ตอนที่ 6 : องค์แดงโอตาคุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 5
องค์แดงโอตาคุ

ชีวิตเขาพลิกผันไปเพราะร้านรับจ้างสารพัดแท้ๆ


ตลอดทั้งวันมานี้ ‘เทพอสุนีบาตรับจ้างสารพัด’ ต้องเจอกับสารพันปัญหาร้อยแปด ไม่ว่าจะเป็นการถูกจ้างวานให้ไปบอกเลิกแฟนเก่า ตามหาของที่หายไป ช่วยทำงานบ้าน สืบหาลูกหนี้ที่หนีหน้า จัดส่งของกงเต๊กไปให้บรรพบุรุษ บลาๆๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟไต่กระดานหรือคลานไปบ้านกิ๊กก็ตาม ขอเพียงจ่ายเงินมา เทพอสุนีลุ่ยกงองค์นี้ก็ทำได้ทุกอย่าง


กระทั่งวันหนึ่ง ลุ่ยกงได้รับการว่าจ้างมาจากชายคนหนึ่งถึงประเทศญี่ปุ่น


“ ช่วยมาลากรถแทนลุงวันหนึ่งได้หรือเปล่า พ่อหนุ่ม ” ชายชราเอ่ยพร้อมโค้งคำนับเทพอสุนีอย่างสุภาพ ลุ่ยกงเพ่งมองรถลากคันโทรมๆด้วยสายตาหวาดหวั่น


เอาวะ!! เป็นไงเป็นกัน เพื่อเงินแล้วฉันทำได้ทุกอย่าง!! เทพอสุนีคิดได้เช่นนั้น ก็ลงมือปฏิบัติการณ์ลากรถไปส่งพวกมนุษย์ยังที่หมายปลายทางต่างๆทันที


ตลอดทั้งวันมานี้ เทพอสุนีรับส่งผู้คนมากหน้าหลายตาไปยังร้อยแปดจุดหมายที่ไม่เคยเหมือนกัน จนกระทั่งลุ่ยกงต้องพบกับชายคนหนึ่งที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา


มรณเทพแห่งดินแดนไอยคุปต์ อะนูบิส!


“ เน่ลุง ” ดูท่าเทพหมาในยังจะไม่ทราบว่าผู้ใดกำลังลากรถให้ตนอยู่ “ ช่วยพาไปส่งในตัวเมืองหน่อยได้ป่ะ ”


“ ดะ… ได้ครับ ” 


ระหว่างทาง ลุ่ยกงก็แกล้งชวนคุยเพื่อที่จะคุ้ยอะไรบางอย่างออกมา


“ เออ ไม่ทราบว่าที่ตัวเมือง เขามีจัดงานอะไรกันเหรอครับ ” 


อะนูบิสถึงกับเค้นเสียงหัวเราะ “ พูดไปลุงก็ไม่รู้จักหรอกน่า ” 


ลุ่ยกงถึงกับเบรกกะทันหัน ทำเอาอะนูบิสที่นั่งเพลินๆถึงกับหกคะเมนตีลังกาทันที


“ แว้กกก! หยุดทำไมล่ะลุง ดูซิผมเสียทรงหมดแล้วเนี่ย ”


“ ขอโทษทีครับ พอดีรถมันเก่าแล้วล่ะครับ ” ลุ่ยกงแถสดๆ ก่อนที่จะพาอะนูบิสมาส่งยังที่หมายทันที


.......................................................................................


เวทีขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แสงสีต่างๆสาดส่องไปทั่วทั้งบริเวณ เหล่าผู้ชมซึ่งส่วนมากเป็นผู้ชายส่งเสียงเชียร์ดังลั่นอย่างบ้าคลั่ง และที่ยืนอยู่ข้างบนเวทีก็คือ ไอดอลสาวสุดเซ็กซี่แห่งปี.... มิยาโกะ


“ ทุกคนค่า ขอบคุณหลายๆเด้อค่า ที่อุตสาห์มาชมคอนเสิร์ตครั้งแรกของมิยาโกะในวันนี้ และวันนี้ขอให้ทุกท่านโยนสรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย สรรพเคราะห์ เสนียดจัญไรออกไปแล้วมาสนุกสะเด่ากันให้สุดเหวี่ยงไปกับบทเพลงแรกของเรากันค่า!  ”


“ ไอตะกัตต้า! ไอตะกัตต้า! ” ชายหนุ่มทั้งหลายต่างพร้อมใจส่งเสียงเชียร์แม่นวลนางที่อยู่เวทีเป็นเสียงเดียวกัน ราวกับสาวกลัทธิบางอย่าง  สร้างความรำคาญให้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้ามากนัก


นี่นะหรือคือสิ่งที่เทพเจ้าอายุห้าพันปีองค์นี้ชอบ!?


