ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 26 : มันไม่ใช่ความรักหรอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 304 ครั้ง
    16 มี.ค. 62

26.มันไม่ใช่ความรักหรอก

 

                อาคารอำนวยการหลังเก่าเดิมทีก็ทรุดโทรมบ้างแล้ว เมื่อถูกเผาทำลายก็เหมือนกับเป็นโอกาสให้สร้างหลังใหม่ขึ้นมา ไม่ได้เน้นให้ใหญ่โต แต่จะเน้นเรื่องประโยชน์ใช้สอยเสียมากกว่าเพราะคนที่อยู่ดูแลหลักๆ ก็คือผู้บังคับกองร้อยทหารพรานอย่างผู้กองกรันณ์ ถึงแม้จะไม่สามารถสร้างให้แล้วเสร็จได้ภายในวันเดียวแต่การได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่มากมายหลายส่วนก็ทำให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตัวอาคารจะสร้างจากไม้มีพร้อมทั้งห้องทำงานและห้องประชุมงานรวมถึงห้องรับรองอย่างง่ายๆ กรณีที่มีผู้ใหญ่เข้ามาตรวจ หลังจากที่ดูแลรักษาทหารพรานที่บาดเจ็บจากการถูกลอบโจมตีคราวนั้นแล้วราชาวดีก็อดแอบมองมายังจุดที่สร้างอาคารอำนวยการที่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ช่วยงานกันอย่างแข็งขัน แม้ขณะนี้จะอยู่ในช่วงฤดูหนาว อากาศค่อนข้างเย็นแต่การได้มาทำงานกลางแจ้งแบบนี้ก็ทำเอาเหงื่อซึมกันไม่น้อยจนหลายๆ คนต้องถอดเสื้อเปลือยท่อนบนแบกไม้เทปูนกัน แต่ใครอีกคนที่ราชาวดีแอบมองอยู่เขาทำเพียงแค่ถอดเสื้อทหารออกแล้วเหลือเอาไว้เพียงเสื้อยืดทหารพรานสีดำเท่านั้นทั้งๆ ที่ใจจริงอยากจะถอดเสื้อจะแย่เพราะเหงื่อออกเยอะ แต่พอหันมาเห็นคุณหมอคนสวยที่ยืนอยู่หน้าห้องพยาบาลชี้นิ้วดุใส่อย่างขู่ๆ คนกลัวเมียก็ไม่กล้าหือยอมเชื่อฟังแต่โดยดี ไม่กล้าถอดเสื้อยืดอวดรอยจูบตามเนื้อตัวของตัวเองอีก

                “เอ๊ะ!” น้ำอิงที่แอบมองคู่รักคู่ใหม่แอบส่งยิ้มให้กันขมวดคิ้วสวยๆ มุ่ยเมื่อเห็นตันหยงเดินถือถาดใส่แก้วน้ำไปเสิร์ฟให้ทุกคนที่พักเหนื่อยกันอยู่ เดิมทีแค่เสิร์ฟน้ำเฉยๆ ก็เป็นเรื่องปกติแหละ แต่ดูเหมือนเธอจะจงใจเสิร์ฟน้ำให้แต่ผู้กองกรันณ์ บ้างก็ทำทีท่าจะซับเหงื่อให้ด้วยอย่างไม่เกรงใจเมียของผู้กองหนุ่มเลย นี่ดีนะที่ฝ่ายผู้กองเองก็เอาแต่เดินหนีเธอตลอด ไม่งั้นเธอจะภาวนาขอให้แฟนคลับตัวแสบของเธอออกมาเล่นงานตันหยงอีกรอบ ในฐานะของคนที่มีสามีแล้วและก็รักสามีมาก เธอยอมไม่ได้เด็ดขาดที่จะเห็นใครมาเป็นมือที่สามแล้วก็ยุ่งกับสามีคนอื่นแบบนี้

                “คุณหมอแก้มคะ” เธอเรียกพลางส่งถาดใส่ผ้าเย็นและขวดน้ำเปล่าให้กับราชาวดีที่ไม่ได้สนเลยว่าตอนนี้สามีของตัวเองกำลังถูกผู้หญิงคนอื่นอ่อยอยู่ ผัวถูกอ่อยขนาดนี้ยังจะมาใจเย็นนั่งเช็คยาอยู่อีก เป็นเธอหน่อยไม่ได้จะรีบไปแสดงความเป็นเจ้าของให้เต็มที่เลย แสดงให้รู้ไปเลยว่าเขาเป็นผัวใครกันแน่

                “อะไรหรอคะ” ยัง ยังจะมีหน้ามาถามอีกว่าอะไรให้ตายเถอะ เธอว่าเธอก็เรียบร้อยมาระดับหนึ่งแล้วนะ แต่คุณหมอแก้มคนนี้นี่สิใสซื่อเกิ้น

                “เอาไปให้ผู้กองสิคะ”

                “...ก็มีคนเสิร์ฟน้ำอยู่แล้วนี่คะ”

                “โธ่ ใครเสิร์ฟให้ก็ไม่ชื่นใจเท่าเมียเสิร์ฟหรอกค่ะ อีกอย่างคนที่เสิร์ฟน้ำอยู่ตอนนี้เขาคิดไม่ซื่อกับผู้กองนะคะ คุณหมอควรจะไปแสดงความเป็นเจ้าของค่ะ” เข้าใจคำว่าผัวข้าใครอย่าแตะมั้ย น้ำอิงที่อยู่วงการบันเทิงมาก่อน พบเจอกับผู้คนมามากมายทุกรูปแบบเลยสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้ค่อนข้างดีและทันคน แต่คนที่เป็นหนอนหนังสือไม่ค่อยจะได้เข้าสังคมมาก่อนอย่างราชาวดีนี่สิ...

                “แก้มเชื่อใจพี่รันค่ะ”

                “โอ๊ย อิงก็เชื่อใจคุณกริชเหมือนกันค่ะ แต่เห็นแบบนี้ใครจะไปยอม ของของเรา รู้มั้ยคะกว่าจะรักกัน กว่าจะแต่งงานกันได้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง บางทีเราก็ไม่ควรปล่อยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปนะคะเพราะว่ามันอาจจะลุกลามไปใหญ่โตก็ได้ ก็เหมือนมะเร็งนี่แหละค่ะ ต้องตัดทิ้งซะตอนที่มันยังเป็นแค่ก้อนเนื้อร้ายเล็กๆ ก่อนที่มันจะลุกลามเป็นมะเร็งทำร้ายเรา” คุยกับหมอก็ต้องเปรียบกับอะไรที่มันจะทำให้หมอเห็นภาพชัดที่สุดนี่แหละน้ำอิงคิด ราชาวดีจึงหันไปมองยังเหล่าทหารที่พากันนั่งพักอยู่หลังจากที่เหนื่อยกันจนเหงื่อท่วมกายแล้ว และพี่รันของเธอกำลังยืนดูภาพโครงสร้างของอาคารอำนวยการหลังใหม่ที่กำลังจะสร้างอยู่กับผู้หมวดนทีและมีตันหยงยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วย

                “มันจะดีหรอคะ แก้มกลัวว่าจะเข้าไปวุ่นวายมากเกินหน้าที่หมออย่างแก้ม”

                “ไม่ได้ให้ไปทำหน้าที่ของหมอค่ะ แต่ให้ไปทำหน้าที่ของเมีย เนี่ย พวกเขากำลังพักกันอยู่เข้าไปได้ไม่น่าเกลียดหรอกค่ะ” น้ำอิงยัดขวดน้ำกับผ้าเย็นใส่มือเธอ “ผัวก็ผัวเราแคร์อะไรคะ แต่งงานกันใหญ่โต จดทะเบียนสมรสหรือแม้แต่นามสกุลก็ใช้ร่วมกันขนาดนี้ ถ้าผู้กองกรันณ์คือคนที่ใหญ่ที่สุดในฐานนี้ งั้นเมียของผู้กองก็ใหญ่กว่าผู้กองค่ะ เอาเลยค่ะ จัดการเลย” คนมีประสบการณ์อ้อนผัวมาก่อนสอนให้ราชาวดีได้แต่ยิ้มจางๆ ก่อนจะถูกคนท้องผลักเบาๆ ให้ออกไปที่ประตูห้องพยาบาล เธอก็เลยต้องทำตามคำแนะนำของคนที่มีประสบการณ์มากกว่า         

