ตอนที่ 7 : ไอดอลที่โลกรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 6
ไอดอลที่โลกรัก

นาดมีเทพเจ้าสามองค์ก็ยังไม่อาจจะทำอะไรได้!!


ลุ่ยกง อะนูบิส และเซธต่างสะบักสะบอมกันถ้วนหน้า


เทพเจ้าทั้งสามไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าป่าเจ้าเขาอย่างเท็นงูจะมีเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดล้มผู้เป็นอมตะทั้งสามลงได้


“ ชะ ไอ้พวกเทพไร้น้ำยา ” เท็นงูเค้นเสียงที่เย็นชาออกมา สายตาชำเลืองมองไอดอลสาวที่กำลังยืนตกตะลึงอยู่บนเวที “ ผมชอบคุณมากเลยนะ มิยาโกะจัง มาอยู่กับผมเถอะ! ”


“ ใครมันจะไปยอมกันเล่า!! ” อะนูบิสตะโกนก้อง พลันพุ่งร่างเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง เท็นงูกระโดดถอยหลังออกไปพร้อมกับหมุนไม้เท้าในมือด้วยความเร็วประดุจจักรพัด ก่อนจะฟาดใส่อะนูบิสอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งให้ร่างหมาในขนาดยักษ์ปลิวกระเด็นไปกระแทกกับผนังเวทีจนเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งคอนเสิร์ตราวกับเกิดแผ่นดินไหว ร่างนั้นกลับกลายเป็นสิงห์มอเตอร์ไซค์ร่างเล็ก ร้องครวญครางหงิงๆในทันที


“ อะนูบิส!! ” ลุ่ยกงคำรามอย่างเดือดดาด พร้อมกระหน่ำยิงสายฟ้าใส่เท็นงูอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่อาจทำอะไรมันได้เลยแม้แต่น้อย เทพอสุนีรีบโผบินเข้าไปหามรณเทพอย่างรวดเร็วทันที 


“ เจ้าอย่าพึ่งเป็นอะไรไปน่อ ไอ้เพื่อนยาก ” 


“ นี่… เจ้าห่วงข้าขนาดนี้เลยหรือ ลุ่ยกง? ” อะนูบิสถึงกับน้ำตาไหล เมื่อรู้ว่ามีพ้องเพื่อนที่เป็นห่วงตนขนาดนี้


“ เปล่า! ข้ากับฮาเดสเคยเดิมพันกันตอนอยู่ในงานปาร์ตี้หนุ่มโสดเอาไว้ว่า เทพอย่างเจ้านะกระดูกเหล็กมากแค่ไหน เพราะฉะนั้น เจ้าอย่าพึ่งยอมแพ้ตอนนี้ซิเฟ้ย! เดี๋ยวข้าเสียเงินให้ฮาเดสมันหมดตัวหรอก!! ”


อะนูบิสได้ฟังแทบอยากจะขย้ำคอลุ่ยกงสักทีสองทีทันที


// โถ่ววว!! ห่วงตังค์มากกว่าชีวิตตรูเนี่ยนะ!! เพื่อนตรูแต่ล่ะองค์มีใครที่จะมาช่วยตูด้วยความสิเน่หาบ้างไหม?  //


ทันใดนั้น ร่างของจ้าวองค์แดงก็กระเด็นมาทางผนังเวทีอีกองค์หนึ่ง ส่งเสียงโครมดังสนั่นหวั่นไหว


“ ท่านอา… ” อะนูบิสหันมามองผู้เป็นอาด้วยสายตาที่เต็มด้วยความสะใจอยู่ไม่น้อย “ วิญญาณข้าน้อยจะรอท่านอาอยู่ที่ทางช้างเผือก ”


“ อะนูบิสเอ๋ย! จำคำอาไว้ให้ดีดีนะ ” เซธแทรกออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ พลังที่ยิ่งใหญ่ มักจะมาพร้อมกับความ… ”


โป้ก!!  โป้ก!!


