สะดุด(รัก)

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 17: งานเข้าอีกแล้ว........ (2) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 ก.พ. 53



ตอนที่ 17: งานเข้าอีกแล้ว........ (2)

 

“ไอ้บ้า... ช่วยด้วย” เธอร้องพร้อมทั้งยกเข่าขึ้นสูงกระแทกเข้าที่ร่างของพิพัฒน์

“โอ้ย...” พิพัฒน์ร้องออกมาด้วยจุกที่ท้องน้อย

มณีกานต์ดาก็ไม่รู้ว่าเข่าของเธอไปโดนตรงไหนรู้แต่ว่าร่างที่ทับเธออยู่ผงะออกไปนิดหนึ่ง ทำให้หญิงสาวทะลึ่งพรวดลุกขึ้นแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวออกจากที่นั้นเธอก็โดนรวบขาทั้งสองข้างไว้ด้วยแรงที่มากกว่า ก่อนที่ร่างของมณีกานต์ดาจะหงายหลังลงไปจนศีรษะของเธอเกือบจะฟาดกับพื้นนั้น ก็มีแขนที่แข็งแรงของใครคนหนึ่งเข้ามารองรับศีรษะและร่างของเธอเอาไว้พร้อมๆ กันกับรองเท้าหนาