ตอนที่ 20 : Form a Band

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 19
Form a Band

อีกด้านนึงทางมิติภพโอลิมปัส


“ ข้าก็ไม่อยากจะทำยังงี้หรอกนะเฮีย แต่นี้มันเป็นเรื่องระหว่างมิติภพ ” สีหน้าที่ดูเขร่งขรึม และน้ำเสียงที่ดูจริงจังของราชันย์แห่งทวยเทพ ทำเอาราชันย์ยมโลกที่นั่งคุยผ่านเฟซไทม์ถึงกับพยักหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย


เมื่อการสนทนาสิ้นสุด ฮาเดสก็ปิดหน้าจอโปร่งแสงลง นับตั้งแต่ที่ข่าวการปะทะกันระหว่างสองเทพเจ้าแพร่สะพัดออกไป สถานการณ์ระหว่างสองมิติภพก็ดูท่าจะยิ่งบานปลายขึ้นทุกขณะ แม้ซุสจะเห็นแก่หน้าพี่ชายเพียงใด แต่ด้วยหน้าที่ของประมุขเหล่าทวยเทพที่ต้องแบกหน้ารับทุกความสัมพันธ์ของทุกมิติภพเอาไว้ ซุสจึงออกคำสั่งให้ราชันย์แห่งยมโลกฮาเดสอยู่ปฏิบัติงานเฉพาะในอาณาเขตของตนเท่านั้น ห้ามขึ้นไปก้าวก่ายหรือไปมาหาสู่ยังมิติภพใดโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นเขาอาจจะต้องส่งพี่ชายไปรับโทษทัณฑ์ยังตรุทาร์ทารัส เพื่อไม่ให้ทวยเทพองค์อื่นๆเอาเป็นเยี่ยงอย่าง


เพอร์ซิโฟเน่เห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดผิดแผกไปจากเดิมของเขา ก็ตรงรี่มาหาราชันย์ยมโลกทันที


เป็นอะไรหรือเปล่าดิส? ”


ไม่มีอะไรหรอกพิน่า ฮาเดสรีบปฏิเสธตามฟอร์ม ก็แค่รู้สึกโหวงๆยังไงไม่รู้


กังวลเรื่องพาราไดซ์ มิวสิค อวอร์ดซินะ เทพีเอ่ยอย่างรู้ทัน แต่ยังไม่ทันที่ฮาเดสจะเอ่ยอะไร เจ้ากระรอกราตาโทสค์ก็พุ่งมาหาพวกเขาทั้งสองอย่างรวดเร็ว


เพอร์ซิโฟเน่อุ้มมันขึ้นมาด้วยความเอ็นดู ในขณะที่ฮาเดสค่อนข้างจะระแวงกระรอกมหาปะลัยตัวนี้อยู่ไม่น้อย


ก็แหงล่ะซิ! ก็เพราะมันไม่ใช่เหรอที่โลกิแกล้งส่งมาให้ชายาของเขา จนแม่เจ้าประคุณพาตรีเทพีมนุษย์เมียสุดโหดบุกไปกระทืบผัวถึงมิติภพแอสการ์ด


จากเรื่องเมียกระทืบผัวกลางงานเลี้ยง ลามไปเป็นสงครามระหว่างสองมิติภพได้ยังไงก็ไม่รู้


เพอร์ซิโฟเน่พูดคุยกับราตาโทสค์อยู่คำสองคำ ก่อนที่จะหันมาคุยกับฮาเดสด้วยหน้าตากังวล


ราตาโทสค์บอกว่าโลกิอยากจะขอพบท่านโดยด่วน


เหอะ! ” ฮาเดสเค้นเสียงออกมาอย่างเย้ยหยัน ไม่ต้องมาลูกไม้อะไรกับข้าเลยไอ้โลกิ ข้าเองก็ถูกซุสสั่งให้อยู่แต่ในยมโลกแบบนี้ ออกไปไหนไม่ได้หรอก ประเดี๋ยวจะถูกคาดโทษเอาได้ บอกมันไปยังงี้พิน่า


เพอร์ซิโฟเน่ถ่ายทอดคำพูดของฮาเดสให้ราตาโทสค์รู้ ก่อนที่จะถ่ายทอดคำพูดของกระรอกกลับมาให้สวามี


แต่โลกิกับเฟรย์มารออยู่ที่อุทยานหน้าวังแล้วนะ


หะ!! ” ฮาเดสถึงกับลุกพรวดจากบัลลังก์ทันควัน เล่นกันยังงี้เลยเหรอ เทพจากแอสการ์ด!!