ค้อนของลุ่ยกงช่วยรับมุกเทพทั้งสองด้วยการลั่นใส่กบาลของจ้าวองค์แดงและมรณเทพเข้าเต็มแรง 


“ พวกเอ็งทั้งคู่เป็นอมตะกันนะเฟร้ยยย!! โดนแค่นี้มันไม่ถึงตายหรอกน่า!! จะมาสั่งเสียกันหาพระแสงหอกด้านสั้นอะไรกันฟ่ะ!! ” เทพอสุนีโวยวายออกมา พร้อมกับหันมาเผชิญหน้ากับเท็นงูตามลำพัง


“ นี่แม่หนู ” เหมือนจะพึ่งนึกได้ ลุ่ยกงหันมาสั่งมิยาโกะด้วยสายตาที่จริงจัง “ รีบไปจากนี้โดยด่วน! ”


“ ไม่ค่ะ! ” ไอดอลสาวประกาศกร้าว คิ้วทั้งสองของลุ่ยกงขมวดเป็นปม แต่แล้ว มิยาโกะก็ชี้มาทางชายชราเจ้าของรถลากที่กำลังบาดเจ็บอยู่ “ เขาเป็นพ่อของฉัน ”


ลุ่ยกงเห็นเช่นนั้น ก็เข้าใจความหมายของแม่ไอดอลคนงามทันที “ รีบไปกันเลยทั้งสองคน เดี๋ยวทางนี้ข้าจัดการเอง ”


มิยาโกะรีบออกวิ่งไปทางชายชราผู้เป็นพ่อทันที เท็นงูเห็นเช่นนั้นก็เตรียมจะบินโฉบเข้าไปหา แต่ลุ่ยกงกลับพุ่งตรงเข้ามาขวางซะก่อน


“ ว่าไง! ไอ้ตัวก๊อปเกรดเอ ” ลุ่ยกงเอ่ย พร้อมพุ่งทะยานเข้าละเลงเพลงบู๊ใส่เท็นงูอย่างอุตลุด ซึ่งเท็นงูก็สามารถตอบโต้ได้ทุกกระบวนท่า อะนูบิสกับเซธเห็นเช่นนั้นก็ต่างพุ่งเข้ามาช่วยเทพอสุนีรุมเท็นงูทันที 


เหมือนดั่งคติที่ว่า ตัวร้ายรุมหลวงท่านเรียกหมาหมู่ แต่ถ้าเป็นตัวเอกรุม เค้าถึงเรียกกันว่าพลังมิตรภาพ


ทันใดนั้น ลุ่ยกงก็ผละออกจากการต่อสู้ทันที เทพอสุนีบินโฉบมายังรถลากที่บัดนี้มิยาโกะจังกำลังประคองร่างของชายชราผู้เป็นพ่อขึ้นไปนั่งบนรถลาก สองมือของลุ่ยกงจับคานรถลากด้วยความมั่นใจ ในขณะที่สองเท้าโกยจ้ำอ้าวหนีเท็นงูเต็มสปีดทันที


“ อ้าวเฮ้ย!! ” เท็นงูตวาดพร้อมพุ่งโฉบออกจากการต่อสู้ไปอีกองค์ สองเทพจากอามุนราเห็นเช่นนั้น ก็ต่างหันมามองหน้ากัน ก่อนที่อะนูบิสจะกระโจนตามไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เซธใช้มนตราพากองทัพโอตาคุทั้งหลายวิ่งตามกันไปเป็นโขยง


เหตุการณ์ในเมืองเต็มไปด้วยความอลหม่าน วุ่นวายและเวรตะไลยิ่งมากกว่าตอนที่อะนูบิสกับลุ่ยกงโกยหนีกองทัพโอตาคุโรคจิตของเซธมากนัก เทพองค์หนึ่งกำลังลากรถที่บรรทุกไอดอลสาวกับผู้เป็นพ่อ วิ่งหนีปีศาจผู้มีพลังของเทพเจ้าอย่างอลหม่าน โดยมีสองเทพไอยคุปต์วิ่งกวดตามหลังมาด้วยกองทัพฝูงชนนับร้อย


ถ้าจะให้คะแนนความพินาศสันตะโรในวันนี้ เอาไปเลย ร้อยเต็มสิบเลยจ้า!!


