สะดุด(รัก)

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 18: หวง... ห่วง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 ก.พ. 53


ตอนที่ 18: หวง... ห่วง

 

สองแม่ลูกได้นั่งคุยกันตรงบริเวณมุมรับแขกภายในห้องนอนที่หญิงสาวนอนอยู่ได้สักพักร่างของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ก็เริ่มขยับตัว เปลือกตาค่อยๆ เปิดทีละน้อยเพื่อปรับให้เข้ากับแสงสว่างภายในห้อง พอดีจังหวะนั้นเมฆาเห็นเข้าพอดีก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาร่างของหญิงสาวที่นอนอยู่ทันที

“ฟื้นแล้วหรอมณี” เมฆาเอ่ยถามพร้อมกับส่งยิ้มให้

“คะ...” มณีกานต์ดาตอบเขาด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงเลยอาจเพราะยังมึนๆ อยู่ จากนั้นหญิงสาวเริ่มใช้สายตาสำรวจภายในบริเวณห้องที่เธอนอนอยู่ และเมื่อรู้ตัวว่าเธอไม่ได้นอนอยู่ภายในห้องตนเองเท่านั้นก็ดีดตัวพยายามลุกขึ้นทันที

“นี่! ที่ไหน... ฉันมาที่นี่ได้ยังไง” หญิงสาวพอรู้สึกตัวก็ให้ตกใจรีบถามคำถามใส่ชายหนุ่มทันที แม้จะยังมึนๆ แต่ก็มีสติดีทีเดียวในตอนนี้

“ใจเย็นๆ  ก่อนมณี นี่บ้านผม” เมฆารีบบอกหญิงสาวที่พอตื่นรู้สึกตัวขึ้นมาก็โวยวาย และเริ่มมีแรงดิ้นรนขัดขืนขึ้นมาอีกในตอนนี้ ทีนายพิพัฒน์พาไปด้วยจนเกิดเรื่องไม่เห็นโวยวายเก่งอย่างนี้เลยชายหนุ่มคิดต่อว่าหญิงสาวภายในใจแก้มโมโห

“แล้วคุณพาฉันมาที่นี่ ทำไมไม่ไปส่งฉันที่บ้าน” มณีกานต์ดาโวยวายออกไปด้วยความตกใจ และมองไม่เห็นคุณหญิงจิตราว่าก็ได้อยู่ภายในห้องนั่นด้วย

“เออ...” เมฆาไม่รู้จะตอบหญิงสาวว่าอย่างไรดีในตอนนี้ เพราะเขาอยากดูแลหญิงสาวนั่นเอง

คุณหญิงจิตราได้เห็นภาพบุตรชายวิ่งเข้าไปหาหญิงสาว แล้วเกิดการต่อล้อต่อเถียงกันขึ้นนั้นก็ได้แต่ยืนอมยิ้มมองด้วยสายตาเอ็นดูหญิงสาวขึ้นมาที่เป็นคนรู้จักความเหมาะควรดี แต่บุตรชายเธอนี่สิที่ทำอะไรลงไปแบบไม่รู้จักคิด

“อ้าว... นี่แม่อยู่ตรงนี่อีกคนนะตาเมฆ” คุณหญิงพูดขึ้นเรียกสติบุตร และหญิงสาวว่ายังมีคนยืนอยู่ตรงนี้อีกคน

เมฆา และมณีกานต์จึงหันไปทางคุณหญิงจิตราตามเสียงเรียกนั่น

“ครับ... นี่คุณแม่ของผม คุณหญิงจิตรา” เมฆาจึงเอ่ยแนะนำมารดาของเขาให้หญิงสาวได้รู้จักขณะนั้นเขาก็ดึงร่างของหญิงสาวให้ลุกขึ้นนั่งพิงกับพนักของเตียง

“สวัสดีคะ คุณหญิง...” มณีกานต์ดายกมือไหว้คุณหญิงจิตรา พร้อมกับส่งสายตาเขียวให้กับชายหนุ่มข้างๆ อยากรู้นักว่าทำไมต้องพาเธอมาที่นี่ด้วย แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ต่อว่าชายหนุ่ม

“เรียกแม่ดีกว่านะหนู แล้วไม่ต้องตกใจไปหรอก หนูนอนไม่ได้สติไปหลายชั่วโมงตาเมฆเขาคงไม่รู้จะทำอย่างไรเลยต้องพาหนูมาที่นี่ อย่าไปโกรธตาเมฆเลยนะหนู” คุณหญิงจิตราเอ่ยขัดขึ้นราวกับรู้ว่าบุตรชายจะโดนหญิงสาวต่อว่า

“เอ่อ... มณีเพียงแต่สงสัยเท่านั้น แต่ก็ขอบคุณนะคะ” มณีกานต์ดาถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปเลยจึงได้แต่ยกมือไหว้คุณหญิง และหันไม่มองเมฆาเพื่อแสดงความขอบคุณออกไป อย่างน้อยในตอนนี้เธอก็ปลอดภัยดีจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับเธอได้เลย ไม่คิดว่าผู้ชายที่เธอเคยไว้ใจจะกลับมาคิดทำร้าย ทำลายเธอได้ถึงเพียงนี้คราวนี้คงไม่คิดที่จะเป็นเพื่อนกันได้อีกแล้ว มณีกานต์ดาคิด

ส่วนทางเมฆานั่นเมื่อเห็นหญิงสาวสงบลงได้ไม่คิดต่อล้อต่อเถียงก็มีท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมาทันที แถมยังได้รับคำขอบคุณจากหญิงสาวอีก

“เอาหล่ะตาเมฆ เราอย่าเพิ่งรบกวนหนูมณีเขาเลยนะออกไปคุยกับแม่ข้างนอกดีกว่า” คุณหญิงจิตราเห็นใบหน้าหญิงสาวยังคงซีดอยู่จึงชวนบุตรชายออกมาด้านนอกห้อง เนื่องจากจะให้นางนุ่มสาวใช้เขาไปดูแลหญิงสาวแทน

“เออ.. ครับ” เมฆาตอบเสียงอ่อยเนื่องจากใจจริงไม่อยากออกห่างจากร่างของหญิงสาวเลย แต่ก็ต้องจำใจลุกออกมาเพื่อที่นางนุ่มจะได้ดูแลหญิงสาวได้สะดวกยิ่งขึ้น

“ตามสบายนะหนู แม่กับตาเมฆจะลงไปรอด้านล่าง” คุณหญิงจิตราหันไปบอกกับมณีกานต์ดาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างคนมีเมตตาเต็มเปี่ยม

“ขอบคุณคะ” มณีกานต์ดายกมือไหว้แสดงความขอบคุณแก่คุณหญิงจิตรา จากนั้นคุณหญิงจิตรากับเมฆาก็เดินออกจากห้องลงไปด้านล่างเพื่อให้นางนุ่มจัดการช่วยหญิงสาวได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

ทางภัทรพลเมื่อเข้ามาถึงที่ทำงานก็ได้รับรายงานถึงอาการของศริสผู้เป็นบิดาว่าอาการยังคงคงที่ไม่มีอะไรดีขึ้นมากนัก แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายด้วยเช่นกัน

ใบหน้าของชายหนุ่มจึงดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงภาพของบิดาที่ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างคนไร้สติ เขาจะต้องจัดการกับไอ้คนที่จ้องจะทำร้ายครอบครัวของเขาให้ได้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

            “เชิญ” ภัทรพลขานรับเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องพร้อมทั้งเก็บเอกสารรายงานอาการของคริสลงในลิ้นชักเนื่องจากไม่ต้องการให้ใครเห็น

