[SJ] ด้วยรัก ... และความตาย [KangHae, Kyumin] (จบแล้ว))

ตอนที่ 19 : Chapter 18 ความจริง (บางส่วน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ส.ค. 59

Chapter 18 ความจริง (บางส่วน)

 

            “เธอคงสบายใจแล้วนะ  เพราะเจ้านายเธอไม่ใช่คนร้าย  และเขายังเกือบตกเป็นเหยื่อเองด้วยซ้ำ  ถ้าไม่มีเธอกับคุณจองซูช่วยเอาไว้  แผนของคนร้ายคงสำเร็จไปแล้ว  เอาล่ะ  ทีนี้เธอจะยอมเล่าเรื่องทุกอย่างให้เราฟังได้หรือยัง”

 

            หลังเรื่องวุ่นวายสงบลง  เยซองจึงได้พูดกับคยูฮยอน  ประโยคเริ่มของเยซองแปลกประหลาดจนแทมินลอบมองมาอย่างกังขา  แต่ก็เลิกสนใจเพราะทั้งเยซองและคยูฮยอนยังคงจ้องหน้ากันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

 

            “ถ้าอย่างนั้น  ตกลงคนร้ายคือใครครับ...”

 

            “คนคนนั้นไงล่ะ  คนที่ถูกหนูรุมกัดแทะจนตาย...”

 

            น้ำเสียงท้ายประโยคมีแววดูหมิ่นรังเกียจอย่างชัดเจน  จนคยูฮยอนและเหล่าตำรวจที่รายล้อมอดมองหน้าเขาไม่ได้

 

            “ตัวฉันเองก็คิดว่าซองมินน่าสงสารเหลือเกิน  แต่อย่างน้อยตอนถูกหนูแทะ  ซองมินก็ตายไปแล้ว  ตรงข้ามกับคนที่ทำให้ซองมินต้องเป็นแบบนั้น  ที่ถูกหนูกัดจนตายทั้งเป็น  รู้อย่างนี้แล้ว  เธอคงพอใจหายแค้นบ้างแล้วใช่ไหม”

 

            “ขอบคุณมากครับ  คุณเยซอง”  คยูฮยอนดูหดหู่  ไม่มีร่องรอยความดุดันก้าวร้าวเหมือนสัตว์ป่าเหมือนเมื่อตอนที่พบศพซองมิน

 

            “งั้นจะเล่าเรื่องให้เราฟังตามตรงได้หรือยัง  ตกลงว่าชายที่หายตัวไปจากห้องดาเลียเมื่อเย็นวันศุกร์ก็คือเธอเองใช่ไหม”

 

            แทมินที่เพิ่งกลับจากโซลหันมองคยูฮยอนด้วยสีหน้าตกใจ  แม้ทั้งคู่จะมีน้ำเสียงและสีหน้าท่าทางนิ่งสงบแต่ก็ดูนัยยะบางอย่างแอบแฝง  เหมือนต่างฝ่ายคือเซียนพนันชั้นยอดที่ต่างถือไพ่ตายของตนไว้ในมือ

 

            คยูฮยอนพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย  “ขอโทษครับ”

 

            “ไม่ต้องขอโทษหรอก  เธอทำตามคำสั่งของคุณจองซูนี่นา”

 

            “ครับ”

 

            “คุณจองซูบอกเธอว่าอะไรหรือ  เธอถึงยอมทำตาม”

 

            “คุณจองซูบอกว่าพรุ่งนี้หมอนั่นจะมา  เราจะขู่ให้มันกลัวสักหน่อย  เพราะคุณจองซูเกลียดมันมาก”

 

            “ซองมินไม่ทันสังเกตใช่ไหมว่าชายแขนเดียวคือเธอ”

 

            “ซองมินสายตาสั้นมากครับ  เหตุผลที่ผมรับงานนี้  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอยากแกล้งซองมินเล่น”

 

            “ถ้าอย่างนั้นขอถามอีกเรื่องได้ไหม  ชายแขนเดียวที่ปรากฏตัวในระยะหลังนี้ก็คือเธอด้วยใช่หรือเปล่า”

 

            “ขอโทษครับ  ผมไม่กล้าขัดคำสั่งคุณจองซู”

 

            “ทำไมล่ะ  คุณจองซูขู่ว่าจะไม่ให้ซองมินมาหาเธอบ่อยๆ  หรือ”

 

            “ไม่ใช่เหตุผลนั้นหรอกครับ  ผมไม่กล้าขัดคุณจองซูเพราะท่านมีบุญคุณกับผมมาก  รู้ทั้งรู้ว่าผมไม่ใช่คนดี  เป็นเด็กกำพร้าไม่มีหัวนอนปลายเท้า  แต่คุณจองซูก็ไม่สน  ยังรักเอ็นดูผมมาตลอด”

 

            เหล่านายตำรวจลอบมองหน้ากัน  จะว่าไปสิ่งนี้อาจเรียกได้ว่า  ตรรกะของคนที่ไม่เคยได้รับความรัก  กระมัง

 

            “งั้นขอถามอีกเรื่อง  เมื่อคืนวันอาทิตย์  ระหว่างพวกเราเข้าไปในทางลับจากห้องดาเลีย  คนที่ดักรอเราอยู่ในอุโมงค์ก็คือเธอใช่ไหม”