“ ไอ้หนุ่ม ” ชายชราหันคุยกับลุ่ยกงด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ลุงเองดีกว่า ”


“ ไม่ได้!! มนุษย์อย่างเจ้าสู้กับพวกเทพเจ้าไม่ได้หรอก!! ” ลุ่ยกงถึงกับตะโกนออกมาเสียงดัง แต่มิยาโกะกลับตอบกลับมาแทนชายชรา


“ ปล่อยพ่อฉันไปจัดการเถอะค่ะ ท่านลุ่ยกงซัง ” 


เทพอสุนีถึงกับเบรกกะทันหันทันที สายตาคมกริบตวัดมาทางหลังด้วยความกังขา “ ตะกี้ว่าไงนะ? นี่เจ้า… ”


“ เรื่องนั้น เอาไว้ทีหลังดีกว่าค่ะ โน้น เท็นงูบินตรงมาทางนี้แล้ว ” มิยาโกะรีบบุ้ยปากไปทางเท็นงูที่โผทะยานมาอย่างรวดเร็ว


ชายชราคนนั้นรีบลุกขึ้นมาจากตัวรถ สายตาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม มือทั้งสองกำหมัดแน่น 


“ รู้ไว้นะพ่อหนุ่ม? ” ชายชราเอ่ยกับลุ่ยกงอย่างไม่รู้รู้หนาว “ จะคลั่งไคล้อะไรก็ตามนะ มันต้องรู้จักขอบเขตของมัน ไม่ใช่เที่ยวมาสร้างเดือดร้อนให้กับชาวบ้านชาวช่องแบบนี้ ”


ว่าแล้ว ชายชราคนนั้นก็หันหลังขวับ ก่อนที่ฟาดหมัดเข้าใส่เท็นงูเต็มแรง!


คราวนี้เท็นงูถึงกับเป็นฝ่ายปลิวประเด็นไปไกลเป็นโยชน์! ร่างของเจ้าเขาดิ่งทะยานราวกับดาวตก พุ่งไปกระแทกกับหลังคาร้านค้าแห่งหนึ่งเข้าเต็มๆ จนหลังคากระเบื้องเกิดเป็นรูขนาดใหญ่


ลุ่ยกงถึงกับอ้าปากค้าง ตาเบิกโพลงเมื่อเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมด


“ จะ… เจ้า เจ้าเป็นใครกันแน่!! ” เทพอสุนีถึงกับถามชายชราที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทันที


ชายชราคนนั้นกะพริบตาปริบๆ ก่อนที่จะสะบัดหัวไล่ความมึนงงไป แล้วหันมามองลุ่ยกงด้วยความงุนงง


“ เมื่อกี้ลุงทำอะไรลงไปนะ หลานชาย! ”


“ ล้อเล่นน่า ก็เมื่อกี้ เจ้า.... เจ้าเล่นซะยังกับตัวเองเป็นวันพั๊นช์แมน ตูม!! หมัดเดียวจอดเลยอะไรยังงั้นเลย วะ นี่เจ้าเป็นอะไรกันแน่ มนุษย์ เทพเจ้า หรืออสูร!! ” ลุ่ยกงเอ่ยด้วยความเลิกลั่น มิยาโกะหัวเราะคิกคักก่อนที่จะเอ่ยแทนชายชราอีกครั้ง


“ ท่านลุ่ยกงซัง ดูถ้าจะแปลกใจกับพ่อมิยาโกะมากนะคะ ”


เทพอสุนีตวัดสายตามาทางไอดอลสาวทันที “ รู้จักข้าได้ยังไงกัน นี่ตกลงเจ้าเป็นใครกันแน่ แม่หนู ”


มิยาโกะจังได้ฟังถึงกับยักไหล่ “ เอาเป็นว่าฉันรู้จักทุกท่านเป็นอย่างดีค่ะ ท่านลุ่ยกงซังคือเทพอสุนีจากดินแดนมิติภพคุนหลุน ส่วนสองท่านที่มาร่วมสร้างความวุ่นวายในครั้งนี้คือ อะนูบิส มรณเทพและ เซธ จ้าวแห่งทะเลทรายจากดินแดนมิติภพอามุนรา ”


และในตอนนั้นเอง อะนูบิสกับเซธก็วิ่งกระหือกระหอบตรงมาทางนี้อย่างทุลักทุเล


“ เท็นงูไปไหนล่ะ? ” อะนูบิสถามพลางกวาดสายตามองหารอบบริเวณ


ลุ่ยกงไม่ทันได้ตอบ หากกลับเป็นมิยาโกะที่ชี้ไปยังจุดที่เท็นงูร่วงหล่นลงสู่พสุธาแทน สองเทพจากอามุนราต่างหันไปยังจุดเกิดเหตุ ก็ต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น


“ ฝีมือเจ้าหรือ ลุ่ยกง ” อะนูบิสเอ่ยถาม


“ เฮ้ยๆๆ น่าจะยั้งฝีมือหน่อยก็ได้มั้ง นี่มันกลางที่สาธารณะเลยนะเฟ้ย ” เซธพูดพลางส่ายศีรษะ


