ตอนที่ 14 : ลอ...ลิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

บทที่ 13
ลอ...ลิง

องพญาอสูร (หนึ่งรากษส กับหนึ่งปีศาจ) เฝ้ามองการกระทำของสองพญาวานรอย่างระอิดระอาใจ 


ก็จะไม่ให้ระอาได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อเทพวานรทั้งสองกำลังฟัดกันอย่างเอาเป็นเอาตายทั้งที่ๆร่างกายถูกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนาด้วยตรวนอาคมระดับสูง


ไม่ว่าจะตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ใด ไอ้พญาลิงสองตัวนี้ก็ยังคงก่อความวินาศสันตะโลได้ตลอดเวลาอยู่ดี


เสียงทะเลาะกันแว้ดๆตลอดจนเสียงลงไม้ลงมือกันเล็กน้อย (?) ของเทพวานรทั้งสองนั้น ดังกัมปนาทจากห้องคุมขังไปจนถึงห้องบัลลังก์ที่สองพญาอสูรนั่งอยู่ พร้อมกับภาพนิมิตการหยอกล้อฉันมิตรสหาย (??) ที่อหิราวัณฉายให้นายเหนือหัวทั้งสองดู


“ อหิราวัณน้องข้า! ” เสียงทรงพลังอำนาจดังกังวานขึ้นมาพร้อมบรรยากาศที่เย็นยะเยือก “ ตรวนอาคมของเจ้าสามารถพันธนาการพวกมันได้นานเท่าไหร่กัน!! ”


อหิราวัณยักไหล่เป็นเชิงไม่ยี่หระต่ออารมณ์ใดใดของเหล่าผู้รับฟัง “ ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกพี่ท่าน! ตรวนอาคมของข้าจะยังคงอยู่ตราบเท่าที่ท่านยังคงมีความปรารถนาจะสังหารพญาวานรสองตัวนั้น ”


ราวณะแย้มที่มุมปากขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะหุบลงเมื่อเห็นสายตาสุดเกรี้ยวกราดและท่าทีที่ฮึดฮัดของชายอีกคน


“ หนิวโหมวหวัง! ” ราชารากษสเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ “ ดูถ้าท่านจะไม่พอใจกับแผนการของข้านะ ”


เมื่อถูกเรียกชื่อออกมาเช่นนี้ ทำเอาราชาปีศาจหวังหันขวับมาทางราชารากษสด้วยสายตาขุ่นเคือง หนิวโหมวหวัง ราชาปีศาจกระทิงเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ราวกับยักษ์ปักหลั่น กล้ามเนื้อทุกส่วนล่ำสันเป็นมัดๆ ใบหน้าของมันเป็นใบหน้าของกระทิงขี้หงุดหงิดขนสีดำขลับ เขาทั้งสองข้างยาวโค้งงอราวกับคมดาบ มันสวมเสื้อกั๊กเกราะหนังสีดำด้านหลังปักเป็นรูปโลโก้คาราบาวโชว์กล้ามแขนที่ล่ำบึก ในขณะที่สวมกางเกงหนังสีน้ำตาลเข้าชุดมีพู่ตามตะเข็บ คาดเข็มขัดหนังสีดำที่หัวเข็มขัดสลักรูปขวานสองอันวางไขว่กัน และรองเท้าบูทหนังสีดำที่สูงเกือบถึงหน้าแข้ง


ในขณะที่ราวณะมีรูปร่างสูงใหญ่พอๆกับราชาปีศาจกระทิง หากแต่ให้ความรู้สึกปราดเปรียวว่องไวกว่า ดวงตาทั้งสองลุกโชนด้วยพลังของปัญญา ผมเผ้ายาวสลวยถูกรวบเอาไว้เป็นอย่างดี แถมยังไว้หนวดเคราแบบลีโอไนดัส (นึกถึงภาพพี่เจ๋ง บิ๊กแอสไว้...) ราชารากษสแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีดำลวดลายพิสดารทับกับเสื้อยีนแขนยาวสีดำ กางเกงยีนสีดำ และรองเท้าหนังคัทชูสีน้ำตาล 


หนิวโหมวหวังเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด “ เจ้าแห่งกรุงลงกา! ดูถ้าท่านจะต้องทบทวนคำว่า ศักดิ์ศรี’ ใหม่เสียแล้วมั้ง! ”


ราวณะถึงกับหัวเราะให้กับคำพูดของราชาปีศาจกระทิง “ ศอ อะ กอ ด. เด็ก สระอิ การันต์ ศักดิ์ ศอ รอ อี ศรี ศักดิ์ศรี นี่ข้าสะกดให้ท่านฟังต่อหน้าท่านแล้วนะ บ๊ะ! นี่ท่านจะมายึดติดอะไรกับศักดิ์ศรีพวกนี้เล่าหนิวโหมวหวัง ขอเพียงเราจับศัตรูพวกนี้มาได้ ไม่ว่าจะใช้แผนการสกปรกอะไร มันก็คุ้มค่าแล้วไม่ใช่หรือ ”


“ ถ้ายังงั้น... ท่านจะจัดการยังไงกับเชลยทั้งสองนี้ดีล่ะเจ้าแห่งกรุงลงกา! คิดถึงผลที่จะตามมาด้วยล่ะกัน ”


ราวณะนั่งนิ่ง และครุ่นคิดถึงคำถามของราชาปีศาจกระทิง ราชารากษสคิดแต่วิธีจับสองพญาวานรมาเพื่อแก้แค้นเท่านั้น เขาไม่ได้คิดว่าจะจัดการอะไรกับสองพญาวานรนี้ต่อไปดี ราวณะได้แต่นั่งไต่ตรองถึงแผนการร้อยแปดของตนเพราะผลกระทบหลังจากนี้อาจจะรุนแรงและส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างเทพกับอสูรเหมือนอย่างที่ราชาปีศาจกระทิงได้เอ่ยอออกมา


หนิวโหมวหวังเห็นปฏิกริยาของราชารากษสเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาเหมือนผู้ชนะ “ หึๆๆๆ เจ้าแห่งกรุงลงกาผู้มากไปด้วยกลอุบายเช่นท่าน ก็ยังคิดไม่ตกเลยหรือว่าจะทำอย่างไรกับพวกมันดี ”


“ ถ้าท่านคิดได้ ก็ช่วยบอกข้าทีเถิด ”


“ สึด! ” หนิวโหมวหวังสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหงุดหงิด ก่อนที่จะกอดอกใช้ความคิด


“ เอาล่ะ ไหนๆเราก็สามารถจับไอ้วานรสองตัวนี้มาได้แล้ว ข้าว่าเราควรจะเอาพวกมันเป็นเครื่องต่อรองเรียกร้องข้อเสนอในการจัดตั้งสภามารอสูรของเราแก่รามและถังซัมจั๋ง ท่านว่าดีมั้ย? ” 


ราวณะแทบจะทรุดเมื่อได้ยินคำตอบของราชาปีศาจกระทิง ถุ้ย! นี่นะหรือคือความคิดของบอสระดับสูงๆ 


ให้เด็กอนุบาลคิด มันยังมีความคิดดีกว่านี้เลย!!


