ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 25 : ผู้ใหญ่ใจร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,430
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 411 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

25.ผู้ใหญ่ใจร้าย

 

                ผู้พันคีรินทร์ยกนาฬิกาข้อมือตัวเองขึ้นดูขณะนั่งกินมื้อเช้าอยู่กับเหล่าลูกน้องที่โรงครัว ก็รู้อยู่หรอกว่าเมื่อคืนนี้ไอ้น้องเขยตัวดีมันพาน้องสาวของเขาไปเข้าหอ แต่เขาก็ยังอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ตามประสาพี่ที่เลี้ยงเธอมาเหมือนลูกจนกริชชานนท์กับภรรยาคนสวยของเขาแอบมองขำๆ กับคนหวงน้อง

                “เอาน่าผู้พัน เดี๋ยวก็ได้อุ้มหลาน” เขาว่า แต่ผู้พันคีรินทร์ก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เด็กสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มวิ่งเข้ามาในโรงครัวหาเขาแล้วยกมือขึ้นไหว้อย่างงามๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความทะเล้น

                “อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ผู้พัน และ...รักนะคะพี่น้ำอิง” ไหว้ผู้พันเสร็จก็ชูนิ้วก้อยกับนิ้วชี้บอกรักไอดอลของตัวเอง กริชชานนท์จึงหันมาทางเธอ

                “นั่งกันอยู่สามคน ทำไมทักแค่สองคนล่ะ”

                “โอ๊ย เกลียดจริงๆ เลยคนที่ทำให้พี่น้ำอิงต้องออกจากวงการเนี่ย อดดูละครที่พี่น้ำอิงเล่นเลย” ขวัญตาว่าขึ้นราวกับกริชชานนท์ไม่มีตัวตนก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ ไอดอลของเธอแล้วหัวเราะคิกคักให้กัน ผู้หมวดคณินที่ตามเธอมาเลยวางจานข้าวลงให้ตรงหน้าเด็กสาวด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนจะทำความเคารพผู้พันของเขา

                “กลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปแล้วหรอผู้หมวด” ผู้พันคีรินทร์ถาม แต่ผู้หมวดคณินกลับแค่ปรายตามามองขวัญตาครู่เดียวก่อนตอบ

                “คงดูแลได้แค่นี้แหละครับ ผมคงไม่ดูแลต่ออีกแล้ว ขอตัวนะครับผู้พัน” ว่าแล้วเขาก็เดินหนีไปกินข้าวที่โต๊ะอื่นทำให้ขวัญตาหันไปมองตามเมื่อรู้สึกแปลกๆ เพราะตั้งแต่เช้ามานี่ผู้หมวดคณินพูดกับเธอแบบนับคำได้ ถามคำก็ตอบคำ ซ้ำแต่ละคำยังห้วนฟังไม่ลื่นหูอีก แล้วนี่เขาก็ยังทำเหมือนกับจะหลบหน้าเธอด้วย เป็นอะไรของเขา เมื่อคืนนี้ยังดีๆ อยยู่เลย แบบนี้ต้องเคลียร์กันซะแล้วสิ

                คิดได้แบบนั้นเธอก็ลุกขึ้นถือจานข้าวเดินไปกระแทกตัวนั่งลงข้างๆ ผู้หมวดหนุ่มที่อีกโต๊ะทันทีแล้วมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง จนคนที่หลบหน้าเธอทำท่าจะลุกหนีอีกอย่างรำคาญ

                “ขี้ขลาด” เด็กสาวว่าอย่างสบประมาท ทำให้คนที่จะลุกหนียอมนั่งลงที่เดิมอย่างไม่พอใจ

                “ผู้หมวดเป็นอะไร งอนอะไรเนี่ย” เด็กสาวเงยหน้าคนมาถามคนตัวสูงที่ตีหน้าขรึมกินข้าวอยู่อย่างไม่สนใจเธอ

                “เมื่อคืนนี้ถูกผีเข้าหรอ”

                “...”

                “วัยทองรึไงตาแก่บ้านี่” เมื่อถามแล้วไม่ตอบขวัญตาก็บ่นออกมาคนเดียวจนทหารพรานที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารพากันหลุดหัวเราะออกมาจนผู้หมวดหนุ่มต้องส่งสายตาดุๆ ปราม

                “ไปนั่งไกลๆ เลยไป ไปนั่งกับคุณน้ำอิงนู่น” ปรามลูกน้องเสร็จก็หันมาว่าเด็กสาว แต่คนอย่างขวัญตา ยิ่งห้ามก็เหมือนกับยิ่งยุ ยิ่งไล่ก็ยิ่งอยากจะอยู่ใกล้ๆ เด็กสาวก็เลยขยับเข้าไปนั่งเบียดผู้หมวดคณินอย่างไม่นึกกลัวแล้วฉีกยิ้มแป้นอย่างผู้ชนะให้ ในหัวมีแต่เรื่องเล่นสนุกและแกล้งจะเอาชนะอีกฝ่าย แต่ฝ่ายที่ถูกแกล้งกลับปั่นป่วนหัวใจไปหมดเมื่อร่างเล็กๆ นุ่มนิ่มหอมกรุ่นเข้ามานั่งเบียดเขาแบบนี้จนต้องกำหมัดเอาไว้แน่นเพื่อเอาชนะความรู้สึกภายในใจ

                “วันนี้ผู้หมวดว่างมั้ย พาไปเที่ยวหน่อย อยากไปดูแม่น้ำเมย”

                “...ไม่ว่าง”

                “ไม่ว่างหรอ งั้นไปคนเดียวนะ” เธอว่าแล้วเอียงไหล่มาชนเขาอย่างท้าทายจนผู้หมวดคณินต้องหันมาทำตาดุใส่ ขวัญตาก็เลยหัวเราะคิกคักตามประสาเด็กที่ชอบเอาชนะและท้าทาย โดยมีสายตาสามคู่แอบจับตามองการกระทำของคนทั้งสองอยู่ก่อนจะหันมามองหน้ากันโดยอัตโนมัติ

                “ไม่ใช่ว่าผู้กองจะได้น้องเขยนะ” กริชชานนท์ว่าขึ้นก่อน น้ำอิงจึงบุ้ยหน้าไปทางด้านหน้าโรงครัว

                “ตายยากจริง มานู่นแล้วล่ะค่ะ” เธอบอกเมื่อเห็นผู้กองกรันณ์เดินมาที่โรงครัวโดยมีเมียรักของเขาเดินจับมือกันมาด้วย แค่ได้เห็นน้องสาวเดินมาอย่างสบายดีแบบนี้ผู้พันคีรินทร์ก็ค่อยเบาใจหน่อย ทุกคนที่อยู่ในโรงครัวต่างก็แอบมองคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งจะเข้าหอกันมาเมื่อคืนนี้อย่างยิ้มๆ เมื่อเห็นว่าเช้านี้ผู้กองของพวกเขาดูยิ้มแย้มอารมณ์ดีเสียเต็มประดา เอาแต่คอยยิ้มหวานให้เมียหมาดๆ ของตัวเองไม่ได้สนใจลูกน้องที่ลุกขึ้นทำความเคารพเลย สงสัยเมื่อคืนนี้จะหวานกับเมียจัด

                “ค่อยๆ นั่งนะครับ” เขาบอกราชาวดีอย่างอ่อนโยนแล้วประคองเธอนั่งลงข้างๆ ผู้พันคีรินทร์ ตรงข้ามกับกริชชานนท์และน้ำอิง สองสามีภรรยาจึงลอบมองคู่รักคู่ใหม่อย่างสำรวจเมื่อเห็นว่าที่คอของผู้กองหนุ่มมีรอยจูบและรอยกัดจางๆ ส่วนคุณหมอแก้มของทุกคน ถึงแม้จะใส่เสื้อยืดและผ้าซิ่นผืนสวยเรียบร้อยแต่ก็ยังเห็นรอยจูบอยู่ที่ลำคอเล็กๆ ขาวๆ ซึ่งเธอปล่อยผมยาวสลวยลงมาเพื่ออำพรางร่องรอยเมื่อคืนนี้เอาไว้ ดวงหน้าสวยหวานดูอิดโรยนิดๆ เหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน แต่ดวงตากลับสุกใสและยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ไม่อมทุกข์เหมือนกับเมื่อวานนี้ ยิ่งเมื่อยามที่เธอมองสามีดวงตาของเธอก็ยิ่งสุกใสเต็มเปรี่ยมไปด้วยความสุข

                “เดี๋ยวพี่ไปตักข้าวเช้ามาให้นะครับ” ผู้กองกรันณ์บอกเธอแล้วแอบจูบขมับของเธอเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปตักมื้อเช้ามาบริการเมียรักของตัวเอง

                “ผู้พันๆ ผู้กองไม่ทักผู้พันเลย ไม่ทำความเคารพด้วยเหมือนเห็นผู้พันเป็นหัวหลักหัวตองั้นแหละ สั่งซ่อมเลยดีมั้ย” กริชชานนท์รีบยกมือป้องปากหันมายุผู้พันคีรินทร์ให้เล่นงานเพื่อนตัวเองอย่างหมั่นไส้คนหลงเมีย ได้เขาหอคืนเดียวแล้วมองไม่เห็นหัวเพื่อน ไม่เห็นหัวผู้บังคับบัญชาเลยนะ