 

            “ครับ”

 

            “ทำไมต้องทำแบบนั้น”

 

            “เพราะว่า....”  คยูฮยอนเริ่มกระสับกระส่ายหลังตอบทุกอย่างด้วยสีหน้านิ่งสนิทมาตลอด  “เพราะผมคิดว่าพวกตำรวจสงสัยคุณคังอินน่ะครับ”

 

            “คงไม่ใช่แค่นั้นมัง  ตัวเธอเองก็สงสัยเจ้านายของตัวเองด้วยไม่ใช่หรือ  เพราะเธอรู้ว่าดงเฮกับซีวอนยังมีอะไรกันแม้หลังหย่าขาดกันแล้ว”

 

            แทมินสะดุ้งเฮือก  เขาเพิ่งรู้ความหมายของถ้อยคำที่เยซองใช้พูดกับคยูฮยอนเมื่อเริ่มสอบปากคำ

 

            “คุณเยซอง  รู้เรื่องนั้นด้วยหรือครับ”  คยูฮยอนเหลือบตามองเยซอง ท่าทีเรียบนิ่งของเด็กหนุ่มพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

 

            “ทำนองนั้นแหละ  ว่าแต่ ทำไมเธอถึงรู้ล่ะ”

 

            “ซองมินเล่าให้ฟังครับ”

 

            “เล่าเมื่อไหร่”

 

            “เมื่อก่อน  ซองมินเคยอยู่บ้านใหญ่  เลยรู้จักคุณดงเฮ  ซองมินเล่าว่าเคยเห็นคุณดงเฮออกมาจากโรงแรมอย่างว่าพร้อมกับผู้ชายที่ซองมินไม่รู้จัก  แต่ทั้งสองไม่ทันสังเกตเห็น  ซองมินตกใจมาก  แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร  ซองมินเป็นคนฉลาด  เลยเก็บเรื่องนี้ไว้  ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง...”

 

            “แล้วจากนั้นล่ะ”

 

            “เมื่อวันเสาร์ตอนเที่ยงเศษ  ชายคนนั้นกลับมาปรากฏตัวที่นี่  และบอกว่าชื่อชเวซีวอน  ซองมินเลยรู้ว่าเขาเป็นใคร  แต่ถึงอย่างนั้นซองมินก็ยังปิดปากเงียบ  แต่ต่อมากลับเกิดเรื่องฆ่ากันตายในโกดัง  ซองมินออกจากโกดังกลับห้องมาพร้อมผม  ตอนนั้นซองมินดูหวาดกลัวมาก  พอผมลองซักดู  ซองมินก็เล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด”

 

            จากการให้ปากคำก่อนหน้านี้  คยูฮยอนบอกว่าไม่เจอซองมินอีกเลยหลังจากแยกกันที่หน้าโกดัง  เป็นเพราะต้องการปกปิดเรื่องของซองมินนี่เอง

 

            “แล้วเธอทำยังไงต่อล่ะ”

 

            “ผมบอกให้ซองมินปิดปากเงียบ  ห้ามบอกใครอีกเด็ดขาด  ตัวผมก็จะไม่บอกใครเหมือนกัน  แต่จากนั้นปรากฏว่าตำรวจพบไม้เท้าซ่อนดาบตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ  ผมจึง...”

 

            “เธอเองก็เริ่มคิดว่าคุณคังอินเป็นคนทำใช่ไหม”

 

            “ผมไม่เชื่อหรอกว่าท่านจะทำ  หรือต่อให้พลั้งมือไปจริง  คุณคังอินต้องยอมรับสารภาพตามตรง  ไม่มีทางสร้างเรื่องตบตาแน่  แต่ขณะเดียวกันผม....  ก็ไม่แน่ใจ”

 

            “เธอต้องการช่วยคุณคังอิน  เลยปลอมตัวเป็นชายแขนเดียวมาหลอกเราให้ดูเหมือนว่าเขามีตัวตนอยู่จริง  ทีมสืบสวนจะได้หลงประเด็นใช่ไหม”

 

            “ขอโทษครับ  ขอโทษคุณด้วยนะครับ”  คยูฮยอนหันไปก้มหัวให้สารวัตรด้วยท่าทีสำนึกผิด

 

            “ฮะๆๆ  เอาละ  ฉันจะเล่าเรื่องความจงรักภักดีของเธอให้คุณคังอินฟังนะ  แต่ฉันไม่รับรู้ด้วยนะว่าเธอจะถูกชมหรือถูกตำหนิ”

 

            “คุณเยซอง  อย่าทำแบบนั้นนะครับ  ผมต้องถูกดุแน่นอน  เพราะคุณคังอินไม่ชอบให้แอบทำอะไรลับหลัง”

 

            “เอาเถอะ  ว่าแต่ทั้งหมดที่เธอทำลงไป  คุณจองซูรู้เห็นด้วยหรือเปล่า”

 

            “ผมมักปรึกษาคุณจองซูก่อนครับ  แต่คุณจองซูไม่เคยพูดอะไรเลย  ดังนั้นทั้งหมดจึงเป็นการตัดสินใจของผมเอง”

