สะดุด(รัก)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 : ตาประสานตา (100% รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 ต.ค. 52



ตอนที่ 2 : ตาประสานตา

            ในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้นทางวัดได้มีงานทำบุญตักบาตรหลังงานทอดผ้าป่าสามัคคีที่เพิ่งจัดเสร็จไปเมื่อวานนี้ แก้วกานต์ดาและมณีกานต์ดาได้นำอาหารคาวหวานมาร่วมทำบุญกับทางวัดด้วย

            “ ตายแล้ว... ยายแก้วทำไมเท้าถึงได้บวมมากขนาดนั้นหล่ะ นี่แสดงว่าไม่ทายาอย่างที่บอกใช่ไหมเนี้ย “ พี่สาวดุน้องสาวของตนออกไปพร้อมๆ กับดึงตะกร้าที่ใส่เครื่องคาวหวานที่น้องสาวถือไว้มาถือซะเอง

            “ พี่มณีทำไมต้องตกใจอะไรขนาดนั้น แก้วไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย “ น้องสาวบอกออกไปทั้งๆ ที่ตนจะยืนให้ตรงๆ ยังทำไม่ได้เลย พี่สาวจึงได้แต่มองท่าเดินที่กะย่องกะแย่งของน้องสาวแล้วก็ต้องส่ายหน้าอย่างเอือมละอาในความดื้อรั้นของน้องสาวตนจึงได้แต่เดินตามน้องสาวเข้าไปในศาลาวัดของวัด

            ขณะที่สองพี่น้องกำลังนั่งฟังพระสวดมนต์ให้พรสายตาของแก้วกานต์ดาก็เหลือบไปสบกับนัยตาสีฟ้าของภัทรพลที่กำลังมองมาทางเธออยู่พอดี เธอจึงรีบเชิดหน้าใส่แบบชวนหาเรื่องซึ่งชายหนุ่มเองก็มองอย่างเอาเรื่องไม่แพ้กันเลย แต่พอเห็นท่านั่งของชายหนุ่มชัดๆ เธอก็ต้องรีบก้มหน้าลงเพราะขำในท่านั่งฟังพระสวดให้พรของชายหนุ่มนั่นเอง ก็ชายหนุ่มเล่นนั่งในท่าขัดสมาดพนมมือขึ้นแบบไม่ใส่ใจอะไรกับมันมากนัก แถมยังเอาข้อศอกทั้งสองข้างวางลงบนหัวเข่าทั้งสองข้างของขาตนเองอีก ภาพที่เห็นไม่เพียงแต่จะทำให้แก้วกานต์ดาขำเท่านั้น ชาวบ้านที่พากันมาร่วมทำบุญที่วัดก็พากันก้มหน้าลงพร้อมทั้งขำให้ท่าทางที่ชายหนุ่มนั่งฟังพระสวดในท่าแบบนั้น แต่ชายหนุ่มกลับคิดว่าทำไมทุกคนต้องนั่งในท่านั่งพับเพียบเรียบร้อย ลำตัวตรง พนมมือไว้ที่หน้าอกด้วย ชายหนุ่มคิดว่ามันเป็นท่าที่ไม่สบายเอาซะเลยแถมพระก็สวดอะไรก็ไม่รู้นานจัง

            หลังจากพระสวดมนต์ให้พรเสร็จสองพี่น้องจึงชวนกันไปที่ศาลาท่าน้ำทางด้านหน้าของวัดใกล้กับลานจอดรถของทางวัด เพื่อไปให้อาหารปลาที่ทางวัดจัดไว้ให้ พอสองสาวเดินเข้าไปในบริเวณศาลาท่าน้ำเท่านั้นแก้วกานต์ดาก็ต้องอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีเพราะเธอมองไปเห็นโจทย์สองหนุ่มและที่สำคัญคือนายคนนัยตาสีฟ้านั้นเองที่กำลังให้อาหารปลาอยู่ก่อนหน้าแล้ว

            “ พี่มณี.. แก้วไม่อยากให้อาหารปลาแล้วหล่ะ เรากลับกันเลยเถอะ” น้องสาวรีบบอกว่าต้องการของตนแก่พี่สาวทันที

            “ อ้าว... ทำไมหล่ะแก้ว “ พี่สาวถามออกไปขณะที่กำลังจัดการซื้ออาหารที่จะนำไปให้ปลาซึ่งเธอก็ได้จ่ายค่าอาหารไปแล้วด้วย แต่พอมณีกานต์ดาเงยหน้าขึ้นมาก็เข้าใจในความต้องการของน้องสาวตนในทันที และในขณะเดียวกันนั้นเองสารวัตรหนุ่มเมฆาก็หันหลังมาเห็นทั้งสองสาวเข้าพอดี

