ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 42 : ก็คนมันหึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 361 ครั้ง
    23 เม.ย. 62


42.ก็คนมันหึง

 

                ผู้กองกรันณ์อยู่นราธิวาสจนกระทั่งถึงวันพิธีพระราชทานเพลิงศพของตันหยง ซึ่งในวันนี้ท่านนายพลปภพ คุณหญิงกรกชและขวัญตาก็กลับมาร่วมงานศพกันอีกครั้ง แขกผู้หลักผู้ใหญ่มากมายที่มาร่วมงานมีทั้งฝ่ายของเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจจากหน่วย กรม กองต่างๆ รวมถึงฝ่ายพลเรือนทั่วไป ข่าวการลอบสังหารผู้กองกรันณ์จากผู้ก่อความไม่สงบดังเซ็งแซ่ไปทั่วงาน ยิ่งรู้ว่าผู้กองหนุ่มปลอดภัยและเล่นงานคนร้ายคืนด้วยฝีมือการแม่นปืนระดับเทพยิ่งทำให้ทหารและตำรวจหลายนายล้วนแต่อยากรู้จักเขา บ้างก็เข้ามาทักทายพูดคุยด้วย

                ราชาวดีแต่งกายด้วยชุดเสื้อกาวน์สีขาวของแพทย์แบบเต็มยศแล้วสวมปลอกแขนสีดำที่แขนข้างซ้ายเพื่อเป็นการให้เกียรติและไว้อาลัยตันหยง พร้อมทั้งคอยดูแลแม่ของตันหยงด้วยเพราะหญิงสูงวัยยังทำใจที่ต้องสูญเสียลูกสาวไปไม่ได้จนเป็นลมล้มพับไปแล้วหลายรอบ

                “ลูกแม่ ลูกแม่ไม่อยู่แล้ว” แม่ของตันหยงร้องไห้คร่ำครวญก่อนจะกอดราชาวดีเอาไว้แน่น ตลอดหลายวันที่สวดอภิธรรมศพของตันหยงราชาวดีมาอยู่ช่วยงานตลอด โดยเฉพาะงานดูแลแม่ของตันหยง ความห่วงใยที่มากด้วยความจริงใจทำให้ครอบครัวของตันหยงเอ็นดูเธอไม่น้อยและเข้าใจในความเสียสละของตันหยงมากขึ้น

                “แม่ไม่มีลูกสาวแล้วหมอแก้ม ไม่มี” ราชาวดีกอดแม่ของตันหยงเอาไว้แน่น เธอพยายามเก็บกลั้นน้ำตาเอาไว้เพราะหากเธอร้องไห้ออกมาอีกแม่ของตันหยงก็จะยิ่งร้องไห้หนักขึ้น มือบางค่อยๆ ลูบหลังแม่ของตันหยงเบาๆ อย่างปลอบโยน

                “งั้นก็คิดว่าแก้มเป็นลูกสาวอีกคนก็ได้นี่คะ” เธอบอก ในเมื่อตันหยงไม่ได้อยู่ทำหน้าที่ของลูกสาวเพื่อสละชีวิตให้เธอกับสามี งั้นเธอก็จะช่วยดูแลแม่ของตันหยงให้

                “คุณแม่ต้องสู้ต่อไปนะคะ คุณแม่ยังมีลูกอยู่อีกตั้งสองคน สู้เพื่อลูกชายของคุณแม่นะคะ” แม้ว่าตันหยงจะเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านแต่เธอก็มีน้องชายอยู่สองคนในวัยสิบแปดปีและยี่สิบเอ็ดปี ซึ่งน้องชายคนโตนั้นได้บวชให้กับตันหยงในครั้งนี้ด้วย

                “ลูกเราตายอย่างสมเกียรติแล้วนะแม่ แม่ควรจะภูมิใจในตัวลูกสาวเรานะ” พ่อของตันหยงช่วยปลอบภรรยาก่อนที่ทั้งสองคนจะกอดกันเอาไว้แน่นเป็นภาพที่ชวนให้น่าหดหู่ยิ่งนัก

                ขวัญตาได้แต่มองภาพตรงหน้าแล้วก็ถอนหายใจ ก่อนที่ผู้หมวดนทีจะเดินผ่านหน้าเธอไปเพื่อไปคอยดูแลพ่อตากับแม่ยายของเขา ถึงแม้จะไม่ได้มีความรักที่หวือหวาเช่นคนอื่นๆ แต่เด็กสาวก็สัมผัสได้ถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของผู้หมวดนทีได้เป็นอย่างดี ปกติแล้วเขาจะเป็นคนที่อารมณ์ดีมากๆ ช่างพูดคุยและแซวคนอื่นเล่นเป็นประจำ เธอไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้เลย เอาแต่เงียบขรึมไม่พูดไม่จา เธอไปชวนคุยด้วยก็ไม่ค่อยจะพูดเหมือนเมื่อตอนที่โม้เรื่องเกี่ยวกับแม่น้ำเมยให้เธอฟัง น่าเสียดายแทนตันหยงเสียจริงที่เธอไม่ได้อยู่ครองรักกับเขา

                ตุ๊บ! ยืนมองผู้หมวดนทีกับราชาวดีช่วยกันดูแลแม่ของตันหยงอยู่ดีๆ ก็มีใครบางคนเดินมาชนกับเธอเข้าจนพานดอกไม้จันทน์สองพานที่เขาถือมาหล่นลงไปกับพื้น

                “ขอโทษครับ” คนที่ชนเธอรีบขอโทษแล้วก้มลงไปเก็บดอกไม้จันทน์ใส่พานตามเดิมขวัญตาจึงก้มลงไปช่วยเขาเก็บด้วย แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อมองหน้าอีกฝ่าย

                “นายเป็นน้องชายของผู้หมวดตันหยงใช่มั้ย” เธอถามชายหนุ่มที่กำลังเก็บดอกไม้จันทน์ใส่พานอยู่เพราะจำเขาได้ตั้งแต่วันงานรดน้ำศพตันหยงแล้ว

                “ใช่ แล้วเธอเป็นใคร” ชายหนุ่มถามเธอกลับ สะดุดตากับสาวสวยท่าทางเหมือนลูกคุณหนูตรงหน้า ซ้ำเธอยังแต่งชุดนักเรียนมัธยมปลายกระโปรงสีกรมท่า เสื้อเชิ้ตนักเรียนสีขาวแขนยาวผูกเนคไทอีก ที่อกเสื้อปักอักษรย่อของโรงเรียนเอกชนชื่อดังเสียด้วย

                “ฉันชื่อขวัญตา เป็นน้องสาวของพี่รัน เออ...ผู้กองกรันณ์น่ะ”

                “อ๋อ น้องสาวพี่รัน” เขาพยักหน้าตอบเพราะรู้จักผู้กองกรันณ์ดีตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นทหารพรานอยู่นราธิวาส แล้วก็รู้กันทั้งบ้านด้วยว่าตันหยงพี่สาวของเขารักผู้กองกรันณ์ นี่ก็ยังแปลกใจกันอยู่เลยที่รู้ว่าผู้กองกรันณ์แต่งงานมีเมียแล้ว และตันหยงก็มีสามีแล้วเป็นผู้หมวดอีกคน

                “นายชื่ออานัสใช่มั้ยฉันอ่านจากประวัติผู้หมวดตันหยง เห็นว่ามีน้องชายสองคน รู้มั้ยว่านายกับฉันอายุเท่ากันเลย”

                “อยู่ ม.6 หรอ”

                “ใช่ ฉันกำลังอยู่ในช่วงเตรียมสอบเรียนหมอ ฉันอยากเป็นหมอที่เก่งเหมือนพี่สะใภ้ของฉัน แล้วนายล่ะ”

