรทำไม่ได้ แค่อาบน้ำเองไม่เป็นไรหรอก “อีกอย่างตอนอาบน้ำหนูก็ติดแผ่นกันน้ำเอาไว้ที่แผล ไม่เป็นไรหรอก”

                “ถ้าไข้ขึ้นพี่จะตีซ้ำ” เขาขู่อย่างไม่จริงจังแล้วก็ช่วยเช็ดผมให้เธอต่อ เขาไม่ได้มานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังของเธอเหมือนทุกที แต่เขากลับมานั่งอยู่ตรงหน้าเธอขณะเช็ดผมให้เลยกลายเป็นว่าตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่ในอ้อมแขนของเขาและหน้าอยู่ห่างจากแผ่นอกของเขาแค่ไม่กี่คืบเท่านั้น หัวใจของเด็กสาวเต้นระรัวเมื่อได้กลิ่นกายหอมๆ ของคนรัก รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาทั้งตัวจนแยกไม่ออกว่าเพราะเขินหรือไข้ขึ้นกันแน่ แต่ที่แน่ๆ หน้าของเธอคงจะแดงจัดแล้ว

                “พี่จ๋า ทำไมไม่มานั่งด้านหลังดีๆ เช็ดแบบนี้จะถนัดหรอ”

                “นั่งด้านหลังพี่ก็ไม่เห็นหน้าหนูสิ” เล่นพูดขนาดนี้ก็จุดไฟเผาเธอด้วยเถอะ ตอนนี้เธอร้อนผ่าวไปทั้งหน้าทั้งตัวแล้วนะ แฟนเคยนอนกอดแท้ๆ แต่อยู่ใกล้กันทีไรก็อดเขินไม่ได้ทุกที

                ขวัญตานั่งก้มหนางุดไม่พูดไม่จาให้เขาเช็ดผมให้จนเริ่มแห้งดีแล้ว มือเล็กๆ กำชายเสื้อยืดของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ผู้กองคณินก็ไม่ได้พูดอะไรขณะที่เช็ดผมให้ แต่ก็แอบจูบหน้าผากของเธอเบาๆ เป็นพักๆ ได้มีเธออยู่ในอ้อมแขนแบบนี้เขาก็ค่อยโล่งใจหน่อย เขายังไม่พร้อมรับกับความสูญเสียใดๆ ถ้าเสียเธอไปชีวิตของเขาก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว ดังนั้นเมื่อเขามีเธอ เขาก็จะต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด

                “มา ทาแป้งต่อ” เขาเอื้อมไปหยิบแป้งเด็กที่โต๊ะมาทาให้เธอที่แก้ม เพราะมือข้างซ้ายของขวัญตายังมีเข็มน้ำเกลืออยู่ ขวัญตาหัวเราะคิกคักออกมาอย่างจั๊กจี๋เมื่อถูกเขาทาแป้งให้ ผู้กองคณินก็เลยแกล้งโปะแป้งใส่หน้าของเธอจนขาววอกไปหมด แล้วทาแป้งที่ลำคอให้เธอต่อ

                “แฟนหรือลูกกันแน่ล่ะเนี่ย” เขาว่าออกมาเบาๆ ขวัญตาก็เลยส่งสายตาล้อเลียนมาให้ แล้วพอทาแป้งที่คอให้เธอเสร็จเขาก็เพิ่งจะสังเกตเสื้อคนไข้สีฟ้าอ่อนของเธอ คุณพระ! หนูจ๋าของเขาโนบรา คงเพราะเธอมีแผลถูกยิงอยู่ช่วงด้านข้างลำตัวก็เลยยังใส่เสื้อชั้นในไม่ได้ ตอนก่อนที่จะเป็นแฟนกันเขาก็เคยบังเอิญเห็นเธอล่อนจ้อนมาแล้วตอนอาบน้ำอยู่ที่ฐาน ยัยเด็กน้อยคนนี้ตัวเล็กนิดเดียวแต่เครื่องความสวยนี่อึ๋มเกินตัวมากๆ จากตอนแรกที่เธอเขินเขา ตอนนี้เขากลับเขินเธอแทนซะอย่างนั้น ขวัญตาเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งเมื่อเห็นเขานิ่งไปสักพัก ดวงตาคู่คมมองมาที่หน้าอกของเธอแทบจะไม่กะพริบ

