[SJ] ด้วยรัก ... และความตาย [KangHae, Kyumin] (จบแล้ว))

ตอนที่ 18 : Chapter 17 จุดจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ส.ค. 59

Chapter 17 จุดจบ

 

            กว่าทั้งคณะจะพบหลุมฝังศพ ก็ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง  เลยจากเหวซึ่งถูกเรียกว่าบ่อนรกเข้าไปเป็นทางแคบ  ยิ่งลึกยิ่งแตกแขนงเชื่อมต่อกันวกวนซับซ้อน  บ้างแยกออก  บ้างเชื่อมต่อกันลึกเข้าไปไม่สิ้นสุด  แต่ทั้งสามก็ออกมาจนได้

 

            หลุมฝังศพเป็นเนินดินอยู่ลึกเข้าไปในเส้นทางวกวนนั้น  อยู่ตรงสุดถ้ำที่เป็นทางตัน  เพดานตรงนั้นต่ำ  ผนังด้านในเป็นช่องลึกเข้าไป  ดูเหมือนเป็นหลังคาศาลเจ้าที่คอยปกป้องหลุมฝังศพ  ตรงนั้นไม่มีป้ายหินหรือไม้ปักหลุมศพ  แต่ที่แอ่งหินด้านหน้ามีกองดินขนาดเล็ก  มีกระบอกไม้ไผ่ปักดอกไม้และพวงมาลัยเก่าๆ  ดอกไม้แห้งกรอบหมดแล้ววางอยู่

 

            หลุมศพนี่คงเป็นของฮันกยอง  ชายผู้เสียชีวิตอย่างน่าอนาถเมื่อยี่สิบปีก่อน  เขาต้องมานอนหลับใหลโดยไม่มีใครรู้เห็น    ถ้ำลึกไร้แสงเดือนแสงตะวันนี้

 

            ทั้งสามเคารพหลุมศพด้วยความรู้สึกเศร้าหมอง  โดยเฉพาะนายตำรวจแจซอกที่ติดตามคดีมาตั้งแต่ยี่สิบปีก่อน เยซองแนะนำให้กลับมาขุดหลุมฝังศพในภายหลัง  เพื่อพิสูจน์ว่าชายแขนเดียวไม่มีตัวตนอยู่ตั้งแต่ต้น  และจะได้ทำพิธีให้ฮันกยองอย่างถูกต้อง  เพื่อให้วิญญาณของเขาไปสู่สุคติเสียทีหลังจากต้องนอนอยู่โดดเดี่ยวในถ้ำลึกไร้แสงตะวันมาถึงยี่สิบปี

 

            จากนั้น  ทั้งสามก็เดินผละออกมา  กว่าจะมาถึงบริเวณเหวก็กินเวลาสิบห้านาทีเต็ม  มองเห็นลานโล่งกว้าง  พื้นทรายสีขาวสวยงามของโตรกเขาหิมะในฝันสะท้อนแสงไฟฉายระยิบระยับอยู่เบื้องหน้า

 

            “คุณเยซองครับ  เมื่อคืน  ประมาณสามทุ่ม  แทมินโทรศัพท์มารายงานความคืบหน้าจากโซล  ว่าระหว่างเย็นวันศุกร์จนถึงกลางคืน  คุณคังอิน  คุณคิบอม  และคุณซีวอนที่ถูกฆาตกรรม  ทั้งหมดมีหลักฐานอ้างที่อยู่สมบูรณ์”  สารวัตรกลั้นหายใจขณะรายงานให้เยซองรับทราบ

 

            “ครับ  แล้วยังไงหรือครับ”

           

            “ถ้าอย่างนั้น... ชายแขนเดียวที่หายตัวไปจากห้องดาเลียเป็นใครล่ะครับ”

 

            “คยูฮยอนไงครับ”  เยซองพูดเรียบๆ  “และแน่นอนว่าเขาทำตามคำสั่งของคุณจองซู”

 

            แจซอกทำตาโต  “เจ้าเด็กนั่นเองหรอกหรือ”

 

            เยซองจึงอธิบายต่อ  “คุณแจซอกครับ  ความจริงก็คือซองมินสายตาสั้นมาก  แล้วคิมชินโจก็แทบไม่ได้พูดสักคำ  คยูฮยอนคงรับทำงานนี้เพราะอยากแกล้งซองมินเล่นเท่านั้นเอง”

 

            “ถ้าอย่างนั้น  ปีศาจชายแขนเดียวที่เห็นในบริเวณคฤหาสน์เป็นครั้งคราว...”

 

            “ก็คงเป็นคยูฮยอนเหมือนกันครับ  อย่างน้อย  ก็เฉพาะปีศาจที่โผล่มาหลังจากคยูฮยอนย้ายมาแล้ว”

 

            “หมายความว่า  คุณจองซูใช้วิธีนี้  เพื่อกดดันคุณซีวอนน่ะสิครับ”

 

            “คงอย่างนั้นครับ  คุณจองซูเกลียดและอยากแก้แค้นคุณซีวอนเหลือเกิน  แต่ถ้าดูจากสิ่งที่คุณซีวอนทำตอนยังมีชีวิตอยู่ก็พอจะบอกได้ล่ะครับว่าทำไม”

 

            เมื่อนึกถึงหลุมศพของฮันกยอง  ทีมตำรวจก็คล้อยตามคำพูดของเยซองทันที

 

