ตอนที่ 13 : คู่ปรับฟ้าประทาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 78
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 12
คู่ปรับฟ้าประทาน

     รั้นหนึ่งนานมาแล้ว...

     ณ ดินแดนอันไกลพ้น มีก้อนหินขนาดมหึมาก้อนหนึ่งได้รับแสงตะวันจันทรามาเป็นเวลาช้านาน จนกระทั่งวันหนึ่ง ก้อนหินนั้นได้แตกกระจายออกมาจนแผ่นฟ้าสะท้าน แผ่นดินสะเทือน ก่อกำเนิดพญาวานรตัวหนึ่งที่ทะยานออกมา

     เมื่อพญาวานรถือกำเนิดขึ้นมา มันก็ได้ออกอาละวาดไปทั่วทั้งพิภพ บุกวังบาดาลไปชิงเสาค้ำสมุทรที่ทะเลตงไห่ ลงไปนรกเพื่อแก้ไขบัญชีเกิดตาย สร้างความปั่นป่วนจนเง็กเซียนฮ่องเต้ต้องปวดเศียรเวียนเกล้า  แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อมันทราบข่าวว่าพญารากษสราวณะได้ลักพาตัวนางสีดาไปขังยังกรุงลงกา วานรเผือกที่จงรักและเทิดทูนนายไว้เหนือศิระ ก็ได้ขันอาสาศรีรามผู้เป็นนาย ร่วมออกเดินทางตามหาดราก้อนบอลทั้งเจ็ดเพื่อที่จะขอพรกับเทพเจ้ามังกร…


“ เชี่ยอะไรวะเนี่ยยยยย!!!! ”


เสียงคำรามอย่างเดือดดาลพร้อมด้วยเสียงฉีกกระดาษที่เคียดแค้นดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ


พญาวานรขนสีน้ำตาลจับจ้องเศษซากกระดาษเมื่อตะกี้ด้วยสายตาที่เคืองขุ่น 


ชะชะ ไอ้คนเขียนนี้มันอยากตายมากนักหรือไง ถึงได้เอาเรื่องราวของซุนหงอคงไปแปดเปื้อนกับไอ้ลิงเผือกเส็งเคร็งตัวนั้นได้


ฉีเทียนต้าเซิ่ง ผู้สยบดินฟ้าเดินกระฟัดกระเฟียดออกจากตำหนักด้วยความหงุดหงิด รูปลักษณ์ของราชาวานรนั้นปราดเปรียวว่องไวราวกับเสือดาว ใบหน้าหล่อเหลาแบบเถื่อนๆ สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีแดงเข้มทับเสื้อยืดสีเหลืองอมน้ำตาล กางเกงสีม่วงเข้มคาดเข็มขัดหนังสีดำที่หัวเข็มขัดทำมาจากเงินสุดแวววาวสลักคำว่า Monkey King รองเท้าทหาร มือทั้งสองข้างสวมถุงมือหนังสีดำเปลือยนิ้วที่วาดลวดลายเอาไว้อย่างวิจิตรพิสดาร


โชคดียังที่ตอนนี้เขาได้เป็นเทพเจ้าหลังเสร็จภารกิจอัญเชิญพระไตรปิฎกเรียบร้อยแล้ว (ความจริงเขาควรได้เป็นถึงอรหันต์ แต่เรื่องมันยาว…) ทำให้บนศีรษะของฉีเทียนต้าเซิ่งไม่มีรัดเกล้ามาคอยควบคุมอารมณ์อันเกรี้ยวกราดของเขาอีกต่อไป 


(อรหันต์คือผู้ที่สามารถตัดกิเลสทั้งหมดออกไปได้แล้ว แต่เรื่องนี้เต็มไปด้วยเหล่าทวยเทพที่มักมากด้วยกิเลสและตัณหา จะให้เอาอรหันต์มาเกี่ยวข้องกับเรื่องคาวโลกีย์อย่างนี้ได้อย่างไร)


