[SJ] ด้วยรัก ... และความตาย [KangHae, Kyumin] (จบแล้ว))

ตอนที่ 8 : Chapter 7 ไฟแช็กในอุโมงค์ และ ปริศนาของคิมคิบอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 เม.ย. 59

Chapter 7 ไฟแช็กในอุโมงค์ และ ปริศนาของคิมคิบอม


            คนที่สามที่ถูกเรียกมาสอบปากคำ  คือลูกชายคนเดียวของเจ้าของบ้าน  คิมฮยอกแจ

 

            ฮยอกแจเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบสามปี  ร่างผอมบางนั้นไม่ได้สวมชุดเดิมกับเมื่อตอนบ่ายแล้ว  ตอนนี้ฮยอกแจสวมเสื้อเชิ้ตเนื้อบางสีส้มสดใส  กับกางเกงขาสามส่วนสีขาวและรองเท้าผ้าใบส้นหนา  ทั้งสีของเสื้อผ้าและท่าทางเป็นมิตรของเขาทำให้บรรยากาศในห้องสอบสวนดูอบอุ่นขึ้นมาทันที

 

            เมื่อสารวัตรดงยอพกล่าวเชื้อเชิญให้ฮยอกแจนั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงข้าม  ฮยอกแจก็ลงนั่งอย่างสบายๆ  ยกขาขึ้นไขว่ห้าง  ประสานมือไว้ที่หัวเข่าแล้วจ้องมองสารวัตรด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าพร้อมจะให้ข้อมูลแล้ว

 

            “ขอโทษนะครับ  คุณฮยอกแจ  คุณเป็นคนพบศพใช่ไหม”

 

            “ครับ  แต่ถ้าจะพูดให้ถูกคือ  ผม  คุณคิบอม  แล้วก็คุณเรียวอุค  เป็นคนพบศพพร้อมๆ กันครับ”

 

            ข้อมูลนี้ทำให้สารวัตรขมวดคิ้วฉับ  เขาเลื่อนสายตากวาดมองบันทึกของตนคร่าวๆ

 

            “อ้อ  จริงสินะครับ  ถ้าอย่างนั้น  คุณฮยอกแจช่วยเล่าเรื่องตั้งแต่ตอนเที่ยงของวันนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ”

 

            “ยินดีครับ  ตอนเที่ยง  พวกเราหกคน  ...มีผม  คุณชินดงฮี  คุณลุงซีวอน  คุณคิบอม  คุณพ่อ  และคุณเรียวอุค  ทานข้าวกลางวันร่วมกันที่ห้องจัดเลี้ยง  ...ห้องที่คุณพ่อตั้งใจจะให้เป็นห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมน่ะครับ...  คุณจองซูเป็นธุระช่วยเตรียมอาหารกลางวันให้พวกเราทาน”

 

            “แล้วคุณดงเฮล่ะครับ”  สารวัตรท้วงขึ้น

 

            “คุณแม่บอกว่าไม่ค่อยสบาย  เหมือนจะเป็นไมเกรนน่ะครับ  เลยขอตัวไม่ลงมาร่วมทานข้าว”

 

            “เข้าใจแล้วครับ  แล้วหลังจากนั้นพวกคุณทำอะไรกันบ้าง”

 

            “หลังทานข้าวกลางวัน  ผมก็ชวนคุณเรียวอุคไปตีปิงปองที่ห้องสันทนาการครับ  ตอนนั้นคนอื่นๆ ที่เหลือยังอยู่ที่โต๊ะกันครบ  และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมเห็นตอนคุณซีวอนยังมีชีวิต”

 

            สารวัตรมองหน้าแทมิน  แล้วพยักหน้าน้อยๆ

 

            “หลังจากนั้น  ผมกับคุณเรียวอุคตีปิงปองถึงบ่ายโมงครึ่ง  คุณเรียวอุคเบื่อเลยชวนผมไปเล่นสนุ้คต่อ  เราเล่นกันถึงบ่ายสอง  แล้วก็เลยชวนกันย่องไปแอบดูคุณจองซูสองครั้ง...”

 

            “ทำไมถึงไปตั้งสองครั้งล่ะครับ”

 

            “ปกติ  เวลาบ่ายสองถึงบ่ายสามเป็นเวลานอนกลางวันของคุณจองซูน่ะครับ  ผมเลยต้องย่องไปดูว่าแกหลับจริงๆ  เพราะผมชวนคุณเรียวอุคไปเดินเล่นในทางลับ  ต้องแอบไปตอนคุณจองซูหลับน่ะครับ”

 

            “ขอโทษนะครับ  มีใครในบ้านนี้รู้เรื่องทางลับบ้าง”

 

            “ที่แน่ๆ ก็คุณจองซู  คุณพ่อ  คุณแม่  ตัวผมเองกับคุณเรียวอุค”

 

            “คุณเข้าไปตอนกี่โมงครับ”

 

            “ประมาณบ่ายสองสี่สิบนาทีครับ  ผมโผล่ออกตรงศาลเจ้าบ่ายสามพอดี”

 

            “ต้องใช้เวลายี่สิบนาทีเลยหรือครับ”  เยซองถามอย่างสนใจ

 

