ตอนที่ 29 : บทที่ ๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 779
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    14 ก.ย. 61

องค์อรในชุดอยู่บ้านสบายๆ แต่สวยทุกกระเบียดนิ้ว เดินช้าๆ จากห้องนอนตนเองผ่านโถงบันไดเพื่อจะลงไปชั้นล่าง  และเช่นทุกครั้ง เธอจะต้องหยุดยืนอยู่บริเวณหน้าห้องนอนของพ่อกับแม่ที่มีรูปถ่ายคู่ขนาดใหญ่แขวนอยู่ หากไม่คิดที่จะเปิดเข้าไปด้านใน  ผิดจากวันนี้ หญิงสาวมีความรู้สึกอยากจะเข้าไปในห้องนั้นเป็นพิเศษ  องค์อรเอื้อมมือไปจับลูกบิด แต่ก็ต้องสะดุ้งกับเสียงที่ดังขึ้นข้างหลังเสียก่อน

“มีแขกมาค่ะคุณอร”

หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ยกมือทาบอก หัวใจเต้นรัวเหมือนเด็กทำความผิดแล้วเกรงจะถูกจับได้  ก่อนจะค่อยๆ สูดลมหายใจ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วหันไปมองเจ้าของเสียงที่ทำให้เธอตกใจ

“ใคร?” ถามออกไปเสียงเรียบ ไม่ตำหนิแม้แต่คำเดียว

“เธอบอกว่าชื่อแนนค่ะ”

“แนน?” องค์อรครุ่นคิดกับชื่อที่ไม่คุ้นเคยนั้น แล้วถามซ้ำอย่างสงสัย

“มาหาใครหรือ”

“เธอบอกว่ามาหาคุณอรค่ะ”

เมื่อสาวใช้บอกว่ามาหาตน องค์อรก็ยิ่งแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยมีเพื่อนฝูงไปมาหาสู่ หรือจะเรียกให้ถูกก็คือเธอไม่มีเพื่อน  อาจเป็นเพราะต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านเนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรงเหมือนคนอื่น ไม่ได้ออกไปพบปะสังสรรค์กับใคร  เพื่อนร่วมโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเอง เมื่อขาดการติดต่อนานวันเข้าก็กลับกลายเป็นคนแปลกหน้ากันไป  แต่จะให้กระจ่างว่าใครมาหา ก็ต้องลงไปดูด้วยตาตัวเอง องค์อรรีบเดินลงบันไดไปทันที

หญิงสาวแต่งตัวทันสมัย ผมซอยสั้น ที่นั่งอยู่บนชุดรับแขกหรู ลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นหญิงสาวเจ้าของบ้านเดินเข้ามา ท่วงท่าดุจนางพญาผิดจากหญิงสาวขี้โรคในวันก่อนเป็นอันมาก  

“สวัสดีค่ะคุณอร” นนทรีเอ่ยทักทายพร้อมยกมือไหว้ เพราะองค์อรอายุมากกว่าตนเอง  ก่อนจะรีบแนะนำตัวเมื่อเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วน้อยๆ อย่างสงสัย

“จำแนนได้มั้ยคะ...แนนที่คุณอรเคยบอกว่าจะสอนทำอาหารให้ยังไงคะ”

องค์อรนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนพยักหน้าพร้อมรับไหว้ แล้วผายมือเชื้อเชิญ

“นั่งสิ ไม่เจอกันนานเลย”

“พอดีว่างานเพิ่งลงตัวค่ะ เลยเพิ่งมีเวลามาหาคุณอร อยากให้ช่วยสอนทำอาหาร  ...นี่พี่รุจน์ไม่อยู่หรือคะ” นนทรีพูดแจ้วๆ  ยิ้มแย้มแจ่มใส หากหูตาแพรวพราวนักในความคิดขององค์อร

“คุณรุจน์ไม่อยู่” เจ้าของบ้านตอบสั้นๆ  นึกอยากเปลี่ยนรอยยิ้มต้อนรับเป็นแสยะยิ้มอย่างสมเพช  ...ที่แท้เจ้าหล่อนก็ต้องการมาหาพี่ชายเธอนี่เอง

“เอ๊ะ!  แขนคุณอรเป็นอะไรคะ” นนทรีถามอย่างสงสัยเมื่อเหลือบเห็นท่อนแขนเล็กๆ ขององค์อรมีผ้าพันแผลพันเอาไว้

“อุบัติเหตุนิดหน่อย ใกล้หายแล้วละ”

“อ๋อ  แล้วนี่พี่รุจน์ไปงานแต่งงานบุษหรือเปล่าคะ” นนทรีถามหยั่งเชิง เพราะไม่มั่นใจว่าน้องสาวของเขาจะทราบเรื่องบุษบงกชแต่งงานหรือไม่

องค์อรเลิกคิ้วบางๆ ที่ไม่ได้แต่งเติมขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนถาม

“คุณรู้ด้วยหรือ”

“ทราบสิคะ ก็แนนเป็นคนบอกพี่รุจน์เองว่าบุษจะแต่งงาน”

...อ๋อ หล่อนนี่เองเจ้ากี้เจ้าการ ทำให้คุณรุจน์ไปลากนังบุษมาเกะกะขวางตาฉัน จุ้นไม่เข้าเรื่อง!

