[SJ] ด้วยรัก ... และความตาย [KangHae, Kyumin] (จบแล้ว))

ตอนที่ 7 : Chapter 6 คำสารภาพของซองมิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 78
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 เม.ย. 59

Chapter 6  คำสารภาพของซองมิน

 

 

            เด็กรับใช้ร่างเล็กที่เข้ามาให้ปากคำต่อจากคยูฮยอน  คือลีซองมิน

 

            เยซองมองร่างเล็กนั้นอย่างสนใจ  นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเด็กคนนี้ใกล้ๆ  ซองมินเป็นเด็กวัยสิบหกปี  หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนที่คยูฮยอนบอก  แล้วยังผิวพรรณที่ดีเกินกว่าจะเป็นเด็กรับใช้ธรรมดา  ท่าทางการเดิน  การนั่งล้วนแล้วแต่เรียบร้อยสบายตาสมกับได้รับการอบรมจากปาร์คจองซู 

 

            หลังจากแนะนำตัวและสถานะในบ้านหลังนี้เรียบร้อย  สารวัตรก็เริ่มตั้งคำถาม 

 

            “เธอมาอยู่ที่นี่นานหรือยัง”

 

            เยซองสังเกตได้ว่าสารวัตรใช้น้ำเสียงคนละแบบกับที่ใช้เมื่อครู่  ดูเหมือนความน่ารักน่าทะนุถนอมของเด็กตรงหน้าจะทำให้สารวัตรไม่กล้าทำตัวห่ามตามปกติ

 

            “ผมเพิ่งมาอยู่ได้ประมาณสามเดือน  ก่อนหน้าผมทำงานที่บ้านใหญ่ของคุณคังอินครับ”  ซองมินตอบด้วยเสียงอ่อนนุ่มเป็นเอกลักษณ์

 

            “ทำไมถึงมาทำงานกับคุณคังอินได้ล่ะ”

 

            “แม่ผมเป็นสาวใช้ของบ้านนั้น”

 

            “หือ  แปลว่าเธออยู่ที่นั่นมาตั้งแต่เกิดเลยหรือ”

 

            “เปล่าครับ  ผมกับแม่เพิ่งย้ายมาอยู่กับคุณคังอินตอนผมอายุเก้าขวบ  ก่อนหน้านี้  แม่เป็นสาวใช้ในบ้านพ่อผม”  หางเสียงของซองมินแผ่วค่อยฟังดูน่าสงสาร

 

            “ขอโทษนะ  บอกได้ไหมว่าพ่อเธอเป็นใคร”  แทมินถามบ้าง

 

            ซองมินหลุบตาลงมาหน้าขาตัวเองก่อนตอบ  “ลีชุนฮวาฮะ”

 

            “ลีชุนฮวา  ที่ทำอุตสาหกรรมประมงน่ะหรือ”  สารวัตรถามอย่างสนใจ

 

            ซองมินเหลือบตากลมโตมองสารวัตร  หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพยักหน้าเบา

 

            “แม่ผมเป็นเมียน้อยของพ่อน่ะครับ”

 

            “แล้วทำไมถึงย้ายมาอยู่กับคุณคังอินแทนล่ะ”

 

            “นายหญิงไล่ผมกับแม่ออกมา”  น้ำเสียงนั้นยังคงแผ่วค่อย  ปราศจากร่องรอยความโกรธหรือไม่พอใจอย่างที่คนทั่วไปพึงมี

 

            แทมินทำหน้าเห็นใจ  แต่เหมือนซองมินจะไม่ทันเห็นมัน

 

            “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้แม่เธอก็ยังอยู่ที่บ้านของคุณคังอินน่ะสิ”

 

            ซองมินกัดปากเล็กๆ ของตัวเอง  “แม่ผมตายแล้วครับ  เป็นมะเร็งปอด” 

 

            จะว่าไปซองมินเป็นเด็กน่าสงสารทีเดียว  ไม่แปลกหากเด็กที่ดูอ่อนแออย่างซองมินจะหลงใหลเด็กประเภทวายร้ายอย่างคยูฮยอน  ยิ่งทั้งคู่ขาดทั้งพ่อและแม่เหมือนกันด้วยแล้ว...