            “คุณจองซูสร้างเรื่องให้ชายแปลกหน้าแขนเดียวมาปรากฏตัวตอนเย็นวันศุกร์  ก็เพราะว่าคุณซีวอนจะมาถึงที่นี่ในวันเสาร์  เลยต้องการขู่ให้กลัวใช่ไหมครับ”

 

            “คงประมาณนั้นครับ  แต่คุณจองซูคงคาดไม่ถึงว่าเรื่องจะบานปลายเป็นคดีน่าเศร้าแบบนี้”

 

            “ถ้าอย่างนั้น  ชายแขนเดียวที่เห็นตอนที่เราสำรวจอุโมงค์  คนที่แกล้งให้คุณแจซอกตกลงไปในหลุมหนูนั่น  ก็คือคยูฮยอนอีกงั้นหรือครับ”

 

            “ครับ  คยูฮยอนรู้ทางเข้าไปยังอุโมงค์ใต้ดินจากถ้ำปีศาจ”

 

            “แต่ทำไมเจ้าคยูฮยอนถึงกล้าท้าทายพวกเราได้ขนาดนี้”

 

            เยซองยิ้ม  “เพราะสารวัตรกับลูกน้องนั่นแหละครับ”

 

            “หมายความว่าไงครับ”  สารวัตรทำหน้าเหรอหราขึ้นมาทันที

 

            “ก็  ตั้งแต่รู้ว่าไม้เท้าซ่อนดาบเป็นสมบัติของคุณคังอิน  คุณก็แสดงชัดว่าสงสัยคุณคังอิน  ซึ่งสำหรับคยูฮยอน  ถือว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายของผู้มีพระคุณ  เขาจึงต้องการแสดงให้เราเห็นว่าชายแขนเดียวมีตัวตนจริง ซึ่งไม่ใช่เจ้านายของเขา  โดยคาดไม่ถึงว่า....”

 

            “ว่าอะไรหรือครับ”

 

            เยซองเล่าให้นายตำรวจฟังถึงเรื่องที่พบคยูฮยอนในห้องอาบน้ำหลังกลับจากสำรวจอุโมงค์  จากนั้นเสริมว่า  “เด็กนั่นคิดไม่ถึงว่า  คุณคังอินจะบังเอิญไม่มีหลักฐานอ้างที่อยู่ในช่วงระหว่างพวกเราอยู่ในทางลับ  ผมจึงแกล้งพูดให้คิดว่าชายแขนเดียวอาจเป็นคุณคังอินก็ได้  คยูฮยอนเดือดดาลใหญ่  ผมจึงรู้ทันทีว่าคยูฮยอนจงรักภักดีต่อคุณคังอินมาขนาดไหน  คุณจองซูก็เหมือนกัน  ถ้าแกอายุน้อยกว่านี้  ไม่แน่ว่าแกอาจจีบคุณคังอินไปแล้วก็ได้  ฮ่า  ๆๆๆ  ดูเหมือนคุณคังอินจะมีเสน่ห์ดึงดูดคนแปลกๆ  นะครับ”

 

            “ว่าแต่ คนร้ายที่แบกศพซองมินจากทางลับห้องดาเลียไปโยนในหลุมหนูล่ะครับ  คุณเยซองคิดว่า  มันเข้าอุโมงค์จากตรงไหน  ใช่โพรงตัวตุ่นนี่หรือเปล่าครับ”

 

            “ขวานที่ใช้จามแผ่นไม้หลังรูปปั้นในศาลเจ้า  มีแต่รอยนิ้วมือคุณฮยอกแจใช่ไหมครับ”

 

            “ครับ?”

 

            “แสดงว่า  คุณฮยอกแจถือขวานเดินเข้ามาในอุโมงค์เอง  แต่ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น”  เยซองครุ่นคิดขณะเดินไต่ก้อนหินน่าอันตรายบริเวณทางที่คิบอมเรียกว่าทางมดเดิน

 

            “อาจเพราะ...  คุณฮยอกแจต้องการตามหาซองมินหรือเปล่าครับ”  แจซอกลองเดาใจนักสืบหน้าตายผู้นี้  ท่าทางเขาอ่อนลงมากหลังจากได้เห็นหลุมศพของฮันกยองด้วยตาตนเองเมื่อครู่

 

            “ไม่ใช่หรอกครับ  ถ้าคุณฮยอกแจต้องการตามหาซองมินจริง  เขาน่าจะบอกให้ตำรวจจัดการมากกว่า  หรือถ้าเขาอยากจะช่วยออกตามหาซองมินอีกแรง  คุณฮยอกแจก็คงชวนคุณเรียวอุคมาด้วยแล้ว  แต่นี่กลับแอบย่องมาคนเดียว  ถึงขนาดแบกขวานมาจามแผ่นไม้เข้าไปในอุโมงค์  ผมว่า  คุณฮยอกแจน่าจะเข้าไปค้นหาบางอย่างโดยไม่ให้คุณเรียวอุครู้มากกว่านะครับ”

 

            “หมายความว่า...”  สารวัตรขมวดคิ้ว  เขาพลันสะดุดก้อนหินเล็กๆ  ขณะก้าวเดิน

 