                “ก็ดีนะหัวหน้ากริช”

                “แบบนี้ต้องเช็คสภาพเข่าหน่อยเป็นไง อยากรู้ว่าพอเข้าหอแล้วเข่าจะอ่อนขนาดไหน”

                “คุณกริช พอเลย” น้ำอิงรีบปราบสามีเมื่อเห็นราชาวดีที่นั่งเงียบๆ อยู่แก้มแดงระเรื่อ “ก่อนเช็คเข่าคนอื่นเขา ไปเช็คเข่าตัวเองก่อนดีมั้ยคะ”

                “อะไรกัน เมื่อคืนแค่สามยกเองเข่าผมเข็งแรงพอน่าน้ำอิง นี่ดีนะที่ท้องลูกแฝดอยู่ ไม่งั้น...หึๆๆ โอ๊ย!” แล้วเขาก็ถูกเธอหยิกพุงเข้าให้อย่างแรง เจ็บจนน้ำตาเล็ดให้ราชาวดีที่มองตามแอบหัวเราะเบาๆ เห็นคู่รักคู่นี้แล้วเธอก็อดชื่นชมไม่ได้ เธอกับพี่รันของเธอจะต้องเป็นคู่รักที่น่ารักแบบนี้ให้ได้

                “คุณหมอแก้มจะไปดูคนไข้ที่ห้องพยาบาลวันนี้เลยมั้ยคะ” น้ำอิงหันมาถามหลังจากที่ปรามสามีตัวเองไป

                “ค่ะ แก้มว่าจะไปดูอยู่”         

                “งั้นอิงขอไปช่วยนะคะ รักษาสัตว์ป่ามาเยอะแล้ว ถือว่ามาเรียนวิชาการรักษาคนเพิ่มจากคุณหมอแก้มละกัน เผื่อซักวันจะได้ทำแผลให้สามี” เธอหันมามองค้อนสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ

                “ทำแผลให้ผมทำไมน้ำอิง ผมเปล่าเจ็บป่วยตรงไหนนะ”

                “เวลาเข้าป่าแล้วถูกช้างเตะไงคะ คราวก่อนก็เกือบถูกกระทิงขวิด ลูกก็ยังไม่ได้คลอดเกือบกำพร้าพ่อแล้วมั้ย”

                “ผมหนังเหนียวตายยาก แล้วผมก็จะไม่ปล่อยให้ลูกแฝดของผมกำพร้าด้วย จริงมั้ยลูกพ่อ” ว่าแล้วก็ก้มลงไปคุยกับท้องเมียให้ราชาวดีได้แต่มองตามอย่างยิ้มๆ เธอเองก็อยากท้องแบบนี้บ้าง อยากให้พี่รันของเธอได้พูดคุยกับลูกในท้องแบบนี้ มันคงจะทำให้เธอมีความสุขไม่น้อย

                “อยากมีอย่างเขาบ้างหรอ” ผู้พันคีรินทร์หันมาถามเมื่อเห็นว่าน้องสาวตัวเองได้แต่มองสองสามีภรรยาตรงหน้ากำลังพูดคุยกับลูกในท้องกัน

                “แก้มอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีแก้ม มีพี่รัน มีลูก”

                “ก็คงจะสมใจเร็วๆ นี้แหละ ได้ข่าวว่าเข้าหอตั้งแต่หัวค่ำไม่ใช่รึไงเมื่อวานนี้” คนเป็นพี่ว่า น้องสาวก็เลยก้มหน้างุดอย่างเอียงอายแต่กลับดูน่ารัก เฮอะ! ก็เขินอายน่ารักแบบนี้ไงไอ้รันมันถึงหลง ผู้พันคีรินทร์คิดก่อนที่ผู้กองกรันณ์เดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมข้าวต้มร้อนๆ สำหรับเมียรักของเขา มีของหวานเป็นสับปะรดและน้ำผลไม้แบบกล่อง

                “น้ำอิงๆ เขากินสับปะรดกันด้วย สงสัยคืนนี้จะยาว” กริชชานนท์กระซิบบอกเมีย ผู้กองกรันณ์ก็เลยตวัดสายตาดุๆ มาใส่เพื่อนก่อนจะหันกลับมาหาน้องนางไม้ของเขา

                “กินข้าวดีกว่าเนาะ มาพี่ป้อน” น้ำเสียงและท่าทางแสนอ่อนโยนแบบนี้ยากที่คนอื่นๆ จะได้ยินได้เห็น แต่สำหรับราชาวดีพี่รันมักจะน่ารักแบบนี้กับเธอเสมอ มือข้างซ้ายของเขาเอื้อมมาโอบกอดรอบเอวเอวบางของเธอ วางมือลงบนสะโพก ส่วนมือข้างขวาก็ตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าเบาๆ ก่อนจะยื่นมาป้อนเธอ

                “แก้มกินเองก็ได้ค่ะ” เธอบอกอย่างอายๆ เมื่อมีคนแอบมอง แต่คนป้อนกลับไม่ยอม

                “ให้พี่ป้อนเถอะนะ ไถ่โทษที่เมื่อคืนพี่ทำแก้มเจ็บไง” ว่าจะพูดเบาๆ แต่แขกร่วมโต๊ะกลับได้ยินชัดเจนจนกริชชานนท์ต้องรีบยกมือขึ้นปิดหูเมียตัวเองเอาไว้ ผู้พันคีรินทร์ที่นั่งอยู่ด้วยถึงกับถือแก้วกาแฟค้าง รู้สึกหมั่นไส้น้องเขยจนอยากจะถีบมันเข้าให้หากว่าไม่เหลือบมาเห็นมือของน้องสาวกำลังจับอยู่ที่ขาของคนเป็นสามีอย่างแนบชิด ดวงตาคู่หวานมองแต่สามีของตนอย่างหลงใหลราวกับผู้กองกรันณ์เป็นเทพเจ้าประจำตัวเธอก็ไม่ปาน เข้าหอคืนเดียวน้องสาวเขาหลงผัวขนาดนี้เลยหรอวะ ผู้พันหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ แต่ก็ปล่อยเลยตามเลยไม่ได้ว่าอะไร ข้าวใหม่ปลากำลังมันก็แบบนี้แหละ

                ผู้หมวดคณินเห็นผู้กองของตนมาแล้วก็รีบหาทางสลัดขวัญตาออกห่างจากตนทันทีโดยการเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย ไม่วายขวัญตาขอตามมาด้วยอีกอย่างตั้งใจจะกวนประสาทผู้หมวดหนุ่มให้ได้วันนี้

                “อ้อยัยตัวแสบ เมื่อคืนหลับดีมั้ย” ผู้กองกรันณ์หันมาถามน้องสาวตัวเองแล้วหันไปป้อนข้าวเมียต่อ

                “หลับเป็นตายค่ะ”

                “ไม่กลัวรึไงมานอนในป่าริมชายแดนแบบนี้”

                “ไม่ มีผู้หมวดนอนเฝ้าที่หน้าบ้าน” ขวัญตาตอบซื่อๆ ทำให้คนที่กำลังป้อนข้าวเมียถึงกับชะงักแล้วหันมาจ้องหน้าลูกน้องตนอย่างเอาเรื่องทันที

                “เมื่อคืนหมวดไปนอนบ้านผมหรอ”

                “เปล่าครับ ผมให้ขวัญตาไปนอนบ้านพักผมแทน ก็เมื่อคืนผู้กองต้องเข้าหอไม่ใช่หรอครับผมก็เลยไม่อยากให้ใครไปเป็นก้างขวางคอ” ก็เลยเอาน้องสาวเขาไปนอนที่บ้านตัวเองเนี่ยนะ

                “เมื่อคืนผมไม่ได้นอนที่บ้าน ผมยกบ้านให้ยัยขวัญนอน” ผู้กองกรันณ์ว่าขึ้น ทำเอาขวัญตากับผู้หมวดคณินเหวอไปตามๆ กัน ก็เห็นว่าผู้กองจะเข้าหอ ใครจะไปรู้ว่าเขาจะพาเมียไปเอาท์ดอร์นอกบ้าน เขารึก็หวังดีช่วยปูทางให้

                “ผมนึกว่าผู้กองจะใช้บ้านพักเป็นเรือนหอครับเลยไม่กล้าเข้าไปใกล้บ้านพัก แต่ผู้กองสบายใจได้นะครับ ผมเป็นสุภาพบุรุษพอ อีกอย่าง...ไม่เอาเด็กคราวลูกคราวหลานมาทำเมียแน่นอน” ผู้หมวดคณินพูดขึ้นมาตรงๆ ขวัญตาที่แอบขโมยกล่องน้ำผลไม้ของพี่ชายมาดื่มเลยถึงกับชะงักนิ่งแล้วมองหน้าผู้หมวดหนุ่มทันทีเมื่อรู้ว่าเขาพาดพิงมาถึงเธอ

                “โหยลุง แก่หงำเหงือกขนาดนี้ใครจะไปเอา อย่ามั่นหน้าให้มันมาก โอ๊ย!” แล้วขวัญตาก็รีบยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองทันทีเมื่อผู้กองกรันณ์ดีดเปรี้ยงเข้าให้ที่กลางหน้าผาก

