ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,721 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    46

    Overall
    12,721

ตอนที่ 37 : บทที่ ๑๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 758
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    9 ต.ค. 61


บัวบูชาเดินเรื่อยเปื่อยไปจนถึงสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านข้างเยื้องไปด้านหลังของบ้าน  รอบๆ มีต้นไม้ใหญ่และชุดเก้าอี้สนามน่านั่งใต้ซุ้มไม้เลื้อย ให้ความร่มรื่นโดยไม่ต้องมีร่มกันแดดไม่ว่าช่วงเวลาใด และยังออกดอกสวยงามท้าทายแสงแดดสายลม  เธอเป็นคนชอบว่ายน้ำ ชอบเล่นน้ำมาก มากจนเกือบจมน้ำตายก็ยังไม่เข็ด จะมาหวาดกลัวน้ำเข้าตอนนี้ก็เพราะฝีมือผู้ชายคนนั้น  

คืนนั้นเขาตั้งใจจะฆ่าบุษจริงๆ หรือ?  แต่ทำไมท่าทีเขาเปลี่ยนไปเป็นอันมากเมื่อเธอไม่ตายเสียในวันนั้น  เธอได้ยินคำว่ารักจากปากเขาบ่อยขึ้นหลังจากเหตุการณ์วันนั้น...เขารักตัวจริงๆ หรือบุษ?

มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างตัวกับนายรุจน์กันแน่บุษ  ถ้าเรื่องที่หยกบอกคือความจริง นายรุจน์อยู่เมืองนอกตั้งหลายเดือนก่อนตัวจะท้อง แล้วตัวท้องกับใครละ?  หรือตัวเป็นชู้กับหมอเอกจริง แล้วกลัวนายรุจน์รู้เลยหนีออกจากบ้านแล้วฆ่าตัวตาย  ยังมีเรื่องรูปถ่ายที่นายรุจน์กับน้องสาวเคยพูดถึงอีก  รูปอะไร?  หยกจะรู้เรื่องไหมนะ  เดี๋ยวหยกมาคงต้องถามให้รู้เรื่อง

บัวบูชาครุ่นคิดขณะเดินวนเวียนใกล้ขอบสระน้ำ จึงไม่รู้สึกถึงสายตามุ่งร้ายที่จับจ้องอยู่ด้านหลัง  เจ้าของสายตานั้นจ้องมองเธออยู่นานแล้ว ก่อนจะขยับเข้ามาหาอย่างเชื่องช้าด้วยฝีเท้าเบากริบ

“น้ำส้มค่า...”  

เสียงหยกดังมาแต่ไกล  บัวบูชาหันหลังไปมองตามเสียง แล้วก็ต้องแปลกใจที่หันไปเห็นนนทรีก่อนจะเห็นหยกที่เร่งก้าวสวบๆ ตรงเข้ามา  

พอเห็นเธอหันมา นนทรีก็ทำท่าอึกอัก ก่อนจะรีบเสมองไปทางอื่น  ไม่ต้องบอกบัวบูชาก็เดาออก นนทรีคงคิดจะทำอะไรสักอย่างกับเธอ โชคดีที่หยกส่งเสียงเตือนให้เธอรู้ตัวเสียก่อน

“น้ำน่าเล่นนะ” นนทรีพูดขึ้นหลังจากยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ครู่หนึ่ง

“ตอนบ่ายแดดร้อนอย่างนี้นี่นะ” บัวบูชาถามกลับ น้ำเสียงและแววตาบอกให้รู้ว่าเธอรู้ทันความคิดของเจ้าหล่อน

“แปลกตรงไหน ฉันเล่นน้ำตอนเที่ยงออกจะบ่อย  ...ขอฉันด้วยสิ”  เธอหันไปบอกหยกที่ยืนถือถาดน้ำส้มอยู่ใกล้ๆ

“รอสักครู่นะคะ”  หยกส่งแก้วน้ำส้มให้บัวบูชาแล้วเดินกลับไปเพื่อนำแก้วใหม่มาให้นนทรีตามคำขอ  เมื่อเห็นว่าหยกเดินไปพ้นระยะการได้ยินแล้ว นนทรีก็เอ่ยขึ้นทันที

“คุณอรให้มาถามว่า เมื่อไหร่แกจะออกไปจากชีวิตเขา ชีวิตพี่ชายเขาเสียที”

“แกคงต้องไปถามพี่ชายเขาแล้วมั้ง เพราะเขาพาฉันมาเองโดยที่ฉันไม่ได้ร้องขอ”

“หน้าด้าน!  แกไปมั่วผู้ชายมากี่คนต่อกี่คนแล้วยังมีหน้ากลับมาหาพี่รุจน์  ไม่ละอายใจบ้างเลยหรือยังไง”

“ก็เขายังอยากได้ฉัน เขาไม่รังเกียจฉัน แล้วแกมายุ่งอะไรด้วยไม่ทราบ”

“อีบุษ!  อีสำส่อน!” นนทรีชี้หน้า มือไม้สั่น  โกรธจัดจนต้องเติมคำหยาบให้เพื่อนที่เห็นเป็นศัตรูมาตลอด  และยิ่งสั่นสะท้านไปทั้งตัวเมื่อคนตรงหน้ายังพูดแทงใจดำเธอต่อ

