Conan Story's Tenchirina Yaoi

ตอนที่ 25 : Story : XXIV ก้าวที่น่าเบื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    1 ก.ค. 63

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk's Tenchirina

 

"แฮ่ก.." ในห้องนอนห้องหนึ่งภายในบ้านหลังนี้มีเสียงหอบหายใจของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น

 

"ชอบไหมครับ.. อามุโร่ซัง?" ผมถามพร้อมเงยหน้ามองใบหน้ายั่วยวนอย่างไม่รู้ตัวของร่างสูงตรงหน้า แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อมากกว่านั้นก็มีเสียงดังเกิดขึ้น..

 

...ไอ้เจ้ายมฑูตชินอิจิตัวกระเปี๊ยก!!... เสียงนี้ลั่นขึ้นมาในหัวทันที ไปที่ไหนเกิดเรื่องทุกทีไม่ว่าจะอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม ผมค่อยๆผละออกจากร่างกายอีกฝ่ายด้วยอาการหัวเสียหน่อยๆ แต่ถ้าเกิดเหตุขึ้นแล้วเราไปช้าอาจจะเป็นผู้ต้องสงสัยเอาอีก..

 

...ยิ่งหมอนั้นจับตาดูเราจะตายไป...

 

"ไหวไหมครับอามุโร่ซัง" ผมลุกขึ้นก่อนยื่นมือมาฉุกร่างสูงของอีกคนที่เหมือนจะหมดแรงหน่อยๆเพราะการเล่นอันยาวนานของผม เมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นก็ค่อยๆจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่โดยดี.. อะไรที่ถูกผมถอดแล้วโยนทิ้งก็เก็บขึ้นมาใส่อย่างรวดเร็ว..

 

...ที่ต้นคอดูแล้วเหมือนผมจะทำรอยสูงไปหน่อยแฮะ... ช่างมันล่ะกัน :)

 

เผื่อสาวๆจะรู้ซะบ้างว่าแสงสว่างดวงนี้มีเจ้าของแล้ว

 

"คุณมีกุญแจสำรองไม่ใช่หรือ?" เมื่อมาถึงสถานที่ต้นเสียงก็มีผู้หญิงเอกลักษณ์สีน้ำเงินนั่นพูดกับผู้หญิงที่เป็นคนให้พวกเรายืมห้องในการละเล่นเมื่อสักครู่

 

...จู่ๆก็เริ่มรู้สึกเขินขึ้นมาแปลกๆเมื่อเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น... หวังว่าหล่อนจะไม่ปากโป้ง ไม่งั้นได้เป็นไข้โป้งแน่!..

 

"ฉันไม่เห็นกุญแจฉุกเฉินห้องของเขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ" ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้น

 

"งั้นก็ช่วยไม่ได้ ถึงจะอันตรายไปหน่อย แต่เราคงต้องเข้าห้องผ่านทางระเบียงแล้วล่ะ ถ้ากระจกเปิดอยู่ก็คงเข้าไปได้ ถ้ากระจกปิดอย่างน้อยมันก็จะทำให้เห็นอะไรข้างในบ้าง" ผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มของคนที่ทำให้เจ้าหนูชินอิจิหัวกระทบกระเทือนพูดขึ้น หมายถึงเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนี้น่ะนะ ส่วนเจ้าคนน่าตายนั่น?

 

...ไม่รู้สิ... โดนอาถรรพ์ยมฑูตของเจ้าเด็กตัวแสบนั่นฆ่าไปแล้วมั้ง

 

"จริงด้วย เราเคยทำมาแล้วนี่หน่า" "แต่ว่าช่องว่างระเบียงมันใหญ่กว่านะ ฉันทำไม่ได้หรอก" "มาจิกลัวความสูงนี่หน่า จริงไหม?" แล้วในที่สุดอามุโร่ซังก็ขยับเข้าไป

 

"ถ้าอย่างนั้น ผมเปิดกุญแจให้เอาไหมครับ?" คนอื่นดูมีสีหน้าตกใจ "เรื่องนั้นน่ะ ผมชำนาญเลยนะครับ"