“ ข้อแรก… ” ราวณะพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้มันเดือดไปมากกว่านี้ “ ตอนนี้ทั้งหนุมาน ซุนหงอคง ราม และถังซัมจั๋งต่างก็มีสถานะเป็นเทพหมดแล้ว ถึงแม้ถังซัมจั๋งจะมีสถานะเป็นถึงอรหันต์ก็ตามที ถ้าขืนพวกเราทำอะไรบุ่มบ่ามล่ะก็ รับรองได้เลยว่าพวกเทพจะต้องหาเรื่องเปิดศึกกับพวกเราอีกเป็นแน่ ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง เรื่องมันก็จะบานปลายใหญ่โตกลายเป็นสงครามระหว่างเทพกับอสูร แล้วพอเรื่องแดงไปถึงสภาปฐมเทพอาวุโสล่ะก็ ชื่อของพวกเราทั้งสองก็คงจะได้ถูกลบหายไปจากประวัติศาสตร์เป็นแน่ เรื่องเงื่อนไขอะไรนั้นก็อย่าหวังเลยว่าจะได้! ข้อที่สอง รามกับถังซัมจั๋งเป็นพวกที่ไม่ค่อยสนใจความเป็นไปบนโลกมนุษย์และมิติภพต่างๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่จะเรียกทั้งสองลงมานั้นเป็นเรื่องที่ยากส์มากๆ แถมตอนนี้พลังของท่านและข้ารวมกันก็ยังไม่อาจจะสู้พลังเทพของทั้งสองได้หรอกนะหนิวโหมวหวัง ข้อที่สาม ท่านคิดว่าสภามารอสูรที่พึ่งก่อตั้งมาเมื่อตะกี้ของเรา… ”


“ ฮ้า! ใช่แล้ว! ” ราชาปีศาจกระทิงลุกพรวดขึ้นมาทันที “ เราจะเปิดประชุมสภามารอสูรกันครั้งแรกที่นี่เลย ที่ถ้ำอันผาสุกของข้า จะได้มาหารือกันเรื่องของไอ้พญาวานรสองตัวนี้ ราวณะ เจ้าช่วยไปตีกลองให้สัญญาณการประชุมที ”


“ มันจะกลายเป็นการเปิดประชุมครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของพวกเรานะซิ  ถ้าไอ้พญาวานรสองตัวนั้นยังอยู่ ” ราวณะบ่นอุบอิบ


“ ไปเปิดเหอะน่า!! ” ราชาปีศาจตวาดขึ้นมาอย่างเหลืออด


ราวณะรู้ดีว่ามันไม่อาจจะคัดค้านความคิดของราชาปีศาจกระทิงได้เลย ก็ได้จำยอมลุกขึ้นตีกลองส่งสัญญาณให้เหล่าหัวหน้าอสูรจากทั่วทุกมิติภพมารวมตัวกันที่ถ้ำของราชาปีศาจกระทิงหนิวโหมวหวังโดยด่วน


.......................................................................................


ขณะเดียวกัน ในส่วนที่ลึกที่สุดของล้ำปีศาจ สองพญาวานรกำลังดวลมวยทั้งๆที่ถูกมัดเอาไว้อย่างเอาเป็นเอาตายส่งเสียงดังลั่นสะเทือนฟ้าสะท้านแผ่นดิน เหล่าลิ่วล้อของราชาปีศาจกระทิงและราวณะต่างมามุงดู พร้อมส่งเสียงเชียร์เฮละโลกันเกรียวกราว และเมื่อการต่อสู้ดำเนินไปถึงจุดๆหนึ่งที่ควรจะพอ ทั้งสองก็หยุดลงเอาเสียดื้อๆ ทำเอาเหล่าบรรดาอสูรมุงทั้งหลายต่างโหฮาออกมาอย่างผิดหวัง ก่อนที่จะสลายตัวจากไปอย่างรวดเร็วเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทันที


หนุมานนั่งหายใจอย่างเหนื่อยหอบพลางจ้องมองมายังซุนหงอคงอย่างเขม้น


“ เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน ไอ้ลิงกัง! ข้าว่าพวกเราสู้กันไปแบบนี้ไม่น่าเวิร์คเท่าไหร่นะ เรามาช่วยกันคิดหาวิธีออกไปจากคุกนรกแห่งนี้ก่อนดีกว่า แล้วค่อยกลับไปสะสางเรื่องของเรากันทีหลัง ”


“ ถูกของเจ้านะไอ้ลิงเผือก เอาล่ะ! เรามาวิเคราะห์สถานการณ์กันก่อนเถอะ ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในถ้ำของหนิวโหมวหวังที่มีพวกปีศาจลิ่วล้อกับทหารรากษสอยู่เป็นจำนวนมากใช่ไหม? ”


“ ถูก! ”


“ เจ้ากะจำนวนมันคร่าวๆได้ไหมไอ้ลิงเผือก? ”


