Conan Story's Tenchirina Yaoi

ตอนที่ 26 : Story : XXV ก้าวที่ไม่ใช่'แค่นั้น'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    11 ก.ค. 63

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk's Tenchirina

 

หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นชีวิตก็กลับมาสงบ.. ในแบบของผมน่ะนะ..

 

พอไม่อยู่ใกล้กับเจ้าหนูยมฑูตนั้นแล้วชีวิตก็สงบขึ้นเยอะเลยทีเดียว.. บ่งบอกให้รู้เลยว่าไม่ควรเข้าใกล้น่ะ

 

...ซึ่งการไม่ยุ่งกับเจ้าหนูนั่นก็ค่อนข้างดี... ไม่ใช่อะไรหรอก พอเกิดคดีขึ้นแล้ว.. มันก็เป็นช่วงเวลาน่าเบื่อของผมที่ทำอะไรไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งของผมเช่นกันที่มาร้านปัวโรต์เพื่อมาหาอามุโร่ซัง แน่นอนว่าในเมื่อมาร้านเขาแล้วผมย่อมไม่นั่งเฉยๆกินพื้นที่ในร้านไปขนาดนั้น แต่ก็สั่งของมาเช่นกันถึงจะกินไม่ได้ก็เถอะ..

 

อามุโร่ซังก็ขมวดคิ้วหน่อยๆที่ผมสั่งมันทั้งๆที่กินไม่ได้ แต่ก็คงพอเดาได้ว่าผมไม่อยากนั่งอยู่ในร้านนี้เฉยๆทั้งที่ไม่สั่งอะไร เอาเถอะ.. ผมทยอยสั่งเพิ่มเป็นช่วงๆในขณะที่มือเริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเมลล์ไปหารันกับโซโนโกะและมาสึมิเพื่อมาช่วยจัดการกับของเหล่านี้..

 

...แฮะๆ... ล่าสุดก็ใช้มุกนี้จนรันบ่นผมหน่อยๆที่ทำให้เธอน้ำหนักขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นด้วยความเสียดายรันก็จัดการกินมันจนหมดอยู่ดี

 

ตอนนี้ผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนร่วมงานของอามุโร่ซัง.. ถ้าว่าตามนิสัยก็ถือว่าดีล่ะนะ อย่างน้อยไม่เกาะแกะอามุโร่ซังให้มีดหรือปืนที่ผมพกติดตัวลั่นไปใส่หัวก็ถือว่าดีมากๆแล้ว..

 

ผู้หญิงคนนั้นค่อยๆเดินออกไปนอกร้าน.. ดูท่าแล้วคงไม่แคล้วไปให้อาหารเจ้าไท... รู้สึกว่าจะชื่อนี้น่ะนะ เป็นเจ้าแมวน้อยตัวหนึ่ง

 

...หน้าตาก็กวนๆไม่ได้น่ารักสักเท่าไหร่ในความคิดผม... แต่พอมันอ้อนแล้ว.. ก็น่ารักดีแฮะ เวลาผ่านไปสักพักอามุโร่ซังก็ขยับตัวเดินไปตามผู้หญิงคนนั้นที่น่าจะชื่ออาซึสะเพราะผู้จัดการร้านเรียกหา ผมเองก็เดินออกไปด้วยเช่นกัน..

 

...ก็ว่าอยากเล่นกับเจ้าไทสักหน่อย... ว่าแล้วผมก็หยิบของที่เจ้าไทน่าจะกินได้ติดไม้ติดมือออกไปด้วย..

 

...เจ้าไทเป็นผู้ช่วยในการกินของผมชั้นดีเลยนะ...

 

"คุณอาซึสะครับ มาสเตอร์เรียกหาอยู่น่ะครับ" อามุโร่ซังพูดพลางขยับตัวเล็กน้อยให้ผมสามารถเดินออกมาได้ ผมก้มลงไปนั่งยองๆแล้วยื่นของกินให้เจ้าตัวน้อย

 

...น่าเอ็นดูแฮะ... ผมลูบหัวมันเบาๆ อยากลองซื้อหูแมวมาใส่ให้อามุโร่ซังดูเหมือนกัน ให้ตายสิ.. ผมคิดพิเรนจ์อะไรอยู่กันนะ

 

"ค่ะ.. จะว่าไปคุณอามุโร่เนี่ยเป็นนักสืบมาก่อนสินะคะ" อามุโร่ซังดูเหมือนจะขยับออกมาพูดคุยกับอาซึสะดีๆแล้วหลังจากยืนค้างอยู่หน้าประตูสักพัก คงเพราะเดี๋ยวแอร์จะออกสินะ

 

"เอ๋...อ..อ่าครับ" อามุโร่ซังพูด ส่วนผมในตอนนี้ก็กำลังนั่งมองเจ้าตัวเล็กกินอย่างเพลินตาดีหน่อยๆ