            “กู้ดมอนิ่งคะ พอล” ซาร่าเปิดประตูเข้ามา กล่าวทักทาย

            “ซาร่ามารายงานตัว ตำแหน่งเลขาส่วนตัวคะ” หญิงสาวบอกพร้อมส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่ม ฝ่ายชายหนุ่มหาได้สนใจไม่เนื่องจากยังกังวลกับอาการของผู้เป็นบิดา

            “อ๋อ... ครับ” เขาขานรับราวกับแสดงการรับรู้เท่านั้น

            “พอล เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ซาร่าเอ่ยถามเนื่องจากเห็นชายหนุ่มมีท่าทางเหม่อลอยพิกล

            ไร้เสียงตอบจากชายหนุ่ม ซาร่าจึงเดินเข้าไปให้ชายหนุ่มใกล้ยกมือขึ้นแตะที่มือของชายหนุ่ม

            “พอล... พอลคะ” ซาร่าเรียกชายหนุ่มซ้ำ

            ภัทรพลเมื่อถูกซาร่าจับมือจึงสะดุ้งตื่นจากภวังค์ของความคิดแล้วหันไปหาหญิงสาว

            “เออ... ผมไม่ได้เป็นอะไรไร แล้วคุณเข้ามามีธุระอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวทันทีเมื่อเห็นว่าซาร่าต้องมาทำหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัวของเขา

            “จะให้ซาร่านั่งทำงานตรงไหนคะ ในห้องนี้ หรือว่าด้านนอกคะ” หญิงสาวยิ้มหวานเมื่อถามชายหนุ่มแต่ภายในใจกลับนึกสงสัยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ภายในใจ

            “ผมว่าคุณนั่งด้านนอกดีกว่านะ ผมชอบความเป็นส่วนตัว” ภัทรพลเห็นว่าในเวลานี้เขาไม่ต้องการให้ซาร่าเข้ามาใกล้ชิดเขามากนัก เขาเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนไปของหญิงสาวที่เธอมีการแสดงท่าทีที่ดูจะต้องการในตัวเขามากเกินจากที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็นหญิงสาวจะแสดงท่าทีเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งยังอยากที่จะเข้ามาทำงานกับเขาอีกทั้งๆ ที่เคยปฏิเสธบิดาของเขาไปทีหนึ่งแล้วเพราะต้องการที่จะไปช่วยงานมารดาของเธอมากกว่า

            “ก็ได้คะ” ซาร่าไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้จากปากของชายหนุ่ม จึงตอบรับด้วยความงงงวยแต่ภายในจิตใจก็ไม่ได้คิดจะยอมแพ้เลยแม้แต่น้อย

            “ถ้าอย่างนั้น ซาร่าขอตัวไปเริ่มงานเลยแล้วกันนะคะ”

            “ครับ” ชายหนุ่มเอ่ยรับรู้เพียงเท่านั้น

            หลังจากซาร่าเดินออกไปแล้วเขาก็จัดการโทรไปสั่งให้เลขาประจำจัดการหาที่นั่งให้กับซาร่าด้วยอย่าให้ขาดตกบกพร่องได้ และใจก็หวนไปนึกถึงแก้วกานต์ดาที่เธอไปทานข้าวกับไอ้หน้าจืดนั้นจนทำให้เขาเก็บอารมณ์ไม่อยู่จนต้องทำรุนแรงลงไปนั้นปานนี้หญิงสาวจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้

 

เป็นอีกวันที่วุ่นวายที่สุดของแก้วกานต์ดาเลยก็ว่าได้ โดนเจ้านายเรียกเข้าไปตำหนิเรื่องที่ต้องหาทางปิดต้นฉบับโครงการที่เธอยื่นขอสัมภาษณ์กับทางภัทรพลไว้ แต่ทางชายหนุ่มกลับยกเลิกไปกลางคัน มันทำให้งานของเธอเกิดความเสียหาย ซึ่งปกติเธอไม่เคยทำงานผิดพลาดจนเกิดความเสียหายเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เมื่อหญิงสาวคิดไปขอให้ทางกฤษณะเข้ามาช่วยเหลือเป็นการเฉพาะหน้าไปก่อน ภัทรพลก็ทำให้ความหวังสุดท้ายของเธอต้องพังลงไม่เป็นท่าที่ร้านอาหารนั่น คิดแล้วก็ให้โมโหเขานัก