            “ผมน่าจะเคยพูดแล้วว่าสมัยก่อน  ท่านชเวซึงฮวานคงใช้ห้องนอนปัจจุบันของคุณคังอินเป็นห้องนอนหลัก  ซ้ำเท่าที่ฟังจากคุณคิบอม  คุณฮีชอลพี่ชายของเขาเคยพูดบ่อยๆ  ว่าไม่ชอบคฤหาสน์หลังนี้  เพราะรู้สึกเหมือนถูกจับตามองอยู่ตลอด  แสดงว่าในห้องนอนหลักนั้นก็คงมีทางลับด้วย  ซึ่งคุณดองวอนเป็นเจ้าบ้านคนที่สองต่อจากท่านซึงฮวาน  น่าจะใช้มันจับตาดูภรรยาด้วยความหึงหวงบ้าคลั่ง”

 

            สารวัตรกับนายตำรวจแจซอกตกใจมองหน้ากัน  แต่เยซองยังคงพูดต่อไปราวกับจมอยู่ในภวังค์

 

            “คุณฮยอกแจคงรู้เรื่องนี้  หรือไม่ก็คิดบางอย่างได้  แต่เขาไม่อาจเข้าไปตรวจค้นจากในบ้าน  เพราะรู้ว่ามีใครพักอยู่ในห้องนอนใหญ่นั้น  จึงต้องเข้าไปในอุโมงค์จากด้านนอกแทน  จากนั้นเขาถูกคนร้ายจู่โจม  แต่คนร้ายไม่อาจติดตามคุณฮยอกแจออกมาในอุโมงค์ได้  เพราะรู้ว่าตอนนั้น  พวกเราอยู่ในอุโมงค์เหมือนกัน  คุณฮยอกแจถึงรอดมาได้  เขาหนีออกมาทางศาลเจ้าได้หวุดหวิด  และได้พบคุณเรียวอุคก่อนจะหมดสติไป  ที่เขาพูดว่าคุณพ่อ  ไม่ได้หมายความว่า  คุณพ่อเป็นคนร้าย  แต่หมายความว่า  คุณพ่อกำลังมีอันตราย  ต่างหากล่ะครับ”

 

            เยซองรู้สึกว่าไม่มีใครเดินตามเขามา  จึงเพิ่งได้สติ  ส่องไฟฉายกลับไปเห็นสารวัตรกับแจซอกยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหลัง

 

            “เกิดอะไรขึ้นครับ”  เยซองแปลกใจ

 

            “ขอโทษด้วยครับ  คุณเยซองยังไม่ทราบเรื่อง”

 

            “เรื่องอะไรครับ”

 

            “ระหว่างเฝ้าห้องคุณฮยอกแจ  พอดีแทมินโทรศัพท์มาจากโซล  ผมจึงออกไปรับสายจากโทรศัพท์เครื่องที่อยู่หน้าตึก  ...เมื่อไหร่แถวนี้จะมีสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็ไม่ทราบ...  หลังจากแทมินพูดจบ  คุณกูราก็พูดสายต่อ บอกว่ามีเรื่องอยากบอกคุณเยซอง  ผมรับเรื่องแล้วตั้งใจจะมาบอก  แต่สวนทางกับคุณ  แล้วคุณคังอินกับคุณดงเฮก็เข้ามาในห้อง”

 

            “แล้ว...ยังไงต่อครับ”  เยซองรู้สึกราวกับมีใครเอาน้ำแข็งเย็นจัดมาสาดโครมใส่หัว

 

            “หมอรายงานว่าคุณฮยอกแจพ้นขีดอันตรายแล้ว  ทั้งสองท่าทีโล่งอกแล้วเดินออกไป  ก่อนหน้านั้นคุรคังอินบอกว่าคืนนี้จะไปนอนในห้องนอนใหญ่กับคุณดงเฮ...”

 

            “แย่แล้ว! 

 

            “คงไม่ใช่ว่าคืนนี้...”  แจซอกฟันกระทบกันกึกกัก  ใบหน้าซีดขาวเหมือนศพท่ามกลางแสงไฟฉายดูน่าขนลุก  เมื่อนึกถึงสภาพศพของซองมินซึ่งบ่งบอกความเหี้ยมโหดเกินมนุษย์ของฆาตกรรายนี้  มันสามารถทำสิ่งชั่วร้ายได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดพ้น...

 

            “คืนนี้คงเป็นโอกาสเหมาะที่สุดที่จะลงมือเก็บกวาดทุกอย่าง  แต่คนร้ายยังไม่รู้ว่าเราไขอุบายเข็มกับด้ายออกแล้ว  คุณฮยอกแจก็คงไม่ทันเห็นหน้าคนร้ายอย่างชัดเจน  ซ้ำคนร้ายยังเข้าใจว่าเราเชื่อเรื่องชายแขนเดียวป้วนเปี้ยนอยู่ในอุโมงค์  ดังนั้นคนร้ายอาจยังคิดว่าพอมีทางหนีรอด...  ว่าแต่ตอนนั้นคุณคังอินมีท่าทางยังไงบ้างครับ”

 

            “เมาไม่ได้สติ  เหมือนจะกำลังลงโทษตัวเอง”

 

            แจซอกพลันส่องไฟฉายไปทางปากทางเข้าโพรงตัวตุ่น  “คุณเยซอง  มุดเข้าโพรงนี้น่าจะเร็วสุดไม่ใช่เรอะ”

 

            “ไม่ต้องหรอกครับ  ผมมุดเอง!

