ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 41 : ลอบสังหารโหด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 322 ครั้ง
    20 เม.ย. 62


41.ลอบสังหารโหด


                ร้านอาหารที่ว่านี้เป็นร้านอาหารพื้นเมืองอยู่ในตลาดริมถนน ซึ่งมีทหารถือปืนคอยเดินตรวจตราอยู่เป็นระยะๆ และภายในร้านอาหารก็มีทหารนั่งกินกาแฟกันอยู่ด้วยสองโต๊ะ ซึ่งพอเห็นผู้กองกรันณ์เดินเข้ามาในร้านทุกคนก็หันมามองกันเป็นตาเดียวพร้อมกับเอ่ยเสียงทักทายกันอย่างสนิทสนม ยิ่งเห็นผู้กองกรันณ์มีสาวสวยเดินจูงมือกันมาด้วยพวกเขาก็ยิ่งสนใจมองอยากรู้กันจริงเชียวว่าหญิงสาวเป็นใครแต่ก็ไม่กล้าเข้ามาทักเพราะดูท่าทางผู้กองกรันณ์จะหวงเธอมาก แต่แหวนแต่งงานที่นิ้วมือของเธอก็พอจะทำให้พวกเขาเดากันได้ว่าเธอกับผู้กองกรันณ์เป็นอะไรกัน

                “มื้อนี้ขอเสนอเมนู บักกุ๊ดเต๋” ผู้กองกรันณ์ว่าขึ้นเมื่อพ่อครัวนำชามหม้อดินขนาดใหญ่มาตั้งบนโต๊ะ ซึ่งในชามเป็นซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นในน้ำต้มสมุนไพรและเครื่องเทศ มีเห็ดชนิดต่าง ๆ ผักกาด เต้าหู้แห้ง หรือเต้าหู้ทอดรวมอยู่ด้วย แลดูคล้ายๆ ชาบูที่ราชาวดีคุ้นเคย

                “อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของทางใต้เลยนะ มา เดี๋ยวพี่ตักให้” เขาบอกแล้วจัดการตักบักกุ๊ดเต๋ใส่ถ้วยเล็กๆ ส่งให้ราชาวดี เธอจึงรับมาลองกินดูเพราะกลิ่นของน้ำซุปหอมยั่วต่อมหิวเธอไม่น้อย

                “อร่อยจัง” เธอว่าออกมาแล้วตักกินต่อให้คนที่พาเธอมาลองกินอาหารพื้นเมืองยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เธอชอบ ก่อนจะหันไปสั่งอาหารอื่นๆ เพิ่มอีก

                “มีอะไรบ้างคะเนี่ย” ราชาวดีหันมาถามสามีเมื่ออาหารจานแล้วจานเล่าถูกนำมาเสิร์ฟ

                “อันนี้คือไก่กอและ เนื้อสะเต๊ะกินคู่กับข้าวอัด ข้าวยำแล้วก็กือโป๊ะ กือโป๊ะนี่ก็คือข้าวเกรียบแหละ แต่เป็นข้าวเกรียบสดที่นำไปทอด อร่อยมากเลยนะ” อาหารที่เขาแนะนำก็มีบ้างที่หนอนหนังสืออย่างเธอเคยอ่านเจอ แต่ละอย่างหน้าตาน่ากินไม่น้อย

                “พี่รันสั่งมาเยอะแยะเลย จะกินหมดหรอคะสองคน”

                “หมดสิ หมดอยู่แล้ว” เขาว่าแล้วตักอาหารบนโต๊ะให้เธอแล้วมองเธอกินอย่างยิ้มๆ น้องนางไม้ของเขากินเก่งทำไมถึงจะกินไม่หมดกัน นี่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าที่สั่งมาเนี่ยเธอจะอิ่มรึเปล่า คนอะไรตัวเล็กนิดเดียวแต่กินจุไม่น้อย เห็นเธอกินนั่นนี่อย่างมีความสุขเขาเองก็พลอยมีความสุขไปด้วยก่อนจะยกแก้วกาแฟเย็นขึ้นมาดื่ม

                “ร้านนี้โรตีอร่อยมากเลยนะ” เขาพูดขึ้นมา แล้วแววตาใสๆ ของเธอก็หันมามองเขาทันทีบ่งบอกให้รู้ว่าเขาควรจะสั่งโรตีมาให้เธอเพิ่มอีกด้วย

                “โกครับ ร้านตัดผมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามหายไปไหนแล้ว เขาย้ายไปอยู่ที่อื่นหรอ” ผู้กองกรันณ์ถามพ่อครัวที่เอาโรตีมาเสิร์ฟเพราะจำได้ว่าที่ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านตัดผมเจ้าประจำของเขา

                “ผู้กองไม่อยู่ที่นี่ซะนานคงไม่รู้ว่าร้านตัดผมเนี่ยถูกลอบวางระเบิดไปตั้งหลายเดือนที่แล้วแล้ว คนตายกันยกร้านเลยนะ ร้านโกก็โดนหางเลขไปด้วยเหมือนกัน แต่ดีหน่อยที่ไม่เป็นอะไรมาก” พ่อครัวเจ้าของร้านบอกพลางถอนหายใจ ผู้กองกรันณ์ที่กำลังอารมณ์ดีเลยถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมา ร้านตัดผมที่ว่านี่เขาเคยมาบ่อยๆ จนสนิทกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดี น่าใจหายไม่น้อยเลยที่ได้ยินว่าคนที่เขารู้จักต้องมาเจออะไรแบบนี้

                “เมื่อไหร่จะจบจะสิ้นกันซักทีบ้านเมืองนี้ เฮ้อ!” เขาว่าออกมาแล้วหันมามองคนข้างๆ ที่กำลังมองเขาตาแป๋วอยู่ เธอรู้ดีว่าเขารู้สึกยังไงที่ได้ยินข่าวร้ายแบบนี้จึงยื่นมือมากุมมือของเขาเอาไว้อย่างให้กำลังใจ เขาจึงพอจะยิ้มออกมาได้บ้างก่อนจะเอื้อมแขนมาโอบไหล่เธอเอาไว้แล้วตักอาหารให้เธอต่อ

                สองหนุ่มสาวนั่งกินอาหารกันอยู่ได้สักพักเหล่าทหารที่นั่งอยู่ในร้านด้วยก็พากันลุกออกไปปฏิบัติหน้าที่กันต่อพาให้อดีตทหารพรานที่เคยประจำการอยู่ที่นี่ได้แต่มองตามอย่างนึกถึงคืนวันเก่าๆ จะว่าไปนี่ก็เป็นครั้งแรกเลยที่เขามากินอาหารที่ร้านนี้โดยไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหารพราน เขาเคยทำงานอยู่ที่นี่มาหลายปีมาก จะยังรู้สึกผูกพันกับที่นี่อยู่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

