สะดุด(รัก)

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 : ฉันแก้วกานต์ดา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ต.ค. 52



ตอนที่ 4 : : ฉันแก้วกานต์ดา (แม่แก้ว...)

 

            แก้วกานต์ดามาถึงออฟฟิตก็ปาเข้าไป 9 โมงเช้าเพราะกว่าเธอจะตะเกียกตะกายขึ้นมาถึงห้องทำงานก็แทบลมจับเลยทีเดียว พอเธอเข้ามาถึงที่ทำงานได้... ก็ต้องนั่งแมะลงที่โซฟารับแขกด้านหน้าที่ออฟฟิตนั่นหล่ะ แต่โชคยังดีที่ตรงที่เธอนั่งแมะลงไปนั่นยังมีแอร์เย็นฉ่ำจึงช่วยลดความร้อนและความเหน็ดเหนื่อยลงไปได้บ้าง...

            “ เฮ้อ... นี่มันสมกับชื่อตึกจริงๆ เลย “ แก้วกานต์ดาบ่นออกมากับตนเอง

            “ ทำไมหล่ะคุณแก้ว... “ แม่บ้านประจำออฟฟิตที่กำลังทำความสะอาดอยู่เอ่ยถามขึ้นอย่างแปลกใจด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

            “ อ้าว... ก็ชื่อตึกเร่งพัฒนา.. ไงเล่า ลิฟท์มันก็เลยเสียได้ทุกวันเลยอย่างที่เห็นๆ กันอยู่เนี้ย “ เธอบอกออกไปพร้อมทั้งยังมีอาการหอบจากความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องเดินขึ้นมาแทนที่จะได้ขึ้นลิฟท์

            “ เอ่อ... นี่เสียอีกแล้วหรอคะ คุณแก้วหอบแบบนี้เพราะเดินขึ้นบันไดนั่นเอง” แม่บ้านบอกออกไปเพราะตอนที่ตนขึ้นมาลิฟท์ยังไม่เสียเลยนั่นเอง

            “ ก็ใช่น่ะสิคะ  แก้วถึงได้นั่งหน้าเป็นหมาหอบแดดอยู่อย่างนี้ไงคะ แถมคนยิ่งเจ็บๆ เท้าอยู่ด้วยนะคะเนี้ย “ เธอบ่นออกไปเพราะความเจ็บเท้าของตนมากกว่า เพราะที่เดินขึ้นบันไดนั้นเธอเห็นว่าตึกนี้ลิฟท์เสียจนเธอชินแล้วนั่นเอง

            “ พี่แก้ว มาแล้วเหรอคะ กลับบ้านสนุกมั้ยคะ “ สุนันทาทักทายออกไปเมื่อเห็นหน้าแก้วกานต์ดา
        “ ไม่เห็นจะสนุกตรงไหนเลย แถมมีคนฝากรอยแผลมาให้เจ็บใจอีกด้วย” เธอบอกออกไปพร้อมทั้งทำหน้าอาฆาตไอ้หนุ่มนัยตาสีฟ้าคนนั่นจริงๆ 

“ ใครล่ะ มาทำให้พี่แก้วของเราโกรธได้คะเนี้ย “ สุนันทาถามออกไปเพราะคิดว่าขนาดเจ้านายยังไม่กล้วกับพี่แก้วเลยแล้วใครยังจะกล้ากับพี่แก้วได้อีกเนี้ยท่าทางใครคนนั้นคงชะตาใกล้ขาดแล้วแน่ๆ เลยเธอนึกไปก็ขำไปด้วย

            “ เออ !  พี่แก้ว.... เจ้านายถามหาพี่ตั้งแต่เช้าแล้วนะ “ สุนันทานึกได้ก็รีบบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่โซฟาออกไปทันที

            “ ถามหาพี่น่ะเหรอ... แล้วนิดบอกกับหัวหน้าไปว่าไงหล่ะ “ แก้วกานต์ดาถามออกไปด้วยความแปลกใจที่หัวหน้าถามหาเธอ

            สุนันทา โชติบุตร มีชื่อเล่นว่านิด เป็นสาวไทยที่มีสีผิวพม่า นัยน์ตาแขกยิ้มอย่างซุกซนก่อนเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ๆ กับแก้วกานต์ดา

            “ เปล่าตอบอะไรเลยพี่ พี่ปอเขาตอบ  แต่เอ๊ะ... ไหงเจ๊ท่าทางไม่ดีเลยล่ะ” นิดถามออกไปเมื่อลงไปนั่งใกล้ๆ แก้วกานต์ดาแล้วเห็นสภาพเธอดูไม่ได้อย่างที่ถามออกไปเลยจริงๆ

            “ ก็พี่เพิ่งจะเดินขึ้นบันได้มาน่ะสินิด “ แก้วกานต์ดาบอกออกไปด้วยความหงุดหงิดที่ตึกนี้เร่งพัฒนาไม่เสร็จสักที

            “ หรอ... ลิฟท์เสียอีกแล้วสิถ้างั้นอ่ะ “ นิดหัวเราะร่วนเห็นเป็นเรื่องขำๆ

            “ หนักเลยพี่อ่ะ เท้าพี่เจ็บ เห็นมั้ยเนี้ย บวมฉึ่งเลย “ แก้วกานต์ดาบอกให้นิดรู้พร้อมทั้งยื่นเท้าออกมาให้นิดดูว่าบวมจริงๆ