 

            สมกับเป็นปีศาจเฒ่าเจ้าเล่ห์  เมื่อคยูฮยอนให้การแบบนี้  จองซูจึงลอยตัวเหนือทุกอย่างอย่างง่ายดายทั้งที่รู้เห็นมาตลอด

 

            “งั้นหรือ  ตกลง  เข้าใจแล้ว  คำถามสุดท้าย  เราอยากให้เธอบอกความจริงเรื่องหนึ่ง”

 

            “เรื่องอะไรครับ”  คยูฮยอนถามซื่อๆ

 

            “เช้าวันศุกร์  ที่ทุกคนบอกว่าคุณคังอินโทรศัพท์มาหาคุณจองซูจากโซล  เราตรวจสอบกับองค์การโทรศัพท์แล้ว  ปรากฏว่ามีสายโทรเข้ามาจริง  เขาเป็นใครกันหรือ”

 

            “อ้อ  เรื่องนั้นหรือครับ”  คยูฮยอนผุดรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย  “เขาไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้หรอกครับ”

 

            “ตกลงเขาเป็นใครกัน”

 

            “คือ  ผมเคยเล่าแล้วใช่ไหมครับว่าเคยฝึกงานอยู่ที่โรงแรมในโซลมาก่อน  หัวหน้าบ๋อยที่โน่นชื่อชางมิน  เขาเอ็นดูผมมาก  พอดีว่าช่วงนี้ชางมินจะไปดูงานที่โรงแรมในอเมริกา  จึงมาเยี่ยมผมที่นี่เมื่อวันพุธ  เขาเคยมาบ่อยจนสนิทกับคุณจองซูน่ะครับ  วันนั้นเขาค้างที่นี่  แล้วกลับโซลตอนเที่ยงวันพฤหัส  จากนั้นจึงค่อยเดินทางไปอเมริกาเช้าวันศุกร์  คุณจองซูฝากให้เขาทำธุระที่โซล  โดยให้รายงานผลก่อนไปขึ้นเครื่อง  และบอกด้วยว่าโทรมาจากที่ไหน  เช้าวันศุกร์ชางมินจึงโทรมาตามสัญญา”

 

            “จากนั้นคุณจองซูก็หลอกคนอื่นว่าเป็นสายจากคุณคังอิน”  สารวัตรกลอกตา  แม้จะน่าโมโหแต่เรื่องนี้ก็แนบเนียนจนเขาโกรธไม่ลง

 

            “ใช่ครับ  สุภาษิตบอกไว้ว่า  ถ้าอยากหลอกศัตรู  ก็ต้องหลอกพวกเดียวกันก่อน  แม้แต่คุณคังอินก็ถูกหลอกไปด้วย”

 

            “หมายความว่าคุณจองซูหลอกจนทุกคนเชื่อสนิทใจว่าเป็นสายจากคุณคังอิน บอกว่าจะมีแขกชื่อคิมชินโจเข้าพัก  ขอให้จัดห้องดาเลียไว้รับรองแขกของคุณผู้ชายด้วยสินะ”  แจซอกหัวเราะออกมา

 

            “ใช่ครับ  คุณจองซูฉลาดมาก  ทุกคนเชื่อสนิทเลย”

 

            “แล้วนามบัตรนั่นล่ะ  คุณจองซูเป็นคนเขียนเองรึ”

 

            “ครับ  นามบัตรคุณคังอินมีออกถมเถ  อีกอย่างท่านมักใช้ปากกาเส้นหนา  เลยปลอมลายมือได้ง่าย”

 

            “จากนั้นนายก็แค่ถือนามบัตรนี่มา  โดยปลอมตัวเป็นคิมชินโจ  สุภาพบุรุษแขนเดียวเพื่อหลกซองมิน”

 

            “ใช่แล้วครับ”

 

            “คุณจองซูหัวคิดดีไม่ใช่เล่น”

 

            “งั้นแสดงว่าระหว่างเหตุการณ์วุ่นวายในบ้านหลังนี้  คุณชางมินบินไปอเมริกาแล้วใช่ไหม”

 

            “ครับ  ป่านนี้เขาก็ยังไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก  หรือต่อให้รู้  เขาก็คงคิดไม่ถึงหรอกครับว่าต้นเหตุมาจากที่เขาโทรมา  เพราะเขาโทรมาด้วยธุระปกติ  ผมถึงบอกไงครับว่าเขาไม่เกี่ยวข้องกับคดี”

 

            เยซองเผลอหัวเราะจนน้ำตาไหล  ด้วยเหตุว่าเพิ่งเข้าใจว่าเขากับเหล่าทีมสืบสวนถูกจองซูใช้อุบายต้มเสียสุก  “เธอออกไปได้  อีกสักครู่สารวัตรจะต้องแถลงข่าวให้พวกนักข่าว เธอจะได้รู้เสียทีว่าฆาตกรเป็นใคร  และทำไมต้องฆ่าชายคนนั้นด้วย”

 

            “ขอบคุณครับ”  คยูฮยอนลุกจากเก้าอี้มายืนตัวตรง  ก้มศีรษะนอบน้อมก่อนเดินออกไป

 