“ เออ ไอ้ที่ร้องออกมาเนี่ย แน่ใจเหรอครับว่าไม่ได้อ้างอิงมาจากไหน ” ลุ่ยกงในคราบคนลากรถหันมาถามอะนูบิสซึ่งบัดนี้กำลังเชียร์ไอดอลคนโปรดอย่างบ้าคลั่ง


“ ไม่โว้ย! นี่ป็นศัพท์เฉพาะที่เหล่าโอตาคุมิยาโกะคิดขึ้นมาเองทั้งนั้น พวกไม่มีการศึกษาอย่างเอ็งย่อมไม่วันเข้าใจหรอก! ” ปากสุนัขเริ่มทำงาน อะนูบิสไม่สนอะไรทั้งนั้น นอกจากชูกระบองลมขึ้นฟ้าอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เทพอสุนีถึงกับเลือดขึ้นหน้า…


เปรี้ยงง!!!


สายฟ้าลำหนึ่งยิงลงมาจากฟ้าอย่างรวดเร็ว ไฟฟ้าแสนโวลต์ของลุ่ยกงสาดไปทั่วร่างของอะนูบิสเต็มๆ แต่อะนูบิสก็ไม่ได้เป็นอะไร นอกจากเสื้อผ้าที่เริ่มมีควันคุออกมา เหล่าโอตาคุมิยาโกะคนอื่นๆต่างคิดไปว่าเป็นสเปเชี่ยลเอฟเฟคของทางคอนเสิร์ตเค้า จึงไม่ใคร่สนใจมากนัก


อะนูบิสถึงกับลุกขึ้นมาด่าเทพอสุนีจากคุนหลุนที่ค้อนและสิ่วยังเป็นหลักฐานคามือทันที “ เอ็งเป็นบ้าอะไรของเอ็งเนี่ย ลุ่ยกง!! จะระเบิดคอนเสิร์ตหรือไง!! ”


“ เอ็งต่างหากเป็นบ้าอะไรอะนูบิส อายุอานามก็มากโขแล้ว ยังมีหน้ามาวู้ปี้เต้นเย้วๆเป็นเด็กไปได้ ”


“ เฮ้ยๆ คนนอกอย่างเอ็งนะไม่มีวันเข้าใจหรอก ชีวิตอ่ะนะ มันก็ต้องมีช่วงเวลานึงที่คอยเติมเต็มคุณค่าให้กับชีวิตที่เหรายวเฉาแบบนี้มั้งซิ เพราะซะงั้น… มาเถิดเทิงกันต่อเต๊อะ ไอตะกัตต้า! ไอตะกัตต้า! ”


ลุ่ยกงถึงกับเบือนหน้าอย่างระอา บรรดาแฟนคลับที่ต่างเรียกตัวเองว่าเป็นโอตาคุนั้นมีแต่พวกบ๊องๆ บ้าคลั่งและเหมือนบางคนจะดูบ้ากามหนักมากนัก ทำให้บรรยากาศรอบเวทีอยู่อึดอัดยังไงชอบกล


แต่แล้ว สายตาของลุ่ยกงก็พลันเหลือบไปยังกลุ่มพิเศษที่ดูเหมือนจะเป็นพวกบ้าลัทธิระดับสูง


ท่ามกล่างเหล่าโอตาคุที่สวมเสื้อผ้าและโพกหัวเหมือนกันหมดนั้น ชายที่ยืนอยู่ต่อหน้าคนเหล่านี้ดูท่าจะเป็นหัวหน้าใหญ่ เขาเป็นชายผอมสูง สวมเสื้อยืดสีขาวลวดลายไอดอลที่รัก ทับเสื้อแจ๊คเก็ตหนังสีแดง กางเกงยีนสีดำขาดรุ้งริ้ง รองเท้าผ้าใบ แถมยังโพกหัวด้วยผ้าสีขาวที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ‘รักมิยาโกะจัง’ อีกต่างหาก