            “ อะไรกันพี่... ไปโดนอะไรม๊าอ่ะ... โห้พี่บวมเป่งเลยนะเนี่ยพี่แก้ว “ นิดถามพร้อมกับทำตาโต ตกใจเอามือทาบอกตนเอง

            ขณะนั่นเองกิ่งฉัตรเดินสวนออกมาพอดีกับเสียงอุทานด้วยความตกใจของนิดที่เห็นเท้าของแก้วกานต์ดา

            “ แก้วกลับมาเมื่อไหร่จ๊ะ “ กิ่งฉัตรถามแก้วกานต์ดาออกไปเมื่อเจอหน้า

            “ เมื่อวานนี้คะที่มาถึง.. เอ๋...วันนี้พี่ป้อมไม่มีงานตัดต่อหรือคะ “ แก้วกานต์ดาตอบพร้อมถามออกไปเนื่องจากกิ่งฉัตรต้องทำงานด้านตัดต่อจึงไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่

            “ อืม... ยังจ๊ะ “ กิ่งจัตรบอกไปโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

            “ ตายแล้ว !  เท้านั่นไปโดนอะไรมา.. แม่แก้ว “ กิ่งฉัตรหัวหน้าฝ่ายผลิตหรือป้อมของน้องๆ สาวรูปร่างเล็กร้องออกมาอย่างตกอกตกใจเป็นการใหญ่

            “ โดนกระทืม... ตัวโตอย่างกะยักษ์ รองเท้าที่เหยียบเงี๊ยะก็ใหญ่มากๆ เลยหล่ะแล้วยังน้ำหนักอีก “ แก้วกานต์ดาบอกออกไปแสดงท่าทางว่าเจ็บน่าดูเลยหล่ะ

            “ ซวยจริงๆ เลยเนอะพี่แล้ว “ นิดพูดไปพร้อมทั้งมองเท้าของแก้วกานต์ดาอย่างแหยงๆ

            “ เวรกรรม... แล้วนี่เราจะทำงานสะดวกหรอ “ กิ่งฉัตรทำหน้าเหมือนจะเจ็บแทนเลยทีเดียว

            “ ไม่ไหวก็หยุดพักนะโว้ย... เดี๋ยวเจ้านายจะมาหาว่าฉันโขกสับให้งานหล่อนอีก “ กิ่งฉัตรบอกออกไปเนื่องจากรู้ดีว่าแก้วกานต์ดาเป็นคนโปรดของเจ้านายตน

            “ แก้วหยุดไม่ได้หรอกคะ อาทิตย์หน้าแก้วต้องออกถ่ายพร้อมสัมภาษณ์นักธุรกิจใหญ่คะ” แก้วบอกสาเหตุที่เธอต้องทนเดินทางมาทำงานออกไป

            “ แล้วจะออกไหวหรอเนี้ย เท้าแก้วบวมมากๆ เลยนะน่ะ ถ้าขืนไปเดินบ่อยๆ มันจะไม่หายเดี๋ยวก็ได้อักเสบมากขึ้นไปอีกหรอก แม่แก้ว “ กิ่งฉัตรถามออกไปเพราะจากที่มองเท้าของแก้วกานต์ดาแล้วมันอักเสบแล้วมากกว่าน่ะสิ

            “ พี่ก็ไปหาหมอซิ.. ที่นี่ใช้สิทธิ์เบิกได้เต็มที่นี่นา” นิดบอกออกไป

            “ ก็คงต้องไปหาหมอแล้วหล่ะ... เพราะตอนนี้เริ่มรู้สึกว่ามันจะปวดตุบๆ ขึ้นมาแล้วหล่ะคะ” แก้วกานต์ดาบอกและสีหน้าของเธอก็แสดงให้เห็นว่ามันปวดมากๆ 
                                                                       ..............................

“ งั้นงานตัดต่อก็โยนไปให้พี่ตี๋เขาช่วยแล้วกันนะ จะได้เสร็จเร็วๆ แล้วก็เอาเจ้านาไปช่วยงานของเธอไปก่อนช่วงนี้นะแม่แก้ว” กิ่งฉัตรสั่งงานแก้วกานต์ดาออกไปทันทีเนื่องจากดูจากสภาพของเธอแล้วคงจะทำงานได้ไม่คล่องตัวเหมือนอย่างที่เธอเคยเป็น

“ ขอบคุณมากๆ เลยคะพี่ป้อม แต่... แก้วว่ามันคงไม่ยุ่งยากมากขนาดนั้นมังคะพี่ป้อม” แก้วกานต์ดาแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งในน้ำใจของกิ่งฉัตร แต่เธอกลับคิดว่าตนสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องเดือดร้อนถึงเพื่อนร่วมงานซึ่งพวกเขาก็งานยุ่งกันอยู่แล้วด้วย แก้วกานต์ดาจึงไม่อยากรบกวนเพื่อนร่วมงานของเธอ

“ แม่แก้ว... หล่อนไหวแน่นะ” กิ่งฉัตรถามพร้อมทั้งจองหน้าแก้วกานต์ดาด้วยเชื่อว่าหญิงสาวจะทำไหวแน่นอนแค่เห็นเท้าที่บวมมากของหญิงสาวแล้วยิ่งทำให้กิ่งฉัตรต้องส่ายหน้าไปมาแสดงความเบื่อหน่ายกับความดื้อรั้นของหญิงสาวนั่นเอง