            “คุณเยซอง  จริงอยู่ว่าตอนนี้เรารู้แล้วว่าฆาตกรคือคุณคิบอม  แต่คุณรู้ด้วยหรือว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น”  สารวัตรถามอย่างร้อนรน

 

            “จริงสิ”  เยซองลุกขึ้นยืนปัดชายกางเกง  “งั้นเราไปโกดัง  แล้วลองจำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุดูดีไหมครับ”

 

            เลยสองทุ่ม  ในโกดังมีไฟอยู่ห้าดวง  ดังนั้นเมื่อเปิดครบจึงสว่างเพียงพอให้เยซองจำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุได้  นอกจากตัวเขาแล้ว  ยังมีสารวัตร  นายตำรวจแจซอก  แทมิน  และมินโฮ  ทุกคนเฝ้ารอด้วยใจจ่อ

 

            “คุณแจซอก  ช่วยแสดงเป็นคุณซีวอนให้หน่อยนะครับ”

 

            “ให้ทำแบบไหนครับ”

 

            “ไม่ต้องมัดแขนซ้ายไว้ก็ได้ครับ  แค่พยายามอย่าใช้ก็แล้วกัน”

 

            “แล้วยังไงต่อครับ”

 

            “ช่วยหมุนรอกที่อยู่ริมฝาผนัง  ให้ปลายเชือกที่ห้อยจากเพดานลงมาแตะพื้น”

 

            เมื่อแจซอกหมุนรอก  ปลายเชือกถูกผูกเป็นห่วงจึงเลื่อนลงมาด้านล่าง

 

            “ดึงห่วงไปคล้องกระสอบทรายตรงนั้นให้แน่น  ห้ามให้แขนซ้ายนะครับ”

 

            เมื่อได้ยินคำว่ากระสอบทราย  ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก  แต่ยังไม่เข้าใจเจตนาของเยซอง  แจซอกทำตามแม้จะสงสัย

 

            “คราวนี้หมุนลูกรอกครับ  ยกกระสอบทรายให้สูงขึ้นไปสิครับ”

 

            เมื่อแจซอกทำตามนั้น  กระสอบทรายหนักเจ็ดสิบห้ากิโลกรัมก็ถูกยกลอยสูงขึ้น  มีเสียงอุทานหลุดจาปากคนทั้งหมด

 

            “คุณแจซอก  ปล่อยกระสอบทรายนั่นไว้ก่อน  ทีนี้ช่วยเอาเชีอกไปผูกไว้กับตะขอบนฝาผนัง”

 

            แจซอกทำตามด้วยปลายนิ้วสั่นเทา  ดูเขาจะเข้าใจในที่สุดว่าเยซองต้องการแสดงอะไรให้เห็น

 

            เยซองทำท่าทางเขินอาย  “ทุกคนคงทราบแล้วใช่ไหมครับว่ากระสอบทรายนี้มีน้ำหนักพอกับคุณคังอิน  คุณซีวอนคิดว่าต่อให้เป็นชายแขนเดียวซึ่งไม่มีเรี่ยวแรงมากนัก  หากใช้ลูกรอกให้เป็นประโยชน์ก็สามารถดึงคนร่างใหญ่อย่างคุณคังอินขึ้นไปแขวนคอบนเพดานได้  โดยเฉพาะรอกที่มีลักษณะไม่ใช่รอกยึดกับเพดานแบบนี้  มันทุ่นแรงได้ถึงสองเท่าถ้าใช้หนึ่งตัว  ในกรณีนี้ให้ใช้ถึงสองตัวเพื่อขนย้ายส้มในอดีต  ดังนั้นคุณซีวอนใช้แรงแค่หนึ่งในสามของเจ็ดสิบห้ากิโลกรัม  หรือแค่ยี่สิบห้ากิโลกรัมเท่านั้นในการยกกระสอบใบนี้ไปแขวนบนเพดาน”

 

            แจซอกมองกระสอบที่ห้อยบนเพดานด้วยดวงตาเข้าใจลึกซึ้ง

 

            “โดยก่อนหน้านั้นต้องตีให้เขาหมดสติเสียก่อนด้วยไม้เท้าซ่อนดาบ  หรือพูดอีกอย่างว่านี่การซักซ้อมเหตุการณ์ขณะชายแขนเดียวฆ่าคุณคังอินน่ะครับ”

 

            “คุณซีวอนรู้ตั้งแต่ก่อนมาคฤหาสน์แล้วหรือ  ว่าเมื่อเย็นวันศุกร์มีชายแขนเดียวมาปรากฏตัว  แล้วหายไปแบบไร้ร่องรอย”

 