                ตันหยงชักสีหน้าอย่างไม่พอใจทันทีที่เห็นราชาวดีเดินเข้ามาหาผู้กองกรันณ์ เธอก็เลยเนียนๆ ถือถาดน้ำมาขวางทางราชาวดีเอาไว้อย่างไม่ชอบใจ ซึ่งพอมาเห็นแบบนี้ถึงแม้จะไม่ค่อยกล้าสักเท่าไหร่แต่สัญชาตญาณความเป็นเมียของเธอก็ทำให้ราชาวดียิ้มออกมาแล้วหันมาทางสามีของเธอแทน ถ้าตันหยงขวางทางไม่ให้เธอเข้าไปงั้นเธอก็ควรเรียกสามีของเธอออกมาแทน

                “พี่รันขา” เสียงหวานเอ่ยเรียกทำให้คนที่กางกระดาษดูโครงสร้างของตัวอาคารอยู่กับผู้หมวดนทีหันมามองทันที พอเห็นเธอจากที่เหนื่อยๆ ก็หายเป็นปลิดทิ้ง ไหนจะเสียงเรียกหวานๆ ของเธออีกทำให้ผู้หมวดหนุ่มที่ยืนถือผังโครงสร้างในกระดาษแผ่นใหญ่อยู่กับเขาอดยิ้มแซวไม่ได้

                “แก้มเห็นว่าพักเหนื่อยกันอยู่เลยเอาน้ำกับผ้าเย็นมาให้ค่ะ” เธอยิ้มหวานบอกอีก ผู้กองกรันณ์จึงรีบเดินเข้าไปหาน้องนางไม้ของเขาอย่างไม่สนใจตันหยงที่ยืนขวางทางเอาไว้อยู่

                “พี่กำลังหิวน้ำอยู่พอดีเลย ปากคอแห้งไปหมดแล้วเนี่ย” เขาบอกอย่างอ้อนเมีย ตันหยงที่ยืนถือถาดน้ำอยู่ก็ยิ่งชักสีหน้าออกมาอีก

                “ตันหยงก็เสิร์ฟน้ำให้ตลอดนะคะผู้กอง ทำไมไม่ดื่ม” เธอว่า ผู้กองกรันณ์จึงหันมาตอบยิ้มๆ

                “ไม่มีอร่อยสู้น้ำจากเมียผมหรอกครับ ยิ่งถ้าเมียป้อนยิ่งชื่นใจ” ว่าแล้วก็หันมาทางเมียรักของตัวเองก่อนจะพาเธอไปนั่งด้วยกันที่แคร่ไม้ไผ่ ราชาวดีจึงจัดการเปิดขวดน้ำแล้วป้อนเขาอย่างเอาใจตามที่เขาว่าก่อนจะแกะผ้าเย็นออกมาซับหน้าและลำคอให้เขาอย่างแสนรัก ยังจำความตั้งใจของตัวเองได้ดีเสมอว่าเธอจะดูแลเขาให้ดีที่สุดเสมือนว่านี่จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ขอบคุณน้ำอิงเหลือเกินที่บอกให้เธอมาดูแลเขา เพราะพี่รันของเธอดูจะชอบมากที่มีเธอคอยดูแลอยู่ข้างๆ แบบนี้

                “อยากกินอีกจัง น้ำหวานๆ จากเมียพี่” เขาว่ายิ้มๆ กับเมียรักอยู่สองคน ราชาวดีจึงจะยกขวดน้ำขึ้นป้อนเขาอีก แต่เขากลับส่ายหน้าให้

                “ไม่ใช่น้ำแบบนี้”

                “แล้วน้ำอะไรล่ะคะ” หรือว่าเขาจะอยากกินอย่างอื่นอีก

                “พี่หมายถึงน้ำแบบเมื่อคืนนี้ น้ำที่พี่กินแล้วแก้มครางไม่หยุดไง” เขากระซิบบอกให้เธอได้ยินแค่คนเดียวทำเอาราชาวดีหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกทันทีที่จู่ๆ เขาก็คิดอะไรแบบนี้กับเธออีกแล้ว แต่ครั้งหันมามองทางตันหยงที่ยังยืนอยู่ใกล้ๆ ราชาวดีก็ยิ้มตอบสามีออกมาทันทีแล้วเอื้อมตัวขึ้นไปหอมแก้มเขาหนักๆ ก่อนจะตอบ

                “รู้ค่ะว่าหิว ไว้เลิกงานเย็นนี้ค่อยกินนะคะ อยากกินอะไรแก้มจะตามใจให้หมดเลยเพราะแก้มก็จะกินพี่รันเหมือนกัน” เธอพูดเบาๆ แต่ก็ไม่ได้เบามากเมื่ออยากจะให้ตันหยงได้ยินด้วยจะได้เลิกมายุ่งกับสามีของเธอเสียที แต่คนหลงเมียกลับไม่รู้ว่าเมียแค่พูดออกมาเพราะความหึง กลับเข้าใจว่าเธอเองก็หิวเขาไม่ต่างกันจนต้องยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูอีกที ให้ตายเถอะ ยังไม่เที่ยงเลย เมื่อไหร่จะเย็นซะทีนะ เขาคิดอย่างหงุดหงิดกับเวลาที่เดินช้าไม่ทันใจ

                “เมื่อไหร่จะเย็นน้า อยากเลิกงานออกเวรแล้วสิ” เขาว่ายิ้มๆ กับราชาวดีอย่างรู้กันแล้วดึงมือเธอที่ถือผ้าเย็นมาซับเหงื่อให้เขาต่อ ตันหยงได้ยินแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้จะเดินเข้ามาหาคนทั้งคู่อีกแต่คราวนี้ผู้หมวดนทีกลับดึงเธอเอาไว้

                “ปล่อยฉันนะหมวด”

                “เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว” เขาว่าก่อนจะออกแรงฉุดเธอไปทางด้านหลังของห้องพยาบาลฝั่งตรงข้าม ซึ่งพอมาถึงตันหยงก็สลัดมือเขาออกอย่างไม่พอใจทันทีแล้วจะเดินหนีกลับไปหาผู้กองกรันณ์อีก

                “มีศักดิ์ศรีหน่อยสิ” ผู้หมวดนทีว่าขึ้นทำให้เธอชะงักไป “เลิกทำตัวเป็นเด็กๆ หรือนางร้ายในละครทีวีจะได้มั้ย เขามีเมียเป็นตัวเป็นตนขนาดนั้นแล้วนะ และที่สำคัญคือคุณไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลย!

                “ซักวันก็ต้องได้อยู่”

                “จะเป็นเมียน้อยเขาหรอ เมื่อวานเขาก็บอกแล้วไงว่าเขายอมตายดีกว่าต้องทรยศเมียของเขาเอง ยังฟังไม่ชัดอีกหรอว่าเขายอมตายดีกว่าที่จะต้องข้องเกี่ยวกับคุณ! เขาไม่เคยต้องการคุณเลยนะ”

                “เมื่อวานผู้หมวดได้ยินด้วยหรอ” ตันหยงถามแล้วมองเขาอย่างไม่พอใจ “ฉันไม่สนหรอกนะว่าใครจะคิดยังไง ฉันรู้แค่ว่าฉันรักผู้กอง รักมากด้วยแล้วฉันก็จะไม่เลิกรัก มีเมียแล้วยังไง ฉันไม่ได้แคร์เมียเขาหรอกนะ แค่ฉันได้รักเขา อยู่ใกล้ๆ เขาและดูแลเขาฉันก็พอใจแล้ว”

                “ตันหยง...”