                “ฉันจะเป็นทหารพรานเหมือนพี่สาวฉัน บ้านฉันมีเหตุการณ์ไม่สงบ พี่ฉันก็มาตายในหน้าที่แบบนี้อีกฉันก็เลยอยากจะปกป้องทุกคนเอาไว้”

                “หูย ความคิดนายดีมากเลย” ขวัญตารีบชูนิ้วให้อีกฝ่าย ก่อนจะมองมาที่พานดอกไม้จันทน์

                “มา ฉันช่วย” ขวัญตาบอกแล้วช่วยอานัสถือพานดอกไม้จันทน์ไปเตรียมเอาไว้ที่บริเวณด้านหน้าเมรุเผาศพของตันหยงซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้สดหลายชนิด เพราะรู้ดีว่าที่พี่ชายและพี่สะใภ้ของตัวเองรอดตายกันมาได้เพราะมีตันหยงช่วย อีกอย่างขวัญตาก็เคยมีเรื่องกับตันหยงมาก่อนเธอจึงทั้งรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของตันหยงและรู้สึกผิดต่อตันหยงด้วย ดังนั้นเด็กสาวจึงอยากจะช่วยงาน ช่วยในสิ่งที่เธอพอจะทำได้ เด็กไม่ค่อยเรียบร้อยอย่างเธอถ้าไปอยู่แต่กับผู้ใหญ่มากๆ อาจจะดูเป็นม้าดีดกะโหลกไป การได้มาช่วยงานอานัสที่อายุพอๆ กันจึงทำให้เธอวางตัวง่ายไม่ต้องคอยเกร็งตลอดเวลา งานนี้ผู้หลักผู้ใหญ่เยอะเหลือเกิน เธอทำตัวไม่ค่อยถูก

                “ทำไมนายไม่บวชให้พี่สาวนายบ้างล่ะ” ขวัญตาถามขึ้นมาอีกจนอานัสต้องถอนหายใจ ยัยลูกคุณหนูนี่ชวนเขาพูดไม่หยุดเลย คนกำลังเสียใจกับพี่สาวอยู่ เธอไม่เข้าใจบ้างรึยังไงว่าเขาไม่มีอารมณ์จะพูดมาก

                “ถ้าฉันบวชอีกคนแล้วใครจะดูแลพ่อกับแม่ อีกอย่างถ้าบวชก็คงเป็นได้แค่เณร ไว้อายุครบยี่สิบปีแล้วค่อยบวชให้ใหม่ก็ได้นี่” ถึงจะรู้สึกรำคาญแต่ก็ตอบตามมารยาท

                “ปีหน้าก็อายุสิบเก้าแล้ว นายจะสมัครเป็นทหารพรานเลยใช่มั้ย”

                “คงงั้น”

                “ฟิตร่างกายพร้อมแล้วรึยัง ทหารพรานไม่ใช่จะเป็นกันได้ง่ายๆ นะ ถ้าเทสร่างกายไม่ผ่านก็อดเป็นนาจา” ขวัญตายังคงเจื้อยแจ้วต่อด้วยภาษาขี้เล่นตามแบบฉบับของตัวเอง

                “ที่นราธิวาสก็มีทหารพรานอยู่หลายหน่วยนะ นายจะอยู่หน่วยไหนล่ะ”

                “กรมทหารพรานที่ 46

                “ที่เดียวกับพี่สาวนายเลยหรอ นายยิงปืนเป็นแล้วยัง”

                “เดี๋ยวเขาก็ฝึกให้”

                “แล้วหมัดมวยล่ะ เป็นมั้ย เห็นแบบนี้แต่เทควันโดและคาราเต้ฉันก็สายดำนะจะบอกให้” ว่าแล้วก็ทำท่าตั้งการ์ดขึ้นโชว์จนคนที่ยังทำหน้าซึมอยู่เผลอหลุดขำออกมาเบาๆ ไม่คิดว่าความช่างพูดและร่าเริงของเธอจะทำให้เขาคลายความเศร้าลงไปได้

                “ฮั่นแน่! หัวเราะออกมาแล้ว ถ้าอยากฝึกมวยกับฉันล่ะก็ไว้เสร็จงานไปหาดอกไม้ธูปเทียมมาคำนับฉันเป็นอาจารย์นะ ฉันจะรับนายศิษย์เอง แล้วจะได้รู้ว่าท่านขวัญแห่งท่าน้ำนนท์เจ๋งมากแค่ไหน” คนช่างพูดคุยโม้ใหญ่โตจนอานัสแทบจะหุบยิ้มไม่ลง ไม่คิดว่าโลกของเธอจะสดใสได้มากมายขนาดนี้  

                เด็กหนุ่มสาวทั้งสองที่พูดคุยกันอยู่อย่างสนิทสนมที่โต๊ะดอกไม้จันทน์ทำให้ร่างสูงในชุดขาวนายทหารคล้องกระบี่อยู่ในเต็นท์รับรองได้แต่มองอย่างไม่พอใจ มือแกร่งกำกระบี่นายร้อยของตัวเองเอาไว้แน่นจนผู้กองกรันณ์ที่ยืนอยู่ด้วยกันต้องหันมามองว่าลูกน้องตนเป็นอะไร ครั้งพอมองตามสายตาของผู้หมวดคณินไปยังบริเวณโต๊ะดอกไม้จันทน์ผู้กองกรันณ์ก็พอจะเข้าใจอะไรๆ แล้ว นี่ผู้หมวดกำลังหึงน้องสาวเขาหรอ

                “หมวด ประธานพิธีมาแล้ว” ผู้กองกรันณ์บอกเมื่อประธานในพิธีที่เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบก เดินเข้ามาในงานพร้อมกับขบวนเชิญหีบเพลิงพระราชทาน ผู้หมวดคณินจึงจำใจละสายตาออกจากเด็กหนุ่มสาวทั้งสองด้วยหัวใจที่ยังครุกรุ่นอยู่

                พิธีพระราชทานเพลิงศพตันหยงจัดขึ้นอย่างสมเกียรติของทหารกล้า แขกที่มาร่วมงานมีมากมายโดยเฉพาะเพื่อนพี่น้องทหารตำรวจ แม้แต่นักข่าวยังมารอทำข่าวกันด้วย ขวัญตากับอานัสมีหน้าที่แจกดอกไม้จันทน์ให้กับแขกในงานเพื่อนำขึ้นไปวางให้กับตันหยง แจกดอกไม้จันทน์ให้แขกในงานคนอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก แต่มีแขกคนหนึ่งนี่สิที่มาแปลกจนขวัญตาอดเอียงคอมองเขาไม่ได้

                “อ๊ะ!” ขวัญตาอุทานเมื่อมือแกร่งยื่นมารับดอกไม้จันทน์จากเธอแล้วกำมือเธอเอาไว้แน่นทำหน้าดุ ดุอย่างเดียวไม่พอยังปรายตามามองทางอานัสอีกอย่างเอาเรื่อง

                “พี่คณินรู้จักขวัญด้วยหรอ”

                “เออ!” ผู้หมวดคณินตอบเสียงห้วนอย่างเอาเรื่องอีกฝ่ายเต็มที่จนผู้กองกรันณ์ต้องรีบเดินเข้ามาห้ามศึกของลูกน้องตนโดยการดึงมือขวัญตาออกจากผู้หมวดคณินเอง