            “สารวัตร  ผมเคยเล่าหลายครั้งแล้วว่าตอนนั่งรถม้ามากับคยูฮยอนจนเกือบถึงคฤหาสน์  ผมได้เห็นชายแขนเดียวป้วนเปี้ยนอยู่ในป่า  ถ้านั่นคือคุณซีวอนละก็  ต้องเป็นเขาแน่นอน  ทำไมเขาต้องมาป้วนเปี้ยนในเวลานั้นด้วย  เขาอาจจำเป็นต้องทำให้พวกเราคิดว่าชายแขนเดียวมีอยู่จริง  ซึ่งย่อมแสดงว่าเขารู้เวลาที่ผมจะมาถึง  แต่คนที่รู้เรื่องนี้มีเพียงคุณคังิน  คุณดงเฮ  และคุณจองซูเท่านั้น  แสดงว่าหนึ่งในสามคนนั้นเป็นคนบอกให้เขารู้  ซึ่งอาจบอกคุณซีวอนด้วยว่ามีชายแขนเดียวมาเมื่อเย็นวันศุกร์  สันนิษฐานได้จากว่าเขาเตรียมชุดที่เหมือนของชายแขนเดียวมาด้วยน่ะครับ”

 

            “แสดงว่า  สองคนนั้นตั้งใจใช้ประโยชน์จากเรื่องชายแขนเดียวเพื่อฆ่าคุณคังอิน  โดยป้ายความผิดให้ชายแขนเดียวหรือครับ”

 

            “ก็คงแบบนั้น”

 

            “แล้วคุณคิบอมก็มาเห็นขณะซ้อมกันอยู่พอดี”  สารวัตรว่า

 

            “ใช่ครับ  คุณซีวอนชะล่าใจว่าโกดังอยู่ห่างจากตัวบ้าน  โดยลืมไปว่ามีศาลเจ้าซึ่งเป็นทางออกจากอุโมงค์ใต้ดินอยู่ใกล้ๆ  เรื่องนี้เป็นความผิดครั้งใหญ่เลยทีเดียว  ตอนนั้นคุณคิบอมเพิ่งออกจากอุโมงค์และรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ในโกดังจึงมาพบเข้า  ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาร้ายแรงมากสำหรับคุณซีวอน”

 

            “ใช่  ถ้ามีคนมาเห็นตอนซ้อมใหญ่  ย่อมไม่อาจแสดงจริงได้  เพราะเขาอาจรู้จุดประสงค์จนหมดแล้ว”

 

            “ผมไม่แน่ใจว่าคุณคิบอมรู้จุดประสงค์ของคุณซีวอนออกทันทีหรือเปล่า  แต่ทั้งสองคนเคยมีความแค้นลึกซึ้ง  อีกอย่างคุณคิบอมรู้จักนิสัยใจคอคุณซีวอนดี  ว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์ เห็นแก่ตัว  น่าจะพอเดาได้ว่าคุณซีวอนกำลังวางแผนเลวร้าย  ฝ่ายคุณซีวอนถูกคนเห็นขณะกำลังเตรียมก่อการสำคัญ  ซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นคู่แค้นเก่า  เขาคงระงับอารมณ์ไม่อยู่  และเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาคุณคิบอมก่อนพร้อมไม้เท้าซ่อนดาบ แต่โชคไม่เข้าข้างคุณซีวอนเพราะเขามัดแขนซ้ายตัวเองไว้  สุดท้ายเลยถูกคุณคิบอมแย่งไม้เท้าไป  และถูกตีท้ายทอยจนหมดสติ...”

 

            “คุณคิบอมคงระเบิดความแค้นที่สั่งสมมานาน”  แจซอกว่าอย่างเห็นใจ  “คงจะแค่พลั้งมือตีแรงไปหน่อย  อย่างที่คุณเยซองว่า  ไม่รู้ว่าคุณคิบอมเข้าใจแผนการของคุณซีวอนทันทีหรือเปล่า  แต่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนเจ้าเล่ห์และเห็นแก่ตัวมาก  จึงน่าจะเดาออกว่ามีแผนร้าย  และใช้เชือกแถวนั้นรัดคอคุณซีวอนจนตาย...”

 

            “เขาคงอยากให้คนชั่วอย่างคุณซีวอนหายไปจากโลกนี้  นอกจากมีความแค้นส่วนตัว  เขาคงรู้สึกหมดหวัง  จนยอมเสียสละลงมือเอง”  น้ำเสียงของเยซองหดหู่ลึกซึ้ง

 

            “จากนั้นมีเสียงคนดังมาจากศาลเจ้าใช่ไหมครับ”

 

            “คุณฮยอกแจกับคุณเรียวอุคคงหัวเราะคิกคักกันมา”

 

            “คุณคิบอมจึงรีบซ่อนศพไว้ในกองของเก่า  ดึงกระสอบทรายลงมายัดเข้าไปใต้กองเชือกพร้อมกับไม้เท้า  ส่วนตัวเองรีบออกไป  แล้วย้อนมาเจอคนทั้งสองด้านนอกประตูหลังด้วยท่าทีปกติ  จากนั้นจึงชวนกันมาดูโกดังเพื่อให้เห็นว่าไม่มีสิ่งผิดสังเกต”

 

            “คงเป็นอย่างที่คุณแจซอกว่า”

 

            “และที่เขาแกล้งทำกล่องบุหรี่ตก  ก็เพื่อจะได้เป็นข้ออ้างมาค้นหาในโกดังภายหลัง”

 

            “ใช่แล้ว  เขากลับคฤหาสน์ไปครั้งหนึ่ง  แต่ระหว่างคุณฮยอกแจกับคุณเรียวอุคอาบน้ำ  เขาก็แอบกลับมาใหม่เพื่อยกศพไปวางบนรถม้า  แบบนี้หลักฐานอ้างที่อยู่ของเขาจึงสมบูรณ์”