                “ฉันไม่ใช่คนดีอะไรมากมายหรอกหมวดเลิกคิดอะไรกับฉันได้แล้ว หมวดไม่เข้าใจหรอกว่าฉันรักผู้กองมากแค่ไหน ฉันรักมากจนกล้าแม้แต่จะฆ่าเมียของเขาเพื่อแย่งเอาเขามา หรือแม้แต่ตายแทนผู้กองฉันก็ทำได้”

                “แบบนั้นเขาไม่เรียกว่ารักหรอก!” ผู้หมวดนทีว่าอย่างผิดหวัง “คุณมันเห็นแก่ตัว คุณไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง คุณไม่ได้รักผู้กองด้วย คุณแค่อยากเอาชนะใจเขา แล้วขอให้รู้เอาไว้ว่าสิ่งที่คุณทำอยู่นี้คุณจะไม่มีวันได้อะไรกลับคืนมาเลย ยิ่งคุณทำแบบนี้ผู้กองก็ยิ่งตีตัวออกห่างจากคุณ ไม่เห็นหรอตั้งแต่เช้ามานี้เขาเหนื่อยแทบตาย อยากกินน้ำแค่ไหนก็ไม่ยอมกินเพราะไม่อยากเข้าใกล้คุณ แต่พอเมียเขามาเขาก็รีบเข้าไปหาเธอทันที สิ่งที่คุณทำแทนที่มันจะทำให้คนอื่นๆ รักคุณ แต่ทุกคนเขากลับรังเกียจคุณ แม้แต่ผู้กองเองก็รังเกียจผู้หญิงอย่างคุณ ทั้งฐานนี้มีใครบ้างไม่รู้ว่าคุณคิดจะแย่งผัวคนอื่นเขา!!!

                เพี๊ยะ!!! ผู้หมวดนทีหน้าหันทันทีเมื่อถูกตันหยงตบเข้าให้อย่างจัง แต่เขาก็ไม่ได้ตอบโต้ เขากลับเพียงแค่มองดูเธออย่างผิดหวังไม่จางหาย และสงสารที่เธอขาดสติแบบนี้

                “...ถ้าคุณหัดเปิดหูตาให้กว้างไกลกว่านี้ คุณจะรู้ว่ามีคนที่เขารักคุณด้วยใจจริงอยู่ คนที่เขาจะไม่ทำให้คุณต้องเสียใจ ถือเสียว่าผมขอร้อง คุณไม่ต้องรับรักผมก็ได้ แต่อย่าไปยุ่งกับผู้กองแล้วก็คุณหมอแก้มอีกเลย ปล่อยพวกเขาไปเถอะ คุณหมอเธอเป็นคนดีไม่เคยคิดร้ายกับใคร คุณทำร้ายเธอได้ลงคอหรอ”

                “ก็แล้วใครใช้ให้นังนั่นมันมายุ่งกับผู้กองล่ะ ไม่เห็นหรอว่ามันกำลังอ่อยผู้กอง”

                “ก็เขาเป็นผัวเมียกัน จะทำยังไงมันก็เรื่องของพวกเขา คุณสิมีสิทธิ์อะไรไปยุ่ง” ผู้หมวดนทียิ่งเหนื่อยใจกับความคิดของเธอ เธอไม่ยอมรับความหวังดีจากใครเลย

                “คุณควรจะกลับนราธิวาสไปซะตันหยง ก่อนที่ใครๆ เขาจะรังเกียจคุณไปมากกว่านี้ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะพูดเรื่องนี้กับคุณ ผมแค่อยากให้คุณรับความหวังดีจากผมเท่านั้น”

                “แต่ฉันไม่ต้องการ”

                “งั้นผมก็จะขัดขวางคุณทุกวิธี ไม่ใช่เพื่อปกป้องผู้กอง แต่ปกป้องคุณ ไม่ให้คุณทำเรื่องผิดศีลธรรม เรื่องบางเรื่องถ้าเราตัดสินใจพลาดไปมันย้อนกลับมาแก้ไขไม่ได้หรอกนะ” ผู้หมวดนทีว่าแล้วจะเดินหนีออกมา แต่ตันหยงก็พูดขึ้นมาอีก

                “อยากทำอะไรก็ทำ ฉันไม่ยอมแค่นี้หรอก”

                “แล้วคุณจะเสียใจกับสิ่งที่คุณทำ” ผู้หมวดนทีก่อนจะหนีออกไปเมื่อไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของตันหยงได้ ซึ่งเมื่อเขาเดินกลับมาที่จุดตั้งอาคารอำนวยการเขาก็เห็นว่าผู้กองกรันณ์กำลังพูดคุยกับเมียของเขาอย่างมีความสุข ทั้งสองคนยิ้มแย้มให้กัน ชี้ชวนให้เธอดูอาคารอำนวยการที่กำลังสร้างขึ้นซึ่งราชาวดีก็นั่งฟังอย่างตั้งใจและลอบมองสามีของตนอย่างหลงใหล

                ในขณะที่ตันหยงเดินกลับมาที่จุดที่ทุกคนพักกันอยู่แล้วเห็นภาพนี้เข้าก็จะเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่อีกอย่างไม่ยอมแพ้ หากแต่ผู้หมวดนทีกลับเข้ามาขวางทางเธอเอาไว้ ตามมาด้วยผู้กองสุรชัยผู้บังคับบัญชาของเธอจากนราธิวาสด้วย ซึ่งเขาก็รู้ดีว่าตันหยงคิดจะทำอะไรจึงได้หาทางขัดขวางเธออีกคนก่อนที่เธอจะก่อเรื่องยุ่งไปมากกว่านี้

                “ตันหยง พรุ่งนี้ออกลาดตระเวนกับทีมของผมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน แล้วกลับมาที่ฐานเมื่อไหร่เราจะกลับนราธิวาสกันทันที” ผู้กองสุรชัยสั่งก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปให้ตันหยงหันมาจ้องผู้หมวดนทีอย่างไม่พอใจ ต้องเป็นเขาแน่ๆ ที่ไปเสนอให้เธอออกลาดตระเวน ในตอนที่ผู้กองกรันณ์ออกลาดตระเวนเธอจะถูกสั่งให้อยู่ที่ฐาน แต่พอผู้กองอยู่ที่ฐาน กลับเป็นเธอที่ถูกสั่งให้ออกไปลาดตระเวน พวกเขากำลังจงใจแยกเธอออกห่างจากผู้กอง

                “พรุ่งนี้ผมจะไปลาดตระเวนด้วย แล้วเจอกัน” เขาว่าก่อนจะเดินหนีออกมาให้ตันหยงได้แต่มองอย่างเจ็บใจนัก แล้วก็ยิ่งเจ็บใจหนักเมื่อเห็นผู้กองกรันณ์แอบหอมแก้มราชาวดีก่อนที่เขาจะกลับไปทำงานกับเหล่าลูกน้องต่อ ราชาวดีจึงเดินกลับไปที่ห้องพยาบาล

                กริชชานนท์ที่นั่งพูดคุยกับลูกในท้องของน้ำอิงอยู่ในห้องพยาบาลค่อยๆ ผละออกจากเมียของเขาเมื่อเห็นราชาวดีเดินกลับมา สองสามีภรรยาได้แต่มองหน้ากันอย่างเป็นห่วงเธอนักเพราะเรื่องที่ตันหยงกับผู้หมวดนทีพูดคุยกันที่ด้านหลังห้องพยาบาลพวกเขาและทหารที่บาดเจ็บอยู่ในห้องพยาบาลได้ยินกันหมด ซึ่งพอราชาวดีเดินเข้ามาในห้องพยาบาลทุกคนก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หญิงสาวจึงกลับไปเช็คยาที่ทำค้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ กริชชานนท์จึงขอตัวออกไปช่วยงานคนอื่นๆ ต่อ

                “เป็นยังไงบ้างคะ” น้ำอิงถามยิ้มๆ เห็นคนที่นั่งเช็คยาอยู่แก้มแดงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมื่อก่อนหน้านี้เธอคงจะหวานกับสามีมา

                “ขอบคุณคุณน้ำอิงนะคะที่แนะนำ”

                “ค่ะ แล้วยังอยากได้ลูกแฝดอยู่มั้ยคะ เดี๋ยวแนะนำให้” น้ำอิงแกล้งถามเล่นๆ แต่คนถูกถามกลับเขินจนหน้าแดงยิ่งกว่าเก่า คนท้องที่แกล้งเธอเล่นเลยหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิมแล้วช่วยราชาวดีเช็คยาที่มีและเตรียมยากับชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับให้ทีมลาดตระเวนที่จะออกไปลาดตระเวนกันในวันพรุ่งนี้นำไปด้วย แต่แล้วในระหว่างที่สองคุณหมอกำลังนั่งทำงานกันอยู่เงียบๆ ตันหยงก็เดินเข้ามาในห้องพยาบาลจนทุกคนหันมามองตามเป็นตาเดียว น้ำอิงหันไปมองราชาวดีทันทีเมื่อเห็นว่าตันหยงจ้องจิกหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง ดูจากสภาพแล้วหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาราชาวดีหรือจะสู้แรงตันหยงได้ อีกคนก็บอบบางเหลือเกิน ส่วนอีกคนก็แข็งแกร่งสมกับเป็นทหาร