            “ สวัสดีครับ... บังเอิญจังเลยนะครับเนี้ย “ สารวัตรหนุ่มกล่าวทักทายขึ้นมาทันทีที่เห็นสองสาวพี่น้อง แถมยังส่งสายตากรุ่มกริ่มไปยังคนเป็นพี่สาวว่ามีความสนใจในตัวหญิงสาวอย่างชัดเจน จนมณีกานต์ดาหน้าแดงขึ้นมาทันทีที่เจอสายตาแบบนั้นเข้าไป ในจังหวะเดียวกันนั้นเองชายหนุ่มนัยตาสีฟ้าก็หันมาตั้งท่าจะชวนสารวัตรหนุ่มเพื่อนของตนกลับกันได้แล้วก็ต้องชะงักทันทีที่หันมาเจอสายตาพิฆาตของแก้วกานต์ดาเข้าพอดี ชายหนุ่มกลับทำเป็นมองไม่เห็นแล้วหันไปทักทายคนเป็นพี่สาวแทน

            “ สวัสดีครับ.. คุณ..คุณมณีกานต์ดา... บังเอิญจริงๆ เลยครับ “ ชายหนุ่มนัยตาสีฟ้าจังใจที่จะทักคนเป็นพี่สาวแต่สายตาเสไปมองคนทางคนเป็นน้องสาวที่กำลังมองมาด้วยท่าทางที่โมโหจัดเนื่องจากตนไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลยเธอจึงแยกออกไปยืนให้อาหารปลาตามลำพัง

            “ ผมขอเรียกคุณว่า... คุณมณีได้ไหมครับ “ ชายหนุ่มตาสีฟ้าเอ่ยขออนุญาติกับมณีกานต์ดาออกไป

            “ ได้.. คะได้ “ มณีกานต์ดาตอบออกไปแบบงงๆ เนื่องจากชายหนุ่มตามสีฟ้าขออนุญาติเรียกชื่อเธอแต่สายตากลับเสมองไปยังร่างบางที่ยืนหันหลังให้อาหารปลาอยู่นั่นเอง

            “ ขอบคุณครับ... พอดีผมไม่ค่อยถนัดภาษาไทยมากเท่าไหร่นัก “ พอลบอกออกไปเสียงดังเพื่อนต้องการให้หญิงสาวอีกคนที่ยืนหันหลังให้นั้นได้ยืนในสิ่งที่ต้นบอกไปด้วย

            “ คุณมณี... เป็นคนในหมู่บ้านนี้หรอครับ “ สารวัตรหนุ่มรีบถามขึ้นเมื่อเพื่อนหนุ่มนัยตาสีฟ้ามัวแต่มองไปยังร่างบางที่หันหลังให้อยู่

            “ ใช่คะ.. ใช่ “ หญิงสาวตอบไปโดยไม่กล้าสบสายตากับสารวัตรหนุ่มที่เอาแต่มองเธอด้วยท่าทางเหมือนจะกลืนกินเธอเข้าไปให้ได้อย่างนั้นหล่ะ

            “ พอดีผมทั้งสองคนกับเพื่อนเพิ่งเคยมาที่หมู่บ้านนี้เป็นครั้งแรกกลับพวกก๊วนเพื่อนๆ น่ะครับ ที่นี่มีอากาศดี รมรื่น และพวกชาวบ้านก็ดูใจดีกันทุกคนเลยนะครับ ผิดกับในกรุงเทพยังไงยังงั้นเลยหล่ะ “ สารวัตรบอกออกไปด้วยแสดงท่าทีสนใจในความเป็นมาของหญิงสาว

            “ เออ.. ถ้ามีโอกาส ผมอยากให้คุณมณีพาผมสองคนกับเพื่อนเที่ยวรอบๆ หมู่บ้านได้ไหมครับ “ สารวัตรหนุ่มรีบบอกออกไปเพื่อเปิดโอกาสให้ตนได้รู้จักกับหญิงสาวมากขึ้นพร้อมทั้งยกแขนกระทุ้งสีข้างของเพื่อนหนุ่มนัยตาสีฟ้าให้ช่วยขอร้องหญิงสาวเพิ่มขึ้นอีกคน

