ศัตรูคู่วิวาห์

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7: ใกล้ถึง..... วันวิวาห์ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    5 ธ.ค. 52


ตอนที่7: ใกล้ถึงวันวิวาห์
 

ร่างบางในอ้อมกอดของศิธรยังไม่หยุดนิ่งแม้ว่าเขาจะอุ้มร่างของเธอขึ้นมาถึงด้านบนของคฤหาสน์แล้วก็ตามเธอยังคงดิ้นไปตะโกนไปอย่างโมโห แต่เมื่อรู้ว่าเขากำลังเดินตรงไปยังห้องนอน มินตราจึงสะบัดมือตบลงบนใบหน้าคร้ามคมนั้นโดยแรง ศิธรถึงกันหน้าหัน ดวงตาคมกริบเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาวูบในทันที

“แล้วคุณจะต้องชดใช้ที่ตบหน้าผมแบบนี้” เขาขบฟันตอบโดยไม่หยุดเดิน...

หลังจากที่มินตราหายตกใจ และเหมือนกำลังรอปฏิกิริยาโต้ตอบจากเขา มินตราก็เริ่มใหม่... เธอทุบตามบ่าไหล่ของเขาอย่างไม่ยั้ง เพื่อให้เขาปล่อยร่างของเธอ และดูแล้วจะไม่เป็นผล หญิงสาวจึงใช้วิธีสุดท้ายที่เธอคิดจะทำเพื่อเอาตัวรอดนั่นคือการกัดเขาเอาเสียดื้อๆ และเต็มเขี้ยวเลยทีเดียว

ศิธรถึงกับสะดุ้งสุดตัว ขบกรามแน่ขณะเซไปปะทะข้างฝาตามน้ำหนักตัวของเธอที่ดิ้นอยู่ในอ้อมแขน ร่างของเธอจึงถูกเขารัดแน่นขึ้น

“ถ้าคุณคิดว่าไอ้วิธีนี้จะหยุดผมได้ล่ะผิด... ผมจะลงโทษคุณเพิ่มเป็นสองเท่าเลยทีเดียว ไม่เชื่อคอยดู” เขาเข่นเขี้ยวตอบพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปโดยแรง และปิดมันด้วยส้นเท้าดังโครมสนั่น เขาพาร่างบางของเธอมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าเตียง แล้วโยนโครมลงไปอย่างไม่สนใจใยดี

เวลานี้เองที่มินตราเริ่มเห็นฝีมือของตนเองนั้นคือเห็นบนใบหน้าเขาถนัด... แกมทั้งสองข้างของศิธรแดงก่ำ เป็นรอยจากการตบข้างหนึ่ง เป็นรอยถูกทุบจากการขัดขืนของเธออีกข้างหนึ่ง หัวหูยุ่งเหยิงเพราะแรงดึงของเธอ ข้อสำคัญที่บ่าของเขามีเลือดไหลซึมออกมาถึงเสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่สวมอยู่จนชัดเจน

เขาปลดกระดุมเสื้อตัวเองอย่างใจเย็น ขณะที่จ้องตาเป๋งมาที่เธอ มินตราเร่มมีความรู้สึกหายใจขัดๆ เมื่อเขาเหวี่ยงเสื้อพ้นไปจากตัวอวดให้เห็นลำตัวช่วงบน ที่งดงามไปด้วยกล้ามเนื้อตึงแน่นได้สัดส่วน

มือของศิธรเคลื่อนลงไปหากระดุมกางเกงยีนส์ที่สวมอยู่ให้เวลาเพียงนิดเดียวมันก็หลุดออกจากขาของเขาข้างหนึ่ง หญิงสาวอยากเขกหัวตัวเองที่มัวมองเขาจนเพลินจนไม่ใช้เวลาที่ชายหนุ่มเปิดช่องให้โจนหนีเสียก่อน

