ตอนที่ 21 : Challenge

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 20
Challenge

สียงแตรเขาสัตว์ของไฮล์มดัล เทพอารักษ์แห่งแอสการ์ดดังก้องไปทั่วทั้งท้องพระโรง


โอดินกับสี่เทพโอลิมเปียนขยับอาวุธพร้อมรับศึก สักพักมีทหารไวกิ้งนายหนึ่งตรงหรี่มาหาเทพบิดรอย่างรวดเร็ว


“ กราบทูลมหาเทพบิดร ขณะนี้กองทัพยักษ์น้ำแข็งจำนวนมากยกพลบุกแอสการ์ดแล้วพ่ะย่ะค่ะ ”


ทันใดนั้นเองก็มีทหารไวกิ้งอีกนายพุ่งเข้ามารายงานโอดินอีกทาง


“ กราบทูลมหาเทพบิดร ขณะนี้เกิดการจลาจลไปทั่ววัลฮัลลา เหล่าวิญญาณนักรบผู้วายชนม์ต่างไม่พอใจที่เทพเจ้าโอลิมเปียนย่างกรายเข้ามายังดินแดนแอสการ์ดของเรา จึงพากันลุกฮือไม่ยอมออกไปรบกับกองทัพยักษ์น้ำแข็ง พวกเขาต้องการจะเปิดศึกกับพวกโอลิมปัสเท่านั้นขอเพียงแค่ท่านสั่งการลงมาพ่ะย่ะค่ะ ”


“ เรื่องมิติภพโอลิมปัสนั้นเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้พวกเราต้องผนึกกำลังกันขับไล่พวกยักษ์น้ำแข็งออกไปจากมิติภพแอสการ์ดเสียก่อน! หาไม่แล้ว ทั้งข้าและพวกเจ้าคงจะไม่มีที่ให้อยู่เแน่ ”


โอดินสั่งการอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งออกจากวัลฮัลลาพร้อมทหารไวกิ้งทั้งสอง เมื่อเห็นเทพเจ้าแอสการ์ดลับสายตาแล้ว เฮสเทียก็เอ่ยออกมาเบาๆ


“ ยักษ์น้ำแข็งเหรอ! ร้ายไม่เบาเหมือนกันนี่ฮาเดส ”


โพไซดอนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยก็โวยวายขึ้นมา


“ ความหมายว่าไงกันเจ๊ นี่เฮียเป็นคนบอกให้พวกยักษ์น้ำแข็งบุกมาแอสการ์ดเหรอ? แล้วถ้าทางสภาปฐมเทพรู้เรื่องพวกนี้เล่าล่ะก็ พวกเราจะซวยกันหมดได้นะ! ”


“ ตอนนี้พวกสภาปฐมเทพต่างเข้าสู่นิราศกันหมดแล้ว ” ซุสในฐานะราชันย์แห่งทวยเทพแห่งโอลิมปัสเอ่ยเรียบๆขึ้นมา “ อีกทั้งการปะทะกันระหว่างยักษ์น้ำแข็งกับเทพเจ้าแห่งแอสการ์ด ก็เทียบได้กับการปะทะกันระหว่างอสูรกับเทพเจ้าแห่งภารตะ คือเป็นเรื่องเก่าแก่ โบราณที่ได้ยินจนชินชากันทุกมิติภพแล้วล่ะ แม้ทางสภาจะห้ามไม่ให้เหล่าทวยเทพ อสูร และเหล่าผู้เป็นอมตะสร้างความเดือดร้อนแก่มิติภพใดๆก็ตาม แต่อย่าลืมซิว่าพวกเราเหล่าผู้เป็นอมตะสามารถบิดพลิ้วข้ออ้างร้อยแปดประการเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกลบหายไปจากตำนานได้แค่ไหน เอาล่ะ ฟังข้าพล่ามมาซะนานอาจเบื่อแย่ พวกเราออกไปยืดเส้นยืดสายกันสักหน่อยไหม ”