                “โก เอากาแฟกับโรตีสองชุดนะ เอากลับบ้าน” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อเธอขับมอเตอร์ไซค์มาจอดอยู่ที่หน้าร้าน จากการแต่งกายด้วยกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดแขนสั้นเข้ารูปแบบนี้บ่งบอกให้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนมุสลิม ผู้กองกรันณ์ที่ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มถึงกับสำลักออกมาทันที แล้วยิ่งเห็นมีหญิงสาวอีกสามคนนั่งมอเตอร์ไซค์ตามมาหยุดพูดคุยกับหญิงสาวคนแรกด้วยเขาก็ยิ่งแทบอยากจะมุดโต๊ะหนี

                “พี่รันเป็นอะไรคะ สำลักใหญ่เลย” ราชาวดีถามขึ้นพลางช่วยลูบหลังให้สามีแล้วส่งน้ำชาให้เขาจิบ การกระทำของสองสามีภรรยาในร้านจึงทำให้สาวๆ ที่ขับมอเตอร์ไซค์มาพากันหันมามองเป็นตาเดียว

                “อ้าว ผู้กองนี่” พวกเธอว่าขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะรีบพากันลงจากรถเดินเข้ามาในร้าน

                “แก้ม อิ่มรึยัง” เขารีบหันมาถามเมียทันที ราชาวดีจึงส่ายหน้าตอบ

                “ยังไม่ถึงครึ่งกระเพาะเลยค่ะ” ว่าแล้วก็ตักบักกุ๊ดเต๋ขึ้นมากินต่ออย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่สาวๆ ทั้งสี่คนเดินเข้ามาหาที่โต๊ะด้วยรอยยิ้ม

                “ผู้กองกลับมาที่นราฯ ตั้งแต่เมื่อไหร่หรอคะ” หญิงสาวคนแรกถามขึ้นขณะนั่งลงร่วมโต๊ะด้วยก่อนจะหันไปทางโกเจ้าของร้าน

                “โก เปลี่ยนใจแล้ว เอาใส่จานนะฉันจะกินที่ร้าน” เธอสั่งเสร็จก็หันมายิ้มหวานให้ผู้กองกรันณ์ต่อจนชายหนุ่มเริ่มจะทำตัวไม่ถูก ในขณะที่ราชาวดีได้แต่มองทั้งสองฝ่ายอย่างสงสัย แต่พอเห็นแววตาของฝ่ายหญิงหวานเสียขนาดนี้ และสามีของเธอก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้เธอก็พอจะรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร

                “ผมมาร่วมงานศพตันหยงน่ะ เดี๋ยวเสร็จงานก็จะกลับขึ้นเหนือแล้ว” เขาตอบตามมารยาทอีกฝ่ายจึงยิ้มหวานให้เขาต่อ เช่นเดียวกับหญิงสาวคนอื่นๆ ที่เข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย

                “พักอยู่ที่ฐานรึเปล่าคะ คืนนี้จะได้ไปหา”

                หืม...ราชาวดีหันมามองหน้าสามีอีกทันที มีบอกจะไปหากันที่ฐานเสียด้วย

                “นั่นสิ ไม่ได้เจอผู้กองเกือบจะสองปี คิดถึงจะแย่” สาวๆ พูดกันราวกับมองไม่เห็นราชาวดี

                “แก้ม อิ่มรึยัง” ผู้กองกรันณ์หันมาถามเธออีกเมื่อเห็นเธอยังคงจ้องเขาอยู่ ราชาวดีจึงหันไปทางเจ้าของร้านอาหาร

                “โกคะ เอาโรตีกรอบอีกหนึ่งที่นะคะ” เธอสั่งอาหารเพิ่มผู้กองกรันณ์ก็ยิ่งอึดอัดเมื่อเจอเหล่าอดีตคู่ขาทั้งหลายแบบนี้ นี่น้องนางไม้ของเขาเธอจะรู้บ้างมั้ยเนี่ยว่าสาวๆ เหล่านี้เคยขึ้นเตียงกับเขามาแล้วทั้งนั้น ถึงเขาจะเคยบอกเลิกสาวๆ เหล่านี้ก่อนย้ายไปที่แม่สอดแล้วก็ตาม

                “ยังจะกินต่ออีกหรอ”

                “แก้มยังไม่อิ่ม” เธอตอบหน้าตายแล้วตักอาหารกินต่อ จนสาวๆ ร่วมโต๊ะหันมามองเธอเป็นตาเดียว

                “ใครคะผู้กองผู้หญิงคนนี้”

                “นี่เมียของ...”

                “ฉันเป็นเมียเจ้านายผู้กองค่ะ สามีของฉันไม่ว่างก็เลยให้เขาพามาหาข้าวกินแทน เห็นว่าเคยทำงานที่นี่มาก่อนน่าจะรู้จักพื้นที่ดี” ราชาวดีรีบตอบจนสามีของเธอหันมามองตาเขียวปั้ด

                “ดูสนิทกันดีนะคะ” หญิงสาวคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ราชาวดีว่าแล้วมองอย่างจับผิด

                “อ๋อ ฉันกับผู้กองเราเป็นญาติกันค่ะ เป็นลูกพี่ลูกน้องกันสามีของฉันเลยไม่ได้คิดมากอะไร” ราชาวดีตอบอีก สาวๆ ทุกคนเลยพากันยิ้มอย่างโล่งใจ

                “โล่งใจจัง ก็นึกว่าจะเป็นเมียผู้กองซะอีก”

                “ผู้กองเนื้อหอมจะตาย ฉันไม่อยากยุ่งด้วยหรอกค่ะ” ราชาวดีว่าอีก สาวๆ ร่วมโต๊ะก็ยิ่งยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตรมากขึ้นในขณะที่ผู้กองกรันณ์ได้แต่กัดฟันกรอดอย่างฉุนเมียตัวเองที่เธอไม่หึงอะไรเขาเลย จะบอกว่าเป็นเมียเขาเธอก็ไม่บอกซ้ำยังไปพูดคุยกับสาวๆ เหล่านั้นอีก แล้วพูดเรื่องอะไรกันไม่พูด ดันมาพูดเรื่องของเขาสมัยที่ยังทำงานอยู่ที่นี่อีก นี่เขาคิดถูกหรือคิดผิดกันที่พาเธอออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้

                “ค่ะพี่ภู” สักพักก็มีคนโทรมาหาเธอ นี่คงจะเป็นผู้พันคีรินทร์แน่ๆ “อ้าว พี่ภูก็มาตลาดหรอ แก้มอยู่ที่ร้านบุกกุ๊ดเต๋ริมถนนในตลาดนี่แหละค่ะ ค่ะแล้วเจอกัน” แล้วเธอก็วางสายก่อนจะหันมายิ้มให้ทุกคนอีกครั้ง พร้อมกับหันมายิ้มให้สามีที่นั่งทำหน้าอึดอัดอยู่ข้างๆ ด้วย

                “ผู้พันจะมาหรอ”