เธอจึงหลบตาเขา แก้มแดง เมื่อเห็นชายหนุ่มเปลือยกายต่อหน้าต่อตา แถมยังทำท่าไม่ยี่หระกับเนื้อตัวที่ไม่มีผ้าผ่อนของตนเสียด้วย เธอถอยหนี้จนถึงหัวเตียงเมื่อเขาทำท่าขยับเข้ามาใกล้ๆ  วางขาลงกับฟูกหนาแล้วเอื้อมมือรั้งเธอให้เข้าไปหา

มินตราคิดพลิกตัวหนีแต่ช้ากว่าแขนของศิธรที่ตอนนี้สอดเข้ามารัดเอวเธอไว้ แล้วดึงทีเดียวร่างบางก็พลิกเข้ามาหา เธอจึงใช้มือยันอกของเขาไว้แน่นก่อนที่จะจิกเล็บที่ค่อนข้างสั้นและบางของตัวเองลงไปแล้วลากลงมาเต็มแรง ศิธรไม่ปล่อยให้ตัวเองเจ็บโดยไม่คิดหลบ เขาคว้าข้อมือของมินตราไว้ในทันที แล้วใช้แรงที่มีอยู่มากกว่าดึงมันให้พ้นไปโดยไม่ยากเย็นนัก แม้ว่าเขาจะได้เลือดซิบๆ ไปแล้วอีกไม่ต่ำกว่าห้าหกแผล เขาจึงกดข้อมือเธอไว้เหนือศีรษะ แล้วตรึงขาเรียวทั้งสองข้างของหล่อนไว้ด้วยช่วงขาแข็งแรงปานคีมเหล็กของตนเอง มินตราหายใจแรงจนทรวงอกสะท้อนถึ่ขึ้นอย่างหวาดหวั่น ดวงตาคู่สวยจ้องหน้าเขจาอย่างไม่คลาดสายตา

ดวงตาดุกระด้าง เอาจริงของศิธรเริ่มอ่อนแสงลงเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนปรารถนาและอยากจะได้จากหญิงสาวที่เขา

ยอมรับอยู่แก่ใจแล้วว่า เขาต้องการหล่อนเพียงคนเดียวในตอนนี้

            ศิธรจึงโน้มตัวลงไปหาร่างบาง และซุกหน้ากับซอกคอหอมกรุ่นนิ่มนวล ริมฝีปากและลิ้นอุ่นๆ ของเขาไล้เรื่อยลงมาตามผิวเนื้อของเธอ จนถึงแอ่งชีพจรก่อนที่เขาจะกัดเน้นเบาๆ ที่ช่วงไหล่ มินตราถึงกับสะดุ้งเฮือก เบิกตากว้าง

            “เมื่อกี้คุณกัดผมใช่ไหม...” เขาถามอย่างไม่คิดจะต้องการคำตอบ เมื่อขยับซึกไซ้ริมฝีปากไปเรื่อย

            “คราวนี้ตาผมบ้างล่ะนะ” เขาพึมพำขณะที่เอาอีกมือละลงมาปลดกระดุมเสื้อของเธออย่างใจเย็น ขณะที่ริมฝีปากเขาก็โลมลูบไปทั่วเนินอกที่โผล่พ้นขอบบราเซียขึ้นมา

            มินตราดิ้นอย่างหวาดกลัว... แล้วก็ตั้งสะดุ้งเป็นครั้งที่สองเมื่อเขากัดหนักกว่าเดิม น้ำตาของหญิงสาวออกมาคลอที่ดวงตา เมื่อเริ่มรู้สึกสิ้นหวังอย่างไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน ศิธรเงยหน้าขึ้นมาเห็นโดยไม่ตั้งใจ เขาถึงกับชะงักเปลือกตาเขาจึงหรี่ลงบังประกายตาบางอย่างเอาไว้

            “เป็นไงล่ะ ที่ทำเขายังทำได้ โดนเข้ามั่งถึงกับร้องไห้เชียวหรือ” หญิงสาวไม่ตอบ ได้แต่เม้มปากแน่น และมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

