ตอนที่ 8 : Dog Doctor

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 7
Dog Doctor

าการของเทพซูซาโนะแพร่สะพัดไปทั่วทุกมิติภพต่างๆอย่างรวดเร็ว


เหล่าทวยเทพองค์อื่นๆต่างให้ความสนใจกับเรื่องนี้กันมากนัก ถึงขนาดจับเข่าคุยกัน วิเคราะห์กัน มโนกันไปอย่างมั่วซั่ว


มันจะเป็นไปได้หรือ? ที่เทพเจ้าผู้แข็งแกร่งอย่างซูซาโนะจะมีสภาพยับเยินขนาดนี้ นี่ต้องเป็นฝีมือของพวกอสูรระดับสูงเป็นแน่...


“ เฮ้ๆ เรื่องนี้มันชักจะบานปลายแล้วนะ ” ฮาเดสกล่าว พลางกลับมาให้ความสนใจกับการ์ตูนมังงะในมือต่อ ราชันย์ยมโลกนั่งอยู่บนฐานบัลลังก์ ในขณะที่ชายาเพอร์ซิโฟเน่ยึดบัลลังก์ของสวามีนั่งดูซีรีย์ที่ฉายบนหน้าจอโปร่งแสงอย่างสบายใจเฉิบ


“ อืม ปั้นน้ำเป็นตัวเก่งจริงๆเลยเทพพวกนั้น ” เทพีว่าอย่างไม่สนใจอะไรมากนัก ฮาเดสถึงกับละสายตาจากมังงะขึ้นมามองนางทันที


“ แล้วไอ้ตัวต้นเหตุสองตัวนั่นล่ะพิน่า ”


เพอร์ซิโฟเน่ฉีกยิ้มอย่างมีเลศนัยออกมา “ ข้าว่าเราไปถามซูซาโนะกันเอาเองดีนะดิส ”


ว่าแล้ว เทพีก็ดีดนิ้วเป๊าะ ก่อนที่ร่างของเทพโอลิมปัสทั้งสองจะเลือนหายไปจากยมโลกอย่างรวดเร็ว


....................................................................................... 


ทั้งคู่โผล่มายังห้องขนาดมโหฬาร บรรยากาศภายในห้องคือความเป็นญี่ปุ่นโบราณผสานกับยุคสมัยใหม่ เครื่องเรือนต่างๆล้วนวิจิตรอลังการตระการตา กลิ่นกำยานคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง ร่างร่างหนึ่งกำลังนอนซมอยู่บนเตียงด้วยสภาพบาดเจ็บปางตาย เทพเจ้าแห่งพายุและท้องทะเล ซูซาโนะ…


เดี๋ยวซิ นั่นใช่เจ้าเทพจากโคจิกิองค์นั้นจริงเหรอ?


ใบหน้าที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ รอยชกและรอยรองเท้ามากมายนับไม่ถ้วนที่ประทับอยู่ตามใบหน้า ซ้ำยังมีเลือดสีทองๆของเหล่าผู้เป็นอมตะไหลรินอยู่ตามรอยแผลอย่างเห็นได้ชัดเจน


เอ็งไม่ตายก็บุญแล้ว… ซูซาโนะเอ๊ย!!


“ อาการท่านเป็นยังไงบ้างคะ? ท่านซูซาโนะ ” เพอร์ซิโฟเน่เอ่ยถามซูซาโนะด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ในขณะที่ฮาเดสกลับให้ความสนใจทั้งหมดไปที่เครื่องเล่นเพลย์สเตชั่นเครื่องใหม่ของซูซาโนะแทน


เทพเจ้าหนุ่มไม่ตอบ กลับนอนพลิกตัวด้วยอารมณ์ที่ขุ่นเคือง เสียงกร๊อบดังออกมาเบาๆ ซูซาโนะถึงกับนอนร้องโอดครวญ สองเทพจากโอลิมปัสต่างหันมาประสานตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่เพอร์ซิโฟเน่ก็กระแอมไอออกมา


“ เออ ท่านซูซาโนะ ข้าว่าท่านไปให้เทพแห่งการแพทย์ของดินแดนมิติภพท่านรักษาดีกว่าไหม ”