“ อ้อ... มีเหลืออีกคนไงที่ว่างงานอยู่น่ะ ก็อีอ๊อดไง” อีอ๊อดที่กิ่งฉัตรนึกขึ้นมาได้อย่างกะทันหันนั้นก็คือนายสมชาย หญิงประเภทสองผู้ซึ่งพูดจาสุดฤทธิ์สุดเดชเสมอโดยเฉพาะกับใครก็ตามที่เป็นเพื่อนสนิทกันอย่างกิ่งฉัตร ทุกคนในออฟฟิตจึงไม่แปลกใจกับเสียงตอบกลับทันทีที่อ๊อดได้ยินชื่อตนจากปากของกิ่งฉัตร

“ ทำไมยะ ทำไมฉันนั่งอยู่ตั้งสุดกู่โน้น เสียงหล่อนยังแหล๋นไปถึงโน้นเชียวนังป้อม” อ๊อดสวนออกไปทันทีที่เพียงแค่ได้ยินชื่อตนเท่านั่น

“ แกว่างอยู่ไม่ใช่เหรออีอ๊อด เดี๋ยวช่วยไปจองงานกับแม่แก้วมันหน่อยสิ” กิ่งฉัตรสั่งออกไปอย่างเป็นการเป็นงานเนื่องจากรู้จักนิสัยของอ๊อดดี

“ แม้... เสด็จมาได้แล้วหรอยะหล่อน เล่นหายไปตั้งสามสี่วัน ฉันเนี้ยรับโทรศัพท์หล่อนซะจนหูงี้ชาไปเลยนะยะ” อ๊อดบ่นไปก็ส่งสายตาจิกไปยังใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวอยู่ของแก้วกานต์ดาเพราะอ๊อดเหนื่อยหน่ายกับการรับโทรศัพท์แทนแก้วกานต์ดาเอามากๆ พร้อมทั้งยกมือขึ้นท้าวสะเอวตนเชิดหน้าใช่เธอซ้ำอีกด้วย

“ เอ๊ะ.. แล้วทำไมเวลาแก้วอยู่ไม่ยักกะมีโทรศัพท์หล่ะ..... พี่อ๊อดอย่ามาโอเวอร์เกินไปหน่อยเลยน่า” แก้วกานต์ดาบ่นกับตนเองเรื่องโทรศัพท์เพราะเวลาหล่อนอยู่ที่ทำงานปกติก็ไม่มีโทรศัพท์เข้ามามากมายเลย แก้วกานต์ดาจึงกล่าวหาอ๊อดว่าพูดเกินความเป็นจริง

“ ต๊าย... ต๊าย... นี่หล่อนฉันเนี้ยนะโอเวอร์” อ๊อดหญิงประเภทสองร่างยักษ์ยกมือขึ้นทาบอกอุทานออกไปแล้วส่งค้อนวงใหญ่ๆ มาให้แก้วกานต์ดาที่เธอไม่เชื่อในสิ่งที่สาวร่างยักษ์บอกออกไป

“ ก็จะใครซะอีกหล่ะยะ... ก็นายกฤษณะ เจ้าของบริษัทก่อสร้างที่โทรมาหาหล่อนทุกๆ ครึ่งชั่วโมงเลยมั้งจนหูฉันชาน่ะสิยะหล่อน รู้ไว้ซะด้วย” สมชายหรืออีอ๊อดยกมือยกไม้แสดงท่าทางประกอบบอกให้รู้ว่ารำคาญเต็มทน

“ เดี๋ยว... เดี๋ยวเถอะหล่อน ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะว่าอย่าให้ฉันได้เห็นหน้าหรือเจอตัวเชียวนะ” อ๊อดบ่นออกมาอย่างหมดความอดทนกับการรับโทรศัพท์ของนายกฤษณะ ทวีโชคเจ้าของธุรกิจก่อสร้างแล้ว

“ ทำไม.. ถ้าหล่อนเห็นหน้าเขาแล้วหล่อนจะทำอะไรเขาอีอ๊อด” ป้อมเพื่อนสนิทอ๊อดถามออกไปเพราะเบื่อกับความเป็นคนช่างบ่นของอ๊อด

“ ก็.. จะอะไรซะอีกหล่ะยะ ก็ถ้าหนุ่มหน่อยฉันจะจับฟันน่ะสิย่ะ แกนังป้อมอย่ามาทำไร้เดียงสาหน่อยเลย... ฉันทุเรศ” อ๊อดสาวร่างยักษ์บอกไปเพราะเขารู้ใจกิ่งฉัตรเพื่อนสนิทของตนดีเช่นกันนั่นเอง

“ เอ๊ะ.. แต่นิดได้เห็นแล้วนะคะ หน้าตาท่าทางก็ใช้ได้คะ ถ้า... ไม่ติดว่าตี๋ไปหน่อยน่ะคะ” สุนันทาเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งฟังทุกคนเถียงกันไปมาอยู่พักหนึ่งเพราะเธอเคยเจอกับนายกฤษณะเจ้าของธุระกิจก่อสร้างมาแล้วนั่นเอง