            “ ได้ไหมครับ... คุณมณี “ พอลจึงเอ่ยขึ้นเพื่อช่วยเพื่อนของตน

            “ เออ.. เออ... คะได้คะ คุณเมฆา  ถ้ามณีว่างนะคะ “ หญิงสาวตอบออกไปเนื่องจากไม่มีทางปฏิเสธได้เลยเพราะน้องสาวของตนก็มัวแต่ยืนให้หันหลังให้อาหารปลาอยู่อย่างนั้นไม่มีทีท่าว่าจะหันมาช่วยเหลือเธอเลย

            “ ขอบคุณมากๆ เลยครับ ขอบคุณมากจริงๆ “ สารวัตรหนุ่มกล่าวขอบคุณด้วยท่าทางดีใจพร้อมกับอมยิ้มเพราะคิดว่าตนมีหวังได้มาที่นี่อีกเป็นรอบที่สองแน่นอน

            “ คุณมณี เรียกผมว่า เมฆ ส่วนเพื่อนผมก็เรียกมันว่า พอล ก็ได้ครับจะได้ดูเป็นกันเองดี” สารวัตรหนุ่มบอกออกไปด้วยความดีใจที่ตนสามารถที่จะทำความรู้จักกับหญิงสาวเพิ่มมากขึ้น

            “ คะ... คุณเมฆ “ หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยท่าทางและน้ำเสียงอายๆ

            “ อ๋อ.. แล้วเท้าน้องสาวคุณมณีเป็นอย่างไรบ้างครับ เมื่อกี้ก็เดินเขย่งๆ ด้วยผมเห็นบวมมากเหมือนกันนะครับ “ เมฆถามออกไปเพื่อแสดงความห่วงใยต่อน้องสาวของมณี

            “ ก็ยังบวมอยู่คะ มณีคิดว่าน่าจะบวมกว่าเก่าด้วยคะ... แต่แก้วเขาดื้อคะมณีบอกให้หายามาประคบ หรือทาซะ แก้วก็ยังไม่ยอมทำบอกว่าเดี๋ยวก็หายเอง “ พี่สาวเอ่ยออกมาด้วยความเหนื่อยใจกับนิสัยของน้องสาวจอมดื้อรั้นของตนยิ่งนัก

            “ เออ... แล้วเท้าของคุณพอลหล่ะคะเป็นอย่างไรบ้าง “ มณีถามออกไปเพื่อแสดงความห่วงใยเท่านั่น แต่หารู้ไม่ว่ามีหญิงสาวที่ยืนหันหลังให้นั้นกำลังตั้งใจฟังอยู่ด้วย

            “ อืม.. ก็ยังบวมอีกอยู่อีกนิดหน่อย อีกวันสองวันคงจะหายครับ “ พอลหันมาตอบด้วยน้ำเสียงดังเพื่อต้องการให้คนที่ยืนหันหลังอยู่ได้ยินด้วยพร้อมกับหันไปมองร่างบางที่ยังคงยืนนิ่งให้อาหารปลาต่อไปเรื่อยๆ แต่ในใจของเธอนั้นกลับคิดสมน้ำหน้าและแช่งชักให้บวมจนต้องตัดทิ้งไปเลยยิ่งดี เธอแช่งไปก็ต้องหัวเราะไปกับความคิดของเธอ สะใจจริงเลย โดยที่เธอไม่ได้รู้เลยว่าเธอได้ถูกชายหนุ่มนัยตาสีฟ้ามองอยู่จึงได้เห็นตอนที่เธอหัวเราะพอดี ชายหนุ่มนัยตาสีฟ้าจึงเดินตรงไปยังร่างบางในทันทีพร้อมทั้งกระชากแขนเธอให้หันมาเผชิญหน้ากัน

            “ หัวเราะ.. อะไรไม่ทราบ “ หญิงสาวตกใจร่างบางจึงเซไปกระทบกับหน้าอกกว้างของชายหนุ่มนัยตาสีฟ้าเข้าพอดี แก้วกานต์ดาจึงเงยหน้าขึ้นพร้อมส่งสายตามเขียวปัดใส่ชายหนุ่มนัยตาสีฟ้าทันที ทั้งสองจึงจ้องหน้ากันไปมาแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันเลยทีเดียว

            “ ฉันหัวเราะ... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ “ หญิงสาวเถียงออกไปทันทีพร้อมกับจะเดินกระแทกไหล่ชายหนุ่มเพื่อเดินออกจากศาลาท่าน้ำไป แต่ชายหนุ่มร่างใหญ่นัยตาสีฟ้าก็ยังคงยืนขวางทางไว้

