ซ้อนกลรัก by มุกเรียง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,723 Views

  • 9 Comments

  • 143 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    48

    Overall
    12,723

ตอนที่ 30 : บทที่ ๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 854
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    3 ต.ค. 61


 

ศุภรุจน์นั่งข้างเตียง มองใบหน้ากระสับกระส่ายบนหมอนสีขาวสะอาดอย่างห่วงใยและสำนึกผิด  หากเป็นไปได้ เขาอยากย้อนเวลากลับไปหยุดยั้งการกระทำบ้าๆ ของตัวเองเสีย

เมื่อหัวค่ำ เขายอมให้ความแค้นอยู่เหนือสติและความผิดชอบชั่วดี  เขาทำร้ายผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เขาเคยรักที่สุดได้อย่างไร  แต่...เคยรักหรือ ไม่ใช่เคยสิ แต่เขายังรักเธอมาก จึงได้เจ็บปวดมากทุกครั้งที่เห็นหน้าสวยๆ ของเธอ ใบหน้าที่เขาเคยหลงใหลซึ่งเห็นครั้งใดก็พานให้นึกไปถึงผู้ชายคนอื่นของเธอ

...ทำไมบุษไม่มีพี่คนเดียว ทำไมบุษผิดสัญญา ผิดคำพูดกับพี่  ทำไมบุษต้องทำให้พี่ทั้งรักทั้งเกลียดบุษถึงขนาดนี้ ทำไม!

ตอนที่ตัดสินใจคว้าตัวเธอขึ้นมาจากใต้น้ำ ร่างที่ดิ้นขลุกขลักเพื่อยื้อชีวิตอยู่ก่อนหน้าแน่นิ่งหมดสติไปแล้ว  เขาตกใจเป็นอย่างมากเพราะกลัวว่าเธอจะตายจากเขาไปจริงๆ  ทั้งที่เคยบอกกับตัวเองว่าเธอตายไปจากหัวใจและความทรงจำเขาแล้ว  เขาอุ้มเธอพาดบ่า ลุยน้ำเข้าฝั่ง แล้วพยายามช่วยชีวิตทุกอย่าง ก่อนจบลงที่การผายปอดด้วยการเป่าปาก

เขายอมรับว่าริมฝีปากเธอนุ่มนิ่มชวนให้สัมผัส หวานหอมไม่เปลี่ยนแปลง  หากไม่ใช่การช่วยชีวิต เขาคงเวียนจูบเคล้าเคลียริมฝีปากนุ่มไปอีกนานเท่านาน  เมื่อเธอตอบสนองการช่วยชีวิตของเขา สำลักน้ำออกมาแล้วนั่งหอบตัวโยนอยู่พักใหญ่ เขาก็อุ้มเธอกลับมาบ้าน  ต้องปลุกปล้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวอยู่เป็นนานเพราะเธอไม่ยอม ปัดป้องปกปิดพัลวันทั้งๆ ไม่มีแรงจะผลักไสหรือขัดขืนเขาได้  จนเขาเปลี่ยนชุดนอนให้เสร็จ เธอก็หลับไป  

ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่แน่ใจว่าหญิงสาวหลับหรือหมดสติ และยอมรับว่ากลัวเธอตาย จึงนั่งเฝ้ามองการเคลื่อนไหวที่ทรวงอกตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าเธอยังหายใจ

“หนาว...” เสียงพร่าดังแผ่วจากกลีบปากแห้งผากแดงจัด

ศุภรุจน์ขยับเข้าไปเงี่ยหูฟังให้ชัดอีกครั้ง  รับรู้ถึงกระไอร้อนผ่าวที่แผ่กระจายมาจากลมหายใจจนต้องวางหลังมือแตะหน้าผากอีกครั้ง หลังแตะดูครั้งหนึ่งแล้วในตอนที่เธอเพิ่งหลับใหม่ๆ   หญิงสาวมีไข้สูง ตัวร้อนจัด  เขาเช็ดตัวลดไข้ให้เธอพร้อมกับให้กินยาลดไข้  และแม้จะห่มผ้าให้จนถึงคอแต่ก็ยังได้ยินเสียงครางว่าหนาว  ชายหนุ่มจึงนอนลงเคียงข้างแล้วกอดเธอเอาไว้แน่น