            “คุณคงสงสัยเรื่องระยะทาง”  ฮยอกแจหัวเราะก่อนอธิบาย  “ถ้าจะเอาเรื่องระยะทาง  มันใช้เวลาไม่มากขนาดนั้นหรอกครับ  แต่ข้างในนั้นมืดมาก  แถมทางก็เก่าเลยมีทั้งหยากไย่  ทั้งหลุมบ่อ  แล้วก็โคลนเต็มไปหมด  ทำให้เดินลำบาก  แถมผมยังต้องคอยระแวงว่าชายแขนเดียวจะโผล่มาหรือเปล่าด้วย”

 

            ฮยอกแจเล่าอย่างสนุกสนาน  แม้จะพูดเรื่องน่าหวาดหวั่นอย่างการแอบไปสำรวจทางลับที่ไม่น่าไว้ใจ  แสดงให้เห็นว่าฮยอกแจมีจิตใจกล้าหาญมากทีเดียว

 

            เยซองสะดุดกับท่าทางนั้น  จึงถามขึ้นว่า  “คุณพบอะไรในนั้นใช่ไหมครับ”

 

            ฮยอกแจยิ้มกว้าง  แต่รอยยิ้มดูลึกลับ  ก่อนจะเฉลย  “ใช่ครับ  ผมพบอะไรบางอย่างเข้าจริงๆ  เล่นเอาใจหายเหมือนกัน”

 

            พูดจบเขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง  หยิบห่อผ้าเช็ดหน้าสีเขียวขี้ม้ามาคลี่ออกให้ดู  ในห่อนั้นคือไฟแช็กราคาแพง  สีเงินวาว  สลักชื่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษสวยงามว่า  Kangin

 

            ฮยอกแจกวาดตามองทีละใบหน้าอย่างซุกซน

 

            สารวัตรจ้องดูไฟแช็กเหมือนจะกลืนกินมันเข้าไป

 

            “แปลว่า  คุณคังอินเข้าไปในทางลับนั่นก่อนคุณสินะ”

 

            “ครับ  คุณพ่ออาจดูไม่ค่อยสนใจเรื่องชายแขนเดียว  แต่ก็เป็นแค่การแสดงออก  ความจริงแล้วท่านสนใจและก็กังวลมาก  ถึงกับต้องลงไปสำรวจทางลับด้วยตัวเอง  พอผมเก็บไฟแช็กได้  ผมก็รู้สึกเห็นใจท่านมาก  เลยตั้งใจจะคืนให้คุณพ่อทันที  แต่กลับเกิดเรื่องก่อน”

 

            “ถ้าอย่างนั้น  พวกเราต้องขอโทษคุณฮยอกแจด้วยนะครับที่ต้องเก็บไฟแช็กนี่ไว้สักพัก”  สารวัตรท่าทางเกรงใจ

 

            “ไม่เป็นไรครับ  แต่ผมขออนุญาตบอกคุณพ่อนะครับว่า  ตำรวจได้หลักฐานมัดตัวท่านแล้ว  ถ้าทำอะไรไม่ดีไว้  ก็ให้รีบจัดการป้องกันตัวเอง”  ฮยอกแจทำสีหน้าท้าทาย  เยซองกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง

 

            “เอ่อ  เรื่องคงไม่รุนแรงถึงขนาดนั้น”  สารวัตรหลบสายตาของฮยอกแจ  ปาดเหงื่อที่ซึมบนหน้าผาก  แล้วกลั้นใจทำหน้าที่ต่อ  “ช่วยเล่าเรื่องต่อจากที่คุณออกจากทางลับได้ไหมครับ”

 

            “โอ๊ย  ขอโทษครับ”  ฮยอกแจกล่าวอย่างระรื่น  “หลังจากออกจากทางลับ  ...ซึ่งซ่อนอยู่หลังศาลเจ้า  ถ้ามีเวลาก็อยากให้พวกคุณลองไปตรวจดูสักครั้ง...  พวกเราเดินต่อมาอีกหน่อยก็พบโกดังเก่า  ซึ่งพวกคุณคงทราบว่าใกล้กับโกดังมีประตูทางออกไปนอกคฤหาสน์ได้...  ผมกับคุณเรียวอุคเลยสรุปว่า  ชายแขนเดียวคงหนีจากห้องดาเลียโดยใช้ทางลับ  ออกมาที่ศาลเจ้า  ผ่านมาทางโกดัง  แล้วก็ใช้ประตูนั้นหนีออกไปข้างนอกอย่างลอยนวล  เราสองคนเลยพากันไปดูประตูนั่น”

 

            “มันปิดแน่นหนาดีมั้ยครับ”  เยซองถาม  เขาลำดับเวลาในหัว  นั่นน่าจะเป็นเวลาก่อนที่คยูฮยอนจะเอารถม้าไปเก็บ  ดังนั้นประตูควรจะปิดเรียบร้อยเพราะเขายังไม่ได้ออกไปขี่ม้า

 

            “ไม่ได้ลงกลอนครับ  แถมยังเปิดอ้าเสียด้วย”  ฮยอกแจเฉลยด้วยท่าทางสนุก

 

            สารวัตรเลิกคิ้ว  ขณะที่เยซองพยักหน้า

 

            “แหม  คุณเยซองไม่ตื่นเต้นเอาเสียเลย  เอาล่ะครับ  สิ่งที่ผมเห็นก็คือคุณคิบอมเดินทอดน่องสูบบุหรี่ผ่านประตูนั่นเข้ามา”