                “คุณตันหยงมีอะไรให้อิงช่วยรึเปล่าคะ” น้ำอิงรีบออกตัวก่อน กลัวว่าตันหยงจะไปหาเรื่องราชาวดีเข้า

                “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่อยากรบกวนคนท้อง” อ้าว เธอแค่ท้องนะ ไม่ได้เป็นง่อย “ฉันมีธุระกับคุณหมอราชาวดี”

                คราวนี้ราชาวดีหันมามองหน้าตันหยงตามอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจ สงสัยว่าตันหยงมีธุระอะไรกับเธอกัน การต้องเผชิญหน้ากันกับตันหยงยิ่งไม่ค่อยจะมีเรื่องดีๆ อยู่ซะด้วยสิ

                “คุณตันหยงมีธุระอะไรกับฉันหรอคะ”

                “ออกไปคุยกันข้างนอก” ตันหยงว่าหน้าตึงๆ ในขณะที่น้ำอิงแอบส่ายหน้าห้ามไม่ให้ราชาวดีตามตันหยงออกไปเพราะไม่ไว้ใจอีกฝ่าย

                “มีธุระอะไรคุยกันที่นี่ก็ได้ค่ะ”

                “ทำไม กลัวฉันหรอคุณหมอถึงไม่กล้าออกไปคุยกันกับฉัน” ตันหยงยิ้มเยาะอีกฝ่าย ราชาวดีจึงพยักหน้ารับ

                “ค่ะ ฉันกลัว” ยิ่งเธอตอบแบบนี้ตันหยงก็ยิ่งยิ้มเยาะเธอ “แต่ฉันไม่ได้กลัวว่าจะถูกคุณตันหยงทำร้ายอะไรหรอกนะคะ ถ้าคุณตันหยงมีธุระสำคัญจะคุยกับฉันจริงๆ ก็พูดออกมาได้เลยค่ะ หรือเจ็บไข้ไม่สบายอะไรฉันจะช่วยดูอาการให้” ราชาวดียังคงมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่นึกกลัวทำให้ตันหยงเดินเข้ามาหาเธอจนใกล้

                “ฉันบอกให้ออกไปคุยกับฉันข้างนอก ฟังไม่รู้เรื่องหรอ”

                “ฉันฟังรู้เรื่องค่ะ แต่ฉันเห็นว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องออกไป ธุระของคุณตันหยงคงจะไม่สำคัญมากใช่มั้ยคะถึงได้ใจเย็นไม่รีบพูดออกมาซักที”

                “ฉันจะพูดก็ต่อเมื่อหมอออกไปข้างนอกกับฉัน ฉันสั่งไม่เข้าใจหรอ”

                “งั้นคุณตันหยงก็คงจะเข้าใจอะไรผิดไปค่ะ ฉันมาอยู่ที่นี่ในฐานะของแพทย์อาสา ไม่ใช่ทหารใต้บังคับบัญชาของใคร แม้แต่ผู้พันกับผู้กองก็สั่งฉันไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าฉันไม่พอใจที่จะทำตามคำสั่งของใครฉันปฏิเสธได้ค่ะ”

                “หมอคงกลัวฉันมากสินะถึงได้ไม่กล้าออกไป ขี้ขลาด!

                “ค่ะ ฉันไม่ใช่คนกล้าหาญแล้วก็เข้มแข็งได้เท่ากับคุณตันหยง เรื่องนี้ฉันไม่ปฏิเสธ แต่อย่ามองว่าความกลัวของฉันมันเป็นเรื่องขี้ขลาดเลยนะคะ ที่ฉันไม่ตามคุณออกไปไม่ใช่เพราะว่าฉันกลัวคุณตันหยงจะทำร้ายหรอกค่ะ”

                เอ๊ะ! ยังไง น้ำอิงไม่เข้าใจที่ราชาวดีพูด ราชาวดีบอกว่าตัวเองกลัว นี่ขนาดกลัวนะเนี่ยยังกล้าต่อปากต่อคำได้ขนาดนี้อีก ท่าทางก็นิ่งๆ ไม่ได้ตระหนกอะไรด้วย ดูนิ่งๆ สง่างามมากกว่าที่บอกว่ากลัวซะอีกนะเนี่ย

                “เพียงแต่ฉันทราบค่ะว่าหากฉันตามคุณออกไป เรื่องที่คุณจะคุยกับฉันคงไม่ใช่เรื่องที่ดี หรือบางทีคุณอาจจะลงมือทำร้ายฉันเหมือนกับคราวก่อนก็ได้” ราชาวดีว่า “ถึงฉันจะอยู่ที่นี่ในฐานะของแพทย์อาสา แต่อีกสถานะหนึ่งฉันยังเป็นน้องสาวของผู้พันคีรินทร์และเป็นภรรยาของผู้กองกรันณ์ พี่ชายและสามีของฉันเป็นผู้บัญชาการที่นี่ ในฐานะของน้องสาวและภรรยาของพวกเขาฉันต้องวางตัวให้เหมาะสมค่ะ ถ้ามีเรื่องออกมาว่าฉันทะเลาะตบตีกับใครที่ฐานนี้ แล้วพี่ชายกับสามีของฉันจะเอาหน้าไปไว้กันที่ไหนคะ แล้วยิ่งหากจะเป็นการทะเลาะกันเพราะผู้ชาย...มันก็เท่ากับว่าฉันทำลายเกียรติของพวกเขา พวกเขาคือคนที่ฉันรักและเทิดทูลมาก ฉันทำตัวให้ด่างพร้อยไม่ได้หรอกค่ะ”

                น้ำอิงกับเหล่าทหารที่ป่วยกันอยู่นึกอยากจะตบมืออย่างชื่นชมให้กับเธอนัก เธอมีเหตุลผลวางตัวได้ดีมากจริงๆ คำพูดนิ่งๆ แบบนี้ทำเอาตันหยงถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว ถ้าผู้พันกับผู้กองมาได้ยินเข้าคงปลื้มใจกับน้องสาวและเมียกันมากแน่ๆ

                “ตกลงคุณตันหยงยังมีธุระอะไรกับฉันอยู่อีกรึเปล่าคะ ถ้าไม่มีก็เชิญค่ะ ฉันมีงานต้องทำ มีคนไข้ที่ต้องดูแล” ราชาวดีผายมือไปทางประตูเป็นเชิงไล่อย่างสุภาพ ตันหยงเลยเดินเข้าไปใกล้เธอแล้วง้างฝ่ามือขึ้นเตรียมจะตบ

                “การทำร้ายร่างกายฉันไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะคะ” ไม่เพียงแต่ไม่หลบ ราชาวดียังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

                “ถึงฉันไม่ฟ้องใคร แต่ร่องรอยการถูกทำร้ายก็ยังคงอยู่ คุณคิดว่าฉันจะตอบพี่รันยังไงดีถ้าเขาถามว่าใครตบตีฉัน ตบตีฉันด้วยเรื่องอะไร เดิมทีพี่รันก็ไม่ได้สนใจคุณอยู่แล้ว แล้วยิ่งคุณมาทำร้ายเมียที่เขารักมากแบบนี้คุณคิดว่าเขาจะมองคุณดีขึ้นงั้นหรอคะ ถ้าคุณคิดว่าตบฉันแล้วพี่รันจะรักคุณ ทุกๆ คนจะเอาใจช่วยให้คุณแย่งสามีของฉันไปก็ตบเลยสิคะ”