 

            “ตอนนั้นคุณคิบอมคงใช้ลูกรอกนะครับ”

 

            “ใช่แล้ว  ถ้าเขาทำแบบนั้น  คงเข้าใจได้ว่าคุณซีวอนต้องการใช้กระสอบทรายแทนอะไรแน่  ผมจึงคิดว่าคนที่ใช้ลูกรอกชักร่างคุณซีวอนขึ้นไปคงทำได้โดยไม่รู้สึกผิดศีลธรรม”  เยซองเหม่อมองไปนอกประตูโกดังอย่างครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง

 

            “ว่าแต่เมื่อคืนคุณคิบอมเข้าไปในอุโมงค์ทำไมกัน”  แจซอกถาม

 

            “คงเพราะได้เห็นสภาพศพของซองมิน  ตอนนั้นดูท่าทางคุณคิบอมตกใจมาก  ที่คุณดงเฮหลอกให้ทีมสืบสวนคิดว่าคนร้ายคือชายแขนเดียว  แต่ถ้าเช่นนั้นต่อให้ลงมือฆ่าซองมิน  ชายแขนเดียวคงไม่โหดร้ายพอจะโยนศพให้ฝูงหนูแทะกินหรอก  ดังนั้นคนร้ายน่าจะเป็นคนประเภทคุณดงเฮมากกว่า  ซึ่งคุณคิบอมคงรู้ว่าคุณดงเฮมีความโหดร้ายอยู่ในนิสัยบ้างจากช่วงที่เคยคบกัน”  เยซองตอบ

 

            “ถ้าคุณคิบอมรู้ว่าใครเป็นคนร้าย  ก็คงเดาออกว่าใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป  ใช่ไหมครับ”

 

            “คงใช่ครับ  แต่เขาไม่อาจเปิดโปงคนร้ายได้  จะเพราะให้เกียรติว่าเป็นอดีตคู่หมั้น  หรือเพราะเขาเคยหลงรักคนคนนั้นแบบหัวปักหัวปำ  เมื่อรู้ว่าดงเฮเป็นฆาตกรโหด  คุณคิบอมคงรู้สึกสิ้นหวังมาก”

 

            “เขารู้ว่าคืนนี้คุณดงเฮจะนอนห้องเดียวกับสามี  จึงพยายามยับยั้งเหตุร้ายอย่างนั้นหรือครับ”

 

            “ผมคิดว่าใช่  คุณคิบอมฆ่าคนแล้วหนึ่งคน  แม้จะเพื่อป้องกันตัวก็ตาม  เขาจึงอาจตัดสินใจฆ่าดงเฮแล้วฆ่าตัวตายตาม”

 

            “หมายความว่าเขารู้ทางลับเชื่อมต่อกับห้องนอนใหญ่หรือครับ”

 

            “แม้แต่คุณฮยอกแจซึ่งเพิ่งย้ายมายังเดาออก  หรือไม่คุณคิบอมคงเคยได้ยินจากพี่ชาย  เขาคงเดาได้ไม่ยากหรอกครับ  ถ้าไม่รู้สิถึงน่าแปลก”

 

            “เรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง  คุณคิบอมต้องการยับยั้งฆาตกรรมครั้งสุดท้าย  เลยแอบเข้าไปในอุโมงค์  ตั้งใจว่าหากจำเป็น  เขาจะฆ่าดงเฮแล้วค่อยฆ่าตัวตายตาม  แต่ทั้งห้องดาเลียและศาลเจ้าต่างก็มีตำรวจเฝ้าอยู่ เขาจึงต้องเข้าไปโดยใช้โพรงตัวตุ่นที่คยูฮยอนมุดนำไปเมื่อคืน  ฝ่ายดงเฮหาโอกาสขณะคุณคังอินหลับ  ย่องออกไปทางตู้เก็บของ  แกล้งส่งเสียงร้องให้ฟังคล้ายถูกชายแขนเดียวทำร้าย  พอคุณคังอินตื่นก็ยิงด้วยปืนทันที  แม้จะยิงพลาด  แต่ก็สามารถทำให้ดูเหมือนดงเฮถูกชายแขนเดียวจับไป”

 

            “คงอย่างนั้นครับ  คุณดงเฮวางแผนจะซ่อนปืนไว้แล้วแกล้งหมดสติ  รอให้ทีมตำรวจสืบสวนมาช่วยเหลือ”

 

            “แต่คุณคิบอมปรากฏตัวขึ้นทำลายแผนของดงเฮ  ดูจากว่าคุณคิบอมถูกยิงหนึ่งนัด  แสดงว่าคนร้ายคงจนหนทางเลยคิดจะฆ่าเขาด้วย  แต่ถูกแย่งปืนไปได้  เลยเป็นฝ่ายถูกยิงไปสองนัด”

 