 

...ก็ดูกินซะมีความสุขเลย... ผมเองก็อยากกินเหมือนกันนะ โดยเฉพาะฝีมืออามุโร่ซังน่ะ

 

"งั้นไอ้นี้คืออะไรรู้ไหมคะ?" ให้ตายสิ คนอะไรอิจฉาแมวแบบนี้นะ ในระหว่างที่ผมคิดในใจอาซึสะเธอก็ยังคงคุยกับอามุโร่ซังเรื่องอะไรสักอย่างผมจึงเงยหน้าขึ้นมอง

 

"อ่ะ..เอ้า.." เหมือนใบเสร็จจะหลุดมือนะ ซุ่มซ่ามจังเลย เอาเถอะ.. เพราะเธอใสซื่ออย่างนี้ก็ช่วยทำให้ผมไม่ค่อยหงุดหงิดมากนักที่เธอได้อยู่ใกล้อามุโร่ซังบ่อยๆน่ะ..

 

...มือของผมคว้าเอากระดาษแผ่นหนึ่งที่หน้าตาคล้ายใบเสร็จนั่นไว้ได้อย่างรวดเร็ว... ตัวหนังสือหายงั้นเหรอ?

 

ผมหรี่ตามองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเป็นคนยื่นให้อามุโร่ซังเองตามที่อาซึสะต้องการทำก่อนหน้านี้.. จะให้อาซึสะก็กลัวลมแรงแล้วเดี๋ยวเธอจะเผลอทำหลุดมืออีกน่ะสิ

 

จะว่าไป... C..o..r..p...s....e

 

...ศพงั้นหรือ...

 

"คนที่รู้ว่าแมวตัวนี้จะมากินข้าวเย็นร้านนี้ทุกวันมีใครบ้างเหรอครับ?" อามุโร่ซังถามขึ้นเมื่ออ่านสิ่งที่เขียนอยู่บนกระดาษใบเสร็จนั่น

 

...ก็อาจเรียกว่าเคราะห์ดีของคนส่งสารที่อาซึสะไม่ถึงขั้นปล่อยมันทิ้งไปทันทีที่เห็นว่ามันเป็นเพียงใบเสร็จน่ะนะ...

 

"มันพึ่งจะมาที่นี้เมื่อช่วงไม่นานมานี้คิดว่าคงมีฉัน มาสเตอร์ คุณอามุโร่ คุณเทนชิแล้วก็โคนันคุงด้วยนะคะ" หื้ม.. เจ้าหนูเด็กแสบนั่นน่ะเหรอ..

 

"เอ... เอโดงาวะ โคนันคุงสินะครับ" อามุโร่ซังพูดขึ้นพร้อมหลุดสีหน้าที่ไม่น่าไว้วางใจขึ้นมาครู่หนึ่ง.. ให้ตายสิ อาซึสะ.. เธอนี่มันใสซื่อจริงๆนะ

 

...ผมถึงขั้นลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ... หรือว่าผมจะช่างสังเกตมากไปโดยเฉพาะถ้าอีกฝ่ายเป็นอามุโร่ซังหรือชูซังกันแน่นะ?

 

"แต่จะว่าไปตอนที่ฉันหยิบออกมาใบเสร็จมันเย็นมากเลยนะคะ" อื้ม.. เพราะไออุ่นจากมือของอาซึสะก็เลยทำให้ใบเสร็จตอนที่ผมคว้ามันมาไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่และเพราะผมพึ่งออกมาจากในร้านที่มีแอร์เย็นมากๆซะด้วย

 

...หลังจากเสียเวลาพูดคุยด้วยกันไม่นานนัก อามุโร่ซังก็คงจะพอสรุปได้แล้วว่าสถานที่ที่คนส่งสารซึ่งน่าจะเป็นเจ้าหนูโคนันและส่งมาคล้ายบอกว่าพบศพนั่นมันที่ไหน...

 

"ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอกลับก่อนนะครับ ฝากบอกมาสเตอร์ด้วยส่วนค่าแรงวันนี้ไม่ต้องให้ก็ได้นะครับ" อามุโร่ซังพูดขึ้นก่อนจะรีบวิ่งออกไป

 

"ของที่สั่งฝากให้พวกรันด้วยนะครับ เดี๋ยวพวกเธอก็คงมาแล้วล่ะ" ผมยิ้มให้หน่อยๆ อาซึสะขานรับอย่างงงๆกับคำพูดที่ผมกับอามุโร่ซังฝากเอาไว้

 