                “เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าลามปามผู้ใหญ่ ขอโทษผู้หมวดเดี๋ยวนี้เลยนะ” เขาสั่งเสียงดุ ขวัญตาเลยรีบยกมือขึ้นไหว้ขอโทษผู้หมวดคณินอย่างเสียไม่ได้ คิดในใจว่าถ้ามีคุณลุงกับคุณหญิงป้าอยู่ด้วยจ้างให้เธอก็ไม่ขอโทษหรอก ตอนนี้เธอไม่มีใครคุ้มกะลาหัว พี่หมอแก้มหรือจะช่วยอะไรได้ เข้าหอปุ๊บก็หลงผัวซะขนาดนี้แล้ว

                “คืนนี้เรานอนที่บ้านพักของพี่ ไม่ต้องไปนอนที่บ้านคนอื่น ที่นี่มีแต่ทหารผู้ชาย ไม่กลัวรึยังไงกันฮะ” เขาสั่งน้องสาวต่อ ขวัญตาเลยเบ้ปากใส่ แต่กลับดูน่ารักน่าชังจนราชาวดีกับน้ำอิงยิ้มตาม ในฐานนี้ก็คงจะมีแค่ขวัญตาเท่านั้นแหละที่ไม่กลัวผู้กองกรันณ์

                “ท่านขวัญตาแห่งโรงเรียนท่าน้ำนนท์ซะอย่าง ไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว พี่รันรู้มั้ยว่าทั้งนนทบุรีไม่มีใครไม่รู้จักท่านขวัญตาคนนี้หรอก มือตบอันดับหนึ่งเลยนะจะบอกให้ โอ๊ย!” แล้วก็ต้องยกมือขึ้นกุมหน้าผากอีกรอบเมื่อถูกผู้เป็นพี่ชายดีดหน้าผากเข้าให้อีก

                “มือตบอะไร ส่งให้ไปเรียนหนังสือนะไม่ใช่ให้ไปเป็นนักเลง ไหนบอกว่าอยากเป็นหมอแบบพี่หมอแก้มไง ถ้าเกรดเทอมนี้ตกล่ะก็...จะส่งไปเรียนที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้”

                “เคยได้ยินแต่ทหาร ตำรวจถูกย้ายลงภาคใต้ นี่แค่เรียนแล้วเกรดตกขวัญก็จะถูกย้ายเหมือนกันหรอคะ” เธอว่าแล้วชี้นิ้วมาที่ตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อจนคนอื่นๆ แอบขำความทะเล้นของเด็กสาว แม้แต่กับผู้หมวดคณินก็ด้วย

                “แต่ว่า...ทะเลสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สวยเหมือนที่ภูเก็ตมั้ย ถ้าทะเลสวยก็โอเคอยู่นะ เดี๋ยวขวัญไปขยายอิทธิพลที่ภาคใต้ต่อก็ได้ โจรใต้ก็โจรใต้เถอะ ถ้าเจอท่านขวัญตาเข้าไปได้วิ่งหนีไม่ทันแน่ ฮ่าๆๆ” ยิ่งได้ฟังความคิดเด็กๆ ของเธอแบบนี้ผู้หมวดคณินก็รู้ว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่จะตีตัวออกห่างไม่ให้ความใกล้ชิดได้มีอิทธิพลต่อหัวใจของเขา เธอยังเด็ก ยังซุกซน เขาสิที่บ้าคิดไปไกลคนเดียวแบบนี้

                “ถ้าสอบเรียนหมอไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ เดี๋ยวจะได้ไปสัมผัสทะเลที่นั่นเอง เดี๋ยวจะให้สิทธิ์เลือกด้วยว่าจะไปจังหวัดไหนระหว่างยะลา ปัตตานีกับนราธิวาส”

                “แล้วถ้าขวัญไม่ไปล่ะ มีอย่างอื่นที่อยากจะทำถ้าสอบหมอไม่ได้”

                “แล้วจะทำอะไร” คนเป็นพี่ถามอย่างห่วงในอนาคตของคนเป็นน้อง ขวัญตาก็เลยชะโงกหน้าไปหาผู้พันคีรินทร์

                “พี่ผู้พันๆ ปีหน้าขวัญก็จะอายุครบสิบเก้าปีแล้ว ถ้าสอบเรียนหมอไม่ได้ขวัญจะมาสมัครเป็นทหารพรานหญิงกับพี่ผู้พันนะคะ ไหนๆ เราก็ดองเป็นญาติกันแล้ว ขอใช้เส้นหน่อย” แล้วผู้พันหนุ่มก็ทำหน้าแหยๆ ขึ้นมาทันทีก่อนจะหันมายิ้มอย่างใจดีให้

                “พี่ขอให้ขวัญสอบหมอได้นะ ไม่เข้าใจอะไรก็ปรึกษาพี่หมอแก้ม ให้พี่หมอแก้มช่วยติวหนังสือให้ สู้ๆ ขอให้สอบหมอได้และได้เป็นหมอที่เก่งๆ เหมือนพี่หมอแก้มด้วย”

                “หูย พี่ผู้พันเห็นหน้าดุๆ แบบนี้แต่ใจดีเป็นบ้า มีให้กำลังใจด้วย ไม่เหมือนใครบางคน เป็นพี่น้องกันแท้ๆ ขู่เอาๆ” ว่าแล้วก็ปรายตามามองพี่ชายตัวเองอย่างน้อยใจ ผู้กองกรันณ์เลยแสยะยิ้มใส่

                “ผู้พันเขาไม่ได้ใจดี แต่เขากลัวเราจะมาเป็นทหารแล้วมาป่วนกรมทหารพรานต่างหาก ลองมาสมัครทหารสิจะฉีกใบสมัครให้ดูต่อหน้าเลย”

                “เผด็จการ”

                “แล้วระหว่างนี้ก็ตั้งใจเรียนด้วย ถ้าจับได้ว่ามีแฟนระหว่างที่ยังเรียนอยู่จะตีให้ขาลายเลย”

                “พี่รันทำหัวโบราณไปได้ สมัยนี้เขามีแฟนตั้งแต่อายุสิบสอง สิบสามนู่น!

                “พูดแบบนี้จะบอกว่ามีแล้วใช่มั้ย แล้วไอ้คนที่ชื่อมอสที่พี่สอบสวนไปคราวก่อนล่ะ ตอนงานแต่งพี่ไม่เห็นมันจะโผล่หัวมา” ผู้กองกรันณ์ถามขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ คิดว่าเธอจะเถียงขึ้นมาอีก แต่จู่ๆ คนชอบเถียงก็เงียบไปเสียดื้อๆ แล้วหันมากินน้ำผลไม้ต่อให้คนที่นั่งกอดรอบเอวเมียต้องหันมามองหน้าน้องสาวอย่างสำรวจอีกครั้ง ในที่นี้คงมีแต่ผู้หมวดคณินเท่านั้นที่รู้ว่าเธอเลิกกับแฟนไปแล้ว

                “ถามทำไมไม่ตอบ”

                “...”

                “...เลิกกันแล้วงั้นสิ” เขาพูดออกมาเมื่อจับพิรุธได้ ขวัญตาก็เลยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หงอยได้ไม่ถึงนาทีก็ยกมือขึ้นสะบัดผมแล้วเชิดหน้าขึ้นมาอีก

                “พี่รัน มีรุ่นน้องหล่อๆ นิสัยดีๆ ไม่เฮงซวยมั้ย แนะนำให้หน่อยสิ ไม่อยากมีแฟนเป็นนักซิ่งรถแล้ว มีแฟนเป็นทหารแบบพี่หมอแก้มดีกว่า ตำรวจก็ได้นะไม่เกี่ยง”         

                เปรี้ยง!!! แล้วผู้กองกรันณ์ก็ดีดหน้าผากเธอเข้าให้อีกแรงกว่าเดิมจนขวัญตาเจ็บน้ำตาซึมรีบยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองเอาไว้แน่น

                “พูดไปหยกๆ ว่าห้ามมีแฟน เลิกกันก็ดีแล้วต่อไปก็ตั้งใจเรียน” เขาสั่งก่อนจะหันไปป้อนข้าวเมียต่อเมื่อเห็นราชาวดีตักข้าวกินเอง แต่ด้วยความอยากป้อนข้าวเมียเขาก็เลยแย่งช้อนจากเธอมาป้อนอีก ขวัญตาเห็นเขาหันไปโอ๋เมียแล้วก็เบ้หน้าใส่อีกอย่างไม่นึกกลัวก่อนจะหันมามองหน้าผู้หมวดคณินที่นั่งอยู่ข้างๆ จะว่าไปผู้หมวดนี่ก็หล่อดีอยู่นะ หล่อ เก่ง หน้าที่การงานดี เป็นสุภาพบุรุษแต่...ดุกับแก่ไปหน่อย งั้นไม่ผ่าน ไม่โอเค

                “คืนนี้พี่รันจะให้ขวัญไปนอนบ้านพักพี่ใช่มั้ย” เธอหันมาถามพี่ชายอีกเมื่อยังมีเรื่องคาใจ

