สะดุด(รัก)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 : คุณหญิงภัทริณี (100% รีไรท์ 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ต.ค. 52



ตอนที่ 3 : คุณหญิงภัทริณี 

            เช้าวันอาทิตย์ ณ บ้านอดุลกิจเจริญ ตัวบ้านบ่งบอกให้รู้ได้อย่างชัดเจนว่าเป็นคนมีฐานะติดอันดับต้นๆ ของประเทศก็ว่าได้ โดยมีคุณหญิงภัทริณี  อดุลกิจเจริญ ผู้มีชื่อเสียงโดดเด่นในวงสังคมมานานกว่า 30 ปีและตอนนี้เธอก็ยังคงความโดดเด่นและสวยสง่ายังไง ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นโดยเฉพาะความอ่อนโยน และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคุณหญิงท่านจนเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างไม่ขาดปาก            จึงไม่แปลกที่บุตรชายที่หน้าตาออกไปทางแถบตะวันตกตามเชื้อสายของสามี แต่คุณหญิงก็ยังคงเลี้ยงดูบุตรชายในแบบของคนไทย

            “ ไหนคุณว่าตาพอลจะกลับตั้งแต่เมื่อวานไงหล่ะคะคุณ.. “ คุณหญิงถามสามีออกไปด้วยความร้อนใจว่าเหตุใดลูกชายของตนยังไม่กลับจากการไปทำบุญทอดผ้าป่า

            “ ก็ตามกำหนดการมันเป็นอย่างนั้น  ผมก็ไม่ทราบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือเปล่า “ นายคริส อดุลกิจเจริญ นักธุรกิจชาวฝรั่งเศสระดับแนวหน้าในวงการน้ำหอมแบรนด์ดังที่มีชื่อว่า“CHARM“และมีชื่อเสียงในประเทศไทยจนเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกสบายๆ กับการอ่านหนังสือพิมพ์ จิบกาแฟร้อนๆ ไปพร้อมๆ กันในเช้าวันอาทิตย์อย่างนี้เอ่ยออกไปกับภรรยาอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

            “ อ้าว.. ตาพอลไม่ได้โทร.เข้ามาบอกอะไรกับคุณเลยหรือคะ “ ภรรยาทำท่าตกใจพร้อมทั้งเดินมานั่งเก้าอี้ข้างๆ

            “ ปกติตาพอลก็ไม่ค่อยจะโทร.มาบอกอยู่แล้วนี่คุณ... ถ้าไม่มีอะไรจำเป็นจริงๆ “ สามีคุณหญิงบอกออกไปด้วยท่าทางเช่นเดิม

            “ แหม.... คุณก็.. ดูคุณจะไม่ห่วงลูกเราเลยนะคะ “ คุณหญิงต่อว่าสามีออกไปพร้อมทั้งส่งค้อนวงงามๆ ให้เพราะความเป็นห่วงบุตรชาย

            “ คุณหญิงอย่าเลี้ยงลูกให้เป็นคนไทยแท้ๆ เหมือนกับสมัยก่อนๆ นักเลยนะคุณหญิง...” คริสว่าออกไปช้าๆ ด้วยความเบื่อหน่ายต่อภรรยาที่ห่วงลูกชายที่โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้ว คริสจึงพูดเสริมไปอีกว่า “มันจะไม่ช่วยให้ลูกชายของเราแข็งแกร่งสู้ชีวิตได้เลยนะ อ๋อ. อีกอย่งเขาก็เป็นลูกผู้ชายที่โตจนจะครึ่งคนได้แล้ว... จะให้ลูกติดนะสัยเด็กฝรั่งบ้างก็ยังดี ลูกจะได้กล้าคิดกล้าทำไงหล่ะคุณหญิง 
            “ แล้วผู้เป็นสามีก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ หน่ายแล้วก็หันไปสนใจหนังสือพิมพ์ในมือต่อ