...ให้ตายสิ... เธอฟังรู้เรื่องแน่นะ? แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้สนใจหันไปบอกเรื่องที่พึ่งพูดไปใหม่กับเธอสักเท่าไหร่แล้วตรงดิ่งวิ่งตามอามุโร่ซังไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่สายงานของผมมักจะใช้ร่างกายตัวเองปฎิบัติบ่อยมากกว่าอามุโร่ซังที่ออกไปทางสืบข่าวทำให้ผมมีความคล่องตัวสูงกว่าบวกด้วยความร่างกายผิดมนุษย์เล็กน้อยจึงสามารถวิ่งตามร่างของอามุโร่ซังที่ตอนแรกออกตัววิ่งไปก่อนผมได้ไม่นาน

 

"มันอันตรายนะ" ผมถือวิสาสะตามเดิมขึ้นรถญี่ปุ่นสีขาวของอามุโร่ซังอย่างรวดเร็วพร้อมปิดประตูโดยไม่คิดจะคาดเข็มขัดให้เสียเวลาตอนขยับตัวลงสักเท่าไหร่.. แถมไม่ได้ชอบคาดเข็มขัดแต่แรกแล้วด้วย

 

"อันตรายมากกว่านี้ก็ผ่านมาแล้วนี่ครับ" ผมยิ้มมุมปากบางๆ ก็งานขององค์กรยังไงก็อันตรายมากกว่าการแค่ไปช่วยเจ้าหนูจอมหาเรื่องนั่นน่ะนะ.. อามุโร่ซังไม่ได้หันมามองผมแล้วจดจ่อกับการขับรถที่มันเร็วเอาซะมากๆ

 

...ถึงแม้มันจะไม่ระดับนรกเรียกหาเพราะหัวใจวายอย่างคราวก่อนก็เถอะ... โชคดีของผมเล็กน้อยที่ผมค่อนข้างชอบความเร็วและความตื่นเต้นขึ้นมาตามภาษาคนที่งานร่วมกับรัมที่..

 

...อย่าให้ผมบรรยายมันเลย... เฮ้อ.. แล้วในที่สุดก็เหมือนจะถึงที่หมายได้ดีโดยผมไม่ต้องเสียเวลาไปอ้วกเอาของที่ผมกินไปก่อนหน้านี้ออกมาเพราะทนไม่ไหวกับความสามารถในการขับรถของอามุโร่ซัง

 

เสียงบีบแตรรถดังขึ้นโดยฝีมือของคนขับรถอย่างอามุโร่ซังพร้อมกับเขาที่ขยับลงมาจากรถMAZDA RX 7 FDคันสีขาว

 

"ขอโทษนะครับ ถนนมันค่อนข้างแคบช่วยหลีกทางให้หน่อยได้ไหมครับ" ผมเองก็ค่อยๆลงมาจากรถ พอได้ยืนแล้วก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยน่ะนะ มองไปข้างๆก็เหลือบเห็นเงาคนของร่างที่ไม่แคล้วว่าเป็นร่างชูซังเวอร์ชั่นสึบารุ

 

...เชื่อสิ... เห็นแทบทุกซอกทุกมุมอยู่แล้ว

 

ผมหมายถึงบ้านของคุโด ชินอิจิที่ผมไปอาศัยด้วยแล้วอยู่บ่อยดุจเป็นบ้านเช่าตัวเองโดยที่ไม่เสียเงินแม้แต่แดงเดียวน่ะ

 

"ถ้าไม่อยากจะเจ็บตัวน่ะ" คนในชุดทำงานขนส่งพัสดุที่ร่างอวบกว่าเป็นคนแรกที่ขานรับออกมาก่อนอีกคนในชุดทำงานเหมือนกันแต่มีรูปร่างที่สูงผอมกว่าจะพูดตกลงออกมาอย่างง่ายดายเช่นกัน

 

...เรื่องราวอาจดูจะจบลงแล้ว... แต่พวกเด็กๆก็ร้องขอความช่วยเหลือออกมา

 

"ช่วยด้วยค่ะ!!" เด็กผู้หญิงที่ถ้าผมจำไม่ผิดรู้สึกจะชื่อโยชิดะ อายูมิพูดขึ้นมา.. เหตุผลที่ผมค่อนข้างจำชื่อนามสกุลเธอได้คงต้องยกความดีความชอบให้เชอร์รี่ซึ่งตอนนี้อยู่ในร่างเด็กไฮบาระ ไอน่ะนะ..

 

"อ้าว พวกเธอเข้าไปทำอะไรอยู่ในที่แบบนั้นน่ะ" อามุโร่ซังตีหน้าซื่อเอาซะมากๆ..

 

...จะเนียนอยู่แล้ว... แต่ก็เห็นอยู่ทนโท่ว่ามีเด็กพวกนั้นยืนอยู่ในรถของเจ้าพวกนั้นน่ะ..