            “หนำซ้ำเพดานอุโมงค์ยังเกิดถล่มเพราะแรงสะเทือนจากปืน  สุดท้ายเรื่องเลยเป็นไปตามที่คุณคิบอมต้องการ”  เยซองสรุป “ปืนกระบอกนั้นไม่ใช่ของคุณคังอิน  คุณซีวอนคงหามาให้  หรือคุณดงเฮซื้อหามาเอง  ยังไงพวกคุณช่วยสืบหาที่มาของปืนกระบอกนี้ด้วยนะครับ”

 

            “แต่  แน่นอนว่าเมื่อคืน  คนที่เอ่ยปากว่าจะนอนห้องเดียวกันคงเป็นดงเฮ  แต่ทำไมคุณคังอินถึงยอมทำตามง่ายขนาดนี้  เขาไม่เฉลียวใจเลยหรือว่าภรรยาคิดยังไง”

 

            เยซองแกล้งตีหน้าเครียด  แต่แล้วก็สารภาพด้วยเสียงหัวเราะ  “เรื่องนี้  ทำยังไงคุณคังอินก็ไม่ยอมสารภาพ  มันคงกระทบศักดิ์ศรีของเขาน่ะครับ  เขาไม่เพียงสงสัยดงเฮ  แต่เชื่อมั่นว่าดงเฮเป็นคนร้าย  และคงหมดความมั่นใจที่จะเลือกดงเฮมาร่วมชีวิต  แต่ยอมทำตามเพราะท้อแท้หมดอาลัยตายอยาก  และคงอยากทดสอบดูว่าอีกฝ่ายจะทำยังไงกับตัวเองตามนิสัยอยากลองดีของเขานั่นแหละครับ  ช่างทำให้คนอื่นวุ่นวายดีเหลือเกิน”

 

            มินโฮมองกระสอบทรายที่ห้อยกลางเพดานสลับกับรถม้าที่ซีวอนเคยนั่งองอาจอยู่บนนั้น  ทำตัวสั่นแล้วตั้งคำถาม

 

            “ทำไมสองคนนั้นถึงคิดฆ่าคุณคังอินล่ะครับ  แน่นอนว่าคงเพราะอยากได้สมบัติ  แต่ไม่เห็นต้องมาก่อเหตุในที่แบบนี้เลย  มีโอกาสอื่นอีกมากมาย”

 

            คำถามของมินโฮสมเหตุสมผลมาก  เยซองเริ่มมีสีหน้าตื่นเต้นเมื่อการเปิดโปงกำลังมาถึงจุดสำคัญ

 

            “เรื่องนั้นแหละครับ  จุดเริ่มต้นของคดี  ถึงอย่างนั้นเถอะ  เมื่อคืนคุณกูราก็มาพูดสาย  สารวัตรไม่ได้ฟังหรือครับ”

 

            “อ้อ  ผมคิดว่าเป็นความลับเลยผละออกไปน่ะ”

 

            “อ๋อ  ไม่มีอะไรหรอกครับ  คุณกูราช่วยสืบพฤติกรรมของคุณคังอินในระยะหลัง  และได้รู้ว่าคุณคังอินพยายามรวบรวมเงินจากแหล่งต่างๆ เท่าที่สืบได้  เขาได้เงินสดมาเก็บไว้ในคฤหาสน์ถึงสิบล้าน”

 

            “อะไรนะ!

 

            “เขาจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นไปทำอะไร”

 

            “ผมลองถามดูว่าคุณกูราคิดยังไง  เขาทำท่าลังเลไม่อยากบอก อุตส่าห์เกริ่นว่าถ้าไม่ใช่ผม เขาคงไม่บอกหรอก  จากนั้นเขาเล่าว่าคุณคังอินตั้งใจจะคืนคุณดงเฮในคุณซีวอน  โดยแถมเงินให้อีกสิบล้าน  เรื่องนี้ทำให้ผมพอเข้าใจเจตนาที่เขาเชิญคุณชินดงกับคุณคิบอมมาพร้อมกัน  ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกับสองคนนั้น  และวันนี้ก็เป็นวันครบรอบวันตายของผู้เสียชีวิตในบ้านหลังนี้เมื่อยี่สิบปีก่อนด้วย ผมคิดว่าคุณคังอินคงตั้งใจจะประกาศเรื่องนี้ในงาน  ต่อหน้าคุณชินดงและคุณคิบอม  แต่ถ้าเกิดคุณซีวอนกับดงเฮรู้เรื่อง  ก็คงต้องรีบทำอะไรสักอย่างแน่  จริงไหมล่ะครับ”

 

            “งั้นหรือครับ”  มินโฮกล่าวอย่างยากลำบากผ่านกลางความเงียบน่าวังเวงที่ทุกคนก่อนขึ้นหลังจากเยซองพูดจบ  “ถ้าเป็นผม  คงคิดว่าดีเสียอีก  ได้เงินตั้งสิบล้าน  แถมยังได้กลับมาอยู่กับคนรักด้วย”

 