ว่าแล้วราชันย์ยมโลกก็หยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมทำมาดเท่ พร้อมสาวเท้าออกจากวังไปพร้อมชายา และกระรอกน้อยในมือ (รุกขชาติอิกดราซิลคงจะว่างเว้นคนปืนป่ายสักพัก)


อุทยานอาณาจักรยมโลกของฮาเดสนั้นประดับประดาด้วยต้นไม้ ดอกไม้ ผลไม้ที่ทำมาจากอัญมณีมีค่านานัปการ ต้นทับทิมที่แตกกิ่งก้านออกมาเป็นผลทับทิมเปล่งปลั่ง เม็ดทับทิมนั้นก็คือพลอยสีแดงจำนวนมากที่เปล่งประกายระยิบระยับ ด้านดอกไม้ก็เป็นดอกไม้เรืองแสงสุดสะพรั่ง กิ่งก้านใบล้วนทำมาจากแร่ธาตุมีค่าทั้งหลายบนโลกทั้งแพลตตินั่ม ไวเบรเนียม หรืออดาแมนเทียม (เดี๋ยวๆ)


ที่นั้นเองที่สองทวยเทพจากแอสการ์ดกำลังยืนกอดอกพิงต้นไม้ราวกับกำลังถ่ายทำมิวสิควีดีโอ


ฮาเดสเอ่ยด้วยเสียงเรียบเฉย ในขณะที่เพอร์ซิโฟเน่ยังคงอุ้มราตาโทสค์ด้วยความพิสมัย


มาที่นี่ทำไม! ”


โลกิแย้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะใช้มธุรสวาจาเจรจากับราชันย์ยมโลก


เพื่อเสนอแนะอะไรบางอย่างกับเจ้านะซิเพื่อนรัก


ครั้งที่แล้วที่เจ้าพูดแบบนี้แล้วผลมันออกมาเป็นยังไงล่ะ! ”


แหม่ๆ แต่คราวนี้มันจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีกแน่ 


“ เฟรย์ เจ้ายืนเงียบมาหลายตอนแล้ว พูดอะไรมั้งซิ อย่างไอ้ธอร์บังคับข้ามา หรืออะไรก็ว่าไป ” ฮาเดสรีบหาแนวร่วมนั้นคือเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่ยืนอมพะนำมาหลายตอนแล้ว


“ ขอโทษนะครับคุณดิส พอดีตอนที่ธอร์ถูกนำตัวไปขังนั้น ทำให้ข้าตรัสรู้ถึงสัจธรรมบางอย่าง 


“ สัจธรรม? 


“ ใช่ครับ เพื่อนกันยังไงก็ไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว แม้เพื่อนคนนั้นจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม 


แต่หัวหน้าวงของพวกเจ้าทั้งหัวร้อน ทั้งห่าม เอาแต่ใจตนเองซะขนาดนั้น ใครได้ร่วมงานก็ต้องเอือมระอากันทุกราย! ” ฮาเดสรีบงัดไม้เด็ด นำหัวหน้าวงที่รอแร่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตที่เป็นอมตะมาอ้าง (เพราะดูท่าโอดินจะยังคงเคืองเรื่องนี้อีกนาน)


ก็จริง ป่านนี้ธอร์คงได้รับบทเรียนที่สาสมแล้วล่ะมั้ง มันผ่านมาตั้งหลายอาทิตย์แล้วนิ แต่ยังไงก็ตามเจ้าคงจะไม่ทิ้งโอกาสที่ได้กลับไปยังพาราไดซ์ มิวสิค อวอร์ดนี้หลุดลอยไปหรอกนะ จริงมั้ยฮาเดส? 