 

"ปะ..เปล่า" พนักงานขนส่งทำท่าจะปิดประตูที่พวกเด็กๆนั่นยืนอยู่โดยมีเด็กๆที่ไม่ให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย..

 

...ถ้าไม่นับรวมร่างของเชอร์รี่ที่เหมือนไปรวมร่างกับเด็กผู้ชายที่เหมือนจะชื่อมิสึฮิโกะน่ะนะ... หรือยัยนั้นอยากจะกินเด็ก?

 

...ว่าไปนั่น... แต่ไม่แน่นะ? ก็เห็นบนขบวนรถไฟด่วนเบลทรีก็พยายามเพื่อปกป้องเด็กพวกนี้ไม่น้อย

 

...ชอบเด็กนิสัยอย่างนี้นี่เองสินะ เชอร์รี่...

 

"นี่แก รู้จักกับเด็กพวกนี้น่ะเหรอ?" พนักงานคนที่ยืนเฉยๆไม่ได้ไปช่วยปิดปากประตูพูดขึ้นมา

 

"ครับ ใช่แล้วครับ" หน้าอามุโร่ซังนี่บางทีก็อยู่กึ่งกลางระหว่างชั่วกับกวนนะ.. ผมกอดอกมองอย่างกับตัวประกอบในการ์ตูนที่ได้รับที่นั่งวีไอพีสำหรับดูหนัง

 

...เดิมทีที่ตามมาแต่แรกก็ไม่ได้กะมาช่วยสักเท่าไหร่... แต่ถ้ามีคนเข้ามาก็ถือว่าออกกำลังกายขยับตัวล่ะกัน

 

...มาหาอะไรดูแบบนี้คุ้มกับที่ต้องทนนั่งรถอามุโร่ซังเวอร์ชั่นเร่งรีบไหมนะ?... หรือจะกระทืบคนข้อหาทำให้ต้องนั่งดี..

 

...ยิงทิ้ง... แต่ก็เปลื้องลูกกระสุน..

 

...ตัดแขนตัดขาดูท่าจะเวิร์คที่สุด... แต่ก็เพียงแค่คิดน่ะนะ ถ้าให้ทำตรงนี้ก็อาจจะโจ่งแจ้งไปเล็กน้อย.. ผมอยากมีภาพพจน์ที่ดีในสายตาของแสงสว่างทั้งสองอยู่นะ

 

"ก็คงช่วยไม่ได้แฮะ.. ถ้าไม่อยากให้เด็กถูกฆ่าล่ะก็แกก็รีบเข้าไปอยู่ในตู้นั่นซะ" เฮ้.. แล้วนายก็จะแช่แข็งพวกเราให้แข็งตายอยู่ในนั้นรึไง..

 

...บ้าบอชะมัด... ต่อให้อามุโร่ซังจะยอม ผมก็ไม่ใช่คนที่จะยอมไปด้วยหรอกนะ แต่ดูเหมือนไม่รู้อามุโร่ซังจะเรียกว่ายอมดีไหม? เขาก็ซัดเจ้านั่นจนจุกซะแล้วสิ

 

"ก็บอกแล้วไงว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวให้หลีกทางไปน่ะ" จะชักไหมนะนั่น ตาเหลือกแล้วนะ เอาเถอะ.. คงไม่ตายล่ะมั้ง..

 

...ไม่ไว้ใจสภาพที่พร้อมจะชักนั่นเลยแฮะ... แต่อามุโร่ซังก็คงไม่เล่นถึงตายอยู่แล้ว.. แต่ถ้าหมอนั่นตายก็คงต้องเรียกว่าอ่อนแอเกินไปเอง

 

"คุณจะเอาด้วยไหมครับ" อามุโร่ซังทำท่าชกอากาศพลางพูดกับพนักงานอีกคนที่ยืนอึ้งอยู่อย่างกลัวๆแล้วก็ปล่อยหมัดออกไปเบาๆแต่กะเอาไว้ไม่ให้ถึงใบหน้าอีกฝ่ายพร้อมกับร่างของพนักงานคนนั้นที่รีบยกมือขึ้นมาพร้อมพูดปฎิเสธอย่างรวดเร็ว

 

...ไม่แน่จริงนี่หว้า...