โพไซดอนถึงกับยิ้มออกมาทันที “ มิน่าล่ะ ฮาเดสถึงให้ข้ากับเจ้ากลับมายังแอสการ์ดอีกครั้ง ”


“ เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองมิติภพให้กลับมาแน่นแฟ้นดังเดิมอีกครั้ง ” เฮสเทียอธิบายเสริม 


“ แต่ถ้าพวกแอสการ์ดรู้ พวกเราจะซวยกันได้นะ ” แม้น้ำเสียงจะดูหวาดหวั่น แต่โพไซดอนกลับขยับตรีศูลพร้อมออกศึกทุกขณะ


เฮสเทียยักไหล่แบบไม่ยี่หระสิ่งใดทั้งนั้น “ รู้แล้วยังไงกัน คิดว่าหลานข้าไม่มีแผนการสำรองอะไรเลยหรือ จริงไหมเพอร์ซิโฟเน่? ”


เทพีผู้เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดฉีกยิ้มแพรวพราวแบบชั่วร้ายตามสามีออกมา


“ เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังเถอะเจ้าค่า แต่ว่าตอนนี้เราควรรีบไปกันนะเจ้าค่ะพระบิดา ท่านลุง ท่านป้า ไปฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองมิติภพให้กลับมาดังเดิมอีกครั้ง ทั้งทางสงครามและทางดนตรี ”


.......................................................................................


ที่วิหารของเทียร์ เทพสงครามแห่งแอสการ์ด เสียงเตือนภัยของไฮล์มดัลทำเอาเทพแขนเดียวได้แต่เดินกระส่ายกระสับ ดาบ โล่และชุดเกราะออกศึกถูกขัดอย่างเงางามไว้ด้านหนึ่ง ในขณะที่อีกด้านคือกลองชุดและโน้ตเพลงจำนวนมากที่วางอย่างไม่เป็นระเบียบ


ในขณะที่เทพสงครามกำลังตัดสินใจอยู่นั้น สักพัก ก็มีเสียงรัวประตูดังลั่นมาจากทางประตูทางเข้า เทียร์รีบตรงไปเปิดอย่างรวดเร็ว และก็เป็นไปตามที่เขาคาด เฟรย์ โลกิ และฮาเดสมายืนอออยู่ที่หน้าประตูพร้อมกับชายหน้าตาถมึงทึง


“ ไปให้พ้น ” เทียร์เอ่ยอย่างไร้เยื่อใย พลางปิดประตูใส่แขกทันที


โลกิกับเฟรย์เห็นสถานการณ์ไม่เป็นอย่างที่คิด จอมกะล่อนแห่งแอสการ์ดจึงกระแอมไอส่งสัญญาณให้ธอร์พูดอะไรสักอย่าง ฮาเดสที่เฝ้าดูอยู่จึงเอ่ยอย่างสมเพช


“ วงที่ไม่เป็นหนึ่งเดียวกันแบบนี้ อย่าหวังเลยว่าจะได้ออกไปไหน ข้าขอตัวกลับไปหาโอดินก่อนนะ ”


“ คุณไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น คุณดิส!! ” เฟรย์ตะโกนอย่างเหลืออด ก่อนที่เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์จะมองสองเทพเจ้าและอีกหนึ่งเทพเจ้าที่นั่งขรึมอยู่ในวิหาร


“ โลกิ! เพราะท่านคิดอยากจะเอาชนะฮาเดส คิดอยากอยู่เหนือเทพองค์อื่นเท่านั้นถึงได้พาพวกเรามาเจออะไรแบบนี้ ท่านวางแผนทุกอย่างเอาไว้เสร็จสรรพ ตั้งแต่เกลี่ยกล่อมให้ธอร์เข้าประกวด ทั้งดึงตัวฮาเดสมาเป็นเทรนเนอร์ เพื่ออะไรกันล่ะ เพื่อที่ท่านจะสำแดงฝีมือสุดเทพของท่านให้คนอื่นได้ประจักษ์ ท่านมัวแต่โซโล่กีต้าร์ของท่าน แม้ดูเหมือนจะช่วยประคับประคองทั้งวง แต่ไม่เลย!! ท่านเพียงแค่โซโล่เพื่อสนองตัณหาของตนเองเท่านั้น! ส่วนธอร์ ท่านมันก็บ้าอำนาจ… ”