“ ม…ไม่!! ” ซูซาโนะตอบกลับมา ก่อนที่จะพยุงตัวขึ้นมาอย่างยากลำบาก เลือดสีทองไหลรินออกจากมุมปากไม่หยุดราวกับเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ “ บาดแผลของลูกผู้ชายแค่นี้ เดี๋ยวก็หายละน่า! ”


“ เส้นทางลูกผู้ชาย มันก็มีต้องตายมีเจ็บกันบ้างนิ? เนอะ ซูซาโนะ โน มิคาโตะ แหม่! ถ้าป่วยหนักยังงี้ เจ้าคงจะเล่นเพลย์สเตชั่นไม่ได้อีกสักพักเลยซินะ มามะ งั้นเดี๋ยวข้าจะช่วยเคลียร์ด่านต่างๆให้เจ้าเอง ” ราชันย์แห่งยมโลกเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน แต่ซูซาโนะกลับไม่ตอบอะไรมากนัก เทพเจ้าปิดตาลงไม่อยากรับรู้เรื่องราวอะไรทั้งนั้น เพอร์ซิโฟเน่ถึงกับตบแขนสวามีเบาๆ ก่อนจะหันพูดกับเทพซูซาโนะด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม


“ ท่านซูซาโนะคะ ถ้าท่านไม่ว่าอะไร เดี๋ยวข้าให้เทพแห่งการแพทย์ของข้ามาช่วยรักษาท่านนะคะ ” เพอร์ซิโฟเน่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ทำเอาฮาเดสถึงกับหันมามองหน้านางอย่างรวดเร็ว


“ เฮ้! พิน่า เจ้าก็รู้นิว่าอะพอลโล่มันชอบหนีไปหลีสาวที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วจะให้มันมารักษาซูซาโนะได้ยังไงกันล่ะ? ” ราชันย์ยมโลกกระซิบกับชายาเบาๆ แต่นางกลับหันมายิ้มพลางดึงจมูกของสวามีเล่นอย่างเอ็นดู


“ แล้วใครบอกว่าข้าจะให้อะพอลโล่มาล่ะ ท่านลืม Dog Doctor ไปแล้วหรือ ”


“ Dog Doctor? ”


เทพีถึงกับฉีกยิ้มออกมาให้กับใบหน้าที่งงงันของสวามี “ ดูถ้าท่านจะไม่ทราบจริงๆซินะ ดิส งั้นขอเชิญทุกท่านพบกับเทพแห่งการแพทย์องค์ใหม่ของข้า Dog Doctor ได้เลยค่า ”


ทันใดนั้น ควันสีขาวก็พวยพุ่งออกมาพร้อมกับเพลงเปิดตัวสุดอลังการ ร่างร่างหนึ่งเดินเปิดตัวออกมาจากม่านหมอกเหล่านั้น แต่เมื่อครั้นฮาเดสเห็นหน้าผู้มาใหม่อย่างชัดเจน ราชันย์ยมโลกก็แทบจะสำลึกน้ำที่พึ่งดื่มไปเมื่อตะกี้ออกมาหมดทันที


ถึงแม้ว่าจะสวมชุดคลุมแบบกรีกโบราณ สวมแว่นตาสุดหนาเตอะ กับถือคทางูไขว้ก๊อปเกรดเอแบบคทาคะดูเซียสของเฮอร์เมสมาก็เหอะ แต่หน้าตากวนส้นเท้าแบบนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก…. 


“ อะนูบิส!! ” เป็นฮาเดสคนแรกที่ตะโกนออกมาอย่างตกใจ


แต่ดูเหมือนเจ้าตัวกลับส่ายหน้าปฏิเสธ พลางหัวเราะออกมา “ จำคนผิดแล้ว ข้าคือ Dog Doctor ”


// Dog Doctor บ้านป้าแกเซ่!! ถึงแม้ว่าเทพเจ้าจะมีมนต์จำแลงได้สารพัด แต่นี่เล่นปรากฏมาในรูปลักษณ์ที่คุ้นเคยกันดีในเวลาสามพันปียังงี้ ต่อให้เป็นเทพเจ้าองค์ไหนก็ดูเอ็งออก อะนูบิส!! //