                “ไปอยู่กับคุณหญิงป้าไป” เขาบอกน้องสาวก่อนจะหันมาทางลูกน้องอย่างไม่ชอบใจ

                “นี่งานศพนะ ให้เกียรติคนตายหน่อยหมวด” ว่าแล้วก็ส่ายหน้าให้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะรับดอกไม้จันทน์จากอานัสมาแล้วพาราชาวดีเดินขึ้นไปวางดอกไม้จันทร์ให้ตันหยงด้วยกัน ผู้หมวดคณินเห็นแก่ตันหยงเลยยอมดับอารมณ์หึงของตัวเองลงแล้วถือดอกไม้จันทน์ขึ้นไปบนเมรุด้วยอีกคน

                หลังจากที่มีการวางดอกไม้จันทน์เสร็จก็จะเป็นการเชิญธงชาติคลุมโลงศพออกมา โดยผู้ทำหน้าที่เชิญธงชาติเป็นนายทหารสี่นายคือ ผู้กองกรันณ์ ผู้กองสุรชัย ผู้หมวดคณินและผู้หมวดนที ซึ่งนายทหารทั้งสี่จะแต่งเครื่องแบบชุดขาวนายทหารติดเครื่องหมายต่างๆ แบบเต็มยศและคล้องกระบี่เดินขึ้นไปบนเมรุอันเป็นที่ตั้งโลงศพของตันหยง จากนั้นก็ทั้งสี่นายก็วันทยาหัตถ์เพื่อเคารพศพ ก่อนจะเดินไปยังมุมทั้งสี่ของผืนธงชาติที่คลุมโลงศพเอาไว้ แล้วจึงทำการยกผืนธงชาติขึ้นก่อนเดินปรับมุมธงให้ธงชาติเป็นแนวทางยาวเหนือโลงศพ ผืนธงชาติที่ใช้คลุมโลงศพของตันหยงถูกเชิญลงมาจากเมรุโดยที่นายทหารทั้งสี่นายจะถือมุมธงชาติเอาไว้คนละมุมและระวังไม่ให้ผืนธงชาติสัมผัสพื้น จนเมื่อมาหยุดยืนต่อหน้าผู้บัญชาการมณฑลทหารบกซึ่งเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายทหารทั้งสี่ก็ทำการพับผืนธงชาติใส่กรอบที่เตรียมเอาไว้ จนแล้วเสร็จผู้กองกรันณ์จึงเป็นคนนำกรอบผืนธงชาตินั้นส่งให้กับผู้บัญชาการมณฑลทหารบก เพื่อให้ท่านนำไปมอบให้กับพ่อของตันหยงต่อพร้อมด้วยเหรียญเกียรติยศและเงินช่วยเหลือต่างๆ แม่ของตันหยงที่พยายามทำใจกับการจากไปของลูกสาวถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปอีกรอบเมื่อเห็นสามีถือกรอบผืนธงชาติที่ใช้คลุมโลงศพของลูกสาว จนราชาวดีที่คอยดูแลหญิงสูงวัยอยู่ต้องรีบกอดประคองเอาไว้พร้อมทั้งทำการปฐมพยาบาลให้ หลายๆ คนที่มาร่วมงานพากันหลั่งน้ำตาออกมาอย่างเศร้าสลด โดยเฉพาะเพื่อนอาสาสมัครทหารพรานหญิงของตันหยงที่ทุกคนได้แต่กอดกันร้องไห้กับการสูญเสียเพื่อนร่วมงาม ร่วมอุดมการณ์ไป

                ความสูญเสียในครั้งนี้สร้างบาดแผลในใจให้กับใครอีกหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้หมวดนทีที่ยืนหลั่งน้ำตามองดูกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากปล่องไฟของเมรุเผาศพคนรักของเขา เขากำแหวนญาติวงน้อยเอาไว้ในมือก่อนจะยกขึ้นมาจูบเบาๆ อย่างสุดแสนจะคิดถึงคนรัก ความเศร้าเสียใจทำให้ร่างสูงถึงกับทรุดกายลงไปนั่งคุกเข่าลงที่หน้าเมรุแล้วหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่อายผู้คนภายในงานจนผู้หมวดคณินกับผู้หมวดไกรจักรต้องรีบเข้าไปปลอบเขา

                “ไอ้อ่องเส็ง...” ผู้หมวดนทีกัดฟันพูดอย่างเจ็บแค้น “มึงฆ่าเมียกู...กูจะตามไปฆ่ามึงคืน มึงจะต้องตายทรมานมากกว่าเมียกูเป็นร้อยเท่าพันเท่า กูจะฆ่ามึง!” เขาว่าออกมาที่ด้านหน้าเมรุ กำแหวนญาติไม่ยอมปล่อย ดวงตาคู่คมมีแต่ความแค้นฉายแววออกมาจนนึกอยากจะตามล่านายพลอ่องเส็งและฆ่าให้ตายเสียเดี๋ยวนี้

 

                หลังพิธีพระราชทานเพลิงศพของตันหยง ครอบครัวของท่านนายพลปภพก็มาพักกันอยู่ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เพื่อค้างคืนที่นี่หนึ่งคืนก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ซึ่งพอรู้ว่าท่านนายพลปภพจะอยู่ค้างที่นี่ผู้การที่อยู่ประจำหน่วยฯ ก็รีบจัดแจงเตรียมที่พักให้อย่างดิบดีทั้งๆ ที่ท่านนายพลปภพบอกว่าขอแค่ที่พักแบบเรียบง่ายก็พอ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้ว แต่มีหรือที่ผู้การจะยอมเสียมารยาทเมื่อท่านนายพลให้เกียรติมาค้างแรมที่หน่วยฯ ของเขา เขาก็เลยต้องบริการให้ดีที่สุด ถึงแม้จะไม่ค่อยปลื้มกับคนเป็นลูกชาย แต่พ่อเล่นยศใหญ่ขนาดนี้ผู้การก็ไม่กล้าหือด้วยแล้ว

                “ขวัญ จะไปไหนลูกเย็นแล้วนะ” คุณหญิงกรกชถามหลานสาวขึ้นในตอนเย็นหลังกลับมาจากวัดแล้ว ขวัญตาที่ยังแต่งชุดนักเรียนอยู่จึงหันมาฉีกยิ้มให้

                “จะไปหาพี่หมอแก้มที่บ้านพักพี่ผู้กองสุรชัยค่ะ คุณป้าไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวขากลับจะให้พี่รันมาส่ง”

                “อย่ากลับคนเดียวนะ ต้องให้พี่รันมาส่งนะเข้าใจมั้ย” คุณหญิงกรกชสั่งย้ำด้วยความเป็นห่วงขวัญตาจึงรีบตรงไปยังบ้านพักของเหล่าทหาร ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาหาราชาวดีหรอก เธอตั้งใจจะมาหาผู้พันคีรินทร์ต่างหาก ว่าจะมาขอความรู้เกี่ยวกับทหารพรานเพิ่มสักหน่อยเพื่อจะได้เอาข้อมูลนี้ไปให้อานัส เพื่อนใหม่ของเธอซึ่งเขาตั้งใจจะสมัครเข้ามาเป็นทหารพรานตามพี่สาว

                “พี่ผู้พัน!” เธอเรียกขึ้นทันทีเมื่อเห็นหลังชายหนุ่มไวๆ ซึ่งเขากำลังจะเดินเข้าไปในบ้านพักของผู้กองสุรชัย

                “พี่ผู้พันรอขวัญก่อน” เธอรีบวิ่งเข้าไปดึงแขนชายหนุ่มเอาไว้แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา แต่พอเห็นหน้าคนที่เธอดึงแขนเอาไว้เท่านั้นล่ะขวัญตาก็รีบปล่อยมือทันทีเมื่อเพิ่งจะรู้ตัวว่าทักคนผิดเข้าให้ แล้วทักใครไม่ทัก ดันมาทักคนหล่อหน้าดุเข้าให้ โอย ตายๆ มืดๆ แบบนี้ เห็นยังแต่งชุดขาวนายทหารคล้องกระบี่อยู่เธอก็นึกว่าเป็นผู้พันคีรินทร์เสียอีก