                ฝ่ามือของตันหยงสั่นเทาเมื่ออยากจะตบคนที่อยู่ตรงหน้าให้หายแค้นแต่อีกใจก็กลัวว่าผู้กองกรันณ์จะเอาโทษเธอได้ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ทำอะไรลงไปกริชชานนท์ก็กลับมาที่ห้องพยาบาลอีกครั้งเมื่อได้เวลากินยาและอาหารเสริมบำรุงครรภ์ของน้ำอิง ด้วยความเห่อลูกและห่วงเมียเขาจึงเคร่งครัดในการดูแลทั้งแม่แล้วก็ลูกเป็นอย่างมาก เลยทำให้ได้เห็นด้วยว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นที่นี่

                “มีเรื่องอะไรกันรึเปล่าครับ” ก็รู้แหละว่าคนกำลังจะตบกัน และคำถามของเขาก็ทำให้ตันหยงยอมลดมือลงแต่โดยดีหากแต่ยังคงจ้องราชาวดีอย่างเกลียดชังแบบสุดๆ อยู่ แล้วยิ่งมองเห็นรอยจูบที่คอของหญิงสาวตรงหน้าตันหยงก็ยิ่งเกลียดราชาวดียิ่งนัก ทำไมกัน ผู้กองเคยเจอผู้หญิงสวยๆ มาตั้งมากมายแต่เขาก็ไม่เคยสนใจใครจนถึงขั้นแต่งงานด้วยแบบนี้ นังหมอนี่มันมีดีอะไรทำไมเขาถึงได้รักมันนัก

                “ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ!” ว่าจบตันหยงก็เดินออกไปจากห้องพยาบาลทันที ผ่านหน้ากริชชานนท์ไปราวกับมองไม่เห็นเขา ถ้าชายหนุ่มไม่เข้ามาเธออาจจะยอมเสี่ยงตบราชาวดีจริงๆ ก็ได้ ราชาวดีถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจกับตันหยงที่ตนไม่สามารถโน้มน้าวใจของตันหยงให้กลับตัวกลับใจได้เลย ขนาดมีคนดีๆ อย่างผู้หมวดนทีคอยตามดูแลแต่ตันหยงก็ยังมองไม่เห็นถึงความดีของเขา

                “ผู้หญิงอะไรหน้าด้านเป็นบ้า อยากได้ผัวเขาจัดจนต้องมาหาเรื่องจะทำร้ายเมียของเขาถึงที่” น้ำอิงบ่นออกมาก่อนจะหันมาทางสามีของตัวเองแล้วอ้อนเสียงหวาน

                “ที่รักขา เมื่อกี้นี้น่ากลัวมากเลย มาปลอบอิงกับลูกแฝดหน่อยสิคะ” ว่าแล้วเธอก็รีบชูแขนไปหาเขา กริชชานนท์จึงรีบเข้ามากอดเธอเอาไว้อย่างปลอบขวัญอย่างเอ็นดูกับความช่างอ้อนของเมีย ตั้งแต่ท้องมานี่อ้อนผัวเก่งเหลือเกิน

                “คุณหมอไม่เป็นไรนะครับ” เขาหันมาถามราชาวดีอีกคน เธอจึงพยักหน้ารับแล้วนั่งลงไปที่เก้าอี้ของตัวเอง ไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหานี้ยังไงดี นี่ขนาดมีน้ำอิงกับทหารที่ป่วยนอนอยู่ในห้องพยาบาลด้วยตันหยงยังกล้าขนาดนี้ ต่อไปจะกล้าขนาดไหนกันนะ

                “นี่ถ้าไม่ท้องอยู่นะ” น้ำอิงบ่นออกมาอีกทั้งๆ ที่ยังกอดสามีตัวเองเอาไว้แน่น เขาก็เลยดุเข้าให้

                “จะท้องหรือไม่ท้องก็ห้ามไปมีเรื่องกับใครเขา เข้าใจมั้ย”

                “เรื่องนี้อิงไม่ยุ่งด้วยก็ได้เพราะเขาไม่ได้มาแย่งผัวของอิง แต่ลองมายุ่งกับผัวของอิงดูสิ ท้องก็ท้องเถอะ อิงไม่ยอมแน่ๆ” แล้วกริชชานนท์ก็แอบยิ้มออกมาอย่างภูมิใจที่ถูกเมียหวง ก่อนจะจัดแจงหายาบำรุงครรภ์มาให้เธอกินพร้อมกับนมสำหรับคุณแม่ที่ตั้งท้อง เมียดุและดื้อแบบนี้ลูกออกมาซนเป็นลิงแน่ๆ เขาคิด

                “พี่หมอแก้ม พี่หมอแก้มอยู่ที่นี่ใช่มั้ย!!!” เสียงใสๆ ของใครคนหนึ่งดังขึ้นอีก ทำให้ราชาวดียิ้มออกมาได้เมื่อเห็นขวัญตากำลังวิ่งเข้ามาหา แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นสภาพของเด็กสาวเนื้อตัวมอมแมม ผมยุ่งไปหมด นี่เธอหายไปไหนมาตลอดเช้านี้ ก็ไหนพี่รันบอกว่าพาขวัญตาไปส่งที่บ้านแล้วเธอก็หลับไง

                “เวลาอยากให้อยู่ด้วยไม่รู้หายไปไหน” น้ำอิงว่าขึ้น เพราะถ้าขวัญตาอยู่ด้วยตอนที่ตันหยงมานะ ตันหยงคงไม่กล้ามากขนาดนี้

                “ไปเที่ยวป่ามาค่ะ” เด็กสาวตอบแล้วยื่นดอกไม้ป่าออกมาให้น้ำอิงหนึ่งช่อ และอีกหนึ่งช่อสำหรับราชาวดี ราชาวดีจึงหยิบเศษใบไม้ออกจากผมเธอให้

                “ออกไปเที่ยวป่าแบบนี้มันไม่ดีนะขวัญ สถานการณ์ตอนนี้ยิ่งไม่น่าไว้ใจอยู่ เกิดคนร้ายที่ลอบเข้ามาทำลายที่นี่ย้อนกลับมาอีกจะทำยังไง”

                “ขวัญไปใกล้ๆ เองค่ะ ไม่ได้ออกไปไกลจากฐานหรอก ทหารก็เยอะแยะ อ้อ! ขวัญเจอกวางในป่ามาด้วยแหละ เสียดายวิ่งไม่ทันไม่งั้นเย็นนี้เราได้กินย่างเนื้อกวางแน่ๆ”

                “ฮะแฮ่ม!” เสียงกระแอมดุๆ ของใครบางคนดังขึ้น กริชชานนท์จึงชี้นิ้วดุเด็กสาว

                “อุ๊ย! ลืมไป มีหัวหน้าเขตป่ามรดกโลกอยู่ที่นี่ด้วย ว้า เกือบถูกจับติดคุกซะละ งั้นเอาไว้พี่น้ำอิงกับพวกพี่ๆ ป่าไม้กลับขวัญค่อยไปล่าสัตว์ป่าใหม่ก็ได้” รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายรักป่าและสัตว์ป่าเข้าไส้เลยอดแกล้งยั่วโมโหไม่ได้

                “ไว้จะส่งเนื้อกวางแดดเดียวไปให้ที่ห้วยขาแข้งนะคะ” ยัยเด็กนี่

                “คุณหมอแก้มอย่าลืมบอกผู้กองนะครับว่าน้องสาวของเขาแอบหนีไปเที่ยวเล่นในป่า คดีที่ทะเลาะกับคุณตันหยงเมื่อวานก็ยังไม่ได้เคลียร์ ถ้าคุณหมอไม่บอกผู้กองเดี๋ยวผมบอกเอง” พอกริชชานนท์ว่าขวัญตาก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันที

                “พี่หมอแก้มรู้มั้ยคะว่าป่ากับสัตว์ป่าสำคัญต่อประเทศแล้วก็โลกของเรามากแค่ไหน เราจะตัดไม้ทำลายป่าแล้วก็ล่าสัตว์ป่าไม่ได้นะคะ กินหมูกินไก่ได้ แต่กินสัตว์ป่าไม่ได้แน่ๆ ค่ะ ยิ่งมีน้อยๆ อยู่ต้องรักษาเอาไว้ จริงมั้ยคะพี่น้ำอิง” ว่าแล้วก็หาพวกเพิ่มจนน้ำอิงหัวเราะออกมาใหญ่กับความช่างพูดของเธอ นี่คงกลัวจะถูกพี่ชายทำโทษล่ะสิถึงได้รีบพูดจาเอาใจสามีของเธอแบบนี้