 

            “คุณคังอินเป็นคนสั่งให้เธอย้ายมาทำงานที่นี่หรือ”

 

            “คุณจองซูไปที่บ้านใหญ่แล้วเลือกผมมา  เพราะที่นี่จะเปิดเป็นโรงแรมเลยอยากให้ผมมาช่วยทางนี้น่ะครับ”

 

            “เธอสนิทกับเจ้าคยูฮยอนใช่ไหม เคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า”  ถึงสารวัตรจะถามไปอย่างนี้  แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการขุดคุ้ยเรื่องในคอกม้าขึ้นมาให้ซองมินอับอาย  เขาถามเพียงเพราะอยากรู้ความสัมพันธ์ของเด็กสองคนนี้ให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น

 

            “เอ่อ  คยูฮยอนเล่าอะไรให้ฟังหรือครับ”  เพียงถามเท่านี้ซองมินก็ดูหวาดกลัวเสียแล้ว 

 

            “ไม่ได้เล่าอะไรนี่  ทำไมหรือ”

 

            “อ้อ”  ซองมินดูโล่งใจขึ้น  “ผมกับคยูฮยอนเพิ่งมารู้จักกันตอนผมย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วครับ  ตอนผมอยู่บ้านใหญ่  คยูฮยอนยังทำงานอยู่ที่โรงแรมในตัวเมือง  แค่เคยเห็นหน้ากันบ้างเท่านั้น  เขามาอยู่ที่นี่ก่อนผมด้วย  เลยเหมือนเป็นรุ่นพี่ในทุกๆ เรื่อง”  ขณะเล่าถึงคยูฮยอน  ซองมินพยายามซ่อนยิ้มไว้ใบหน้า  แต่ก็ไม่พ้นสายตาของผู้ใหญ่สามคน

 

            “ดูเหมือนว่าตอนเกิดเรื่องเธอสองคนอยู่ด้วยกัน” สารวัตรถามเหมือนไม่สลักสำคัญ

 

            “เอ่อ  ครับ  ผมไปหาคยูฮยอนที่คอกม้า” ซองมินเป็นเด็กที่ปิดบังไม่เก่งเอาเสียเลย  แค่สารวัตรถามถึงตอนเกิดเรื่อง  ซองมินก็แก้มแดงปลั่งแล้ว  น่าชื่นชมที่ยังแข็งใจเล่าต่อได้ตะกุกตะกัก  “เพราะว่าคุณจองซูสั่งให้ผมเอาเบียร์ไปเสิร์ฟหนึ่งเหยือกหลังจากเขาขี่ม้าเสร็จ”

 

            “สรุปว่าเรื่องนี้คุณจองซูเป็นคนจัดการสินะ”  สารวัตรพึมพำ

 

            เยซองนิ่งเงียบ  ครุ่นคิดไปว่างานแบบนี้ก็เหมาะกับปาร์คจองซูดี  ตั้งแต่สมัยยังอายุน้อย  จองซูก็เป็นธุระจัดหาและควบคุมดูแลนางบำเรอให้สามี  พอแก่ตัวลงก็ยังสามารถจัดการเรื่องทำนองเดียวกันได้คล่องแคล่ว

 

            ดูเหมือนนายตำรวจแทมินก็คิดแบบเดียวกัน

 

            “ครับ  คยูฮยอนเป็นคนโปรดของคุณจองซู”  ดูเหมือนซองมินจะตามไม่ทันความคิดของผู้ใหญ่ทั้งสาม  จึงตอบรับซื่อๆ

 

            “เธอเองก็เป็นคนโปรดนี่นา”

 

            “ผมไม่ทราบครับ”  ซองมินปฏิเสธแก้มแดง  ท่าทางขัดเขิน

 

            “ซองมิน”  เยซองตั้งคำถามเป็นครั้งแรก  จนซองมินดูตื่นตกใจเล็กน้อย  ดวงตากลมนั่นช้อนมองเยซองเหมือนกระต่ายกำลังตกใจกลัว