                “ไปตัดแว่นมาใส่ไป” คนหน้าดุบอกแล้วจะเดินหนีเธอไป ขวัญตาจึงรีบเดินมาขวางทางเขาเอาไว้

                “ผู้หมวดเป็นอะไร โรควัยทองกำเริบหรอ” เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เมื่อไหร่เขาจะหายเป็นโรคนี้เสียทีนะ

                “ใช่ซี้ พี่มันแก่แล้วนี่ จะไปสู้หนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันได้ยังไง” เขาตัดพ้อ

                “ฮะ!” ขวัญตางง นี่เขาพูดเรื่องอะไรกัน ดราม่าอะไรอีกล่ะเนี่ย

                “แล้วนี่มาหาผู้พันมีเรื่องอะไร” เขาเปลี่ยนเรื่องพูด สงสัยว่าเธอมีธุระอะไรกับผู้พันคีรินทร์

                “อ๋อ อานัสน้องชายผู้หมวดตันหยงเขาจะสมัครเป็นทหารพรานปีหน้าฉันก็เลยจะมาขอความรู้จากพี่ผู้พันไปชี้แนะเขาน่ะ” ขวัญตายิ้มบอก ยังไม่เคยรับรู้ถึงอารมณ์หึงของคนว่ามันเป็นยังไง ในขณะที่ผู้หมวดคณินหึงจนหน้าดำหน้าแดง จากที่ตั้งใจจะมาชวนผู้กองกรันณ์ไปกินมื้อเย็นที่บ้านพักเพื่อนอาสาสมัครทหารพรานที่เคยทำงานด้วยกันเมื่อสมัยก่อนเป็นต้องหมดอารมณ์หมุนกายเดินหนีออกมาทันที

                “เป็นอะไรของเขากัน” ขวัญตายกมือขึ้นเกาศีรษะตัวเองอย่างงงไม่หายก่อนจะเดินตามเขาไปอีก

                “ผู้หมวด เดี๋ยวก่อนสิ เป็นอะไรไปอีกล่ะเนี่ย” เธอวิ่งเข้าไปจับแขนเขา แต่เขากลับดึงแขนตัวเองคืนแล้วเดินหนีต่อ ขวัญตาที่ชักจะเริ่มฉุนแล้วก็เลยหยิบก้อนหินบนพื้นขึ้นมาแล้วปาใส่หลังเขาเต็มๆ

                ตุ๊บ!!! ได้ผล เขาหยุดเดินทันทีแล้วหันมาจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง พอเห็นสีหน้าอีกฝ่ายขวัญตาก็เริ่มเหงื่อตก กะว่าจะแกล้งเล่นๆ แต่สีหน้าแบบนี้เหมือนเขาจะเข้ามาหักคอเธอเลย

                “หนอย...ยัยเด็กนี่...”

                “อย่านะ!!!” ว่าแล้วขวัญตาก็รีบวิ่งหนีเขาทันทีเมื่อผู้หมวดคณินวิ่งไล่จะจับเธอมาลงโทษ แต่ยิ่งเขาวิ่งไล่เธอก็ยิ่งวิ่งหนีไปทั่วสนามหญ้าแล้วหัวเราะคิกคักออกมาให้ผู้หมวดคณินหมั่นไส้เธอเข้าไปใหญ่ และวิ่งตามได้ไม่ทันไรเขาก็จับเธอเอาไว้ได้จนขวัญตาหน้าจ๋อยไปเลย

                “เป็นทหารอย่ารังแกเด็กนะ” เธอว่าเมื่อถูกจับได้ก่อนที่เขาจะหิ้วเธอไปนั่งด้วยกันที่ม้านั่งริมสนามหญ้า

                “ขอตีให้ขาลายหน่อยเถอะ”

                “ลองตีสิจะแหกปากร้องให้ดังๆ เลย” เธอว่าแล้วเชิดหน้าใส่อย่างไว้ตัวผู้หมวดคณินก็เลยถอนหายใจออกมาก่อนจะนิ่งเงียบไปท่ามกลางความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้ามาจนเห็นดาวเต็มท้องฟ้าไปหมด

                “ผู้หมวดงอนอะไรฉันกันวันนี้ ก่อนหน้านี้ยังดีๆ อยู่เลย” ขวัญตาถามขึ้นเมื่อเขาเงียบอยู่นาน

                “ยังไม่รู้ตัวอีกหรอ”

                “รู้ตัวอะไร วันนี้ฉันยังไม่ได้ก่อเรื่องเลยนะ ตอนอยู่ในงานก็ช่วยงานคนอื่นเขาด้วย พี่รันยังชมฉันเลยว่าวันนี้ฉันทำตัวดี”

                “ไม่ได้หมายถึงเรื่องช่วยงาน”

                “แล้วเรื่องอะไรล่ะ” พอเธอถามกลับผู้หมวดคณินก็เงียบไปอีกรอบจนขวัญตาชักจะหงุดหงิด เมื่อไหร่จะหายจากอาการวัยทองซักทีนะ พี่รันก็อายุเยอะกว่าเขานะ แต่พี่รันของเธอไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลย

                “...ถ้ามีแฟนที่อายุเยอะกว่าเป็นสิบกว่าปีจะอายคนอื่นมั้ย” อยู่ๆ ผู้หมวดคณินก็ถามเธอขึ้น ขวัญตาที่กำลังแอบต่อว่าเขาในใจเลยเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกที

                “ถ้าผู้หมวดจะหมายถึงตัวเองฉันไม่อายหรอก” ทำใจกล้าพูดความจริงออกไปทั้งๆ ที่ร้อนผ่าวไปทั้งหน้าจะแย่แล้ว

                “แล้วถ้ามีหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันมาจีบล่ะ จะเปลี่ยนใจมั้ย”

                “ไม่”

                “ทำไม”

                “พอดีว่ามีตาแก่คนหนึ่งมาขอเอาไว้ บอกว่าให้รออีกห้าปีแล้วจะมาจีบ ไอ้คนรอมันก็รอได้อยู่หรอก แต่คนที่บอกให้รอนี่สิไม่รู้ว่าจะหนักแน่นเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ว่าอีกห้าปีจะหนีไปแต่งงานคนอื่นซะก่อนล่ะ” ขวัญตากอดอกว่าจนคนที่ถูกพาดพิงถึงต้องหัวเราะออกมาเบาๆ ในที่สุด ก่อนจะดึงเอามือข้างซ้ายของเธอมาแล้วสวมแหวนญาติที่นิ้วนางข้างซ้ายให้แบบไม่บอกไม่กล่าว

                “แบบนี้พอจะมั่นใจขึ้นมั้ย”

                “แค่แหวนวงเดียวเนี่ยนะ” ขวัญตามองแหวนญาติที่นิ้วตัวเองซึ่งใส่ได้พอดีราวมันถูกทำขึ้นมาเพื่อเธอ

                “ก็อยากจูบแทนคำสัญญาอยู่หรอก แต่ยังเด็กแบบนี้ ยังแต่งชุดนักเรียนอยู่แบบนี้...ไว้เดี๋ยวโตขึ้นกว่านี้ก่อนนะค่อยทำ”

                “หัวโบราณ”

                “เขาเรียกว่าให้เกียรติคนที่เรารัก” ผู้หมวดคณินว่า แล้วดึงเอามือเธอมากุมเอาไว้ ได้แค่กุมมือเท่านั้นแหละตอนนี้ แต่ได้แค่นี้ก็เรียกว่าดีสุดๆ แล้ว