“ จะตี๋เต๋อฉันไม่สนใจหรอกยะ.. ว่าแต่หล่อนเถอะแม่แก้ว” อ๊อดสาวร่างยักษ์หันไปถามแก้วกานต์ดาเมื่อฟังจากที่สุนันทาบอกเล่าเกี่ยวกับนายกฤกษณะเจ้าของธุรกิจก่อสร้าง

“ อะไรหรอคะ... แล้วเขาโทรมาฝากเรื่องอะไรไว้กับพี่อ๊อดหรือเปล่าคะ” แก้วกานต์ดาตอบออกไปแบบไม่ได้ใส่ใจอะไรนักเนื่องจากเธอไม่ได้สนใจนายกฤษณะอะไรนั่นซะหน่อย แต่ที่เธอสนใจคือข้อมูลที่นายกฤกษณะโทรมาหาเธอต่างหากเพราะเธอเกรงว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานของเธอ

“ เปล้า... แต่ถ้าหล่อนวางมือฉันเองก็จะทำหน้าที่แทน...” อ๊อดสาวร่างยักษ์พูดลอยๆออกไปแบบมีเลศนัย

“ อุ๊ย.. จริงหรอพี่.. เอาไปเลยพี่ แก้วยินดีมากๆ เลยหล่ะ” แก้วกานต์ดารีบบอกสาวร่างยักษ์ด้วยใบหน้าและท่าทางแสดงความดีใจจนออกนอกหน้าทันทีเลยเมื่ออ๊อดเสนอตัวจะทำแทนเธอ

“ แต่... ใช่ฉันจะใจร้ายหรอกนะยะ แต่ฉันอยากให้ผู้หญิงในออฟฟิตนี้ขายออกสักคนบ้างนะสิยะ ดูสิจะแห้งเหี่ยวตายกันหมดแล้วเนี้ย” อ๊อดสาวร่างยักษ์ยกมืองทั้งสองข้างชี้ขึ้นไปยังสาวๆ ในออฟฟิตตน และหยุดชี้ไปที่ใครคนหนึ่ง

“ ยิ่งหล่อนเนี้ยปาไปสามสิบกว่าแล้วนังป้อม แกควรจะรู้จักหาผัวได้แล้วไม่ใช่บ้างานอยู่อย่างนี้ยะ” อ๊อดแว๊ดออกไปทันทีจนกิ่งฉัตรทำหน้างงๆ ไปพักหนึ่ง

“ อีอ๊อด! แล้วแกมายุ่งอะไรกับเรื่องส่วนตัวของฉัน แกเองยังหาเหยื่อไม่ได้เลยนะยะว่าแต่คนอื่นเขา” กิ่งฉัตรพอหายงงก็ตวาดกับสาวร่างยักษ์ที่กำลังเดินกลับไปยังที่โต๊ะทำงานของตนเอง จากนั้นการตั้งกลุ่มสนทนาขนาดย่อมๆ ประจำออฟฟิตก็เป็นอันสิ้นสุดลงทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ของตนเอง

หลังจากผ่านช่วงมื้อกลางวันไปแล้วทุกคนในออฟฟิตก็เริ่มทยอยกันเข้ามาทำงานของตนต่อ จะมีก็แต่แก้วกานต์ดากับธนิดาที่เร่งทานมื้อเที่ยงแล้วยังต้องเร่งรีบกับการจัดเตรียมเอกสารเพื่อที่จะออกไปยังบริษัทของลูกค้าที่ส่งจดหมายตอบรับการขอนัดสัมภาษณ์กลับมาแล้ว จากนั้นทั้งสองสาวจึงได้ขึ้นไปนั่งประจำที่เบาะด้านหลังของรถตู้บริษัทที่จัดเตรียมไว้ให้เพื่อออกเดินทาง ในมือของแก้วกานต์ดานั้นเต็มไปด้วยเอกสารและหนังสือมากมาย จนทำให้ ธนิดาไม่กล้าเสนอตัวเข้าช่วยเหลือเพราะไม่กล้าที่จะถามกับสีหน้ายุ่งๆ ของแก้วกานต์ดา แม้ว่าเธออยากจะช่วยมาแค่ไหนก็ตาม เพราะธนิดาและทุกคนในออฟฟิตเป็นที่รู้กันดีว่าแก้วกานต์ดานั่นถ้าลองเธอมีใบหน้าที่บ่งบอกว่าอารมณ์ไม่ดีหล่ะก็ต้องมีใครสักคนที่โชคไม่มีถึงขั้นร้องไม่ออกเลยเชียวหล่ะ

“ ดา... หนังสือตอบรับของบริษัทไปไหน พี่หาหลายรอบจนเหนื่อยแล้ว ดาได้เตรียมมาด้วยรึเปล่า” แก้วกานต์ดาถามออกธนิดาไปแต่เธอนั่นก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาหาหนังสือตอบรับฉบับนั้นต่อไปเรื่อยๆ

“ เตรียมซีคะ... ดาเสียบไว้กับจดหมายของพี่ตรงแป้นรองเขียนบนโต๊ะนั่นล่ะคะ” ธนิดาตอบด้วยความกลัวว่าตนจะทำเอกสารของแก้วกานต์ดาหายไปจึงรีบชี้แจ้งออกไปทันที