 

            “ตอนอยู่บ้านใหญ่  หนูได้รับใช้คุณดงเฮด้วยหรือเปล่า”

 

            “เปล่าครับ  ผมได้แต่ทำงานในครัว  คุณดงเฮเป็นคนสูงส่ง  คนต่ำต้อยอย่างผมไม่ได้เข้าใกล้หรอกครับ”  ซองมินปฏิเสธหนักแน่น

 

            สารวัตรรับไม้ต่อจากเยซอง  “เอาละ  พวกเราอยากถามเธอเรื่องเย็นวันศุกร์  ที่ชายแขนเดียวอ้างชื่อว่าคิมชินโจมาที่นี่”

 

            “ครับ”  ซองมินตอบรับมุ่งมั่น

 

            “ช่วยเล่าให้เราฟังได้ไหม”

 

            “ผมไม่สังเกตอะไรผิดปกตินะครับ  ตอนนั้นสี่โมงครึ่งพอดีที่คุณจองซูสั่งผมว่า  ช่วงสี่โมงครึ่งถึงห้าโมงเย็นจะมีเพื่อนสนิทของคุณคังอินมาที่นี่  ให้ผมช่วยจัดห้องดาเลียเป็นที่พัก  และให้ดูแลอย่างดีด้วย  พอชายคนนั้นมาถึงพร้อมจดหมายแนะนำ  ผมเลยเอาไปให้คุณจองซูดู  แล้วพาแขกไปห้องพักตามคำสั่ง”

 

            ซองมินมีสีหน้าชวนให้สงสาร  เหมือนจะอุทธรณ์ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด

 

            “ตอนนั้นเธอเห็นใช่ไหมว่าเขาไม่มีแขนซ้าย”

 

            “ครับ”

 

            “แล้วตอนนั้นไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคุณจองซูหรือ”

 

            “เปล่าครับ  ผมไม่เคยทราบเรื่องชายแขนเดียวมาก่อน  เลยคิดว่าไม่สำคัญ  อีกอย่างเขาเป็นเพื่อนสนิทคุณคังอิน  ผมเลยไม่กล้าเอาไปพูดในทางไม่ดี”

 

            “แล้วทำไมตอนคุณจองซูสอบสวนทีหลังถึงได้บอกออกมาล่ะ  ตอนนั้นเธอรู้แล้วหรือ”  เยซองถาม  เขาจำได้ดีว่าในจดหมายจากเรียวอุค  ซองมินดูหวาดกลัวมากตอนที่สารภาพออกมาว่าแขกลึกลับไม่มีแขนซ้าย

 

            “คยูฮยอนน่ะสิครับ”  ซองมินมีน้ำเสียงคล้ายเด็กฟ้องผู้ใหญ่ว่าถูกรังแก  “จู่ๆ  เขาก็ทำหน้าตาน่ากลัว  เข้ามาบอกผมตอนกลางดึก  ว่ามีตำนานปีศาจของคฤหาสน์นี้มาเล่าให้ฟัง  แล้วก็เล่าเรื่องชายแขนเดียวที่วนเวียนรอบบ้านมายี่สิบปี  ผมนอนไม่หลับเลยเพราะกลัวมาก  วันต่อมาผมถึงได้บอกคุณจองซู”

 

            “เจ้าเด็กนั่น!  สารวัตรทำหน้าถมึงทึงเมื่อรอยยิ้มยียวนของคยูฮยอนลอยเข้ามาในสำนึก

 

            เยซองจึงถามต่อ  “แล้วหลังจากนั้นคุณจองซูทำอย่างไรบ้าง”

 

            “คุณจองซูดูตกใจมาก  สั่งผมว่าห้ามเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด”

 

            “แต่หนูเล่าให้คยูฮยอนฟังใช่ไหม”

 

            “ครับ  หลังจากถูกดุ  ผมก็เล่าให้คยูฮยอนฟัง  แล้วกำชับเขาว่าห้ามเล่าเรื่องนี้ต่อ”  ซองมินก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดที่ขัดคำสั่ง

 