ฮาเดสกอดอกอย่างเซ็งๆ พลางมองดูซูซาโนะที่กำลังเพ่งมองดู Dog Doctor ด้วยสายตาพินิจพิจารณา


ซูซาโนะเหมือนคลับคล้ายคลับคลาเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อนก็ไม่รู้ แต่ไอ้หน้าโหล่ๆแบบนี้ มันมีอยู่ดาษดื่นทั่วไป จนเขาไม่ใคร่จะสนใจมันมากนัก “ จ… เจ้า เจ้านี่หน้าตาคุ้นๆแฮะ เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า! ”


// จำไม่ได้เลยเหรอฟร่ะ!!! ก็ไอ้คนที่มันทำให้เอ็งมีสภาพเป็นยังงี้ไง // ฮาเดสอุทานในใจอย่างตกตะลึง


ยังไม่ทันที่ซูซาโนะจะลุกพรวดพราดขึ้นมาถาม ผ้าลินินจากมือของ Dog Doctor ก็พุ่งตรงเข้ารัดร่างของเทพเจ้าจากโคจิกิอย่างรวดเร็ว 


“ โฮะๆๆ อาการของท่านยังไม่หายดีถึงขนาดลุกขึ้นมาอาละวาดหรอกน่า ซูซาโนะ ” Dog Doctor พูดเสียงเย็นยะเยือก ก่อนจะสาวผ้าลินินในมือ พลางหันมามองซูซาโนะอย่างเจ้าเล่ห์


“ ช่วยด้วย!! ”


ผ้าลินินจำนวนมากพวยพุ่งเข้าใส่ซูซาโนะ โดยมีเพอร์ซิโฟเน่ช่วยกดร่างของเทพผู้ป่วยเอาไว้กับเตียงให้มั่น แม้ฮาเดสจะยังไม่เข้าใจอะไรหลายอย่างก็ตาม แต่ตอนนี้ผ้าลินินของ Dog Doctor ค่อยๆปฐมพยาบาลผู้ป่วยอย่างทะนุถนอม (?) 


// นี่มันรักษาที่ไหนกันล่ะ!! แบบนี้มันทำมัมมี่กันแล้วเฟ้ย!! // ฮาเดสที่ยืนดูอยู่เงียบๆ อุทานในใจอย่างตกตะลึง (อีกครั้ง)


ซูซาโนะพยายามจะแกะผ้าลินินออกให้จงได้ แต่ด้วยความหวังดีของ Dog Doctor จึงจัดแจงมัดมัมมี่ให้แน่นกว่าเดิมด้วยตนเอง จนร่างมัมมี่ของเทพเจ้ามีสภาพไม่ต่างอะไรกับมัมมี่ห่อศพ (มันก็คือมัดแบบมัมมี่ชั้นหนึ่ง แล้วมัดแบบผ้าห่อศพทบอีกชั้นหนึ่ง)


“ อ่อยอ้าอะโอ้ย!! ไอ้อออ้า! (ปล่อยข้านะโว้ย!! ไอ้หมอบ้า!) ” ซูซาโนะโวยวายเสียงอู้อี้


“ เอาล่ะ เสร็จแล้ว ” Dog Doctor ตบมือให้กับผลงานของตนเอง “ ทีนี้ก็เหลือแค่ฝังเข็ม ”


“ ฝังเข็ม? ” ฮาเดสถามอย่างงุนงง Dog Doctor ถึงกับพยักหน้าให้กลับคำพูดของเขา


“ ให้เลือดลมมันเดินเพื่อไปปิดแผลนะ ตำรานี้เขาใช้กันมานานนับพันปีแล้ว เจ้าไม่เคยรู้เลยหรือ? ”


// ตำราบ้านเอ็งเซ่!! ไม่เห็นจะเคยได้ยินมาก่อนเลย ถึงตูจะไม่ใช่เทพแห่งการแพทย์ แต่ตูก็ไม่ได้โง่นะเฟ้ยยยย!!! โว้ย! แล้วทำไมตอนนี้ตูถึงเป็นได้แค่ตัวตบมุกแบบชินปาจิเฉยเลยฟ่ะ!!! // ฮาเดสอุทานในใจอย่างตกตะลึงขึ้นเป็นครั้งที่สาม