คำคำเดียวทำเอาฮาเดสถึงชะงัก ก็จริงของโลกิ ตอนที่ธอร์ชักชวน (กึ่งบังคับ) ให้เขามาเป็นเทรนเนอร์ให้วงธอร์แอนด์เฟรนด์ ใจของฮาเดสก็ล่องลอยไปถึงเวทีที่เคยได้ไปเหยียบ แต่ไม่มีโอกาสไปถึงจุดสูงสุด พาราไดซ์ มิวสิค อวอร์ด เขาจึงทุ่มเทความรู้และความสามารถทั้งหมดที่มีเพื่อดันให้วงธอร์แอนด์เฟรนด์สามารถไต่เต้าขึ้นไปสู่มิติภพโอลิมปัสที่เขาไม่สามารถจะโบยบินขึ้นไปได้


อา แค่ได้นึกถึงการประกวดพาราไดซ์ มิวสิก อวอร์ด ใจของฮาเดสก็รู้สึกตื้นตันยังไงไม่รู้


เพอร์ซิโฟเน่เห็นอาการเวอร์วังของสวามีก็รีบเอ่ยออกมาด้วยความหมั่นไส้


จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ เหลือเวลาอีกเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์ก็เข้าสู่การแข่งขันรอบชาเล้นท์แล้ว


คำพูดของชายาไปสะกิดต่อมความคิดของฮาเดสขึ้นมา


ใช่แล้ว แม้จะสอบถามเฟรย์ทำให้รู้ว่าสมาชิกวงธอร์แอนด์เฟรนด์ต่างไม่มีใครเต็มใจที่จะขึ้นเวที (โดนธอร์บังคับล้วนๆ) อยู่แล้วก็ตาม แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ฮาเดสกังวลอะไร


คนที่เล่นดนตรีมานาน พอไม่ได้จับอะไรมันก็จะต้องรู้สึกผูกผันกับมันขึ้นมาบ้างล่ะหน่า


แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือจะทำยังไงถึงจะช่วยธอร์ออกมาจากคุกใต้ดินได้!

จะทำยังไงถึงจะเกลี่ยกล่อมให้เทียร์กลับมาร่วมเล่นดนตรีอีกครั้ง!

จะทำยังไงที่จะไม่ให้โอดินหรือซุสล่วงรู้!

ไหนจะทำยังไงที่จะประคับประคองสถานการณ์ระหว่างสองมิติภพที่เริ่มจะลุกลานจนจะกลายเป็นอภิมหาสงครามขึ้นทุกที!

โว้ย!! แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว!!!


เพอร์ซิโฟเน่เห็นอาการเวอร์วังของสวามีอีกครั้งก็รีบขัดขึ้นมา


ใช้แผนการของข้าดีไหมล่ะดิส 


.......................................................................................


ที่คุกใต้ดินแอสการ์ด เหล่าทหารจากวัลฮัลลายังคงเฝ้ารักษาการณ์อย่างแข็งขัน


โลกิที่ยืนอยู่หน้าประตูคุกอยู่นานก็กระแอมไอขึ้นเบาๆ เมื่อทหารยามเห็นโลกิก็ตรงรี่มาหาด้วยท่าทีขึงขัน


“ เทพบิดรมีคำสั่งห้ามผู้ใดลงมาเยี่ยมท่านธอร์โดยเด็ดขาด ”


แม้จะถูกหอกจำนวนมากชี้มาทางตัว แต่โลกิก็หาได้แสดงความกังวลออกมาเลยไม่


“ รู้แล้วๆ พวกเจ้าทำงานสมเงินเดือนดีมาก ข้าขอนับถือเลย ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ว่าจะเอาของฝากมาให้ แต่ดูพวกเจ้าทำซิ แหม่ๆ ข้าเสียใจนะที่พวกเจ้ามาหักหาญน้ำใจกันแบบนี้ ”


“ ลูกไม้ตื้นๆ พวกเรามองออกตั้งแต่มหาสงครามแร๊กนาร๊อคแล้ว! ” ว่าแล้ว ทหารยามก็เดินถือหอกเข้ามาหาโลกิอย่างช้า จนจอมกะล่อนแห่งแอสการ์ดต้องค่อยๆถอยหลังทีละนิดๆ