ก่อนที่เทพทั้งสองจะเข้าใจอะไรผิดไปมากกว่านี้ ไอดอลสาวรีบออกมาปรามซะก่อน


“ เป็นฝีมือพ่อมิยาโกะเองค่ะ ท่านเซธ! ท่านอะนูบิสคุง! ”


สองเทพไอยคุปต์ต่างแสดงกิริยาไม่ต่างกับลุ่ยกง เทพเจ้าทั้งสองถึงกับหันมาถามไอดอลสาวเป็นเสียงเดียวกันทันที “ รู้ได้ยังไงกัน ”


“ ข้าเป็นคนบอกแม่นางเองล่ะ ” เสียงทุ้มลึกเสียงหนึ่งดังก้องกังวานมาจากทางด้านหลัง 


ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีขาวทับเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีกรมท่า กับรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาล ผมสีดำขลับมัดจุกขนาดเล็ก พร้อมกับไว้หนวดเคราเหมือนจอห์นนี่ เด็ปป์  ใต้แว่นกันแดดซ่อนดวงตาเป็นประกายแห่งชีวิต เทพเจ้าทั้งสามต่างอุทานออกมาเป็นนามผู้มาใหม่ทันที


“ ซูซาโนะ โน มิโคโตะ!! ” 


เทพพายุและท้องทะเลแห่งอาทิตย์อุทัยตวัดสายตามายังเทพเจ้าทั้งสามพร้อมกับประสานมือเป็นเชิงคารวะเทพเจ้าเซธ และหันมาพยักหน้าให้กับลุ่ยกงและอะนูบิส


“ เอาล่ะ ไหนอธิบายทุกอย่างมาซิ ” ลุ่ยกงเอ่ยเรียบๆ เทพไอยคุปต์ทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเทพอสุนี ซูซาโนะฉีกยิ้มเล็กน้อยออกมา


“ ข้าเป็นคนมอบพลังให้เท็นงูเองแหละในตอนที่มันอาละวาดที่คอนเสิร์ต และในตอนที่มันไล่ล่าพวกท่านทั้งสามนั้น ข้าก็ได้ริบพลังของมันทั้งหมดคืนมา และส่งมอบไปยังชายชราผู้นี้เอง ”


“ เพื่ออะไรกัน… ” เซธเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดพลางเคาะคทาเหล็กหลักสองพันกิโล


“ เพื่อให้แม่หนูคนนี้ได้กลับมาสนิทสนมกับผู้เป็นบิดาอีกครั้งนะซิ ”


“ เอาความจริง ” อะนูบิสถามอย่างเครียดๆ ในขณะที่สายตาทอประกายออกมาอย่างดุดัน


“ อา… เออ  ก็อย่างที่บอกไปนี้แหละ ไม่มีอะไรแล้วจริงๆ ” ซูซาโนะตอบอ้อมแอ้ม พลางพยายามจะเขยิบตัวเตรียมชิ่ง แต่จ้าวองค์แดงก็ยกคทาขึ้นมาขวางซะก่อน


“ เหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้นเลยวะ ซูซาโนะ ”


“ เจ้ามีอะไรปิดบังพวกเราหรือเปล่า ” อะนูบิสถามย้ำอีกครั้ง พร้อมเขยิบตัวเข้ามาใกล้อีก


“ แค่เท็นงูเพียงตนเดียว พวกเจ้าทั้งสามองค์ก็ยังสู้ไม่ได้เลยนะ แล้วพวกเจ้าจะมีปัญญาอะไรมาต่อกรกับข้าล่ะ ”


“ มีซิ ” ลุ่ยกงเอ่ยยิ้มแย้ม พลางหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมา “ ถ้าข้ารายงานพี่สาวเจ้าไปว่าความวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นนั้น เป็นความผิดของเจ้าด้วยส่วนหนึ่ง เจ้าจะว่ายังไงล่ะ ซูซาโนะ ไม่กลัวเจ๊ท่านจะวีนแตกเอาหรือ? เทพแห่งพายุและท้องทะเล ”


ซูซาโนะถึงกับกลืนน้ำลายลงทันที เมื่ออีกฝ่ายเล่นใช้ท่าไม้ตายยังงี้ เห็นทีต้องมียอมจำนนสถานเดียวแล้วล่ะ “ พอนางกลับมาสนิทกับผู้เป็นบิดาอีกครั้ง ก็ถือว่าข้ามีส่วนในความดีความชอบครั้งนี้ ข้าแค่อยากได้ตั๋วคอนเสิร์ตฟรีของนางเอง แล้วก็…. ”