“ ระวังปากของเจ้าหน่อยนะเฟรย์ ” ร่างของเทพสายฟ้าสั่นเทิ้มด้วยโทสะ ก่อนที่ธอร์จะเรียกค้อนมยอลเนียร์ออกมานั้น ดาบของเฟรย์ก็พุ่งมาจ่อคอหอยของเทพสายฟ้าอย่างรวดเร็ว


“ ข้ายังพูดไม่จบ ” เฟรย์เอ่ยอย่างเย็นชา ขณะที่ดาบพยายามจะเคลื่อนเข้าหาธอร์ทุกขณะ


“ ท่านมันบ้าอำนาจธอร์ เอาแต่ใจตนเป็นที่ตั้ง พอโลกิบอกเรื่องการประกวด ท่านนึกอยากตั้งวงท่านก็ตั้ง ท่านนึกอยากลากใครมาเล่นท่านก็ลากมา ไม่เคยถามความสมัครใจของเขาเลย ไม่มี! พอไม่เป็นอย่างที่ท่านหวัง ท่านก็พาลหัวเสียมาลงที่พวกเราตลอด ไม่พอใจใครท่านก็ไล่เขาออกไป! เพราะท่านไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของพวกเราเลยแบบนี้ไง ตอนโอดินจะสังหารท่าน ข้ากับเทียร์ถึงไม่ห้ามปราม ส่วนเทียร์! ท่านมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาด พอลูกพี่ใช้ให้ทำอะไรท่านจะน้อมรับแบบไม่มีเงื่อนไข พอลูกพี่ถึงคราวพลาดท่า ท่านจะพร้อมจะซ้ำเติมอยู่ทุกขณะ และตัวข้าเฟรย์ก็ไม่ต่างอะไรกัน เป็นลูกไล่ให้พวกท่านคอยกวดอยู่ทุกเวลา


 แต่วันนี้ข้าขอพูดสักครั้งเถอะ…


…ข้าขอสารภาพเลยว่าที่มาช่วยเหลือธอร์ในครั้งนี้ โลกิมาปลุกปั่นความคิดข้าส่วนหนึ่ง แต่ในตอนนี้! ข้าขอพูดอะไรที่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจข้าหน่อยจะได้ไหม ตอนที่เล่นดนตรีกับพวกท่าน ข้าไม่รู้นะว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่า แต่ข้าเป็น ข้าโคตรมีความสุขเลย มีความสุขที่ได้ฟังเสียงรัวกลองสุดบ้าคลั่งของเทียร์ คิดถึงการโซโล่กีต้าร์สุดฉกาจฉกรรจ์ของโลกิ และยิ้มทุกครั้งที่ได้ยินเสียงว้ากสุดทรงพลังของเทพเจ้าสายฟ้า ข้าขอบอกตรงนี้ และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา… 


…ข้า ข้าอยากกลับมาเล่นดนตรีกับพวกท่าน!! ”


คำพูดสั้นๆของเฟรย์ทำเอาร่างขนาดยักษ์ของธอร์ถึงกับสั่นเทา หากมิได้สั่นเทิ้มด้วยโทสะ แต่เป็นความปลื้มปริ่มที่ทะลักออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ


“ ข้าขอโทษ ” ธอร์ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร “ ข้าขอโทษสำหรับทุกอย่าง ตอนอยู่ในคุกทำข้าให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ ที่ผ่านมาข้าเป็นฝ่ายผิดอีก ข้าขอโทษที่เป็นหัวหน้าวงที่ห่วยแตก ข้าขอโทษที่ปล่อยให้อัตตามาครอบงำ ข้าขอโทษที่ไม่เคยไต่ถามสารทุกข์สุขดิบของพวกเจ้าเลย ข้าขอโทษให้หักโหมพวกเจ้าหนักหน่วงแบบนี้ ข้าขอโทษที่ไปท้าทายอะนันซิจนทำให้พวกเจ้าต้องเดือดร้อน ข้าขอโทษ ”


เหล่าเทพชายฉกรรจ์ทั้งสี่ต่างปล่อยน้ำตาลูกผู้ชายกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทันใดนั้นเอง บานประตูก็ค่อยๆเปิดออกมา เทียร์ที่ฟังทุกคำพูดยืนจ้องพี่ชายด้วยใบหน้าที่เจื่อนองด้วยน้ำตา 


“ ไอ้พี่บ้า มาขอโทษอะไรตอนนี้ ”


ก่อนที่เทพสองพี่น้องจะโผกอดกัน ก่อนที่สี่เทพเจ้าห่งวงธอร์แอนด์เฟรนด์จะโผกอดกันร่ำไห้ถึงมิตรภาพที่เกิดขึ้นจากวงดนตรี แม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่งดงามนักในชีวิตเทพเจ้าวัยรุ่นผู้เป็นอมตะ ฮาเดสในฐานะที่เป็นเทรนเนอร์ที่คอยเคี่ยวกรำวงมาโดยตลอด แม้จะสีหน้าที่เย็นชา แต่ก็อดไม่ได้ที่ปล่อยโฮออกมา


“ ดูไม่ได้กันเลยนะพวกเจ้า ไป! เมื่อมากันครบแบบนี้ก็รีบไปได้แล้ว ประเดี๋ยวจะไปแข่งรอบต่อไปไม่ทัน! ”


ว่าแล้ว เทพเจ้าทั้งห้าก็รีบพุ่งไปยังสะพานไบฟรอสต์อย่างรวดเร็ว และที่นั้นเอง พวกเขาก็พบกับการสู้รบกันอย่างดุเดือดของกองทัพเทพเจ้าจากแอสการ์ดบวกสี่เทพเจ้าโอลิมเปียนกับกองทัพยักษ์น้ำแข็งจำนวนมาก ทั้งซุสที่กระหน่ำฟาดอสุนีบาตใส่พวกยักษ์น้ำแข็ง โพไซดอนที่กวัดแกว่งตรีศูลอย่างห้าวหาญ เฮสเทียที่ร่ายมนตร์เผาผลาญพวกยักษ์น้ำแข็ง และเพอร์ซิโฟเน่ที่เนรมิตดอกไม้พิษจำนวนมาก โอดินที่กำลังโรมรันพันตูกับเหล่ายักษ์น้ำแข็งเมื่อเห็นพวกธอร์ปรากฎตัวขึ้นมาก็กู่ตะโกนสุดเสียง


“ ไป!!! ”


ยังไม่ทันที่ธอร์จะได้กล่าวอะไร ฮาเดสก็สวมหมวกแห่งความมืดก่อนที่จะวาร์ปไปยังมิติภพคุนหลุนเป็นองค์แรก โลกิกับเฟรย์พยายามถูลู่ถูกังสองพี่น้องแห่งแอสการ์ดให้วาร์ปตามพวกตนมา และเมื่อทั้งห้าเทพเจ้าออกจากดินแดนแอสการ์ดเรียบร้อยแล้ว กองทัพยักษ์น้ำแข็งทั้งหลายก็พลันมลายหายไปกันถ้วนหน้า โอดินปักหอกกุงเนียร์พลางกู่ตะโกนออกมาด้วยความแค้น


อุตการ์ดโลกิ! ”


.......................................................................................