 

"แกน่ะอย่า..." จู่ๆร่างที่ก่อนหน้านี้โดนซัดไปจะยังไม่สลบแล้วทำท่าจะพล่ามอะไรสักอย่าง.. แต่ก็โดนผมเตะปลายคางจนสลบไปของจริง

 

...แรงประมาณไหนน่ะเหรอ?... อยากรู้ก็มาโดนเองสิครับ :)

 

"อะ..เอ่อ.." อามุโร่ซังเหงื่อตกเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเช็ดเหงื่ออย่างรวดเร็ว "งั้นโคนันคุงฝากโทรแจ้งตำรวจด้วย" อามุโร่ซังเปลี่ยนสีหน้าเป็นพูดพร้อมยิ้มๆในขณะที่หยิบเทปจากภายในรถนั้นมาใช้งานโดยไม่ขออนุญาตใคร

 

...ก็จะให้ขออนุญาตใครเล่า... อามุโร่ซังจัดการใช้เทปนั้นมัดรอบตัวทั้งสองคนอย่างคล่องแคล่ว.. ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจซะเท่าไหร่

 

ผมขยับมายืนกอดอกมองอีกครั้งหนึ่งเงียบๆ

 

"ว่าแต่พี่ชายสุดยอดไปเลย" เด็กชายที่ชื่อเก็นตะพูดขึ้น

 

"อ่านรหัสลับที่ทำไว้บนใบเสร็จแล้วตามมาช่วยสินะ" เด็กผู้ชายอีกคนที่ไม่ใช่เจ้าหนูโคนัน.. เด็กที่เชอร์รี่น่าจะสนใจนั่นเอง ฮ่ะๆ..ฮึๆ..

 

...หัวเราะแบบนี้รู้สึกโรงพยาบาลบ้ากวักมือเรียกไปกินยาเลย...

 

"หือ.. ใบเสร็จเหรอ.. อ้อ..เปล่าหรอก.. ผ่านมาทางนี้ แค่บังเอิญน่ะ" อามุโร่ซังพูดโกหกอย่างแนบเนียน..

 

...ให้ตายสิ... เบลม็อทยังต้องชิดขวาในสายตาผมเลยเชียว

 

"จริงด้วย พี่ชายนักสืบกับพี่รินะไม่มาทานเค้กคริสมาสต์ที่บ้านด็อกเตอร์ด้วยกันเหรอคะ?" เด็กคนนั้นเคยขออนุญาตผมเรียกแบบนั้นเอาไว้ก่อน.. ซึ่งก็ไม่อยากจะอนุญาตสักเท่าไหร่ถ้าไม่ติดว่ากลัวเด็กมันงอแงหรือเบื่อที่เด็กคนนั้นเรียกผมว่าพี่ชายหน้าสวยอยู่ได้..

 

...อันดับหนึ่งในแก๊งพ้องเพื่อนของเชอร์รี่ที่ผมอยากฆ่าทิ้งที่สุด... รองลงมาก็เด็กชายที่ชื่อเก็นตะผู้บ้าคลั่งข้าวหน้าปลาไหลยิ่งกว่าอะไรดี..

 

"เฮ้.. ที่นี้น่ะเหรอ บ้านของด็อกเตอร์อากาสะน่ะ?" อามุโร่ซังพูดขึ้นพลางสาวเท้าเดินเข้าไปมองใกล้ขึ้นด้วยสีหน้าที่คาดเดาคำตอบยากว่าเขาจะตอบว่าอะไร "แต่ไม่ล่ะ.. พอดีติดธุระนิดหน่อยน่ะ"

 

อามุโร่ซังพูดพร้อมยิ้มให้หน่อยๆก่อนสาวเท้าขึ้นรถไปนั่งดีๆตามด้วยผมเองที่เดินตามไปเช่นกัน พอทำการปิดประตูรถลงเรียบร้อยแล้วอามุโร่ซังก็ขยับมาใส่เข็มขัดให้ผมที่ไม่ยอมใส่มันอีกตามเคยก่อนจะขับรถออกไปจากที่นั้น

 

"ไม่กินหน่อยเหรอ?" ผมเท้าคางมองออกไปข้างนอก เห็นชูซังที่ยังคงมองมาทางนี้เช่นกัน

 

"ไม่เอาล่ะ ก็เธอกินไม่ได้นี่จริงไหม?" อามุโร่ซังพูดในขณะที่สายตายังจ้องมองไปข้างหน้า

 

"เหตุผลแค่นั้นเองน่ะเหรอ.." ผมหันกลับมามองยังคนขับตามนิสัยที่ชอบมองอามุโร่ซังไม่ก็ชูซังเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกไม่เบื่อและสามารถทำได้ทั้งวี่ทั้งวัน

 

"เหตุผลน่ะ.. ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ" สงสัยอามุโร่ซังจะมีธุระอย่างที่ว่าจริงๆล่ะนะ ผมอมยิ้มบางๆ ทำไมแว่บหนึ่งถึงเผลอคิดไปได้ว่านั่นจะเป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้อามุโร่ซังตัดสินใจอย่างนั้นได้กัน

 

---------------------------------------------

 

 

 

 

Talk's Amuro

 

วันนี้ก็เป็นวันหนึ่งที่อากาศค่อนข้างดีและมีลมที่แรงมาก.. ผมยังคงทำงานอยู่ภายในร้านปัวโรต์

 

...เป็นวันที่ค่อนข้างสงบแต่ก่อให้เกิดความสุขขึ้นมาสำหรับในจิตใจผม... ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะร่างที่มานั่งอยู่ในร้านกาแฟปัวโรต์แห่งนี้ในบางครั้ง..