            “ นี่ ! นาย... จะหาเรื่องกันหรือไงเนี้ย “ แก้วว่าออกไป แต่ชายหนุ่มก็ยังคงยืนมองเธออยู่อย่างนั้นภายในใจกลับคิดว่าผู้หญิงอะไรตัวนิดเดียว เฮี้ยวซะไม่มี แต่ใบหน้าเธอน่ะสิที่ทำให้เขาถึงกับต้องจองมองอยู่อย่างนั้นใบหน้าของเธอช่างน่ารัก ชวนให้มอง ริมฝีปากก็น่าจูบเป็นบ้าเลย จมูกเธอเชิดขึ้นนิดๆ แสดงความรั้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเธอยื่นในท่าทางแบบคนไม่ยอมคนชวนให้น่ามองเป็นบ้าเลยแม่สาวจอมกวนคนนี้ ไอ้พอลเอ๋ยนี่แก่กำลังคิดอะไรของแกเนี้ยท่าจะบ้าแล้วเรา

            ในขณะที่แก้วกานต์ดากับนายพอลกำลังมีเรื่องกันนั้น สารวัตรหนุ่มก็ทำตีสนิทกับมณี-กานต์ดาถามโน้นถามนี้ด้วยความที่มีอาชีพเป็นถึงสารวัตรตำรวจมีหรือจะปล่อยให้เรื่องที่อยากรู้แล้วจะไม่รู้ไปได้เมฆาคินในใจด้วยความดีใจ

            “ นี่! นาย.. จะจ้องหน้าฉันอีกนานไหมเนี้ย หลบไปฉันจะกลับแล้ว “ หญิงสาวตะวาดใส่หน้าชายหนุ่มออกไปพร้อมทั้งคราวนี้เดินกระแทกไหล่ชายหนุ่มออกไปจากศาลาท่าน้ำทันทีทำให้ร่างของชายหนุ่มเซไปเล็กน้อย

            “ แก้ว.. แก้ว.. เดี๋ยวรอพี่ด้วย “ มณีตะโกนตามน้องสาวที่เดินเขย่งๆ ออกไปทั้งๆ ที่ยังเจ็บเท้าอยู่

            “ มณีขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีคะ” หญิงสาวหันมาลาชายหนุ่มทั้งสองแล้วรีบวิ่งตามน้องสาวของตนออกไปโดยไม่รอให้สองหนุ่มได้มีโอกาสเอ่ยลา

            “ ครับ หวังว่าคงได้มีโอกาสเจอกันที่กรุงเทพนะครับ “ สารวัตรหนุ่มก็ยังไม่วายตะโกนตามหลังหญิงสาวที่รีบวิ่งตามน้องสาวออกไปอยู่ดีแถมยังแอบยิ้มอยู่ในใจด้วยว่ายังไงก็ต้องหาโอกาสไปเจอให้ได้อยู่แล้วนั่นหล่ะ

            “ แก้ว.. แก้ว.. หยุดก่อน เราต้องไปลาลุงผู้ใหญ่ก่อนนะแก้ว” พี่สาวบอกน้องสาวทั้งที่ยังหอบเพราะต้องวิ่งตามน้องสาวออกมา

            “ จะไปก็รีบไปสิพี่มณี จะได้รีบกลับๆ ซะที “ แก้วบอกน้ำเสียงขุ่นๆ

            “ ไป ๆ “ ทั้งสองสาวจึงเดินเข้าไปในศาลาวัดเพื่อไปกราบลาลุงผู้ใหญ่บ้านเนื่องจากทั้งสองสาวจะต้องไปทำงานที่กรุงเทพในวันรุ่งขึ้นนั่นเอง

            ภัทรพลยังคงยืนเหม่อมองออกไปยังด้านนอกของศาลาท่าน้ำของทางวัดที่สองสาวพี่น้องเพิ่งเดินออกไป

            “ เฮ้.. ไอ้พอลคิดอะไรอยู่วะเนี้ยแก” เมฆกระแทกไหล่เพื่อนเมื่อถามออกไป

            “ เปล่านี่... “ พอลตอบออกไปลอยๆ ในท่าที่ยืนเหม่อมองออกไปข้างนอกศาลาท่าน้ำ

            “ เฮ้ ! ฉันไม่เชื่อแกหรอก แกกำลังสนใจยัยแก้วจอมแก่นนั่นใช่ไหมหล่ะ ข้าเห็นเองมองไม่วางตาเลยนะเพื่อน “ เมฆแซวชายหนุ่มออกไปพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นศาลาท่าน้ำจนชาวบ้านรอบๆ บริเวณศาลาท่าน้ำหันมามองอย่างงงๆ