“ เท่าที่ข้าสังเกตจากตอนที่พวกเราตีกันนั้น เห็นจะมีประมาณร้อยสองร้อยตนจะได้ล่ะมั้ง ”


“ ใครเป็นผู้ร่ายมนตราใส่ตรวนอาคมของเรา ”


“ อหิราวัณ! เจ้าจะถามถึงมันทำไมกันหรือ ”


“ แล้วเจ้าจะพอรู้กลไกการทำงานของตรวนอาคมไหมล่ะไอ้ลิงเผือก ”


“ โธ่! ไอ้ลิงกังเอ๋ย ข้านะสอบได้วิชามนตราร้อยคะแนนเต็มเชียวนะ ตรวนอาคมนั้นแม้จะเป็นมนตราที่ผูกขาดกับผู้ร่ายมนตร์ แต่มันก็มีวิธีสะเดาะของมันอยู่ ”


“ วิธีอะไร? ” ซุนหงอคงถึงกับตาโตด้วยประกายตาของความหวัง หนุมานฉีกยิ้มออกมาอย่างผู้ทรงภูมิ


“ คาถาสะเดาะกลอน ”


ยิ่งได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ่งทำให้ซุนหงอคงยิ่งดูมีความหวังขึ้นมามาก “ เจ้าพอจะจำได้ไหมไอ้ลิงเผือก ”


“ ของแบบนี้มันต้องนึกดูก่อน เอาล่ะ หนึ่ง สอง สาม อาโลโฮโมร่า!! ”


เงียบกริบ!


ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย หนุมานดูเสียเซลฟ์เล็กน้อย แต่ยังไม่วายจะดันทุรังร่ายคาถานั้นต่อไป


“ อาโลโฮโมร่า อาโลโฮโมร่า โว้ย หลุดสักทีซิโว้ย!! ค่าลิขสิทธิ์ยิ่งแพงอยู่ด้วยนะค่ายนั้น!! ”


“ ไอ้ลิงเผือก! ” น้ำเสียงตอนนี้ของซุนหงอคงเต็มไปด้วยอาการดูแคลนนานัปการ “ ข้าชักจะเริ่มสงสัยจริงๆแล้วซิว่าเจ้าได้คะแนนเต็มวิชามนตรามาจริงๆ หรือไปติดถ้ำเพื่อขอความเห็นใจจากอาจารย์กันแน่ ”


“ เฮ้ยๆๆ ข้าได้คะแนนวิชามนตรามาจริงๆนะโว้ยไอ้ลิงกัง ขอใช้เวลานึกแป๊บหนึ่งหน่อยนะ เฮ้ย! มันต้องมีสักคาถาซิ อาโลโฮโมร่า!  อะนันตะปัดชะเย อะปัดติเถเถนา!  มัวอี มัวอี ปาลีปาลี ปารัตต้า!  ชิตังเมโป้งๆ รวย!! โว้ย! ทำไมมันไม่ได้ผลสักทีล่ะวะ!! ”


“ โอ้ย! พอสักทีเถอะวะไอ้ลิงเผือก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ หยุดร่ายคาถาก่อน ประเดี๋ยวข้าจะขำตายก่อนที่จะได้เห็นเจ้าร่ายคาถากุ๋งกิ๋งแบบนี้อีก ก๊าก ฮ่าๆๆๆๆๆ โอ้ย! ขำเป็นบ้าเลยวะ ” ซุนหงอคงหัวเราะกลิ้งไปกลิ้งมาอย่าสุดทน ทำเอาหนุมานถึงถลึงตามองด้วยสายตาอาฆาต


หนอย!! อย่าให้เป็นทีของตูบ้างนะ ไอ้ลิงกังนรก!!