 

และทุกครั้งที่มาก็จะทำให้วันนั้นผมอารมณ์ดีเป็นพิเศษ..

 

"วันนี้มีเรื่องดีๆเหรอคะ คุณอามุโร่" อาซึสะ พนักงานหญิงของร้านที่เป็นเพื่อนร่วมงานของผมพูดขึ้นมา เธอเป็นคนดี นิสัยน่ารัก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากไปกว่าเพื่อนร่วมงาน..

 

...ก็คนที่ผมชอบน่ะ... ก็คือคนที่ทำให้ผมอารมณ์ดีอยู่ในตอนนี้นี่หน่า

 

"นิดหน่อยน่ะครับ" เอาจริงๆก็ค่อนข้างมากเลยล่ะ ผมพูดตอบพร้อมรอยยิ้มที่ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งทำสักเท่าไหร่นัก

 

วันนี้ลูกค้าก็มีไม่น้อยและส่วนมากเป็นลูกค้าหญิง.. บางส่วนก็เป็นลูกค้าชายที่มักจะมามากเป็นพิเศษยามที่รินะมาร้าน..

 

...เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ผมไม่สบอารมณ์เล็กน้อย... เมื่อมองไปยังสายตาของเหล่าลูกค้าชายพวกนั้นและเพราะเหตุผลนี้ที่รินะเปรียบเสมือนหน้าตาของร้านคนหนึ่งที่สามารถดึงดูดลูกค้าผู้ชายเข้าร้าน..

 

แน่นอนว่าผลกำไรร้านย่อมดีขึ้นไปด้วยและนั่นทำให้ผู้จัดการร้านไม่คิดแม้แต่จะมาเอ่ยปากไล่รินะออกจากร้านเวลาเขาเข้ามานั่งเลยแม้แต่น้อย..

 

แต่ดูเหมือนเจ้าตัวก็คงไม่ชอบมานั่งร้านคนอื่นโดยที่ไม่สั่งอะไรสักเท่าไหร่จึงได้มักเรียกผมหรือคุณอาซึสะไปเพื่อสั่งของเป็นช่วงๆ.. ซึ่งของทั้งหลายที่รินะสั่งมาเขาก็กินไม่ได้สักเท่าไหร่ แต่บอกไปก็ไม่ได้ช่วยให้เขาหยุดสั่งลงด้วยเหตุผลว่าเจ้าตัวไม่ชอบล่ะนะ

 

...ผมก็ขัดไม่ได้... อีกนัยหนึ่งก็คือผมค่อนข้างตามใจเขา.. อย่างน้อยก็ไม่น่าเสียดายอาหารทั้งหลายเหล่านั้นมากนักเมื่อรินะมักโทรเรียกพวกคุณรันมาช่วยกินหรือบางทีก็เอาไปให้เจ้าไทช่วยกินอีกตัวหนึ่ง

 

...แอบสงสารพวกคุณรันเล็กน้อยที่เหมือนพวกเธอจะบ่นว่าน้ำหนักพวกเธอเพิ่มขึ้นเยอะ... ผมหัวเราะเบาๆ วันนี้เจ้าไทมาร้านของเราช้ากว่าทุกทีแต่ก็ยังคงมา..

 

คุณอาซึสะเดินออกไปเพื่อให้อาหารตามเคย แต่ผู้จัดการร้านดูเหมือนมีเรื่องจะคุยกับเธอจึงให้ผมไปตามมาให้และดูเหมือนรินะเองก็อยากไปให้เจ้าไทช่วยกินของที่สั่งมาเหมือนกันจึงเดินออกไปพร้อมหยิบบางส่วนที่ถามผมแล้วว่าบรรดาแมวจะกินของพวกนี้ได้หรือเปล่า?

 

คุณอาซึสะจะยื่นใบเสร็จหนึ่งให้ผมเพื่อช่วยดูให้ แต่ระหว่างนั้นมันกลับปลิวหลุดมือเธอไปด้วยแรงลม แต่ก็โชคดีที่คนสัญชาติญาณดีอย่างรินะช่วยคว้าไว้ทัน

 

ผมพอรู้ว่ารินะคงกวาดสายตามองเนื้อหาข้างในแล้วแม้เพียงเป็นเวลาครู่เดียวที่ใบเสร็จนั้นอยู่ในมือเขาก็ตาม ผมรับใบเสร็จนั้นขึ้นมาดูก่อนที่จะสอบถามคุณอาซึสะเล็กน้อย รินะเล่นกับเจ้าไทต่อไปจนสักพักผมก็รีบขยับตัวออกไปยังรถตัวเองทันที