“อีแนน นี่แกอยากแย่งผัวเพื่อนจนตัวสั่น ถึงขนาดแสดงธาตุแท้ออกมาเชียวหรือ  เตี้ยตันอย่างแกน่ะ ถามพี่รุจน์ก่อนไหมว่าอยากแตะต้องแกหรือเปล่า  ฉันว่านะ ถึงแกจะอวดอ้างความบริสุทธิ์ผุดผ่อง แล้วยกความแหลกเหลวของฉันมาแบให้เขาเห็น  แต่ยังไงซะ เขาก็ไม่หันไปมองแกให้สังเวชลูกตาหรอก”

“กรี๊ด!  อีบุษ อีปากหมา อี...” นนทรีกรีดร้องเสียงดังพร้อมผรุสวาทออกมาไม่ยั้ง

“หุบปาก!” บัวบูชาตวาดแว้ดพร้อมสาดน้ำส้มใส่หน้านนทรี  ยิ่งทวีเสียงกรี๊ดแปดหลอดให้ดังขึ้นอีกหลายเท่า  นนทรีโกรธจัด เงื้อมือเข้ามาหวังตบให้หายแค้น แต่บัวบูชารออยู่แล้ว เมื่อนนทรีฟาดฝ่ามือลงมาเธอจึงคว้าข้อมือเจ้าหล่อนไว้ แล้วโต้กลับด้วยหลังมือจนนนทรีหน้าหัน  แต่นนทรีก็ยังไม่ลดละ แม้จะเจ็บตัวก็ฮึดสู้หวังเอาคืน จึงเกิดการตบตีกันอุตลุด

“หยุดนะ!  หยุด!  ที่นี่บ้านผู้ดีนะ ถ้าอยากทำอะไรต่ำๆ ออกไปทำที่อื่น” เสียงตวาดขององค์อรแยกทั้งสองออกจากกัน  

นนทรีรีบพาใบหน้ามีริ้วรอยเข้ามาหาเจ้าของบ้านแล้วฟ้องทันที

“มันทำแนนก่อนนะคะ  สาดน้ำส้มใส่แนน แล้วยังตบแนนด้วย  คุณอรต้องสะสางให้แนนนะคะ ไม่อย่างนั้นแนนไม่ยอม”

“เวลานี้เธอน่าจะอยู่ในครัว เตรียมของสำหรับเรียนทำอาหารไม่ใช่หรือ  มายุ่มย่ามอะไรที่นี่จนถูกตบละ” องค์อรถามเสียงเรียบ ดวงตาจิกมองอย่างตำหนิจนนนทรีรีบหลุบตาหนี  องค์อรเดินเข้าไปใกล้บัวบูชาแล้วพูดเสียงเรียบ ใบหน้านิ่ง

“ถึงคุณรุจน์จะให้อภัยเธอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอนุญาตให้เธอแสดงกิริยาต่ำๆ ในบ้านของเราหรอกนะ  อย่าทำอะไรต่ำๆ แบบนี้ให้ฉันเห็นอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะให้คุณรุจน์ไล่เธอออกไปจากบ้านหลังนี้ทันที” องค์อรเชิดหน้า แล้วหันหลังกลับทำท่าจะเดินออกไป  แต่เพียงสองก้าวก็หยุด แล้วหันกลับมามองบัวบูชา ถามเสียงขุ่น

“คุณรุจน์ไม่อยู่ ทำไมไม่ไปจากที่นี่เสียที”

“ผัวอยู่ที่ไหน เมียก็ต้องอยู่ที่นั่นสิคะ”  ทิฐิทำให้เธอตอบไปอย่างมุ่งมั่น ล้มเลิกความคิดที่จะออกไปจากบ้านหลังนี้ก่อนทราบความจริง  ในเมื่อมีคนอยากให้เธอไป เธอก็จะอยู่ อยู่ให้ขัดตาคนเล่น

องค์อรเม้มปากสนิท แต่ไม่พูดอะไร  สะบัดหน้าใส่แล้วเดินจากไปทันที

นนทรีหันไปมองบัวบูชาด้วยสายตาอาฆาต ก่อนเร่งเดินตามองค์อรไปติดๆ

บัวบูชาเชิดคางอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะหันไปมองเมื่อหยกเดินแกมวิ่งมาหาแล้วถามอย่างห่วงใย

“เจ็บตรงไหนบ้างคะ  คุณแนนตั้งใจหาเรื่องคุณ หนูเห็นตั้งแต่จะผลักคุณตกน้ำแล้ว”

“ฉันรู้  ขอบใจนะที่ส่งเสียงเตือน แต่คนอย่างบัวบูชาไม่ยอมถูกรังแกง่ายๆ แบบบุษบงกชหรอก ไม่ต้องห่วง” เธอบอกหยก หน้าตามุ่งมั่น

“ค่ะ คุณเก่ง  แต่ไปทายาก่อนเถอะค่ะ คุณแนนมือหนักใช่ย่อย  ดูสิคะ แขนคุณแดงเถือกเลย”