            “ อยู่กรุงเทพยังเจอกันออกยากเย็น วันหยุดอย่างนี้ดิฉันก็อยากอยู่กับลูกบ้างสิคะคุณ.. ” คุณหญิงบ่นออกมาด้วยความน้อยใจนิดๆ คริสเหลือบตามองภรรยาแล้วยิ้มที่มุมปาก 
            “ ก็ไหนคุณหญิงสอนลูกให้หัดไปทำบุญทำทานไงหล่ะ “ แล้วหันไปสนใจหนังสือพิมพ์ในมือต่อ

            “ ก็เที่ยวนี้มีตาเมฆาไปด้วยนี่คะ... ดิฉันก็ยิ่งไม่ไว้ใจน่ะสิคะคุณ “ ภรรยากล่าวออกไปด้วยกลัวว่าบุตรชายของตนจะตามเพื่อนไปเถลไถล

            “ อ้าว... ไหงเป็นงั้นไปล่ะคุณหญิง” คราวนี้สามีวางหนังสือพิมพ์ลงพร้อมทั้งทำหน้างงๆ กับสิ่งที่ภรรยาพูดออกมาเกี่ยวกับเพื่อนของบุตรชายในจังหวะเดียวกันนั้นผู้เป็นภรรยาก็หันมามองสามีแล้วบอกออกไป 
           “ คุณก็รู้นี่คะว่า.... ตาเมฆาน่ะเจ้าชู้แค่ไหน ชอบอะไรมากที่สุด “ คริสแสดงท่าทางขำเล็กน้อยกับสิ่งที่ภรรยาของตนคิด 
           “เขาเป็นถึงเจ้านายคน เขาคงไม่ทำอะไรที่มันน่าเกลียดนักหรอกคุณหญิง “ คริสบอกออกไปทั้งๆ ที่ยังขำในความคิดของภรรยาตนเอง

            “ ใครจะไปรู้คะ... ที่นั่นยิ่งเป็นต่างจังหวัดด้วย “ คุณหญิงก็ยงคงยืนกรานเสียงแข็งเถียงสามีออกไปด้วยท่าทางจริงจังกับคำพูดของตน

            “ ต่างจังหวัดแล้วเป็นไง มันจะไปเที่ยวที่ไหนได้... ไอ้เรื่องผู้หญิงน่ะ “ คริสยังคงยืนยันความคิดของตนเองเช่นกัน

            “ ก็.... ดิฉันไม่อยากได้ลูกสะใภ้ที่ดิฉันไม่รู้จักมาก่อนนี่คะคุณ...ก็ “ น้ำเสียงของภรรยาเริ่มอ่อนลงเนื่องจากเธอเถียงสามีออกไปแบบไม่มีเหตุผลมากนักผู้เป็นสามีจึงยื่นมือของตนไปกุมมือของภรรยา 
            “ เอาเถอะน่า.. คุณหญิง เจ้าพอลมันโตแล้วน่านะ “ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาของสามีแสดงความเห็นใจในตัวภรรยาด้วยรู้ว่าภรรยาของตนเป็นคนขี้ใจน้อยอยู่แล้วด้วย

            “ ดิฉันยิ่งเหงาๆ อยู่ด้วย ยายพีชก็ไม่อยู่อีกคน ไม่รู้เมื่อไหร่จะกลับสักที “ คุณหญิงเริ่มทำเสียงอ้อนผู้เป็นสามีแบบที่เธอทำเป็นประจำอยู่แล้ว

“ คุณหญิงคิดถึงยายพีชก็โทรไปหาเขาสิคุณ.. ไม่เห็นยากเลย “ คนเป็นสามมีมองไปที่ภรรยาแล้วก็ส่ายหน้า ก่อนจะลุกเดินออกไปยังหน้าบ้าน พอดีกับรถเบนซ์คนงามแล่นฉิวเข้ามาจอดเทียบหน้ามุขของบ้านอดุลกิจเจริญ ส่วนคุณหญิงที่เดินตามสามีออกมาพอได้ยินเสียงรถที่คุ้นหูก็เดินเร็วๆ ออกมาที่รถซึ่งจอดสนิทเรียบร้อยแล้ว