นั้นไม่ทำให้ลุ่ยกงแปลกใจ แต่สิ่งที่ทำให้ลุ่ยกงสะดุ้งนั้นคือชายคนนี้มีผิวสีแทน ผมตัดสั้นสีน้ำตาลแดง ดวงตาแดงก่ำที่แฝงไปด้วยความเจ้าอุบาย จ้าวองค์แดง  เซธ


แม้ว่าภาพลักษณ์เทพเจ้าแห่งดินแดนมิติภพอามุนราก็อยู่ในภาพลักษณ์ของเทพเจ้าผู้งามสง่าที่มีเศียรเป็นสัตว์ แต่ใช่ก็เหล่าเทพเจ้าจะนิยมใช้ร่างนั้นปรากฏแก่สาธารณชนมากนัก ในเมื่อเหล่าทวยเทพมีอิทธิฤทธิ์ต่างๆนานา รวมไปถึงการจำแลงกายเป็นอะไรก็ได้ตามที่ปรารถนา แล้วทำไมเหล่าทวยเทพไอยคุปต์จะไม่เนรมิตโฉมตัวเองให้หล่อเฟี้ยวเบบี้เฟสล่ะ!


“ ฉิบหายแล้วไง ” ลุ่ยกงอุทานเบาๆ เขาทราบดีว่า การที่จ้าวองค์แดงแห่งดินแดนไอยคุปต์ปรากฏตัวที่ไหนนั้น ที่นั้นย่อมหมายถึงความอลหม่าน สับสนวุ่นวายรวมไปถึงความวินาศสันตะโรนานัปการ 


ลุ่ยกงเคยเห็นอย่างงี้มาแล้วจากโลกิแห่งมิติภพแอสการ์ด ซุนหงอคงแห่งมิติภพคุนหลุน ซูซาโนะแห่งมิติภพโคจิกิ อะนันซิแห่งมิติภพแอฟริกา นารัทแห่งมิติภพภารตะ หรือแม้กระทั่งไอ้สามหมาเทพจอมกะล่อนอย่างซุส โพไซดอน และฮาเดสแห่งมิติภพโอลิมปัสก็ตาม


ลุ่ยกงพยายามสะกิดเรียกอะนูบิส ที่ได้แต่กระโดดเต้นเย้วๆอยู่ไม่หยุด “ เออ อะนูบิส ”


“ ไอตะกัตต้า! ”


“ ได้สติซะทีเซ่!! ” คราวนี้ เทพอสุนีปลุกสติด้วยค้อน ทำเอาอะนูบิสที่เตรียมจะหันมามองด้วยสายตาอาฆาต แต่เมื่อเห็นจ้าวองค์แดง สติของอะนูบิสก็กลับมาทันที


“ เฮ้ย!! ท่านอานี่หว่า! มาได้ยังไงวะเนี่ย ”


“ เอาไงดี ” ลุ่ยกงหันมากระซิบ แทบจะไม่ต้องคิด มรณเทพตอบกลับทันควัน


“ รีบซิ่งโดยด่วน! ”


แต่ยังไม่ทันไร เสียงของจ้าวองค์แดงก็ดังตวาดลั่น


“ เฮ้ย! ตรงนั้นนะ มัวยืนเอ๋ออะไรกันวะ ส่งเสียงเชียร์ให้มันดังกว่านี้เซ่ เดี๋ยวปั๊ดเชือดทิ้งทั้งสองตัวเลยดีไหม!! ”


ลุ่ยกงกับอะนูบิสถึงกับสะดุ้งโยง ไอ้สองตัวที่เซธกล่าวถึงนั้นคงไม่แคล้วเป็นเทพทั้งสองที่ยืนหันหลังให้เวที


“ พร้อมไหม? ” อะนูบิสถามเป็นนัย แต่ลุ่ยกงก็เข้าใจความหมายนั้นเป็นอย่างดี


“ พร้อม ”