ในขณะที่หนุมานกำลังนั่งกระฟัดกระเฟียดอยู่นั้น ก็มีเสียงหัวเราะดังกังวานมาจากสตรีกลุ่มหนึ่ง สองพญาวานรต่างพลันลุกขึ้นยืนพลางกวาดสายตาไปยังต้นตออย่างหวาดระแวง ในสถานที่แห่งนี้ จะมีเสียงหัวเราะของผู้หญิงได้ยังไงนอกเหนือจาก…


เบื้องหน้าของทั้งคู่นั้น คือกลุ่มสตรีสองนางที่ยืนหัวเราะกันคิกคักโดยมีกรงเหล็กคอยกั้นกลางระหว่างพวกมันกับพวกเธอ สตรีคนแรกเป็นหญิงสาวหน้าสะสวยตามสไตล์จีน เธอสวมเสื้อยืดสีม่วงเข้ม กางเกงขาสั้นสีดำ เสื้อคลุมลายสก็อตสีแดง รองเท้าบูทสีขาว ภายใต้หน้าตาอาหมวยมีแว่นกันแดดสีดำคอยปกปิดดวงตาอันเรียวงามไว้ นางโบกพัดจีนน้อยๆพลางยิ้มมายังซุนหงอคงด้วยสายตาถากถาง ภรรยาของราชาปีศาจกระทิง หลัวซา องค์หญิงพัดเหล็ก


 “ อาซ้อ!! ” ซุนหงอคงถึงกับน้ำตาปลื้มปริ่มเมื่อได้พบกับคนที่คุ้นเคย “ ท่านมาก็ดีแล้ว โอ้สวรรค์ทรงโปรด สามีของท่านช่างทำรุนแรงกับน้องชายคนนี้ซะเหลือเกิน อาซ้อได้โปรดเถอะ ช่วยข้าออกไปจากที่นี่ทีเถอะ! นะๆๆๆๆ ”


องค์หญิงพัดเหล็กหัวเราะออกมาเหมือนนางร้ายในละครหลังข่าวเป๊ะๆ “ ทำไมข้าจะต้องช่วยด้วยล่ะ หะ! ไอ้ลิงเปรต ยิ่งเจ้าถูกจับมาหมดสภาพแบบนี้ด้วยแล้วนั้น ก็ยิ่งทำให้เจ้รู้สึกสะใจยังไงไม่รู้ โฮะๆๆๆ (ดัดเสียงนางมารร้ายแปดปรอท) ”


ก่อนที่องค์หญิงพัดเหล็กจะเดินจากไป ทิ้งให้สตรีอีกนางหนึ่งส่งสายตาให้กับพญาวานรทั้งสองด้วยจุดประสงค์บางอย่าง เธอคือสาวงามที่มีใบหน้าสุดคมคายเหมือนแขก ผมสีน้ำตาลไฮไลท์ชมพูของเธอถักเปียไว้ข้างหนึ่งเพิ่มความเก่ไก๋ เธอสวมเเสื้อดำสกรีนวงร๊อคสุดโปรด ทับด้วยเสื้อคลุมสีเขียวขี้ม้า กางเกงยีนสีดำ รองเท้าผ้าใบหนังสีแดง พร้อมด้วยต่างหูสุดไฉไล น้องสาวผู้เป็นที่รักของเจ้าแห่งกรุงลงกา  ศูรปนขา (สำนักขา)


ศูรปนขาหันมามองกล้ามอันเป็นมัดๆของหนุมาน สลับกับใบหน้าสุดเถื่อนของซุนหงอคง พลางเลียริมฝีปากอย่างเก็บอาการเอาไว้ หนุมานเห็นเช่นนั้นก็คิดแผนการชั่วร้าย (ที่ได้มาจากฮาเดส) ออกทันที


“ นี่น้องสาวจ้า ” หนุมานเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหล่อเหลา ผสานกับคารมเจ้าชู้ที่ได้มาจากอีกร่างหนึ่ง สามารถหลอมละลายหัวใจของเหล่าสตรีได้ในพริบตา “ ช่วยอะไรพี่สักอย่างหน่อยจะได้ไหมจ้ะ คนสวย! ”