            “โง่สิ”  แจซอกสวนอย่างหมดความอดกลั้น  “นั่นมันความคิดประสาชาวบ้านอย่างแก  แต่พวกนี้เป็นผู้ลากมากดีเก่าแก่  คุ้นเคยกับการได้อภิสิทธิ์  เกิดและเติบโตในหมู่คนชั้นสูง  พวกเขาไม่สนกับเงินแค่สิบล้านหรอก  คงวางแผนกันว่าสู้ฆ่าตาผัวให้ตาย  ให้ดงเฮได้มรดกตามกฎหมายไม่ดีกว่าเหรอ  ยิ่งถ้าลูกชายคุณคังอินตายด้วย  ดงเฮก็จะได้สมบัติทั้งหมด  จากนั้นรอให้คนลืมเรื่องนี้ก่อน   ค่อยกลับมาอยู่ด้วยกันใหม่”

 

            “งั้นหรือครับ”  สารวัตรกล่าวเสียงต่ำ “หมายความว่าพวกเขาจำเป็นต้องรีบลงมือ  ก่อนคุณคังอินจะประกาศให้ทุกคนรู้ใช่ไหม”

 

            “พวกเขาคงเอาเร็วเข้าว่า  ไม่สิ  เขาจำเป็นต้องเลือกต่างหาก  ต่อให้เคยคิดแผนไว้ก่อนก็ตามเถอะ  พวกเขารู้ใจคุณคังอินช้าไปหน่อย”

 

            “บางทีดงเฮอาจเพิ่งรู้หลังจากมาถึงคฤหาสน์ก็ได้  คงจะรีบบอกข่าวให้ชายชู้  ว่าสถานการณ์บีบบังคับให้พวกเขาต้องลงมือก่อนงานครบรอบวันตายปีนี้  จึงได้ตัดสินใจยืมเรื่องชายแขนเดียวมาใช้”

 

            “แสดงว่าไม่ใช่พวกเขาไม่ปรึกษากันให้ดี  แต่ไม่มีเวลาหารือกันมากกว่า  เพราะเรื่องเกิดขึ้นกะทันหันมาก”

 

            “แล้วดงเฮรู้หรือเปล่าว่าคนที่ฆ่าชู้รักตัวเองคือคุณคิบอม”

 

            “คงไม่หรอกครับ  คงไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุบังเอิญจะเกิดขึ้น”

 

            “ดงเฮคงสงสัยสามีตัวเอง”

           

            “คงเป็นอย่างนั้น  เพราะเขารู้ว่าคุณซีวอนปลอมตัวเป็นชายแขนเดียว  จึงอาจหลงคิดไปว่าเขาถูกคุณคังอินจู่โจมขณะกำลังพยายามจะทำอะไรสักอย่าง  ดังนั้นการที่ดงเฮตั้งใจจะยิงคุณคังอิน  แน่นอนว่ามาจากเรื่องสมบัติ  และคงต้องการแก้แค้นให้ชู้ด้วย”

 

            “งั้นก็เข้าใจได้ว่าทำไมชินดงถึงถูกฆ่า  สองคนนั่นต้องฆ่าเขาก่อนแล้วค่อยฆ่าคุณคังอิน  ไม่อย่างนั้นถ้าตาอ้วนนั่นเอารูปถ่ายมาแบล็กเมล์  ทุกอย่างก็จบเห่  แต่ซองมินดันต้องมาพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย....”

 

            คดีสะเทือนขวัญเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด  แม้เหล่านายตำรวจจะรู้สึกปลอดโปร่งที่ได้ทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์  แต่เมื่อนึกว่าคฤหาสน์นี้ซับซ้อนวกวนเหมือนเขาวงกต  ซ้ำฆาตกรโหดผู้แฝงตัวเล็ดลอดไปตามทางเดินและอุโมงค์มืดมิดกลายเป็นดงเฮผู้งามเพียบพร้อมและสูงศักดิ์  ก็ยิ่งทำให้คดีนี้น่าหวาดกลัว

 

            เยซองตัวสั่นสะท้าน  “ไม่ว่าจะเป็นฆาตกรรมโหมโรงแปลกพิสดาร  หรืออุบายห้องปิดตายซึ่งดูคล้ายกลหลอกเด็ก  ทุกอย่างเกิดจากความเย่อหยิ่งทะนงตัวของคนคู่หนึ่งที่คิดว่าพวกเขาพิเศษ  มีสติปัญญาสูงส่งเหนือคนทั่วไป  แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงสองคนผู้โง่เขลา  คดีนี้จึงน่าสยดสยองมาก”

 

            หลังจากนั้น  ทีมสืบสวนสามารถทำให้คังอินคายความจริงเรื่องแผนการคืนดงเฮพร้อมเงินสิบล้านให้ซีวอนได้  และเมื่อสารวัตรแถลงข่าวเกี่ยวกับคดีนี้  ก็ทำให้เกิดกระแสความตื่นตกใจมากมายในหมู่ผู้รับฟังทั่วประเทศ






ตอนหน้าจบแล้วจ้า

จะไม่เม้นท์กันจริงๆ เหรอ 555


ว่าจะแต่ง special part ของตัวละคร ซองมินก่อนตาย คิบอมก่อนตาย และคยูฮยอน หึหึ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #55 kob kerojang (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 09:57
    จองซูตัวแสบอยู่นะ เอาคยูมาร่วมด้วย ไงล่ะบายปลายจนมินซวยเรย
    #55
    0
  2. #26 pungsj13 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 20:54
    ได้รู้ความจริงสักทีนะ
    #26
    0