                “ใช่ นอนที่นั่นไปก่อน ไว้หัวหน้ากริชกับคุณน้ำอิงจะกลับห้วยขาแข้งเมื่อไหร่แล้วพี่จะฝากเราติดรถกลับออกไปด้วย เดี๋ยวจะเปิดเทอมแล้วนี่” ได้ฟังคำสั่งคนเป็นพี่ ขวัญตาก็หันมาทางน้ำอิงอีกคน

                “งั้นพี่น้ำอิงอยู่ที่นี่นานๆ นะคะ ขวัญยังไม่ได้ไปดูแม่น้ำเมยเลย”

                “พวกพี่น่าจะอยู่ที่นี่ประมาณอาทิตย์หนึ่งนะ” กริชชานนท์บอก ขวัญตาก็เลยหันมาทางพี่ชายอีกครั้ง

                “ถ้าพี่รันยกบ้านพักให้ขวัญอยู่ แล้วพี่รันกับพี่หมอแก้มไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ เมื่อคืนนี้ก็ด้วย ไม่ได้นอนที่บ้านแล้วไปนอนที่ไหนกันคะ” ขวัญตาไม่รู้มาก่อนเลยว่าคำถามของเธอมันจะทำให้ผู้เป็นพี่ชายกับพี่สะใภ้หน้าแดงขึ้นมาแทบจะทันทีจนคนอื่นๆ แอบขำกัน อยากรู้เสียจริงเมื่อคืนเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวหมาดๆ ไปเข้าหอกันที่ไหน

                “คงเป็นที่บรรยากาศดีๆ ส่วนตัวๆ ใช่มั้ยครับผู้กอง” กริชชานนท์อดแซวขึ้นไม่ได้ ที่ไหนกันนะอยากรู้จริง จะพาน้ำอิงกับลูกแฝดไปบ้าง

                “จะอยากรู้กันไปทำไม” คนที่เพิ่งจะได้เข้าหอว่าขึ้น ผู้พันคีรินทร์เลยหันมาแค่นยิ้มใส่เพราะเขาพอจะรู้ว่าไอ้น้องเขยมันพาน้องสาวของเขาไปเข้าหอที่ไหน ที่ๆ เป็นความทรงจำที่ดีของพวกเขาสองคนไง เข้าใจเลือกที่ไปซะด้วย น้ำตกกลางป่าที่ใครๆ ต่างก็กลัวอาถรรพ์จนไม่กล้าเข้าใกล้

                “ว้า...อดดู” กริชชานนท์กับขวัญตาพูดขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย น้ำอิงก็เลยแอบหยิกสามีเข้าให้อีก ส่วนผู้กองกรันณ์ทำท่าจะดีดหน้าผากน้องสาวอีกรอบแต่คราวนี้เธอรีบเอียงตัวหลบทัน ร่างบางก็เลยเผลอไปซุกแหมะอยู่กับอกแกร่งของผู้หมวดคณินเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเขาก็รีบยกมือขึ้นมากอดประคองเธอเอาไว้อย่างลืมตัว

                “หมวด น้องผมนะ” ผู้กองกรันณ์ว่า เขาก็เลยรีบปล่อยเด็กสาวออกจากอ้อมกอดเมื่อพี่ชายเธอส่งสายตาดุๆ มาให้ ซึ่งในระหว่างที่ผู้กองกรันณ์เลิกทำหน้าดุใส่ผู้หมวดคณินแล้วหันกลับมาป้อนผลไม้ให้เมียต่อผู้หมวดนทีก็เดินเข้ามาทำความเคารพทั้งผู้พันและผู้กอง ตามหลังมาด้วยตันหยงที่ทำความเคารพคนทั้งคู่ด้วยเช่นกันก่อนจะเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย

                เมื่อตันหยงมาร่วมโต๊ะมื้อเช้า บรรยากาศก็เริ่มอึมครึมมากขึ้นเมื่อหญิงสาวเอาแต่มองผู้กองหนุ่มด้วยรอยยิ้มหวานๆ แต่ผู้กองกรันณ์กลับไม่สนใจ ยังคงง่วนอยู่กับการป้อนผลไม้ให้เมีย

                “เมื่อวานได้ข่าวว่าเข้าหอมาหรอครับผู้กอง เป็นยังไงบ้างครับ จะได้ลูกแฝดแบบหัวหน้ากริชรึเปล่า” ผู้หมวดนทีพูดทำลายความเงียบขึ้น และตั้งใจจะให้ตันหยงตั้งสติได้เสียทีว่าตอนนี้ผู้กองกรันณ์แต่งงานมีเจ้าของไปแล้ว เธอไม่สามารถไปแย่งเขากลับมาได้อีก

                “ผมก็อยากได้แฝดเหมือนกันนะหมวด”

                “ยิงปืนทีเดียวได้แฝดมาเลยใช่มั้ยครับ”

                “ก็...ก็ไม่ได้ยิงทีเดียวนะ อย่างเมื่อคืนนี้ก็หลายทีอยู่”

                “พี่รัน” ราชาวดีรีบยกมือขึ้นปิดปากสามีเอาไว้ เรื่องอะไรเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดแบบนี้ เธออายเป็นนะ ราชาวดีแก้มแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ไม่รู้สักนิดว่าที่สามีพูดกับผู้หมวดนทีนั้นก็เพื่อให้ตันหยงเลิกคิดเกินเลยกับเขาได้แล้ว

                “อายอะไรครับเรื่องธรรมชาติ ไม่ดีหรอมีลูกแฝด แก้มจะได้ไม่ต้องอุ้มท้องหลายรอบไง พี่ไม่ได้คิดจะมีลูกคนเดียวนะ วันนี้อย่าลืมถามคุณน้ำอิงเชียวนะว่าทำลูกแฝดน่ะทำยังไง คืนนี้จะได้เริ่มกันเลย” แล้วหนุ่มๆ ที่ร่วมโต๊ะก็เฮแซวกันขึ้นมากับคนอยากได้ลูกแฝด จนทั้งราชาวดีแล้วก็น้ำอิงเขินไปตามๆ กัน

                “พี่หมอแก้ม ไว้ว่างงานแล้วติวหนังสือให้ขวัญได้มั้ยคะ” อยู่ๆ ขวัญตาก็พูดเรื่องติวหนังสือขึ้นมาเสียดื้อๆ หลังจากที่เด็กสาวมองตันหยงอยู่นาน ยิ่งเห็นตันหยงเอาแต่มองพี่ชายตัวเองเด็กสาวก็ยิ่งไม่ชอบใจ นี่เขาคุยเรื่องทำลูกกันอยู่ยัยป้านี่ไม่เข้าใจรึยังไงกันว่าพี่รันของเธอเขาสนแต่เมียกับการทำลูก

                “ได้สิ ขวัญจะให้พี่ติววิชาอะไรให้ วิชาที่เกี่ยวกับการสอบหมอมั้ย หรือภาษาอังกฤษดี” เรื่องเรียน เรื่องอ่านหนังสือนี่เป็นเรื่องที่ราชาวดีถนัดมากที่สุด

                “คนหนีออกจากบ้านเขาพกหนังสือมาติวด้วยหรอ” ผู้กองกรันณ์ถามน้องสาวอย่างสงสัยว่ายัยตัวแสบคิดจะทำอะไรอีกจู่ๆ ก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา

                “ไม่เป็นไรค่ะพี่รัน หนังสือของแก้มที่บ้านพักพี่ภูมีเยอะแยะ สบายมาก” เธอบอกสามี เขาก็เลยหันมาโอบตัวเธอเอาไว้แล้วบีบจมูกเรียวสวยเบาๆ

                “แน่สิ ก็แก้มชอบอ่านหนังสือนี่ รักการอ่านมันเป็นเรื่องดี แต่ถ้าจะให้ดีห้ามรักหนังสือมากกว่าพี่เด็ดขาด ไม่งั้นพี่จะเอาหนังสือไปเผาทิ้งให้หมดเลย”

                “คนอะไร หึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” ขวัญตาเบ้ปากใส่อีก ก่อนจะหันมาทางพี่สะใภ้อีก

                “ติววิชาพระพุทธศาสตร์ให้ขวัญหน่อยค่ะ เปิดเทอมนี้มีกิจกรรมตอบปัญหาธรรมะ ขวัญอยากได้ที่หนึ่ง”

                “เอ๋...” ราชาวดีขมวดคิ้วตาม หนังสือธรรมะเธอไม่มีซะด้วยสิ มีแค่หนังสือนิทานธรรมะ จะใช้ได้มั้ยนะ

                “ก็ตอนอยู่บ้านขวัญเห็นพี่หมอแก้มสวดมนต์ไหว้พระอยู่กับคุณป้าบ่อยๆ แล้วก็ขอพรพระให้พี่รันปลอดภัยทุกวันด้วย พี่หมอแก้มเป็นคนดีต้องเก่งวิชาพระพุทธศาสนาแน่ๆ ช่วยติวให้ขวัญหน่อยนะคะ เอาง่ายๆ ก่อนค่ะ อย่างเรื่องศีลห้าเป็นต้น”