 

            “เขาไปทำอะไรแถวนั้น”  สารวัตรขมวดคิ้วฉับ

 

            “เอาละ  ผมคงต้องเปิดเผยเรื่องที่คุณคิบอมไม่อยากให้ใครรู้  พอดีผมสังเกตเห็นว่าขากางเกงคุณคิบอมเปื้อนโคลน  ตัวเขาก็มีหยากไย่ติดเต็มไปหมด”

 

            “หา!  แปลว่าคุณคิบอมก็เข้าไปในทางลับด้วย”

 

            “ครับ  สำหรับคุณคิบอม  ชายแขนเดียวคงน่าสนใจมาก  คุณก็ทราบดีว่าพี่ชายเขา  ...คุณฮีชอลน่ะครับ....  เคยเป็นภรรยาเจ้าของบ้านนี้มาก่อน  แล้วก็ต้องมาเสียชีวิตโดยพัวพันกับชายแขนเดียว”

 

            “แปลว่าเขารู้เรื่องทางลับ”

 

            “ไม่ใช่แค่รู้ล่ะครับ  เรียกว่าทะลุปรุโปร่งท่าจะดีกว่า  ได้ยินสมัยเด็กๆ  เขาเคยพาเพื่อนเข้าไปเล่นในทางลับจนถูกคุณจองซูเอ็ดเอาอยู่บ่อยๆ”

 

            ฟังจากที่ฮยอกแจเล่า  แปลว่าระหว่างที่ฮยอกแจกับเรียวอุคเล่นกีฬาอยู่ในห้องสันทนาการ  เพื่อรอให้จองซูหลับไปก่อน  คิบอมก็ได้ล่วงหน้าเข้าไปในทางลับแล้ว  จึงออกมาจากศาลเจ้าได้ก่อน  แล้วเลยไปเดินเล่นอยู่ในไร่ส้มหลังคฤหาสน์  จนผ่านประตูกลับเข้ามาจึงได้พบกับฮยอกแจและเรียวอุคที่เพิ่งออกจากทางลับ

 

            “พอเราเจอกัน  ต่างฝ่ายก็หัวเราะใส่กันยกใหญ่  เพราะเราทั้งหมดสภาพดูไม่ได้เลยครับ  หยากไย่กับโคลนติดเต็มตัว”  ฮยอกแจเล่าต่อ  “จากนั้น  คุณคิบอมก็ชวนผมเข้าไปดูในโกดัง”

 

            “เดี๋ยวครับ ทำไมเขาต้องชวนพวกคุณไปดูในโกดัง”  สารวัตรเอ่ยถาม  ถ้าฮยอกแจเล่าเรื่องจริง  ตอนนั้นต้องเป็นเวลาเกือบบ่ายสามสิบนาทีแล้ว  เพราะคยูฮยอนเล่าว่าตอนเขาเอารถม้าไปเก็บ  ก็เห็นสามคนนี้เดินสวนออกมาจากโกดัง

 

            “เขาอยากรำลึกความหลังสมัยเด็กน่ะครับ  เขาเล่าว่า  สมัยนั้น  ไร่ส้มแถบนี้เป็นของคฤหาสน์ทั้งหมด  ในโกดังจะมีกล่องส้มเรียงซ้อนกันเป็นภูเขาใบย่อมๆ เลย  กลิ่นส้มจะอบอวลหอมหวาน”  ดูเหมือนฮยอกแจจะคัดลอกประโยคแบบศิลปินจากคิบอมแบบคำต่อคำ 

 

            “ตอนนั้นในโกดังมีอะไรผิดปกติมั้ยครับ”

 

            “ไม่มีนี่ครับ”

 

            “ตอนที่คุณเข้าไปสักกี่โมงครับ”  เยซองถามเสียงติดขัด

 

            “ประมาณสามโมงแปดหรือเก้านาทีได้  อ้อ  ลองถามเด็กที่ชื่อคยูฮยอนดูสิครับ  ตอนที่เราออกมาเราสวนกับเขาพอดี”

 

            เยซองหลับตาลง  เวลาของทั้งสองฝ่ายตรงกันพอดี  ถ้าอย่างนั้น...  ระหว่างที่ฮยอกแจ  เรียวอุค และคิบอมอยู่ในโกดัง  พวกเขาไม่ได้อยู่กันตามลำพัง  ในนั้นยังมีคนร้าย  ที่แบกศพของซีวอนไว้  ยืนแอบดูอยู่ด้วยสินะ

 

            “คุณฮยอกแจ  ตอนที่พวกคุณสำรวจโกดังอยู่  ถ้าเกิดว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ในนั้นด้วย  คุณคงไม่รู้ใช่ไหม”  เยซองถามอย่างยากลำบาก

 

            “คุณคิดว่า  คนร้ายซ่อนตัวอยู่ในนั้น  ตอนที่พวกผมสำรวจโกดังอยู่น่ะหรือ”  ฮยอกแจตัวสั่นเทา

 

            “เปล่าครับ  ผมแค่สงสัย  เพราะว่าเหตุการณ์มันใกล้กันมากน่ะครับ”  เยซองแก้อย่างสุภาพ

 

            “แล้วหลังจากนั้น  พวกคุณไปไหนกันต่อครับ”  สารวัตรถามต่อ

 