“เหรอคะ  แล้วคุณแนนไปร่วมงานหรือเปล่า เจ้าบ่าวของบุษเป็นใครกัน ทำไมไม่ใช่...” องค์อรชะงักคำพูด ไม่อยากเอ่ยถึงผู้ชายคนนั้น และนนทรีคงเข้าใจดีจึงรีบบอก

“รู้สึกจะเป็นหมอเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ใช่พี่หมอเอกแน่นอน”

นนทรีเล่าต่อว่าตนเองทราบมาจากเพื่อนอีกคนโดยบังเอิญ เรื่องเพื่อนหมอจะแต่งงานกับเจ้าของหอพักสาวสวยอย่างเงียบๆ โดยไม่มีการ์ดเชิญ เพราะเจ้าสาวมีฐานะร่ำรวยและไร้ญาติขาดมิตร เจ้าบ่าวจึงกลัวคำครหาว่าแต่งงานเพราะหวังจะเกาะเมียกิน จึงมีเพียงงานฉลองเล็กๆ ในหมู่เพื่อนสนิทเท่านั้น  เพื่อนเธอยังเอารูปพรีเวดดิ้งมาให้ดูเพื่อยืนยันความสวยของเจ้าสาว

เธอเห็นทีแรกถึงกับตะลึง ไม่ใช่เพราะเจ้าสาวสวยมาก แต่เพราะเจ้าบ่าวไม่ใช่เอกสิทธิ์  เธอยังขอให้เพื่อนส่งให้และเซฟเอาไว้ในมือถือ  ไม่ได้เก็บไว้ชื่นชม แต่เก็บเอาไว้ดูให้ช้ำใจเล่น  ก็มีอย่างที่ไหน บุษบงกชบังอาจแย่งศุภรุจน์ไปจากเธอ จากนั้นก็ทำให้เขาเจ็บช้ำด้วยการหนีไปกับเอกสิทธิ์  แต่พอเอาเข้าจริงก็ไปแต่งงานกับผู้ชายอีกคน  นับว่าทำตัวเหมือนผู้หญิงสาธารณะได้อย่างน่ารังเกียจ จนไม่อยากคิดว่าครั้งหนึ่งเธอจะเคยสนิทสนมกับผู้หญิงคนนี้มาก 

วันที่ไปซื้อของขวัญส่งไปให้พร้อมคำอวยพรอย่างแสบสัน เธอก็เจอศุภรุจน์เข้าโดยบังเอิญ จึงถือโอกาสเล่าให้เขาฟัง พร้อมโชว์ภาพให้ดูเพื่อความสะใจ

“แล้วคุณรู้ไหมว่าพี่หมอหายตัวไปไหน ทำไมถึงยอมให้บุษแต่งงานกับผู้ชายคนใหม่”

องค์อรถามเพราะคิดว่านนทรีต้องทราบเรื่องราวของบุษบงกชและเอกสิทธิ์บ้างไม่มากก็น้อย แต่คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าช้าๆ

“แนนไม่ทราบค่ะ เพราะเลิกติดต่อกับบุษตั้งแต่เรียนจบ”  เธอเลี่ยงที่จะบอกว่า เลิกติดต่อเพราะบุษบงกชบังอาจแย่งศุภรุจน์ ผู้ชายที่เธอหมายปองไป

“ว่าแต่คุณอรยังมีเวลาสอนแนนทำอาหารหรือเปล่าคะ”

“มีสิคะ อยากเรียนเมื่อไหร่ก็เชิญได้เลย บางที...คุณแนนอาจได้เจอเพื่อนเก่าที่นี่”

“ใครคะเพื่อนเก่า” นนทรีถาม ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

“อีกไม่นานก็ทราบเองค่ะ”

องค์อรยิ้ม แต่เป็นยิ้มที่นนทรีคิดว่าดูมีเลศนัยพิกล ซึ่งยิ่งทำให้เธอสงสัย  แต่รู้ดีว่าถึงถามไปองค์อรก็คงไม่บอก เพราะถ้าอยากบอกคงบอกออกมาตรงๆ แล้ว ไม่มาสะกิดต่อมอยากรู้ของเธอ แล้วปล่อยให้ค้างเติ่งถึงเพียงนี้

...เพื่อนเก่าหรือ?  ใครกันนะ

 


ฝากอิบุ๊ค คลิกที่ปกได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ







และอีกมากมาย Click

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น