                “ศีลห้าใครๆ เขาก็ท่องได้ตั้งแต่ประถมแล้วมั้ย เรื่องแค่นี้ทำไมต้องติว เสียเวลา แทนที่จะมาติวเรื่องง่ายๆ ให้เราแบบนี้สู้ให้พี่หมอแก้มเอาเวลามาดูแลพี่ไม่ดีกว่าหรอ” ผู้กองกรันณ์ว่าขึ้น รู้สึกดีใจนักที่ได้ยินว่าน้องนางไม้สวดมนต์ไหว้พระขอพรให้เขาทุกวันตอนที่ต้องห่างกัน

                “ไม่จริงหรอกพี่รัน คนที่ท่องศีลห้าไม่ได้ยังมีอยู่ทั้งๆ ที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว” ว่าจบขวัญตาก็หันมาทางตันหยง “โดยเฉพาะศีลข้อที่สาม กาเมสุมิสฉาจาราเวรมณี คุณป้า เอ้ย! พี่ตันหยงทราบมั้ยคะว่าแปลว่าอะไร” คราวนี้เงียบกันไปทั้งโต๊ะ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาเลย ผู้หมวดคณินได้แต่มองเด็กสาวอย่างทึ่งในความร้ายกาจของเธอ ในขณะที่ตันหยงกลับจ้องขวัญตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หากว่าเด็กสาวไม่กอดแขนพี่ชายเอาไว้ตอนนี้เธอคงจะลุกไปตบเข้าให้

                “อ้าว เงียบเฉยเลย เห็นมั้ยคะพี่รัน ขวัญบอกแล้วว่ายังมีคนท่องไม่ได้” บอกพี่ชายเสร็จก็หันมาทางตันหยงอีกครั้งแล้วแสร้งทำเสียงน่ารักใส่ “งั้นหนูจะบอกพี่สาวให้นะจ๊ะว่า กาเมสุมิสฉาจาราเวรมณี ศีลข้อที่สามแปลว่า การละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม การประพฤติผิดลูก ผิดเมีย ผิดผัวคนอื่น หรือเอาง่ายๆ แบบภาษชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ ก็คืออย่าคิดจะเป็นชู้หรือแย่งผัวของคนอื่นค่ะ มันบาปแล้วก็เป็นที่น่ารังเกียจของสังคมด้วย ตายไปตกนรกปีนต้นงิ้วนะคะรู้มั้ย”

                “ยัยขวัญ” ผู้กองกรันณ์รีบปรามน้องสาว ไม่ใช่ว่าปกป้องตันหยง แต่เขาไม่อยากให้น้องสาวเป็นคนก้าวร้าวต่างหาก

                “ขวัญไม่ได้ว่าอะไรพี่ตันหยงเขาเลยนะคะ ขวัญแค่แปลภาษาบาลีให้ฟังเฉยๆ เป็นความรู้ เป็นวิทยาทานเลยนะพี่รัน ขวัญได้บุญด้วยนะ ไม่เคยได้ยินหรอ ให้อะไรก็ไม่เท่าให้ปัญญาและธรรมะ แหม นานๆ ทีได้พูดอะไรแบบนี้ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนดียังไงก็ไม่รู้สิ” ว่าแล้วก็ฉีกยิ้มแป้นให้พี่ชายและทุกๆ คน กริชชานนท์กับน้ำอิงเลยแอบขำในความแก่นและแสบของเด็กสาว ขวัญตาเป็นเด็กน่ารักหากเป็นมิตรด้วย แต่ถ้าลองได้เป็นศัตรูขึ้นมาเมื่อไหร่ขวัญตาจะเป็นคนที่น่ากลัวไม่น้อย

                คงมีแค่ตันหยงคนเดียวที่มองไม่เห็นถึงความน่ารักของขวัญตาเมื่อเธอลุกพรวดจากโต๊ะแล้วเดินหนีออกไปจากโรงครัวทันทีโดยมีขวัญตาโบกมือลาอย่างผู้มีชัยเหนือกว่าอีกครั้ง ผู้หมวดนทีก็เลยต้องรีบตามตันหยงไปด้วยอีกคน

                “โหย สงสารพี่ผู้หมวดนทีเป็นบ้าเลย คนอะไรรูปหล่อ นิสัยดี หน้าที่การงานก็ดีพร้อมกลับต้องมาตาถั่วหลงรักผู้หญิงที่คิดแต่จะแย่งผัวคนอื่นตลอดเวลา แบบนี้ต้องแนะนำพี่ผู้หมวดนทีไปบวชซักพรรษา ตาจะได้สว่างหลุดพ้นซักที”

                “ยัยขวัญ เราเล่นแรงไปรึเปล่าฮะ เป็นเด็กเป็นเล็กเดี๋ยวใครเขาจะหาว่าพี่ไม่สอนเอา” ผู้กองกรันณ์ยังคงทำหน้าที่พี่ชายที่อบรมสั่งสอนเธออยู่

                “ใครว่าไม่สอน พี่รันสอนแต่ขวัญไม่จำเองแหละ ถ้าอย่างขวัญเรียกว่าแรง แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะเรียกว่าอะไร เมียเขานั่งด้วยขนาดนี้ก็ยังจะมาอ่อยผัวเขาอีก หรือพี่รันจะให้ขวัญใช้คำพูดอื่น แน่ใจรึเปล่าที่จะให้เด็กอย่างขวัญพูด”

                “ยัยขวัญ!

                “ไม่รู้ล่ะ ขวัญชอบพี่หมอแก้ม แล้วขวัญก็ไม่อยากให้ใครมาแย่งพี่รันไปจากพี่หมอแก้มด้วย ถ้ายัยป้านั่นยังไม่หยุดคิดอกุศลกับพี่รัน ขวัญนี่แหละจะทำให้หยุดเอง!

                “เด็กอย่างเราไม่รู้จักความรักหรอก”

                “ก็อาจจะจริง ขวัญอาจจะไม่รู้จักความรัก แต่ขวัญรู้จักความถูกต้องแน่นอน โอ๊ย! ไม่คุยกับคนแก่อย่างพี่รันแล้วปวดหัว กลับบ้านไปนอนต่อดีกว่า” วางระเบิดลูกใหญ่เอาไว้กลางโรงครัวเสร็จก็เดินหนีไปเสียดื้อๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้กองกรันณ์เลยได้แต่มองตามหลังอย่างเหนื่อยใจกับน้องสาวที่เป็นคนตรงๆ คิดอะไรก็พูดไปตามนั้น เขาล่ะกลัวว่าคำพูดของเธอมันจะทำให้คนอื่นเขาไม่พอใจจนตัวเธอเองได้รับภัยก็เท่านั้น

                ราชาวดีได้แต่มองสามีเงียบๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเมื่อคิดไปว่าที่เขาดุน้องสาวไปก็เพื่อปกป้องตันหยง ทั้งๆ ที่สิ่งที่ขวัญตาพูดเป็นเรื่องจริงและถูกต้องทุกอย่าง ตันหยงยังคิดหวังจะเอาชนะใจสามีของเธอ ตันหยงอยากแย่งเขาไปแล้วพี่รันของเธอก็ปกป้องตันหยงด้วย...ตลอดเวลาที่ห่างกันเธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่บ้าง พวกเขาได้ทำงานร่วมกันตั้งสองอาทิตย์กว่าๆ ฝ่ายผู้หญิงก็เชื้อเชิญเสียขนาดนั้น มันจะมีบ้างมั้ยที่เขากับตันหยงจะ...

                “คุณน้ำอิงคะ ที่บอกว่าจะไปดูงานที่ห้องพยาบาลกับแก้ม แก้มขอตัวไปก่อนก็แล้วกันนะคะ” เธอบอกน้ำอิงก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากโรงครัวให้ผู้กองกรันณ์ได้แต่มองตามอย่างงงๆ ว่าเมียรักของเขาเป็นอะไรไป งอนอะไรเขารึเปล่า

                “ผมทำอะไรผิดรึเปล่าครับ เมียผมงอนอะไรผมรึเปล่า” เขาหันมาถามน้ำอิงทันที เธอจึงยิ้มตอบ

                “ผู้กองไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกค่ะ แต่ว่า...ผู้กองแค่ทำให้คุณหมอแก้มเข้าใจผิดเฉยๆ”

                “ตอนไหนกัน ทำไมผมถึงไม่รู้ตัว”

                “ก็ตอนที่ผู้กองกับน้องขวัญเถียงกันไงคะ ฟังๆ ดูมันเหมือนผู้กองกำลังพยายามปกป้องคุณตันหยง คุณหมอแก้มก็เลยน้อยใจค่ะ”

                “ผมเปล่าปกป้องตันหยงนะ ผมแค่ไม่อยากให้ยัยขวัญพูดอะไรตรงๆ แบบนั้น ยัยขวัญยังเด็กมันไม่น่ารัก เดี๋ยวจะถูกใครๆ เกลียดเอา”