                “ค่ะ” เธอยิ้มตอบเขาแล้วหยิบแก้วชานมเย็นขึ้นมาดื่มอย่างใจเย็น แล้วไม่นานผู้พันคีรินทร์ก็เดินเข้ามาในร้านทำให้สาวๆ พากันหันไปมองเขากันตาพราวกับชายหนุ่มรูปหล่ออีกคนที่กำลังเดินตรงมาที่โต๊ะ ฝ่ายผู้พันคีรินทร์เองก็แปลกใจไม่น้อยที่เห็นมีสาวๆ นั่งร่วมโต๊ะอยู่กับน้องเขยและน้องสาวด้วย

                “พี่ภู” ทันทีที่เขาเดินเข้ามาหาราชาวดีก็รีบลุกขึ้นมากอดแขนเขาเอาไว้แน่นทันที เขาชักจะได้กลิ่นไม่ดีเสียแล้วสิ

                “นี่ผู้พันคีรินทร์ค่ะ เป็นสามีของฉัน” ราชาวดีแนะนำเขากับสาวๆ ทำให้สาวๆ เหล่านั้นรีบพากันยกมือขึ้นไหว้จนผู้พันคีรินทร์รับไหว้แทบจะไม่ทัน ครั้งพอหันมามองทางน้องเขยก็เห็นว่าไอ้น้องเขยตัวดีกำลังทำหน้าเครียดๆ อยู่ อ๋อ สาวๆ เหล่านี้คงจะเป็นกิ๊กเก่ามันล่ะสิท่าราชาวดีถึงมาบอกว่าเขาเป็นสามีของเธอแบบนี้

                “สามีฉันมารับแล้ว งั้นไปก่อนนะคะผู้กอง ตามสบายค่ะ” ว่าจบเธอก็ลากแขนพี่ชายเดินออกไปจากร้านอาหารทันที ทิ้งให้คนเป็นสามีมองตามอย่างไม่พอใจฟาดหมวดในมือลงกับโต๊ะอย่างแรงทันที จะเอาแบบนี้ใช่มั้ยน้องนางไม้ แกล้งเขาแบบนี้สนุกนักใช่มั้ย!!!

                “โกเก็บเงินด้วย” เขาว่าเสียงดุจนเจ้าของร้านต้องรีบวิ่งมาคิดเงินค่าอาหาร กิตติศัพท์ความดุของผู้กองกรันณ์เป็นอย่างไรใครๆ ก็รู้ดี นี่มีเรื่องอะไรมาทำให้เขาโกรธกัน

                “ผู้กองจะรีบไปไหนคะ เรายังไม่ได้คุยกันให้สมคิดถึงเลยนะ” หญิงสาวที่นั่งอยู่พากันถามเมื่อเห็นเขาจ่ายค่าอาหารแล้วทำท่าจะลุกขึ้น

                “ผมจะไปตามเมียผม”

                “เมีย...” แล้วสาวๆ ทุกคนก็มองหน้ากัน นี่ผู้กองกรันณ์มีเมียแล้วหรอ มีตอนไหนกันและใครคือเมียของเขา

                “ก็ยัยเด็กคนที่เพิ่งลุกออกไปกับผู้พันนั่นไง นั่นแหละเมียผม เมียที่ผมแต่งงานด้วยน่ะ” ว่าจบเขาก็เดินออกไปจากร้านอาหารทันที ตั้งใจว่าจะรีบตามหาเมียแต่ก็ถูกชาวบ้านที่เคยรู้จักกันเข้ามาทักทายไถ่ถามเพราะไม่ได้เจอกันนานซะก่อน จะไม่ทักทายทุกคนตอบก็ไม่ได้เพราะทหารมีหน้าที่สร้างไมตรีกับทุกคนในชุมชนด้วย กว่าจะมาถึงลานจอดรถได้ก็เห็นราชาวดีนั่งรถกลับไปกับพี่ชายของเธอแล้ว

                “โธ่เว้ย!!!” เขาว่าอย่างหัวเสียก่อนจะรีบขึ้นรถแล้วขับตามออกไป

                ผู้หญิงเวลาหึงทำไมถึงแสดงออกมาไม่เหมือนกันเลย บางคนก็แสดงออกมาให้รู้ได้เลยว่าหึงแล้วเคลียร์กัน บางคนก็เอาแต่นิ่งไม่พูดไม่จา แต่กับราชาวดี เธอหึงแต่เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเล่นสงครามประสาทกับเขา ดีที่ผู้ชายที่เธอเดินควงแขนออกไปเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเธอเพราะถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเขาอาละวาทตลาดแตกแน่ๆ

                “อ้าวผู้กอง” ทหารนาวิกโยธินนายเดิมที่จุดตรวจเดินเข้ามาทักเขาอีกรอบ เห็นสีหน้าผู้กองหนุ่มตึงๆ ก็พอจะรู้ว่าทำไมเพราะรถคันก่อนหน้านี้มีเมียของผู้กองนั่งไปด้วย ท่าทางจะกำลังตามเมียอยู่

                “เมียหายหรอครับ”

                “ใช่ ก็รู้ว่าเป็นเมียผมแล้วทำไมไม่สกัดรถคันนั้นเอาไว้”

                “ตอนผมตรวจบัตรเขา ผู้ชายคนนั้นมียศตั้งพันตรี ใครจะกล้าไปแหยมกับผู้พันล่ะครับ”

                “ให้ตายเถอะ แสบกันจริงๆ ทั้งพี่ทั้งน้อง” เขาตบพวงมาลัยอย่างหงุดหงิด

                “อ้าว พวกเขาเป็นพี่น้องกันหรอครับ แหม ผมก็นึกว่าเมียผู้กองจะมีกิ๊ก”

                “กิ๊กที่ไหนไม่มีทั้งนั้นแหละ แล้วเจอกันนะจ่าผมจะตามจะเหวี่ยงสองพี่น้องคู่นั้นก่อน” ว่าแล้วเขาก็รีบออกตัวรถไป แต่ยังไม่ทันถึงไหนเลยเสียงระเบิดก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง คลาดรถของเขาไปเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด จากแรงระเบิดทำให้รู้ได้ทันทีว่าถูกยิงด้วยปืน RPG และมีเป้าหมายอยู่ที่รถของเขา มีคนคิดจะลอบฆ่าเขาอย่างนั้นหรอ...