เพอร์ซิโฟเน่ฉีกยิ้มให้กับท่าทีไร้เดียงสาของสวามี ก่อนที่เทพีจะตบมือยกขึ้นมายกครึ่ง สักพัก เงาร่างหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นมา ราชันย์ยมโลกแทบจะสำลึกน้ำดื่มออกมาอีกครั้ง


// ลุ่ยกง!! เอ็งก็มากับเขาด้วยเหรอ!! //


“ ท่านผู้ช่วยคะ เทพองค์นี้แหละค่ะ ” เพอร์ซิโฟเน่เอ่ยกับลุ่ยกง พลางชี้ไปทางซูซาโนะที่กลายเป็นมัมมี่อยู่


ลุ่ยกงพยักหน้า พลางตรงรี่มาทางมัมมี่ห่อศพอย่างรวดเร็ว แต่ฮาเดสกลับจับไหล่รั้งเขาไว้ทันที 


“ เดี๋ยว เจ้ามีความรู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ ” ฮาเดสถามอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ลุ่ยกงถึงกับหัวเราะให้กับคำพูดของราชันย์ยมโลก 


“ กะอีแค่เรื่องฝังเข็มแค่นี้ สบายอยู่แล้วน่อ ”


 ว่าแล้ว ลุ่ยกงก็เปิดเครื่องมือ พลางหยิบเข็มยาวออกมา ก่อนที่จะเดินไปยังร่างมัมมี่ห่อศพที่นอนอยู่ เทพอสุนีบรรจงฝังเข็มไปยังจุดบนร่างกายจุดหนึ่ง ยังไม่ทันว่าเทพอสุนีก็หยิบเข็มออกมาฝังจุดที่สอง


“ เดี๋ยว ” ฮาเดสร้องห้าม ก่อนที่หยิบเข็มอีกเล่มออกมาฝังจุดที่สองให้ซูซาโนะเองกับมือ  “ ข้าว่าน่าจะเป็นตรงจุดนี้มากกว่านะ ”


“ เอ็งไม่ใช่หมอ อย่ามายุ่งจะดีกว่า ” ลุ่ยกงดุ ก่อนที่จะหยิบเข็มมาฝังจุดที่สาม

“ เจ้าเองก็ไม่ใช่หมอเหมือนกันแหละน่า ” ฮาเดสตวาด พลางฝังเข็มจุดที่สี่

“ อย่าฝังเข็มซี้ซั้วเซ่ เดี๋ยวคนไข้ก็ได้ซี้ม่องเท่งหรอก ” จุดที่ห้า

“ คนที่มันเริ่มรักษามั่วๆ มันคือพวกแกต่างหากเล่าเฟ้ยยย!! ” จุดที่หก


ทั้งสองโต้เถียงกันไปครู่หนึ่ง จากการฝังเข็มจุดที่เจ็ด แปด เก้า เริ่มขยับๆเข้าจนถึงหลักร้อย ในตอนนี้เทพซูซาโนะแทบมีสภาพไม่ต่างกับมัมมี่เม่นห่อศพขนาดยักษ์


ยังไม่ทันที่ลุ่ยกงจะได้ฝังเข็มที่หนึ่งร้อย ร่างของซูซาโนะก็ล้มตึงลงไปนอนกับพื้น ร่างของเทพแห่งพายุและท้องทะเลแน่นิ่งไปราวกับคนตาย (แต่ความตายไม่เคยมีอยู่ในสารบบของบรรดาผู้เป็นอมตะ) ท่าน Dog Doctor ถึงกับตรงรี่มาทางนี้อย่างรวดเร็วทันที


“ เฮ้ยๆ ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้วะ ลุ่ยกง ”


“ สงสัยจะฝังเข็มไปผิดจุดล่ะมั้ง? ” ลุ่ยกงวิเคราะห์ “ ข้าก็บอกเอ็งแล้วไงอะนูบิส ว่าให้เทพแห่งการแพทย์มารักษาจริงๆจังๆจะดีกว่า มารักษากันซี้ซั้วแบบนี้ เดี๋ยวก็ได้ตายกันทั้งข้าทั้งเอ็งหรอก ”