ด้วยหน้าตาที่งามสง่า กล้ามเนื้อที่เป็นล่ำสัน ท่าทีที่ดูทะมัดทะแมง หางที่โยกคลอนไปมาอย่างน่ารัก ทำเอาหัวใจของนางรากษสถึงเต้นตูมตามไม่เป็นจังหวะ ศูรปนขาถึงกับยอมพยักหน้ารับทำทุกสิ่งเพียงแค่ขอให้มันออกมาจากปากของหนุมาน ซุนหงอคงที่กำลังนั่งอย่างหงุดหงิดนั้น เมื่อหันมาประสานสายตากับหนุมานก็เข้าใจแผนการทุกอย่างเป็นอย่างดี


“ พี่อยากจะได้…. ”

“ อยากจะได้ ” ศูรปนขาถึงกับเคลิ้มไปกับน้ำเสียงสุดทุ้มลึกของหนุมาน ซุนหงอคงก็ยิ่งลุ้นถึงกุญแจไปกันใหญ่

“ อยากจะได้ ” หนุมานเอ่ยย้ำอีกครั้ง ทำเอาศูรปนขากลับยิ่งทวีความฟินแทบจะจิกหมอนขาด ในขณะที่ซุนหงอคงนั่งเกร็งไม่เป็นท่า

“ อยากจะได้!! ”


“ การ์ตูนนารูโตะสักเล่มหน่อยจะได้มั้ยจ้ะ!! ”


ถึงกับทรุดกันไม่เป็นท่า ซุนหงอคงมองมายังหนุมานด้วยสายตาแห่งความเกรี้ยวกราด ในขณะที่ศูรปนขารีบลุกพรวดจากไปพร้อมกับอารมณ์ที่ค้างคา


“ ไอ้ลิงเผือก เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ยังจะมีหน้าขออ่านการ์ตูนสบายใจเฉิบอีกเหรอ! ”


 “ คอยดูไปก่อนเถอะน่า ” หนุมานฉีกยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม


ศูรปนขาเดินกลับมาพร้อมยื่นการ์ตูนมังงะให้หนุมานด้วยความหงุดหงิด แต่กระนั้น หนุมานก็ยังอาศัยคารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นประติมากรรม (เดี๋ยวๆ) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


“ เฮ้ย! นี่มันเล่มโปรดของพี่เลยนิน่า บ๊ะ ช่างรู้ใจพี่จริงๆเลย อ้า ดมจากกลิ่นสาปแล้ว สงสัยจะเป็นของอหิราวัณใช่ไหมล่ะเนี่ย แหม หมอนั้นเนี่ยรสนิยมดีเหมือนกันนะเนี่ย ”


“ อย่าพูดมากน่า จะอ่านก็รีบอ่านซะซิ! ” ศูรปนขาเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด แต่หนุมานกลับสวนกลับในทันที


“ แล้วจะให้พี่อ่านได้ยังไงกันล่ะ ก็ในเมื่อมือของพี่ถูกจองจำด้วยตรวนอาคมแบบนี้ ”


ศูรปนขาเริ่มกลอกตาอย่างหงุดหงิด ก่อนที่นางแค่กระดิกนิ้วครั้งหนึ่ง ตรวนอาคมที่พันธนาการแขนของหนุมานก็สลายไปอย่างปลิดทิ้ง สมกับที่เป็นบุตรของวายุเทพ หนุมานกระโดดคว้าหมับไปที่หนังสือการ์ตูน พร้อมคลี่เปิดอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นกระแสลมอ่อนๆ ขึ้นมา ศูรปนขาเห็นท่าไม่ดีก็รีบสลายร่างจากไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันก็เป็นจริงดั่งที่เธอคาด เพราะกระแสลมเหล่านั้นทำให้ตรวนอาคมที่พันธนาการพญาวานรทั้งสองเอาไว้สลายไปในพริบตา


ซุนหงอคงมองดูหนุมานด้วยความมหัศจรรย์ พลางทำมือเป็นเชิงชูฮกเทพวานรจากมิติภพภารตะ “ สุดยอดจริงๆเลย ไอ้ท่านลิงเผือก เจ้าทำได้อย่างไรกันฟ่ะ ”