            “พวกเราแยกย้ายกันไปอาบน้ำครับ  ระหว่างเดินกลับ  ผมขอให้คุณคิบอมเป่าฟลุตให้ฟัง  คุณคิบอมจึงนัดเราสองคนในห้องสันทนาการหลังจากพวกเราอาบน้ำเสร็จ  เขาเป่าเพราะมากเลย”

 

            เยซองจำได้ดี  เขาได้ยินเสียงฟลุตนั่นระหว่างอาบน้ำ  มันเป็นเพลง Hungarian Pastorale Fantasy  แล้วเยซองก็นึกขึ้นได้ว่า  รอบแรกเขาได้ยินตอนกำลังอ่านจดหมายจากเรียวอุค  มันเล่นไม่จบเพลง  ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ท่อนหนึ่งเหมือนกำลังซ้อมเป่า  ตอนอาบน้ำจึงได้ยินจบเพลง  ซึ่งน่าจะเป็นรอบเป่าจริง  แล้วหลังจากนั้นตอนที่เขาแปรงฟัน  อีกเพลงหนึ่งก็ดังขึ้นมาแทน

 

            “หลังจากนั้น  พวกคุณก็ย้อนกลับไปที่โกดังหรือ”

 

            “ครับ  พอดีคุณคิบอมเกิดอยากสูบบุหรี่หลังเป่าฟลุตจบ  แต่เขาหากล่องบุหรี่ไม่เจอ  ยืนนึกพักหนึ่งก็นึกได้ว่าเขาสูบมวนสุดท้ายตอนเดินเข้าประตูหลัง  เลยตั้งใจจะกลับไปหา  ผมกับเรียวอุคอยากเดินเล่นเลยตามไปด้วย  พอหาที่ประตูหลังไม่เจอ  ผมเลยเสนอว่ามันอาจอยู่ในโกดัง  เราเลยย้อนกลับไป  แล้วก็พบ   เอ่อ  คุณซีวอน”  ฮยอกแจหลับตาแน่น  ดูเหมือนใบหน้าขณะเสียชีวิตของซีวอนยังติดอยู่หลังเปลือกตา

 

            “ขอโทษครับ  ใครเป็นคนแรกที่เห็น”

 

            “คุณเรียวอุคครับ  เอ่อ  แต่คิดอีกทีอาจเป็นคุณคิบอมก็ได้”

 

            “หมายความว่า...”

 

            “ตอนแรกผมไม่เห็นว่ามีใครอยู่บนรถม้าด้วยซ้ำ  ได้แต่มองหากล่องบุหรี่ตามพื้น  พบมันตกอยู่ใต้รถม้า  กล่องบุบไปแล้ว  ผมเลยเอื้อมมือจะไปเก็บขึ้นมา  แต่จู่ๆ คุณเรียวอุคก็คว้าแขนผมไว้  แล้วลากออกมา  ตอนนั้นผมตกใจมาก  เพราะคุณเรียวอุคตัวเล็กแค่นั้นไม่น่ามีเรี่ยวแรงขนาดลากผมออกมาได้  เห็นเขาจ้องไปบนรถม้าตาไม่กะพริบ  ผมก็เลยมองตาม  แล้วก็...”

 

            เยซองทำหน้าเห็นใจ

 

            “ขอถามอีกเรื่องครับ”  เยซองรับไม้ต่อเมื่อสารวัตรยกชาขึ้นจิบแก้กระหาย  “ไม่ทราบตอนนี้คุณฮยอกแจอาศัยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหม”

 

            “ครับ  แต่ผมไม่สนิทกับคุณแม่นะครับ  เพราะเราโตมาจากสังคมคนละแบบ  เลยไม่ค่อยสนิทใจกันเท่าไหร่ คุณแม่เป็นผู้ดี  บางทีก็เลยโกรธกับคุณพ่อเรื่องเล็กๆ น้อยๆ”  ฮยอกแจเล่าถึงตรงนี้ก็หยุด  ก้มหน้าซ่อนแก้มที่ขึ้นสีอย่างเขินอาย

 

            “เอ่อ  ขอรายละเอียดได้ไหมครับ”  แทมินทำหน้าสงสัย

 

            “อ่า  คือ  บางทีคุณพ่อก็ใช้คำพูดหยาบคายกับคุณแม่  เรื่องที่ควรพูดกันสองคนน่ะครับ  แต่บังเอิญตอนนั้นผมอยู่ด้วย  คุณแม่เลยโกรธใหญ่  แต่หลังจากนั้นคุณพ่อก็ดูระวังตัวมากขึ้น”

 

            “ฟังดูแล้ว  คุณพ่อคุณแม่ยังรักกันดีนะครับ”  เยซองถามยิ้มแย้ม

 

            “ครับ  นอกจากเรื่องนิสัยขัดกันไปบ้าง  ก็ไม่มีปัญหาอะไร  คุณพ่อก็ดูสบายใจที่ได้คุณแม่มาเป็นสมบัติส่วนตัว”  ฮยอกแจชะงัก  “ทำไมคุณถึงคิดว่าเขาจะมีปัญหากันล่ะครับ”

 

            “พอดีว่า”  สารวัตรหยิบไม้เท้าซ่อนดาบขึ้นมา  “พวกเราพบเจ้านี่ในที่เกิดเหตุน่ะครับ”