 

"ไหวงั้นหรือ?" ผมกระซิบเบาๆขณะที่ขยับเข้าไปใกล้

 

"ไหวสิครับ" ผมเดาะลิ้นออกมาหน่อยๆเมื่อได้ยิน แต่เมื่อถึงเวลาผมก็แย่งกุญแจผีในมือของอามุโร่ซังมาไขแทน

 

หลังจากผมเริ่มลงมือทำไปไม่นานนักก็สามารถไขได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว

 

"สุดยอดไปเลยรินะ" รันพูดขึ้นมา

 

"ไม่ยักจะรู้ว่าเธอทำแบบนี้ได้ด้วยแฮะ" โซโนโกะพูดด้วยสีหน้าทึ้งๆ

 

"เห็นว่ามันเท่ดีเลยฝึกมาน่ะ" ผมตอบด้วยสีหน้านิ่งๆขณะลุกขึ้นยืนตามมือของอามุโร่ซังที่ยื่นมาให้

 

"เอาจริงดิ.." โซโนโกะหน้าเหวอไปแล้ว

 

"ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกันนี่หน่าทีอย่างรันยังเป็นคาราเต้เลยนี่" ผมที่ลุกขึ้นมาโดยมีอามุโร่ซังที่เป็นคนช่วยเหลือก็ขยับมายืนพิงกำแพงตอบเสียงนิ่งๆ

 

เป็นอามุโร่ซังที่ขยับเข้ามารับหน้าที่ต่อจากผมด้วยการเปิดประตูดูแล้วมีเสียงตึ้งๆดังขึ้น

 

"ดูเหมือนมีอะไรขวางประตูอยู่นะครับ อ้ะ.. โคนันคุง" อามุโร่ซังกุมลูกบิดประตูเอาไว้แต่หยุดมือลง

 

"อย่าเปิดนะ" โคนันพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังซึ่งผมสัมผัสได้จากน้ำเสียงของเขา

 

"เปิดไม่ได้.. เพราะที่ไปขวางประตูอยู่น่ะคือศพของคุณ...." ผมฟังชื่อคนๆนั้นไม่ถนัดนักเพราะตัวผมเองก็ยืนอยู่ค่อนข้างห่างเมื่อเทียบกับคนในกลุ่มผสมกับความไม่ค่อยอยากจำชื่อคนอื่นให้รกสมองเท่าไหร่

 

...ก็ชื่อคนตายนี่นะ... คนที่ผมฆ่าเองยังไม่จำด้วยซ้ำเลย อีกอย่างคนนี้ผมค่อนข้างไม่ชอบขี้หน้าอยู่ด้วยสิ

 

...ถ้าเจ้าหนูนั่นจะมองผมเป็นผู้ต้องสงสัยล่ะก็... ไม่แปลกใจเลย ฮึ..

 

แต่น่าแปลกที่เจ้าหนูนั่นกลับไม่บอกว่าผมเป็นผู้ต้องสงสัย.. ถึงจะจ้องผมอีกตามเคยก็เถอะ..

 

...แต่เอาเถอะ... ผมอารมณ์ดีแล้ว ผมมองไปยังร่างของอามุโร่ซังที่หันกลับมามองผมพร้อมยิ้มให้หน่อยๆ

 

...อา... จริงด้วย ผมหวงอามุโร่ซังนี่นะ.. ไม่แปลกใจเลย

 

"อามุโร่ซัง.. ผมหวงนายนะ" ผมกระซิบเบาๆกับอามุโร่ซังขณะยืนกอดอกอยู่ข้างๆ

 

"ครับ" ไม่น่าจะใช่เรื่องที่น่ายิ้มแย้มหรอกนะ อามุโร่ซัง.. แล้วเวลาผ่านไปสักพักอามุโร่ซังก็เริ่มขยับเข้าไปพูดข้อสงสัยหรือสิ่งที่คนร้ายคาดไม่ถึงทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมากในแผนการที่เกือบจะสมบูรณ์แบบนี้แล้ว