                “ที่หลังบ้านพักพี่ผู้พันมีน้ำตกด้วยหรอคะ” อยู่ๆ ขวัญตาก็พูดขึ้น “ขวัญบังเอิญเดินไปเจอ น้ำตกสวยมากๆ แล้วก็มีเต้นท์นอนด้วย หรือว่าเป็นเต้นท์ของพี่รันกับพี่หมอแก้มคะ” คำพูดของเด็กสาวทำให้ราชาวดีหน้าแดงจัดขึ้นมาทันทีเมื่อขวัญตาไปเห็นที่ที่เป็นรังรักของเธอกับสามี

                “เมื่อคืนนี้พี่หมอแก้มกับพี่รันนอนที่นั่นหรอ งั้นคืนนี้ขวัญไปนอนด้วยสิ ขวัญรู้สึกว่าที่นั่นมันแปลกๆ อยากไปดูอะไรๆ อีก”

                “จะไปเป็นก้างขวางคอเขาทำไม ที่บรรยากาศดีๆ เขาเอาไว้ทำลูกกัน” กริชชานนท์ว่าขึ้น เขาเองก็คิดว่าแถวนี้น่าจะมีน้ำตกแหละแต่ก็ยังไม่ได้สำรวจดู ได้ยินแค่พวกทหารพรานที่ประจำที่นี่เล่าว่ามีน้ำตกอาถรรพ์ซึ่งมีสิ่งลี้ลับแอบซ่อนอยู่จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ก็คงจะเป็นน้ำตกที่ขวัญตาว่านี่แหละ

                “บรรยากาศดีตรงไหนน่ากลัวจะตายไป ถึงน้ำตกจะสวยมากนะคะ แต่พอไปที่นั่นขวัญได้ยินเสียงคนพูดกระซิบกันไม่หยุดเลย ขวัญยืนอยู่คนเดียวแท้ๆ แต่เหมือนกลับมีคนมากมายอยู่ด้วย ลมก็แรงพัดมาทีขวัญเกือบล้ม แต่น่าแปลก ลมแรงขนาดนั้นแต่ต้นไม้ขยับเลยซักต้น เสียงคนซุบซิบทั้งเด็ก ผู้หญิง คนแก่มีหมดจนขวัญตกใจรีบวิ่งหนีออกมา ล้มลุกคลุกคลานจนมีสภาพอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ” ขวัญตาเล่าเป็นตุเป็นตะก่อนจะหันมาทางกริชชานนท์อีกที

                “เวลาเข้าไปทำงานในป่า เคยเจออะไรแปลกๆ แบบนี้มั้ยคะ”

                “ก็...” ก็มีบ้างเป็นธรรมดา แต่เขาไม่เคยเจอจังๆ แล้วก็ไม่ค่อยกลัวอะไรที่ลี้ลับแบบนี้ด้วยเลยไม่ได้ใส่ใจ “ไม่มีหรอก คิดไปเองรึเปล่า” เขาว่าเพื่อให้เด็กสาวสบายใจ ซึ่งราชาวดีเองก็เห็นด้วยกับเขา เธอไปที่นั่นบ่อยๆ ไม่เห็นจะเคยเจออะไรแปลกๆ เลย เสียงกระซิบก็ไม่มี ได้ยินแต่เสียงแมลงกับเสียงสัตว์ป่าที่อยู่ไกลออกไป ขวัญตาคงได้ยินเสียงแมลงแล้วคิดไปเองอย่างที่กริชชานนท์ว่าแน่ๆ

                แต่บทสนทนาที่พวกเขาพูดคุยกันกลับทำให้ทหารพรานที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องพยาบาลหันมามองหน้ากันทันที ขนลุกซู่ขึ้นมากับคำบอกเล่าของเด็กสาวเมื่อไปเจอน้ำตกอาถรรพ์นั่นเข้า ของเธอนี่ยังดีนะที่ได้ยินแค่เสียงกระซิบ พวกเขาบางคนนี่สิเจอหนักกว่านั้นจนแทบไม่กล้าจะเข้าไปใกล้อีก จะเห็นมีก็แต่ผู้กองนี่แหละที่ชอบไปที่นั่นบ่อยๆ ไม่รู้ว่าติดใจอะไรที่นั่นนักหนา

 

อาคารอำนวยการที่สร้างขึ้นวันนี้คืบหน้าไปได้มากกว่าที่คิดเพราะโครงสร้างต่างๆ พวกเขาเตรียมเอาไว้หมดแล้ว แค่ฝังเสากับเอาโครงสร้างส่วนต่างๆ ที่ประกอบสำเร็จรูปเอาไว้ล่วงหน้ามาประกอบเข้าด้วยกันเดี๋ยวไม่กี่วันก็แล้วเสร็จ ผู้หมวดคณินได้มีโอกาสเจอกับขวัญตาอีกครั้งก็ตอนที่ทุกคนมากินมื้อเย็นด้วยกัน และตอนนี้เธอก็นั่งทำหน้างออยู่ด้วยเมื่อผู้กองกรันณ์รู้ว่าเธอกับตันหยงทะเลาะกันเมื่อวานนี้เลยสั่งลงโทษคนทั้งคู่ให้ดันพื้นกันคนละหนึ่งร้อยที ตันหยงนั้นฝึกทหารมาตลอดเลยไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่คนที่เอาแต่ซนเที่ยวเล่นไปวันๆ นี่สิกลับล้าไปทั้งตัวจนพี่หมอแก้มของเธอต้องทายาคลายกล้ามเนื้อให้อย่างเป็นห่วง

“อ้าวผู้หมวด มาๆ นั่งด้วยกัน” ผู้กองชวนเขานั่งร่วมโต๊ะด้วย เขาจึงเดินไปนั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับขวัญตา ซึ่งพอเขานั่งลงเด็กสาวก็เชิดหน้าหนีใส่เขาทันที ทำราวกับว่าเขาไม่มีตัวตน นี่เธอยังโกรธเขาเรื่องเมื่อเช้าอยู่ล่ะสิ

“ผู้พันล่ะครับ” เขาถามหาผู้บังคับบัญชาอีกคน

                “ออกไปตรวจฐานที่บ้านวังผา”

                “พี่ภูนี่จะขยันไปไหน” ราชาวดีว่าอย่างอดห่วงพี่ชายไม่ได้ ตอนก่อนแต่งงานเขาจะอยู่กับเธอตลอด แต่พอช่วงใกล้ที่เธอจะแต่งงานแล้วมีผู้กองกรันณ์เข้ามาดูแลแทน พี่ชายเธอก็ออกไปทำงานข้างนอกบ่อยขึ้น

                “ผู้พันปกติก็ไม่ค่อยจะอยู่เฉยๆ อยู่แล้ว ต้องหางานทำตลอด จนตอนที่แก้มมาอยู่ที่นี่แหละผู้พันแกเลยอยู่ติดฐานบ่อยหน่อยเพื่อจะได้อยู่เป็นเพื่อนแก้มไง นี่ผู้พันคงเห็นว่าแก้มมีพี่คอยดูแลแทนแล้วแกเลยกลับไปลุยงานตามเดิม”

                “น่าอิจฉาพี่หมอแก้มเนาะ มีพี่ชายดีเป็นห่วงน้องเป็นห่วงนุ่ง” ขวัญตาเปรยขึ้นพลางนวดแขนตัวเองไม่หยุดทั้งๆ ที่พี่หมอแก้มทายาให้แล้ว

                “ก็น้องสาวผู้พันเขาเรียบร้อยน่ารัก ไม่ใช่ม้าดีดกะโหลกเหมือนใครบางคน” ผู้กองกรันณ์ว่าอีก น้องสาวก็เลยเชิดหน้าใส่อย่างงอนๆ ก่อนจะหันมาทางผู้หมวดนทีที่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อคุยกับเขาแทน