 

            ฮยอกแจหน้าซีดเผือด  “ไม้เท้าซ่อนดาบของคุณพ่อ  ผมเคยบอกให้ท่านทิ้งของพรรค์นี้ไปเสีย  แต่ท่านก็ไม่ยอม  เห็นบอกว่าเป็นของเก่าตั้งแต่สมัยคุณทวด ...”  ฮยอกแจนิ่งไป  “เป็นไปไม่ได้หรอกครับ  คุณพ่อไม่มีทางเป็นคนร้าย  ท่านจะทำไปทำไมในเมื่อท่านเป็นผู้ชนะ  ได้คุณแม่มา  ท่านน่าจะเป็นฝ่ายที่ถูกโกรธแค้นด้วยซ้ำ”

 

            “ถ้าอย่างนั้น  นอกจากเรื่องคุณดงเฮ  คุณคังอินมีปัญหาอื่นกับคุณซีวอนอีกหรือเปล่า”  เยซองตั้งคำถาม

 

            “ไม่นะครับ  ก็เห็นท่านช่วยเหลือคุณซีวอนอย่างดี  เรื่องสนามกอล์ฟที่คุณซีวอนจะสร้าง  คุณพ่อก็ช่วยจัดหาเงินทุนให้”

 

            “เรื่องสุดท้ายนะครับ”  เยซองถามท่าทางสบายๆ  “คุณคังอินน้ำหนักตัวเท่าไหร่”

 

            สารวัตรดงยอพกับแทมินหันมาจ้องหน้าเยซองพร้อมกัน

 

            “ประมาณแปดสิบกิโลครับ”  ฮยอกแจตอบด้วยใบหน้างุนงง

 

            หลังจากฮยอกแจออกไปแล้ว  สารวัตรก็หันมามองเยซอง

 

            “พอดีว่า มีกระสอบทรายอันหนึ่งอยู่แถวนั้น  มันหนักแปดสิบกิโลพอดีครับ”  เยซองตอบเรียบๆ

 

 

 

 

 

 

 

            ต่อจากฮยอกแจคือคิมคิบอม

 

            แทมินกำสมุดกับปากกาแน่นอย่างมุ่งมั่น  ถ้าดูจากเหตุจูงใจแล้ว  คิบอมนี่ละที่มีเหตุผลในการฆ่าซีวอนมากที่สุด  นายตำรวจร่างเล็กจึงยิ่งตั้งใจจะจับให้มั่นคั้นให้ตายในดาบเดียว

 

            คิมคิบอมดูสุขุมเกินกว่าอายุจริง  ด้วยวัยสามสิบห้าปีกับใบหน้าอ่อนโยน  แต่ดูนิ่งสงบราวกับอยู่ในวัยห้าสิบ  ผิวเข้ม  สวมแว่นสายตาอันใหญ่กรอบดำ  แต่งกายสบายๆ  ด้วยเสื้อยืดเก่าๆ  และกางเกงเลเนื้อนิ่มสีครีม

 

            สารวัตรตั้งคำถามว่าคิบอมคิดอย่างไรเกี่ยวกับคดี  และใครน่าจะเป็นคนร้าย  ซึ่งคิบอมปฏิเสธว่าไม่รู้อะไรทั้งนั้น  และเดาตัวฆาตกรไม่ถูกด้วย

 

            “คุณมาถึงที่นี่เมื่อวานใช่ไหม”

 

            “ครับ  ตอนสี่โมงเย็นเมื่อวาน  มารถไฟเที่ยวเดียวกับคุณชินดง”  คิบอมตอบ  เยซองพยักหน้าให้สารวัตร

 

            “คุณทราบไหมว่าคุณชินดงกับคุณซีวอนจะมาด้วย”

 

            “ครับ  เพราะคุณคังอินเชิญพวกเขามา  ด้วยจุดประสงค์เดียวกับผม”

 

            “อะไรหรือครับ”

 

            “พวกคุณคงทราบแล้ว  วันมะรืนนี้จะเป็นวันครบรอบวันตายปีที่ยี่สิบเอ็ดของพี่ฮีชอล  พี่ชายผมที่เสียชีวิตในบ้านหลังนี้พร้อมกับคุณดองวอน  คุณพ่อของคุณซีวอน  ในฐานะที่คุณคังอินซื้อคฤหาสน์นี้จากคนตระกูลชเว  และตั้งใจจะเปิดเป็นโรงแรม  เขาเลยอยากจัดงานในคฤหาสน์  เพื่อระลึกถึงผู้ตาย  และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พวกเขาน่ะครับ  ผมที่เป็นญาติผู้ตาย  เหมือนกับคุณซีวอนและคุณชินดง  ก็เลยถูกเชิญมาร่วมงานนี้พร้อมกัน”  คิบอมตอบอย่างมีเหตุผล

 

            “ถ้าอย่างนั้น  คุณไม่คิดว่ามันประหลาดหรือครับ  เมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณคังอิน  คุณดงเฮ  แล้วก็คุณซีวอน”  แทมินถามอย่างไม่ยอมแพ้

 