                “ผู้กอง!!! ผู้กองครับ!!!” เหล่าทหารนาวิกโยธินที่ด่านตรวจรีบถือปืนวิ่งเข้ามาที่รถของเขาทันที แล้วสักพักเสียงปืนก็ดังมาอีกจนเหล่าทหารนาวิกโยธินต้องรีบวิ่งเข้าข้างทางเพื่อหาที่กำบัง ผู้กองกรันณ์ที่ยังอยู่ในรถจึงก้มตัวลงต่ำแล้วหยิบปืนไรเฟิล HK MSG-90 ที่ซ่อนเอาไว้ในแคปรถออกมา ไม่คิดจริงๆ ว่าขนาดเขาย้ายไปอยู่ที่อื่นเกือบสองปีแล้วก็ยังมีคนคิดจะฆ่าเขาอยู่ นี่มันกะจะย่างสดเขาคารถเลยหรอไอ้พวกนี้

                เขาหลับตาลงแล้วพยายามฟังเสียงของปืนเพื่อหาพิกัดว่าปืนถูกยิงมาจากทิศไหน แต่ดูจากการยิง RPG คิดว่าคนร้ายน่าจะอยู่ทางด้านซ้ายของถนน ตำแหน่งไม่ไกลมากแบบนี้ ถนนก็โล่งแบบนี้ RPG ไม่น่าจะพลาดเป้า แสดงว่าคนยิงคงไม่คงไม่ค่อยจะชำนาญกับอาวุธ

                ปังๆๆๆ เสียงปืนที่ปะทะกันของทหารนาวิกโยธินกับเหล่าคนร้ายดังขึ้น แล้วไม่นานก็มีรถหุ้มเกราะของทหารพรานขับเข้ามาช่วยอีกแรง ก่อนที่เสียงปืนจะดังสนั่นขึ้นมาอีก ผู้กองกรันณ์เห็นว่าทางด้านหลังของรถเขามีทหารนาวิกโยธินรับมือกับคนร้ายอยู่ ส่วนด้วยหน้ารถของเขาก็เป็นเหล่าทหารพราน เขาที่อยู่ตรงกลางเลยเหมือนกับมีคนคอยยิงคุ้มกันให้ ร่างสูงจึงถือปืนของเขาลงมาจากรถตั้งปืนไรเฟิล HK MSG-90 เอาไว้กับขอบกระบะของรถตัวเองเพื่อหาตำแหน่งของคนร้ายที่ซุ่มอยู่ข้างทาง ด้วยปืนไรเฟิล HK MSG-90 เป็นสไนเปอร์สำหรับการซุ่มยิง กล้องที่ติดอยู่ที่ตัวปืนจึงมีประสิทธิภาพดีจนทำให้มองเห็นคนร้ายในระยะไกลได้อย่างชัดเจน

                “มึงจะฆ่ากูให้ได้ใช่มั้ยไอ้พวกเวรเอ้ย!” เขาสถบออกมาแล้วเล็งปืนด้วยลำกล้องใส่เป้าหมายที่กำลังยิงตอบโต้กับพวกทหารพรานอยู่

                ปัง!!! เขาลั่นไกปืนขึ้นใส่คนร้าย ทำให้คนร้ายที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ตกลงมาพื้นทันทีหนึ่งคน

                “เสร็จไปหนึ่งเหลืออีกสอง” เขาคาดการณ์จากการปะทะกัน คนร้ายน่าจะมีแค่สามคนเท่านั้น แล้วคนที่เขายิงก็คือคนที่ถือ RPG อยู่ เขาต้องรีบเก็บมันก่อนที่มันจะยิง RPG ออกมาอีก

                “ผู้กอง!” ทหารนาวิกโยธินที่พูดคุยกับเขาก่อนหน้านี้รีบวิ่งเข้ามาหาทันทีที่สบโอกาส “ผู้กองรู้รึเปล่าว่าตัวเองถูกตั้งค่าหัวตั้งแต่ก่อนย้ายออกไปจากที่นี่แล้ว”

                “รู้สิ ทำไมจะไม่รู้” ผู้กองกรันณ์ตอบแล้วเล็งเป้าหมายเตรียมยิงอีกครั้ง

                ปัง!!! คนร้ายคนที่สองหัวระเบิดกระจุนไปในทันทีให้เหล่าทหารที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แต่มองกันอย่างอึ้งๆ กับฝีมือการยิงปืนของผู้กองกรันณ์ ทำไมกันนะคนเก่งมีฝีมือแบบนี้ถึงได้ถูกแกล้งให้ย้ายไปประจำที่อื่น แทนที่จะได้อยู่คอยปราบผู้ก่อการร้ายอยู่ที่นี่ ทุกคนคิด

                ปัง!!! ทันทีที่ปืนนัดที่สามของผู้กองกรันณ์ดังขึ้น เหล่าทหารนาวิกโยธินและทหารพรานก็พากันเข้าไปเคลียร์พื้นที่ทันที แล้วสักพักกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจอีกเป็นจำนวนมากก็เข้ามาควบคุมพื้นที่เกิดเหตุเอาไว้ คนร้ายทั้งสามคนที่จับตายได้ผู้กองกรันณ์จำหน้าได้ว่าเป็นลูกชายของคนร้ายที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่ขึ้นและถูกเขาฆ่าตายเมื่อสามปีก่อน เขาคิดว่านี่เป็นการลอบยิงเขาเพื่อการแก้แค้น วันนี้เขาไปเดินเที่ยวตลาด มีผู้คนเห็นเขามากมายและน่าจะรวมไปถึงพวกคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่ด้วย ดีนะที่ราชาวดีอยู่กับผู้พันคีรินทร์ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะได้รับลูกหลงในการลอบฆ่าเขาด้วยแน่ๆ

                “ผู้กองกรันณ์” หัวหน้าหน่วยของทหารนาวิกโยธินเดินเข้ามาหาเขาในที่เกิดเหตุทันทีขณะที่เขากำลังเก็บปืนไรเฟิล HK MSG-90 เอาไว้ในรถแล้วหยิบปืน M4A1 ออกมาถือเอาไว้แทนเพื่อเตรียมพร้อม

                “เพื่อความปลอดภัยของผู้กอง ผมอยากให้ผู้กองรีบออกไปจากพื้นที่”

                “อะไรนะ” ผู้กองกรันณ์ว่า เขาไม่ใช่พวกขี้ขลาดตาขาวนะที่จะได้หนีเพราะกลัวตาย แล้วนี่เรื่องอะไรมาบอกให้เขาออกไปจากพื้นที่กัน

                “ผมเองก็ไม่อยากจะพูดกับผู้กองแบบนี้หรอกนะ ความจริงผมไม่เคยเห็นด้วยเลยที่ผู้กองถูกย้ายออกไปจากที่นี่ คนมีความสามารถอย่างผู้กองถ้าได้อยู่ที่นี่เหล่าคนร้ายคงไม่กล้ากำแหงกัน แต่เรื่องนี้มันก็เหมือนกับดาบสองคม ยิ่งเก่ง ยิ่งกล้า ยิ่งเป็นที่รู้จักก็ยิ่งถูกหมายหัว ถ้าผู้กองเป็นอะไรไปผมยอมรับไม่ได้หรอก นี่ลูกน้องฝีมือดีของผมก็ตายแล้วก็พิการไปแล้วตั้งหลายคน”

                “ผมเข้าใจในความหวังดีของท่านนะครับ แต่ผมคงออกไปจากพื้นที่ตอนนี้ไม่ได้ ศพลูกน้องผมก็ยังไม่ได้เผาเลยด้วยซ้ำ ผมจะอยู่ที่นี่ต่อจนกว่าพิธีพระราชทานเพลิงศพจะเสร็จเรียบร้อยดี แล้วในระหว่างนี้...ถ้าใครมันอยากจะฆ่าผมนักก็มาได้เลย ผมไม่กลัวมันหรอก” ว่าจบเขาก็ขึ้นไปนั่งบนรถทันทีแต่ก็ยังหันมาพูดกับหัวหน้าหน่วยของทหารนาวิกโยธินต่อ