“พี่กอดแล้ว เดี๋ยวก็หายหนาวนะคะ”  

คนป่วยที่ครางแผ่วกอดกระชับตอบรับอ้อมกอดเขาแนบแน่นทันที เธอซุกตัวเข้าหาเหมือนลูกเจี๊ยบซอนหาความอบอุ่นใต้ปีกแม่ไก่  ศุภรุจน์ยิ้มพึงใจ กอดกระชับเธอแน่นขึ้น แล้วไม่นานเขาก็เผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียเช่นกัน

 

“บุษ...ปล่อยเค้า ปล่อย มาจับเค้าไว้ทำไม...ปล่อย”

บัวบูชาพยายามดิ้นรนเพื่อถีบตัวให้พ้นผิวน้ำ เพราะรู้สึกอึดอัดจนแทบขาดใจ  แต่กลับถูกบุษบงกชกอดแข้งกอดขาเอาไว้ ซ้ำยังฉุดให้เธอดำดิ่งลงไปใต้น้ำเรื่อยๆ

“ปล่อยนะบุษ ปล่อยเค้า!  หายใจไม่ออกจะตายอยู่แล้ว ปล่อย!

“เจ้าบัวชอบไม่ใช่หรือ ชอบเล่นจมน้ำให้พี่ถูกตี ชอบจมน้ำไม่ใช่หรือ  มาสิ...ลงไปใต้น้ำด้วยกัน มากับพี่ไม่ต้องกลัว”

“ไม่เอา ไม่นะ  ตัวจะแก้แค้นเค้าหรือ ไม่เอา”

บัวบูชาดิ้นรนอย่างหนัก แต่สู้แรงของบุษบงกชที่ลากเธอดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ ไม่ได้  ไม่ว่าจะร่ำร้องอย่างไร พี่สาวฝาแฝดก็ไม่ยอมปล่อย  หรือนี่คือการเอาคืนเพราะเธอชอบแกล้งให้บุษบงกชถูกลงโทษ

“ไม่ต้องกลัว มาเถอะ”

“ไม่นะบุษ อย่าทำเค้าตายนะ เค้ากำลังจะแก้แค้นให้ตัวนะ  อย่าทำ เค้าไม่อยากตาย เค้ายังไม่อยากตาย” เธอร่ำร้องขอชีวิต

บุษบงกชหันมายิ้มให้ แต่เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัว เย็นเยือกจนจับขั้วหัวใจ  ซ้ำร้ายไปกว่านั้น น้ำเสียงที่เปล่งออกมายังเยียบเย็นจนน่าขนลุก

“พี่ไม่ทำให้ตัวตายหรอก...เจ้าบัว”

สิ้นเสียงนั้น บุษบงกชก็ปล่อยมือ  บัวบูชาพุ่งตัวขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อหวังอากาศหายใจ  ทว่ายิ่งว่ายขึ้นไป ก็ยิ่งรู้สึกห่างไกล  

...ทำไมมันถึงลึกขนาดนี้ ลึกจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือทะเลชายฝั่งที่น้ำลึกระดับอกเท่านั้น  หรือมันไม่ใช่

หญิงสาวกวาดสายตาไปรอบตัว ก่อนจะก้มมองย้อนกลับลงไปด้านล่าง

บุษบงกชกำลังพุ่งตรงเข้ามาหา แสยะยิ้มแล้วเอื้อมมือมาที่เธออีกครั้ง...

“กรี๊ด!  ช่วยด้วย!