            “ ไอ้บ้าเมฆ.. แกคิดอะไรบ้าๆ ฉันไม่ได้สนใจยัยนั่นสักหน่อย เฮี้ยวซะขนาดนั่นมันน่าจะจับมาตีก้นซะให้เข็ดมากกว่า” พอลบ่นออกไปแต่เมฆกลับอมยิ้มในท่าทางของเพื่อนรักที่แสดงออกมาว่าสนใจในตัวของแก้วกานต์ดาเข้าแล้ว

            “ ไป ไอ้พอลเราไปลาลุงผู้ใหญ่กลับกันได้แล้วหล่ะข้าไม่อยากโดนคุณหญิงภัทริณีแม่ของแกว่าตามหลังมาวะ “ สารวัตรหนุ่มบอกแล้วออกเดินนำหน้าเพื่อนหนุ่มออกมาจากศาลาท่าน้ำ พร้อมทั้งคิดถึงคุณหญิงภัทริณีขึ้นมาก็ขนลุกเลยทีเดียวเพราะเธอหวงลูกชายคนนี้เอามากๆ ซะด้วย

            “ อ้าว... มากันแล้วหรอ สนุกไหมหล่ะงานวัดบ้านนอกคอกนาแบบนี้น่ะ” ลุงผู้ใหญ่บ้านถามออกไปเมื่อเหลือบตามองเห็นสองหนุ่มเดินเข้ามา

            “ สนุกมากๆ ครับ ขอบคุณลุงผู้ใหญ่มากๆ เลยครับที่อำนวยความสะดวกให้กับทางพวกผมเป็นอย่างดี “ สารวัตรหนุ่มกล่าวขอบคุณพร้อมทั้งยกมือไหว้

            “ พอดีผมสองคนจะมาลากลับแล้วหล่ะครับ “ สารวัตรหนุ่มบอกลาผู้ใหญ่บ้าน

            “ เออ.. ไปดี มาดีนะพ่อหนุ่ม “ ผู้ใหญ่บ้านบอกออกไป

            “ เมื่อกี้หนูมณี กับไอ้หนูแก้วก็เพิ่งเข้ามาลุงเหมือนกัน” ผู้ใหญ่บ้านบอกเล่าให้ฟัง

            “ หรอครับ.. ลุงผู้ใหญ่ “ หนุ่มนัยตาสีฟ้าถามออกไปด้วยความสนใจเป็นพิเศษ

            “ เออสิวะ ก็แม่หนูสองคนนั้นเขาทำงานที่กรุงเทพกันทั้งสองคนนี่ก็คงออกเดินทางกันวันพรุ่งนั่นหล่ะ แล้วเจ้าสองคนหล่ะกลับกันยังไงหล่ะเนี้ย” ผู้ใหญ่บ้านเล่าให้ฟังพร้อมทั้งถามออกไปด้วยความเป็นห่วงในการเดินทางกลับของสองหนุ่ม

            “ ผมสองคนคงกลับวันนี้เลยครับลุงผู้ใหญ่ พวกผมเอารถมากันเองครับ “ สารวัตรหนุ่มบอกแกผู้ใหญ่บ้านพร้อมทั้งเดินออกมาจากศาลาวัดทันทีโดยลืมหันไปมองเพื่อนหนุ่มนัยตาสีฟ้าว่ากำลังคุยอะไรกับลุงผู้ใหญ่อยู่ถึงได้เดินตามออกมานานนัก

            “ ผมไปแล้วนะครับลุงผู้ใหญ่ หวังว่าคงมีโอกาสได้พบกันอีกนะครับ” พอลยกมือไหว้พร้อมบอกลาลุงผู้ใหญ่หลังจากพูดคุยกันได้สักพักหนึ่ง แล้วก็เดินออกมาจากศาลาวัด