                “ผมอยู่ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 นะครับ มีอะไรก็ไปหาได้” ว่าจบเขาก็ขับรถออกไปทันทีท่ามกลางเสียงพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น และความเก่งกาจของผู้กองกรันณ์ อดีตทหารพรานที่เคยประจำการอยู่ในพื้นที่นี้ และมีหลายคนที่เสียดายไม่น้อยที่ผู้กองหนุ่มถูกย้ายออกไปจากพื้นที่ หากมีผู้กองกรันณ์อยู่ที่นี่ด้วยพวกเขาคงจะเบาใจกันไม่น้อยเพราะทหารที่เก่งมากฝีมือแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ แล้ว

 

                ทันทีที่กลับมาถึงหน่วยและลงจากรถร่างสูงก็เซถลาไปทันทีเมื่อมีใครบางคนวิ่งเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้น ผู้พันคีรินทร์ที่ยืนอยู่หน้าบ้านถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เห็นน้องเขยกลับมาอย่างปลอดภัยเพราะหลังจากที่เขาขับรถออกมาจากจุดตรวจได้ครู่ใหญ่ๆ ก็ได้ยินเสียง RPG ดังขึ้นมาตามหลัง ซึ่งเป็นช่วงที่น้องเขยของเขากำลังขับรถตามมา พอเขาตั้งใจว่าจะขับรถกลับไปที่เกิดเหตุเหล่าทหารที่อยู่แถวนั้นกลับเข้ามาห้ามแล้วให้เขารีบกลับมาที่หน่วยฯ แทน เขาเองก็มีน้องสาวอยู่ด้วยเลยต้องจำใจพาเธอกลับหน่วยฯ ในขณะที่ราชาวดีกลับเอาแต่ร้องไห้เมื่อไห้ยินเหล่าทหารพรานพูดกันว่าผู้กองกรันณ์ถูกลอบฆ่าอยู่กลางถนนก่อนจะรีบพากันขึ้นรถหุ้มเกราะเข้าไปยังที่เกิดเหตุ

                “พี่รัน...พี่รันขา...” ราชาวดีกอดเขาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ตั้งแต่ที่รู้ว่าเขาถูกลอบฆ่าเธอก็ทำอะไรแทบจะไม่ถูก และคิดอะไรไม่ออกอีก ได้แต่เฝ้ารอขอให้เขากลับมาหาเธอ และเขาก็กลับมาหาเธอแล้วจริงๆ

                “พี่รันปลอดภัยใช่มั้ย พี่รันไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ยคะ อย่าทิ้งแก้มไปนะ อย่าทิ้งแก้ม” เธอสะอึกสะอื้นอย่างเสียขวัญให้คนเป็นสามีต้องกอดเธอเอาไว้แน่นๆ ก่อนจะพาเธอเดินกลับเข้าบ้าน ผู้พันคีรินทร์เลยต้องอยู่รับหน้าเหล่าทหารอีกหลายนายที่ตามเขามาเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น

                “เรากลับแม่สอดกันนะคะ อยู่ที่นี่พี่รันไม่ปลอดภัย มีคนร้ายจะมาฆ่าพี่รันของแก้ม ไม่เอานะ ไม่เอาอย่าฆ่าพี่รันของแก้มนะ” ราชาวดีกอดเขาเอาไว้แน่นเมื่อเขาพาเธอเข้ามานั่งที่โซฟาในบ้านพักของผู้กองสุรชัย

                “แก้ม ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ใจเย็นๆ ก่อนแล้วมองพี่” เขาผละเธอออกแล้วจับไหล่เธอเอาไว้แน่น “มองตาพี่”

                พอเขาบอกราชาวดีจึงมองตาเขาตามแล้วพยายามตั้งสติเอาไว้ เพราะความเป็นห่วงเขาและเสียงปืน RPC ที่เธอได้ยินก่อนหน้านี้มันทำให้เธอสติแทบแตก

                “พี่รัน...”

                “พี่ปลอดภัยแล้วนะครับ พี่อยู่กับแก้มแล้วนะ” เขาบอกเมื่อเธอสงบลง หากแต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาอยู่

                “จะไม่มีใครฆ่าพี่ได้ทั้งนั้น”

                “แต่ว่า...”

                “เชื่อพี่ แก้มเชื่อใจพี่มั้ย”

                “เชื่อสิคะ”

                “เราจะอยู่ที่นี่ต่อจนกว่าจะเสร็จงานศพของตันหยง พี่ติดค้างตันหยงเอาไว้ตั้งมากมาย แม้แต่ชีวิตนี้เขาก็สละให้ ขอให้พี่ได้ทำเพื่อเขาเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ”

                “...แก้มเข้าใจพี่รันค่ะ” เธอบอกเขา เพราะตันหยงก็มีบุญคุณกับเธอด้วยเหมือนกัน “แก้มแค่เป็นห่วงพี่รัน แก้มไม่อยากเจ็บปวดเหมือนกับผู้หมวดนที”

                “พี่ไม่ทิ้งแก้มไปไหนหรอกนะคนดี พี่จะอยู่กับแก้มนะครับ” เขารวบเอาเธอเข้ามากอด ราชาวดีจึงกอดเขาเอาไว้แน่นและหยุดร้องไห้เมื่อตั้งสติได้ แล้วสักพักผู้พันคีรินทร์ก็เปิดประตูบ้านเข้ามา ตามด้วยผู้บังคับการประจำหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่นี่และ...ผู้พันเทวา

                “ผู้กองปลอดภัยดีนะครับ” ผู้การเอ่ยถามขึ้น ผู้กองกรันณ์จึงคลายกอดออกจากราชาวดี ราชาวดีจึงหันไปยกมือขึ้นไหว้ผู้บังคับบัญชาทั้งสองของที่นี่ แต่ผู้กองกรันณ์กลับยังนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นทำความเคารพอดีตผู้บังคับบัญชาจนผู้พันคีรินทร์อดทำตาดุใส่เขาไม่ได้ แต่เขาก็ยังเฉย

                “แค่หมาลอบกัด ผมไม่กลัวมันหรอก” เขาตอบ

                “ที่นี่มันไม่ปลอดภัยสำหรับผู้กองนะ เมื่อครู่ผู้พันคีรินทร์บอกกับผมแล้วว่าผู้กองยังจะยืนยันที่จะอยู่ในพื้นที่ต่อจนกว่าจะเสร็จงานศพของตันหยง เพื่อความปลอดภัยของผู้กอง ผมคิดว่าผู้กองไม่ควรออกไปข้างนอกอีกหากไม่จำเป็น” ผู้พันคีรินทร์รู้ใจเขาดีเสมอว่าเขายังอยากจะอยู่ที่นี่ต่อ

                “ผมไม่ใช่ผู้พันเทวานะครับที่จะได้มุดหัวอยู่แต่ในกระดอง ผมขอบคุณมากนะครับในความห่วงใยของผู้การ แต่...ผมไม่ใช่นักโทษของใคร ผมไม่ใช่คนผิดและผมก็ไม่ใช่คนร้าย แต่ผมคือผู้เสียหาย ถ้าผมอยากจะออกไปข้างนอกเมื่อไหร่ผมก็จะออกไป”

                “ผู้กองพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ใครมุดหัวอยู่แต่ในกระดอง!!!