ทั้งห้าโผล่มายังมิติภพคุนหลุนก่อนการแข่งขันพาราไดซ์ มิวสิค อวอร์ดรอบชาเล้นท์หนึ่งอาทิตย์ ธอร์ที่เกิดบ้าดีเดือดก็อาละวาดขึ้นมาทันที “ ปล่อยข้านะ ข้าจะไปรบกับพวกมัน!! ”


“ มีสติหน่อยเซ่! ” ฮาเดสตะคอกสุดเสียงเตือนสติ “ มันเป็นเพียงมายาของอุตการ์ดโลกิเท่านั้น เจ้าเคยลองฤทธิ์กับมันแล้วน่าจะรู้อยู่แก่ใจดีนิ ข้าร้องขอให้มันให้มายาสร้างสถานการณ์บุกแอสการ์ดเพื่อที่จะพวกเราจะได้โอกาสวาร์ปมายังคุนหลุนแบบนี้! ”


“ อ้าวเหรอ! ” เท่านั้นเองละที่โทสะของธอร์เริ่มคลายลง 


“ แล้วเราจะทำไงกันต่อล่ะทีนี้ ” โลกิเอ่ยถามเรียบๆ ฮาเดสดีดนิ้วเป๊ะ ทันใดนั้นเอง เครื่องดนตรีของสี่เทพเจ้าก็พลันปรากฎขึ้นมาพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง ฮาเดสยื่นมันให้กับธอร์ทั้งที่ไม่มองหน้า


“ เอ้า! ข้าเขียนเนื้อเพลงที่ต้องใช้ในรอบชาเล้นท์แล้ว โจทย์มันคือเพลงรักที่ไม่มีคำว่ารักอยู่ในเพลงใช่ไหม เหลือเวลาอีกเพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น รีบๆไปซ้อมกันซิ อยากจะไปไฝว้กับอะนันซิไม่ใช่เหรอ ”


ธอร์มองหน้าฮาเดสครู่หนึ่งก่อนจะหยิบเนื้อเพลงขึ้นมาดู “ ขอบคุณมาก เซนเซย์! ”


ว่าแล้วธอร์ก็ยื่นมือขึ้นมา ฮาเดสชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ตัดสินใจจับมือกับธอร์เพื่อสานสัมพันธ์มิตรภาพลูกผู้ชายในแน่นแฟ้นอีกครั้ง


จากนั้นเทพเจ้าจากแอสการ์ดก็ตั้งหน้าตั้งตาซักซ้อมกันอย่างหนักหน่วงและเต็มที่ ต่างฝ่ายต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน


พาราไดซ์ มิวสิค อวอร์ด


อาทิตย์ต่อมาก็เข้าสู่การแข่งขันรอบต่อไป สิบหกวงดนตรีที่ผ่านจากการคัดสรรของคณะกรรมการต่างสำแดงความสามารถกันออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทั้งสิบหกวงต่างขับเคี่ยวตัวเองเพื่อที่ได้เป็นหนึ่งในแปดวงที่ก้าวไปสู่รอบต่อไป สี่คณะกรรมการประจำการแข่งขันพาราไดซ์ มิวสิค อวอร์ดต่างนั่งฟัง วิจารณ์และให้ความเห็นอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่องจนกระทั่งมาวงสุดท้าย


“ และก็เข้าสู่วงสุดท้ายของการแข่งขันรอบชาเล้นท์นี้แล้วค่า ขอเชิญทุกท่านพบกับวง ‘ธอร์แอนด์เฟรนด์’!! ”


สิ้นเสียงประกาศจากนางฟ้าพิธีกร เสียงโฮก็ดังลั่นไปทั่วทั้งลานแข่งขัน ฮาเดสที่นั่งอยู่ด้านหลังเวที เฝ้าดูวงธอร์แอนด์เฟรนด์ที่ก้าวขึ้นสู่เวทีอย่างใจจดใจจ่อ