ในวันนั้นหญิงสาวคิดจะถามอะไรกับเขาก็ไม่ได้คำตอบเลยสักอย่าง เธอไม่เข้าใจเขาเลยตอนนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เธอต้องรู้ให้ได้ วันนี้หญิงสาวจึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปพบกับทางภัทรพลเพื่อคุยกันให้รู้เรื่องและเธอก็ต้องได้คำตอบกลับมาด้วย

“ไม่ทราบว่าห้องทำงานของคุณภัทรพลอยู่ชั้นไหนคะ” หญิงสาวที่เคาน์เตอร์ด้านหน้ามองหล่อนอย่างเต็มตาม สายตาประเมิณอยู่ในที

“ไม่ทราบว่านัดไว้หรือเปล่าคะ”

“ไม่ได้นัดคะ” เธอมาในครั้งนี้ไม่ได้นัดหมายไว้จึงต้องเข้ามาติดต่ออย่างเป็นทางการ

“งั้นกรุณารอสักครู่นะคะ แล้วจะให้ดิฉันเรียนคุณภัทรพลว่าใครมาขอพบคะ” แก้วกานต์ดาพยายามจะไม่กัดฟันแล้วคำรามออกมาหลังจากได้ยินน้ำเสียงที่แฝงรอยหยันลึกๆ เมื่อผู้ฟังรับทราบว่าหญิงสาวไม่ได้มีนัดกับชายหนุ่มมาก่อน

ใบหน้าขาวนวลเชิดขึ้นอย่างทะนง สะบัดผมยาวสยายไปด้านหลังอย่างจงใจ นัยน์ตาเรียวสวยเปล่งประกายคม ดุ กล่าวตอบเสียงดังชัดเจน

“แก้วกานต์ดา ศิริโสภา จากนิตยาสาร Prefection

เมื่อหญิงสาวบอกชื่อออกไปก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เกริกเดินเข้ามาพอดี เมื่อเห็นหญิงสาวจึงเดินเข้าไปหาเธอในทันที

“สวัสดีครับคุณแก้ว มาหาคุณพอลหรือครับ” เกริกโค้งให้หญิงสาวหลังจากเอ่ยทักทายออกไป

“คะ...” หญิงสาวหันไปตอบรับด้วยรู้จักกับทางเกริก

 “ช่วยโทรไปบอกคุณภัทรพลให้ด้วยว่าคุณแก้วกานต์ดามาขอพบ” เกริกหันไปสั่งสาวสวยประจำเคาน์เตอร์ แล้วหันไปเชื้อเชิญหญิงสาว

“เชิญทางนี้เลยครับ” เกริกเดินนำหญิงสาวออกไป

ระหว่างที่เกริกและแก้วกานต์ดากำลังขึ้นไปพบกับภัทรพล สาวสวยประจำเคาน์เตอร์ก็ได้รีบต่อโทรศัพท์ไปยังผู้เป็นนายในทันที

ความรู้สึกของหญิงสาวในตอนนี้ไม่ได้ดีขึ้นเลยเพราะเขาเป็นต้นเหตุของเรื่องยุ่งๆ ทั้งหมด ยิ่งลิฟท์เลื่อนสูงขึ้นเท่าไหร่หญิงสาวยิ่งอยากกระโจนเข้าไปบีบคอชายหนุ่มมากขึ้นเท่านั้น เกริกเปิดลิฟท์และพานำไปส่งถึงห้องทำงานของภัทรพล ก่อนจะรีบขอตัวออกมาอย่างรู้หน้าที่