 

"ว่าแต่ใครครับนี้ พูดจ้อๆเลย" คนที่ตัวใหญ่อีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ข้างๆโคโกโร่พูดขึ้น.. คลับคล้ายเคยเห็นในเรื่องทางฝั่งตำรวจแต่จำชื่อไม่ได้แฮะ

 

"อ้อ.. นักสืบ ลูกศิษย์เบอร์หนึ่งของผมเอง" โคโกโร่พูดตอบคล้ายกระซิบแต่น้ำเสียงก็หาได้เบาไม่อยู่ดี ฮ่ะๆ

 

...หัวเราะในใจทั้งที่หน้าตายด้าน...

 

"หะ...หาาาา ลูกศิษย์เบอร์หนึ่งเหรอครับเนี่ย" ผู้ชายคนนั้นมีทีท่าตกใจมากก่อนพูดกับโคโกโร่เนื่องจากเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นเบอร์หนึ่ง

 

...สำหรับผม... คนนั้นๆไม่ได้แม้แต่เสี้ยวอามุโร่ซังหรอก

 

อา... ผมนี่มันโคตรกองอวยเลยให้ตายสิ

 

"ว่าแต่ว่า คนสามคนที่อยู่บ้านพักนี้มาแต่แรกน่ะ เราไปคุยกับเขาหน่อยดีไหมครับ" อามุโร่ซังพูดขัดขึ้นมาก่อนพวกเขาจะพูดอะไรไร้สาระเพิ่มเติม

 

"เดินไหวแล้วเหรอเจ้าหนู" ผมย่อตัวลงไปพูดกับชินอิจิเวอร์ชั่นตัวกระเปี๊ยก

 

"อันนั้นไปถามหมอนั้นเถอะ" ชินอิจิพูดคงหมายถึงอามุโร่ซัง แต่ว่าต่อไปนี้ผมจะเรียกเจ้าเด็กนี้ว่าโคนันล่ะกันนะ.. "มีรอยอยู่ที่ต้นคอแบบนั้น แล้วดูท่าคนที่หมอนั้นยอมให้ทำคงมีแค่นายคนเดียวด้วย"

 

"ถึงจะไม่มั่นใจว่ารอยอะไรแต่ดูจากท่าทางของคุณอามุโร่แล้วล่ะก็คงหนักน่าดูนี่" เจ้าเด็กแว่นพูดในขณะที่ล้วงมือในกระเป๋ากางเกง.. ท่าเดียวกับชูซังไม่มีผิด

 

"ถึงจะไม่รู้ก็เถอะว่าทำไมแกถึงยังไม่รายงานเรื่องไฮบาระกับองค์กร.. แต่ร่องรอยแบบนั้นแกคงทำเพราะหมอนั้นเผลอปล่อยให้ยัยนั้นมีชีวิตอยู่สินะ" คำตอบคือไม่ใช่หรอกนะพ่อยอดนักสืบ :)

 

...เอาเถอะ... ความสัมพันธ์ของผมกับอามุโร่ซังมันก็เข้าใจยากจริงๆ แถมรอยพวกนั้นผมก็ทำหนักไปหน่อย.. แต่ส่วนเรื่องที่เจ้าหนูนักสืบมอปลายนี่พูดบ่งบอกว่าผมยังคงมั่นใจว่าเชอร์รี่คือเด็กผู้หญิงคนนั้นคงไม่แคล้วจากการที่ผมไปเที่ยวเล่นปั่นหัวสองคนนั้นมา

 

...แต่ก็ประโยคที่เจ้าหมอนี้ทักตอนแรกก็คงไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงยังมาตีสนิทพวกรันต่อทั้งๆที่ดูแล้วผมก็ไม่มีท่าทีจะทำอะไรเชอร์รี่นอกจากปั่นหัวพวกเขาแก้เบื่อ... แต่ดูจะระแวงมากจริงๆยามที่เจ้าหนูเห็นอามุโร่ซังที่เขาคิดว่าคงไม่กลับมาแล้วอยู่ที่สนามเทนนิสนั่น