“ หรอ.. ดาลืมแน่ๆ เลย แล้วนี้ก็รีบด้วย แต่พี่ก็เตือนดาแล้วนี่นา” แก้วกานต์ดาหยุดหาและหันมาบอกกับธนิดาอย่างไม่พอใจในการทำงานของเธอแถมส่งสายตามแสดงการตำหนิออกมาอย่างชัดเจน

“ เอ้อ.. เออ... ดาขอโทษนะคะ ดาคงลืมจริงๆ แล้ว... แล้วเราจะกลับไปเอาไหมคะพี่แก้ว” ธนิดาเอ่ยออกไปอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้แก้วกานต์ดาไม่พอใจ และเอกสารที่ต้องใช้ก็ไม่ครบที่จะนำไปติดต่อกับทางลูกค้าอาจจะขอเข้าพบทางลูกค้าไม่ได้อีกเธอต้องเดือดร้อนแน่ๆ เลย

“ ไม่ต้อง... มาจนถึงครึ่งทางแล้ว ไงก็ต้องเลยตามเลย...” แก้วกานต์ดาพูดอย่างพยายามระงับความหงุดหงิดเอาไงอย่างเต็มทีแม้จะทำได้ไม่เนียนนักก็ตามแต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องการให้แสดงออกมาทางสีหน้ามากนักไม่งั้นใครก็ใครต้องได้กระเจิงเป็นแน่แท้ และอาจเป็นเพราะตอนนี้ไอ้เท้าที่บวมอยู่เริ่มมีอาการปวดตุบๆ อีกแล้วก็ได้เธอจึงต้องพยายามระงับความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

ส่วนธนิดาไม่ต้องพูดถึงเลยก็ว่าได้ เพราะเธอได้แต่นั่งก้มหน้าเงียบกริบไปเลยทำตัวเหมือนกับไม่ได้นั่งมาในรถคันเดียวกับแก้วกานต์ดาก็ไม่ปาน

“ ดา.. ดาขอโทษจริงๆ คะ ก็.. ก็ดาเข้าใจว่าเก็บของเสร็จ และเตรียมจดหมายแล้วด้วย” ธนิดาก้มหน้าก้มตาขอโทษอีกรอบพร้อมกับชี้แจงให้แก้วกานต์ดาฟังเพราะกลัวว่าตนจะทำให้เสียงานครั้งนี้ไป

“ อืม... เป็นเพราะงานดาเยอะมากจนเกินไปรึเปล่า” แก้วกานต์ดาซึ่งกำลังนั่งสงบสติอารมณ์ และใช้ความคิดอยู่ได้ยินธนิดาเอ่ยขอโทษเสียอ่อยๆ จึงหันไปถามด้วยน้ำเสียงที่น่าฟังมากขึ้น

“ ขอโทษครับ... ไม่ทราบว่าจะให้ผมเอารถเข้าไปในตึกเลยรึเปล่าครับ” พนักงานขับรถตู้ประจำบริษัทมองกระจกมองหลังแล้วเอ่ยถามขึ้นมาขณะที่ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

“ อ๋อถึงแล้วเหรอ... นั่งจนลืมเลย” แก้วกานต์ดาหันซ้ายแลขวาก่อนจะมองขึ้นไปบนตึกสูงด้านหน้าที่มีป้ายเขียนชื่อตึกชัดเจนว่าอาคารอดุลกิจเจริญ

“ เอาเลย... ดำเลี้ยวเข้าไปจอดที่ลานจอดรถเลย  ดาเตรียมของและเอกสารที่เหลือให้พร้อมแล้วตามพี่ขึ้นไปด้วยนะ” แก้วกานต์ดาสั่งพนักงานขับรถบริษัทที่ชื่อดำให้เข้าไปเลี้ยวรถเข้าไปภายในอาคารได้เลย แล้วตามด้วยหันไปสั่งงานธนิดาอย่างคล่องแคล่วว่องไว

แก้วกานต์ดากับธนิดาแลกบัตรกับพนักงานตอนรับภายในอาคารโดยแจ้งว่ามาติดต่องานที่ชั้น 15 ภายในตัวอาคารจากนั้นก็ทั้งสองสาวก็ขึ้นลิฟ์ทไปยังชั้น 20 พอออกจากลิฟ์ททั้งสองสาวก็เดินผ่านแผนกต่างๆ ลึกเข้าไปเพื่อตรงไปยังห้องของประธานบริษัท แก้วกานต์ดาทราบดีว่าที่นี่ทำงานอย่างมีระบบเนื่องจากเธอศึกษาและค้นประวัติของบริษัทมาก่อนที่จะดำเนินเรื่องขอเข้าพบเธอจึงทราบเป็นอย่างดีว่าที่นี่เขาทำงานสไตล์ของฝรั่งโดยแท้ ดังนั้นเวลาคือสิ่งสำคัญ ความสะอาดก็เช่นกัน

เลขาสาวสวยนั่งประจำหน้าห้องของประธานบริษัท เงยหน้าจากเอกสารบนโต๊ะเห็นหน้าสองสาวก็ส่งรอยยิ้มด้วยไมตรีมายังแขกที่เพิ่มมาเยือน แม้จะมีแววค่อนข้างแปลกใจกับท่าทีการแต่งตัวแถมด้วยท่าเดินของหญิงสาวอีกคนที่เขย่งๆ เดินของฝ่ายมาเยือนอยู่บ้างก็ตาม