“ ตาพอล... กลับมาแล้วหรือลูก “ น้ำเสียงและท่าทางของผู้เป็นมารดาแสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าดีใจมากขนาดไหนจนคนเป็นสามีเห็นยังต้องส่ายหน้าเป็นรอบที่สอง ชายหนุ่มหันมายิ้มพร้อมทั้งดับเครื่องแล้วก้าวลงมาจากรถเบนซ์คันงามของตน

“ ไหนว่าจะมาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้วไงจ๊ะ “ คนเป็นแม่รีบถามออกไปด้วยความเป็นห่วงบุตรชาย

“ พอดีผมไปนอนบ้านเพื่อนครับ คุณแม่ “ ภัทรพลตอบออกไปแล้วสวมกอดมารดา หอมแก้มซ้ายเป็นการทักทายก่อนจะส่งยิ้มไปให้ผู้เป็นบิดาที่ยืนมองอยู่ด้านบนของมุขหน้าบ้าน

“ สบายดีใช่ไหมครับ พ่อ “ บุตรชายถามออกไปทั้งๆ ที่ยิ้มอยู่ คริสจึงยิ้มตอบพร้อมๆ กับพยักหน้ารับให้กับบุตรชาย

“ นอนบ้านเมฆา หรอตาพอล “ ผู้เป็นมารดาถามออกไปทั้งๆ ที่ยืนสงสัยในคำตอบของบุตรชายว่าไปค้างอ้างแรมที่ไหนมา

“ อ๋อ... บ้านซาร่าครับคุณแม่ ผมขอตัวก่อนนะครับอยากอาบน้ำเต็มทีแล้วครับ “ ภัทรพลเดินเลี่ยงจะเข้าบ้านอย่างอ่อนล้า โดยไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของมารดาที่ถึงกับยืนตกตะลึงเมื่อบุตรชายเอ่ยถึงชื่อซาร่า

           “ พอมาถึงก็ตรงไปกับซาร่าเลยรึไงตาพอล “ คุณหญิงกล่าวเสียงดังตามหลังเข้าไปในตัวบ้าน 
           “ นอนบ้านซาร่า ครับ “ บุตรชายหันกลับมาตอบเสียงดังเช่นกัน 
           “ ไม่ใช่นอนกับซาร่า ห้องเดียวกัน เตียงเดียวกัน อย่างที่คุณแม่เข้าใจไปเองนะครับ “ คุณหญิงทำหน้าเก้อ แบบกลืนน้ำลายยากเย็นเต็มที และไม่ยอมให้บุตรชายเดินเข้าไปในตัวบ้าน

            “ คุณหญิง... ลูกชายคุณหญิงเพิ่งมาถึงเหนื่อยๆ นะ ให้เขาไปอาบน้ำ อาบท่าก่อนดีมั้ย “ คนเป็นสามีเห็นเหตุการณ์แล้วจึงเอ่ยออกไปเพื่อให้ภรรยาปล่อยให้บุตรชายได้ไปพักผ่อน

            “ ไม่มีคะคุณ ! “ คุณหญิงขึ้นเสียงสูง 
            “ ดิฉันกำลังงงเต็มที ทำไมตาพอลต้องไปนอนที่นั่นหล่ะคะ บ้านเราก็มี
! “ ชายหนุ่มเหลือบมองเพดาน แล้วก็ต้องถอนหายใจในความห่วงใยมากเกินไปของมารดาของตน