            “เธอจำลักษณะท่าทางชายคนนั้นได้ไหม”  สารวัตรเริ่มทำหน้าที่ต่อ

 

            “ผมได้คุยกับเขาแค่ครู่เดียวนะครับ  เท่าที่จำได้  เขาสวมหมวกสีดำ  แว่นดำอันใหญ่  คาดผ้าปิดปากสีดำสนิท  เลยได้ยินเสียงพูดไม่ค่อยชัด  เขาดึงผ้าปิดปากออกเพื่อดื่มชาแค่จิบเดียวแล้วก็รีบปิดกลับเหมือนเดิม  อายุก็ดูไม่ออกว่าเท่าไหร่แน่”

 

            “ถ้าอย่างนั้น  เธอเห็นคุณซีวอนที่ถูกฆ่าตายวันนี้แล้วใช่ไหม  เธอคิดว่าชายแขนเดียวคนนั้นกับคุณซีวอนเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า”  สารวัตรยิงคำถามสำคัญ  แทมินเกร็งตัวอย่างตื่นเต้น  ลอบมองเยซองที่ยังทำหน้านิ่งเฉยด้วยแววหมั่นไส้เล็กน้อย

 

            “ครับ  เห็นศพ  เอ้อ ร่างของเขา”  ดวงตาของซองมินมีแววหวาดกลัว  “เป็นไปไม่ได้ครับ  ผมไม่คิดว่าเป็นคนเดียวกัน”

 

            “เขามีอะไรแตกต่างหรือ”  เยซองถามเสียงเนือย

 

            “ผมจำคุณซีวอนได้  เขาตัวสูงกว่าคนที่ผมเห็นเมื่อวันศุกร์นิดหน่อยครับ”  ซองมินมีท่าทางมั่นใจ

 

            “ขอบใจมาก  ถ้าอย่างนั้นเธอคิดว่าชายแขนเดียวคนนั้นลักษณะเหมือนใครในบ้านตอนนี้หรือเปล่า”  สารวัตรถามต่อ

 

            “ไม่น่าจะมีนะครับ  ไม่ใช่คุณคังอินและคุณชินดงแน่นอน  เพราะชายแขนเดียวรูปร่างเล็กกว่านั้น”  ซองมินมีท่าทางครุ่นคิด

 

            “แล้วเจ้านักดนตรีที่ชื่อคิบอมล่ะ”

 

            “ไม่แน่ใจครับ  แต่ผมคิดว่าไม่เหมือน”  ซองมินลังเล

 

            “เอาละขอบใจมาก”  สารวัตรทำท่าพอใจกับการสอบปากคำ  แต่ก่อนที่การสอบสวนจะจบลง  เยซองรีบเอ่ยแทรก

 

            “ขอโทษนะครับสารวัตร  ขอโทษหนูด้วยนะซองมิน  ผมมีเรื่องอยากถามอีกหนึ่งข้อ”

 

            สารวัตรกับนายตำรวจแทมินหันมามองเยซองอย่างสงสัย

 

            “หนูไม่เคยใส่คอนแทคเลนส์ใช่ไหม”

 

            คำถามของเยซองทำให้ซองมินสะดุ้งเฮือก

 

            “ผม...  เคยใส่อยู่พักหนึ่ง  สมัยอยู่บ้านใหญ่  พอย้ายมาที่นี่ก็ลืมเอามาด้วย”  ซองมินดูหวาดกลัว

 

            “ทำไมไม่ตัดแว่นล่ะจะได้หมดปัญหา”  แทมินถามอย่างไม่เข้าใจ  เป็นเหตุให้เขาถูกสารวัตรดุ

 

            “นายก็ถามอะไรแบบนั้น  คนทำงานต้อนรับในโรงแรมระดับนี้เขาไม่ใส่แว่นสายตากันหรอก”  สารวัตรแก้ให้  แล้วหันมาทางซองมิน  “ไม่ต้องกลัวหรอก  เราสัญญาว่าจะไม่ฟ้องคุณจองซู”

 