                ขวัญตาแอบมองเขาแล้วก็ยิ้มออกมาให้กับความเป็นสุภาพบุรุษ แก้มนวลแดงระเรื่อออกมาอย่างน่ารักหากแต่ความมืดมิดยามค่ำคืนทำให้ผู้หมวดคณินมองไม่ออกว่าเธอหน้าแดงมากแค่ไหน เขารับรู้เพียงแค่เธอกุมมือของเขาตอบแล้วเอียงศีรษะมาอิงต้นแขนของเขาเอาไว้

                “พี่รันเคยเล่าให้ฟังว่าพวกทหารจะเรียนเรื่องการดูดาวด้วยใช่มั้ย” เธอถามขึ้นแล้วเงยหน้าขึ้นมองดาวบนท้องฟ้าขณะที่ยังอิงต้นแขนของเขาอยู่และจับมือกับเขาเอาไว้แน่น

                “ใช่ เอาไว้ดูทิศทางเวลาเคลื่อนกำลังพลยามค่ำคืน”

                “ก็ดูเข็มทิศแทนสิ”

                “ถ้าไม่มีล่ะ”

                “สมัยนี้เขามีเป็นแอพพลิเคชั่นในมือถือเยอะแยะ”

                “ถ้ามือถือแบตฯ หมดล่ะ”

                “ก็...ก็...คงนั่งแหกปากร้องไห้หาแม่มั้ง” พอเธอว่าเขาก็หัวเราะออกมาอีกทันที เด็กอย่างเธอนี่ช่างพูดจริงๆ เลย

                “พี่ดูดาวเก่งมากเลยนะ อยากดูดาวเป็นมั้ยเดี๋ยวจะสอนให้”

                “เอาสิ” เธอว่า “นอกจากสอนดูดาวแล้วบอกด้วยนะว่าแอสการ์ดอยู่ไหน เผื่อจะได้เห็นเทพเจ้าธอร์”

                “ของแบบนั้นมันจะไปมีได้ไง”

                “งั้นผู้หมวดก็ไม่เก่งแล้วล่ะ” เธอว่าแล้วทำจมูกย่นใส่ คนถูกว่าก็เลยบีบจมูกเธออย่างหมั่นไส้ก่อนจะยกมือขึ้นชี้ชวนให้เธอดูดาวตามเขา

                ภาพของสองหนุ่งสาวที่นั่งดูดาวอยู่ด้วยกันสลับกับพูดคุยโต้เถียงกันไปมาทำให้ผู้พันคีรินทร์ที่เดินผ่านมาอดมองอย่างขำๆ ไม่ได้ เห็นแบบนี้เขาก็มั่นใจแล้วสิว่าผู้กองกรันณ์จะได้ผู้หมวดคณินเป็นน้องเขยในอนาคต ไอ้รันเอ้ย ไว้มึงมาเห็นภาพนี้ก่อนเถอะโรคหวงน้องสาวมึงได้กำเริบแน่ มัวแต่หลงเมียอยู่นั่นแหละ น้องสาวตัวเองจะถูกลูกน้องคนสนิทงาบอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก

 

                เช้าวันต่อมาครอบครัวของผู้กองกรันณ์ไปร่ำลาครอบครัวของตันหยง ด้วยความซาบซึ้งกับคุณความดีที่ตันหยงทำทำให้ทั้งสองครอบครัวมีไมตรีที่ดีต่อกันด้วยความจริงใจ ท่านนายพลและคุณหญิงซาบซึ้งไม่หายที่ตันหยงช่วยชีวิตลูกชายและลูกสะใภ้ของตนเอาไว้ เช่นเดียวกับที่ผู้กองกรันณ์สัญญากับครอบครัวของตันหยงว่าเขาจะต้องเอาตัวคนที่ฆ่าตันหยงมารับโทษให้ได้ และหากจับเป็นไม่ได้เขาก็จะจับตายแทน ซึ่งหลังจากร่ำลากันเสร็จแล้วทุกคนก็กลับมาที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 อีกครั้งเพื่อเก็บข้าวของ

                “ขวัญ!!! ขวัญตา!!!” เสียงอานัสร้องมาแต่ไกลขณะที่เขาขับรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาภายในหน่วยฯ ทำให้ทุกคนที่กำลังเดินออกมาจากบ้านหันมามองกันโดยเฉพาะผู้หมวดคณิน

                “อ้าว ตามมาทำไมอีก” ขวัญตาเดินเข้าไปคุยกับเพื่อนใหม่ที่เดินถือข้าวของพะรุงพะรังมาหาด้วยรอยยิ้มแสนซื่อและจริงใจ

                “เมื่อกี้นี้ลืมเอาของฝากให้ก็เลยรีบตามมา นึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้วสิ” ว่าจบอานัสก็ยื่นถุงขนมมากมายให้ขวัญตา เธอจึงรีบรับเอาไว้อย่างไม่ให้เขาเสียน้ำใจ

                “โห ขนมเยอะแยะเลย เกรงใจจะแย่แต่ฉันไม่มีของตอบแทนอะไรให้นายเลย”

                “ขอเป็นเบอร์โทร ไลน์ เฟสบุคแล้วก็ไอจีแทนได้มั้ย”

                “ขอเยอะขนาดนั้นจะเอาแผนที่ที่บ้านด้วยมั้ย”

                “ได้ก็ดี”

                “ฉันประชดย่ะ” ขวัญตาว่า อีกฝ่ายเลยหัวเราะเธอออกมาก่อนจะยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้ แต่ขวัญตายังไม่ทันจะได้รับโทรศัพท์ของอานัสมาเลยผู้หมวดคณินก็เดินฉับๆๆ เข้ามาหาแล้วแย่งโทรศัพท์ของอานัสมาถือเอาไว้

                “เป็นเด็กเป็นเล็กควรตั้งใจเรียนกันนะไม่ใช่มาจีบกันแบบนี้”

                “อะไรของพี่เนี่ยพี่คณิน ยุ่งอะไรด้วย” อานัสว่าอย่างไม่ชอบใจตามประสาคนเคยรู้จักกันมาก่อน

                “เอาขนมมาให้แล้วก็รีบกลับบ้านไปเลยไป เสียเวลาคนอื่นเขา” ผู้หมวดคณินไล่ ราชาวดีกับผู้เป็นพี่ชายเลยหัวเราะกันออกมากับท่าทีขี้หึงของผู้หมวดหนุ่ม ท่านนายพลปภพมองๆ ดูก็เลยหันมาพูดกับลูกชาย

                “แหมลูกสาวบ้านนี้ เนื้อหอมจริงๆ”

                “หอมมากไปก็ไม่ดีนะครับพ่อ” ว่าจบผู้กองกรันณ์ก็เดินเข้าไปหาทั้งสามคนทันทีเพราะความหวงน้อง

                “น้องสาวหวงขนาดนี้ ถ้ามีลูกสาวจะหวงขนาดไหน” ผู้พันคีรินทร์เอื้อมแขนมากอดคอน้องสาวเอาไว้ ราชาวดีจึงเพียงแค่ยิ้มเก้อๆ ตอบ

                “อานัส กลับบ้านไปได้แล้วไป ส่วนหมวด ถอยไปห่างๆ ได้แล้ว”

                “โธ่พี่รัน ผมกับขวัญเราแค่เป็นเพื่อนกันนะพี่ พี่ไม่ต้องมาหวงกับผมหรอกน่า เราก็คนรู้จักกันมาหลายปี” อานัสว่า แต่ผู้กองกรันณ์ไม่ได้หวงน้องสาวกับเขา เขารู้ดีว่าขวัญตามองอานัสในแบบเพื่อน แต่ที่เขาต้องไล่อานัสไปก็เพราะผู้หมวดคณินเป็นคนหึงโหดไม่น้อย เกิดอานัสทำอะไรให้ไม่พอใจผู้หมวดคณินได้ยำเขาเละแน่ๆ