เขานั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ดูสดใส หล่อเนี้ยบ แถมยังยิ้มกว้างต้อนรับเธออย่างอารมณ์ดี นัยน์ตาสีฟ้ามองมาอย่างต้องการหยอกล้อ

ฝ่ายแก้วกานต์ดานั้นพร้อมจะแปลงร่างเป็นลูกน้อยหน่าที่พร้อมจะระเบิดถล่มคนตรงหน้าให้ยับเยิน

ภัทรพลมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพึงพอใจเนื่องจากเขาเองก็กำลังคิดถึงหญิงสาวอยู่ แม้เธอจะยืนมองมาด้วยท่าทางเอาเรื่องแถมกำหมัดหลวมๆ ไว้ข้างลำตัว ใบหน้านั้นปราศจากเครื่องสำอางใดๆ หากผิวแก้มก็แดงระเรื่อจากความโกรธ และริมฝีปากก็เป็นสีจัดตามธรรมชาติคงจากการที่เจ้าตัวคงนั่งกัดมาตลอดทาง ภาพที่เห็นจึงเป็นภาพที่น่ามองยิ่งนัก

เขาคาดอยู่แล้วว่าหญิงสาวมาหาเขาคงต้องมาด้วยความโกรธ แต่ไม่คิดว่าจะโกรธมากมายขนาดนี้ และก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยปากทักทายใดๆ ผู้มาเยือนก็เปิดฉากด้วยน้ำเสียงโกรธจัด

“คุณมะ... มันงี่เง่า ทุเรศ แย่มากที่สุด”

“อะไรกัน มาถึงยังไม่ทันทักทายกันดีๆ เลย ด่าเอาๆ”

“ฉันไม่มีอารมณ์จะมาทักทายดีๆ กับคุณ คุณทำงานของฉันเสียหาย แถมยังโดนเจ้านายเรียกไปตำหนิอีก ซ้ำร้ายคุณยังทำให้การติดต่องานระหว่างฉันกับคุณกฤษณะมีปัญหาอีกทั้งๆ ที่เขายินดีจะช่วยเหลือเรื่องงานให้กับฉันแท้ๆ ฉันเหนื่อยกับการที่ต้องจะมาตามล้างตามเช็ดปัญหาที่คุณเป็นคนก่อ คุณเข้าใจมั้ย... ฉันทำงานไม่ได้เลย และฉันก็ไม่เข้าใจว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณกันแน่”

หญิงสาวเว้นช่วง หยุดหอบหายใจ ดวงตายังคงขวางอย่างเอาเรื่อง

“เดี๋ยวก่อนมันเกิดอะไรขึ้น ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะแก้ว” ชายหนุ่มบอกออกไปอย่างแกล้งไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น

“คุณบอกยกเลิกการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารของฉัน แล้วยังมาทำหน้าตายอีก” หญิงสาวบอกย้ำ

ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอะไรออกไปก็หญิงสาวร่างสูงระหง หุ่นเซ็กซี่ ผมสีน้ำตาล ท่วงทางเดินงดงามราวนางพญา แต่งกายเย้ายวนเดินยิ้มหวานเข้ามาหาภัทรพล พอถึงตัวก็หอมแก้มเขาหน้าตาเฉยโดยไม่คิดจะเกรงใจคนที่กำลังยืนร่วมอยู่ภายในห้องด้วยเลยสักนิด

“เที่ยงแล้ว เราออกไปทานข้าวกันเถอะ” ซาร่าเอ่ยเชิญชวนอย่างสนิทสนมกับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก โดยไม่คิดสนใจหรือแม้แต่จะมองเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่สักนิดซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยว่าจะมองไม่เห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางห้อง

“เออ...” ชายหนุ่มพูดได้เพียงแค่นั้น และรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันทีไม่คาดคิดมาก่อนว่าซาร่าจะเสียมารยาทเดินเข้ามาในห้องของเขาโดยไม่เคาะประตู แถมยังแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาเสียอีก

ในจังหวะนั้นแก้วกานต์ดาก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น สมองนึกอะไรไม่ออกเพราะภาพที่เห็นนั้นหญิงสาวไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมาเจออีกครั้ง ซ้ำยังเป็นผู้หญิงคนเดียวกันกับที่เจอที่ร้านอาหาร

“อ้าว... คุณนั่นเอง นี่ซาร่าเข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่าคะ” ซาร่าบอกออกไปอย่างแสดงความเกรงใจที่เธอเข้ามาขัดการสนทนาของทั้งสอง แต่สายตาจ้องมองทั้งสองอย่างไม่วางตาเลยเนื่องจากเธอต้องการรู้ว่าทั้งสองคุยเรื่องอะไรกันอยู่

บรรยากาศภายในห้องทำงานของภัทรพลในตอนนี้เปลี่ยนไป ภัทรพลรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที แก้วกานต์ดาเองก็รู้สึกไม่แตกต่างกัน จะมีก็เพียงแต่ซาร่าที่แกล้งยืนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับความรู้สึกอึดอัดของทั้งสองคน

“คุณไม่ได้เคาะประตูนะ ซาร่า” ภัทรพลบอกออกไปอย่างต้องการตำหนิหญิงสาว

 “เออ... ซาร่าขอโทษคะพอล ซาร่าไม่รู้ว่าคุณมีแขกแล้วซาร่าก็เห็นว่ามันเที่ยงแล้วด้วย” ซาร่าหันไปจับแขนชายหนุ่มบอกขอโทษเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างรู้ตัวว่าเธอผิด แต่สายตากับมองไปยังแก้วกานต์ดาอย่างต้องการบอกเป็นนัยว่าในตอนนี้ไม่ใช่เวลางานแล้ว

“แต่คุณก็ควรเคาะประตูก่อนนะซาร่า” ชายหนุ่มยังคงตำหนิซาร่า แล้วพยายามที่จะแกะมือซาร่าออกจากการเกาะแขนของเขาเอาไว้ ด้วยในตอนนี้เขากำลังห่วงความรู้สึกของคนที่ยืนอยู่กลางห้องมากกว่า

“เอาเป็นว่าซาร่าขอโทษพอลแล้วกันนะคะ ว่าแต่ว่า... จะไม่แนะนำแขกคนสำคัญของพอลให้ซาร่ารู้จักหน่อยหรือคะ” ซาร่าหันไปมองแก้วกานต์ดาอย่างต้องการทำความรู้จักอย่างเป็นทางการเสียที

“ใช่คนที่ซาร่าเจอที่คอนโดของพอลหรือเปล่าคะ” ซาร่าย้ำชายหนุ่มที่เอาแต่จ้องมองแก้วกานต์ดาอย่างไม่วางตาเพื่อให้หันมาแนะนำให้เธอได้รู้จักกับหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางห้องนั้น

และยังไม่ทันที่ภัทรพลจะได้เอ่ยอะไรออกไป แก้วกานต์ดายืนมองการสนทนาของภัทรพลกับซาร่าก็พูดขึ้นมาด้วยความเหลืออดที่ดูเหมือนทั้งสองจะทำเป็นมองไม่เห็นเธอเลย

“สวัสดีคะ ดิฉันแก้วกานต์ดาคะ จากนิตยสาร Perfection มาติดต่อเรื่องงานกับคุณภัทรพล แต่ตอนนี้ดูเหมือนคุณภัทรพลจะไม่ว่างเสียแล้วยังไงดิฉันขอตัวก่อนคะ สวัสดีคะ” แก้วกานต์ดากัดฟันพูดออกไปอย่างคนน้อยอกน้อยใจเต็มที่เมื่อดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่สนใจเธอเลย