และด้วยอารมณ์อันร้อนแรงของราชาวานรนี้เอง ทำให้ประสาทสัมผัสและเนตรทิพย์อัคคีของเขาไม่อาจตรวจจับเงาลึกลับสองตนที่ยืนจับจ้องตั้งแต่ตอนส่งมอบจดหมายเฮงซวยนั้นไปให้จนถึงตอนที่ซุนหงอคงเดินหงุดหงิดออกมา


“ อา นี่นะหรือฉีเทียนต้าเซิ่ง ผู้ยิ่งใหญ่เสมอดินฟ้า ซุนหงอคง..... บัดนี้มาอยู่ตรงหน้าของเราแล้ว ” ปีศาจแคระเอ่ยอย่างสาแก่ใจ “ จะให้ข้าไปจับตัวมันมาเลยดีไหมขอรับ ไต้อ๋องเขาเงิน ”


ปีศาจเขาเงินกลับยกมือห้ามเอาไว้ “ อย่าพึ่งวู่วามซิอติพละ เรารอให้เจ้าลิงนั้นนำเราไปหาเจ้าลิงเผือกก่อนเถอะ ”


ปีศาจแคระได้ยินเช่นนั้นก็เปล่งเสียงหัวเราะสุดเล็กแหลมออกมา ก่อนที่ร่างของปีศาจทั้งสองจะสลายเป็นควันจากไปอย่างรวดเร็ว


ซุนหงอคงเดินอารมณ์เสียจากมิติภพตนเองจนไปถึงโลกมนุษย์ กระทั่งไปหยุดอยู่ที่โรงหนังแห่งหนึ่งที่กำลังฉายหนังประเภทซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องหนึ่งอยู่ ราชาวานรจึงตัดสินใจตีตั๋วเข้าไปดูระบายอารมณ์ทันที


ตั้งแต่ที่หนังฉาย ฉากแอคชั่นตูมตามก็ประเคนมาให้อย่างไม่ยั้ง ตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่หลายต่อหลายตัวเข้าโรมรันพันตูกับเหล่าร้ายอย่างอุตลุด ทำเอาลูกผู้ชายอย่างซุนหงอคงถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความปลื้มปิติออกมาไม่น้อย


“ เฮ้ย เจ้านั่นนะ ” เสียงหนึ่งดังลั่นมาทางด้านหลังของราชาวานร “ จะร้องไห้หาพระแสงปืนเลเซอร์อะไรกันฟ่ะ เบิ่งหนังไม่เป็นสับปะรดเลยเฟ้ย หนังมันก็ไม่ใช่ออกมาดีเลิศประเสริฐศรีอะไรเลย จะจริงจังไปถึงไหนเนี่ย นี่นั่งเครียดจนจะปวดตับอยู่แล้วนะ หนังบ้าอะไรก็ไม่รู้โคตรดาร์กเลย ”


เมื่อถูกลูบคมฮีโร่ที่ตนเองชอบเช่นนี้ มีหรือที่ฉีเทียนต้าเซิ่งจะยอม ซุนหงอคงตวัดสายตาอำมหิตมายังผู้บังอาจมาท้าทายด้วยความเคืองขุ่น แต่ทันทีที่สายตาของราชาวานรหันมาประสานสายตากับตัวต้นเหตุ เพลิงโทสะก็ลุกโชนขึ้นมาทันที


“ แก!! ”

“ เจ้า!! ”

“ มึง!! ” เสียงทั้งสองดังลั่นออกมาแทบจะพร้อมเพรียงกัน ทำเอาทุกคนในโรงหนัง รวมทั้งปีศาจเขาเงินกับอติพละหันไปมองเป็นทางเดียวกันทันที


หนุมานฉีกยิ้มฝืนๆออกมาทันทีที่ได้พบกับซุนหงอคง “ นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้พวกติ่งขี้แยนี้เอง เฮ้ย! ค่ายของเอ็งนะหรือจะมาสู้กับค่ายของข้าได้ แค่ให้เด็กดูเด็กมันยังหาวเลย ”