                ป้าก! ฝ่ามือเล็กๆ แปะเข้าใส่หน้าของเขาเต็มๆ ข้อหามองอะไรไร้มารยาทก่อนที่เธอจะดึงเอาผ้าห่มมาห่อตัวเองเอาไว้

                “คิดไม่ซื่อกับหนูหรอ”

                “เปล่า” ตอบแบบไม่เต็มปากเต็มคำนัก ทั้งๆ ที่หลักฐานก็เห็นชัดๆ ว่าเขากำลังหน้าแดงแล้วยังยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขินอีก ตาแก่วัยทองไว้ใจไม่ได้ ชริ!

                “หนูบอกเอาไว้ก่อนนะ” เธอชี้นิ้วใส่หน้าเขา “ถึงหนูจะรักพี่จ๋ามาก แต่ถ้ายังไม่ได้แต่งงานกันก็...อด!

                “จ้าๆ พี่ยังไม่ได้คิดอะไรเลยนะ” พอเขาบอกแบบนี้ขวัญตาก็มองเขาด้วยหางตาอีกทีอย่างไม่ไว้ใจ “นอนร่วมเตียงกันมาขนาดนี้ถ้าพี่จะทำพี่ทำไปนานแล้ว”

                “ดีมาก” เธอกอดอกพยักหน้าให้กับความเป็นสุภาพบุรุษของเขา

                “แต่...ถ้าแต่งแล้ว หึๆๆ อย่าคิดว่าจะรอด” รอยยิ้มเหี้ยมๆ ของเขาแบบนี้ขวัญตาไม่ชินเอาซะเลย และเพราะว่ามันไม่ชินนี่แหละถึงได้ดูน่ากลัวนัก “พี่รอมาหลายปีแล้วให้รออีกพี่คงไม่รอ” แล้วเขาก็ดึงเอาผ้าห่มที่เธอใช้ห่อตัวอยู่ออกก่อนจะดึงเอาเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่นเพื่อพูดเรื่องสำคัญกับเธอ เรื่องสำคัญนี้ตอนแรกเขาคิดว่าจะพูดกับเธอตอนเรียนจบ แต่ว่า...จากเหตุการณ์ครั้งนี้ที่เขาเกือบจะเสียเธอไปมันทำให้เขาไม่อยากจะรออีกแล้ว เขาอยากพูดกับเธอให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที

                “ขวัญตา...เรียนจบแล้วแต่งงานกับพี่ทันทีเลยได้มั้ย” เรื่องที่เขาพูดนี้ทำให้ขวัญตาที่ถูกกอดเอาไว้อยู่เงยหน้าขึ้นมองเขา สีหน้าและแววตาของเขาจริงจังมาก ไม่ได้มีความล้อเล่นเหมือนทุกที “นักศึกษาแพทย์ทหารที่สอบบรรจุเข้าหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพหรือภาครัฐได้ก็เริ่มงานกันทันที ขวัญเลือกที่จะมาเป็นแพทย์ทหารประจำกรมทหารพรานที่ 35 ไม่ใช่หรอ พอแต่งงานกันแล้วเราก็จะได้ทำงานด้วยกันไง พี่จะได้อยู่กับขวัญทุกวันเลยนะ เวลาขวัญไปรักษาคนเจ็บนอกฐานพี่ก็จะไปกับขวัญด้วยเหมือนกับที่ผู้พันเคยพาคุณหมอแก้มไป ตลอดหลายปีมานี้พี่พิสูจน์ความรักให้ขวัญเห็นจนมั่นใจแล้วยัง มั่นใจในตัวพี่จนพร้อมที่จะแต่งงานกับพี่มั้ยครับ”