“ ว้า! กะไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้ เอาเลย! ” โลกิตะโกนออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทันใดนั้น เหล่าทหารยามทั้งหลายก็คล้ายถูกโจมตีจากด้านหลัง พวกเขาพยายามจะตอบโต้ทุกวิถีทางก็เพียงฟาดฟันอาวุธไปกับอากาศธาตุ ทหารยามหลายรายถูกฟาดจนสลบ บ้างก็ถูกแตะขา บ้างก็ถูกเหวี่ยง บ้างก็ถูกดาบที่ไม่มีคนถือฟาดฟันจนทหารยามหลายรายแตกกระเจิงหนีกันอย่างไม่เป็นท่า


ฮาเดสถอดหมวกแห่งความมืดออกมา ในขณะที่เฟรย์ร่ายคาถาเก็บดาบของตนกลับเข้าสู่ฝัก ก่อนที่เทพเจ้าทั้งสามจะรีบวิ่งลงไปยังคุกใต้ดินที่ขังธอร์ทันทีก่อนที่ทหารยามชุดใหม่จะมา


“ นั้นไงตรงนั้น ” เฟรย์ชี้ไปยังที่กักขังธอร์ ทั้งสามก็รีบวิ่งไปหาเทพเจ้าสายฟ้าทันที


ธอร์ที่ตอนนี้หมดความซ่า ความอหังกาลงมามาก มือทั้งสองข้างของเทพเจ้าถูกพันธนาการด้วยตรวนอาคมอย่างแน่นหนา จากการถูกพันธนาการมาเกือบสามอาทิตย์ ใบหน้าที่เซอๆยิ่งดูโทรมลงไปมาก ดวงตาของเทพสายฟ้าเมื่อเห็นโลกิกับเฟรย์ก็แววโรจน์ออกมาคล้ายคนมีความหวัง


โลกิรีบใช้กุญแจที่ขโมยมาจากผู้คุมเปิดประตูและปลดตรวนอาคมของธอร์ออกทันที


“ เร็วเข้า เราต้องรีบไปกันแล้ว ” เฟรย์เอ่ยพลางชำเลืองซ้ายขวาอย่างระแวง


“ อืม ” ธอร์กล่าวสั้นๆ สายตายังคงมองฮาเดสด้วยความอาฆาต ซึ่งฮาเดสก็สวนกลับด้วยสายตาที่เย็นชา


บรรยากาศมาคุเริ่มกลับมาอีกครั้ง


“ เอาไว้คุยกันทีหลัง เราต้องรีบออกไปจากที่นี่โดยด่วน ” โลกิรีบตัดบทก่อนที่จะได้เห็นการปะทะระหว่างเทพทั้งสองอีกครั้ง


เทพเจ้าทั้งสี่ต่างรีบวิ่งขึ้นมายังปราสาทโอดินทันทีเพราะทันทีที่เข้ามาสู่อาณาเขตแอสการ์ดแล้ว เหล่าทวยเทพจะไม่สามารถวาร์ปไปไหนมาไหนได้เนื่องด้วยโอดินได้กำกับอักษรรูนเอาไว้ จะวาร์ปได้ก็ต่อเมื่อไปถึงยังสะพานไบฟรอสต์เท่านั้น ซึ่งที่นั่นมีไฮล์มดัล เทพอารักษ์ผู้เป็นหูตาของโอดินเฝ้าอยู่


และข่าวการมาเยือนแอสการ์ดของราชันย์ยมโลกฮาเดสก็คงไปถึงหูของเทพบิดรแล้วล่ะมั้ง....


“ ถ้าป๋ารู้เรื่องนี้พวกเราจะซวยกันหมดแน่ ” เฟรย์บ่นอุบอิบ ซึ่งมันก็เป็นจริง!