                “พี่เขย ช่วยหน่อยสิ” เมื่อผู้กองกรันณ์ไม่ฟังเสียงเขา ซ้ำยังแย่งโทรศัพท์ของเขาจากผู้หมวดคณินมาคืนให้ อานัสก็หันมาขอความช่วยเหลือจากผู้หมวดนทีทันที ผู้หมวดนทีที่เงียบมาโดยตลอด ยังทำใจที่เสียคนรักไปไม่ได้จึงหยิบโทรศัพท์ของอานัสมาก่อนจะจัดการให้ทั้งเฟสบุค ไลน์แล้วก็ไอจีของขวัญตาไป เพราะเขาก็เป็นเพื่อนกับเธอในโลกโซเชียลเหมือนกัน

                “แล้วจะส่งเบอร์ให้ทีหลังนะ”

                “อ้าว ทำไมหมวดทำแบบนี้ล่ะ!” ผู้หมวดคณินหันมาโวยใส่เพื่อนทันที ตั้งใจจะด่าซ้ำแต่พอเห็นแววตาเศร้าไม่หายของคนเป็นเพื่อนก็ไม่กล้าว่าอะไรต่อ

                “กลับบ้านไปดูแลพ่อกับแม่ได้แล้วไป ไว้พี่จัดการแก้แค้นกับไอ้สารเลวที่มันฆ่าตันหยงได้ก่อนแล้วจะย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วย”

                “ฮะ!” ทุกคนพากันตกใจไม่น้อยที่ได้ยินผู้หมวดนทีพูดแบบนี้เพราะตั้งแต่รับราชการทหารพรานมาเขาก็ประจำการอยู่ที่แม่สอดมาโดยตลอด

                “ได้ แล้วผมจะรอพี่ที่นี่นะ ปีหน้าเราคงได้ร่วมงานกัน” อานัสบอก รู้สึกปลื้มในตัวพี่เขยของตัวเองพอๆ กับผู้กองกรันณ์เลยทีเดียว ถึงทางบ้านของเขาจะเคยหวังอยากได้ผู้กองกรันณ์มาเป็นเขย แต่ได้ผู้หมวดนทีมาเป็นเขยก็ดีไม่น้อยไปกว่ากันหรอก พี่เขยของเขาคนนี้เป็นคนดี กล้าหาญสมชายชาติทหาร จะน่าเสียดายก็ตรงที่ต้องมาเป็นม่ายตั้งแต่ยังหนุ่มนี่แหละ

                “ขวัญ เราไปแล้วนะ แล้วเดี๋ยวไว้ไลน์คุยกัน สวัสดีครับทุกคน” อานัสบอกลาขวัญตาก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนในที่นี้ ทุกคนจึงรับไหว้เขาเช่นเดียวกับที่ขวัญตาหันมายิ้มให้เขาด้วย

                “โชคดีนะ ขอให้ได้เป็นทหารพรานสมใจ ถ้าเป็นไม่ได้แปลว่านายมันห่วยแตก!

                “รอดูละกัน ปีหน้านราธิวาสจะได้ทหารพรานที่รูปหล่อที่สุดมาประจำการอยู่”

                “อย่าถูกผู้ร้ายฆ่าตายซะก่อนล่ะ”

                “ปากหรอที่พูดน่ะ เดี๋ยวก็เอาขนมคืนซะหรอก” อานัสทำท่าจะแย่งเอาขนมคืนขวัญตาจึงรีบซ่อนขนมเอาไว้ทางด้านหลัง อานัสเลยได้แต่มองเธอยิ้มๆ ก่อนจะกลับไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ แต่ก็ยังไม่วายหันมาหาเธออีก

                “อ้อ! ขอให้ขวัญได้เป็นหมอสมใจเหมือนกันนะ แล้วก็...ขอบใจที่เป็นเพื่อนคุยจนฉันทำใจเรื่องพี่สาวได้ ถ้ามีโอกาสหวังว่าเราจะได้เจอกันอีก”

                “แน่นอน ได้เจอกันอีกแน่ๆ” ขวัญตายิ้มตอบแล้วโบกมือลาอานัสก่อนที่เขาจะขับรถออกไป เป็นมิตรภาพดีๆ ของหนุ่มสาวให้ทุกคนได้แต่มองอย่างประทับใจยกเว้น...

                “บล็อกไลน์ เฟสบุคแล้วก็ไอจีมันทิ้งเดี๋ยวนี้เลยนะ” ผู้หมวดคณินหันมาสั่งขวัญตาทันทีเธอก็เลยได้แต่หันมามองเขาทำตาปริบๆ

                “ทำไมล่ะ”

                “ก็ไม่ให้คุยไง” เขาว่า ที่นี่มันมีสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต เกิดตอนที่เขาอยู่ฐานแล้วเธอแอบคุยกับอานัสทุกวันในขณะที่เขากับเธอติดต่อกันไม่ได้ อานัสไม่ต้องทำคะแนนแซงหน้าเขาหรอ

                “เอ้า! คนเป็นเพื่อนกันทำไมจะคุยกันไม่ได้ อย่ามาทำหน้าดุแบบนี้นะ เดี๋ยวก็ไม่แบ่งขนมให้กินด้วยหรอก” ขวัญตากอดถุงขนมของอานัสเอาไว้แน่นอย่างหวงๆ

                “ใครจะไปอยากกินขนมของมันกัน”

                “ก็ดี จะได้แบ่งพี่หมอแก้มคนเดียว” ว่าแล้วขวัญตาก็เดินเชิดหน้าหนีจากเขาให้ผู้หมวดคณินได้แต่มองตามอย่างไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อทั้งลุงกับป้าแล้วก็พี่ชายของเธอยืนจ้องเขาอย่างเอาเรื่องอยู่

                “ยัยเด็กบ้า! พี่หึงเราจะตายอยู่แล้วยังไม่รู้อีกหรอ” สุดท้ายเขาก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้จนผู้พันคีรินทร์ถึงกับทำตาโตอ้าปากค้างในความกล้าของผู้หมวดคณิน มันช่างกล้าไปบอกว่าหึงลูกสาว น้องสาวเขาต่อหน้าพ่อกับแม่ มันบ้าดีเดือดเหมือนกับหัวหน้าของมันไม่มีผิดเลย

                ขวัญตาได้แต่หันกลับมามองเขาอย่างอึ้งๆ แก้มนวลแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีและกลั้นยิ้มเอาไว้แทบจะไม่อยู่ รู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่น้อย เมื่อคืนนี้ได้ฟังคำว่ารัก แต่เช้านี้ได้ฟังคำว่าหึง ตาโคแก่ของเธอนี่จะว่าไปก็น่ารักดีนะเนี่ย

                “จากห้าปีขอลดเป็นปีเดียวได้มั้ย” ผู้หมวดคณินขอเสียงอ่อน กลัวว่าระหว่างที่เขารอจะมีใครมาแย่งเธอไปจากเขาซะก่อน

                “เป็นทหารพูดแล้วอย่าคืนคำสิ ห้าปีก็คือห้าปี ถ้าเรื่องมากจะเพิ่มเป็นสิบปีนะจะบอกให้”