หยกบอกแล้วจูงมือบัวบูชาให้เดินตามเพราะเกรงว่าเธอจะไม่ยอมไปใส่ยากับตน  ระหว่างทางก็บ่นพึมพำ ตำหนินนทรีและนึกย้อนไปเวทนาบุษบงกช  แถมยังเปรยว่า หากเธอคือบุษบงกชตัวจริง คงยอมให้นนทรีกลั่นแกล้งรังแก  เพราะขานั้นไม่ค่อยมีปากเสียง อะไรก็ยอมไปหมด ยอมขนาดถูกข่มเหงรังแกก็ยังไม่ปริปากบอกใคร

 

ภูมินทร์กลับมาทำงานที่โรงพยาบาลอีกครั้ง  แต่มาคราวนี้ นายแพทย์หนุ่มกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่ปริปากแม้ใครจะถามเรื่องชีวิตแต่งงานที่กลับตาลปัตร ไม่เอ่ยถึงบัวบูชาแม้เพียงคำเดียวไม่ว่าจะมีใครซักถามสักกี่ครั้งกี่หน  ครั้นเมื่อถามหลายครั้งแล้วยังไม่มีคำตอบ คนถามก็เลิกถามไปเอง  กระนั้นเขาก็ยังแวะเวียนไปที่บ้านของบัวบูชา ไปดูแลหอพักให้เหมือนเดิม แม้ไม่รู้ข่าวคราวของหญิงสาวเลยก็ตามที

“มีพัสดุมาค่ะหมอ” พยาบาลสาวบอกเจื้อยแจ้วเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องพักของภูมินทร์หลังเคาะประตูตามมารยาทและได้รับอนุญาต  เธอวางกล่องพัสดุใบเล็กลงบนโต๊ะ ใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนเอ่ยถามอย่างมีน้ำใจ

“เที่ยงแล้ว หมอจะลงไปทานข้าวที่โรงอาหารหรือให้ฉันซื้อมาให้คะ”

“เดี๋ยวผมลงไปเอง ขอบคุณครับ” เขาเอ่ยขอบคุณทั้งเรื่องที่เธอเอาพัสดุมาให้และเรื่องอาหารกลางวัน  พยาบาลสาวยิ้มให้อีกครั้งก่อนออกไปจากห้อง

ชายหนุ่มพินิจกล่องพัสดุอย่างสงสัย  ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยมีพัสดุส่วนตัวส่งมา ชื่อคนส่งกับที่อยู่ก็ไม่คุ้น อาจเป็นชื่อที่อุปโลกน์ขึ้นมาก็ได้  แต่จะอาศัยดูจากลายมือก็ไม่ได้ เพราะผู้ส่งพิมพ์ชื่อที่อยู่ทั้งผู้รับและผู้ส่งมาในแผ่นเดียวกันแล้วแปะติดหน้ากล่องไว้  คงมีแต่ตราไปรษณีย์ที่ประทับลงไปเท่านั้นที่ทำให้พอจะรู้ว่าส่งมาจากกรุงเทพฯ

นายแพทย์หนุ่มค่อยๆ แกะกล่องพัสดุขนาดเล็กอย่างใจเย็นทั้งที่ความสงสัยและอยากรู้เอ่อท้น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ดึงมารองรับอย่างรวดเร็วเพราะเกิดอาการเข่าอ่อนขึ้นมากะทันหันเมื่อเห็นของด้านใน

กล่องกำมะหยี่สี่เหลี่ยมจัตุรัสสีแดงถูกหยิบขึ้นมาจากกล่องพัสดุด้วยมืออันสั่นเทา ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างเปิดมันออก  แหวนวงงามที่มีเพชรเม็ดใหญ่เรียงกันสามเม็ด ที่ยามนี้แข่งกันส่องประกายสะท้อนแสงแห่งวัน...แหวนวงที่เขาไปเลือกซื้อกับบัวบูชา และสวมให้เธอในวันแต่งงาน

บัวเลือกเพชรเม็ดใหญ่เลยนะภู

แล้วแต่บัวครับ เพราะบัวเป็นคนสวมติดนิ้วตลอดเวลา  ชอบวงไหน แบบไหน เม็ดเล็กเม็ดใหญ่ ก็ตามใจบัวครับ

ว้าว!  แต่งกับเศรษฐีก็ดีอย่างนี้แหละ  เอาวงนี้นะ เม็ดกำลังสวย น้ำงาม ราคากำลังดี  เผื่อวันข้างหน้าภูทิ้งบัว บัวจะได้ไม่อดตาย มีแหวนไว้ขายกิน

ดูพูดเข้า มีแต่บัวมากกว่าที่จะทิ้งผม  บัวทั้งสวยทั้งรวย ผมก็แค่หมอธรรมดาๆ คนหนึ่ง

โอเค...งั้นถ้าบัวจะทิ้งภู บัวจะคืนแหวนให้นะ ภูจะได้เอาไปขายกิน

...นี่อะไร?  บัวทิ้งผม เลยส่งแหวนมาคืนให้ผมขายกินงั้นหรือ?







ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ







และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น