            “คนทั่วไปอาจคิดอย่างนั้น”  คิบอมตอบอย่างสงบ  “แต่สำหรับพวกเขา  แม้จะเกิดเรื่อง  ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยังดีอยู่  คบหากันสนิทสนมเหมือนเดิม  แน่นอนว่าคุณดงเฮอาจรู้สึกอะไรบ้าง  แต่ท่าทางคุณคังอินกับคุณซีวอนจะไม่ได้ใส่ใจมากมาย”

 

            แทมินทำหน้าไม่เชื่อถือ

 

            “ได้ยินว่า  คุณคังอินยังสนับสนุนกิจการของคุณซีวอนด้วย  ผมได้ยินจากคุณชินดงในรถไฟเมื่อวานนี้”

 

            “แล้วคุณล่ะคุณคิบอม”  เยซองถามอย่างเห็นใจ

 

            “ผมน่ะหรือ”  คิบอมหัวเราะ  “เรื่องของคุณซีวอนกับดงเฮใช่ไหม  คิดมากจังครับ  อันที่จริงแล้วผมได้พบพวกเขาเป็นประจำอยู่แล้วล่ะ  อย่างที่บอก  วันครบรอบวันตายของพี่ชายผม  กับวันของคุณพ่อคุณซีวอนเป็นวันเดียวกัน  ผมเลยได้รับเชิญจากเขาให้มาร่วมงานด้วยเสมอ”  เสียงของคิบอมราบเรียบ  ฟังดูสงบ  และชวนให้อุ่นใจ

 

            เยซองมองใบหน้าคมนั้นนิ่ง  ขณะนึกถึงประวัติส่วนตัวของคิบอมอย่างเห็นใจ  เขาคงเคยชินกับการถูกดูหมิ่นดูแคลนมาตั้งแต่เด็ก  หลังจากพี่ชายแต่งงานเข้าตระกูลชเว  เขาก็ตกเป็นเบี้ยล่างให้ซีวอนโขกสับ  ถูกด่าว่าเป็นพวกปลิงที่มาเกาะตระกูลชเวหากิน  แม้แต่ตอนที่ฮีชอลได้รับความรักจากสามี  ก็กลับถูกซีวอนให้ร้ายจนต้องตายไป  แต่แล้วเขาก็ต้องกลับมาพบซีวอนอีกปีละครั้งในวันครบรอบวันตายของฮีชอล  อาจเพราะเขาเจอกับเรื่องโหดร้ายจนชิน  ทำให้มองคำเชิญครั้งนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยก็ได้

 

            “ตอนคืนวันศุกร์  คุณอยู่ที่ไหนครับ”  สารวัตรยิงคำถาม

 

            “อะไรกัน  คิดว่าผมเป็นชายแขนเดียวหรอกหรือ  ขอโทษด้วยนะครับ  ตอนนั้นผมปลอมตัวมาที่นี่ไม่ได้หรอกเพราะผมกำลังเล่นดนตรีอยู่ที่ห้องอาหารในโซล  คนเห็นผมเยอะแยะ”  คิบอมยังหัวเราะได้เรื่อยๆ

 

            เรื่องราวของคิบอมตรงกับที่ฮยอกแจเล่า  หลังกินอาหารกลางวัน  คิบอมตัดสินใจจะขึ้นรถไฟเที่ยวห้าโมงเย็นกลับโซล  แล้วค่อยกลับมาใหม่ในวันมะรืนเพื่อร่วมงานพิธี  เขาจึงเดินตามหลังเรียวอุคกับฮยอกแจออกมา  เพื่อชมคฤหาสน์ให้หายคิดถึง  หลังจากเดินดูอะไรๆ จนพอใจแล้วก็ตัดสินใจเข้าทางลับในห้องดาเลียตอนบ่ายสองยี่สิบนาที  และออกจากอุโมงค์ตอนบ่ายสองสี่สิบนาที  ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่ฮยอกแจและเรียวอุคเริ่มเข้าทางลับพอดี

 

            “คุณใช้ไฟฉายหรืออะไรหรือเปล่า”

 

            “ผมใช้ไฟแช็กที่กล่องบุหรี่น่ะครับ  ซึ่งผมคิดว่าตอนนี้มันอยู่กับพวกคุณ”

 

            หลังออกจากทางลับ  คิบอมก็อ้อมไปทางประตูหลัง  เห็นว่าประตูเปิดอยู่เลยลอดออกไปเดินเตร็ดเตร่ในป่าและไร่ส้มแล้วก็คอยดูนาฬิกาไปด้วย  เมื่อใกล้บ่ายสามจึงลอดประตูกลับเข้ามาและเจอฮยอกแจกับเรียวอุคพอดี

 

            “คุณทำกล่องบุหรี่ตกตอนนั้นหรือครับ”

 

            “คงใช่ครับ  แต่ผมไม่รู้ตัวเลย”  คิบอมดูกระสับกระส่ายเมื่อไม่มีบุหรี่  บอกให้รู้ว่าเขาติดบุหรี่ขนาดหนัก

 

            “หลังจากกลับมา  คุณเป่าฟลุตใช่ไหม”

 

            “ครับ  พอดีคุณฮยอกแจกับคุณเรียวอุคขอให้ผมเป่าให้ฟัง”

 

            “คุณพกฟลุตติดตัวเสมอหรือครับ”

 

            “ครับ  มันเป็นเครื่องมือหากินของผม  ถ้าไม่ฝึกอยู่เรื่อยๆ นิ้วจะแข็งเล่นไม่ได้น่ะครับ”