ซุนหงอคงรีบสวนวาจาเชือดเฉือนใส่ฝ่ายตรงข้ามทันที “ อย่างน้อยหนังค่ายข้าก็สามารถรวมตัวละครไว้ในเรื่องเดียวกันได้ไวมาก ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งตามดูหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้เหมือนค่ายของเอ็งล่ะวะ ”


“ แหม่ๆ แต่อย่างน้อย ค่ายของข้าก็วางแผนไว้ตั้งหลายปีเลยนะเว้ย ไม่เหมือนค่ายของเอ็งหรอก เอะอะก็ยัดเยียดตัวละครออกมาเลย นี่ถ้าไม่ติดตามคอมิกส์ดีๆ ตูก็งงตาแตกล่ะฟ่ะ แถมค่ายของข้าก็ไม่มีตัวละครที่ตีกันแทบตาย แล้วสุดท้ายกลับมาคืนดีกันเพียงเพราะเหตุผลโง่ๆอย่างรู้ว่ามีแม่ชื่อเดียวกันหรอกนะ ” 


“ เปร้ง! ยกที่หนึ่ง มีคนจี้ใจดำเว้ยเฮ้ย ทำไม จะวัดกันเลยไหมไอ้ลิงเผือก!! ” ซุนหงอคงไม่ว่าเปล่า พลางถลกแขนเสื้อเตรียมจะวางมวยกับหนุมานอยู่รอมร่อ


หนุมานเองก็ตั้งท่ามวยเตรียมเอาไว้แล้วเหมือนกัน “ เข้ามาซิฟ่ะไอ้ลิงกัง!! ”


“ เฮ้ย พวกมึงสองคนอ่ะ! อย่ามาส่งเสียงดังกลางโรงหนังซิเฟ้ย ชาวบ้านชาวช่องเขาเดือดร้อนกัน!! ” 

“ ดูหนังไม่รู้เรื่องหมดแล้ว!! ” 

“ ไอ้พวกไร้การศึกษา!! ” 

“ น่ากระทืบจริงๆไอ้พวกนี้!! ” 


เสียงประชาชีจำนวนมากโวยวายขึ้นมา พร้อมผุดลุกขึ้นมาแวดล้อมวานรเทพทั้งสอง ปีศาจเขาเงินเห็นว่าเหตุการณ์มันผิดแผกไปจากเดิมก็รีบโพลงออกมาทันที


“ ทุกท่านครับ เรามาดูหนังกันอย่างสันติดีกว่านะครับ ดูโน้นซิ เอ็นเดรดิตออกมาแล้ว เดดพูล… ”


ปีศาจเขาเงินพูดไม่ทันจบ อติพละก็รีบปิดปากสหายของตนทันที เพราะว่าสายตามาดร้ายจำนวนมากได้แผ่ซ่านออกมาห้อมล้อมสองปีศาจหมดทุกทิศทาง


“ เดธสโตรก ครับเดธสโตรก อย่าไปสนใจเพื่อนผมเลยครับ เพื่อนผมมันบ้า!! ”


แต่ก็ไม่ทันการณ์แล้ว เมื่อบาทาความเร็วสูงอันหนึ่งตวัดขึ้นมาเสยใบหน้าของปีศาจเขาเงินให้ลงกองไปกับพื้น เมื่อมีคนเปิด จะพร้อมจะมีคนตาม เหล่ามวลมหาบาทาจำนวนมากทำการบาทุกรรมปีศาจเขาเงินซะอ่วมอรทัย โทษฐานบังอาจเรียกชื่อตัวละครวายร้ายที่พวกเขารักเป็นตัวละครสุดเกรียนจากอีกค่ายหนึ่ง


เปิดจังหวะให้ซุนหงอคงรีบชิ่งออกจากโรงหนังไปทันที


.......................................................................................