“ สวัสดีคะ จากที่ไหนคะ ต้องการพบใครคะ แล้วได้นัดไว้หรือเปล่าคะ” เลขาสาวสาวหน้าห้องส่งยิ้มพร้อมกับถามออกไปตามมารยาทของการขอเขาพบท่านประธานของบริษัท

“ นัดคะ  นี่คะนามบัตร” แก้วกานต์ดาบอกพร้อมยื่นนามบัตรให้กับเลขาสาวสวยได้ดูนามบัตรของเธอ เลขาสาวสวยรับมาพร้อมกับพลิกดูแว๊บหนึ่งก่อนเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้อีกรอบ

“ อ๋อ... ตั้งรอแป๊ปหนึ่งนะคะ พอดีท่านติดธุระด่วนจริงๆ ต้องขอโทษด้วยคะ เออ... เชิญทางนี้ก่อนนะคะ” เลขาสาวสวยชี้แจงพร้อมผายมือเชิญหญิงสาวสองคนให้เดินตามเธอไป

แก้วกานต์ดาส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิด เกิดอาการเซ็งอย่างสุดซึ้ง อดที่จะนึกถึงคนร่างยักษ์ที่เธอจงใจเรียกเช่นนั่นและเกลียดในท่าทางของเขาเข้ากระดูกดำ ถ้าเธอไม่โดนเหยียบเท้าจนเป็นแบบนี้เธอคงจะทำอะไรคล่องตัวมากกว่านี้เป็นแน่

“ พี่แก้ว... เท้าแก้วทำไมมันบวมมากจังเลยหล่ะคะน่ะ” ธนิดาเห็นแก้วกานต์ดานเดินเขย่งๆ และเท้าที่บวมมากๆ จึงถามออกไปด้วยความสงสัย

“ มันเหยียบลงมาหนักมากๆ เลยหล่ะดา แถมขยี้ด้วย... รองเท้าส้นหนาๆ น่ะ” แก้วกานต์ดาอธิบายแถบมองเห็นภาพ แถมยังนึกโมโหชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้านั่นอีกต่างหาก

“ ที่จริงพี่ก็นึกว่าจะไม่บวมมากมายขนาดนี้หรอกนะ คงเป็นเพราะพี่เดิน และใช้งานเท้ามากไปแล้วจริงๆ “แก้วกานต์ดาบ่นกับความคิดตอนแรกของตนเองที่น่าจะหายามาทาซะตั้งแต่แรกแล้วก็ดีจะได้ไม่ต้องเป็นแบบนี้

“ แล้วทำไมพี่แก้วไม่หาอะไรมาทา หรือนวดบ้างหล่ะคะ” ธนิดาบอกด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากมันบวมจนน่ากลัวจริงๆ

“ ก็..พี่กลับถึงบ้านที่ไรพี่ก็หลับเลยทุกทีน่ะสิ” แก้วกานต์ดาบอกขณะที่สายตาเริ่มสอดส่ายมองหาเลขาสาวสวยเนื่องจากเธอรู้สึกว่าเริ่มรอนานแล้ว

“ ไม่ได้นะคะ ขืนพี่เดินไม่หยุดอย่างนี้ เดี๋ยวอักเสบข้างในได้นะคะ” ธนิดาว่าไปตามที่สายตาเห็นว่าเท้าของแก้วกานต์ดาบวมมากไปแล้ว

“ แล้วนี่พี่ยังไม่ได้ไปให้หมอดูให้อีกหรอคะเนี้ย” ธนิดายังคงถามแก้วกานต์ดาเนื่องจากเธอเป็นห่วงหญิงสาว แต่แก้วกานต์ดากลับสอดส่ายสายตามองหาร่างเลขาสาวสวยด้วยว่าทำไมยังไม่มาเชิญเธอไปพบประธานบริษัทสักทีเนื่องจากเลยเวลามามากแล้ว และยังไม่ทันที่แก้วกานต์ดาจะได้โต้ตอบกับธนิดา สาวงามนางหนึ่งก็เดินสวนออกจากห้องท่านประธานอย่างสง่างามสมกับหุ่นและรูปร่างของเธอ และปากที่แต่งแต้มสีไว้อย่างชวนให้น่ามองเป็นอย่างยิ่งแถมเลขาสาวสวยก็เดินเข้ามาพอดีเลขาสาวสวยจึงโค้งให้พร้อมส่งยิ้มเยื้อนให้เธอคนนั้น

“ เหมือนใครคนหนึ่ง แต่ดาก็นึกไม่ออกคะพี่ “ ธนิดาเองก็มองไปยังร่างที่ก้าวออกมาจากห้องท่านประธานเช่นกันจึงเอ่ยบอกกับแก้วกานต์ดาไป

“ โอ้โอ๋... มีบอร์ดี้การ์ดซะด้วย ใหญ่น่าดู” หญิงสาวในชุดแดงสดตัดกับผิวขาวสีน้ำนมผ่านหน้าสองสาวออกไปพร้อมๆ กับชายร่างใหญ่อีกสองนาย ซึ่งไม่แม้แต่จะปรายตามองคนที่นั่งอยู่ด้วยซ้ำ

“ เชิญคุณทั้งสองคนได้เลยคะ “ เสียงของเลขาสาวสวยทำให้หญิงสาวทั้งสองตื่นออกจากภวังค์สู่โลกของความจริง