            “อ๊ะๆ ไม่ต้องมองแบบนั้น ผมไม่คิดรังแกคุณแบบนั้นหรอกน่า ผมไม่นิยมให้เมียตัวเองเจ็บเท่าไหร่หรอก แต่ที่ทำให้ดูเนี้ยเพื่อเตือนว่า ถ้าคุณเล่นงานผมอีกผมก็ตอบโต้เช่นเดียวกัน แต่คนละแบบเท่านั้น” เขาหยุดพูดเมื่อนิ้วมือเกี่ยวตะขอเสื้อให้หลุดออก และเริ่มสัมผัสไล้ตามเนื้อนุ่มอย่างหลงใหล และหวงแหน มินตราเกร็งตัวเมื่อเขาเคลื่อนริมฝีปากลงไปหายอดอกของเธอ

            “อย่าคะ... อย่านะ...” มินตราพึมพำอย่างหวาดกลัว เขาจึงเลิกคิ้วขึ้นมองทั้งๆ ที่ไม่ได้ละริมฝีปากจากบริเวณนั้นเลย

            “ว่าไง.. จะสู้ หรือว่าจะยอมแพ้” เขาถามใหม่ มินตราผ่อนลมหายใจออกไปเกือบจะเป็นเสียงสะอื้น

            “อย่าทำฉันเจ็บเลยคะ” มินตราตอบออกไปด้วยเสียงสั่นๆ ราวกับคนสะอื้นก็ไม่ปาน

            “ทีเวลาทำเขาล่ะไม่คิดนะ...” เขาประชดขณะที่ขยับศีรษะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ มองสบลงมาให้ดวงตากลมโตอย่างค้นคว้า

            “บอกมาสิว่าจะยอมแพ้” เขาขู่ เธอหลบตาเขาอย่างโกรธๆ ไม่พูด ขณะที่อีกฝ่ายหัวเราะหึๆ ออกมาอย่างพอใจ

            “ก็ได้ ไม่พูด ก็ไม่พูด แต่... บอกก่อนนะ ถ้าคุณพยายามกัดผมอีกไม่ว่าที่ไหน ยังไง ผมจะกัดคุณมั่ง... กัดให้ช้ำไปทั้งตัว ไม่เว้นสักตารางนิ้วทีเดียว” เขาขู่หนักๆ ก่อนจะฉกริมฝีปากเข้าหาริมฝีปากเธออย่างรวดเร็ว มินตราสะดุ้ง.. ก่อนที่จะผ่อนปรนไปตามความต้องการของเขาอย่างหวาดกลัวว่าเขาจะเล่นงานเธอด้วยวิธีพิสดารที่เธอคิดไม่ถึง คำนวณไม่ออก... ซึ่งตอนนี้เขากำลังได้เปรียบ และเธอก็กำลังเสียเปรียบแทบทุกประตูเลยทีเดียว

            พอเขาละริมฝีปากออกก็ถึงกับครางออกมาด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าเธอจะมีท่าทีขัดขืนบางในตอนแรกๆ ก็ตามทีแต่เขาก็มีความสุขอย่างประหลาดเลยก็ว่าได้

            “ผมอยากรู้จริงๆ ทำไมคุณต้องดื้อดึงหนีด้วย ทั้งๆที่เราสองคนน่าจะอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี” เขาถามขณะที่มือไม้ก็ยังคงไล้ไปมาตามเรือนร่างของหญิงสาว

            “เพราะฉันคิดว่า ตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่จะไปได้กับคุณ และอีกอย่างคุณก็ยังมีคู่นอนที่เหลือเฟือย” ศิธรถึงกับเงียบงัน ก่อนจะยื่นมือไปคว้าหมอนมาหนุนซ้อนศีรษะของตัวเองให้สูงขึ้น แล้วดึงร่างบางให้ขึ้นมาซบแนบอยู่ที่อกของเขา

            “ก็จริงอยู่... แต่ผมไม่ได้จะแต่งงานกับผู้หญิงพวกนั้นนี่” เขาบอกออกไปตามความรู้สึกที่เขามีอยู่ในตอนนี้