 

            “คุณคิบอม”  เยซองแทรกอย่างนุ่มนวล  “พอดีผมได้ยินเสียงฟลุตของคุณขณะกำลังอาบน้ำ  เพลงแรกคือเพลงฮังกาเรียน พาสเทอรัล แฟนตาซี  ใช่ไหมครับ”

 

            “ครับ”  คิบอมดูประหลาดใจ  “คุณรู้จักชื่อเพลงดีนะครับ”

 

            “พอดีตอนเรียนมหาวิทยาลัย  เขาบังคับให้ลงวิชาดนตรีคลาสสิคน่ะครับ”  เยซองหัวเราะเมื่อต้องสารภาพ  “แปลว่าเพลงแรกประมาณสิบสองนาที  แล้วเพลงที่สองล่ะครับ”

 

            “เดอะ ไฟลต์ ออฟ เดอะ บัมเบิลบีครับ”

 

            “เพลงนี้ประมาณนาทีกว่าสินะครับ”

 

            “ครับ  เพลงสุดท้ายคือแดนซ์ออฟเดอะเบลสต์สปิริต  ยาวห้านาทีครับ”

 

            “แปลว่า  คุณใช้เวลาเป่าทั้งหมดประมาณยี่สิบนาทีได้”  เยซองสรุป

 

            “ครับ  แต่เวลาจริงน่าจะประมาณสามสิบนาที  เพราะผมคุยกับคุณฮยอกแจและคุณเรียวอุคไปด้วย”

 

            แทมินกลอกตาขึ้นฟ้า

 

            “คุณเริ่มเป่าตอนกี่โมงนะครับ”  เยซองไม่สนใจท่าทีของนายตำรวจร่างเล็ก

 

            “สามโมงยี่สิบครับ  เพราะผมกลัวตกรถไฟเลยดูเวลาตลอด”

 

            เยซองนึกทบทวนเวลาของเขาเทียบไปด้วย  เวลาที่คิบอมบอกน่าจะไม่รวมเวลาซ้อม  แปลว่าคิบอมเป่าฟลุตเสร็จตอนสามโมงห้าสิบนาทีพอดี  เมื่อคิดรวมเวลาที่เขาเดินทางไปหากล่องบุหรี่ที่ประตูหลัง  และตามด้วยหาในโกดัง  เวลาพบศพก็เกือบสี่โมงยีสิบนาทีพอดี  เข้ากันได้กับข้อมูลก่อนหน้าทั้งหมด

 

            “ตอนที่คุณเห็นศพ  รู้สึกอย่างไรบ้าง  สมน้ำหน้าเขาหรือเปล่า”  สารวัตรถามอย่างเผ็ดร้อน

 

            “หมายความว่าไงนะครับ”

 

            “ก็พี่ชายคุณเหมือนถูกนายซีวอนนั่นฆ่าตาย  แถมคุณยังถูกเขาแย่งคุณดงเฮไปอีก”

 

            คิบอมยังคงมีสีหน้าสงบราบเรียบ  “อ้อ  คุณสงสัยผม  ไม่ผิดหรอกครับ  เพราะในคดีนี้คนที่มีแรงจูงใจให้ฆ่าคุณซีวอนมากที่สุดก็คือผมเอง  แต่ผมดันมีหลักฐานอ้างที่อยู่ชัด  คุณเลยไม่พอใจ”

 

            “ถูกต้อง”  สารวัตรดงยอพมองคิบอมอย่างหาเรื่อง

 

            “ผมขอโทษที่ต้องบอกสารวัตรว่า  ถ้าผมต้องการแก้แค้นเขา  ผมไม่จำเป็นต้องรอตอนนี้  ก่อนหน้านี้ผมเจอเขาบ่อยไป  มีโอกาสลงมือดีๆ มากมาย  แล้วที่สำคัญ”

 

            “อะไรครับ”  สารวัตรทำหน้าท้าทาย

 

            “ป่านนี้แล้ว  ผมไม่อยากให้คุณซีวอนตายหรอกครับ  อยากให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป  ยิ่งนานเท่าไหร่ยิ่งพอใจเท่านั้น” 

 

            “ทำไม”  สารวัตรกระชากเสียง

 

            “ถ้าคุณซีวอนตายทุกอย่างก็จบสิครับ  ปล่อยให้เขาอยู่ต่อโดยที่ไม่มีทั้งบ้าน  ไม่มีทั้งเงิน  ไม่มีทั้งภรรยา  เพื่อให้ผมตะโกนซ้ำๆ ในใจว่า  สมน้ำหน้า  น่าจะสนุกกว่า  หรือคุณว่าไง”

 

            น้ำเสียงและสีหน้าของคิบอมราบเรียบ  แต่นั่นกลับทำให้เยซอง  สารวัตรดงยอพ  และนายตำรวจแทมินขนลุกชั้น

 

            “ขอโทษครับ”  สารวัตรเอ่ยขอโทษจากใจจริง

 

            “ถ้าอย่างนั้น  คุณคิดอย่างไรกับการที่คุณซีวอนมัดแขนซ้ายติดลำตัว”  เยซองถามต่อ

 

            “ไม่ทราบครับ”  คิบอมปฏิเสธ  ก่อนพูดต่อเหมือนเพิ่งนึกได้  “คุณซีวอนชอบทำอะไรที่คนคาดไม่ถึงอยู่แล้ว”