“ ตามดิฉันมาเลยคะ” เลขาสาวผายมือเชื้อเชิญแล้วเดินพอสองสาวเดินเข้าสู่ห้องกว้าง ที่ภายในตกแต่งไว้อย่างหรูหรา สวยงาม มีหลากหลายมุมซึ่งแต่ละมุมก็ล้วนสวยแตกต่างกันออกไปและล้วนจัดในสไตล์แบบไทยๆ ทั้งนั้น จากนั้นเลขาสาวสวยก็เดินออกไปพร้อมปิดประตูห้องเสร็จสรรพ

----------------------------------- 

“ โอเค... ผมต้องขอโทษด้วยนะหนู” เสียงทักดังมาจากทางด้านหลังของสองสาวที่มาหยุดยืนอยู่ภายในห้อง ทั้งสองสาวสะดุ้งเบาๆ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการเสียมารยาทในการมาเข้าพบกับทางลูกค้า เสียงทักของผู้ชายฝรั่งร่างใหญ่จึงยืนยิ้มมองออกไปยังท่าทางของสองสาวอย่างเปิดเผยซึ่งผิดคลาดกับที่แก้วกานต์ดานึกเอาไว้ทั้งหมดเนื่องจากชายฝรั่งผู้นี้ดูมีความเป็นกันเอง ไม่ถือตัว และเปิดเผยที่สำคัญดูไม่น่ากลัวอย่างที่นึกเอาไว้ อายุก็คงราวๆ ห้าสิบกว่าๆ ได้ และที่สำคัญพูดภาษาไทยได้ดีพอสมควรทีเดียว

“ สวัสดีคะท่าน” แก้วกานต์ดาเอ่ยทักทายอย่างเป็นทางการพร้อมด้วยยกมือทั้งสองข้างขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมธนิดาเองก็ทำเช่นกัน ชายเจ้าของห้องจึงมองอย่างยิ้มๆ

“ เอ๊า... เชิญนั่งเลยดีกว่า” ชายเจ้าของห้องผายมือเชิญให้ทั้งสองสาวซึ่งน่าจะเป็นรุ่นหลานของเขาได้นั่งที่ส่วนของมุมรับรองแขก

“ เผอิญผมมีแขก แล้วก็มีธุระด่วน เลยต้องให้เขาเข้าพบตัดหน้าคุณไปก่อน” ชายเจ้าของห้องชี้แจงเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองสาวต้องรอนานพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งนั่นถือเป็นการเสียมารยาทอย่างมากตามธรรมเนียมของฝรั่ง

“ อ๋อ.. เลขาท่านเรียนให้ทราบแล้วคะ” แก้วกานต์ดาได้บอกออกไปตามความเป็นจริงซึ่งเธอก็เข้าใจเหตุผลเพราะมันเป็นเรื่องของธุรกิจ

“ เอ้า.. เอาน้ำอะไรดี หรือทานข้าวกันมารึยัง” ชายเจ้าของห้องถามออกไปเมื่อคิดว่าทั้งสองสาวคงมารอนานพอสมควรเลยทีเดียวจึงเอ่ยชวนออกไป

“ อุ๊ย. ไม่เป็นไรคะ ขอบพระคุณท่านมาก เราสองคนเรียบร้อยมาแล้วคะ”  แก้วกานต์ดาบอกออกไปด้วยความเกรงใจและต้องการที่จะคุยงานที่ตนมาขอเข้าพบในวันนี้

“ ก็ทานไปด้วยคุยกันไปด้วยก็ได้นี่คุณ” ชายเจ้าของห้องก็ยังคงเอ่ยชวนพร้อมส่งยิ้มเชิญชวนด้วยความเต็มใจและที่สำคัญชายเจ้าของห้องยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงเลยด้วยซ้ำเนื่องจากวันนี้แขกที่มาพบเยอะจริงๆ

“ คือดิฉันเอง เพียงอยากมาทำความเข้าใจกับท่านบางอย่าง ก่อนการบันทึกจริงในอาทิตย์ที่จะถึงนี้น่ะคะ จะได้ไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น” แก้วกานต์ดาเริ่มพูดเข้าเรื่องงานทันทีด้วยความมั่นใจที่เธอเตรียมข้อมูลมาพร้อมอยู่แล้ว

“ ดิฉันจะได้อธิบายเป้าหมายรายการของเราอีกครั้ง คือ... เพิ่มเติมจากที่น้องเขาเคยทำเป็นหนังสือแจ้งมาทางท่านแล้วน่ะคะท่าน” แก้วกานต์ดาชี้แจงข้อมูลให้ชายเจ้าของห้องทราบออกไปในทันที

“ แม่หนูนี่พูดเก่งจังเลยนะ” ชายเจ้าของห้องหัวเราะออกมาเสียงดังๆ อย่างเปิดเผย พร้อมๆ กับที่มองหล่อนอย่างไม่เกรงใจ แถมยังแอบชื่นชมในความมั่นใจของเธอในใจ แต่หญิงสาวอีกคนกลับมานั่งเงียบเพื่อจดข้อมูลการสนทนาอย่างเดียวจริงๆ