เทพทั้งสองต่างรีบใส่เกียร์หมาวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต เซธเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งเกรี้ยวกราดเป็นเท่าทวี 


“ บ๊ะ ไอ้สองตัวนั้นมันบังอาจแอบซิ่งระหว่างที่มิยาโกะจังกำลังขึ้นคอนเสิร์ตอยู่งั้นเหรอ? วะเหวย! พวกเรา รีบตามไปจับตัวพวกมันมาเชือดทิ้ง ณ บัดนี้! ”


ตอนนี้ทั่วทั้งคอนเสิร์ตเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เหล่าโอตาคุทั้งหลายต่างกรูกันเข้าไปจับเทพทั้งสองอย่างบ้าคลั่งราวกับต้องมนต์สะกด ยิ่งทำให้อะนูบิสและลุ่ยกงต่างต้องเร่งเกียร์หมาเพื่อรักษาชีพของตนเอาไว้ (ก็บอกแล้วว่าแม้เหล่าทวยเทพจะเป็นอมตะ แต่ก็สามารถพิกลพิการได้เหมือนกัน)


ลุ่ยกงกระโจนมาถึงรถลากพอๆกับที่อะนูบิสกระโดดขึ้นมานั่งเรียบร้อยแล้ว เทพอสุนีก็รีบจ้ำอ้าวโกยแนบออกจากที่เกิดเหตุโดยรวดเร็วโดยมีเหล่าโอตาคุมิยาโกะวิ่งตามกันมาเป็นโขยง


“ ทิ้งรถลากแล้วแยกกันเถอะ ” อะนูบิสโวยวายเมื่อเห็นฝูงชนข้างหลังถือกระบองลมที่กลายเป็นกระบองเหล็กไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ชะรอยจะเป็นเพราะมนตราของจ้าวองค์แดงแน่ๆ


“ ไม่! ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ข้าจะไม่วันทิ้งรถลากคันนี้เป็นอันขาด ” ลุ่ยกงว่า เรื่องอะไรที่เขาจะปล่อยให้เงินมันหลุดไปจากมือล่ะ 


“ แล้วจะเอายังไงต่อไปดีครับพี่ ” 


“ รีบกลับไปรับแม่นางมิยาโกะก่อนเถอะ ทิ้งให้นางอยู่กับเซธนะ มันอันตรายมากนะ เจ้าก็รู้นิว่านิสัยของจ้าวองค์แดงเป็นเช่นไร ในฐานะโอตาคุมิยาโกะแล้ว เอ็งไม่รู้สึกละอายใจบ้างเหรอ? อะนูบิส ” 


อะนูบิสถึงกลับกลืนน้ำลายทันที “ แล้วจะไปได้ยังไงล่ะ ในเมื่อข้างหลังเป็นแฟนคลับโรคจิตที่ถือกระบองเหล็กทั้งนั้น ” 


“ หมาใน! ” ลุ่ยกงเตือนสติทำให้เทพหมาในถึงกับนึกได้


ว่าแล้ว ร่างของอะนูบิสก็พลันเปลี่ยนเป็นร่างของหมาในขนาดยักษ์สีดำ ก่อนที่จะกระโจนลงมาขวางทางเหล่าโอตาคุมิยาโกะทันที


ลุ่ยกงเห็นเป็นโอกาสอันดี จากการที่เขาลากรถรับส่งผู้คนไปมาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง เทพอสุนีก็สามารถจดจำเส้นทางต่างๆ รวมไปถึงตรอกซอกซอยในเมืองอย่างชำนาญ ลุ่ยกงจึงอาศัยเส้นทางลัดที่ตนวาดเอาไว้ในหัวตีย้อยกลับไปรับแม่นางมิยาโกะทันที


และในระหว่างทางนั้นเอง


“ อันตราย!! ” ลุ่ยกงแหกปากเตือนชายคนหนึ่งที่กำลังข้ามถนน ครั้นชายคนนั้นหันมามอง ด้วยความตกใจ ลุ่ยกงถึงกับเบรกกะทันหันจนตัวเองแทบเสียหลักหกคะเมนตีลังกา เกือบจะชนร่างของชายคนนั้นซะแล้ว