 

"รู้มากเกินไปมันจะไม่ดีเอานะ คุโด้ ชินอิจิ" ผมยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างพอใจกับปฎิกิริยาอีกฝ่ายถึงมันจะไม่มากเท่าที่คิดเพราะอีกฝ่ายเองก็เหมือนจะพอเดาได้ว่าในไม่ช้าผมก็คงโยงเรื่องของเขาได้อีกเช่นกัน

 

"แอ๊บซินธ์.. นายอยู่พวกไหนกันแน่.." เหตุผลที่รู้โค๊ดเนมผมคงไม่พ้นที่อามุโร่ซังพูดเรียกผมในตอนนั้นและคนที่ปลอมตัวเป็นแม่สาวเชอร์รี่อย่างคิดน่าจะเป็นคนรายงาน

 

"เรียกว่าแอ๊บแซ็งธ์จะดีกว่านะ" ถึงในตอนนั้นอามุโร่ซังจะใช้คำเรียกว่าแอ๊บแซ็งธ์แต่ไม่แปลกที่โคนันคุงจะใช้คำว่าแอ๊บซินธ์ในเมื่อมันเป็นเหล้าเหมือนกันเพียงเรียกได้ทั้งสองชื่ออย่างที่เบลม็อทบางทีก็ถูกเรียกว่าเวอร์มุธ

 

ผมค่อยๆอุ้มพ่อหนุ่มยอดนักสืบขึ้นมาก่อนที่เขาจะล้มลงไปเพราะดูท่าแล้วอาการจะหนักไม่ใช่น้อย.. ก็ยังเด็กอยู่แต่แรงของอีกฝ่ายใช่ว่าจะน้อยๆถึงแม้คนทำจะเป็นผู้หญิงก็ตาม

 

"ปะ..ปล่อยนะ" และแล้วก็เป็นอามุโร่ซังที่มาแย่งพาตัวโคนันคุงลงไปวางดีๆด้วยท่าทีไม่พอใจเล็กน้อย

 

...คล้ายหวงผมอย่างนั้นแหละ... ผมหัวเราะในลำคอเบาๆท่ามกลางสายตาโคนันคุงที่มองมาด้วยสีหน้าติดเบื่อๆตามประสาคนโดนผมปั่นหัวบ่อยพอสมควร

 

บ้านที่ชูซังอยู่กับบ้านด็อกเตอร์อากาสะมันใกล้กัน ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะพ่อหนุ่มยอดนักสืบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ค่ะ ฉันเคยขึ้นไปบนห้องเพื่อถามว่าจะไม่กินบะหมี่เย็นตอนมื้อเที่ยงจริงๆเหรอ" ตอนนี้ตำรวจที่อ้างว่าตัวเองเป็นลูกศิษย์อันดับหนึ่งของโคโกโร่กำลังซักปากคำหนึ่งในผู้ต้องสงสัย..

 

...ผู้หญิงที่มาเห็นเรื่องราวก่อนหน้านี้ของผมกับอามุโร่ซัง... ให้ตายสิ..

 

"แต่ว่าเขาบอกว่าจะกินไอศรีมเป็นมื้อเที่ยงแทนนะคะ" ผมกอดอกมองการซักปากคำพูดของต้องสงสัยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ข้างๆมีเจ้าหนูนักสืบเวอร์ชั่นถูกย่อส่วนอยู่ข้างๆ

 

...ไม่นานหลังจากนั้นการซักปากคำผู้ต้องสงสัยคนแรกก็จบลง...