            “ตัวฉันเองก็ไม่แตกต่างจากผู้หญิงพวกนั้นหรอกในตอนนี้” มินตราเอ่ยประชดประชันเขากับคำตอบที่เขาหวังที่จะเอาแต่ได้เพียงฝ่ายเดียวแล้วอย่างนี้จะให้แต่งเข้าไปด้วยได้อย่างไร

            “ฮื้อ...” เขาครางในลำคออย่างไม่พอใจ

            “ไม่เหมือนหรอกน่า” เขาบอกออกไปอย่างชัดเจน

            “ทำไมจะไม่เหมือน มานอนอยู่กับคุณแบบนี้มันผิดกันตรงไหน... หรือว่าไอ้ที่รอเข้าพิธีแต่งงานนั่นหรือที่ทำได้ไม่เหมือน” หญิงสาวยังคงต่อว่าเขาออกไปอย่างเหลืออดเต็มทน เธอไม่อยากเล่นแล้วไอ้เกมบ้าๆ นี่มันทำให้เธอเริ่มมีจิตใจที่สับสนเนื่องจากเธอเริ่มที่จะหลงรักเขาซึ่งมันเป็นอะไรที่น่ากลัวเอามากๆ เพราะคู่นอนของเขานั่นช่างมากมายเกินกว่าที่เธอจะยอมรับได้ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหนๆ ก็ตาม

            “เอาเป็นว่ามันไม่เหมือนกัน ก็คือมันไม่เหมือนกันก็แล้วกันน่ะ” เขาบอกอย่างอารมณ์เสียเช่นกัน

ไอ้ที่เขาลงทุนไปตามเธอ แม่ตัวดียังไม่รู้อีกหรอว่ามันหมายความว่าอย่างไร แล้วเขาก็ยังเตรียมการเรื่องการแต่งงานระหว่างเขากับเธอเองทั้งหมดนี่มันไม่มีความหมายเลยใช่ไหม่ โธ่โว้ย... เขาคิดอย่างเหลืออด ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยเธอไปเสวยสุขกับไอ้หน้าจืดนั่นหรอกนะมินตราเธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น

---------------------------------------------------------

           

“เธอควรจะพักผ่อนได้แล้ว เพราะพรุ่งนี้มันจะเป็นวันสำคัญของเรา” เขาบอกแล้วก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังประตูห้องแล้วหันกลับมาย้ำกับเธออีกรอบ

            “อ้อ... อย่าคิดหนีอีกหล่ะ เธอคงรู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าเธอคิดที่จะหนี” เขาย้ำน้ำเสียงเข้มแล้วเดินออกไปจากประตูแล้วปิดลงเพื่อให้หญิงสาวได้พักผ่อนเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับวันแต่งงานของเขาและเธอ

            ศิธรหลังจากออกมาจากห้องก็ลงมาด้านล่าง แล้วตรงไปยังห้องทำงานในทันที เขายังคิดไม่ตกเลยในเรื่องของบุณฑรี

เขาจำได้ว่าในวันที่เขาพบกับบุณฑรีครั้งแรกในงานเลี้ยงเปิดสาขาใหม่ของโรงแรมย่านใจกลางเมือง เธอเดินเข้ามาแสดงตัวทำความรู้จักกับเขาก่อนภายในงานเลี้ยงนั่น โดยที่เธอแนะนำตัวเองเสร็จสับว่าเป็นเพื่อนกับวีรยาเลขาส่วนตัวของเขา น้ำเสียงที่อ่อนหวานและแววตาหยาดเยิ้มเชิญชวนดึงดูดสายตาของเขาให้จ้องตอบเธออย่างไม่ลดละด้วยแววตาที่ไม่แตกต่างกัน เขาเองก็ชอบนักผู้หญิงลักษณะเช่นนี้ จะกี่รายต่อกี่รายก็ต้องสยบอยู่ใต้เรือนร่างอันกำยำของเขา ยิ่งเธอเป็นฝ่ายเชิญชวนเขให้ไปต่อที่อื่นเมื่อใกล้เวลางานเลี้ยงจะเลิก มีหรือที่คนอย่างนายศิธรจะตอบปฏิเสธ

