ตอนที่ 4 : บทที่๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    19 ส.ค. 61

หาดทรายสีขาวสะอาดตาสะท้อนแสงแดดในยามเช้าขับผิวสีแทนของคนที่นอนแผ่อยู่บนผืนทรายเม็ดละเอียดให้เด่นสะดุดตา เจ้าของร่างที่นอนซึมซับแสงแดดยามเช้ายันตัวลุกขึ้นนั่งมองออกไปในทะเลเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ แลเห็นเจ็ตสกีคันงามแล่นแหวกคลื่นเป็นลำยาวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ก่อนชะลออยู่เบื้องหน้า คนขับโบกมือ ส่งเสียงโหวกเหวกทักทาย

“เฮ้! รุจน์ ไม่ลงน้ำเหรอ”

เจ้าของชื่อส่ายหน้าและโบกมือซ้ำเพราะกลัวคนถามจะเห็นไม่ถนัด ก่อนลุกขึ้นแล้วออกวิ่งเหยาะๆ ไปตามชายหาด คนขับเจ็ตสกีรีบนำเครื่องเข้ามาจอดแล้ววิ่งตามชายหนุ่มผิวสีแทนไปทันที

“บ้านนี้พวกไหนมาพักวะ ส่งเสียงหนวกหูทั้งคืน น่ารำคาญ” คนที่เพิ่งวิ่งตามมาเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสองวิ่งผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่ง

“พวกบัณฑิตมาฉลองจบการศึกษา”

“มิน่า...เล่นซะเต็มคราบ พอเมาได้ที่ก็ฟัดกันนัวเนีย นี่น่ะหรืออนาคตของชาติ เฮ้อ!” คนพูดเผลอถอนหายใจออกมาดังๆ สลดหดหู่กับพฤติกรรมของหนุ่มสาวที่พบเห็นเมื่อคืน

ศุภรุจน์เหลียวมองเจ้าของเสียงถอนหายใจแล้วยิ้มในหน้า ก่อนถาม

“แล้วแกแอบดูทำไมวะหมอ”

“ไม่ได้แอบ แค่นอนไม่หลับเลยลงมาเดินเล่นแล้วเห็นเอง จับคู่ฟัดกันตรงลานปิกนิกหน้าบ้านนั่นแหละ ทุเรศลูกตามาก” นายแพทย์เอกสิทธ์บอก ก่อนส่ายหน้าอีกครั้งเมื่อนึกถึงภาพดังกล่าว หนุ่มสาวซึ่งเมามายได้ที่ผละจากถ้วยชามและเครื่องดนตรีที่นำมาสร้างความครื้นเครง เข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงกอดจูบกันโดยไม่อับอายสายตาใคร หรืออาจเป็นเพราะต่างก็เมามายกันทุกคนจึงไม่มีใครมีสติพอจะยับยั้งชั่งใจ ไม่หลงเหลือยางบนใบหน้าให้อับอายกับการกระทำของตนเอง

“ลงมาตอนไหนวะ ทำไมฉันไม่เห็น” ศุภรุจน์ถามเพราะเมื่อคืนเขาก็อยู่ที่ชายหาดจนดึกดื่น เขาเองก็นอนไม่หลับเพราะเสียงโหวกเหวกจากบ้านหลังนี้ จึงออกมายืนรับลมที่หน้าต่าง เห็นสองหนุ่มสาวเดินมาตามแนวหาดแล้วนั่งลงตรงหน้าบ้านหลังที่ไม่มีคนเข้าพักซึ่งค่อนข้างสลัว ยอมรับว่าตอนนั้นเขาก็คิดไม่ต่างจากเอกสิทธิ์ หนุ่มสาวปลีกตัวมาตามลำพังตรงมุมมืด จะทำอะไรหากไม่ใช่กิจกรรมชนิดถึงเนื้อถึงตัว เขาไม่อยากสนใจจึงเสมองไปทางอื่นเสีย แต่ภาพที่เห็นเหมือนหญิงสาวจะบ่ายเบี่ยง ไม่ได้ยินยอมพร้อมใจกับชายหนุ่มที่มาด้วยกัน ทั้งอาการดึงมือกลับเมื่อถูกอีกฝ่ายคว้าไปจูบ และการรีบลุกหนีแต่ถูกฉุดเอาไว้ ทำให้เขานิ่งดูดายไม่ได้

เขาตัดสินใจวิ่งลงไปดูและช่วยเธอเอาไว้ทันเวลาพอดี ยืนมองจนเธอเดินกลับบ้านไป ทิ้งผู้ชายคนนั้นให้นอนตัวเปียกอยู่ที่หาด ทีแรกเขาตั้งใจจะกลับขึ้นบ้านโดยไม่สนใจคนหน้ามืด แต่แล้วก็อดสงสารไม่ได้ จึงลากไปไว้ที่หาดตรงหน้าบ้านหลังนั้น แม้ต้องตากน้ำค้างแต่คลื่นก็ซัดไม่ถึงตัว ก่อนจะเดินกลับบ้านพักโดยไม่เห็นเอกสิทธิ์ที่บอกว่านอนไม่หลับและออกมาเดินเล่นแต่อย่างใด