                คำขอแต่งงานของเขาทำให้ขวัญตายิ้มออกมาทันทีอย่างมีความสุข ถามมาได้ว่าตลอดหลายปีมานี้เขาพิสูจน์ตัวเองมาดีพอแล้วหรือยัง ถ้าที่ผ่านมายังเรียกว่าไม่ดี บนโลกนี้ก็ไม่มีใครที่จะดีไปกว่านี้แล้วล่ะ ความดีที่เขามีต่อเธอแม้แต่คนในครอบครัวของเธอก็ยังยอมรับ พี่รันของเธอเห็นหวงน้องมากๆ แต่เขาก็หวงไปงั้นๆ แหละเพราะถ้าจะมีน้องเขยแล้วพี่รันก็ต้องเลือกพี่จ๋าของเธออยู่ดี เขาดูแลเธอดียิ่งกว่าแฟนซะอีก พี่ผู้พันเล่าให้เธอฟังว่าตอนที่เธอถูกยิงตกหน้าผาไปนั้นเขาร้องไห้หาเธอราวกับคนหัวใจสลาย ร้องเรียกหาเธอไปทั้งป่าเพราะคิดว่าเธอตายไปแล้ว จนเมื่อตามหาเธอเจอเขาก็กอดเธอไม่ยอมปล่อยจนมาถึงโรงพยาบาล ขนาดพี่ผู้พันก็ยังชื่นชมในความรักที่เขามีต่อเธอ แล้วกับเธอเองล่ะ เธอสิยิ่งมั่นใจในความรักของเขามากกว่าคนอื่นๆ เขาแสนดีและดีกับเธอมากกว่าที่ทุกคนจะรู้ซะอีก

                “อยากแต่งกับหนูเร็วๆ เพราะอยากจับหนูกินหรอ” เธอแกล้งว่า เขาจึงส่ายหน้าให้

                “กลัวจะตายจากกันก่อนต่างหาก รู้มั้ยว่าตอนที่พี่คิดว่าขวัญตายไปแล้วพี่ใจเสียมากแค่ไหน พี่อยากอยู่กับขวัญให้นานๆ อาชีพอย่างพวกเรามันเสี่ยงตายกันตลอดเวลาจะตายตอนไหนก็ไม่รู้ พี่ก็แค่อยากอยู่กับคนที่พี่รัก อยากใช้เวลาที่เรายังมีชีวิตอยู่ด้วยกันให้คุ้มค่ามากที่สุด”

                “แม้ว่าถ้าแต่งงานกันแล้วอาจเสี่ยงที่จะเป็นม่ายน่ะหรอคะ”

                “ใช่ ขอแค่ในครั้งหนึ่งของชีวิตเราได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เรารักมันก็คุ้มค่าแล้วไม่ใช่หรอ” ก็จริงของเขา สักครั้งในชีวิตที่จะได้อยู่กับคนรัก ดูอย่างพี่ๆ ของเธอสิ ทุกคู่ก็ยังแต่งงานมีลูกอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเลย เธอเองก็อยากจะมีความสุขแบบนั้นบ้าง อีกอย่างพี่จ๋าของเธอก็อายุเยอะแล้วเขาเองก็คงอยากจะมีครอบครัวเสียที พี่จ๋าของเธอตัวคนเดียว ในชีวิตไม่มีใคร มันคงจะดีถ้าเขามีเธออยู่ข้างๆ ต่อไปพี่จ๋าของเธอจะได้ไม่ว้าเหว่อีก

                “ถ้าอยากแต่งงานกับหนูงั้น....วันที่หนูเรียนจบแล้วรับปริญญาพี่จ๋ามาขอหนูอีกรอบนะ รับรองเลยว่าหนูจะไม่ทำให้พี่จ๋าผิดหวังแน่นอน”

                “วันรับปริญญาเลยหรอ”

                “ใช่ กว่าจะเรียนจบหนูต้องเข้าพิธีประดับยศร้อยตรีก่อน จากนั้นก็ปฏิญาณตนในฐานะของบัณฑิตแพทย์ พี่จ๋าอย่าลืมไปดูนะเพราะวันนั้นจะมีน้องๆ นักศึกษาแพทย์ทหารมาสวนสนามแสดงความยินดีกับบัณฑิตแพทย์อย่างพวกหนูด้วย แล้วจากนั้นถึงจะรับปริญญา”