 

"ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอกลับก่อนนะครับ ฝากบอกมาสเตอร์ด้วยส่วนค่าแรงวันนี้ไม่ต้องให้ก็ได้นะครับ" ผมตะโกนออกมาระหว่างที่ผมออกตัววิ่ง สักพักก็ได้ยินเสียงของรินะที่พูดกับคุณอาซึสะก่อนรีบวิ่งตามผมมาอย่างรวดเร็ว

 

ทั้งผมและรินะขึ้นมายังรถของผม ผมเอ่ยเตือนเขาว่ามันอันตราย แต่เขาก็บอกกับผมว่าอันตรายมากกว่านี้ก็ผ่านมาแล้ว..

 

...ซึ่งมันก็จริง... แต่ใช่ว่าผมจะไม่ห่วงเขา แต่ถึงอย่างนั้นด้วยความที่รินะเป็นคนที่ดื้อดึงมากๆถ้ามัวแต่พูดล่ะก็คงเสียเวลาไปไม่น้อย ผมขับอย่างรวดเร็วจนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งแล้วพบกับรถขนส่งซึ่งเป็นเป้าหมาย

 

ผมลงจากรถของตัวเองไป.. แรกๆก็เริ่มพูดคุยด้วยดีๆถึงแม้ผมจะรู้ว่ามันอาจไม่แคล้วต้องจบลงที่การใช้กำลังก็ตาม

 

"ก็บอกแล้วไงว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวให้หลีกทางไปน่ะ" ผมพูดขึ้นมาหลังซัดไปยังตัวคนที่พูดขู่ผมเมื่อสักครู่..

 

...ถ้าผมยอมทำตามมีหวังจะเป็นการทำให้คนข้างกายผมที่ยืนกอดอกมองดุๆนั่นลงโทษผมซะเปล่าๆ... ยิ่งในข้อเสนอที่เจ้านั่นยื่นมาให้ถ้าทำตามมีหวังคงโดนหนักแน่

 

...แต่ที่ผมซัดเขาไปก็ด้วยแรงที่เพียงพอให้เขาขยับตัวไม่ได้ชั่วคราวก็เท่านั้น...

 

"คุณจะเอาด้วยไหมครับ" ผมทำท่าต่อยอากาศไปมาก่อนจะต่อยไปยังใบหน้าอีกฝ่าย.. แต่จงใจไม่ให้กำปั้นไปถึงยังใบหน้าคนที่ดูท่าแล้วคงไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเหมือนอีกคน

 

แต่ดูเหมือนด้วยความที่คนเมื่อสักครู่นี้มีร่างกายที่ผอมบางและผมกลัวจะเผลอทำแรงจนเขาตายหรือชักขึ้นมาจริงๆทำให้ผมเผลอทำเบาไปจนเขาสามารถตั้งหลักได้เร็วขนาดนี้..

 

...แม้ร่างกายเขาจะสั่นเหมือนไม่ไหวนั่นก็เถอะ... คงกลัวติดคุกสินะ

 

"แกน่ะอย่า..." ด้วยความที่หมอนั้นค่อนข้างอยู่ใกล้ร่างของรินะทำให้ผมหน้าเครียดขึ้นมาว่าเจ้านั่นจะทำอะไรรินะหรือเปล่า?

 

...แต่ดูเหมือนผมจะเป็นห่วงผิดคนมากเกินไป... เพียงเสี้ยววินาทีคนที่ทำท่าหยัดกายลุกขึ้นมาเมื่อสักครู่ก็โดนเตะเสยปลายคางจนสลบภายในทีเดียว..

 

...ผมควรทำตามที่รินะพูดดีๆ... ผมรู้สึกอากาศมันร้อนจนเหงื่อตกหน่อยๆทั้งๆที่ตอนแรกที่ใช้แรงต่อยคนกลับไม่มีแม้แต่หยดเดียว

 

"อะ..เอ่อ.." ผมค่อยๆเช็ดเหงื่อบนใบหน้าทิ้งด้วยชายแขนเสื้อ

 

"งั้นโคนันคุงฝากโทรแจ้งตำรวจด้วย" ผมเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแทนแล้วเดินไปหยิบเอาเทปที่ค้นมาได้จากภายในรถขนส่งมาจับเจ้าพวกนั้นมัดอย่างแน่นหนาให้เพียงพอในการจับกุม

 

...เท่านี้ก็คงพอล่ะมั้ง... เดี๋ยวพวกตำรวจก็มาแล้ว

 

"ว่าแต่พี่ชายสุดยอดไปเลย" เด็กชายผู้ชายคนหนึ่งที่ตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่มพูด

 