 

"ก่อนอาบน้ำฉันก็ขึ้นไปค่ะ.." คนที่สองเป็นผู้หญิงที่ในสายตาของผมเธอยังมีเอกลักษณ์เป็นเพียงสีน้ำเงิน

 

...น่าเบื่อ... หลังจากนั้นไม่นานการซักปากคำของผู้ต้องสงสัยคนที่สองก็จบลง แน่นอนว่าคนถัดไปย่อมเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มนั้นที่ยังคงมีชีวิตอยู่

 

อามุโร่ซังยังคงทำตัวเป็นเสมือนนักสืบคนหนึ่ง.. ตำรวจสันติบาลกับนักสืบคงคล้ายกันไม่น้อย

 

"น่าเบื่อจังนะเจ้าหนู.." ผมพูดออกมาเบาๆในขณะที่เจ้าหนูชินอิจิมีสีหน้าสนใจการซักปากคำเต็มเปี่ยม

 

"มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับชีวิตของคนนะ!" โคนันพูดด้วยน้ำเสียงติดดุๆ ผมยักไหล่เบาๆ จะให้บอกว่าผมไม่แคร์ไม่สนใจเรื่องนี้ก็เกรงว่าจะได้ทะเลาะกันจนโดนไล่ไปสักที่เปล่าๆ

 

"ตืด.." เสียงเบาๆดังขึ้นพร้อมกับโทรศัพท์ของผมที่สั่นอันเนื่องจากระบบสั่นที่ผมเปิดเอาไว้แทนการเปิดระบบเสียง ผมค่อยๆหยิบมันขึ้นมาดูพบว่ามีเมลล์เข้ามา

 

...ผมยกยิ้มขึ้นมาบางๆ... เจ้าหนูโคนันกระโดดหน่อยๆทำท่าคล้ายต้องการแอบดูเนื้อหาภายในมือถือของผม

 

"ไหนว่าเรื่องนั้นสำคัญไง" ผมยักคิ้วหน่อยๆก่อนจะดีดหน้าผากพ่อยอดนักสืบตัวน้อย โคนันทำท่าคล้ายจะโวยผมแต่ทางฝั่งผู้ต้องสงสัยก็พูดขึ้นมาโดยมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าหนูอยู่ในนั้น ทำให้เจ้าหนูโคนันหันกลับไปสนใจเรื่องคดีฆาตกรรมนั่นต่อ

 

"ห้องที่มีเด็กอยู่แบบนั้นใครจะไปทำลงกัน" คนๆนั้นพูดขึ้นมาโดยมีตำรวจที่เป็นคนซักปากคำเอ่ยพูดเห็นด้วย

 

...ใครว่าล่ะ... คนที่ทำลงก็ยืนอยู่ตรงนี้คนหนึ่ง.. แล้วก็มีเจ้ายินอีกคน

 

"ไม่ว่าจะใช้ทริคอะไร แต่คนที่สามารถเคลื่อนย้ายคนอ้วนได้ก็มีเพียงแต่..." ตำรวจคนที่ซักปากคำพูดข้อสันนิฐานของตัวเองขึ้นมา

 

...แบบนี้เป็นการตัดคนที่ไม่น่าจะเคลื่อนย้ายคนน่าตายพรรณ์นั้นได้หรือ... ผมเองก็จัดอยู่ในหมวดคนที่ไม่น่าจะมีเรี่ยวแรงพอจะทำแบบนั้นนะ

 

...แต่ผมก็ย่อมสามารถทำได้สบายๆ... ผมยังคงกอดอกพิงกำแพงอย่างเคยชิน

 

"รู้แล้วสินะเจ้าหนู" ผมย่อตัวลงข้างๆเจ้าหนูโคนันที่มีแววตาคล้ายรู้เรื่องราวแล้วหลังรันพูดถึงเรื่องที่ภายในห้องนั้นเปิดแอร์อะไรทำนองนั้น

 

"อ่า.." คุยกับเจ้าหนูนี่นั้นก็น่าเบื่อ.. จะให้มาทำตัวเป็นนักสืบด้วยอีกคนก็ไม่ไหว.. ไม่ใช่สมองที่ไม่ไหว แต่แค่ขี้เกียจก็เท่านั้นเอง

 

...แค่คิดสภาพนักฆ่าต้องมาทำหน้าที่เป็นผู้ผดุงความยุติธรรมมันก็อยากอ้วกหน่อยๆ... ผมมองเหตุการณ์ด้วยความเบื่อหน่าย เจ้าหนูรีบๆไขคดีเถอะหน่า