          แต่ผมไม่ชอบมีพันธะกับใครนะครับ ศิธรเอ่ยข้อแม้ของเขาขึ้นมาตรงๆ

          ดาก็ไม่ได้บอกนี่คะว่าต้องการมีพันธะ เธอยิ้มหวานด้วยสีหน้าและตาว่าหมายความตามที่พูด

          เป็นความพอใจของคนสองคนใช่ไหมครับ

 เธอไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มให้เขาอย่างยั่วยวนเต็มที่ หลังจากสิ้นสุดข้อตกลงทั้งเขาและเธอก็สนองความต้องการของกันและกันที่โรงแรมชื่อดังย่านถนนรัชดาซึ่งไม่ห่างจากโรงแรมที่จัดงานเลี้ยงมากนัก

          ศิธรจำได้ว่าเขาถูกบุณฑรีบุกก่อนตั้งแต่ประตูห้องยังไม่ทันได้ปิดสนิทด้วยซ้ำ ลีลารักของเธอร้อนแรงถึงอกถึงใจเขามากจนต้องต่อกันอีกหลายยก ถือได้ว่าเขาและเธอมีความต้องการเรื่องบนเตียงที่พอเหมาะกันทีเดียว แต่ก็เพราะความที่เธอเจนจัดในเวทีนี้มากเกินไป เขาจึงไม่เคยคิดที่จะจริงจังกับเธอเลยสักนิดคิดแค่ว่าลาจากกันแล้วในคืนนั้นก็ต่างคนต่างไป

 แต่แล้วเขาก็คิดผิด เพราะนับจากวันนั้นมาบุณฑรีก็ติดตามเขาราวกับเป็นเงาตามตัว เธอเข้ามาก้าวก่าย แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในตัวเขามากจนกลายเป็นการละเมิดข้อตกลงที่เคยวางไว้ และนับวันเธอยิ่งแสดงกิริยาที่น่าทุเรศให้เขาได้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ทำงานและที่บ้านของเขา และที่สำคัญกว่าอื่นใด แม้กระทั่งกับคุณหญิงพรรณีผู้เป็นย่าให้ความเคารพรักเป็นอย่างมาก เธอยังไม่เคยให้ความเกรงใจเลยสักนิดเดียว

 

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ศิธรก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาเองก็มืดไปหมดทั้งเรื่องบุณฑรีที่ยังคาราคาซัง แถมยัยหน้าจืดที่ทำเหมือนจะแกล้งโง่ข้างบนโน้นอีก โอ้ย... คิดแล้วก็ปวดหัวจริงๆ กลัวเหลือเกินว่าในวันงานแต่งงานของเขากับมินตรา บุณฑรีต้องมาอาละวาดแน่ๆ หากรู้ข่าว แต่ยังหวังว่าเขาจะคิดผิด

 

            ในช่วงเที่ยงของวันต่อมา บุณฑรี แวะเข้าไปหาศิธรที่ออฟฟิตด้วยหวังจะชวนเขาออกมาทานอาหารกลางวันด้วยกัน เมื่อเธอมาถึงก็เดินผ่านวีรยาเพื่อนสาวตรงไปยังประตูห้องทำงานของชายหนุ่มทันทีโดยไม่คิดที่จะหันไปทักทายแม้แต่น้อย แต่เมื่อมองเข้าไปแล้วไม่พบร่างของชายหนุ่ม เธอจึงหันไปซักถามกับเพื่อนสาวของเธอทันที

            “ยัยวี คุณหนึ่งไปไหน” บุณฑรีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ออกไปเมื่อเธอมาแล้วไม่พบกับชายหนุ่ม

            “อ้าว... แกเห็นฉันด้วยหรอยัยดา ฉันนึกว่าแกจะมองไม่เห็นฉันซะแล้ว” วีรยาตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชันออกไปทันที

            “นี่... อย่ามาโอ้เอ้น่า คุณหนึ่งไปไหน” บุณฑรียังคงถามด้วยน้ำเสียงห้วนจัด สายตาจับจ้องไปที่วีรยาอย่างหาเรื่องเพราะเธอต้องการที่จะรู้ให้ได้ว่าศิธรไปไหนและเธอก็แน่ใจว่าเพื่อนของเธอต้องรู้แน่ๆ

            “โอ้ย... นี่แม่คุณพูดดีดีก็ได้ย่ะ” วีรยาเอ่ยออกไปอย่างเบื่อหน่ายในตัวเพื่อนสาวที่วันๆ ไม่คิดจะทำงานทำการอะไรเอาแต่วิ่งร่านจับเจ้านายของเธอ

            “แกก็บอกมาสักทีสิ” บุณฑรียังคงถามด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นอีก

            “ย่ะ... คุณหนึ่งไม่ได้เข้ามาออฟฟิตหลายวันแล้ว ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่บ้านนั่นแหล่ะ ทีหลังก็หัดถามก่อนจะทะลึ่งเปิดประตูเข้าไปอีกนะยะ รู้จักไหมมารยาทน่ะ” วีรยาบอกกับบุณฑรีว่าชายหนุ่มอยู่ไหน แต่วันนี้เธอไม่รู้เพราะไม่มีเอกสารไปให้ชายหนุ่มเซ็นต์เธอจึงตอบอย่างคาดเดาเอาเอง เพราะหมั่นไส้ในความไม่มีมารยาทของเพื่อนเธอคนนี้เต็มทีแล้ว

            “ก็แค่เนี้ย ทำเป็นเล่นตัวไปได้” บุณฑรีต่อว่าเพื่อนสาวกายๆ แม้จะได้คำตอบที่เธอต้องการแล้วก็ตามแถมหันมามองเพื่อนสาวอย่างกับไม่เคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อนเลยก็ว่าได้

            เมื่อบุณฑรีได้คำตอบที่ต้องการแล้วเธอก็หันหลังเดินผ่านโต๊ะทำงานของวีรยา เธอก็อดไม่ได้ที่จะส่งรอยยิ้มหยันไปให้บุณฑรี

            “ผู้หญิงไร้ยางอาย” เสียงพูดแว่วๆ ของใครก็ไม่รู้ดังเข้ามากระทบกับระบบประสาทของบุณฑรี ทำให้เธอถึงกับหยุดชะงักไปนิดหนึ่งหันมามองกราดด้วยนัยน์ตาเขียวปัด แต่ก็ไม่พูดว่าอะไรได้แต่เดินสะบัดหน้าไปอย่างเงียบๆ

            วีรยาเหลือบสายตาขึ้นมองเห็นบุณฑรีเดินจากไปอย่างปกติเธอก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วหันไปมองกับเพื่อนร่วมงานที่นั่งโต๊ะถัดไปพร้อมกับส่งยิ้มให้กันอย่างมีความหมาย

            ทางด้านบุณฑรีเมื่อออกมาจากที่ทำงานของชายหนุ่มด้วยอารมณ์ที่ฉุนจัด จึงขับรถออกมาด้วยความเร็วสูงมุ่งตรงไปยังบ้านของศิธรในทันทีด้วยความหวังว่าจะได้พบกับชายหนุ่มเนื่องจากไม่ได้พบเขามาหลายวันได้นับจากวันที่เกิดเรื่องที่เรือนของคุณหญิงพรรณีในวันนั้น

            และเมื่อบุณฑรีมาถึงหน้าคฤหาสน์หลังงามใจกลางเมือง ยามประจำประตูคฤหาสน์ไม่เปิดประตูตอนรับเธอเช่นทุกครั้ง ทำแค่เพียงเดินออกมาแจ้งให้เธอทราบ

“คุณหนึ่งไม่อยู่ครับ... ไม่ทราบออกไปไหนตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว” ยามรายงานให้เธอทราบในทันที่เมื่อเห็นรถของเธอมาจอดที่หน้าประตู