 

            “ไม่เป็นไร  เจ็บขาแค่นี้...  อ๊ะ  นี่อะไรน่ะ”  แจซอกทรุดกายตั้งท่าจะคลานเข้าไปในโพรงตัวตุ่น  แต่บังเอิญมองไปเห็นของอย่างหนึ่งเข้า

 

            “อะไรหรือครับ”  เยซองพลันได้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์  เหมือนเป็นกลิ่นประจำตัวของคิมคิบอม

 

            “เถ้าบุหรี่นอกที่คุณศิลปินนักเป่าฟลุตนั่นสูบนี่นา  เมื่อคืนเขาสูบบุหรี่ในถ้ำด้วยรึ”

 

            “ไม่ใช่แน่นอน  เถ้าบุหรี่ไม่ชื้นสักนิด” สารวัตรส่ายหน้าขณะหยิบเถ้าบุหรี่แห้งๆ ขึ้นมาพิจารณา

 

            ชายสามคนนิ่งค้างในท่าทางประหลาด  แจซอกนั่งยองๆ บนพื้นดินชื้นๆ  หน้าโพรงตัวตุ่น  เยซองกับสารวัตรยืนนิ่งขึงจ้องเถ้าบุหรี่กลิ่นหอมหวลไม่วางตา

 

            “สารวัตร  ถ้าอย่างนั้น...  ตอนนั้นคุณคิบอมอยู่ในห้องคุณฮยอกแจด้วยใช่ไหม  ตอนที่คุณคังอินบอกว่าจะนอนกับคุณดงเฮน่ะ  และคงได้ยินที่คุณคังอินพูดด้วยใช่ไหม”

 

            “ใช่แล้ว  เขาก็ได้ยิน  ถ้าอย่างนั้น นอกจากพวกเราแล้ว  คุณคิบอมก็รู้เหมือนกันสิว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น...”

 

            หน้าห้องพักของคิบอมมีตำรวจเฝ้าอยู่ตรงทางเดิน  แต่ถ้าเขาแอบหนีออกทางหน้าต่าง  ตำรวจก็คงไม่ทันรู้ตัว...

 

            “เอาเป็นว่าเรามุดโพรงนี้ไปจัดการก่อนดีไหม”

 

            แจซอกทำท่าจะมุดเข้าโพรงอีกครั้ง  แต่ก็ต้องตกใจจนหยุดยืนนิ่งด้วยเสียงปืนนัดแรก

 

            ปัง!

 

            เสียงทุ้มหนักอึ้งดังมาจากใต้ดินไกลออกไป

 

            ปัง!  ปัง!

 

            “คุณเยซอง  สารวัตร  นั่นมันเสียงปืน...”

 

            เยซองส่องไฟฉายดูหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ   ตีสองครึ่งพอดี  ท่อนขาของเขาสั่นเทิ้ม  เขาคาดการณ์เรื่องนี้ผิดอย่างใหญ่หลวง  ตอนแรกเยซองนึกว่าแม้คนร้ายจะชะล่าใจแค่ไหน  ก็ไม่น่าจะกล้าใช้ปืน  เพราะเสียงจะดังจนรู้ถึงหูทุกคน...  หรือที่จริงแล้วฝ่ายลั่นไกปืนจะเป็นผู้ถูกทำร้าย...

 

            ทั้งสามยืนแข็งทื่อ  วินาทีถัดมาแจซอกกระโดดโหยง  กัดฟันกรอด

 

            “ไอ้ผีห่านรกเอ๊ย!  เขาเริ่มตะกุยดินหน้าโพรงอย่างบ้าคลั่ง  ทว่าสารวัตรดึงไหล่เขาไว้

 

            “ลุงไปไม่ได้นะ  ผมไปเอง”

 

            ทันใดนั้นเอง

 

            ปัง!

 

            เสียงปืนนัดที่สี่เหมือนอยู่ใกล้กว่าครั้งแรกมาก  จากนั้นมีเสียงแหลมสูงกรีดร้องลั่นในความมืด

 

            ปัง!  ปัง!

 

            เสียงปืนติดกันอีกสองนัด  มันคงเป็นฟางเส้นสุดท้ายสำหรับอุโมงค์เก่าจวนเจียนพังแห่งนี้  อึดใจต่อมามีเสียงสั่นสะเทือนบอกถึงการพังถล่มดังผ่านมาทางโพรงตัวตุ่น

 

            “อันตรายนะครับ!  เยซองร้องลั่นขณะกระโดดถอยหลังออกมา  สารวัตรและแจซอกมองโพรงตัวตุ่นตาละห้อยแต่ก็ยอมถอยกลับมาแต่โดยดี

 

           

 

 

            เสียงอุโมงค์ถล่มดังต่อเนื่อง  จากนั้นมีกลิ่นดินฟุ้งกระจายออกมาจากในโพรง  แสดงว่าทางออกจากโพรงอีกด้านหนึ่งคงถูกดินถล่มปิดแล้วแน่นอน

 

            “เรารีบออกไปก่อนดีกว่า”

 

            แม้จะเกิดการถล่มขึ้นใต้ดิน  แต่บริเวณเส้นทางมดเดินกลับไม่สั่นสะเทือนสักนิด  เมื่ออกจากถ้ำปีศาจได้  สารวัตรก็สั่งการ

 

            “ลุงแจซอกไปทางศาลเจ้านะ  เดี๋ยวผมจะส่งคนไปช่วย  และถ้าไม่มีคำสั่งจากผม  ห้ามเข้าไปข้างในเด็ดขาด  ฝ่ายนั้นมีปืน  อีกอย่างผนังถ้ำก็อาจยังไม่หยุดถล่ม  คุณเยซอง  เรารีบไปทางห้องนอนคุณคังอินดีกว่า”