// เวรเอ้ย! มาเจอเจ้านั่นจนได้ //


ราชาวานรนึกในใจพลางเสกบุหรี่ขึ้นมาสูบคลายเครียด ในขณะที่เดินทอดน่องไปตามทาง สายตาของฉีเทียนต้าเซิ่งก็พลันเหลือบเห็นบาร์แห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า สมองของเขาก็โลดแล่นไปหาเบียร์เย็นๆสักแก้วสองแก้ว


// ไปจิบเบียร์ให้สบายๆอุราหน่อยดีกว่า //


ว่าแล้ว ฉีเทียนต้าเซิ่งก็ตรงหรี่เข้าบาร์แห่งนั้นไปในทันที ราชาวานรสั่งเบียร์มาแก้วหนึ่ง พลางนั่งชิลๆดูการแข่งขันฟุตบอลที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดผ่านหน้าจอทีวีที่ตั้งอยู่ไม่ไกล และแล้วสมองของเขาก็พลันฉุกคิดได้ถึงเรื่องเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้


// ตายละหวา วันนี้มันวันแดงเดือดนิหวา!! //


ว่าแล้ว สายตาของซุนหงอคงก็จับจ้องไปยังการแข่งขันฟุตบอลอย่างเขม้น ทีมสุดที่รักของเขากำลังวิ่งไล่ลูกบอลของทีมฝ่ายตรงข้ามอย่างเมามัน ซุนหงอคงดูการแข่งขันไปด้วย เชียร์ไปด้วยอย่างเมามันโดยไม่สนใจรอบข้าง บางครั้งที่เขารู้สึกว่านักเตะเล่นไม่ได้ดั่งใจก็ลุกขึ้นมาแหกปากพร้อมทำท่าทางประกอบ การกระทำของเขานอกจากจะรบกวนคนอื่นแล้ว ยังเป็นการล่อตีนของผู้อื่นที่นั่งกระดิกเท้าอยู่ไม่ไกลอีกต่างหาก 


“ เฮ้ยไอ้ไส้แห้งตัวนั้นนะ นั่งอยู่เฉยๆดิ ยืนบังอยู่ได้ ตั้งแต่อยู่โรงหนังแล้วนะ น่ารำคาญซะจริงๆ ” 


ซุนหงอคงที่ดูเหมือนจะพึ่งรู้ตัวก็รีบหันมาขอโทษทันที


“ ต้องขอโทษด้วยนะครับ เอ๊ะ…. ” 


“ เจ้าอีกแล้วเหรอ!! นี่ตามมาราวีข้าถึงที่นี่เชียวหรือ!? ไอ้จิ้งจกแห้ง ” หนุมานคำรามอย่างเหลืออด 


“ ข้าซิต้องถามเจ้ามากกว่า นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย ทำไมข้าจะทำอะไรที่ไหนถึงต้องมาเจอกับลิงเผือกนรกอย่างเจ้าตลอดเวลาอย่างงี้ ”


“ ซุนหงอคง นี่มันจะเกินไปแล้วนะ! ข้าก็มาของข้าดีดี เจ้าซิที่ติดตามข้าไปทุกที่แบบนี้ ”


“ ใครเค้าติดตามลิงกล้ามปูที่กินสเตอรอยด์เป็นอาหารทุกวันอย่างเจ้ากันฟ่ะ!! อย่าพูดให้คนอื่นชวนเข้าใจผิดกันซิเฟ้ย!! ”


“ เรื่องนั้นช่างมันเถอะ!! ” หนุมานรีบตัดบทอย่างไร้เยื้อใย “ โน้น! ทีมข้ายิงทีมเจ้าไปลูกหนึ่งแล้ว ”


เมื่อครั้นซุนหงอคงหันขวับไปดูทีมที่ตัวเองรัก หนุมานก็บรรจงตบหัวราชาวานรซะจนเสียงดังลั่นไปทั้งร้าน


“ หลอกควายสบายใจจัง หลอกกี่ครั้งก็ยังเป็นควาย ฮ่าๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ ”


หนุมานหัวเราะกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างสุดทน ทำเอาซุนหงอคงถึงกับตบโต๊ะดังปังงงง!!!