“ อันที่จริงผมก็รู้จักกับทางเจ้านายของคุณอยู่บ้างนะ ถึงแม้จะไม่ค่อยคุ้นเคยกันเป็นการส่วนตัวก็ตาม” ชายเจ้าของห้องบอกออกไปตามความเป็นจริง

“ ขอบคุณมากคะ ที่ท่านติดตามนิตยสารของเรา” แก้วกานต์ดากล่าวแสดงการขอบคุณอย่างเป็นทางการกับชายเจ้าของห้อง

“ ผมชอบนะ ถ้ามีเวลาผมก็มักจะหยิบขึ้นมาอ่านบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดน่ะ” ชายเจ้าของห้องบอกถึงความสนใจให้นิตยสารที่เขาตอบตกลงให้สัมภาษณ์ไปทั้งที่จริงๆ แล้วตัวเขาเองไม่ชอบเลยกับการที่ต้องมานั่งให้สัมภาษณ์บอกเล่าเรื่องต่างๆ ให้กับคนอื่นๆ ได้รับรู้แต่เขาเห็นว่านิตยสารฉบับนี้มีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริง และเขาก็เห็นว่ามันเป็นประโยชน์ต่อการโฆษณาโปรเจคสินค้าตัวใหม่ของเขานั่นเอง

“ คะ เรื่องของท่านก็จะลงในนิตยสารปักษ์หน้านะคะ” แก้วกานต์ดาบอกออกไปเพื่อให้เขาจะได้รับรู้การออกวางแผงของนิตยสาร

“ เหรอ.... อืมดีนี่” ชายเจ้าของห้องเอ่ยอย่างยิ้มๆ พยักหน้ารับรู้ พร้อมกับแสดงความตื่นเต้นนัยน์ตาเป็นประกาย และในขณะนั้นเองแก้วกานต์ดาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของชายเจ้าของห้องเพราะมันทำให้เธอนึกถึงนายร่างยักษ์นันย์ตาสีฟ้านั่นที่เป็นต้นให้ทำให้เท้าของเธอต้องเป็นแบบนี้ซึ่งทำไมช่างละม้ายคล้ายคลึงกับชายเจ้าของห้องคนนี้นักนะ แต่เธอก็ยังคงเก็บอาการตกใจของเธอได้เป็นอย่างดี

“ อืม.. ผมตัดสินใจอนุมัติให้ใช้สถานที่และให้สัมภาษณ์ครั้งนี้นะหนู” เขาบอกออกไปเมื่อตัดสินใจแล้วว่าผลที่ออกมาจะเป็นผลดีกับทางบริษัทมากขึ้น

“ ส่วนคนที่จะต้องถูกสัมภาษณ์... ไม่ใช่ผมหรอกนะ” เขายิ้มอย่างอารมณ์ดีและเป็นกันเองมากขึ้น เมื่อเห็นแก้วกานต์ดานิ่วหน้าแสดงอาการงงกับข้อมูลที่ได้รับรู้ในขณะนั้น

“ ขอบคุณคะ... เอ้อ... สำหรับผู้ให้สัมภาษณ์ก็ต้องแล้วแต่ความกรุณาของท่านคะ” แก้วกานต์ดาตอบออกไปอย่างนั้น... เพราะทีแรกหลังดีใจที่จะได้สัมภาษณ์เจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ไม่เคยเปิดให้โอกาสกับทางสำนักพิมพ์หรือรายการไหนมาก่อนเลย ซึ่งทีมของเธอจะต้องเป็นที่ถูกกล่าวขวัญถึงแน่นอน ถ้าใด้ทำเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เธอเริ่มชักไม่แน่ใจเสียแล้วสิ



----------------------------------------------------------------------------------
อิอิ... เริ่มจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้วหล่ะคะ 

คอมเม้นกันมาเยอะๆ นะคะ (กันแอบขอกำลังใจหน่อย)

แอบติดไว้ก่อนนะคะ แล้วจะมาอัพต่อนะคะ....

----------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #79 mydei (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 03:33
    #79
    0
  2. #50 weelyone (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2552 / 11:07

    อ่านแล้วจ้า ก็โอนะรีบอัพจ้า

    #50
    0
  3. #44 Rcasia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2552 / 17:22

    จริง ๆ แก้วกานต์ดา น่าเป็นแก่นแก้วนะจ๊ะ คิก ๆ

    ใครจะเป็นคนสัมภาษณ์แก่นแก้วน๊า ????


    เป็นกำลังใจให้พี่กันนะจ๊ะ จุ๊ฟ ๆๆ

    #44
    0
  4. #41 Rcasia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2552 / 08:36

    ตามมาเชียร์ เย่ ๆๆๆๆๆ

    เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ ^O^

    #41
    0
  5. #40 จินณเสน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2552 / 21:28

    มาอ่านแว้ววววววววว   อัพเร็วๆๆๆนาอัพนิดเดียวแล้วมันขาดตอนอะ  

    #40
    0
  6. #39 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2552 / 20:14
    พี่บุษมาอ่านแล้วนะจ๊ะ
    #39
    0
  7. #38 Rcasia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2552 / 10:56

    อื่อ ๆ รอบทเต็มนะจ๊ะ ^^

    #38
    0
  8. #36 จินณเสน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2552 / 21:20

    อ่านแล้ว อ่านแล้ว จร้าๆๆ...  มาอัพเร็วๆๆแล้วกันรออ่านเด้อ

    #36
    0