                “หลายขั้นตอนจัง”

                “ก็หนูจะเป็นผู้หมวดเต็มตัวแล้วนี่ ไว้หนูเป็นทั้งผู้หมวดแล้วก็คุณหมอก่อนนะค่อยมาขอ คำตอบของหนูในวันนั้นน่ะ รับรองว่าถูกใจพี่จ๋าแน่นอน”

                “สัญญาแล้วนะครับผู้หมวด” ผู้กองคณินยื่นนิ้วก้อยให้เธอสัญญาอย่างมีความสุข ถึงตอนนี้เธอจะยังไม่ตอบรับคำขอแต่งงานของเขา แต่เขาก็รู้แล้วว่าคำตอบที่จะได้คืออะไร งานนี้ต้องรีบบอกเพื่อนฝูงของเขาให้เตรียมทำซุ้มกระบี่ให้แล้วสิ ทั้งงานแต่งของผู้พัน ท่านรอง แล้วก็ผู้กองไกรจักร เขามีแต่ได้รับหน้าที่ทำซุ้มกระบี่ให้คนอื่น คราวนี้ถึงตาของเขาบ้างแล้ว เขาจะได้เป็นคนเดินลอดซุ้มกระบี่เองเสียที

                “สัญญาค่ะผู้กอง” ขวัญตายื่นนิ้วมาเกี่ยวก้อยกับเขาอย่างมีความสุขแล้วกอดเขาเอาไว้ พี่จ๋าของเธอน่ารักขนาดนี้ทำไมเธอจะไม่อยากเป็นเจ้าสาวของผู้ชายน่ารักๆ คนนี้กัน

                “พี่จ๋า...”

                “จ๋า” ผู้กองคณินก้มลงมาจูบแก้มของเธอเบาๆ ขณะรับคำ

                “เรียนจบปุ๊บแล้วแต่งงานปั๊บ หนูยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยนะ เรียนหนักตลอด”

                “งั้นพี่จะพาหนูไปเอง ไปต่างประเทศมั้ย พี่ให้หนูเลือกเองเลยว่าอยากไปไหน”

                “หนูไม่อยากไปต่างประเทศ มันรู้สึกไม่อบอุ่นปลอดภัยเหมือนอยู่บ้านเรา พี่จ๋าพาหนูไปเที่ยวทะเลสวยๆ ของบ้านเราก็ได้ ทะเลบ้านเราก็สวยไม่แพ้ชาติไหนๆ หรอกนะ อีกอย่างหนูก็อยากให้พี่จ๋าประหยัดด้วย”

                “นี่ พี่เลี้ยงเราได้น่า เลี้ยงได้สบายๆ มากด้วย”

                “หนูหมายถึงให้พี่จ๋าเก็บเงินเอาไว้ซื้อขนมให้หนูกินต่างหาก หนูกินจุนะจะบอกให้ เรื่องเที่ยวน่ะไม่เท่าไหร่แต่เรื่องกินนี่เรื่องใหญ่มาก เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าหนูไม่เอา หนูจะเอาของกินอย่างเดียว”

                “ครับๆๆ พี่จะตามใจหนูทุกอย่าง” ผู้กองคณินกลั้วขำออกมา โถเด็กน้อย ห่วงแต่เรื่องกิน นี่เธอก็อายุยี่สิบกว่าแล้วนะแต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่าเธอยังอายุเท่าเจ้าแฝดกับสไนเปอร์อยู่เลย จะมีเมียเด็กก็แบบนี้สิน้า

                “พี่จ๋าของหนูน่ารักที่สุด” เธอชูนิ้วให้เขา แล้วพอจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผู้กองคณินก็ก้มลงมาจูบเธอทันที มือข้างหนึ่งของเขากอดตัวเธอเอาไว้แล้วใช้อีกมือประคองใบหน้าของเธอขึ้นเพื่อรับจูบจากเขา เด็กน้อย ยังไม่ทันจะตอบรับคำขอแต่งงานก็พูดเรื่องฮันนีมูนซะแล้ว น่ารักอะไรแบบนี้หนอ