ทั้งสี่แทบชะงักเมื่อมีร่างที่สูงใหญ่ยืนขว้างทาง เชี่ย!! พูดถึงโอดิน โอดินก็มา


“ จะรีบไปไหนกันหรือ หา! ”


ว่าพลางขยับหอกกุงเนียร์เล็กน้อยเป็นเชิงยั่ว ครั้นสายตาของเทพบิดรเหลือบมาเห็นฮาเดส ก็แทบแสยะยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย


“ อืม ช่างเป็นเกียรติกับข้ายิ่งนักที่ราชันย์ยมโลกฮาเดสมาเยี่ยมเยียนแอสการ์ดของข้าด้วยตัวเองเช่นนี้ ”


“ เป็นเกียรติของข้าเช่นกันโอดิน ” ฮาเดสเอ่ยอย่างระมัดระวัง ขณะค่อยๆขยับหมวกแห่งความมืดช้าๆ “ โอดิน ท่านฟังข้านะ ยิ่งท่านทำแบบนี้มีแต่จะทำให้สถานการณ์ดูแย่ลงเท่านั้น ”


โอดินไม่ตอบอะไร แต่ทันใดนั้น ประตูท้องพระโรงก็เปิดออก เทพจากแอสการ์ดและโอลิมปัสต่างหันไปมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญกันเป็นแถบ ร่างร่างหนึ่งตรงหรี่มาทางนี้พร้อมด้วยความตกตะลึงของเหล่าทวยเทพทั้งหลาย


ซุส ราชันย์ทวยเทพจากโอลิมปัสมาถึงที่นี่เองเลยเว้ยเฮ้ย! แถมที่ถือมานั้นมันคืออสุนีบาตที่ทรงพลานุภาพใช่ไหม!


“ แหม่ๆ โอดินไม่ได้เจอะเจอกันนาน ท่านยังคงฟิตเปรี๊ยะยังกับติดเทอร์โบเหมือนเดิมเลยนะ ”


“ ท่านมาที่นี่ทำไมซุส! ”


ซุสยักไหล่อย่างไม่ยี่หระใดใดที่คำพูดของราชันย์แห่งทวยเทพของแอสการ์ด


“ เพื่อมายื่นข้อเสนอนะซิ เรามายื่นหมูยื่นแมวกันดีกว่าไหมท่านโอดิน มิติภพของเราจะนำเทพเจ้าของท่านไป.. ทั้งหมดเท่าไหร่นะ หนึ่ง สอง สาม สี่ สี่องค์! แลกกับการที่พวกเราเหล่าทวยเทพแห่งโอลิมเปียนจะมาอยู่เป็นหลักประกันที่นี่ถึงสี่องค์ แต่ในระหว่างที่พวกเราอยู่ที่นี่ ท่านห้ามทำอะไรเชลยที่น่าสงสารนี้โดยเด็ดขาด แต่ถ้าเป็นการเลี้ยงดูปูเสื่อก็คงจะดีมาก ถ้าไม่ยังงั้น เงื่อนไขของเราก็ถือเป็นโมฆะไป และเราจะได้เปิดศึกกันเต็มรูปแบบแน่! ”


“ คิดว่าพวกปฐมเทพจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นเหรอ! ”


“ ตอนนี้พวกปฐมเทพเข้าสู่นิราศเรียบร้อยแล้ว กว่าจะตื่น ถึงตอนนั้นพวกเราก็คงสะสางเรื่องของเราเสร็จสรรพแต่ด้วยโดยดีแล้วล่ะท่าน! ” ว่าพลาง อสุนีบาตในมือของซุสยิ่งเปล่าประกายเจิดจ้าออกมา


โอดินลูบเคราอย่างพิจารณาก่อนที่เอ่ยว่า “ มิติภพของท่านคงจะเอาตัวของธอร์ โลกิ เฟรย์และเทียร์ไปซินะ ถ้ายังงั้นมิติภพของข้าก็ขอตัวท่าน โพไซดอน เฮสเทียแล้วก็ฮาเดสด้วยล่ะกัน!! ”


ฮาเดสกับซุสถึงกับตะลึง สองพี่น้องหันมาประสานสายตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ฮาเดสจะกระแอมไอออกมาเบาๆ


“ ตกลง! ”