            “ แก่คุยอะไรกับลุงผู้ใหญ่วะนานจัง “ เมฆถามออกไปด้วยความสงสัยใคร่รู้

            “ เปล่า... แค่บอกลากันเฉยๆ น่ะ “ พอลตอบแบบของไปที

            “ เออ.. งั้นก็แล้วไป นี่ไอ้พอลแล้วแกอย่าลืมไปหาหมอให้ดูเท้าแก่ด้วยหล่ะ ฉันไม่อยากโดนคุณหญิงภัทริณีเผ่นกระบาลฉันนะโว้ย “ เมฆบอกเพื่อนหนุ่มออกไปด้วยความห่วงใยและกลัวมารดาของนายพอลนั่นเอง

            “ ฉันรู้แล้วน่า แก่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันแวะไปให้ซาร่าเขาดูให้เองหล่ะน่า “ พอลบอกเมฆไปแบบไม่ได้สนใจอะไรมากนักเนื่องจากไม่ได้เจ็บอะไรมากเท่าไหร่

            “ โอ้ย.. เบื่อคนเสน่ห์แรงจริงโว้ย มีสาวๆ คอยพยาบาลให้ตรึม “ เมฆประชดเพื่อนหนุ่มและยักคิ้วหลิ่วตาให้กับเพื่อนสนิทอย่างไม่ได้จริงจังอะไรนัก

            “ งั้นแยกกันตรงนี้แล้วกันนะไอ้พอล “ เมฆบอกพร้อมกับเดินไปที่รถของตนเอง

            “ อืม บาย “ พอลบอกออกไปแบบเคยชินกับการบอกลาสไตล์ฝรั่งพร้อมทั้งเข้าไปนั่งประจำที่คนขับเมื่อขับรถมุ่งตรงเข้ากรุงเทพ ขณะที่ขับรถไปนั้นชายหนุ่มก็หวนนึกถึงใบหน้างดงามของหญิงสาวที่เขาได้ประสานสายตากันในวันนี้ที่มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ แถมยังมีริมฝีปากที่น่าจูบเป็นบ้าเลย พอลคิดไปก็อมยิ้มกับตัวเองไปเพราะวันนี้เขาได้ข้อมูลเกี่ยวกับหญิงสาวมาจากลุงผู้ใหญ่มาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว


 --------------------------------------------
กันจะพยายามเข้ามาอัพต่อให้ได้อ่านกันนะคะ แล้วก็ฝากคอมเม้นเข้ามาด้วยนะคะ
เพื่อการพัฒนาของคนเขียนคะ  ^ _^   ขอบคุณคะ

---------------------------------------------


        
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #90 โกโก้รสกล้วย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2552 / 17:38
    อย่างนี้เค้าเรียกว่าตาประสานตาเท้าประสานเท้าครับคู่นี้ ฮิฮิ พี่มณีนี่น่าจะตามใจน้องจนน้องกลายเป็นแม่ไปแล้วมั้งครับ

    เป็นกำลังใจให้พี่กันนะครับ
    #90
    0
  2. #77 mydei (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 03:18
    #77
    0
  3. #33 Rcasia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2552 / 11:16

    ^_______^

    นั่งท่าเดียวกับพอลมาแล้วที่วัด ><

    เจ้าอาวาสหันมาค้อนน้องสาวพี่กันด้วยล่ะ หุหุหุ


    เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ ^O^v

    #33
    0
  4. #31 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2552 / 18:10
    มีการเชื่อมบท จากที่หนึ่งและสองได้ดีเลยจ๊ะ 
    พี่จะคอยอ่านต่อน้า เป็นกำลังใจให้จ๊ะ.....
    #31
    0
  5. #30 Rcasia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2552 / 08:56

    อ้า... คุณพ่อคริสน่ารักจังเลย >///< 
    มีแอบหวานด้วยนะเนี่ย หุหุ

    ข้าพเจ้ามาส่งกำลังใจให้พี่กันจ้า ^O^

    +กำลังใจ 100000000000000000

    #30
    0
  6. #29 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 19:05
    พี่บุษมาอ่านแล้วน้า.....
    #29
    0
  7. #28 Rcasia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 10:36
    *0*

    ชักอยากตกถังน้ำหอมแล้วซิ คิก ๆๆ

    ^_____________^

    ข้าพเจ้ามาเป็นกำลังใจให้พี่สาวจ้า ^^
    #28
    0
  8. #26 bright smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2552 / 16:58
    สนุกจ้า...

    มาอัพต่อนะ
    #26
    0
  9. #23 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2552 / 13:44
    มาอัพต่อจ้า....รออ่านอยู่น้า.....
    #23
    0
  10. #18 Rcasia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2552 / 19:12

    >< แค้นฝังหุ่นจริง ๆ ด้วย คิก ๆ

    #18
    0