                “แต่ผู้หญิงเราคิดอะไรได้ซับซ้อนกว่านั้นเยอะค่ะ โดยเฉพาะผู้หญิงที่รักสามีมากๆ อิงได้ยินมาว่าพอแต่งงานกันแล้วยังไม่ทันจะได้เข้าหอผู้กองก็ต้องทิ้งเมียมาทำหน้าที่ ทิ้งให้คุณหมอแก้มต้องนอนเฝ้าห้องหออยู่คนเดียว ผู้กองต้องห่างกับคุณหมอแก้มตั้งเกือบสามอาทิตย์ สามอาทิตย์ไม่ได้ข่าวคราวอะไรกันเลย ติดต่อกันก็ไม่ได้ แล้วผู้กองยังต้องมาร่วมงามกับผู้หญิงคนอื่นที่เขาก็มีความรู้สึกดีๆ ให้ผู้กองอีก คิดดูสิคะว่าคุณหมอแก้มจะเจ็บปวดทรมานมากแค่ไหน ต้องห่างสามี ทั้งห่วงในความปลอดภัยแล้วยังต้องมากังวลเรื่องผู้หญิงอื่นอีก ต่อให้เชื่อใจกันมากแค่ไหน แต่ความไม่สบายใจมันก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อนะคะ คุณหมอแก้มคงจะรักผู้กองมาก ทั้งรักทั้งคิดถึง ถึงได้แอบหนีออกมาจากบ้านเพื่อมาหาผู้กองถึงที่นี่ด้วยความมยากลำบาก สิ่งที่ผู้หญิงเรากลัวมากที่สุดก็คือการสูญเสียคนที่รักไปค่ะ” น้ำอิงบอกก่อนจะหันมากอดแขนสามีของตนบ้างให้กริชชานนท์ต้องกอดเธอเอาไว้อีกอย่างแสนรัก

                “ไปง้อเมียสิผู้กอง ระวังเมียงอนแล้วคืนนี้จะไม่ให้นอนกอดไม่รู้ด้วยนะ” กริชชานนท์บอกอย่างหวังดี ผู้กองกรันณ์จึงรีบลุกขึ้นแล้วตามน้องนางไม้ของเขาไปด้วยความห่วงหาทันที กลัวที่สุดก็คือคืนนี้จะไม่ได้นอนกอดเมียเนี่ยแหละ

                “เป็นคู่รักที่น่าเอ็นดูดีนะคะ” น้ำอิงหันมาพูดกับสามีของเธอ เมื่อเขากอดเธอเอาไว้แนบตัวแล้วลูบท้องลูกแฝดของเขาเบาๆ อย่างอ่อนโยน

                “น่าเอ็นดูสู้เราไม่ได้หรอก ทั้งน่าเอ็นดูและ...น้ำอิงอยากจะดูเอ็นผมด้วยมั้ย”

                “คุณกริช!” แล้วเธอก็อดแหวสามีไม่ได้ หันมาตีอกแกร่งเบาๆ ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจนผู้พันคีรินทร์แอบขำให้กับมุกหลีเมียของกริชชานนท์ ก่อนจะหันไปมองตามทางที่น้องสาวเดินไปโดยมีน้องเขยของเขากำลังวิ่งตาม การมีชีวิตคู่นี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย แต่เขาก็เชื่อมั่นในความรักของคนทั้งสองนะว่าจะครองรักกันไปจนแก่เฒ่าได้

 

                แม้จะอยากเดินให้เร็วมากแค่ไหนแต่ราชาวดีก็ทำไม่ได้เพราะความเจ็บระบมยังไม่หายดี ตั้งใจว่าจะไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเองที่ห้องพยาบาลแต่ก็คิดว่าตอนนี้ยังไม่พร้อมเมื่อน้ำตาหยดใสๆ เอ่อคลอออกมาจนต้องหลบมาซ่อนตัวเองเอาไว้กับต้นไม้ใหญ่ที่มีรากขนาดใหญ่ยึดเกาะพื้นดินเป็นวงกว้าง ร่างบางจึงนั่งกอดเข่าซุกอยู่ใต้รากของต้นไม้นี้ กลัวสิ่งใดก็ไม่เท่ากับกลัวใจของเขาเมื่อตอนนี้เธอไม่มีสิ่งใดเหลือเพื่อจะต่อรองความรักจากเขาอีกแล้ว เธอยกให้เขาหมดแล้วทั้งตัวและหัวใจ เขาได้ครอบครองเธอแล้วแล้วจะยังเห็นค่าของเธออยู่อีกมั้ย...กลัวเหลือเกิน เธอกลัวพี่รันของเธอจะไม่รักเธอเหมือนเดิม ถ้าหากต้องเจ็บช้ำเพราะความรักอีกคราวนี้ต่อให้เธอไม่ฆ่าตัวตาย หัวใจของเธอก็คงจะแหลกสลายไปเอง

                ร่างสูงที่ตามเธอมาเดินตามหาเธออยู่ได้สักพักแต่ก็ไม่เจอเสียที เขาเลยคิดเอาเองเล่นๆ ว่าเธอเป็นนางไม้ น้องนางไม้ก็ต้องอยู่ที่ต้นไม้ดังนั้นจึงได้ตรงมาที่ต้นไม้ใหญ่ริมชายป่าของฐานและเป็นอย่างที่เขาคิด น้องนางไม้เธอมาอยู่ที่นี่จริงๆ และกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่เงียบๆ ด้วย เขาไม่ได้พูดอะไรขณะเดินเข้าไปหาเธอก่อนจะนั่งลงข้างๆ แล้วรวบเอาน้องนางไม้ของเขาเข้ามากอดอย่างปลอบขวัญ สองแขนแกร่งกอดรัดเธอเอาไว้แน่นแล้วซุกหน้าเข้าหาซอกคออุ่นแสนหอมกรุ่นและนิ่งอยู่อย่างนั้น

                ราชาวดีสอดแขนเล็กๆ มากอดเขาเอาไว้แน่นอย่างกลัวว่าเขาจะหนีหายจากเธอไปแล้วเบียดตัวเข้าหาเขาอีก

                “...พี่รันขา”

                “ขา” เขาขานรับอย่างอ่อนโยนแล้วจูบแก้มนวลของเธอเบาๆ ตามด้วยหอมแก้มเธอหนักๆ

                “ระหว่างพี่รันกับคุณตันหยง...ไม่ได้มีอะไรแน่ๆ ใช่มั้ยคะ นับตั้งแต่วันแต่งงานของเราที่พี่รันต้องมาที่นี่ ต้องร่วมงานกัน มันไม่ได้มีอะไรใช่มั้ยคะ”

                “ไม่มีแน่นอน” เขาตอบ “พอมาถึงที่นี่พี่กับทุกๆ คนก็โหมงานกันหนักมาก ทั้งดูแลที่ฐาน ทั้งออกลาดตระเวน ไม่มีเวลามาทำเรื่องผิดศีลธรรมหรอกนะครับ ผู้พันกับพี่ทำงานด้วยกันตลอด ถ้าพี่ทรยศแก้มไปผู้พันคงแหกอกพี่ไปนานแล้วล่ะนะ”

                “แล้วคุณตันหยงไม่หาโอกาสเข้าหาพี่รันหรอคะ”

                “บ่อยไป” เขาตอบตามจริงเพราะไม่คิดที่จะมีความลับอะไรกับเมียของเขาอยู่แล้ว ราชาวดีได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมองเขาทันทีเมื่อได้ยินว่าตันหยงพยายามจะแย่งสามีของเธอ

                “เขามาขอดูแลพี่แทนแก้ม มาขอ...เป็นเมียพี่อีกคน”

                “ไม่เอานะ! ไม่เอาแก้มไม่ยอม พี่รันของแก้ม แก้มไม่ยกให้ใครทั้งนั้นแล้วก็จะไม่ให้ใครมาใช้ร่วมด้วย” เธอว่าออกมาทั้งน้ำตาแล้วกอดเขาแน่นราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งเอาเขาไป “ไม่เอานะคะ อย่าทำร้ายหัวใจของแก้มแบบนี้ แก้มรับความเจ็บปวดนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ พี่รันอย่าทำร้ายแก้มแบบนี้นะ ถ้าพี่รันจะมีใครอื่น...ก็ขอให้ฆ่าแก้มให้ตายก่อน แต่อย่าฆ่าแก้มให้ตายทั้งเป็นแบบนี้ อย่าทรมานหัวใจของแก้มแบบนี้ ชีวิตของแก้ม แก้มมีเพียงแค่พี่รัน แก้มยกชีวิตให้พี่รันหมดแล้ว อย่าทรยศแก้มเลยนะ” เธอสะอึกสะอื้นอย่างหวาดกลัวให้สองแขนแกร่งกอดเธอเอาไว้แน่นกว่าเดิม รู้ดีว่าเธออ่อนไหวเรื่องความรักมากแค่ไหน ครั้งเป็นไตรทศเธอถึงกับพยายามจะฆ่าตัวตายครั้งแล้วครั้งเล่า จนตอนนี้หากเขาทรยศเธอไป...หัวใจของน้องนางไม้ได้แหลกสลายลงไปต่อหน้าเขาแน่ๆ

                “...ที่พี่เล่าให้ความจริงทุกอย่างให้แก้มฟัง ก็เพื่อจะบอกให้แก้มรู้ว่าพี่บริสุทธิ์ใจและไม่คิดที่จะปกปิดอะไรแก้ม...วันนั้นพี่ตอบตันหยงไปว่าพี่ยอมตายดีกว่าต้องทรยศเมียตัวเอง พี่รักแก้มมากเพราะแก้มคือแก้วตาดวงใจของพี่ และพี่ก็ขอร้องให้เขาหยุด อย่าได้หวังอะไรจากพี่อีกเพราะพี่ไม่สามารถให้ในสิ่งที่เขาต้องการได้ พี่ไม่ได้รักเขา ไม่เคยรักด้วยซ้ำ” ผู้กองกรันณ์บอกอย่างหนักแน่นแล้วผละน้องนางไม้ของเขาออกก่อนจะจูบซับน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน

                “นอกจากน้องนางไม้ของพี่คนนี้ ใครรักพี่มันไม่สำคัญหรอก มันสำคัญที่พี่รักใครมากกว่า และพี่ก็อยากจะบอกให้รู้ว่าพี่รักแก้ม รักเพียงแค่น้องนางไม้คนนี้แล้วก็จะมีเมียคนเดียวเพียงแค่น้องนางไม้คนนี้เท่านั้นด้วย ด้วยหน้าที่การงานของพี่มันก็ถือว่าเป็นอุปสรรคในความรักของเราแล้ว พี่จะไม่หาอุปสรรคใดๆ มาขัดขวางความรักของเราอีก ชีวิตของพี่ นอกจากประเทศชาติแล้วชีวิตที่เหลือพี่ก็ยกให้แก้มคนเดียวนะครับ อย่าให้คนอื่นที่เขาไม่เข้าใจในความรักของเรามาทำให้รักของเราต้องมีรอยช้ำเลยนะคนดี” เขาดึงมือของเธอมาแนบเอาไว้กับแก้มของเขาเอง ราชาวดีจึงเงยหน้าขึ้นมองสบตากับเขา

                “เราจะประคองความรักของเราไปด้วยกันนะ ผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันทอดทิ้งแก้ม จะไม่มีวันทรยศต่อความรักของแก้มเด็ดขาด” ว่าจบเขาก็จับมือเธอมาที่แกนกลางกายของเขาหวังจะหยอกเย้าให้น้องนางไม้ของเขาหยุดร้องไห้และอารมณ์ดีขึ้นมา

                “ก็บอกแล้วไง เนี่ย ของน้องนางไม้คนเดียวนะครับ เพื่อความมั่นใจเดี๋ยวคืนนี้อย่าลืมฝังรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้ด้วยนะ” เขาไล้นิ้วมาที่ริมฝีปากบางเรื่อสีเบาๆ ก่อนจะกระซิบบอกเธออีก

                “คืนนี้ทำอีกนะครับ พี่ชอบ” ว่าแล้วเขาก็ก้มลงมาจูบริมฝีปากบางทันที ดูดเม้นเธออย่างหิวกระหายจนราชาวดีผ่อนคลายและลืมเรื่องของตันหยงไปทันทีเมื่อรสจูบของสามีทำให้เธอคิดถึงร่างกายของเขา

                “พี่รันของแก้ม...”

                “ใช่ครับ ของแก้มคนเดียวด้วยนะ จะรัก จะจูบ จะกลืนกินหรือจะขย่มยังไงก็ได้ตามใจแก้มเลย ของๆ แก้ม อยากทำอะไรพี่ให้ทำหมด”

                “เชอะ! ใครจะทำ” เธอเชิดหน้าหนีอย่างงอนๆ อีกแต่แก้มนวลกลับแดงระเรื่อให้คนเป็นสามีมองตามยิ้มๆ ทำอวดดีไปทีเมื่อคืนล่ะเรียกหาเขาไม่หยุด

                “ทำหน่อยเถอะน่า นะ พี่จะนอนนิ่งๆ เลย จะกลืนกินหรือจะขย่มแรงๆ แบบเมื่อคืนนี้ก็ได้”

                “พี่รัน ทำไมถึงได้คิดแต่เรื่องพวกนี้กันคะ”

                “ก็พี่รักเมียพี่มากนี่ เมียพี่อร่อยพี่ก็ต้องอยากกินสิ” ว่าแล้วก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูอีกก่อนจะหันมายิ้มกับเธอ “จะว่าไปก็ยังมีเวลาอยู่อีกนิดหน่อยนะ เอาอีกซักยกมั้ย” เขาถามยิ้มๆ น้ำเสียงเหมือนพูดเล่นแต่แววตากลับจริงจังมากจนราชาวดีต้องถอยออกห่าง นี่ใจคอเขาคิดจะจับเธอกินจริงๆ ใช่มั้ย เมื่อตอนเช้ามืดที่อาบน้ำก็คิดค่าอุ้มกับเธอ พอตอนจะแต่งตัวก็มาคิดค่าหวีผมให้เธออีก แล้วนี่เขายังจะมาขอกินเธออีกหรอ ดูเหมือนที่เขาบอกว่าอดอยากมานาน คงจะอดอยากเข้าขั้นวิกฤต

                “แก้มไม่ใช่ที่ระบายความใคร่ของพี่นะจะได้อยากกินตลอดเวลาแบบนี้”

                “โธ่ ก็พี่รักของพี่นี่” เขาครวญแล้วดึงเอาเธอมากอดเอาไว้แน่น ตามด้วยหอมแก้มอีกฟอดใหญ่ คลอเคลียอยู่กับแก้มนวลอย่างมีความสุขจนราชาวดีเผลอยิ้มออกมาในที่สุดก่อนจะหันมาจุ๊บปากเขาเบาๆ อีกที

                “พ่อทหารหื่นของแก้ม”

                “เปลี่ยนใจจะลองอีกซักยกกับพี่ใช่มั้ยครับ”

                “ใครว่า แก้มจะไปทำงานแล้วต่างหาก” เธอว่าแล้วลุกขึ้นยืน เช็ดคราบน้ำตาเมื่อก่อนหน้านี้ออกให้หมดเมื่อผู้กองกรันณ์ลุกขึ้นยืนตามทำหน้ามุ่ยอย่างขัดใจที่อดกินเมียอีกรอบ

                “คืนนี้อย่าว่าพี่ใจร้ายนะ” อดคาดโทษเอาไว้ไม่ได้ก่อนจะจูงมือเธอเดินกลับไปที่ฐานเพื่อไปส่งที่ห้องพยาบาล ดีหน่อยที่ห้องพยาบาลอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับจุดที่จะตั้งอาคารอำนวยการขึ้นมาใหม่ผู้กองกรันณ์จึงเบาใจที่เมียรักได้อยู่ใกล้ๆ เขา เห็นน้ำอิงบอกว่าจะมาช่วยเมียของเขาดูแลคนเจ็บด้วยเขาก็ยิ่งเบาใจที่ราชาวดีมีเพื่อนอยู่ด้วย ไว้ค่อยหาโอกาสแอบมาหาเมียรักละกัน เขาคิด

 

                ผู้หมวดคณินกลับมาที่บ้านพักอีกครั้งเพื่อหยิบอุปกรณ์งานช่าง ก่อนจะออกไปช่วยทุกคนสร้างอาคารอำนวยการขึ้นมาใหม่ แต่ทว่าพอผู้หมวดหนุ่มเปิดประตูบ้านพักของเขาเข้าไปก็ต้องชะงักไปทันทีเมื่อเห็นว่าใครบางคนกำลัวนอนกินขนมอยู่บนเตียงของเขาจนเศษมันฝรั่งทอดกรอบหกเลอะเตียงของเขาไปหมด ผ้าห่มกองอยู่ที่พื้น หมอนหนุนเป็นที่วางกล่องน้ำผลไม้และขวดน้ำอัดลม นี่เขาคิดว่าที่เธอบอกว่าจะไปนอน เธอจะไปนอนที่บ้านพักของพี่ชายเธอเสียอีก แล้วดูสิ นี่อะไรกันเอาขนมมากินบนเตียงของเขาแบบนี้ พอเห็นเขามาแทนที่จะสลดกลับมายิ้มแฉ่งให้อีก

                “กินขนมด้วยกันมั้ยผู้หมวด เมื่อวานซื้อมาจากตลาดเยอะแยะเลย” ว่าแล้วก็ยื่นห่อขนมมาให้เขาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว นี่เขาจะทำยังไงกับเธอดี

                “กลับมาที่นี่อีกทำไม ผู้กองก็บอกแล้วนี่ว่าให้ไปนอนที่บ้านของเขา”

                “อ้าว ก็ไม่รู้นี่ว่าหลังไหน ยังไม่มีใครเคยพาไปเลย” ว่าแล้วก็แกะห่อขนมกินอีกอย่างไม่สนใจเจ้าของบ้านที่ได้แต่มองดูเธออย่างเหนื่อยใจ รับมือกับโจรผู้ร้ายยังไม่เหนื่อยเท่ากับรับมือกับยัยตัวแสบนี่เลย

                “งั้นก็เก็บของ จะพาไปส่ง”

                “เดี๋ยวค่อยไปก็ได้น่าผู้หมวด หวงบ้านไปได้ ฉันไม่ใช่ปลวกนะ รับรองฉันไม่แทะบ้านพักผู้หมวดกินหรอก”

                เธอมันร้ายยิ่งกว่าปลวกเสียอีก

                เมื่อเห็นว่าขวัญตากลับไปนอนกินขนมต่ออย่างสบายใจเฉิ่มเขาก็เข้าไปจัดการเก็บข้าวของของเธอใส่กระเป๋าเป้เสียเองจนเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเดินเข้ามาหิ้วเอายัยตัวแสบที่หันมามองเขาอย่างงงๆ ที่จู่ๆ เขาก็มาเก็บข้าวของให้เธอแบบนี้