                “อะไรคือห้าปีสิบปี” ผู้กองกรันณ์ถามขึ้นทันทีแล้วจ้องหน้าลูกน้องตัวเองอย่างเอาเรื่อง เมื่อคืนนี้แม่เขาก็โทรมาบอกว่าขวัญตายังไม่กลับเข้าบ้านหลังจากที่เธอบอกว่าจะมาหาราชาวดี เขารึก็ตกใจนึกว่าน้องสาวจะเป็นอันตรายอะไร แต่พอออกมาตามหาก็เห็นผู้หมวดคณินเดินจูงมือเธอไปส่งที่บ้าน ทั้งสองคนหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ครั้งพอไปถามเหล่าทหารพรานที่อยู่เวรกันเมื่อคืนนี้ ทุกคนก็บอกว่าผู้หมวดคณินกับเด็กสาวในชุดนักเรียนแค่นั่งดูดาวกันอยู่ริมสนามหญ้า ไม่ได้ทำอะไรเสียหายกัน ผู้กองกรันณ์เลยค่อยโล่งอกหน่อย แต่พอเช้าวันนี้ลูกน้องของเขามันกลับกล้าเสียขนาดนี้ นี่ขนาดอยู่ต่อหน้าพ่อกับแม่ของเขานะเนี่ย ท่าจะอยากโดนซ่อมโหด

                “ผู้หมวดคณินรักขวัญตามากแต่ไม่กล้าจีบเพราะเห็นว่ายังเป็นเด็กอยู่ครับผู้กอง พวกเขาก็เลยสัญญากันว่าไว้รออีกห้าปีให้ขวัญตาโตกว่านี้ก่อนแล้วจะจีบเป็นแฟน” ผู้หมวดนทีเป็นฝ่ายตอบขึ้นแทน เพราะเขากับผู้หมวดคณินเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากจนไม่เคยมีความลับต่อกันเลย

                “เออ แมนดีแล้วก็เป็นสุภาพบุรุษดี ดีมากนายทหาร”

                “อ้าวพ่อ” ผู้กองกรันณ์หันมาครวญกับผู้เป็นพ่อเมื่อเห็นท่าว่าพ่อของเขาจะประทับใจผู้หมวดคณินเข้าให้แล้ว

                “แกเองก็รู้จักผู้หมวดคณินเขาดีไม่ใช่หรอเจ้ารัน เนี่ย คนกันเองทั้งนั้น ดีกว่าแกได้ไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นน้องเขยไม่ใช่รึไง แล้วพ่อก็เห็นด้วยกับผู้หมวดเขานะ เขาแมนแล้วก็เป็นสุภาพบุรุษดี รู้ด้วยว่ายัยขวัญยังเด็กเลยหักห้ามใจรอ หนทางมันพิสูจน์แรงม้า แต่เวลามันพิสูจน์คน งั้นห้าปีจากนี้ไปก็ให้ผู้หมวดเขาพิสูจน์ตัวเองไปละกันนะ ก็ไม่เห็นเสียหายอะไรนี่ คนหนึ่งอยู่แม่สอด คนหนึ่งอยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้เจอกันทุกวันซะหน่อย”

                “พ่อจะไม่หวงลูกสาวตัวเองหน่อยหรอครับ”

                “แกหวงหรอ”

                “ใช่ เรียนจบก็กะจะให้บวชชีด้วย” ผู้กองกรันณ์ว่าแล้วมองน้องสาวอย่างเอาเรื่องจนราชาวดีต้องเข้ามากอดแขนเขาเอาไว้

                “เอาน่าพี่รัน ให้โอกาสผู้หมวดคณินหน่อยเถอะนะคะ แก้มเชื่อนะว่าผู้หมวดเป็นคนดีแล้วก็จะดูแลน้องขวัญได้ พวกเขาก็อยู่ในสายตาของเราตลอด ได้ผู้หมวดคณินเป็นน้องเขยดีกว่าได้คนอื่นที่เราไม่รู้จักนะคะ”

                “แก้ม...”

                “เชื่อน้องนางไม้นะคะ” เธอยิ้มหวานบอกเขาจนเขาไม่อาจละสายตาจากเธอไปได้ก่อนจะรวบเอาเธอเข้ามากอดเอาไว้แนบอก

                “ก็ได้ พี่จะให้สองคนนี้เขาใช้เวลาห้าปีพิสูจน์รักแท้ก็ได้” พอได้ยินผู้กองกรันณ์ว่า ผู้หมวดคณินก็ยิ้มแป้นออกมาทันที

                “พ่อมันพูดแทบตายมันไม่ยอมฟังเลย พอเมียมันพูดเท่านั้นแหละ ไอ้คนหลงเมียเอ้ย!” ท่านนายพลปภพว่า ผู้กองกรันณ์ก็ไม่ได้สนใจ ซ้ำยังกอดน้องนางไม้ของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยอีกขณะหันมาทางผู้หมวดคณิน

                “ขอพรความรักจากนางไม้เอาไว้ใช่มั้ย อย่าลืมเอาน้ำแดงมาเซ่นไหว้นางไม้ของผมล่ะ”

                “ครับผู้กอง” ผู้หมวดคณินยิ้มรับแล้วหันมามองทางขวัญตาเป็นเชิงพูดกับเธอว่าเธอหนีเขาไปไม่พ้นหรอก เด็กสาวที่ทั้งเขินทั้งอายทุกคนเลยได้แต่แอบแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขาตามประเด็ก แต่ผู้พันคีรินทร์กลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่นิ้วมือเธอจึงได้เข้ามาดึงมือข้างซ้ายของเธอเอาไว้

                “โอ้โห ใส่แหวนญาติที่นิ้วด้วย แหวนญาติของนักเรียนนายร้อยคนไหนกันน้า” แล้วทุกคนก็มองมาที่แหวนญาติของเธอทันที ขวัญตาก็เลยได้แต่แยกเขี้ยว แยกคางใส่ผู้พันคีรินทร์อย่างเอาเรื่อง หนอย...เรื่องมันกำลังจะจบอยู่แล้วเชียวไอ้พี่ผู้พันคนนี้ ถ้าเธอฆ่าผู้พันแห่งกรมทหารพรานตายนี่จะต้องรับโทษอะไรบ้างเนี่ย ชักจะชังขี้หน้าผู้พันคีรินทร์ซะแล้วสิ

                “ถอดออกเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!” จากที่อารมณ์เย็นลงแล้วและก็กำลังกอดเมียอยู่ พอได้เห็นแหวนญาติที่นิ้วของขวัญตาเท่านั้นแหละเขาก็รีบปล่อยราชาวดีทันทีแล้วทำท่าจะเดินเข้าไปหาน้องสาว ขวัญตาก็เลยยัดถุงขนมทั้งหลายใส่มือผู้พันคีรินทร์แล้วรีบก้าวถอยหนีจากผ้เป็นพี่ชาย

                “เป็นสาวเป็นนางใครใช้ให้ใส่แหวนที่นิ้วนี้ฮะ ถอดออกเดี๋ยวนี้”

                “ไม่ถอด”

                “ก็บอกให้ถอดไง!” แล้วผู้กองกรันณ์ก็วิ่งไล่จับขวัญตาทันทีเพื่อจะบังคับให้น้องสาวถอดแหวนญาตอออกจากนิ้ว ทุกคนเลยได้แต่ส่ายหน้าให้กับความหวงน้องสาวของเขา

                “หมอแก้ม ถ้าจะมีหลานให้พ่อ ขอเป็นหลานชายละกันนะ”

                “ทำไมหรอคะคุณพ่อ” ราชาวดีหันมาถามพ่อสามี

                “ขนาดน้องสาวมันยังหวงขนาดนี้ ถ้ามันมีลูกสาว พ่อกลัวว่ามันจะจับหลานพ่อขังเอาไว้ในหอคอยไม่ยอมให้ใครมาเข้าใกล้น่ะ” คุณหญิงกรกชหัวเราะออกมาเบาๆ แต่ก็เห็นด้วยกับสามีเมื่อขวัญตาวิ่งหนีพี่ชายมาหลบอยู่ด้านหลังของผู้หมวดคณิน