และเมื่อเทียร์ เฟรย์ โลกิ ธอร์เริ่มบรรเลง ความบ้าคลั่งต่างๆนานาก็ถูกประเคนเข้าใส่อย่างไม่ยั้ง ตลอดระยะเวลาการแสดง วงธอร์แอนด์เฟรนด์ก้าวข้ามจากวงดนตรีที่ห่วยขั้นเทพมาเป็นวงดนตรีที่มีฝีมือพอใช้ได้ (แต่ไม่ถึงระดับพระกาฬ) อย่างรวดเร็ว ทุกตัวโน้ตทุกคีย์ที่บรรเลงล้วนแต่รังสรรค์ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ความันส์ที่ระเบิดออกมาทำเอาวิญญาณตื้นเต้นไปทุกอณู 


การซักซ้อมกันอย่างหนักหน่วงตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาถือเป็นบททดสอบที่ดี ทั้งการประสานใจเป็นหนึ่งเดียวของทั้งสี่สมาชิก การเคี่ยวกรำวิทยายุทธ์ด้านดนตรีให้แก่กล้า และการก้าวข้ามความขัดแย้งที่ก่อกวนอยู่จิตใจของเทพทั้งสี่


และเมื่อเสียงบรรเลงสุดท้ายสุดสิ้นลง เสียงกรี๊ดจำนวนมหาศาลก็ทะลักทั่วเวที ทั้งอะพอลโล่ สรัสวดี ฮั่นเซียงจื้อ และบาสเตทต่างชื่มชอบความสามารถเป็นเสียงเดียวกัน และเมื่อเข้าสู่การประกาศรายชื่อวงดนตรีที่ผ่านไปสู่รอบต่อไป


ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่พวกเขาทั้งห้าไม่ยั้ง


และเมื่อพิธีกรประกาศรายชื่อวง ‘ธอร์แอนด์เฟรนด์’ เทพเจ้าทั้งห้าต่างโผกอดใส่กันและเปล่งเสียงโวยวายออกมาอย่างบ้าคลั่ง


เหล่าเทพเจ้าจากมิติภพโอลิมปัสและเทพเจ้าจากมิติภพแอสการ์ดที่พักรบชั่วคราวเพื่อมาดูการแสดงสดผ่านทีวี ก็ต่างเฮดังลั่นวัลฮัลลา ต่างกระโดดโลดเต้นและกอดคอกันไปมาราวกับลืมความขัดแย้งระหว่างสองมิติภพไปเสียสิ้น


และที่ลานการแข่งขันนั้นเอง 


“ ท่านเห็นเหมือนที่ข้าเห็นไหม? ” สตรีนางหนึ่งเอ่ยถามสามีเบาๆ เธอเป็นสาวที่มีความสวยสะพรั่ง ผมสั้นปะบ่าสีน้ำตาลเผยให้ใบหน้าคมเข้มประดุจประติมากร เธอสวมเสื้อแขนกุดสีดำลายหัวกะโหลกทับเสื้อคลุมทรงทหาร กางเกงยีนสีซีด และรองเท้าทหาร


ชายที่เธอถามด้วยนั้นเป็นชายหนุ่มรูปร่างผอมสูง ผมยาวสีดำสลวยถักเป็นทรงเดทร็อคมัดรวบเป็นหางม้า ใบหน้าคมเข้มดูเซอๆแต่มาดเท่ แต่งกายด้วยเสื้อยืดสีดำทับเสื้อแจ็คเก็ตลายพราง กางเกงยีนขาดๆ รองเท้าผ้าใบ และโพกผ้าเหมือนพี่ปู พงษ์สิทธิ์


“ เห็นซิเคารี! ” ชายคนนั้นเอ่ย “ โกรธเกลียดไปทำไม มิตรภาพซิที่จะยั้งยืน เจ้าว่าไหม? ในที่สุดข้าก็พบเป้าหมายของข้าสักที ”


ก่อนที่เทพเจ้าทั้งสองจะหายวับกลับไปยังมิติภพภารตะของตนทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #16 panchali (@Supiraya_Yok) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 10:23

    บิ๊กบอสเค้ามาแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


    #16
    0