            “ ไว้ผมจะเล่าให้ฟังนะครับแม่... หรือทางที่ดีคุณพ่อช่วยอธิบายจะดีมากเชียวครับ “ บุตรชายกล่าวจบก็รีบหิ้วกระเป๋าเดินเข้าตัวบ้านไปโดยไม่สนใจกับอาการอึดอัดของผู้เป็นมารดา เมื่อผู้เป็นมารดาทำอะไรบุตรชายของตนได้จึงหันไปทางสามีทันที 
            “ คุณทราบเรื่องต่างๆ นี้ดีใช่มั้ยค่ะ คริส ไหนลองบอกดิฉันมาสิคะว่ามันเป็นยังไงกันแน่ “ น้ำเสียงและสายตาของภรรยาส่งตรงไปยังสามีและแสดงให้เห็นชัดเจนว่าต้องการคำตอบตอนนี้และเดี๋ยวนี้ด้วย คนเป็นสามีจึงเดินเข้ามาหาแล้วโอบไหล่ภรรยาไว้ 
            “ อื้อ ... คุณหญิงไม่เอาน่า “ แล้วหันหน้าหนีเสไปมองอีกด้านหนึ่งของสนามหน้าบ้านเพื่อไม่ต้องการสบสายตากับภรรยา

            “ ไป.. ไปนั่งม้านั่งข้างๆ สนามหญ้าด้านโน้นอาบแดดยามเช้ากันดีกว่าน่านะคุณหญิง” คนเป็นสามีชี้ชวนเพื่อให้คุณหญิงเย็นลง 
            “ คริสคะ ฉันอยากทราบจริงๆ นะคะ “ คุณหญิงยอมเดินเคียงคู่ไปกับสามีที่โอบไหล่อยู่พร้อมเงยหน้าบอกความต้องการที่อยากรู้เรื่องของบุตรชายของตนออกไป

            “ งั้นมานั่งก่อน... นั่งก่อน “ สามีชี้ชวนให้ภรรยานั่งลงตรงซุ่มด้านข้างของตัวบ้านซึ่งมีแดดยามเช้าส่องมารำไรอาการจึงดูชดชื่นไม่ร้อนมากนัก

            “ พักหลังมานี่ คุณกับลูกทำงานกันสองคน ดิฉันไม่ทราบเรื่องบ้างเลยจะไปไหนมาไหนก็ไม่เคยบอกดิฉันเลย “ ภรรยาบ่นออกไปด้วยความน้อยใจในตัวสามีของตน

            “ เอ้า... เอ้าฟัง ฟังก่อน ยืนพูดอย่างนั้นเมื่อยเปล่าๆ คุณหญิง “ สามีเอ่ยปลอบภรรยาที่แสดงท่าทางน้อยใจ 
           “ เถอะคะคุณ ดิฉันฟังได้ ใจร้อนคะ ทำไมซาร่าต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยคะคุณ “ คนเป็นแม่ถามออกไปอย่างร้อนรนเนื่องจากยังไม่ได้คำตอบสักที

            “ คุณหญิง รังเกียจครอบครัวของซาร่าหรอ “ สามีเอ่ยถามขึ้นมา คนเป็นภรรยาจึงงงแต่ก็ตอบออกไป 
            “ เปล่าคะ แต่... เอ้อแต่ดิฉันไม่อยากได้มีลูกสะใภ้เป็นคนต่างชาตินี่คะ คือ... “ คุณหญิงรีบแก้ตัว เมื่อสามีหันมาจ้องหน้าอย่างสงสัยอยากได้คำตอบ 
            “ มันไม่เหมือนกรณีของคุณกับดิฉันนะคะ เพียงแต่... ดิฉันอยากให้ลูกมีภรรยาเป็นคนไทยเขาจะได้อยู่เมืองไทยอยู่ใกล้ๆ กับเราสองคนไงคะ คุณ ” ภรรยาบอกออกไปแบบที่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ด้วยเนื่องจากกลัวบุตรชายของตนจะไปอยู่ประจำที่ต่างประเทศนั่นเอง

            “ มีแฟนฝรั่งก็อยู่เมืองไทยได้นี่คุณหญิง  พ่อแม่เขาก็อยู่เมืองไทย “ สามีจึงบอกคุณหญิงไปตามที่รู้ข้อมูลมา 
           “ ก็แหม.. เขาเป็นฝรั่งแท้ๆ จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันคะคุณ “ คุณหญิงก็ยังคงยืนกรานในความคิดของตน 
           “ อ้าว... ทีผมอยู่กับคุณหญิงที่นี่ ทำธุรกิจก็ที่เมืองไทยนี่ “ ผู้เป็นสามีพยายามอธิบายให้ภรรยาฟัง 
           “ ไม่รู้หล่ะคะ  ยายพีชก็คนหนึ่งแล้ว “ คุณหญิงเถียงสามีออกไปเพราะบุตรสาวของตนต้องย้ายตามสามีฝรั่งไป