                ขวัญตาหลับตาพริ้มทันทีอย่างหลงเพลินกับจูบแสนหวาน เธอเผยอปากขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เขาสอดลิ้นเข้ามาในปากแล้วลิ้มรสความหวานละมุนของกันและกัน จูบของเขานับเป็นเลเวลตามอายุของเธอเลย ตอนที่เธอยังเป็นเด็กนักเรียนจูบของเขาเพียงแค่การจุ๊บกันเบาๆ เท่านั้นแล้วก็ไม่ค่อยบ่อยด้วย แต่พอเธอเริ่มมาเรียนปีหนึ่งจูบของเขาก็เริ่มดูดดื่มวาบหวามขึ้น ยิ่งช่วงเรียนปีท้ายๆ จากจูบแสนหวานก็เร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ในการกวาดต้อนเธอก็ยิ่งมากขึ้น แล้วยิ่งทางบ้านเธอไฟเขียวให้คบกันจนถึงขั้นเขาซื้อบ้านเอาไว้ทำเรือนหอขนาดนี้ขวัญตาก็ยิ่งถูกเขารุกเร้าหนักจนเกือบจะเผลอตัวเผลอใจอยู่หลายรอบเหมือนกัน แต่เขาก็คุมสติได้ดีกว่าและหยุดเอาไว้ได้ทันตลอด นี่ยิ่งใกล้จะเรียนจบเธอก็ยิ่งถูกเขากวาดต้อนอย่างไม่มีกั๊กเอาไว้อีก เพิ่งได้รู้นี่แหละว่าพี่จ๋าของเธอไม่ได้มีแค่ด้านอบอุ่นแสนละมุนอย่างเดียว เพราะจริงๆ แล้วเขาเร่าร้อนกว่านั้นมาก ที่แต่ผ่านมาเขาไม่ค่อยแสดงออกก็เพราะเขาเห็นว่าเธอยังเด็ก ยังไม่อยากทำอะไรให้เธอเสียหายมาก นี่ถ้าแต่งงานกันแล้วเธอคิดว่าพี่จ๋าของเธอได้หื่นหนักกว่านี้แน่ๆ เพราะเขาอดทนกับเรื่องพวกนี้เอาไว้นานหลายปีเหลือเกิน แล้วเขาก็ไม่เคยคิดจะนอกลู่นอกทางแม้ในยามที่อยู่ห่างกันกับเธอด้วย เพราะแบบนี้แหละเธอถึงยิ่งรักและไว้ใจเขามาก

                “...พี่จ๋า” เธอผละเขาออกเบาๆ อย่างเสียดาย “เดี๋ยวติดไข้หนูนะ”

                “ไม่เป็นไร พี่มีภูมิคุ้มกันดีที่ตรงนี้” เขาดึงมือของเธอมาแตะที่อกข้างซ้าย หัวใจของเขาเต้นระรัวมากตอนนี้ แล้วพอบอกเสร็จเขาก็ก้มลงมาจูบเธอต่อ ขวัญตาจึงจูบตอบเขายกสองแขนขึ้นโอบรอบคอเขาเอาไว้ ปล่อยใจไปกับจูบหวานๆ นี้แล้วจูบดูดดึงความหวานของกันและกันก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะค่อยๆ พรมจูบมาที่ข้างแก้มของเธอ จูบที่ซอกใบหูและเม้มติ่งหูของเธออย่างหยอกเย้าจนขวัญตาสะท้านหายใจหอบกระเส่า และมือของเขาข้างหนึ่งก็กอบกุมอยู่ที่หน้าอกของเธอด้วย เพียงแค่เขาบีบคลึงเบาๆ ขวัญตาก็หลับตาปี๋เพราะความไร้ชุดชั้นในในตอนนี้ นับวันเขาเริ่มจะรุกเธอหนักมากจริงๆ