ชายคนนั้น ก็คือชายชราที่จ้างวานให้เขามาลากรถยังประเทศญี่ปุ่นนั้นเอง


“ เฮ้ยๆ ไอ้หนุ่ม จะรีบไปไหนกัน ” ชายชราโวยวายออกมา ทำเอาลุ่ยกงต้องรีบโค้งคำนับตามแบบญี่ปุ่นทันที


“ ขอโทษทีครับลุง พอดีตอนนี้มีเรื่องคอขาดบาดตายเอา! ” 


ชายชราขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ และในช่วงจังหวะนี้เอง อะนูบิสในร่างหมาในก็ใส่เกียร์หมาวิ่งตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับนำพากลุ่มแฟนคลับผู้บ้าคลั่งตามมาเป็นขโยงด้วย


“ เอ็งจะมาทางนี้ทำมายยยย!!! อะนูบิส!! ” ลุ่ยกงโวยวายซึ่งนั้นก็ไม่ทันแล้ว เทพอสุนีรีบอุ้มชายชราขึ้นรถลาก ก่นจะจ้ำอ้าวไปพร้อมกับหมาในร่างยักษ์อย่างด่วนจี๋


ทั้งหมดวิ่งรอบเมืองไปยังตรอกนั้นซอยนี้อย่างอลหม่าน จนมาโผล่ยังคอนเสิร์ตของมิยาโกะเฉยเลย


บนเวทีนั้น มิยาโกะก็ยังคงร้องเล่นเต้นรำตามสไตล์ของนางอยู่ เทพเซธก็ได้แต่ยืนเต้นเย้วๆพลางหันมาตะโกนสั่งลูกน้องอย่างเดือดดาล ไร้ซึ่งวี่แววความหายนะที่ลุ่ยกงพูดถึงเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เทพทั้งสองจะเขยิบเข้าไปใกล้ไอดอลสาวคนดัง จ้างองค์แดงก็เอ่ยออกมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“ อ้าว ไปวิ่งออกกำลังกายมาเป็นไงบ้างล่ะ หลานรัก ” 


“ ท่านอาจะฆ่าพวกกระผมเหรอขอรับ ” อะนูบิสคืนร่างกลับมาเป็นมนุษย์ เพื่อจะได้เคลียร์กับผู้เป็นอาตรงๆ


เซธยักไหล่ “ ไม่เอาน่า แค่หยอกเล่นกันฉันอาหลานเท่านั้น อย่าไปวอรี่อะไรเล้ย!! ”


“ จะไม่ให้วอรี่ได้ยังไงกัน! เล่นเจอกลุ่มแฟนคลับโรคจิตวิ่งไล่ตี๊บอยู่ยังงี้! ” ลุ่ยกงถึงกับโวยวายแว้ดๆออกมา ทำเอาจ้าวองค์แดงถึงกับหัวเราะราวกับเป็นเรื่องปกติ


เซธถึงกับหัวเราะ “ อะอ้าว ก็ในฐานะที่ข้าเป็นหัวหน้าองครักษ์พิทักษ์มิยาโกะจัง ข้าก็ต้องคอยตรวจตราความเรียบร้อยของงานเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องวุ่นวายในงานคอนเสิร์ตเป็นธรรมดาเซ่ ”


“ ธรรมดาบ้านป้าเอ็งเซ่!! ที่ทำอยู่นะ มันคือการสร้างความวินาศสันตะโรอยู่ไม่ใช่หรือไง!! ” ลุ่ยกงถึงกับเดือดดาล แต่ทว่าจ้าวองค์แดงกลับหัวเราะกลบเกลื่อนเรื่องราวทั้งหมดลงเสีย


“ เอาล่ะๆ ไหนๆพวกเจ้าก็กลับมากันแล้ว ก็จงปลดปลื้องความทุกข์วายระกำทั้งหมดออกไปซะ แล้วเชิญมาสะเด่ากันต่อดีกว่า ”


“ หัวหน้าครับ! ” จู่ๆโอตาคุคนหนึ่งก็พุ่งมารายงานสถานการณ์ด่วน “ สมาชิกหมายเลข 49 เกิดอาการคลุ้มคลั่งแล้วคร้าบบ!! 