“ แล้วก็อะไร!! ” สองเทพจากอามุนราต่างประสานเสียงถามพร้อมกัน


“ ก็… ก็ขอแค่บัตรเข้างานจับมือนาง อ้อ แล้วก็โปสเตอร์รูปของนาง อัลบั้มทุกชุดของนาง กระบองลมของนาง เสื้อผ้าลายนาง รวมไปถึงสินค้าอื่นๆที่เป็นแบรนด์ของนาง ก็แค่นี้เองนะ! ”


“ แค่นี้เองเหรอ! โว้ยยย ตูทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย ” อะนูบิสทนฟังต่อไปไม่ไหว จึงกระโดดเข้าใส่ พร้อมทั้งเงื้อหมัดขวาเข้าใส่ใบหน้าของซูซาโนะเต็มๆ


“ ข้าก็เหมือนกัน เหวย!! เด็กๆ จัดการ ”


หลังจากนั้น เหล่าผู้คนที่รายล้อมก็กรูกันเข้าใส่ซูซาโนะ ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอกถูกประเคนเข้าใส่ร่างของเทพแห่งพายุและท้องทะเลโดยที่ไม่มีโอกาสจะตอบโต้กลับเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่ง เหล่าเทพเจ้าองค์เล็กๆจากมิติภพโคจิกิก็ต่างมาช่วยร่วมผสมโรงด้วยอีกแรง เพราะความแค้นเคืองและหมั่นไส้ที่เทพซูซาโนะกล้าขอของสะสมหายากที่เหล่าบรรดาโอตาคุมิยาโกะทั้งหลายพยายามดิ้นรนแทบเลือดตาจะเปลี่ยนกรุ๊ป เพื่อที่จะสะสมของเหล่านั้นให้ครบชุด 


แต่นี้ เทพแห่งพายุและท้องทะเลกลับกล้ามาขอของสะสมทั้งหมดหน้าด้านๆไปแบบนี้เลยเหรอ!!


“ เออ จะไม่คิดไปห้ามปรามหน่อยเหรอค่ะ ลุ่ยกงซัง ” มิยาโกะถาม เมื่อเห็นลุ่ยกงยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ห่างๆอย่างสะใจ


คำพูดของไอดอลสาวไปสะกิดให้เทพอสุนีหลุดออกจากภวังค์ ลุ่ยกงรีบฟาดค้อนยิงสายฟ้าไปกลางฝูงชนทั้งหลายที่กำลังรุมสกรัมซูซาโนะอย่างบ้าคลั่งทันที


สามเทพเจ้า เหล่าโอตาคุรวมไปถึงเทพเจ้าองค์เล็กๆต่างหันมามองลุ่ยกงเป็นจุดเดียวกัน เทพอสุนีก็ถึงกับตวาดออกมาเสียงดังลั่น


“ ตั้งสติกันหน่อยซิพวกเจ้าทั้งหลาย!! ” ยิ่งพูด น้ำเสียงของลุ่ยกงยิ่งเต็มไปด้วยความเดือดดาล “ จะคลั่งไคล้อะไรก็ตามนะ มันก็ต้องรู้จักขอบเขตของมันเซ่!! การคลั่งไคล้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมากจนเกินไป จนตัวเองไม่สนใจสิ่งรอบข้างหรือแม้กระทั่งการดูแลรักษาตัวเองนะ มันใช่ได้ที่ไหนกันล่ะเฟ้ย!! มันส่งผลไปถึงการที่พวกเจ้าไม่สนใจใครนอกจากตัวเอง แค่ ชื่นชอบ’ และ รัก’ ก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงขนาด คลั่งไคล้จนตาย หรอก ยิ่งทำกันแบบนี้ คนนอกเขาจะมองโอตาคุมิยาโกะจังเป็นยังไง พวกชอบใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาเหรอ? แบบนี้มันมีแต่เสียกับเสียนะพวกแก อยากให้คนอื่นมองโอตาคุมิยาโกะเป็นแบบเจ้าเท็นงูกันหมดเหรอ! ”


ความเงียบสงบบังเกิดขึ้นมา ไม่มีใครกล้าโวยวายอะไรแก่ลุ่ยกงเลยแม้แต่น้อย


และแล้ว ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมาอยู่เสียงหนึ่ง เสียงปรบมือของมิยาโกะจังเอง