                ก๊อกๆๆ

                “ไอ้ขวัญ ฉันมาเยี่ยม” เสียงไม่คุ้นหูของแขกที่เข้ามาเยี่ยมทำให้ผู้กองคณินกับขวัญตาแทบจะผละออกจากกันไม่ทัน ผู้กองคณินที่ตั้งสติได้ดีกว่าเธอรีบดึงเอาผ้าห่มมาห่อตัวเธอเอาไว้ เมื่อขณะนี้ภายในห้องคนไข้มีนักศึกษาแพทย์ทหารหนุ่มอีกคนอยู่ด้วย ซึ่งคนมาเยี่ยมก็ได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับสิ่งที่เขาเข้ามาเห็นเมื่อครู่ เขาก็รู้แหละว่าเธอมีคนรักแล้วเพราะเขาเห็นผู้กองคณินมาหาเธอที่วิทยาลัยบ่อยๆ บางทีผู้กองคนนี้ก็ชวนเขาและเพื่อนๆ คนอื่นๆ ไปกินข้าวด้วยกันด้วย ก็รู้ว่าเป็นแฟนกัน แต่ใครจะไปรู้กันว่าจะมาจู๋จี๋กันคาสายน้ำเกลือแบบนี้

                “เออ...เดี๋ยวฉันมาใหม่ก็ได้ ไม่กวนละ” ปัณณ์ที่อยู่ในชุดคนไข้เหมือนกันว่าแล้วทำท่าจะเดินกลับไปจนผู้กองคณินต้องเรียกเอาไว้

                “เดี๋ยว! จะมาเยี่ยมก็มา ไม่ได้ว่าอะไร” ว่าแล้วผู้กองคณินก็ลุกลงจากเตียงของขวัญตาในขณะที่เธอยังนั่งอยู่ในห่อผ้าห่มอยู่เลย เธอแอบหันมาสบตากับคนรักอย่างเขินๆ แล้วก็หันมายิ้มให้เพื่อนอย่างอายๆ ด้วย ปกติเวลาอยู่กับเพื่อนเธอจะเป็นคนที่ค่อนข้างล้นๆ แล้วก็ร่าเริง ชอบแกล้งและกวนประสาทคนไปเรื่อย แต่พอต้องมาเผชิญหน้ากับเพื่อนแบบนี้ขวัญตาก็แอบอายอยู่ไม่น้อย

                “ฉันจะกลับกรุงเทพฯ แล้วน่ะเลยแวะมาเยี่ยม ก่อนหน้านี้เห็นมีคนมาเยี่ยมแกเยอะเลยไม่กล้าเข้ามา” ปัณณ์บอกแล้วยื่นช่อดอกไม้เยี่ยมไข้ให้ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้พันกรันณ์กับพี่สะใภ้ของขวัญตาก็ไปเยี่ยมเขากับก้านตองมาแล้ว เพราะรู้มาว่าที่เขาต้องเจ็บตัวแบบนี้ก็เพื่อพยายามจะเข้ามาช่วยเพื่อนจากนักโทษทั้งสามคนนั่น

                “ปัณณ์หายดีแล้วหรอ ไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย”

                “ก็มีเคล็ดขัดยอกนิดหน่อยแหละ เดี๋ยวก็หาย ฉันแค่ถูกตีหลังนะ ไม่ได้ถูกยิงหรือถูกแทงอย่างพวกแก ไอ้ตองมันก็อาการดีแล้ว ดีที่ว่าชุดฝึกที่ใส่อยู่มันหนามีดเลยแทงเข้าไปไม่ลึกมากแล้วก็ไม่โดนจุดสำคัญอะไร วันนั้นอาจารย์หมอก็อยู่กันเยอะเลยรักษาได้เร็ว”

                “ขอบใจนะที่เข้ามาช่วยจนพลอยเจ็บตัวไปด้วยกัน สงสัยออกจากโรงพยาบาลไปพวกเราสามคนต้องไปทำบุญกันครั้งยิ่งใหญ่แล้วแหละ”