“ คลุ้มคลั่งเหรอก็ดี คอนเสิร์ตนี้จะสนุกสุดเหวี่ยงไปอีกแบบยังไงเล่า ” เซธตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว


“ ไม่ใช่ครับ คลุ้มคลั่งที่ว่าคือ…. ” โอตาคุคนนั้นพูดไม่ทันจบ ก็ถูกแรงมหาศาลปัดไปกระแทกกับผนังด้านหนึ่งทันที


สมาชิกที่ว่านั้นอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง คลุ้มคลั่งจริงๆ จู่ๆร่างกายเขาก็ขยายใหญ่โตจนสูงเกือบสองเมตร ใบหน้ามนุษย์พลันเปลี่ยนเป็นใบหน้าพญานกขนสีแดง ปีกสีดำขนาดใหญ่ขยายออกมา ส่วนขานั้นเป็นกรงเล็บนกสุดแหลมคม


เท็นงู!!


“ มิยาโกะจาง!! ” เท็นงูเอ่ยด้วยเสียงดังลั่น “ มาอยู่กับผมเต๊อะ! มิยาโกะจัง!! ”


“ เฮ้ยๆ นี่ฝาแฝดของแกนี่หว่าลุ่ยกง ” อะนูบิสหันมากระซิบกับลุ่ยกงพลางหัวเราะคิกคัก


โป๊ก!!


ซึ่งเทพอสุนีก็รับมุกกลับด้วยการฟาดค้อนใส่กบาลอะนูบิสไปอีกหนึ่งยก 


ไม่พูดพร่ำทำเพลง เท็นงูก็กระพือปีกขึ้น สายลมสุดบ้าคลั่งก็พัดปั่นป่วนไปทั่วคอนเสิร์ต ว่าแล้วร่างของเท็นงูก็โผมายังมิยาโกะ มือข้างหนึ่งพยายามจะเอื้อมมาจับไอดอลสาวคนดัง ชายชราที่ติดรถลากของตนเองมาด้วยเห็นเช่นนั้นก็รีบตรงรี่เข้ามาขวางทันที


“ หลบไปมนุษย์ ” เท็นงูปัดชายคนนี้ไปอย่างไม่สบอารมณ์ จนส่งร่างของชายคนนั้นไปกระแทกกับผนังทันที


“ ยอดฝีมือเดียวดาย ไร้คู่ประมือแล้วไซร้ ย่อมไม่รู้ความเก่งกาจ ”


มันหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้โผบินไปหามิยาโกะจังอีกครั้ง มันก็ต้องชะงักเสียงหัวเราะลงเมื่อเห็นร่างทั้งสามที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของมัน


“ แหม่ๆ ทำแบบนี้ไม่สมกับเป็นโอตาคุมิยาโกะจังเลยนะ นี่! ช่วยทำตามกฎของคุณผู้จัดการหน่อยซิเท็นงู ไม่ยังงั้น ในฐานะหัวหน้าองครักษ์พิทักษ์มิยาโกะจัง เราคงจะได้เห็นดีกันแน่ ” เซธพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ว่าพลางเคาะคทาเหล็กที่มีน้ำหนักถึงสองพันกิโลอันเป็นอาวุธคู่กายของตัวเอง


“ ท่านเท็นงู ไม่ทราบว่าต้องการแฟชั่นเทรนด์ใหม่ไหมขอรับ รอยเขี้ยวตามร่างกาย เดี๋ยวกระผมจัดให้นะขอรับ ” อะนูบิสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล ในขณะที่อยู่ในร่างของหมาในสีดำขนาดยักษ์ 


“ เอ็งบังอาจเลียนแบบข้า!! ” ลุ่ยกงเอ่ยอย่างเดือดดาล ในขณะที่คืนสภาพกลับมาเป้นร่างเดิม มือถือค้อนและสิ่วเตรียมประจัญบาน


เหตุการณ์ในตอนนี้ มันช่างดูดุเดือดและดูคุ้นๆจนเสี่ยงจะโดนฟ้องหลายคดียิ่งนัก….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #4 เด็กหงส์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 12:25
    ทั้ง BNK กินทามะ และยังแพนเจียอีก -_-'"
    #4
    0