แก้วกานต์ดาทำท่ากลับหลังหันจะเดินออกไปจากห้อง แต่ยังไม่ทันจะถึงประตูข้อมือของหญิงสาวก็ถูกภัทรพลดึงไว้เสียก่อน พร้อมกับหันไปบอกทางซาร่า

“เอาเป็นว่าเราไปทานข้าวพร้อมๆ กันเลยแล้วกัน ผมจะได้แนะนำให้คุณรู้จักอย่างเป็นทางการเสียที” ภัทรพลจับข้อมือแก้วกานต์ดาไว้แน่นแม้หญิงสาวจะพยายามสบัดเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมก็ตามแต่ก็ไม่ได้ผล

“ส่วนเรื่องงานเอาไว้กลับมาคุยกันก็แล้วกัน” ชายหนุ่มหันไปบอกแก้วกานต์ดาอย่างต้องการจะบอกเป็นนัยๆ ว่าเขามีเรื่องจะต้องคุยกับเธออย่างแน่นอน

ให้ตายสิ... ยิ่งกันคุณออกจากปัญหามากเท่าไหร่ คุณยิ่งวิ่งเข้ามาหา สงสัยจะห่างตัวไม่ได้เสียแล้วล่ะมั้งคราวนี้ ภัทรพลคิดถึงหญิงสาวข้างกาย ด้วยว่าห่วงใยในความปลอดภัยของหญิงสาวยิ่งนักในตอนนี้

ท่าทางการยื้อยุดชุดกระชากระหว่างภัทรพลกับแก้วกานต์ดาก็ไม่ได้ลอดพ้นสายตาของซาร่าไปได้เพียงแต่เธอไม่ได้โวยวายออกมาให้ภัทรพลเห็นเนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ชายหนุ่มเกิดความเคลือบแคลงสงสัยได้ ยิ่งช่วงนี้ภัทรพลมีการระวังตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน





----------------------------------------

ก่อนอื่นพี่กันต้องขอโทษน้องๆ คนอ่านทุกคนนะคะที่อัพนิยายเรื่องนี้ช้ามาก
หวังว่ายังไม่หนีหายไปกันหมดซะก่อนนะคะ

ฝากเม้นเป็นกำลังใจให้คนเขียนที่เหมือนต้องเริ่มเขียนใหม่คนนี้ด้วยนะจ๊ะ

และพี่กันขอขอบคุณทุกๆ กำลังที่ส่งให้พี่กันอย่างต่อเนื่องด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #200 nunpanu (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 12:45
    อ่านแล้วติดใจ อย่างนี้ต้องรอนานไหมคะ
    #200
    0
  2. #198 weelyone (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:44
    ดีจังกลับมาอัพแล้ว  อย่าหายอีกนะคะแวบๆๆเข้ามาดูตลอดว่าอัพหรือยัง  แล้วอัพไวๆๆๆๆๆๆๆๆนะคะ
    #198
    0
  3. #195 Rcasia (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 / 10:04
    ในที่สุดต้วมเตี้ยมก็ตามมาสมทบได้ทัน 555+

    พี่กันจ๋าอย่างเพิ่งโกรธน้องสาวคนนี้น๊า
    โดนงานทับไว้คนกระอักเลยค่ะ
    แล้วจะแวะมาให้กำลังใจพี่สาวผู้ใจดีคนนี้อีกนะจ๊ะ

     จุ๊ฟ ๆๆๆ
    #195
    0
  4. #189 ไวท์เลเบิล (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:01


    99999999999999999 ไม่หยุด
    ฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉุด ไม่ อยู่
    ฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉฉลุย โลด จ้า
    #189
    0
  5. #188 mydei (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มกราคม 2553 / 11:29
    #188
    0
  6. #187 pa jum (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มกราคม 2553 / 03:49
    Cheer up!!!!
    #187
    0
  7. #186 mydei (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มกราคม 2553 / 06:40
    #186
    0