 

            ห้องนอนหลักของคังอินและดงเฮมีตู้เก็บของสร้างติดพื้น  พื้นตรงผนังหลังตู้สามารถหมุนได้เหมือนกลไกลในศาลเจ้า  ในห้องนอนมีเตียงขนาดใหญ่นอนได้สามถึงสี่คน  แต่มันดูเหมือนถูกจับจองด้วยคนสองคนเท่านั้น  ด้านหนึ่งว่างเปล่า สภาพกระจุยกระจาย  คงเป็นของดงเฮ  อีกด้านมีร่างของคังอินนอนหงาย  นางพยาบาลที่จ้างมาดูแลฮยอกแจกำลังทำแผลให้โดยมีจองซูเป็นผู้ช่วย

 

            เมื่อเยซองกับสารวัตรเข้าไปในห้อง  คังอินยกศีรษะขึ้นจากหมอนแล้วยิ้มให้  ท่าทางเหมือนเด็กเกเรที่ถูกจับได้ขณะเล่นซน  ทั้งเขินและเหมือนร่ำๆ จะร้องไห้

 

            เยซองบีบมือคังอินเบาๆ  ซึ่งมือใหญ่มีพลังคู่นั้นก็บีบตอบ

 

            “แผลเป็นยังไงบ้างครับ”

 

            “ไม่เป็นอะไรมากค่ะ  ลูกปืนนัดหนึ่งแค่เฉี่ยว  อีกนัดโดนท้องแต่ฝังอยู่แค่ผิวหนัง  โชคดีว่าคุณคังอินตัวใหญ่  ไม่อย่างนั้นมันอาจทะลุเข้าไปลึกกว่านี้”  น้ำเสียงเรียบเฉยทำให้ทุกคนคลายกังวล

 

            “ไม่เป็นอะไรแล้วนะครับคุณผู้ชาย”  น้ำเสียงของจองซูอ่อนหวานแปร่งหู  สารวัตรพลันนึกถึงคำพูดของเยซองได้

 

            ถ้าอายุน้อยกว่านี้  คุณจองซูคงจีบคุณคังอินไปแล้ว

 

            ทันใดนั้นคยูฮยอนคลานออกมาจากตู้เก็บของ  ติดตามด้วยนายตำรวจมินโฮซึ่งถือปืนไว้ในมือข้างหนึ่ง  ท่าทางตื่นตระหนกมาก  ทันทีที่เห็นผู้บังคับบัญชา มินโฮก็เข้ามากระซิบว่า  “เป็นฝีมือชายแขนเดียวจริงๆ  ด้วยครับ  มันยิงคุณคังอินแล้วลากคุณดงเฮเข้าไปในทางลับ”

 

            “นายรู้ได้ยังไง  เห็นชายแขนเดียวนั่นรึ”  สารวัตรทำหน้าพิกลขณะมองเลยไปยังคยูฮยอน

 

            “เปล่าครับ  แต่ผมได้ยินจากคุณจองซูกับเด็กคนนี้   เห็นบอกว่าคืนนี้ทั้งสองมานอนแถวนี้  พอได้ยินเสียงปืนก็รีบเข้ามาในห้อง  และพบคุณคังอินล้มนอนอยู่  แถมได้ยินเสียงคุณดงเฮร้องมาจากหลังผนังห้องว่าช่วยด้วย  ผู้ชายแขนเดียว  ชายแขนเดียวจับฉันไว้”

 

            เยซองกับสารวัตรหันมองกันแล้วพยักหน้า

 

            คยูฮยอนตาแดงก่ำแต่ไม่ยอมพูด  จองซูมัวสาละวนอยู่ช่วยนางพยาบาล  ส่วนคังอินได้แต่หลับตาเงียบเชียบ

 

            “แล้วนายไล่ตามไปหรือเปล่า”

 

            “พอผมมา  เด็กนี่กำลังพยายามจะเข้าไปในทางลับ  ดูเหมือนคนร้ายจะมีปืน  ผมจึงรีบมุดเข้าไปก่อน  นี่ไงครับ  คนร้ายยิงปืนจากจุดนี้  ผนังมีรอยไหม้อยู่นิดหนึ่ง”

 

            มินโฮชี้ให้ดูผนังห้องเหนือตู้ติดพื้น  มันมีหน้ากากสัตว์แขวนอยู่

 

            “หน้ากากนี้สร้างขึ้นพิเศษ  ถ้ากดสวิตช์จากในทางลับ  ลูกตาจะเปิดออกได้ครับ  ดูเหมือนคนร้ายยิงปืนมาจากลูกตาซ้าย  หลังผนังห้องตรงนั้นเลยมีรอยไหม้ติดอยู่”

 

            “นายตามคนร้ายไปหรือเปล่า”

 

            “ผมกำลังจะตามไปครับ  หลังผนังห้องมีบันไดลงไปข้างล่าง  แต่พอไปถึงโถงบันได  ก็ได้ยินเสียงปืนดังปัง  ตามด้วยเสียงกรีดร้อง  หลังจากนั้นมีเสียงปืนดังติดกันสองสามนัด  แล้วอุโมงค์ก็ถล่มลง  ถ้าเด็กคนนี้ไม่ดึงไว้  ผมคงถูกฝังทั้งเป็นอยู่ในนั้นแล้ว...  น่าสงสารคุณดงเฮนะครับ  คงไม่รอดแน่  แต่คนร้ายก็คงไม่รอดเหมือนกัน”