                “ผู้หมวด รู้มั้ยว่าแหวนของผู้หมวดมันจะทำฉันซวย ฉันจะถอดมันทิ้งแล้วนะ”

                “ห้ามถอด” เจ้าของแหวนว่า “รู้มั้ยว่ากว่าจะได้แหวนมาฝึกเหนื่อยแทบตาย ไม่ใช่ของได้มาง่ายๆ นะ”

                “โหย จะมาภูมิใจในความเป็นทหารของตัวเองอะไรตอนนี้ จะถูกพี่รันฆ่าตายอยู่แล้ว”

                “ตายก็ตาย แต่ห้ามถอดแหวนเด็ดขาด” เจ้าของแหวนเองก็ไม่ยอมให้เธอถอดขวัญตาก็เลยเข้ามากอดราชาวดีเอาไว้แทน มีพี่หมอแก้มของเธอคนเดียวนี่แหละที่พี่ชายของเธอไม่กล้าทำรุนแรงด้วย

                “พี่รันคะ พอได้แล้วค่ะเลิกเล่นเป็นเด็กๆ ได้แล้ว” ราชาวดีรีบยกมือขึ้นห้ามเมื่อเขาจะเข้ามาเล่นงานขวัญตา

                “บอกให้ยัยขวัญถอดแหวนออกเดี๋ยวนี้”

                “โธ่พี่รัน เรื่องหัวใจมันบังคับกันได้เสียเมื่อไหร่ พวกเขารักกันก็ปล่อยไปเถอะค่ะ มันเป็นสัญญาใจของพวกเขานะคะที่จะอยู่รอพิสูจน์ความรักต่อกัน ห้าปีมันไม่ใช่เวลาน้อยๆ เลย ถ้าห้าปีนี้ผู้หมวดคณินเขาพิสูจน์ตัวเองได้พี่รันจะไม่อยากได้เขาเป็นน้องเขยหรอคะ”

                “แก้ม ก็...”

                “พี่รันรู้มั้ยคะว่าทำไมพี่ภูถึงไม่เคยขัดขวางความรักของเราบ้างเลย” ราชาวดีถามขึ้น ทำให้ผู้กองกรันณ์หันมามองทางผู้พันคีรินทร์

                “ที่พี่ภูไม่เคยขัดขวางแก้มไม่ใช่เพราะว่าพี่ภูไม่รักไม่หวงแก้มหรอกนะคะ แต่ที่พี่ภูยอมให้เรารักกันก็เพราะพี่ภูมั่นใจในตัวพี่รันว่าพี่รันจะดูแลแก้มได้ พี่ภูรู้จักพี่รันมาตั้งแต่สมัยเรียนเตรียมทหาร สนิทและรู้ใจกันมากพี่ภูถึงได้กล้าฝากชีวิตของแก้มเอาไว้กับพี่รัน แล้วพี่รันล่ะคะ พี่รันเองก็รู้จักผู้หมวดคณินมานานมากและสนิทรู้ใจกันดี รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอด ผู้หมวดคณินเองก็นับถือพี่รันมากจนขอย้ายจากนราธิวาสตามไปทำงานกับพี่รันที่แม่สอด ทำไมพี่รันถึงไม่เชื่อมั่นในตัวผู้หมวดคณินบ้างคะ” เมียพูดขนาดนี้ผู้กองกรันณ์ก็ไม่กล้าเถียงเพราะเธอพูดถูกทุกอย่าง เขารู้ว่าผู้หมวดคณินเป็นคนดีและเขาก็เชื่อใจ แต่ว่าเขาก็อดหวงน้องไม่ได้อยู่ดี

                “ผมรับปากนะครับผู้กองว่าห้าปีนี้ผมจะให้เกียรติขวัญ ผมจะไม่แตะต้องให้เกินงามเด็ดขาด” ผู้หมวดคณินยืนยันขวัญตาก็เลยเบ้ปากใส่

                “ก็ลองแตะดูสิจะเตะแบกคิกให้คอหักเลย” ว่าแล้วก็ตั้งการ์ดเตรียมสู้ทันที ผู้กองกรันณ์ก็ยิ่งส่ายหน้าให้

                “ก็ยังเป็นเด็กไม่เลิกอยู่แบบนี้แล้วจะไม่ให้หวงไม่ให้ห่วงได้ยังไง” ว่าแล้วก็เข้ามาล็อกคอขวัญตาเอาไว้แล้วดึงมือเธอขึ้นมาดูแหวนญาติทำให้ทุกคนได้แต่ลุ้นๆ กันว่าเขาจะถอดแหวนออกมั้ย

                “ให้ตายเถอะ เวรกรรมมันมีจริงเห็นๆ ทำกับผู้พันเอาไว้เยอะสุดท้ายน้องสาวตัวเองก็มาถูกลูกน้องงาบไปบ้าง”

                “สมน้ำหน้า” ผู้พันคีรินทร์ว่าขึ้นก่อนจะเดินไปยืนข้างๆ ผู้หมวดคณินแล้วตบไหล่ลูกน้องเบาๆ

                “เต็มที่เลยนะหมวด ผมจะช่วยให้หมวดได้เป็นน้องเขยผู้กองกรันณ์ให้ได้ จะหาเถ้าแก่มาสู่ขอให้ด้วย อะไรที่ผู้กองมันเคยทำกับผม เดี๋ยวผมจะให้ผู้หมวดทำบ้าง” แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะกันออกมาอย่างมีเล่ห์ มีผู้พันให้ท้ายแบบนี้ผู้หมวดคณินสู้ตายอยู่แล้ว

                “เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างค่ะพี่รัน น่านะ เพื่อความสุขของน้อง พี่รันเป็นพี่ชายที่ดีอยู่แล้ว” ราชาวดีเข้ามาหาเขาอีกแล้วลูบมือลงบนอกแกร่งเบาๆ อย่างยั่วเย้า เจอแบบนี้เข้าไปต่อให้อารมณ์ของผู้กองกรันณ์จะร้อนมากแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องยอมให้เธอแต่โดยดี

                “พี่ยอมเชื่อแก้มก็ได้ นางไม้ของพี่ศักดิ์สิทธิ์ พี่เชื่อนางไม้ทุกอย่าง”

                “โว๊ะ!!!” ทุกคนว่าขึ้นพร้อมกัน ช่วยกันพูดแทบตายสุดท้ายผู้กองกรันณ์ก็เชื่อฟังแต่เมียอยู่ดี ขนาดผู้หมวดนทีที่ยังซึมๆ อยู่ยังอดส่ายหน้าให้กับความหลงเมียของเขาไม่ได้เลย


*******************************************************************************************

บางทีก็แอบจิ้นท่านขวัญตากับอานัสอยู่เหมือนกันนะ อิ๊ๆ 

ผู้หมวดสู้ๆ มีผู้พันเป็นพวกแล้วอย่ายอมแพ้เด็ดขาด



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 361 ครั้ง

2,207 ความคิดเห็น

  1. #144 sharkk (@sharkk) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:10
    เครียดเลย! 55555
    #144
    0
  2. #143 sharkk (@sharkk) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:08
    เครียดเลย!
    #143
    0
  3. #142 ดาวเหนือ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 12:32

    ขอคู่พี่ผู้พันหน่อยค่าาา ผู้พัน หมอเอื้อย ไรท์จ๋าาา จัดให้หน่อยยยยยย

    #142
    1
  4. #141 ChamingPrey (@ChamingPrey) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 09:12
    อยากให้หมวดนทีมีคนดามใจบ้างจังเลย
    #141
    0
  5. #140 Pima-myy (@asmagikoty) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 08:29
    ความหลงเมียนี้55555555
    #140
    0