“ ทุกคนค่า! ” มิยาโกะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ผิดแผกไปจากเดิม “ เรื่องในอดีตจะเป็นยังไง มันไม่สำคัญหรอกค่า อย่างที่ท่านลุ่ยกงซังได้บอกเอาไว้ มิยาโกะเองก็ไม่อยากเห็นทุกคนมองแฟนคลับของมิยาโกะไปในทางที่ไม่ดี ที่มีมิยาโกะได้ในวันนี้ ก็เพราะแรงใจแรงเชียร์จากทุกๆท่านที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น มิยาโกะจึงขอร้องทุกท่านหน่อยนะคะ รักใครชอบใคร ก็ขอให้ใช้แต่ความรัก อย่าใช้ความรุนแรงต่อกันเลยนะคะ ถ้าจะชื่นชอบอะไรก็ขอตั้งอยู่บนพื้นฐานความไม่เดือดร้อนของใคร แม้แต่ตัวเองด้วยนะคะ ”


ว่าแล้วไอดอลสาวก็โค้งคำนับตามฉบับอาทิตย์อุทัย สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าบรรดาโอตาคุมิยาโกะทั้งหลายรวมไปถึงเทพเจ้าทั้งสองอย่างเซธกับอะนูบิสยิ่งนัก


สถานการณ์เริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เทพเจ้าจากอามุนราทั้งสองต่างแยกย้ายกันกลับไปยังมิติภพของพวกตน ในขณะที่เหล่าเทพเจ้าองค์เล็กๆจากมิติภพโคจิกิต่างช่วยกันประคองร่างของซูซาโนะกับเท็นงูกลับไป 


เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นปกติดีเรียบร้อยแล้ว ลุ่ยกงก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ ก่อนหันมากระซิบกับชายชราคนลากรถทันที


“ พ่อหรือ? เข้าใจคิดนิหว่า ริวจิน! ” ลุ่ยกงเอ่ยถามอย่างมีเลศนัย ชายชราคนนั้นตวัดสายตามองเทพอสุนีด้วยความสงสัย


“ รู้ด้วยหรือว่าเป็นข้า? 


เทพอสุนีหัวเราะคิกคัก ก่อนจะโอบไหล่ริวจินราวกับเพื่อนสนิท ทั้งสองเดินปลีกตัวออกจากกลุ่มโอตาคุมิยาโกะไปไม่ไกลมากนัก


“ เหอๆ ตอนที่เจ้าซัดเท็นงูออกไปนั้น ข้าบังเอิญเห็นรอยสักรูปมังกรอยู่ที่ต้นแขนของเจ้า เฮ้ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกน่อที่รอยสักนั้นดันเปล่งประกายสีน้ำเงินออกมาตอนที่เจ้ารีดพลังเข้าใส่เท็นงู 


ริวจินถึงกับถอนหายใจออกมา “ ใช่ ข้าจำแลงเป็นพ่อของนางเอง เพื่อที่จะมาชมคอนเสิร์ตของนาง ”


“ ฮึๆ ข่าวลือนั้นก็เป็นความจริงซินะ เห็นเขาร่ำลือกันตั้งแต่โคจิกิถึงมิติภพของข้าว่า เทพมังกรผู้ปกครองท้องทะเล ริวจินได้หายตัวไปจากวังมังกรอย่างลึกลับ จนองค์หญิงโอโตะฮิเมะต้องออกว่าราชการวังมังกรเอง ที่แท้เทพมังกรริวจินก็มาคลุกอยู่กับโลกมนุษย์นี้เอง แล้วยังงี้เจ้าจะกลับวังมังกรเมื่อไหร่น่อ เทพมังกร! ”


ริวจินไม่ตอบ หากแต่เพ่งมองไปยังรอยยิ้มของมิยาโกะพลางยิ้มแย้มออกมา “ ข้าว่าจะไปชมคอนเสิร์ตนางสักเจ็ดแปดรอบก่อนกระมัง จึงจะกลับสู่ถิ่นฐานเดิมของตน ก็นางเป็นไอดอลที่เหล่าทวยเทพต่างก็หลงรักนิ เจ้าว่าไหม! ”


เทพอสุนีกับเทพมังกรต่างหัวเราะชอบกัน ก่อนที่จะลาจากกันไปในที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

17 ความคิดเห็น