 

            มินโฮยังคงไม่รู้ความจริง  เขาจึงรายงานสารวัตรไปตามที่เขารับรู้มา

 

            สารวัตรนึกในใจว่าถ้าไม่ได้เยซองเล่าความจริง  พวกเขาก็คงถูกคนร้ายปั่นหัวและหลงเชื่อไปด้วย

 

            เมื่อแพทย์เวรโรงพยาบาลชุมชนมาถึง  เยซองจึงขอตัวออกมาพร้อมสารวัตรและมินโฮ  ส่วนจองซูยังไม่ยอมลุกไปไหน

 

            “ไม่ครับ  ผมจะอยู่เฝ้า  เพราะผมเป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่”

 

            เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรออยู่หน้าห้อง  เมื่อเห็นสารวัตรเขาก็ยื่นซองจดหมายขนาดใหญ่สีน้ำตาลให้

 

            “อ้อ  ได้แล้วรึ  ขอบใจมาก”

 

            สารวัตรยัดซองใส่กระเป๋า  แล้วกลับไปด้านหน้าตึกพร้อมกับเยซอง  ตำรวจหลายคนรออยู่ก่อนแล้ว  เขาสั่งให้พวกนั้นแยกกันไปทำหน้าที่  จากนั้นดึงซองออกมาฉีกออกดู  ภายในคือภาพถ่ายขนาดเท่าโปสต์การ์ดสามใบ  พลิกดูทีละภาพแล้วส่งให้เยซองโดยไม่พูดจา

 

            ภาพนั้นคงถ่ายในห้องหนึ่งของโรงแรม  คนคู่หนึ่งนั่งอยู่บนที่นอนยุ่งเหยิง  เห็นได้ชัดว่าเป็นซีวอนกับดงเฮนั่นเอง  แม้ไม่ถึงขั้นเปลือยเปล่าแต่ก็มีเสื้อผ้าติดกายน้อยเหลือเกิน  ใบหนึ่งเป็นภาพขณะทั้งสองนอนกอดก่ายกันบนเตียง  เห็นได้ชัดว่าเป็นภาพขณะกำลังร่วมรัก

 

            แน่นอนว่ามันเป็นรูปแอบถ่าย  ซึ่งก็เป็นฝีมือของชินดง  แม้ฝ่ายที่ถูกถ่ายภาพจะมีส่วนผิด  แต่การกระทำของชายร่างอ้วนก็น่ารังเกียจเหลือรับ

 

            “ดูจากภาพนี้  ท่าทางข้อสันนิษฐานจะถูกต้องนะครับ”

 

            “ครับ  แต่พวกเราคิดไปอีกแง่  คุณคังอินเลย...  ถ้าไม่มีคุณเยซอง  พวกเราคงทำผิดครั้งใหญ่ไปแล้ว”  สารวัตรโค้งให้เยซองอย่างนอบน้อม

 

            ดูเหมือนว่าอุโมงค์ใต้ดินหยุดถล่มแล้ว  แต่อิฐจากเพดานยังร่วงลงมาต่อเนื่องถึงเช้า  จากนั้นไม่มีใครพบดงเฮและคิบอมอีกเลย  จึงพากันวิตกว่าทั้งสองถูกฝังอยู่ใต้ซากถล่ม  แต่เนื่องจากอิฐยังร่วงจากเพดานไม่หยุดจึงยังไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือ

 

            คังอินฟื้นตัวจากแผลถูกยิงได้เร็วเกินคาด  ตอนเที่ยงหมอก็อนุญาตให้ตำรวจสอบปากคำเขาได้  เยซองกับสารวัตรจึงเข้าไปสองคน

 

            “คุณเยซองเชิญก่อนเลยครับ”

 

            คังอินลืมตาขึ้นมา  เขาส่ายหน้าเหมือนเด็กถูกขัดใจ  “ไม่ดีครับสารวัตร  แบบนั้นไม่ดีแน่ๆ”

 

            “ไม่ดียังไงครับ”

 

            “ผมเป็นโรคแพ้คุณเยซองน่ะสิ  เขารู้ไปหมด  โกหกไม่ได้เลย”

 

            “ขอบคุณที่ชมครับ  แต่สารวัตรคงหมายตาเรื่องนี้ไว้แล้วนะครับ  คุณคังอินสารภาพมาดีกว่า  เฉพาะเหตุการณ์เมื่อคืนก็พอ  เรื่องอื่นผมพอรู้และมีหลักฐานแล้วด้วย”

 

            เยซองไม่ได้แกล้งขู่  เขาได้ทราบผลการตรวจสอบถาดไม้แกะสลักแล้ว  พบรูขนาดเล็กตรงตาข้างหนึ่งของมังกร  ในรูนั้นยังพบปลายเข็มหักค้าง  คนร้ายคงกลัวว่าเข็มจะหลุดออกจากถาดไม้ก่อนกุญแจจะกลับไปวางที่เดิม  จึงปักเข็มลึกเกินไป  ตอนดึงออก  ปลายเข็มจึงหักคาอยู่ในถาด  แต่ปลายนั้นเล็กมากจนคนร้ายไม่ทันสังเกตเห็น  จากการตรวจสอบของใช้ของดงเฮก็ได้พบเข็มปักลายผ้าเข้ากับปลายแหลมที่พบในถาดไม้แกะสลักได้พอดี  ถ้าดงเฮใช้เข็มนี้แม้สักครั้งก็คงสังเกตเห็นว่ามันหัก  แต่ดงเฮไม่มีเวลาพอ