 

...นักฆ่าคนนี้ไม่อยากแย่งงานของเธอหรอกนะ... แล้วสักพักเมื่อโคโกโร่นั่งลงบนเก้าอี้ เจ้าหนูก็เหมือนจะใช้โอกาสที่ผมแกล้งหลับตาลงนั่นเพื่อจะยิงเข็มยาสลบใส่โคโกโร่ แต่อามุโร่ซังก็เข้ามาถามซะก่อน

 

ผมลืมตาแล้วหัวเราะออกมาเบาๆคล้ายหัวเราะเยาะเจ้าหนูนักสืบที่เหงื่อตกออกมาหน่อยๆ ...แบบนี้สิ ค่อยสนุกขึ้นมาหน่อย...

 

...ผมเลยชอบแกล้งเจ้าหนูขึ้นมานี่แหละ...

 

"พอดีว่าฝานาฬิกามันหลุดน่ะครับ แฮะๆ" คำแถแบบนี้มันเรียกว่าเนียนไหมนะ? ผมยังคงกอดอกยืนอยู่มุมห้องแถวนั้นตามปรกตินิสัย ถามว่าทำไมไม่ไปนั่งงั้นเหรอ? ถ้าผมนั่งก็ต้องไปนั่งท่ามกลางฝูงชนที่ทำหน้าจริงจังอยู่นู่น..

 

...ผมว่าผมอยู่สงบอย่างนี้ต่อไปแหละดีแล้ว...

 

"ทำอะไรไม่เกรงใจผมที่ยืนอยู่เลยนะ" ผมพูดเสียงเบาแต่ก็เพียงพอให้คนตัวเล็กได้ยิน

 

"นายเองก็รู้ความจริงแล้วนี่" ผมยักไหล่ออกมาเบาๆ "นี่.. นายช่วยอะไรหน่อยสิ" ไม่แคล้วเกี่ยวข้องกับการไขคดีหรือการเป็นตุ๊กตาชักใยบอกความจริงเรื่องนี้..

 

"ไม่" ผมยิ้มมุมปากแล้วพูดปฎิเสธแทบทันที

 

"เฮ้.. เดี๋ยวสิ.." เจ้าหนูนั่นจะพูดท้วงอะไรสักอย่าง แต่ผมก็พูดขัดออกมา

 

"ไม่เอาสิ.. มันสวนทางกับตัวผมมากเกินไปนะ" โคนันมีสีหน้าคล้ายบ่งบอกว่าทีเจ้าของร่างโค๊ดเนมเบอร์เบิ้นนั่นเล่า "ก็นั่นอามุโร่ซังไม่ใช่ตัวผมสักหน่อย"

 

"พวกเธอสองคนนี่สนิทกันดีจังนะ" รันขยับเข้ามาร่วมวงด้วย

 

"อ่ะ..เอ่อ..ครับพี่รัน" โคนันยิ้มแห้งๆ ภายในใจคงไม่แคล้วตะโกนว่าไม่อยากมาสนิทกับหมอนี้สักเท่าไหร่หรอก

 

...แน่นอนว่าผมเดาเอา... เอาหน่า สนุกๆ ไม่นานหลังจากนั้นก็มีคนเริ่มบทสนทนาเกี่ยวกับคดีนี้ขึ้นมาอีกแล้วเจ้าหนูโคนันก็เริ่มมหากาพย์การใบ้เรื่องราว

 

...ผมส่ายหัวเบาๆ... ฮึ.. ตำรวจคนนั้นเองก็ถือว่าฉลาดไม่น้อย.. อย่างน้อยก็เป็นคนที่พอรับฟังคำพูดคนอื่นน่ะนะ

 

...แต่อึ้งที่สุดก็โซโนโกะนี่แหละ... ถ้าไม่ติดว่ามันไม่สมควรผมจะตบมือให้แล้วนะ? :)