            “ขอบคุณมากครับ  คุณจองซูเคยสั่งให้ผมกลับไปเอาคอนแทคเลนส์  แต่ผมยังไม่มีเวลาไป...”  ซองมินทำหน้าเหยเก

 

            เมื่อร่างเล็กๆ  นั้นลับไปแล้ว  แทมินก็หันมามองเยซองด้วยสายตาสงสัย

 

            “คุณรู้ได้ยังไงว่าเด็กคนนั้นสายตาสั้น”

 

            “ผมเห็นเด็กนั่นหรี่ตาจ้องหน้าคนอื่นตลอดน่ะครับ”  เยซองอธิบายเรื่อยๆ  “มันเรียกว่า pinhole effect  เป็นท่าทางตามธรรมชาติของคนที่มีปัญหาสายตา  มันช่วยให้เห็นชัดขึ้นได้นิดหน่อยเท่านั้น  เด็กคนนั้นดูจะสายตาสั้นมากทีเดียว  แค่ระยะโต๊ะกั้นตัวหนึ่งก็ไม่ชัดแล้ว”

 

            “คุณเยซอง”  สารวัตรทำเสียงเครียด  “สรุปว่าที่คุณจองซูเลือกซองมินให้ไปต้อนรับชายแขนเดียว  เพราะเขารู้ว่าซองมินยังไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์หรือ”

 

            “เป็นไปได้ครับ”  เยซองแบ่งรับแบ่งสู้

 

            แทมินกัดฟันกรอด  “ไอ้แก่เจ้าเล่ห์!

 

            สารวัตรไม่สนใจ  ยิงคำถามต่อ  “ถ้าอย่างนั้น  ชายแขนเดียวก็ต้องเป็นคนที่ซองมินรู้จัก”

 

            “ก็อาจเป็นไปได้อีกเช่นกัน”

 

            แทมินทำตาโตเหมือนเพิ่งนึกอะไรดีๆ  ออก

 

            “ถ้าอย่างนั้น  คุณจองซูก็ต้องจงใจให้ชายแขนเดียวเข้าพักในห้องที่มีทางลับน่ะสิ!!  แทมินพูดรัวเร็วด้วยท่าทางเคียดแค้น











ตอนนี้สั้นจุง

ชอบโมเมนต์ที่แทมินเรียกป้าทึกว่า ไอ้แก่เจ้าเล่ห์  อ่ะ  555


เอาแล้วไง ชายแขนเดียวไม่ใช่พี่วอน หึหึ


เจอกันตอนหน้าจ้า  ตอนนี้ตัวละครยังอยู่ดีครบทุกคน 

เอากระต่ายมาเสิร์ฟ

แอบเห็นคุณนักสืบกับคุณเลขาอยู่ข้างหลัง - " -



20.4.59 แก้ส่วนสูงของชายแขนเดียว เตี้ยกว่าซีวอนนิดหน่อย ไม่ถึง ห้าหกเซนต์ -*-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #44 kob kerojang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 09:40
    ชั้นว่าจองซูมีเบื้องหลัง จะแก้แค้นไรบางอย่างแน่ๆ เทอดูเจ้ากี้เจ้าการแระมีอำนาจเข้าออกในบ้านแถมยังเป็นคนเก่าแก่รุ้เรื่องคดีเก่าด้วย
    #44
    0
  2. #10 vincentmarcus137 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 23:57
    นอกเรื่องนิด  น่ารักกกก  คุณคนเด็กรับใช้น่ารักเชียวว (คนจะอวยรับบทอะไรก็อวย 5555)

    เอ้าแล้ววว ไม่ใช่เฮียวอนด้วย  ใครเนี่ย แล้วทึกรู้มั้ย  แต่ก็ยอมรับว่าทึกนี่ดูเจ้าเล่ห์และลึกลับสุดจริง
    พี่เย่ ช่างสังเกตมาก  สมกับเป็นนักสืบจริงๆ  ตอนนี้ตัวละคร ยังอยู่ครบ โล่งใจ
    ยังไงก็ฝากไรเตอร์ ้เก็บกระต่ายไว้จนจบด้วยนะค่ะ 555
    #10
    0