 

            “คุณเยซอง  ขอผมถามสักเรื่องได้ไหม  ตกลง  คนที่ฆ่าคุณชินดงกับซองมินคือใครกัน”

 

            “คนเดียวกันนั่นแหละครับ  เมื่อครู่ผมบอกว่ามีหลักฐานก็คือเรื่องนี้เอง  ส่วนฆาตกรที่ฆ่าคุณซีวอน  ผมจะเล่าให้ฟังทีหลัง  ว่าแต่เมื่อคืนล่ะ...”

 

            “เมื่อคืนผมเมาไม่ได้สติ  เลยหลับสนิทครับ”  คังอินมองเพดานด้วยสายตาว่างเปล่า  เริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงเหมือนท่องหนังสือ  “ดังนั้นถ้าถามว่าเป็นเวลากี่โมง  ผมก็ตอบไม่ได้  จู่ๆ  ผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงดงเฮร้อง  ไฟในห้องสว่างจ้า  แต่ไม่เห็นดงเฮเลย  ผมเหลือบมองตู้ติดพื้นใบนั้น  ถึงได้เห็นว่าประตูเลื่อนเปิดอยู่  ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าตรงนั้นมีทางลับ  ผมตกใจเลยลุกเดินไปดู  แล้วก็โดนยิงนัดแรกเข้าตรงนี้”  คังอินชี้ไปยังผ้าพันแผลบริเวณท้อง

 

            “ผมตกใจมาก  จึงเอาผ้าห่มมาคลุมหัวแล้วล้มตัวลงบนพื้น  ตอนนั้นเองที่กระสุนนัดที่สองเฉี่ยวเข้าหัวไหล่ซ้าย”

 

            เหตุที่คังอินพ้นรัศมีกระสุนได้เพราะกลิ้งตัวไปพ้นระยะที่จะมองได้จากรูเล็กๆ บนผนังนั่นเอง  ซึ่งดูจากการที่คังอินแก้ไขสถานการณ์คับขันได้ทันท่วงที  เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะเขาทำใจและคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะถูกลอบทำร้าย  แต่ต่อให้ถามตอนนี้ คังอินก็คงไม่ยอมปริปากเล่า

 

            “ตอนนั้นคุณจองซูกับคยูฮยอนก็โผล่เข้ามาใช่ไหมครับ”

 

            “ใช่  ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสองคนนั้นถึงเข้ามาได้เร็วแบบนั้น  ดูเหมือนจะเอาผ้าห่มคลุมหัวไว้ด้วย”

 

            “ภรรยาคุณไม่ได้ร้องตะโกนหรือครับ  ทำนองว่าถูกใครลอบทำร้าย”

 

            “จริงสิ  ดงเฮร้องบอกว่าชายแขนเดียวทำอะไรสักอย่าง”  น้ำเสียงของคังอินนิ่งเรียบปราศจากแววตื่นตระหนก

 

            “พอแล้วครับ  จากนี้ผมขอให้คุณหายเร็วๆ  นะครับ”

 

            จากนั้นทั้งสองสอบปากคำจองซูกับคยูฮยอน  แต่จองซูตีหน้าตายพูดว่า  “ผมแค่อยากอยู่ใกล้คุณผู้ชายครับ  แต่ว่าอยู่คนเดียวก็กลัว  เลยชวนให้เจ้านี่มาอยู่เป็นเพื่อน”

 

            จองซูไม่ยอมเล่าอะไรมากกว่านี้

 

            แปดโมงเช้า  การขุดค้นอุโมงค์ใต้ดินเริ่มขึ้น  โดยเริ่มขุดจากทางศาลเจ้า  เพราะหากเริ่มจากห้องดาเลียจะไม่มีทางขนข้ายเศษอิฐที่ร่วงลงมาได้

 

            แน่นอนว่าก่อนหน้านั้นพวกเขาร้องเรียกดงเฮกับคิบอมหลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบเลย  ซึ่งความจริงทุกคนคิดกันอยู่แล้วว่าทั้งสองจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

 

            ร่างของคิบอมถูกขุดพบหลังจากนั้นราวหกชั่วโมง  ซึ่งก็คือเวลาบ่ายสอง  เขาล้มก่อนถึงบริเวณหลุมหนู  มือขวากำปืนไว้  มีบาดแผลถูกยิงตรงไหล่ซ้าย  คิบอมยังไม่ตายจึงถูกนำมาในห้องในคฤหาสน์  และได้รับการรักษาจากแพทย์  แต่สองชั่วโมงหลังจากนั้นเขาก็สิ้นใจ  ก่อนนั้นเขาได้หันไปหาเยซองกับสารวัตรที่เฝ้าอยู่ตรงหัวนอน  แล้วสารภาพว่า

 