"อ่านรหัสลับที่ทำไว้บนใบเสร็จแล้วตามมาช่วยสินะ" เด็กผู้ชายที่ยืนข้างๆกันแต่มีรูปร่างที่เล็กกว่ามากพูดขึ้นตามแทบทันที

 

"หือ.. ใบเสร็จเหรอ.. อ้อ..เปล่าหรอก.. ผ่านมาทางนี้ แค่บังเอิญน่ะ" ผมเสแสร้งตีหน้าซื่อส่งผลให้ได้รับใบหน้าผิดหวังจากคนเมื่อกี้เล็กน้อย

 

"จริงด้วย พี่ชายนักสืบกับพี่รินะไม่มาทานเค้กคริสมาสต์ที่บ้านด็อกเตอร์ด้วยกันเหรอคะ?" ผมครุ่นคิดเล็กน้อยที่เด็กพวกนั้นดูสนิทสนมกับรินะมากทั้งๆที่ผมเห็นพวกเขาเจอกันเพียงหนเดียว..

 

ก่อนจะปัดความคิดนั้นตกลงไปอย่างรวดเร็ว.. ก็รินะเป็นเพื่อนพวกคุณรันนี่หน่า

 

"เฮ้.. ที่นี้น่ะเหรอ บ้านของด็อกเตอร์อากาสะน่ะ?" ผมพูดขึ้นมาพร้อมเดินเข้าไปใกล้แล้วจ้องมองบ้านหลังนั้น "แต่ไม่ล่ะ.. พอดีติดธุระนิดหน่อยน่ะ"

 

ผมพูดพร้อมยิ้มออกมาหน่อยๆไม่ให้ดูไร้เยื่อใยเกินไปนักพร้อมกับขยับตัวไปนั่งบนรถแต่ยังคงไม่ออกรถแต่อย่างใด..

 

รอร่างเล็กกว่าผมเล็กน้อยขยับเข้ามานั่งประจำที่.. ผมเอื้อมตัวตามความเคยชินไปคาดเบลล์เข็มขัดให้รินะอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ทำให้เอง.. คงยากที่จะเห็นเขาคาดเข็มขัดน่ะนะ

 

เมื่อจัดการคาดเข็มขัดให้เรียบร้อยแล้วก็ขยับตัวมาประจำที่ตัวเองพร้อมสตาร์ทรถแล้วขับไปยังจุดหมายเรื่อยๆด้วยความเร็วที่ไม่เร่งรีบเหมือนก่อนหน้านี้

 

"ไม่กินหน่อยเหรอ?" ผมเหลือบมองเล็กน้อย เด็กน้อยคนนี้เท้าคางมองออกไปข้างนอก.. สายตาเหมือนกำลังมองไปยังใครสักคนแถวๆบ้านหลังนั้น..

 

...รินะคงรู้จักกับด็อกเตอร์อากาสะแล้วก็ได้... หรือไม่ก็เหม่อมองออกไปข้างนอกตามเคย

 

"ไม่เอาล่ะ ก็เธอกินไม่ได้นี่จริงไหม?" ผมพูดตอบรินะขึ้นมาด้วยน้ำเสียงปรกติ

 

"เหตุผลแค่นั้นเองน่ะเหรอ.." หันมามองแล้วแฮะ.. ผมยิ้มบางๆขึ้นมา

 

"เหตุผลน่ะ.. ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ" รินะเป็นคนสำคัญสำหรับผม.. เพราะงั้นเหตุผลน่ะ.. ไม่ใช่แค่นั้นหรอก..

 

...สำหรับผมทุกเรื่องของเด็กคนนี้สำคัญเสมอ... เป็นประโยคที่ผมคิดในใจแต่ไม่ได้เอ่ยมันออกไป

 

---------------------------------------------

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

246 ความคิดเห็น

  1. #230 Jecelyn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 08:25
    น้องอยากฆ่าอายูมิที่1 เก็นตะที่2 เก็นตะมันน่ารำคาญจริงๆอะนะ บางทีก็รู้สึกว่านางไร้มารยาท
    #230
    0
  2. #181 shino13 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 16:01

    สำคัญเสมอออออ
    #181
    0
  3. #180 callmeGALALOBB (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 06:05
    เห้อ คุณคนนี้เขานำโด่งในใจเลยค่ะ ยิ่งพอรู้ความรู้สึกตัวเองแล้วก้คือ พี่เขารุกหนักมาก โลกเป็นสีชมพู คนที่เขินคือนักอ่าน แง;—;
    #180
    0
  4. #179 p_ice (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 04:50

    เขินไง ใคร? ฉันนี้ละ บ้าจริง 5555

    #179
    0
  5. #178 ผีเสื้อมายาสีแดง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 01:18

    เปงเขิลลลล
    #178
    0
  6. #177 NutwaraSirikhate (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 01:06
    เขินแอแงง
    #177
    0