                “เออ แม่ฉันก็บอกแบบนั้น” ปัณณ์บอกขำๆ “แล้วแกล่ะเป็นไง จะหายเดี้ยงเมื่อไหร่”

                “ตอนนี้ปลอดภัยดีไม่กี่วันก็กลับบ้านได้แล้วล่ะ เดี๋ยวก็ได้กลับไปเป็นท่านขวัญตาที่วิทยาลัยเหมือนเดิมแล้ว” ความแก่นเซี้ยวของเธอเป็นที่เลื่องลือจริงๆ ผู้กองคณินได้ยินเธอพูดคุยกับเพื่อนก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเธอเป็นตัวแสบของทางวิทยาลัย ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องแอบหนีไปซื้อขนมย่านอนุสาวรีย์ฯ มากินเป็นประจำ เมื่อตอนเรียนมัธยมก็เป็นท่านขวัญตาแห่งท่าน้ำนนท์ เป็นนักเรียนขาโจ๋ พอโตเป็นสาวมาเรียนหมอ ก็มาเป็นท่านขวัญตาเจ้าถิ่นครองย่านอนุสาวรีย์ฯ อีก ต่อไปจะไม่เป็นท่านขวัญตาแห่งชายแดนแม่น้ำเมยหรอ ยัยตัวแสบของเขา ท่าจะซ่าจนไม่ยอมหมดฤทธิ์ง่ายๆ นะเนี่ย


*****************************************************************************************************

พี่จ๋าเริ่มอัพเลเวลแล้ว จากอบอุ่นละมุนๆ เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ยัยหนูจะไหวมั้ยน้า

ตอนต่อไปอย่าลืมพกผ้าเช็ดหน้าเอาไว้นะคะ เลือดพุ่งหมดตัวแน่ๆ >///<

********************************************************************************

วันนี้ลงดึกนะคะเนื่องจากไรท์ติดงานที่มหาลัย แล้วงานหนักมากกกกกกกก 

กลับมาสลบเลยค่ะ เลยเพิ่งตื่นมาอัพนิยายให้

*********************************************************************

ตัวอย่างตอนต่อไปมาลงให้เย็นๆ พรุ่งนี้นะคะ ในเพจ นิยายรัก - ปากกานางไม้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 473 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1052 Nobody (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 23:43

    เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ​ ​เขียนดีและสนุกมาก​ๆ​ไม่มีเบื่อเลย ความยาวก็อ่านจนจุใจ​ อ่านแบบลื่นไม่มีสะดุด​ไม่ค้างคา​ อ่านแล้วอินมาก​ เสียน้ำตาก็หลายฉาก​ช่วงหน่วงคือหน่วงสุด​ ช่วงหวานก็หวานจนนึกว่าตัวเองเป็นนางเอก​ เขินแทนนางเอกจนแทบตัวบิดเลยทีเดียว​ รวมๆแล้วชอบมากกก​ แต่งนิยายดีๆแบบนี้อีกต่อๆไปนะค้า

    #1052
    0
  2. #1051 Big -M- (@big-m-) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 19:01
    สนุกมากๆๆๆเลยค่ะ อ่านทีเดียวโลด แต่ละตอนก็ยาวจุใจมาก เราแอบเสียน้ำตาลให้หลายตอนเลย ทุกอารมณ์มาครบ เป็นกำลังใจให้นะคะ ดีมากจริงๆ
    #1051
    1
  3. #1049 pudsiri (@pudsiri) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 17:49
    ชอบมากๆๆๆเรื่องนี้ อยากอ่านยาววๆๆ สนุกมากๆนะคะไรท์ ..ขอบคุณที่แต่งให้อ่าน &#128149;&#128149;มีอีบุ้คหรือพิมพ์หนังสือมั้ยคะ
    #1049
    3
    • #1049-2 pudsiri (@pudsiri) (จากตอนที่ 96)
      21 กรกฎาคม 2562 / 18:04
      รอค่ะรอ..สนุกมากๆค่ะ ชอบที่สุด
      #1049-2
    • 21 กรกฎาคม 2562 / 18:32
      ขอบคุณมากค่า
      #1049-3
  4. #1047 เฆมสีฟ้า (@Cielblue) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 15:34
    ยิ่งอ่าน ยิ่งไม่อยากให้จบ
    #1047
    1
  5. #1044 oomaam (@oomaam) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:34
    ผู้กองนที เมื่อไหร่จะสมหวังกะเค้าสักทีน้อ อยากให้มีคู่เหมือนคู่อื่นๆแล้วค่ะ
    #1044
    1
  6. #1043 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 15:22
    รักนิยายเรี่องนี้ของไร้ท์มากๆๆๆๆๆๆๆๆขอบคุณอย่าเพิ่งจบนะคะ
    #1043
    2
  7. #1041 Song (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 10:37