            เขาเองคือคนฆ่าซีวอน  เขาใช้ไม้เท้าซ่อนดาบตีซีอวนให้หมดสติแล้วใช้เชือกรัดคอจนตาย  ทว่าขณะนั้นเขาได้ยินเสียงพูดดังมาจากศาลเจ้า  จึงซ่อนศพไว้ในกองของเก่าก่อนจะหนีไปทางประตูหลัง  จากนั้นก็ตีหน้าตายทำทีว่ากำลังเดินเล่น  จนได้พบฮยอกแจกับเรียวอุค  จึงแกล้งชวนทั้งสองเข้าไปในโกดังเพราะอยากให้เห็นว่าไม่มีอะไรอยู่ในนั้น  คยูฮยอนขับรถม้าเข้ามาพอดีเขาจึงนึกวิธีขึ้นได้  หลังกลับคฤหาสน์แล้ว  ระหว่างที่ฮยอกแจกับเรียวอุคกำลังอาบน้ำ  คิบอมก็รีบย้อนกลับไปโกดังเพื่อสร้างสถานการณ์อย่างที่ทุกคนได้เห็น  ทำให้หลักฐานอ้างที่อยู่แน่นแฟ้นขึ้น

 

            เขาถูกถามเรื่องฆาตกรรมชินดงกับซองมินด้วย  แต่คิบอมไม่อาจตอบคำถามได้อีก  เขาใช้พลังสุดท้ายในชีวิตสารภาพเรื่องเหล่านี้  จากนั้นสติสัมปชัญญะก็รางเลือง  และสิ้นใจในครู่ต่อมา

 

            มาคิดดูแล้ว  ชีวิตของคิมคิบอมมีแต่ความทุกข์ยากทรมานเหลือรับ

 

            ศพของดงเฮถูกพบราวหกโมงเย็น  หลังจากคิบอมเสียชีวิตได้สองชั่วโมง

 

            เมื่อทราบข่าว  เยซองรีบไปพร้อมกับสารวัตร  พอได้เห็นสภาพศพเข้าก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ  เนื่องจากสภาพน่าสยดสยองเหลือประมาณ

 

            ศพของดงเฮนอนอยู่กลางหลุมหนู  รอบด้านมีฝูงหนูจำนวนมหาศาลที่หนีไม่ทัน  พากันวิ่งพล่านกระโดดจนน้ำโคลนสาดกระเซ็น  มองเห็นภายใต้ลำแสงจากกระบอกไฟฉายนับสิบ

 

            แจซอกเป็นผู้พบศพ  เขายืนนิ่งปล่อยน้ำตาให้รินไหล  คงกำลังนึกถึงสภาพศพของซองมินผู้น่าสงสารนั่นเอง

 

            หลุมหนูแห่งนี้คงไม่ได้ถูกอิฐถล่มลงมากลบมิดในทีเดียว  น่าจะมีบางอย่างขวางอยู่  ข้างใต้นั้นจึงกลวงเป็นโพรง  ศพของดงเฮนอนอยู่ในนั้นทว่าไม่เหลือเค้าความงามเย่อหยิ่ง  มีเพียงก้อนเนื้อและเลือดที่ถูกหนูฝูงใหญ่รุมกัดแทะ  บางส่วนลึกถึงกระดูกขาวโพลน  ดงเฮสวมเพียงชุดนอนบางๆ  อกเสื้อแหวกออกแต่เนื้อบริเวณอกกลับหายไปเหลือเพียงโพรงสีช้ำเลือด

 

            ศพของดงเฮถูกนำกลับมายังคฤหาสน์ทันที  หลังจากได้ตรวจสอบจนแน่ใจว่าเป็นดงเฮจริงแล้ว  แพทย์ดองวุคจึงได้ลงมือชันสูตร

 

            รายงานของนายแพทย์มีเนื้อหาว่า  ดงเฮถูกยิงแขนกับต้นขาสองนัด  แต่สาเหตุที่เสียชีวิตเป็นเพราะหนูจำนวนมหาศาล

 

            ดงเฮผู้งดงามและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองต้องกลายเป็นเหยื่อหนูทั้งที่ยังมีชีวิต...

 

            เป็นความบังเอิญที่วันนี้เป็นวันครบรอบยี่สิบปีของโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่คฤหาสน์ถ้ำปีศาจแห่งนี้  เยซองอดนึกถึงคำพูดโบราณไม่ได้ว่า  กรรมสนองกรรม

 

            แม้จะพรั่นพรึง  แต่เยซองก็โล่งอก  ว่าในที่สุดโศกนาฏกรรมอันน่าสยดสยองที่สังคมกล่าวขวัญก็ได้จบลงเสียที









เขาว่าคนใกล้ตายจะไม่พูดโกหก
แต่กรณีนี้ใช้ได้กับคิบอมมั้ยนะ?  555

RIP  คิมคิบอม  หลับให้สบายนะ  ภารกิจสุดท้ายของคิบอมยิ่งใหญ่มากจริงๆ

สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพในฟิคเรื่องนี้  555



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #54 kob kerojang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 09:56
    สรุป เฮฆ่ามินเหรอ จองซูฆ่าวอนแน่ๆแก้แค้นให้ฮันคยอง
    #54
    0
  2. #34 Lee Liew Kim (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 21:14
    ไม่คิดว่าเป็นคิบอมจริงๆนะที่ฆ่าซีวอน
    ยังไงก็ไม่น่าใช่คิบอมจริงๆ
    ชินดงกับซองมินนี่เฮฆ่าแล้วคังอินอำพราง??
    แต่ซีวอนนี่เฮไม่น่าฟาดได้ขนาดนั้นอ่ะ
    #34
    0