หนุมานก็ถึงกับฉีกยิ้มออกมาอย่างลำพอง “ กระแสลมยังไงล่ะไอ้ลิงกัง ในตอนที่พบกับองค์หญิงพัดเหล็กนั้นมันทำให้ข้าฉุกคิดถึงแผนการนี้ขึ้นมาได้ ข้าล่วงรู้มานานแล้วล่ะว่าอหิราวัณนั้นก็เป็นคอการ์ตูนเช่นเดียวข้า ข้าจึงแกล้งร้องขอให้ศูรปนขาช่วยไปหยิบการ์ตูนจากที่นี่มาให้อ่านหน่อย ซึ่งถ้าให้เดา นางก็จะต้องไปหยิบมังงะของอหิราวัณมาเป็นแน่ เพราะมันเป็นอสูรตนเดียวในมิติภพของข้าที่บ้ามังงะและอนิเมะเอาเสียมากๆ แถมนางก็ไม่กล้าไปขออะไรกับอสูรต่างมิติภพหรอกถ้ายังไม่สนิทกันพอ ทีนี้แหละที่เข้าทาง ตอนที่นางกระดิกนิ้วนั้น ข้าอาศัยกระแสลมพัดเอาลายนิ้วมือของอหิราวัณมาสัมผัสกับตรวนอาคมตรงข้อมือของข้า....  


“ เดี๋ยว! เทพอสูรมีลายนิ้วมือด้วยเหรอวะไอ้ลิงเผือก! 


“ ฟังข้าพูดให้จบก่อนเถอะน่า! พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่าตรวนอาคมนั้นทำงานยังไง! แต่ข้ารู้ ถ้าจะให้เทียบกันแล้ว ตรวนอาคมก็เหมือนกับเครื่องแสกนลายนิ้วนั้นแหละ คนที่มีรหัสหรือลายนิ้วมือเดียวกันกับที่ตั้งเอาไว้จึงจะสามารถเปิดใช้งานระบบมันได้ใช่ไหมล่ะ มนตรานี้ก็เปรียบเสมือนลายนิ้วมือเฉพาะบุคคล ข้าจึงใช้วิธีแบบเดียวกัน อาศัยหลักวิทยาศาสตร์ผนวกเข้ากับมนตราและคาถาในการควบคุมกระแสลมเพื่อพัดพาเอาลายนิ้วมือของอหิราวัณมาสัมผัสกับตรวนอาคม  ”


“ เอ้า! แล้วที่นางกระดิกนิ้วนั้น ไม่ใช่เป็นการคลายตรวนอาคมหรอกหรือ! ”


“ ไม่ใช่ นางไม่ได้กระดิกนิ้วเพื่อปลดตรวนอาคมหรอกนะ บางทีนางอาจจะกระดิกนิ้วเรียกทหารมา หรือไม่ว่ากระดิกนิ้วแบบโอปอลก็ได้ แต่ใครมันจะไปสนใจกันล่ะ เอาเป็นว่า ตอนนี้พวกเราทั้งคู่เป็นอิสระแล้วก็พอ! 


ซุนหงอคงได้แต่ยืนฟังอย่างอึ้งๆเหมือนคนเมายาฆ่าหญ้า หนุมานเห็นเช่นนั้นก็เนรมิตตะบอง อันเป็นเทพศาสตราของตนออกมาทันที


“ ฟังข้าพล่ามมาก็มากโขแล้ว ก่อนจะไป ข้าว่าพวกเราออกไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อยไหม? ไอ้ลิงกัง ”


ซุนหงอคงหัวเราะ พร้อมดึงกระบองออกมาจากหูของตน “ เออ นั่งที่นี่นานๆ มันชักจะเมื่อยเป็นบ้า เจ้าพร้อมยังล่ะ ไอ้ลิงเผือก ”


ว่าแล้ว ทั้งสองก็พุ่งออกจากกรงคุมขังไป “ยืดเส้นยืดสาย” ด้านนอก ในขณะที่การประชุมสภามารอสูรกำลังเริ่มต้นอย่างดุเดือด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

17 ความคิดเห็น