                พ่อหนุ่มนักรักอย่างผู้หมวดนทีมักจะพูดจาดีกับสาวๆ เสมอ ยิ่งขวัญตาช่างซักช่างถามเขาก็พูดคุยกับเธออย่างเอ็นดู หาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเล่าให้เด็กสาวฟังตลอดจนขวัญตาอารมณ์ดีขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันกลับขัดใจใครอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนัก หมั่นไส้เหลือเกินเวลาที่เห็นเพื่อนคู่หูของเขาหัวเราะกับเด็กสาวอย่างมีความสุข ผู้กองกรันณ์ก็คอยดูแลแต่เมียจนลืมหวงน้อง กริชชานนท์ก็คุยกับลูกในท้องเมียไม่หยุด นี่ไม่มีใครรู้สึกรำคาญสองคนนี้เหมือนเขาหรอ

                “แม่น้ำเมยอยู่ไม่ไกลมากใช่มั้ยคะ” ขวัญตาถามผู้หมวดนที

                “ใช่ อย่างลำธารที่ฐานเนี่ยก็ไหลลงแม่น้ำเมยแหละ เป็นช่วงที่แม่น้ำเมยสวยมากเลยนะตอนนี้ น้ำที่เคยนองตลิ่งเริ่มลดลงจะเป็นชายหาดกว้าง ทรายนี่ละเอียดพอๆ กับทะเลฝั่นอันดามันเลยนะ” เล่าเกินจริงนิดๆ หน่อยๆ เพื่ออถรรรสของคนฟัง ขวัญตาก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่

                “อยากเห็นจังเลยค่ะ”

                “ไว้ว่างงานแล้วจะพาไปละกัน”

                “ดีค่ะ” ขวัญตายิ้มแฉ่งอย่างดีใจ จนใครอีกคนอดไม่ได้พูดแทรกขึ้นมา

                “ตอนนี้พื้นที่ชายแดนไม่น่าไว้วางใจ ไม่ควรพาใครไปเที่ยวเล่นนะหมวด”

                “นิดๆ หน่อยๆ น่าหมวดคณิน แค่เด็กผู้หญิงคนเดียวผมดูแลได้”

                “พี่ผู้หมวดนทีเก่งจัง เด็กคนเดียวดูแลได้สบายอยู่แล้ว ผิดกับใครบางคน...ไม่มีปัญญาดูแล” คำพูดของขวัญตาทำให้ผู้หมวดนทีชะงักเมื่อเห็นเธอจ้องผู้หมวดคณินอย่างเอาเรื่อง เขาว่าสองคนนี้ต้องมีซัมติงอะไรกันแน่ๆ

                “แต่มันเสี่ยงเกินไปนะ”

                “เอาน่า เชื่อใจผมเถอะ” ผู้หมวดนทีว่าขึ้นมาอีกยิ้มๆ แล้วจะยื่นมือมาลูบผมขวัญตา แต่ผู้หมวดคณินกลับไม่ยอมง่ายๆ รีบเอื้อมตัวเข้ามาปัดมือเพื่อนหนีทันที คนที่อยากแกล้งลองใจคู่หูเลยแอบยิ้มออกมาเมื่อรู้แล้วว่าเพื่อนตนมันคิดจะเคี้ยวหญ้าอ่อนจริงๆ

                “อะไรของผู้หมวดเนี่ย นิสัยไม่ดี อยู่ๆ ก็มาตีมือพี่ผู้หมวดนทีเฉยเลย” ขวัญตาว่าขึ้นอย่างไม่ชอบใจกับตาแก่วัยทองนี่ ขวางหูขวางตาเสียจริง

                “เป็นเด็กก็อยู่เฉยๆ ไปเลยไป” เขาว่ากลับ เธอก็เลยจ้องตอบอย่างไม่พอใจ ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาในโรงครัว ดูแปลกหูแปลกตาไปจนเด็กสาวอ้าปากค้างในขณะที่ทุกๆ คนในโรงครัวได้แต่หันไปตามกันอย่างอึ้งๆ ราวกับเห็นของแปลกก็ไม่ปาน

                ภาพตันหยงที่ทุกคนชินตาคือทหารพรานหญิงสุดเก่ง สวยคมและแต่งกายด้วยชุดทหารตลอดแต่ทว่าวันนี้เธอกลับแต่งกายด้วยเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงยีนส์ตัวสวยเข้ารูป ผมยาวที่เคยรวบอย่างเรียบร้อยปล่อยยาวสยายจนเต็มแผ่นหลัง ผิวกายสีน้ำผึ้งแลดูมีเสน่ห์จนผู้หมวดนทีจ้องตาไม่กระพริบเมื่อเธอเดินเข้ามานั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับผู้กองกรันณ์ที่กำลังกินสับปะรดที่น้องนางไม้ของเขากำลังป้อนอยู่อย่างเอร็ดอร่อย

                “กินสับปะรดทั้งวันเลยนะครับผู้กอง กลัวตัวเองไม่อร่อยหรอ” กริชชานนท์ถามยิ้มๆ เมื่อเห็นเพื่อนของเขาแทบจะกินสับปะรดแทนข้าวอยู่แล้ว

                “พูดไม่ดูตัวเองเลยนะหัวหน้ากริช เมียท้องอยู่แท้ๆ” เขาสวนกลับแล้วกินสับปะรดชิ้นสุดท้ายที่ราชาวดีป้อน ตามด้วยยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มอีกที กริชชานนท์จึงยัดสับปะรดเข้าปากเขาตามอย่างไม่ยอมแพ้

                “ผู้กองคะ” ตันหยงเรียกเขาขึ้นเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้สนใจหันมามองทางเธอเลยตั้งแต่ตอนที่เธอเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย ถ้าไม่พูดกับเพื่อนเขาก็เอาแต่มองเมียตัวเองตลอด

                “ตันหยงมีเรื่องงานจะคุยด้วยค่ะ”

                “ว่ามาสิครับ” เขาบอกแล้วสอดประสานจับมือน้องนางไม้เอาไว้แน่นก่อนจะหันมาฟังเธอ

                “พรุ่งนี้ตันหยงต้องออกลาดตระเวนกับผู้กองสุรชัย ผู้กองจะไปช่วยนำทางให้มั้ยคะ”

                “อ๋อ ผมให้ผู้หมวดนทีนำทางให้แล้วนี่ ผู้กองสุรชัยคุยเรื่องนี้กับผมเรียบร้อยแล้ว อีกอย่างช่วงนี้ผมต้องอยู่เฝ้าฐานแล้วก็ต้องเช็คคลังอาวุธด้วย เอาเป็นว่าถ้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยอะไรล่ะก็ตันหยงพูดกับผู้หมวดนทีได้เลยนะ คุยกับเขาก็เหมือนกับคุยกับผมแหละ” ว่าจบผู้กองกรันณ์ก็ลุกขึ้นยืนพลางหันมาประคองน้องนางไม้ของเขาให้ลุกตามจนกริชชานนท์ต้องร้องถาม

                “อ้าวๆๆ จะรีบไปไหน ไม่นั่งย่อยข้าวก่อนหรอผู้กอง”

                “ผมมีงานต้องทำต่อ”

                “อ้าว ก็ออกเวรแล้วนี่”

                “งานปั้มลูก เดี๋ยวลูกผมโตไม่ทันลูกหัวหน้ากริช”

                “ตั้งแต่หกโมงครึ่งเนี่ยนะ”

                “สามวันสามคืนก็ไม่พอ พี่ไปนะ ฝันดียัยตัวแสบ” ตอบเพื่อนเสร็จก็หันมายีผมน้องสาวตัวเองก่อนจะจูงมือเมียเดินออกไปจากโรงครัวเพื่อไปทำลูกกันจริงๆ ให้เพื่อนร่วมโต๊ะได้แต่มองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา เข้าใจช่วงข้าวใหม่ปลามันกันดี

                “เหมือนที่เพื่อนที่โรงเรียนบอกเอาไว้เลย” ขวัญตาที่มองตามพี่ชายตัวเองว่าขึ้น ทุกคนเลยหันมามองทางเธอเป็นเชิงถามว่าเพื่อนของเธอบอกว่ายังไง

                “เพื่อนขวัญบอกว่าพวกทหารน่ะหื่น วันๆ ทำแต่งานไม่ค่อยจะได้เจอผู้หญิง เมื่อก่อนก็ไม่ค่อยเชื่อหรอกจนกระทั่งได้มาเห็นพฤติกรรมของพี่รันนี่แหละ อะไรจะหลงเมียขนาดนั้น พี่หมอแก้มอร่อยขนาดนั้นเลยหรอ” แล้วหนุ่มๆ ร่วมโต๊ะก็หัวเราะกันออกมากับความสงสัยของเด็กสาว กริชชานนท์จึงหันมาทางเธอ