“ อ้าว! ก็ข้าเป็นเทพแห่งการทำมัมมี่นิหว่า แล้วจะให้ไปรักษาซูซาโนะได้ยังไงกันฟ่ะ ” อะนูบิสโวยวายออกมา


“ แล้วข้าเป็นเทพอะไรล่ะ! ไอ้ตัวต้นเหตุทั้งหมดมันคือเอ็งกับเซธล้วนๆเลยนะเฟ้ยยย!! ” ลุ่ยกงตวาดกลับมั้ง


“ มาโวยวายตอนนี้ มันก็แค่นั้นแหละฟ่ะ! แล้วจะเอายังไงกันดีต่ล่ะเนี่ย! ”


“ สงสัยต้องลองปั๊มหัวใจดูหน่อยมั้ง! ” ลุ่ยกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก ก่อนที่ค้อนกับสิ่วจะพลันปรากฏขึ้นมา


“ อย่าเชียวนะเฟ้ย!!! เดี๋ยวซูซาโนะก็ตายหรอก!! ”


ฮาเดสที่ยืนกอดอกอยู่ ได้ทีก็ขี่แพะทันที “ ไม่ตายหรอก เทพเจ้าเป็นอมตะนะ เอาเลย ลุ่ยกง!! ”


ยังไม่ทันที่ลุ่ยกงจะได้ยิงสายฟ้าเข้าใส่ซูซาโนะ เพอร์ซิโฟเน่ก็ร้องห้ามทันที “ หยุดเลยนะลุ่ยกง ไม่ต้องทำอะไรต่อทั้งนั้น เดี๋ยวซูซาโนะก็อาการหนักขึ้นกว่าเดิมอีก ก็เทพซูซาโนะไม่ยอมพาตัวเองไปรักษาเองนิ ”


ฮาเดสถึงกับเถียงไม่ออก มันก็จริงอย่างที่ชายาเขาว่า ถ้าซูซาโนะยอมฝืนร่างกายตัวเองไปให้เทพแห่งการแพทย์ของมิติภพตนเองช่วยรักษาให้ล่ะก็ รับรองเรื่องนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก


“ พิน่า นี่เจ้าวางแผนให้อะนูบิสกับลุ่ยกงมารักษาซูซาโนะมั่วๆ เพื่อที่จะได้เปิดทางให้พวกเรานำตัวไปให้เทพแห่งการแพทย์ของโคจิกิรักษาซินะ เพื่อเป็นการไถ่บาปให้กับอะนูบิส และเพื่อเป็นการบังคับทางอ้อมให้ซูซาโนะไปรักษาตนเองซักที ”


เมื่อเห็นเทพีพยักหน้า อะนูบิสก็ถึงตะโกนออกมาอย่างดีใจ “ อ้อ ที่แท้ก็เป็นแผนของเจ้าเองหรือนี้พิน่า ตอนแรกที่เจ้าชวนมา ข้าก็ตกใจแทบสิ้นสติ โอ้ ขอบคุณเทพเจ้าราห์ ข้ารอดแล้ว เจ๊อามาเทราสึไม่มาฆ่าข้าแล้ว ฮะฮ่าๆ 


เพอร์ซิโฟเน่ชะเง้อดูนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนัง แล้วหันไปทางหน้าต่างพลางฉีกยิ้มออกมา “ มาแล้วล่ะ ”


ทันใดนั้น สายลมวูบหนึ่งก็พัดวูบมา ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้นมา เขาสวมเสื้อกาวน์เหมือนแพทย์ ทับเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบ มีหูฟังคล้องคออยู่ตลอดเวลา


เทพเจ้าแห่งการแพทย์จากมิติภพโคจิกิ  โอคุนินูซิ


“ เอาล่ะ ไหนดูซิ ” เทพแห่งการแพทย์เอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “ อาการของท่านพ่อตาข้าเป็นอย่างไรบ้าง อ้อๆ ถูกฝังเข็มเอาไว้ยังกับเม่นนี้เอง ”