           “ เรื่องมันยังไม่เกิดขึ้นสักหน่อยเลยนะคุณหญิง “ สามีบอกออกไปตามความคิดของตน       
          
“ ใครจะไปรู้หล่ะคะ ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกัน ผู้หญิงก็ต่างชาติเขาค่อนข้างฟรีในการตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ผู้เป็นผู้ใหญ่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ดิฉันไม่อยากเป็นผู้ใหญ่ที่ถูกลืมคะ เผื่อตาพอลไปพลาดท่าเสียทีเข้า “ คุณหญิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเนื่องจากวัฒนธรรมของทางตะวันออก กับทางตะวันตกมันแตกต่างกันมาก 
           “ ไม่หรอกน่า... คุณหญิง ปีเตอร์พ่อของซาร่าเป็นนักเคมีวิทยาประจำบริษัทเรา เขาฉลาด น่ารักและซื่อสัตย์ ผมคบกับเขามานานคุณหญิงก็รู้นี่ “ คริสบอกออกไปเพราะรู้จักปีเตอร์พ่อของซาร่ามานานแล้ว

           " รู้น่ะรู้หรอกคะ  แต่ว่าหนู่ซาร่ากับตาพอล ฉันไม่อยากจะให้เขาสนิทกันมากเกินไปกว่าคำว่าเพื่อนนี่คะ อย่างน้อยเราก็ยังอยู่ที่เมืองไทย แล้วดิฉันก็ไม่อยากให้ปีเตอร์กับเราต้องผิดใจกันด้วยคะ“ คุณหญิงยังคงยืนกรานความคิดของตน 
           “ ซาร่าเป็นเด็กที่ดีถอดแบบปีเตอร์ออกมาเลย... ช่วยงานผมมาตลอดทั้งที่เขาก็มีงานประจำของเขาอยู่แล้วนะ “ คริสว่าไปเรื่อยๆ

           “ งานอะไรคะ ฉันก็ไม่ได้ติดต่อครอบครัวเขานานแล้ว.... “ คุณหญิงถามออกไปด้วยความไม่รู้จริงๆ 
           “ ก็เปิดคลีนิคช่วยแมรี่ ความรู้ที่แกเรียนมาด้านวิศวกรรมเคมีก็ต้องถูกถ่ายทอดออกมาให้เฉพาะกับบริษัทเราเท่านั่น ก็ไม่มีอะไรนี่ ดีเสียอีกนะคุณหญิง” คริสอธิบายให้ภรรยาฟัง 
           “ แม่เขาเป็นคนต่างประเทศเปิดคลีนิคได้เหรอคะ “ คุณหญิงถามออกไปด้วยความสงสัย                “ เขาเปิดในนามของเพื่อนเขา ที่เป็นหมอคนไทยน่ะ “ คริสบอกให้ภรรยาได้รู้ 
           “ อ๋อ... มีหุ้นร่วมกันเหรอคะ “ ภรรยาก็ยังคงถามออกไปด้วยความสงสัยว่าใครเป็นคนลงทุน      
          “ ก็ทำนองนั้นนะ เจ้าพอลไงมันไปมาหาสู่ประจำ คุณหญิงลองไปถามมันก็ดีนะ “ สามีบอกไปเพื่อให้ผู้เป็นภรรยาเข้าใจในส่วนของการทำงานร่วมกัน

          “ อ๋อ.. งั้นเขาก็สบายตรงที่เขาก็เป็นหมอประจำบริษัทคุณเลยสิคะ “ คริสเลิกคิ้วสูงงงกับคำพูดของภรรยาว่าทำไมต้องประชดประชันกันด้วย 
          “ เจ้าพอลมันจัดการเอง ซึ่งผมก็เห็นดีด้วยเพราะปีเตอร์เขาทำงานอยู่กับเรา แล้วแมรี่เขาก็นิสัยน่ารัก “ สามีบอกออกไปเกรงภรรยาจะไปเล่นงานเอากับบุตรชาย