 

            “ระหว่างที่คุณออกจากอุโมงค์  แล้วเดินเล่นในป่า  คุณพบใครบ้างหรือเปล่า”  เยซองตั้งคำถามต่อ

 

            “ไม่นี่ครับ  ไม่พบใครเลย”  คิบอมดูงุนงง

 

            “ขอบคุณครับ อีกข้อหนึ่งคุณทราบหรือเปล่าว่าผมจะมาวันนี้”

 

            “ไม่ทราบครับ”

 

            หลังจากนั้น สารวัตรเอาไม้เท้าซ่อนดาบให้คิบอมดู  เขาทำสีหน้าสงสัย

 

            “อะไรกันครับ”

 

            “คุณเคยเห็นไม้เท้านี่หรือเปล่า”

 

            “ไม่ครับ”

 

            “มันเป็นไม้เท้าซ่อนดาบ  ของคุณคังอิน  ตกอยู่ในโกดังที่เกิดเหตุ  แถมดูเหมือนจะถูกใช้เป็นอาวุธด้วย”  สารวัตรเฉลย  หลังจากนั้นคิบอมนิ่งไปอย่างเห็นได้ชัด












ยังอยู่กับพาร์ทสืบสวนต่อไปอย่างไม่ลดละ

สรุป

ครั้งสุดท้ายที่ฮยอกเห็นซีวอน คือประมาณเที่ยง

คังอิน ดงเฮ จองซู คิบอม ฮยอกแจ เรียวอุค เคยลงไปในทางลับ

คังอินทำไฟแช็กตกไว้ในอุโมงค์ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  ฮยอกแจเก็บได้

ตอนที่ฮยอกแจ เรียวอุค คิบอม กำลังอยู่ในโกดัง (ประมาณบ่ายสาม สิบนาที) คนร้ายก็แบกศพซีวอนไว้ ซ่อนตัวอยู่ด้วย

คิบอมทำกล่องบุหรี่ตกในโกดังเก็บส้ม ก่อนที่คนร้ายจะเอาซีวอนใส่รถม้า

หลังจากสามคนนั้นออกมา  คยูฮยอนก็กลับมาจากส่งเยซอง เพื่อเอารถมาเก็บ

คิบอม ฮยอกแจ เรียวอุค กลับห้องไปอาบน้ำ แล้วก็มาฟังเพลงจากคิบอม เสร็จประมาณสามโมงห้าสิบ คิบอมรู้ตัวว่ากล่องบุหรี่หาย เลยกลับไปหาที่ประตูหลัง  แล้วก็โกดัง

ตอนเข้าโกดังรอบสอง (ประมาณเกือบสี่โมงยี่สิบ) ถึงเจอศพซีวอน


คิบอมบอกว่าไม่อยากให้ซีวอนตาย เพราะอยากให้ซีวอนอยู่ต่อแบบทรมาน

คิบอม กับ ซีวอน ไม่ใช่ชายแขนเดียวที่ได้คุยกับซองมินแน่นอน

แต่ซีวอน น่าจะเป็นชายแขนเดียวที่คยูกับเยซองเห็นตอนบ่ายสองห้าสิบห้านาที


ดังนั้น ซีวอนตายหลังบ่ายสองห้าสิบห้านาที  ก่อนบ่ายสาม สิบนาที




หลักฐานชิ้นที่สี่ ไฟแช็กของคังอิน



และสุดท้าย ฝากเพลงของพี่เย่ 55






แก้รายละเอียด 20/4/59 เจอศพซีวอน สี่โมงยี่สิบ ไม่ใช่สี่โมงค่า

แก้รายละเอียด 21/4/59 คิมคิบอมมาถึงสี่โมงเย็นเมื่อวานนะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #13 pungsj13 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 07:37
    ซับซ้อนดีนะ
    #13
    0
  2. #12 vincentmarcus137 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 01:59
    ซับซ้อนแล้วววว  พี่หมี ไปฆ่าเค้ามารึป่าวฮะ
    คิมคิก็ไม่ใช่ แถมยังไม่ใช่คนที่คุยกับซองมินอีก 
    จริงๆตอนนี้ นอกจากพี่หมี  ป้าทึก เราเริ่มสงสัยอีกคนหนึ่งแล้ว  อันนี้คือเดาจากตอนนี้ แล้วก็ตอนที่แล้วนะ
    ชายแขนเดียวที่คุยกับซองมินนี่ หมวยรึปล่าว เพราะมินไม่ค่อยจะได้รับใช้ แต่ถ้าถามว่าหมวยเป็นคนฆ่าซีวอนมั้ย 
    ก็มีสิทธิ์ อาจจะเอาไม้เท้าสามีไป แต่ที่เป็นไปไม่ได้คือ จะไปแบกวอนแล้วซ่อนตัวได้ยังไง ขนาดตัวน่าจะต่างกันมาก
    เริ่มเข้มข้นมากแล้วอ่ะ ตอนนี้  ลุ้นต่อๆ 
    #12
    0
  3. #11 newcoco (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 01:45
    เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่านเรื่องนี้ คืออ่านไปลุ้นไปใครคือคนร้ายตัวจริงแล้วใครคือเหยื่อรายต่อไป ฮือ คิดแล้วเครียดตาม
    #11
    0