 

อา.. แต่สุดท้ายก็มีคนมาเหนือกว่าอย่างโคโกโร่ถึงเหตุผลมันจะฟังไม่ค่อยขึ้นสำหรับผมสักเท่าไหร่ก็เถอะ.. แต่มันก็ทำให้ผมถึงกับมองเขาสลับกับโคนันครู่หนึ่งเลยทีเดียว

 

"เฮ้ๆ..นาย" โคนันทำหน้าเบื่อๆใส่ทำหน่อยๆ ผมยักไหล่ใส่แล้วเดินไปลากเก้าอี้มานั่งแถวนั้น

 

"เอ่อ.. มันจะดีเหรอครับที่ไม่ทำอย่างทุกทีน่ะ" ผมหัวเราะเบาๆเมื่อความหูผีของผมทำให้ได้ยินอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นโคโกโร่ก็เริ่มอธิบายเรื่องราวที่เขาคิดให้ฟัง..

 

...เกลียดความเสียงหญิงของโคโกโร่มากๆ... ผมทำหน้าแหยงๆครู่หนึ่งในขณะที่โคนันที่ได้ยินก็มีสีหน้าไม่ต่างกันนัก

 

"งั้นกุญแจสำรองมันอยู่ที่ไหนละคะ?" "ก็ห้องมันถูกล็อกอยู่นี่ครับ" เพื่อนทั้งสองคนของคนที่โคโกโร่ว่าเป็นตัวคนร้ายพูดค้านกันขึ้นมา สักพักเจ้าหนูก็ขยับไปคล้ายพูดใบ้อีกครั้งก่อนที่ตำรวจเจ้าเดิมจะพูดเหมือนคิดอะไรออกมาได้

 

...เอาเป็นว่าในที่สุดแล้วอามุโร่ซังก็พูดเล่าออกมาถึงน้ำที่สามารถแข็งได้เมื่อเขย่านั่นแหละ... สุดท้ายแล้วเพื่อนทั้งสองคนของตัวคนร้ายก็ยังพูดปกป้องออกมา แต่เจ้าตัวคนทำก็สารภาพถึงกุญแจสำรองที่มีลายนิ้วมือเจ้าตัวติดอยู่ก่อนจะพูดถึงเหตุผลการแก้แค้นนั้น

 

...เจ้าบ้านั่นก็สมควรตายจริงๆนั่นแหละ... น่าเสียดาย.. เธอไม่น่าลงมือเองเอาซะเลย จ้างผมซะเรื่องราวคงไม่เป็นแบบนี้ซะหรอก..

 

...คิดราคาไม่แพงนักหรอก... ถือว่าแลกเปลี่ยนกับค่าห้อง.. ที่สำคัญจะได้ไม่ต้องมาเกิดเรื่องตอนที่ผมกำลังกินอยู่ด้วย..

 

...คิดแล้วมันก็หงุดหงิดขึ้นมาเลย...

 

---------------------------------------------

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

246 ความคิดเห็น

  1. #229 Jecelyn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 08:03
    เออจริง จ้างน้องก็ได้ปะอย่างน้อยก็ถือเป็นค่าเเลกเปลี่ยนห้อง555
    #229
    0
  2. #174 callmeGALALOBB (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 19:23
    หวงกันไปมา ติดเรื่องนี้มากเลยค่ะ แซ่บมาก แง
    #174
    0
  3. #173 p_ice (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 05:45

    ความหวงนี้แซบจริงๆ

    #173
    0
  4. #171 shino13 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 20:56
    หวงกันไปหวงกันมาา
    #171
    0
  5. #170 klki (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 20:38

    รออ่านตอนต่อไปอยู่น้าค้าา มาอัปตอนต่อไปเร็วๆน้าาาคร้าส
    #170
    0
  6. #169 ผีเสื้อมายาสีแดง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 20:09
    น้องดูหงุดหงิดง่าย.. เมนมาหรอลูก5555
    #169
    0
  7. #168 581412 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 20:04
    น้อนนนน
    #168
    0