    เมื่อไหร่เขาจะได้กันอ่าไรท์

    #1041
    1
  8. วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 09:12
    พี่จ๋า กะหนูจ๋านี่ ทำให้นึกถึง จ่าซอ กับหมอมยองจู อบอุ่นนน มาก

    ไรท์คะ ขอผู้กองนทีให้หาคนที่ดีต่อใจมากๆมาได้แล้วน้า เสียน้ำตากับผู้กองมาแล้ว อยากให้สมหวังสักที
    #1040
    1
  9. #1039 au2515 (@au2515) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 07:50

    มาไว้ๆนะไรท์ หรือจะให้พี่ไปเรียนแทนที่มหาลัย แล้วให้ไรท์มาอัทเดทต่อ พี่ทำให้ได้น่ะค่ะ แล้วขอแถมเรื่องพี่ภูเต็มเรื่องด้วยได้ไหมค่ะ อยากมีเธอไว้ทั้งสองคน
    #1039
    1
  10. #1038 eve (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 07:44

    หวาน อบอุ่มมาก ส่วนพี่รันก็ยังเป็นพี่รัน ความหวงไม่เคยลดระดับ อิอิ

    #1038
    1
  11. #1037 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 07:36
    อ่านเรื่องนี้แล้วชอบความรักความอบอุ่นที่ทุกคนมีให้กันจังเลยค่ะ
    #1037
    1
  12. #1036 MojitoHawaii (@Laris_LL) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 03:08

    โอ๊ยพี่จ๋า น้องจะไม่ไหว
    #1036
    1
  13. #1035 Jane_jean (@Jane_jean) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 01:26

    พี่จ๋านี้มันในโรงพยาบาลนะ ใจเย็นๆหน่อยนะ
    #1035
    1
  14. #1034 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 01:17

    พี่จ๋าช่างเร่าร้อนกับท่านขวัญตาจริงๆ
    #1034
    1
  15. #1033 Na'thai (@yoknahathai) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 01:06
    เสือซ่อนเล็บนี่พี่จ๋าาาาาา
    #1033
    1
  16. #1032 lunlapaitua (@toxicjing) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 01:04
    รักแล้วทำยังไงดี ฮือออ
    #1032
    0
  17. #1031 Tanya (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 00:23

    ขอบคุณนะคะ ❤

    #1031
    0
  18. #1030 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 00:07
    งื้อออออ จิกโทรสับแทบหน้าจอจะแตกละ อะไรจะอัพเลเวลขนาดนั้น ก่อนนั้นยังร้องไห้น้ำตาท่วมป่าอยู่เลย ทีงี้มดแทบเบียดกันเดิน แก๊งฟันน้ำนมนี่อย่างฮา เอาเชื้อพ่อมาแบบไม่มีกั๊ก ไนเปอร์นี่ท่าจะแสบกว่าพี่ๆ เพราะนางผสมมาทั้งแม่และพ่อ ยอมๆๆๆ ลูกชายหมอกรคิดดีแล้วเหรอจะจีบไนเปอร์ รออ่านตอนต่อไป ว้าปไปตอนหน้าเลยได้มั้ยไรท์
    #1030
    1
  19. #1029 Bumbim's Tepamongkol (@bbtpmk) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:59
    พี่จ๋าของหนูจ๋าน่ารักจังเลยแงงงงงงงงง ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะทติดตามน้าาา &#128149;
    #1029
    1