“ ไม่ตกลง! ” โลกิสวนกลับทันที “ ป๋า พวกเราทั้งสี่จะไปประกวดพาราไดซ์ มิวสิค อวอร์ดรอบต่อไปนะ แล้วฮาเดสก็มีความสำคัญกับวงของเราเป็นอย่างมาก 


“ แต่ดูท่าวงหน้าวงของพวกเจ้าคงจะไม่คิดอย่างงั้นหรอกมััง ” ฮาเดสเอ่ยลอยๆ ทำเอาโลกิกับเฟรย์ต่างหันมามองธอร์กันเป็นแทบ


“ ธอร์... พูดอะไรสักอย่างหน่อยซิ ” แม้โลกิจะรบเร้า แต่เทพสายฟ้าก็ยังคงยืนนิ่งไม่ปริปากอะไรออกมา


ทันใดนั้นเอง ก็มีวัตถุทรงกลมจำนวนมากกลิ้งมายังท้องพระโรงแอสการ์ด ก่อนที่มันจะระเบิดออกเป็นม่านควันเข้าปกคลุมสุดแน่นหนา เหล่าเทพเจ้าแอสการ์ดต่างขยับอาวุธเตรียมทำศึกทุกขณะ ในขณะที่เทพเจ้าโอลิมปัส...


“ จังหวะนี้แหละ เอาเลย! ”


เพอร์ซิโฟเน่ให้สัญญาณผ่านม่านควัน ทันใดนั้นท้องพระโรงก็เกิดการสั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เหล่าเทพเจ้าซวนเซได้ ภายใต้ม่านหมอกได้บังเกิดเปลวไฟจำนวนมากขึ้นมาเพียงพอที่จะส่องสว่างไปตามทาง เมื่อครั้นม่านควันเริ่มจางลง โอดินกลับพบแต่เพียงสี่ทวยเทพจากมิติภพโอลิมปัสเท่านั้น


ซุส โพไซดอน เฮสเทีย และเพอร์ซิโฟเน่!


เทพบิดรทราบแผนการแสนเจ้าเล่ห์ของพวกโอลิมเปียนตั้งนานแล้ว ตอนที่ฮาเดสพาเทพเจ้าทั้งสามมายังท้องพระโรงของตน เพื่อเปิดโอกาสให้ซุสปรากฏตัวมายื่นข้อเสนอบ้าบอคอแตก โอดินที่ทราบอยู่แล้วจากการดื่มน้ำพุแห่งปัญญาก็เออออขอตัวเฮสเทียกับสามมหาเทพมาเพื่อให้สมาชิกวง ธอร์แอนด์เฟรนด์’ พยายามโต้เถียงกันว่าฮาเดสต่างหากที่เป็นฟันเฟืองทำให้วงพุ่งทะยานไปได้ 


แต่ก็เป็นไปตามคาดที่โอดินคาด สถานการณ์ระหว่างเทพเจ้าทั้งสองยังคงตึงๆใส่กันอยู่ เทพโอลิมปัสจึงต้องใช้แผนสอง อาศัยจังหวะชุลมุน เพอร์ซิโฟเน่ที่แอบอยู่ก็ส่งระเบิดควันจำนวนมากที่ให้เฮเฟสตัสประดิษฐ์จากต้นไม้พ่นควัน ก่อนที่นางจะให้โพไซดอนบันดาลแผ่นดินไหวขนาดย่อมที่เพียงพอจะทำให้เหล่าเทพเสียหลัก แล้วเปิดโอกาสให้เฮยเทียสร้างเปลวไฟขึ้นมาส่องสว่างตามทาง ฮาเดสรีบสวมหมวกแห่งความมืดไล่ต้อนโลกิ เฟรย์และธอร์ให้ไปตามทางเปลวไฟ


เหลือเทพเจ้าโอลิมปัสทั้งสี่เป็นหลักประกันตามที่ได้สัญญาไว้


ตอนนี้เหลือเพียงแค่การไปเกลี่ยกล่อมเทียร์ให้กลับมาร่วมวง ธอร์แอนด์เฟรนด์’ อีกครั้งหนึ่ง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #14 woragun36308 (@woragun36308) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 17:36
    นี่สินะผลของการเจอแอคของไรท์เมื่อวาน
    #14
    0