                “แล้วผมเอ่ยชื่อใครไปล่ะ!” พอผู้พันเทวาจะพุ่งเข้ามาเล่นงานเขา ผู้กองกรันณ์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันทีแล้วจ้องอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องจนผู้พันเทวาแทบจะหยุดและถอยหนีไม่ทัน รู้ดีว่าตนไม่สามารถเอาชนะผู้กองกรันณ์ได้ในทุกๆ ทาง

                “ผมไม่ใช่ลูกน้องของผู้พันอีกแล้ว เพราะงั้นอย่ามาลองดีกับคนอย่างผมถ้าไม่อยากเดือดร้อน”

                “ผู้กองหมายความว่ายังไง”

                “จะให้ผมบอกทุกคนมั้ยล่ะว่า RPC ที่ใช้ลอบยิงผมเมื่อก่อนหน้านี้มันเป็นปืนจากไหน!!!” พอผู้กองกรันณ์ตะวาทขึ้น คราวนี้ผู้พันเทวาก็ไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีกเหมือนวัวสันหลังหวะ ได้แต่มองหน้าผู้กองกรันณ์อย่างจะกินเลือดกินเนื้อก่อนจะเดินออกไปจากบ้านพัก

                “ผู้กองพูดแบบนี้ต้องการจะสื่ออะไร ปืนของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุมาจากไหนกัน” ผู้การที่เงียบอยู่เอ่ยถามขึ้น

                “ผู้การอยากรู้ก็ไปตรวจสอบอาวุธของคนร้ายเอาสิครับ ตอนนี้ทหารนาวิกฯ ยึดเอาอาวุธไปแล้ว แล้วถ้าผู้การไม่อยากเดือดร้อนล่ะก็ เลิกให้ท้ายผู้พันเทวาได้แล้ว” ผู้กองกรันณ์หันไปจ้องหน้าผู้การอีกคนอย่างเอาเรื่อง ให้ผู้การได้แต่เหนื่อยใจกับเขาที่เป็นคนยอมหักแต่ไม่ยอมงอแบบนี้ แล้วคนแบบนี้เขาก็ควบคุมไม่ได้ด้วย เอาเถอะ ถ้าอยากจะอยู่หรืออยากจะไปไหนเขาก็ไม่อยากจะยุ่งด้วยแล้ว ก็เพราะเป็นคนแบบนี้ไงถึงได้ถูกลอบฆ่าเอา ผู้การได้แต่คิดก่อนจะเดินออกไปจากบ้านพักอีกคนผู้กองกรันณ์ก็เลยกลับไปนั่งลงข้างราชาวดีตามเดิม ในขณะที่ผู้พันคีรินทร์ได้แต่มองเขาอย่างเหนื่อยใจ

                “ไอ้รันนะไอ้รัน อย่างน้อยก็น่าจะทำความเคารพเขาหน่อย ระเบียบวินัยทหารก็ฝึกมาตั้งแต่เตรียมทหาร เรื่องพื้นๆ แบบนี้”

                “ผมไม่ชอบทำอะไรฝืนใจตัวเอง แค่ผมใจเย็นไม่ฆ่าผู้พันเทวาให้มันตายคาบ้านก็บุญของมันเท่าไหร่แล้ว”

                “แกพูดเหมือนเขามีส่วนรู้เห็นเรื่องลอบฆ่าแกเลย” ผู้พันคีรินทร์ว่าแล้วนั่งลงที่โซฟาอีกตัว ผู้กองกรันณ์จึงเงียบไปซักพักก่อนจะพูดออกมา

                RPG ที่ลอบยิงผมเป็นของที่นี่ เป็นอาวุธที่หายไปเมื่อหลายปีก่อนผมจำหมายเลขที่ปืนได้”

                “แล้วเกี่ยวยังไงกับผู้พันเทวา”

                “เพราะตอนนั้นคนที่ดูแลเรื่องอาวุธคือเขาไง ส่วนผู้การคนนี้ย้ายเข้ามาประจำการที่นี่หลังผู้พันเทวา จริงๆ แล้วผู้การคนนี้ก็เป็นคนใช้ได้ทีเดียวล่ะเพียงแต่หูเบาเชื่อผู้พันเทวามากไปหน่อย แล้วก็ผู้พันเทวานี่แหละที่ผมมีเรื่องด้วยจนถูกย้ายขึ้นไปที่แม่สอด ผู้การแกคงเอือมระอากับผมเลยพลอยไม่ชอบหน้าผมไปด้วยก็เลยเข้าข้างผู้พันมากกว่า”

                “แกจะบอกว่าผู้พันเทวาทรยศพวกเดียวกันเองงั้นสิ”

                “เรื่องนี้ผมก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะไม่มีหลักฐาน แต่ถ้าดูตามสัญชาติญาณของผมไอ้ผู้พันคนนี้มันไว้ใจไม่ได้ นี่ถ้าผมรู้ว่ามันทำให้ลูกน้องเก่าของผมที่นี่ตายซักคนนะ ผมนี่แหละจะลงใต้มาเด็ดหัวมันแก้แค้น” เขาว่าอย่างใส่อารมณ์กับผู้พันคีรินทร์จนลืมไปว่ามีใครอีกคนนั่งฟังอยู่เงียบๆ ด้วย ราชาวดีเห็นเขาเดือดดาลแบบนี้แล้วก็แทบจะไม่กล้าขยับตัวลุกไปไหนเลย ไม่คิดว่าพี่รันของเธอจะเป็นคนที่น่ากลัวแบบนี้ ตอนอยู่แม่สอดถึงเขาจะดุแต่ก็ยังมองออกถึงความใจดีและยืดหยุ่น แต่ตอนนี้...พอมาอยู่ที่นี่เขากลับเหมือนเป็นใครอีกคนที่เธอไม่รู้จัก ผู้พันคีรินทร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองเห็นน้องสาวตัวเองหน้าซีดๆ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แล้วสีหน้าของเธอขณะมองผู้กองกรันณ์ก็มีแต่ความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

                “ไอ้รัน เพลาๆ ลงบ้างเถอะเรื่องความใจร้อนวู่วามของแก”

                “ผมเพิ่งเกือบตายมานะพี่ RPG เฉือดรถผมไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด ถ้าผม...”