“บุษ...บุษ...พี่อยู่นี่ ไม่ต้องกลัว”  ศุภรุจน์กอดร่างสั่นเทาที่ผวาลุกขึ้นนั่งแล้วกรีดร้องด้วยความตกใจ ตามด้วยเสียงร่ำไห้และพึมพำขอความช่วยเหลืออย่างน่าสงสาร

“พี่ขอโทษ...พี่จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ขอโทษ”

เขาปลอบหญิงสาวเสียงนุ่มแล้วนึกตำหนิตนเองในใจที่ทำเรื่องโง่ๆ ลงไป ก่อนวางร่างแบบบางที่ยังไม่ทิ้งอาการสั่นเทาลงนอน ก่อนจะตามลงไปนอนกอดเอาไว้แนบแน่น  เธอกอดเขาแน่นกว่าเดิมเหมือนเด็กน้อยที่หวาดกลัวอะไรสักอย่างและต้องการหาที่ยึดเหนี่ยว  ไม่นานลมหายใจถี่กระชั้นก็ผ่อนเบาลง กระทั่งสม่ำเสมอเมื่อเจ้าตัวหลับไปอีกครั้ง ทว่าแขนเรียวยังคงเกาะกอดเขาเอาไว้แน่น เช่นเดียวกับชายหนุ่มที่ยังไม่คลายวงแขน  มือใหญ่ลูบเส้นผมนุ่มหากเหนียวเพราะน้ำทะเลอย่างสำนึกผิด ในใจพร่ำพูดคำขอโทษครั้งแล้วครั้งเล่าจนหลับไปด้วยกันอีกรอบ

 

เสียงข้าวต้มในหม้อเดือดปุดๆ ได้ยินชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของเวลาเช้ามืด เขาไม่ได้เปิดหน้าต่างครัวจึงไม่มีเสียงคลื่นลมในทะเลแทรกเข้ามารบกวน มีเพียงเสียงสับหมูดังลั่นจากพ่อครัวที่กำลังเร่งความเร็วเพื่อให้หมูละเอียดผสมเป็นเนื้อเดียวกันทันเวลาที่จะหย่อนลงไปในหม้อข้าวต้มเละๆ ซึ่งกำลังเดือดพล่าน  กระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือกล้างสะอาด ทุบจนแบน นำมาสับรวมกับหมู ปรุงด้วยพริกไทยป่นและซอสปรุงรสพร้อมสำหรับการทำเป็นก้อนเล็กๆ แล้วหย่อนลงไปในหม้อข้าวต้มที่กำลังเดือดรอท่า  ไม่นานนักความร้อนก็ทำให้ก้อนหมูสับสุกหอม ส่งกลิ่นฟุ้งกระจาย  พ่อครัวจำเป็นใช้ช้อนเล็กตักข้าวต้มมาเป่าก่อนชิมรส แล้วยิ้มภาคภูมิใจ  เขาตักข้าวต้มหมูสับหอมกรุ่นควันฉุยใส่ชาม แล้วโรยกระเทียมเจียวซึ่งออกจะเกรียมไปนิดแต่ไม่ได้ไหม้จนขม ตามด้วยผักชี พริกไทยป่น

“อาหารเช้าสำหรับคนป่วย จากฝีมือสามีที่น่ารัก น่ากินจังเลย” ศุภรุจน์ยิ้มภูมิใจ ก่อนจะหุบยิ้มลงทันที

...สามีที่น่ารักหรือ นี่เขายังคิดว่าตัวเองเป็นสามีของบุษบงกชอีกหรือ  เธอเป็นเมียผู้ชายอื่นไปกี่คนแล้ว เขายังนับว่าเธอเป็นเมียอยู่หรือ

ศุภรุจน์รีบวางชามข้าวต้มลงในถาดที่มีแก้วน้ำพร้อมอยู่แล้ว ก่อนเดินออกไปจากครัว ล้มเลิกความตั้งใจที่จะยกไปให้หญิงสาวที่ห้องนอน  แต่ไม่นานเขาก็กลับเข้ามาอีกครั้ง แล้วยกถาดขึ้นมาถือไว้  ก็ถ้าเขาไม่ยกไปให้ แล้วใครจะยกไป  เธอป่วยลุกไม่ไหวมาสองวันแล้ว  ไม่ว่าเขากับเธอจะอยู่ในฐานะอะไร  แต่เขาทำให้เธอป่วย เขาก็จำเป็นต้องดูแลเธอให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว เพื่อการแก้แค้นจะได้ดำเนินต่อไป

...นายคิดอย่างนี้จริงๆ หรือนายรุจ

นั่นเป็นคำถามที่เกิดขึ้นตามมา คำถามที่เขาให้คำตอบตัวเองไม่ได้อยู่ดี


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ







และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น