ว่าแล้วโอคุนินูซิก็จัดการดึงเข้มที่ฝังตามจุดต่างๆอย่างมั่วซั่วออกมาอย่างชำนาญ เมื่อเข็มสุดท้ายสิ้นสุดลง ซูซาโนะก็พลันส่งเสียงร้องอันกังวานออกมา ภายใต้ผืนผ้ามัมมี่ห่อศพ เมื่อสายตาเขาเห็นว่าใครมารักษา เทพเจ้าก็โวยวายออกมาทันที


“ อ่อยอ้าอะโอ้ย!! ”


“ หะ! ท่านพ่อตาข้าพูดว่าอะไรนะ ” โอคุนินูซิหันมาถามเหล่าเทพเจ้า ในขณะที่กำลังเตรียมอุปกรณ์รักษาอยู่


“ ปล่อยข้านะโว้ย!! ” อะนูบิสผู้เชี่ยวชาญในภาษามัมมี่แปลความให้


“ อ้าออมอายอีอ่าอะใอ้เอพอ่างเอ้าอาอักอา!! ”

“ ข้ายอมตายดีกว่าจะให้เทพอย่างเจ้ามารักษา!! ”


โอคุนินูซิพยักหน้า ก่อนจะหันมาสบถกับอุปกรณ์การแพทย์ที่อยู่ตรงหน้า “ ให้ตายเถอะ นี่ข้าเอายากับสมุนไพรไปเก็บไว้ที่ไหนกัน ”


“ อ้อ ถ้าเป็นเรื่องนั้น ข้าได้เตรียมการให้ท่านแล้ว ท่านโอคุนินูซิ ลองมองออกไปที่หน้าต่างดูซิเจ้าค่ะ ” เพอร์ซิโฟเน่เอ่ยอย่างยิ้มแย้ม พลางหันมามองที่หน้าต่าง


ทันใดนั้น ตรงหน้าต่างก็บังเกิดสายลมที่กระซิบเพลงแผ่วเบา ดวงจันทร์กลมโตในวันเพ็ญส่งอะคร้าวสว่างไสว ภูเขาขนาดใหญ่เคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ จนมองเห็นเงาร่างใหญ่แบกภูเขานั้นเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว จู่ๆ ทันใดนั้นเพลงอินเดียดังกระหึ่มขึ้นมาเอง จนกระทั่งแสงจันทร์กระจ่างส่องกระทบร่างจนเห็นเป็นพญาวานรขนสีเผือกรูปงามกล้ามใหญ่ที่ตรงดิ่งมาทางนี้พร้อมกับใบหน้าสุดขี้เก๊ก


หนุมาน


หนุมานปรากฏตัวในร่างของวานรเผือกที่สูงเกือบสองเมตร กล้ามเนื้อล่ำสันเป็นมัดๆ (ไม่ถึงขนาดพวกที่กินสเตอรอยด์เป็นอาหารเช้า) หากแต่มีใบหน้าที่สง่างามราวกับราชนิกุล ดวงตาก็เต็มไปด้วยประกายพลังแห่งชีวิต สวมเสื้อยืดตัวใหญ่สีขาวที่เขียนคำว่า ชัยศรีราม เป็นอักษรเทวนาครีสีทอง กางเกงลำลองขาสั้นลายพราง รองเท้าผ้าใบสีดำ และหมวกสีดำเหมือนพวกฮิปฮอป


“ ยามาส่งล่ะจ้า ” พญาวานรแห่งดินแดนภารตะเอื้อนเอ่ยวาจาออกมา ก่อนที่จะปิดวิทยุที่ถือด้วยมืออีกข้านึง และค่อยๆบรรจงวางภูเขาลงข้างๆตัว พร้อมกับย่อขนาดให้เท่ากับเทพและเทพีทั้งห้า เพอร์ซิโฟเน่ฉีกยิ้มหวานให้กับหนุมาน ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงถึงขีดสุดของฮาเดส อะนูบิสและลุ่ยกง 


ฮาเดสแทบจะอยากจะเอามือก่ายหน้าผากทันที


// นี่เมียตูเป็นเทพี หรือเป็นยอดนักสืบโคนันกันแน่ฟ่ะ? ฉลาดล้ำไม่สมกับเป็นเพอร์ซิโฟเน่เลย!! //

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

17 ความคิดเห็น