                “ฉันบอกให้แกเงียบไง” ผู้พันคีรินทร์ว่าเสียงนิ่งๆ เมื่อเห็นราชาวดีหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะพยักหน้าไปทางน้องสาวตัวเองให้ผู้กองกรันณ์หันมามองตาม เขาลืมไปว่าเธอก็อยู่ที่นี่ด้วย

                “...แก้ม” เขาขยับเข้าไปหาเธอเพื่อจะกอด แต่ราชาวดีกลับรีบถอยหนีออกห่างจากเขา ดวงตาคู่สวยมีแววหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด

                “แก้มเป็นอะไร กลัวพี่หรอ” เขาจะขยับเข้าไปกอดเธออีกแต่คราวนี้ราชาวดีกลับลุกขึ้นเดินหนีจากเขาทันทีแล้วเข้ามากอดแขนผู้เป็นพี่ชายเอาไว้แน่น

                “...พี่ภู” เธอเรียกเขาเบาๆ น้ำตาร่วงออกมาเมื่อผู้พันคีรินทร์ลุกขึ้นยืนกอดเธอเอาไว้อย่างปลอบขวัญ

                “พี่ว่าแก้มขึ้นไปนอนพักข้างบนก่อนเถอะนะ เดี๋ยวพี่กับไอ้รันจะอยู่กันข้างล่างนี่แหละ” เขาบอกเธอ ราชาวดีจึงหันไปมองทางสามีอีกครั้ง พลันก็รู้สึกเวียนศีรษะขึ้นมาดื้อๆ คนเป็นหมอที่รู้ดีว่าตัวเองเป็นอะไรก็ยิ่งร้องไห้ออกมา ทำให้อาการเวียนหัวตามมาด้วยอาการหน้ามืดจนล้มพับลงไปในที่สุด

 

                ราชาวดีรู้สึกตัวขึ้นอีกทีตอนค่ำเมื่อรู้สึกเหมือนกับมีคนกำลังเช็ดตัวให้ ครั้งพอลืมตาขึ้นก็เกิดอาการเวียนศีรษะขึ้นมาอีกจนต้องหลับตาลงอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าที่นอนที่กำลังนอนอยู่ยุบตัวลงข้างๆ ก่อนที่อ้อมแขนแกร่งที่คุ้นเคยจะกอดเธอเอาไว้แล้วซุกหน้าลงมาที่ซอกคอของเธอ

                “พี่ขอโทษนะครับ” เสียงเขาพูดกับเธอ “แก้มอย่าโกรธอย่ากลัวพี่เลยนะ พี่ทนไม่ได้ถ้าน้องนางไม้จะเกลียดพี่” เขาบอก ราชาวดีจึงยกมือขึ้นมากอดแขนของเขาบนตัวเธอเอาไว้ก่อนจะพลิกกายมานอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเขา เมื่อกี้นี้เขาคงกำลังเช็ดตัวให้เธออยู่

                “...แก้มอยากให้งานศพคุณตันหยงผ่านไปไวๆ แก้มอยากกลับแม่สอด”

                “กลัวเหตุการณ์ที่นี่หรอ”

                “...กลัวพี่รันตาย” เธอบอกเขาแล้วหลับตาลงขณะขยับกายเข้าไปซุกในอ้อมกอดของเขา “แก้มเสียพี่รันไปไม่ได้” พอเธอบอก ผู้กองกรันณ์ก็กอดเธอเอาไว้แน่นขึ้นแล้วลูบหลังเธอเบาๆ อย่างปลอบขวัญ

                “พี่จะไม่ทิ้งแก้มไปหรอกนะ” เขาบอก ก่อนจะคิดหาเรื่องพูดที่จะทำให้เธอลืมเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้น เขาจะหาเรื่องไหนมาพูดเปลี่ยนประเด็นดีนะ ถ้าจะให้พูดเรื่องบนเตียงอีก อารมณ์ของเธอตอนนี้คงพูดไม่ได้แน่ๆ แล้วจะพูดเรื่องไหนดีน้า

                “วันนี้มีคนก่อเรื่องเอาไว้ด้วยนะที่ตลาด” เขาเลือกที่จะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาพลางกอดเธอแล้วลูบหลังเบาๆ

                “อยู่ๆ ก็ทิ้งผัวเอาไว้กับสาวๆ น่าน้อยใจจริง”

                “...สมน้ำหน้า” เสียงอุบอิบว่าขึ้นมาทำให้เขายิ้มออกที่เบนความสนใจของเธอได้

                “เขาไม่รู้รึยังไงว่าผัวของเขารักเขามากจนมองผู้หญิงคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว ทิ้งผัวเอาไว้แบบนั้นเกิดผัวเขาถูกผู้หญิงอื่นจับปล้ำจะทำยังไง”

                “จับตอนทิ้ง” เธอว่าขึ้นมาอีก อ้อมกอดของเขาก็ยิ่งกระชับขึ้น

                “ใจร้ายกับผัวจริง”

                “ผัวไม่รักดีก็ต้องตอนเท่านั้น”

                “แล้วถ้าผัวรักดีล่ะ”

                “ก็ต้องมีรางวัลให้”

                “รางวัลอะไรล่ะ”

                “เดี๋ยวก็รู้” ราชาวดีบอกยิ้มๆ รางวัลที่พี่รันของเธอเคยบอกว่าอยากได้ยังไงล่ะ

                “จะรู้ตอนนี้”

                “ไม่บอกหรอก”

                “อย่าให้พี่ต้องสอบสวนแบบคนร้ายนะ”

                “แก้มก็ไม่บอก” เธอเชิดหน้าว่าให้คนเป็นสามีหมั่นเขี้ยวนักก่อนจะจับเธอซุกไซ้จนราชาวดีได้แต่ดิ้นหนีขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของเขา แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งกอดแน่นและซุกไซ้เธอหนักขึ้นจนเธอเริ่มอ่อนระทวยหายใจสะท้านขึ้นมา

                “พี่รัน...” เธอเรียกเขาเสียงสั่นเมื่อเขาปลดกระดุมชุดนอนแบบเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวของเธอออก สงสัยว่าตอนที่เธอหมดสติไปเขาคงจะเปลี่ยนชุดให้เธอด้วย

                ชุดนอนที่ไร้ชุดชั้นในเมื่อถูกปลดกระดุมออกก็ทำให้ทรวงอกอวบของเธอเปลือยเปล่าก่อนที่ลิ้นอุ่นๆ จะแตะลงมาที่ยอดทรวงสีหวานทำให้ราชาวดีถึงกับหายใจสะท้านใจแทบขาด มือเล็กๆ ยกขึ้นปัดป่ายเขาเพราะความซาบซ่านจนเขาต้องจับมือทั้งสองข้างของเธอตรึงเอาไว้บนที่นอนแล้วโน้มตัวลงมาซุกไซ้อกของเธอต่อโดยระวังบริเวณที่เธอมีแผลเอาไว้

                ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นแล้วก็ไม่รอให้คนในห้องอนุญาตก่อนด้วย เมื่อคนที่เคาะผลักประตูออกทำเอาสองสามีภรรยาที่กำลังจู่จี๋กันอยู่ผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน ผู้กองกรันณ์รีบดึงผ้าห่มมาคลุมร่างที่เกือบเปลือยของเมียรักเอาไว้ก่อนจะหันมามองผู้พันคีรินทร์อย่างไม่พอใจสุดๆ ที่ถูกขัดจังหวะรักแบบนี้