                “ไม่เอา ไม่ไป” เธอว่าแล้วนั่งเกาะขาเตียงเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เขาหิ้วตัวออกไปจากบ้านง่ายๆ

                “จะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเป็นสาวเป็นนาง ไปนอนที่บ้านพี่ชายตัวเองซะสิ”

                “กลับไปก็ได้นอนคนเดียวน่ะสิ” เธอว่า “พี่รันกับพี่หมอแก้มก็อยู่ด้วยกันแล้วจะให้ฉันไปนอนคนเดียวในบ้านกลางป่าเนี่ยนะ อย่างน้อยนอนที่นี่ก็มีผู้หมวดอยู่เป็นยามเฝ้าหน้าบ้านให้”

                “ท่านขวัญตาแห่งโรงเรียนท่าน้ำนนท์กลัวเป็นด้วยหรอ”

                “ถ้าเป็นคนก็ไม่กลัวหรอก กลัวอย่างอื่นที่ไม่ใช่คนมากกว่า”

                “ในป่าผีเยอะซะด้วยสิ”

                “แล้วจะพูดทำไมเล่า!!!” เธอแหวขึ้นแล้วเปลี่ยนจากนั่งกอดขาเตียงมาเป็นกอดขาของเขาเอาไว้แทนพลางมองไปรอบๆ ตัวอย่างหวาดระแวง จนคนที่ยืนนิ่งให้เธอกอดขาอดแอบยิ้มไม่ได้ก่อนจะตีหน้านิ่งขึ้นมาอีกกับท่าทีเด็กกลัวผีของเธอ ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีทั้งน่าขำ น่าเอ็นดูระคนกันไปหมด

                “ผู้หมวดอยากกินขนมมั้ย ฉันยกให้หมดเลยนะเป็นค่าจ้างให้ฉันนอนที่นี่ด้วยคน” ฟังพูดเข้า

                “คิดจะติดสินบนเจ้าหน้าที่งั้นหรอ เก็บขนมไปให้หมดเลยไป เอาไปนอนกินต่อที่บ้านผู้กองคนเดียวเถอะ”

                “อย่าใจร้ายนักสิผู้หมวด” เธอเขย่าขากางเกงทหารของเขาไปมา เขาก็เลยได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วนั่งยองๆ ลงข้างเธอ

                “รู้อะไรมั้ย เป็นทหารเนี่ยฆ่าโจรผู้ร้ายมาเยอะมากแค่ไหน”

                “รู้แหละว่าเยอะ แล้วไง”

                “ก็วิญญาณของพวกโจรผู้ร้ายมันก็จะอยู่ใกล้ๆ กับทหารที่ฆ่ามันไง อยู่ใกล้ทหารเนี่ยผีเยอะนะ น่ากลัวกว่าอยู่คนเดียวซะอีก” เขาหลอกเธอ เพื่อให้เธอเปลี่ยนใจแล้วกลับไปอยู่บ้านพี่ชาย แต่ทว่า...

                “แค่เด็กคนเดียวผู้หมวดจะปกป้องไม่ได้เลยหรอ” เธอว่าขึ้นแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาตาแป๋ว ดวงตาคู่กลมโตมีแววความหวาดกลัวจริงๆ อย่างไม่ได้เสแสร้งจนเขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปหา จะแตะที่แก้มนวลแต่แล้วก็ต้องชะงักมือเอาไว้แล้วทำเป็นยื่นไปหยิบห่อขนมบนเตียงมาให้เธอแทน

                “รีบออกไปได้แล้วอย่ามาดราม่า” เขายืดตัวยืนขึ้นแล้วเมินหน้าหนีเพื่อพยายามเอาชนะใจตัวเองให้ได้ พยายามจะตีตัวออกห่างจากความใกล้ชิดนี้ก่อนที่เขาจะไม่สามารถควบคุมหัวใจของตัวเองเอาไว้ได้อีกต่อไป

                “แล้วอย่าให้รู้นะว่ามาที่นี่อีก” เขาว่าเสียงดุจนขวัญตาที่ยังนั่งอยู่กับพื้นข้างเตียงได้แต่มองแผ่นหลังของเขาตาปริบๆ เดาอารมณ์ชายหนุ่มไม่ออก เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้ายเหลือเกิน

                “ถ้าฉันกลัวก็ห้ามมาที่นี่ใช่มั้ย”

                “ใช่”

                “ถ้าเดือนร้อนก็ห้ามมา”

                “ใช่”

                “ถ้าต้องการความช่วยเหลือล่ะ”

                “จะเป็นอะไรก็ห้ามมาทั้งนั้นแหละ จะเจ็บ จะป่วย จะตายก็อย่ามา!

                “เออ!!! ไม่มาก็ได้ ไหนใครๆ เขาบอกว่าทหารต้องช่วยเหลือประชาชนไง นี่แค่เด็กคนเดียวก็ไล่แล้วไล่อีก ก็เห็นว่าเป็นคนดีไว้ใจได้หรอกนะถึงได้กล้ามาอยู่ด้วย แต่ถ้าจะรังเกียจชิงชังกันขนาดนี้ฉันไม่อยู่ก็ได้ไอ้คนใจร้ายใจดำ แล้วถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมานะฉันจะไม่ให้อภัยผู้หมวดเลย เอามานี่!” เธอลุกขึ้นแล้วแย่งเอากระเป๋าเป้ของตัวเองมาถือเอาไว้เองก่อนจะกระทืบเท้าเดินหนีออกไปจากบ้านพักของเขาอย่างหงุดหงิด ผู้ชายบ้าอะไร สงสัยจะแก่วัยทอง ทีเมื่อวานก็เห็นดูแลเธอดิบดี หาที่หลับที่นอนให้ ตักข้าวให้ เล่านิทานให้ฟังก่อนนอน พอตอนเช้ามากลับทำตัวเป็นผีบ้าเย็นชานัก สมควรแล้วล่ะที่ต้องเป็นทหารอยู่ชายแดน นิสัยแบบนี้อย่าได้ไปพบปะกับผู้คนข้างนอกเลย

                “ให้ตายเถอะ” ผู้หมวดคณินว่าเมื่อยัยตัวแสบเดินหนีออกจากบ้านไป เขาก็เลยทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียงก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพื่อพยายามข่มใจตัวเองเอาไว้ ใช่ว่าเขาอยากจะใจร้ายกับเธอ แต่เขาแค่ไม่อยากให้เธออยู่ใกล้ๆ กับเขา เธอยังเด็ก ยังต้องเติบโตมากกว่านี้ หากเธอเป็นสาวโตกว่านี้ต่อให้ต้องเสี่ยงกับผู้กองเขาก็จะยอมเสี่ยงเพื่อจีบเธอ แต่นี่เธอเป็นแค่เด็กมัธยมปลาย อนาคตไปได้ไกลแล้วทหารพรานอยู่ชายแดนอย่างเขาจะคู่ควรกับเธอได้อย่างไร ดีไม่ดีอาจถูกมองว่าเป็นโคแก่อยากจะเคี้ยวหญ้าอ่อน เป็นไอ้เฒ่าหัวงูล่ะไม่ว่า ถ้าเลือกได้เขาอยากจะย้อนเวลากลับไปเหลือเกิน ย้อนกลับไปเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมารู้จักกับเธอซะตั้งแต่แรก

                ผู้หมวดคณินนั่งเครียดอยู่คนเดียวได้สักพักก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่รู้จักบ้านของผู้กอง แล้วนี่เธอจะไปถูกรึเปล่ากันล่ะเนี่ย เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วเขาก็รีบลงจากบ้านไปตามหาเธอทันทีด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเห็นร่างเล็กเดินหอบข้าวของพะรุงพะรังไปทางจุดที่กำลังสร้างอาคารอำนวยการขึ้นมาใหญ่ เขาแอบมองตามจนได้เห็นว่าเธอเดินเข้าไปหาพี่ชาย แล้วผู้กองกรันณ์ก็พาเธอเดินไปส่งที่บ้านพักของเขานั่นแหละผู้หมวดคณินถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอเป็นน้องสาวของผู้กอง แสบซนแค่ไหนใครๆ ก็รู้ดีคงไม่มีใครกล้ายุ่งกับเธอแน่นอนเขาจึงสบายใจเรื่องนี้ไปได้ แต่ทำไมกันนะ ทำไมเขาถึงยังรู้สึกว่าเป็นห่วงเธออยู่

*********************************************************************************************

สู้ๆ นะผู้หมวด คิดจะรักเด็กต้องทำใจ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 411 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1209 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 22:57
    ชอบหัวหน้ากริชที่หยอดเมียตลอด
    #1209
    1
  2. #512 น้ามมม (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 14:18

    ผู้หมวดต้องตามเด็กให้ทันนะ อยู่แต่ในป่า จีบสาวไม่เก่ง555

    #512
    0
  3. #58 Gift11y (@Gift11y) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:40
    สู้ๆค่าาา
    #58
    0
  4. #57 Fararame (@Fararame) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:53

    อุปสรรคตอนท่านขวัญตากลับไปเรียนนี่แหละ แงงงง
    #57
    0