 “แล้วคุณชุติอรฝากให้เรียนคุณด้วยว่าที่นี่ไม่ตอนรับคนอย่างคุณ” ยามแจ้งข้อความตามคำสั่งของนายสาวออกไปอย่างซื่อๆ แต่เมื่อบุณฑรีได้ยินเท่านั้นหล่ะเธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างมาก

“กรี๊ดดดดด ๆๆๆๆ.... แกจำไว้นะฉันจะฟ้องคุณหนึ่ง” เสียงแหลมๆ และดังลั่นไปทั้งซอยของถนนในย่านนั้นถึงกับทำให้ยามต้องยกมือขึ้นอุดหูไว้ในทันที แล้วรีบหันหลังเดินกลับไปประจำที่

แล้วเธอก็คว้าไปหยิบมือถือกดเบอร์ของชายหนุ่มในทันทีแต่ยิ่งทำให้เธอต้อบหงุดหงิดซ้ำอีกรอบเมื่อได้ยินเสียงตอบรับกลับมาว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก เธอพยายามกดอยู่หลายรอบจนต้องปาโทรศัพท์ทิ้งลงไปที่เบาะข้างกายเธอด้วยความโมโห และคิดอย่างแค้นเคืองเป็นอย่างมากจำไว้ว่ายังไงคนอย่างฉันไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ หรอกคอยดูเราจะได้เห็นดีกัน จากนั้นเธอจำต้องยอมกลับไปด้วยความโมโห ได้แต่คิดอาฆาตอยู่ภายในใจว่าเธอจะกลับมาเอาคืน

---------------------------------------------------------


พี่กันไม่รู้ว่าน้องๆ จะชอบแนวนี้กันหรือเปล่ายังไงก็

คอมเม้น + โหวต ให้กำลังในนักเขียนมือใหม่ด้วยนะคะ 

ขอบคุณมากคะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

127 ความคิดเห็น

  1. #110 REBORNHIZ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มกราคม 2553 / 01:42
     หนุกมากกกกกกกกกก
    #110
    0
  2. #93 ไม้พาย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2552 / 22:06
    สนุกอ่ะ...อัพอย่าขาดตอนน้า...คนอ่านจะขาดใจ
    #93
    0
  3. #69 nuri.j (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2552 / 20:10
    บุณฑรีป่วนไม่เลิกแน่ๆ 
    ดีแล้วที่คุณย่าสั่งไม่ให้เข้ามาในบ้าน
    กรี๊ดดด เสียได้ยินไปสุดซอย สะจายจริงๆ
    #69
    0
  4. #66 Potae Jung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 15:50
    มาอัพอีกน้ารออยู่และเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #66
    0
  5. #65 pybpig (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 15:43
    โหดมากค่ะ สงสารนางเอกจังเลย นางเอกเราสู้ สู้ ค่ะ

    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ ขอบคุณมากค่ะ
    #65
    0
  6. #64 มายา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 05:19
    พระเอกของน้องกัน โหดหื่นเสียจริงๆ แต่ก็น่ารักดีจ๊ะ
    #64
    0
  7. #63 nuri.j (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2552 / 13:38

    ศิธรชอบแกล้ง ส่วนมินก็สู้ใจขาด ทั้งหยิก ตบ กัด
    แต่อีกเดี๋ยวอาจจะต้องขาดใจ....คนอ่านก็เตรียมขาดใจ..เอื็อก คิดอะไรเนี่ย...

    #63
    0
  8. #62 Auyii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2552 / 00:22
    น่ารักจังๆๆๆ
    ชอบๆๆๆคร่าาา

    อัพเร็วๆน๊าา
    #62
    0
  9. #61 Potae Jung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 / 09:38
    มาอัพอีกน้า ค้างอย่างแรงจ้า
    #61
    0
  10. #60 ลันทม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 / 00:42
    555555555555555555555555555555555566666++++++อุ้ย ..เลย พระเอกอะไมชอบแกล้งนางเอกจัง



    มัน ๆๆหนุกๆๆมาอัพต่อเร็วๆนะคร้า เป็นกำลังใจให้จร้า
    #60
    0