                “โธ่พี่ ทีหลังเคาะประตูก็รอให้ผมไปเปิดให้ก่อนสิ” ผู้กองกรัน์หันมาโวยขึ้นทันที ส่วนคนที่เปิดประตูเข้ามาก็ตกใจไม่ต่างกัน เขารึก็เห็นว่าน้องสาวหมดสติไปก็นึกว่าเธออาจจะยังไม่ฟื้นเลยจะมาดูอาการซะหน่อย แต่ใครจะรู้ล่ะว่าสองผัวเมียนี่กำลังจะเล่นผีผ้าห่มกัน

                “ใครจะไปรู้ว่าจะเล่นผีผ้าห่มกัน อีกอย่างนะไอ้รัน มึงลืมไปแล้วหรอว่ากูก็นอนห้องนี้ด้วย” ผู้พันคีรินทร์ว่า เพราะบ้านพักของผู้กองสุรชัยไม่ได้หลังใหญ่มากขนาดนั้น ห้องนอนมีเพียงแค่สองห้อง ซึ่งอีกห้องเป็นของเจ้าของบ้านที่แขกอย่างพวกเขาเกรงใจเลยเลือกที่จะนอนห้องเดียวกันเพราะเป็นคนกันเองทั้งนั้น

                ราชาวดีก้มหน้างุดอย่างอายๆ พี่ชาย ได้แต่หันหลังให้ทุกคนเพื่อติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อย

                “ถ้าจะทำกันต่องั้นฉันลงไปรอข้างล่างก่อนก็ได้ ทำเสร็จแล้วก็ลงไปข้างล่างละกัน ไปกินข้าวเย็น นี่ทหารพรานที่หน่วยก็พากันมาถามไถ่ข่าวคราวของแกไม่ขาดสายเลยไอ้รัน ลงไปพบปะเพื่อนพี่น้องเก่าบ้างอย่าเอาแต่ติดเมีย”

                “ผมลงไปตอนนี้ก็ได้พี่” ผู้กองกรันณ์ว่าอย่างหัวเสียแล้วลุกขึ้นใส่เข็มขัดกางเกงให้เรียบร้อยจนผู้พันคีรินทร์อดยิ้มเยาะไม่ได้

                “ไม่ทำต่อแล้วรึไง”

                “หมดอารมณ์แล้ว”

                “หมดก็ปลุกขึ้นมาใหม่สิ”

                “ไม่แล้ว ของแบบนี้ไม่ใช่ว่าทำห้านาที สิบนาทีแล้วจะเสร็จนะ อย่างน้อยต้องหนึ่งชั่วโมงเป็นต้นไป” แล้วผู้พันคีรินทร์ก็เบ้หน้าใส่ในความขี้คุยของน้องเขย นี่มันจะอวดว่ามันอึดนักหรอ เฮอะ! เพราะแบบนี้ล่ะสิน้องสาวเขาถึงได้ติดผัวนัก

                “งั้นก็รีบลงไปละกันทุกคนรออยู่ นี่ผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีก็เพิ่งมาถึง พวกเขาเป็นห่วงแกมากนะ” ว่าแล้วผู้พันคีรินทร์ก็เดินลงไป ผู้กองกรันณ์เลยได้แต่ยกมือขึ้นเสยผมอย่างเซ็งๆ กะว่าจะปลอบขวัญเมียซักหน่อยดันมีมารมาผจญซะได้ เขารักและเคารพผู้พันคีรินทร์มาโดยตลอดนะ แต่มีวันนี้แหละที่เขาเกลียดผู้พันคีรินทร์เข้าไส้เลย ก้างขวางคอนัก!


**********************************************************************************************

ก้างขวางคอนักนะผู้พัน เดี๋ยวพี่รันก็ยิงไส้ไหลหรอ



ตอนหน้าท่านขวัญตามาแน่นอนจ้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 322 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1644 PinkpinkDaisy (@PinkpinkDaisy) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 12:13
    แต่ก่อนเหมือนพระเอกจะเจ้าชู้ใช่ย่อยนะ
    #1644
    1
    • 11 กันยายน 2562 / 23:55
      ธรรมดาของหนุ่มรูปหล่อและโสดค่ะ แต่พอเจอนางเอกก็เลิกเจ้าชู้แล้ว รักน้องนางไม้ มีน้องนางไม้คนเดียวค่ะ
      #1644-1
  2. #1307 CYJae333 (@armybro) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 05:54
    อ่านตอนนี้แล้วคิดถึง จ่าเพียรเลยค่ะ เสียสละจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตจริงๆ แค่อีกคนที่คิดถึงก็คือครูจูหลิง ส่วนตัวคิดว่านราธิวาสน่าไปเที่ยวมากแต่การเดินทางค่อนข้างลำบากถ้าปัญหาสามชายแดนหมดไปจะดีมากเลยนะคะ
    #1307
    4
    • 10 สิงหาคม 2562 / 22:49
      น่าเที่ยวมากค่ะ ธรรมชาติสวยมาก ไรท์หาข้อมูลของจังหวัดนี้มาเยอะจริงๆ
      #1307-1
    • #1307-3 See25 (@See25) (จากตอนที่ 41)
      22 สิงหาคม 2562 / 10:35
      นราธิวาสไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ
      #คนนราธิวาสค่ะ
      #1307-3
  3. #1293 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 17:07
    ข่าวดีมาแล้ว
    #1293
    0
  4. #671 Pinky (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 12:51

    ชอบโมเมนต์ที่มีผู้พันคอยขัดขวางอ่ะ หมั่นไส้สองผัวเมียดี

    #671
    1
  5. #631 sadee (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 07:08

    555น้องเขยโครตดุนะผู้พัน

    #631
    1
  6. #136 Pima-myy (@asmagikoty) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 10:49
    โถ่ผู้พันตัวขัดจังหวะจริงๆเลย
    #136
    1
  7. #135 เหมย (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 02:05

    ไม่เมื่อไรจะมาท่านขวัญตา รอนานแล้ว

    #135
    1
    • #135-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 41)
      15 มีนาคม 2562 / 02:18
      ตอนหน้าจ้า พรุ่งนี้ๆ
      #135-1
  8. #134 Fararame (@Fararame) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 01:15
    แปะไว้ก่อน ยังไม่อยากอ่าน กลัววววว
    #134
    3
    • #134-2 Fararame (@Fararame) (จากตอนที่ 41)
      15 มีนาคม 2562 / 01:33
      อะ
      อะ
      อะ อ่านไปแล้วววววววว ลวินนี่ผู้พันเทวาไปชักชวนมารึป่าวเนี่ยยยยย
      #134-2
    • #134-3 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 41)
      15 มีนาคม 2562 / 01:34
      ไม่รู้จิ
      #134-3