“ อย่างน้อยทีมของข้าก็เล่นอย่างใสสะอาดล่ะวะ ไม่เหมือนบางทีมหรอก ขอโทษนะ นั้นเขาเรียกว่าเล่นเหรอ ข้าก็นึกว่าไปวิ่งรอบสนามเพื่อเอาสุขภาพซะอีก แหม่! แชมป์เชิ้มห้าสมัยอะไรกันวะ ถุ้ย! เอาแชมป์ว่าวไปก่อนดีกว่าไหม ว่าวมากี่รอบแล้วล่ะ แค่เล่นในบ้านตัวเองแท้ๆยังจะเอาตัวไม่รอดเลยนะ ไอ้ลิงเผือกเอ้ย! ”


หนุมานได้ฟังก็ถึงกับกำหมัดแน่น พลางกัดฟันกรอดพร้อมเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นมาคุกรุ่น


“ ฮึ! ทีมของเอ็งตอนนี้ก็ไม่ได้แชมป์เหมือนกันล่ะวะ แหม่! ไหนบอกว่ามูรินโญ่มาแล้ว พวกเราจะได้แชมป์แล้วไง ถุ้ย! จนป่านนี้แล้วตูก็ยังไม่เห็นทีมของเอ็งได้ชูถ้วยแชมป์เหมือนที่เห่าเอาไว้เลยนะ แถมรู้สึกว่าตอนนี้ทีมของเอ็งจะอยู่ใต้ฝ่าเท้าทีมของข้าอยู่นะ จะพูดจาอะไรก็ให้เกียรติคนที่อยู่ข้างบนบ้างซิ ”


“ ก็ทีมของข้าเก็บแรงไปแตะยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกกันหมดนี่หว่า ”


“ รอเข้ารอบชิงแชมป์ให้เหมือนทีมของข้าก่อนค่อยมาคุยดีกว่าม้าง ”


“ แต่ทีมของมึงก็ไม่ได้เป็นแชมป์ปีนี้ไม่ใช่เหรอ!! ”


“ เปร้ง! ยกที่สอง เก็บปากไว้แตกตอนหน้าหนาวดีกว่าไหม ไอ้เปรตวัดสุทัศน์ ”


“ นี่มันหน้าหนาวแล้วนะ ไอ้ฮัลค์ขนเผือก!! ”


 “ ย้ากกกกกกก!!!! ” ทั้งสองคำรามออกมาอย่างเหลืออด จากการทุ่มเถียงกันอย่างเละเทะ กลับกลายเป็นการต่อสู้กันอย่างเละเทะกันแทน มวลมหาประชาชนในบาร์ต่างเร่งหนีตัวเอารอดกันอย่างจ้าละหวั่น หนุมานระดมหมัดเข้าใส่ซุนหงอคงอย่างไม่ยั้งมือ ในขณะที่ราชาวานรฉีเทียนต้าเซิ่งก็ประเคนเข่าหมัดศอกกลับมาอย่างไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองเข้าโรมรันพันตูกันอย่างดุเดือดจนทั้งบาร์เละเทะ ตามอย่างภาษิตชาวนาเม็กที่ได้กล่าวไว้ว่า ‘รัวหมัดเป็นโกคูกับเบจิต้า’


ผลลัพธ์ก็คือ…เละเทะไม่เป็นท่า


การที่เทพเจ้าสององค์เข้าต่อสู้กันจนแวดล้อมวินาศสันตะโร เพียงเพราะเหตุผลที่ว่าฝ่ายตรงข้ามอวยทีมที่อยู่ฝั่งปรปักษ์กับตนเองนั้น 


ช่างเป็นเหตุผลที่… อืม! มีเหตุผลน่าดูเลยเนอะ


อติพละที่แอบสะกดรอยตามเจ้าลิงสองตัวนั้นมาเห็นการวิวาทกันอุตลุดเช่นนี้ ก็ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา


“ เด็กเอยเด็กน้อย!! ”


แต่ถึงกระนั้น อติพละก็เห็นเป็นโอกาสดีที่จับตัวสองวานรไปตามแผนการที่นายเหนือหัวของมันวางเอาไว้ ซึ่งถ้าไม่ติดที่ปีศาจเขาเงินคู่หูของมันถูกซ้อมจนอ่วมอรทัยอยู่นั้น งานของมันก็คงราบเรียบไปไม่น้อย ปีศาจแคระค่อยๆย่องไปยังใจกลางของการปะทะอันดุเดือดเพื่อเป่ามนตร์สะกดใส่เทพวานรทั้งสอง


แต่แล้ว….


พลั่กกก!!


หมัดขนาดความแรงทะลายภูผาของซุนหงอคงซัดเข้าใส่กรามซ้ายของอติพละเข้าอย่างจัง ปีศาจแคระพยายามจะตั้งสติเพื่อรวบรวมพลังมนตรา แต่ก็ถูก….


พลั่กกก!!


หมัดอัปเปอร์คัตที่ระดมปล่อยออกมาไม่ยั้งของหนุมานซัดเข้าใส่ที่กรามด้านขวา ทำเอาปีศาจแคระผู้เปราะบางถึงกับสลบลงทันที


ทั้งสองหยุดการวิวาทกันเพื่อพักหายใจสักครู่หนึ่ง การต่อสู้เมื่อตะกี้ทำเอาบาร์วินาศสันตะโรไปมาก โดยมีร่างอันน่าสงสารของอติพละนอนสลบอยู่ตรงกลาง


หนุมานยืนหอบพลางมองร่างของอติพละไปพลาง “ อ้าว.... นี่มันอติพละไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ”


ซุนหงอคงที่ยืนหอบอยู่ตรงข้ามก็เอ่ยออกมามั้ง “ จะว่าไป…. ที่โรงหนัง…. ข้าก็เห็นเจ้าปีศาจเขาเงินอยู่เหมือนกัน นี่…. พวกมันสองตน… มาด้วยกัน… เหรอ? ”


“ หรือว่า จะมีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด ”


ซุนหงอคงกัดฟันพร้อมใช้ความคิด แต่แล้ว ควันสีขาวก็แพร่กระจายออกมาทั่วทั้งบาร์ ครั้นสองพญาวานรได้สูดดม จากเรี่ยวแรงที่เริ่มจะอิดโรยเพราะการต่อสู้อย่างดุเดือดโดยไม่มีหยุดพักก็เริ่มอ่อนล้าลงมามาก วานรทั้งสองรู้สึกหนักที่เปลือกตาอย่างไรพิกล ก่อนที่ทั้งซุนหงอคงและหนุมานจะพลันหมดสติไปในทันที


ร่างร่างหนึ่งย่างกรายหามาพวกเขาทั้งสองอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะฮึๆๆในลำคอ


“ ซุนหงอคง ราชาวานรแห่งมิติภพคุนหลุน หนุมาน เทพวานรแห่งมิติภพภารตะ พวกเจ้ารู้อะไรไหม กว่าจะจับตัวพวกเจ้าสองตัวได้เนี่ย เล่นเอาเลือดตาพวกข้าแทบกระเด็นออกมาเลยนะเฟ้ย ยังงี้ท่านราวณะกับท่านราชาปีศาจกระทิงจะต้องพอใจและตกรางวัลอย่างงามให้ข้า อหิราวัณ (ไมยราพ) ผู้นี้เป็นแน่…  ”


ผู้มาใหม่หัวเราะอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะจัดการถูลู่ถูกังเทพวานรทั้งสองกลับไปให้นายของตนคิดบัญชีทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #9 woragun36308 (@woragun36308) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 23:05
    ไปปุบรู้เรื่อง
    #9
    0