“ก็ดึกอยู่เหมือนกัน ทีแรกคิดว่านายยังไม่นอน จะออกมาคุยด้วย แต่เห็นเข้าห้องปิดไฟไปแล้วเลยลงไปเดินเล่น ตั้งใจเดินไปแสดงตัวให้พวกเด็กนั่นรู้เสียหน่อยว่ามีคนต้องการพักผ่อน แต่ไปถึงเห็นกำลังพันตูกัน ไม่อยากเป็นตากุ้งยิง ฉันเลยออกไปเดินที่ชายหาด ง่วงก็กลับขึ้นมานอนนั่นแหละ” เอกสิทธิ์อธิบายยาวเหยียด ก่อนหยุดวิ่งเมื่อเห็นคนสะพายแหหิ้วกระแป๋งพลาสติกเดินผ่านมา

“ได้ปลามาหรือเปล่าครับ ขอซื้อได้ไหมลุง” เอกสิทธิ์รีบเดินเข้าไปชะโงกดูแล้วเอ่ยถาม

“ขอเหมาหมดนะครับ” หมอหนุ่มบอกโดยไม่รอคำตอบ ปลาที่จับมาใหม่ๆ สดๆ นำไปประกอบอาหารไม่ว่าเมนูไหนก็อร่อยทั้งนั้น

“แต่ไม่มีเงินติดตัวเลย ไปเอาที่บ้านโน้นนะลุง” เขาชี้ไปที่บ้าน แล้วพาชายสูงวัยเดินย้อนกลับไปทางเดิม ทิ้งศุภรุจน์ไว้ตามลำพัง

ชายหนุ่มไม่ได้วิ่งต่อ แต่ออกเดินช้าๆ ไปตามชายหาด อดคิดถึงใบหน้าหญิงสาวที่ช่วยเอาไว้เมื่อคืนไม่ได้ จนเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว


เสียงวิ่งลงบันไดตึงๆ ทำให้บุษบงกชที่กำลังเดินสวนขึ้นไปเพื่อหายาแก้ปวดลดไข้ให้อารักษ์ต้องหยุดที่กลางบันได แล้วเอ่ยปรามเพื่อนสาวผู้ทำเสียงดัง

“เบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวบันไดได้หักคาเท้าหรอก”

“กรี๊ด! อยากจะบ้า โอ๊ย!” นนทรีกรีดเสียง กระทืบเท้าเร่าๆ ทนยืนนิ่งไม่ไหวเพราะตื่นเต้นเต็มที น้ำเสียงตื่นเต้นไม่ต่างจากใบหน้า เจ้าหล่อนคว้าข้อมือบุษบงกชแล้วเอ่ยบังคับกลายๆ

“ไปด้วยกันเร็ว”

“จะไปไหน อะไรของแก ดูทำเข้า”

“ไปด้วยกันหน่อย โน่น...คุณสามีกำลังเดินให้แดดเลียอยู่ที่หาดตรงโน้น ฉันอยากไปเลียแทนแดดจังเลย” นนทรีทำท่าชวนฝัน แต่ก็ต้องหน้างอเพราะนอกจากบุษบงกชจะไม่ก้าวตามแล้ว ยังตีเผียะเข้าที่ต้นแขนพลางเอ็ด

“พูดน่าเกลียดอีกแล้วนะ”

“เออน่า ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ อยากรู้จักเขาจะแย่แล้ว...นะๆ” นนทรีสบตาบุษบงกช ทำตาปริบๆ ชวนสงสาร พร้อมพยักหน้าเว้าวอน

บุษบงกชนึกอายหากต้องไปเผชิญหน้ากับชายผู้นั้นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อคืน ถึงแม้เขาจะเข้ามาช่วยไว้ทันโดยอารักษ์ยังไม่ทันลวนลามให้เสียหาย แต่เธอก็ไม่กล้าสู้หน้าเขาอยู่ดีเพราะไม่รู้ว่าเขาจะคิดอย่างไรและคิดไปถึงไหน

“อาร์ไม่สบาย ฉันจะไปเอายามาให้เขา ไปกับแกไม่ได้หรอก” เธอเลือกที่จะปฏิเสธโดยอ้างถึงเพื่อนชาย

“ก็แค่ไปหยิบยาให้มันแล้วไปกับฉันหน่อย นะแก...นะ” คนอยากไปยังอ้อนวอน ก่อนถามอย่างสงสัย “แล้วทำไมอาร์ถึงไม่สบายได้ ไม่ได้นั่งตากน้ำค้างสังสรรค์กับพวกเราซะหน่อย เมื่อคืนฉันเห็นพวกแกหายไปทั้งคู่ ไปกินตับ...”

คำถามหยุดลงเหลือเพียงดวงตาสงสัยใคร่รู้ เมื่อบุษบงกชเอามือไปปิดปากคนขี้สงสัยไว้ ก่อนตัดบท

“เออๆ รอแป๊บ ไปเอายาให้อาร์ก่อน แกไปหาน้ำให้ด้วยละกันจะได้เร็วขึ้น”

“จ้ะ” นนทรีรีบรับปากก่อนยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วเดินลงบันไดสวนกับบุษบงกชที่เดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อหยิบยาลดไข้ให้อารักษ์

 https://www.mebmarket.com/index.php?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Mei Narintip (@tarasire) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 19:40
    นนทรีจะทำอะไร ลุ้นๆๆ
    #1
    1
    • #1-1 zayblove638 (@zayblove) (จากตอนที่ 4)
      19 สิงหาคม 2561 / 20:32
      คอมเม้นแรก ดีใจ
      #1-1