          “ ค้า.... น่ารักกันทั้งนั้นเลยหล่ะคะ “ คุณหญิงทำเสียงขึ้นจมูกส่งสายตางอนๆ ให้กับสามี นายคริสจึงโอบกอดภรรยาของตนแล้วหอมแก้มเบาๆ ทั้งสองข้าง 
          “ อุ้ย
! คุณนี่ไม่เอาคะอายเด็กๆ นะคะ ไม่รู้ใครเห็นหรือเปล่า " คุณหญิงตีเพียะที่ไหล่สามีแบบไม่จริงจังนักแล้วลุกขึ้นยืนหน้าแดงก่อนจะก้าวแยกเดินเข้าไปให้ตัวบ้านโดยมีเสียงหัวเราะของสามีดังตามหลังมาเบาๆ 
          เลยกลายเป็นว่าวันอาทิตย์อย่างนี้คุณหญิงภัทริณี จึงได้แต่ดูแลงานบ้านและสามี พร้อมกับคอยชะเง้อมองบุตรชายที่บอกว่าจะขึ้นไปพักผ่อนว่าเมื่อไหร่จะลงมาให้หล่อนได้สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับซาร่าว่าความจริงมันเป็นยังไงกันแน่... แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีทีท่าว่าบุตรชายของจะลงมาสักที คุณหญิงภัทริณีจึงได้แต่นั่งดูรายการทีวีกับสามีสุดที่รักของตนเท่านั้นเอง

------------------------------------------------
กันฝากคอมเม้นกันเข้าเยอะๆ นะคะ 

((คนเขียนจะได้มีกำลังใจเขียนคะ))

----------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #91 โกโก้รสกล้วย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 18:53
    คุณหญิงแม่นี่ห่วงไม่สิครับต้องบอกว่าหวงลูกชายยิ่งกว่าจงอางหวงไข่อีกนะครับผมว่า อย่างนี้คุณหญิงแม่ต้องลักดักติดสัญญาณติดตามตัวไว้ที่มือถือไม่ก็ที่เครื่องประดับอะไรสักอย่างในตัวของลูกชายแล้วครับ (แนะนำต้องติดไมล์ที่ส่งสัญญาณเสียงได้ด้วยนะครับ) จะได้รู้ถึงพฤติกรรมการเคลื่อนไหวครับ หากเกิดเรื่องอะไรจะได้ไปเป็นก้างขวางคอได้ทันครับ...ไม่งั้นเดี๋ยวจะมีหลานแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวได้ครับ แบบว่าแม่ไม่ปลื้ม ฮะฮะ

    เป็นกำลังใจให้พี่กันนะครับ (ไปเที่ยวทอดกระถินก็สนุกนะครับ อากาศดีครับแต่ว่าลำบากตอนเข้าห้องน้ำนี่ละครับพวกพ่อๆเค้ากำลังสนุกเมาสุดเหวี่ยงอยู่จะให้ใครพาไปก็ไม่ได้ต้องอั้นไว้ครับแบบว่าต้องตั้งจิตสมาธิอย่างมากเลยครับไม่งั้นได้อายครับ) รักษาสุขภาพด้วยครับเดี๋ยวคงเม้มอีกหลายครั้งครับ
    #91
    0
  2. #87 *Im-mor-tal* (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 19:32
    วันนี้แวะมาอ่านนิยายของพี่กันแล้วค่ะ
    เป็นกำลังใจให้นะคะ พยายามคิดต่อไปนะคะ
    #87
    0
  3. #78 mydei (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 03:25
    #78
    0
  4. #35 จินณเสน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2552 / 21:17

    มันๆๆหนุกๆๆฃดีมาอัพอีกเร็วๆๆนะรออ่านจร้า.........

    #35
    0