                “ถ้าอยากรู้ว่าทหารหื่นจริงมั้ยก็ต้องลองมีแฟนเป็นทหารดู”

                “คุณกริชเดี๋ยวเถอะ! ไปสอนอะไรเด็กแบบนั้น” น้ำอิงรีบปรามสามีตัวเอง แต่ผู้หมวดคณินกลับรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ตามเมื่อเห็นขวัญตาปรายตามามองเขาแค่วูบเดียวก่อนจะหันมามองทางตันหยงแล้วยิ้มเยาะออกมา

                “น่าสมเพชจริง” เธอพูดขึ้นแล้วลุกขึ้นยืนจะกลับบ้านพักบ้าง แต่ก็ยังไม่วายพูดลอยๆ ออกมา “อุตส่าห์แต่งตัวสวยมาอ่อยผัวเขาเต็มที่ แต่เขากลับรีบพาเมียหนีไปทำลูกกัน...ถ้าจะคันขนาดนี้ก็หายามาทาเถอะ” ว่าจบก็เดินหนีไปทันทีตันหยงเลยจะลุกตามไปสั่งสอนยัยเด็กอวดดีเสียหน่อย แต่ผู้หมวดคณินที่นั่งอยู่ใกล้เธอที่สุดก็รีบดึงเธอเอาไว้

                “อย่าถือสาเด็กเลยนะครับ”

                “เด็กเปรตสิไม่ว่า” เธอว่าอย่างไม่พอใจ กริชชานนท์เห็นท่าจะไม่ดีจึงพาเมียของเขากลับที่พักบ้าง ผู้หมวดคณินจึงกลับไปด้วยอีกคน เหลือเพียงผู้หมวดนทีเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม แต่เขาก็ไม่ได้หันมาพูดคุยกับตันหยงอีกแต่อย่างใด กินข้าวเสร็จเขาก็นั่งขัดปืนพกประจำตัวต่อ

                “ไม่ลุกหนีไปอีกคนหรอคะ” เป็นตันหยงที่อดทนไม่ได้ต้องเป็นฝ่ายถามเขาขึ้นมาเมื่อรู้สึกอึดอัดแบบนี้ เขาจึงเพียงแค่ปรายตามองเธอแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

                “ผู้หมวดคงจะสมเพชฉันอีกคน”

                “...”

                “จะมองว่าฉันเลวก็ตามใจ” เธอว่าอีกแล้วผลักจานข้าวหนีเมื่อรู้สึกว่ากินไม่ลงแล้ว รู้สึกไม่อยากกินข้าวตั้งแต่ที่ผู้กองกรันณ์บอกแล้วว่าจะพาเมียของเขาไปทำอะไร

                “ความรักมันทำให้ฉันทำได้ทุกอย่าง” แล้วผู้หมวดนทีก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จัดการเก็บปืนให้เรียบร้อยแล้วจึงลุกขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะเดินผ่านเธอไปเขาก็หยุด

                “ผมไม่อยากให้คุณนั่งกินข้าวคนเดียวก็เลยนั่งเป็นเพื่อน ถ้าคุณอิ่มแล้วงั้นผมขอตัว อ้อ! ความรักมันทำให้คนเราทำได้ทุกอย่างจริง แต่...ถ้าทำแล้วมันทำให้คนที่เรารักเจ็บปวดและเสียใจ อันนี้ผมไม่เรียกว่ามันเป็นความรักหรอก ผมมองว่ามันเป็นความเห็นแก่ตัวที่ใช้ความรักมาเป็นข้ออ้างมากกว่า แล้วก็...คนที่เห็นแก่ตัว เป็นทหารที่ดีไม่ได้หรอกจำเอาไว้” ว่าจบเขาก็เดินออกไปจากโรงครัว ทิ้งให้ตันหยงได้แต่มองตามเมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจเธออีก ทุกทีเวลาที่เธอไม่มีใครเขาจะคอยอยู่เคียงข้างเธอตลอด คอยช่วยเหลือเธอทุกอย่าง นี่ความอดทนของเขาที่มีต่อเธอคงจะหมดไปแล้วสินะเขาถึงทำเหมือนคนอื่นๆ โดยการเดินหนีจากเธอไปแบบนี้


************************************************************************************************

ผู้หมวดนทีพูดได้ดี



สาระหลังตอน

วันนี้ลงดึกเพราะไรท์เพิ่งจะไปเจอข้อมูลอะไรบางอย่างมา ความจริงจะปล่อยผ่านเลยก็ได้ แต่ก็อดไม่ไหวต้องเอามาชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง (หรือบางคนอาจจะรู้อยู่แล้ว)

กรมทหารพรานที่ 35 จริงๆ แล้วอยู่ที่ อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร

แต่ในนิยายกลับเขียนว่าอยู่ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก

ซึ่ง!!! ที่แม่สอดก็มีทหารพรานจริงๆ ค่ะ แต่ที่แม่สอดจะเป็น หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35  (ฉก.ทพ. 35 แม่สอด)

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเนาะ เผื่อจะมีใครไปตามรอยผู้กองกรันณ์ที่นั่นจะได้ไปถูก อิ๊ๆ



ปล.พรุ่งนี้งดลงหนึ่งวันนะคะ มะรืนนี้ค่อยเจอกัน (ขอกระซิบเบาๆ ว่า...ตอนต่อไป NC20+ นะ อย่าลืมพกผ้ามาคอยซับเลือดกำเดากันด้วย)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 304 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #1623 PinkpinkDaisy (@PinkpinkDaisy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 20:58
    ทำไมชอบน้องพระเอก แต่รำคาญยังป้าตันหยง แกไม่สงสารตัวเองเลย
    #1623
    0
  2. #1317 ArpondPrompang (@ArpondPrompang) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 11:19
    ยังมีผู้หญิงแบบนี้อยู่อีกหรือรู้สึกนางจะหน้าด้านมาก
    #1317
    0
  3. #1213 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 11:50
    ทำตัวแบบนี้ใครจะไม่เดินหนี ขาดความอบอุ่นหรือยังไง เปลี่ยนให้หมวดชอบคนอื่นได้ไหมอ่ะ ตันหยงไม่ควรคู่แก่หมวดเลย
    #1213
    0
  4. #513 น้ามมม (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 14:49

    หมวดคณิณ หึงชิมิๆๆๆ เอาตันหยงไปไกลๆๆเลย หน้าด้านมาก

    #513
    0
  5. #158 yam (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 20:23

    คืออิตันหยงเนี่ย มันไม่มีคำว่าศีลธรรมอยู่ในสมองเลยหรือ การกระทำที่แย่งผัวเขา ทั้งๆที่ผช.เขาก็บอกว่าไม่ทรยศเมียหรือไม่เอาเมิง มันยังทำร้ายเมียเขา ถึงกับออกปากว่าให้ฆ่าเมียเขาทิ้งก็จะทำ นี่มันไม่ใช่คนปกติแล้วนะ อินี่มันเลวชั่วชาติจริง นทีสมควรบอกพระเอกกับนางเอกให้ระวังตัวอย่างยิ่งนะ อินี่ไม่ใช่แค่คนเห็นแก่ตัวแต่นี่มันสัตว์นรกชัดๆ

    #158
    1
  6. #59 Nagina Meen (@meenniemeen) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:32
    แอดชอบมาตอนดึกๆตลอดเลย ดีนะยังไม่นอน​ พอได้ฟินก่อนนอนหน่อย​ อิอิ
    #59
    3
    • 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:45
      ตอนกลางวันติดเรียนค่ะ เลิกเรียนดึกด้วย กว่าจะทำอะไรๆ เสร็จ ก็เลยนาน แต่มาช้าดีกว่าไม่มาเนาะ เดี๋ยวตอนต่อไปได้ฟินกว่านี้
      #59-1
    • 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:47
      จะไม่ได้นอนน่ะสิคะ 555

      มะรืนค่อยเจอกันนะ
      #59-3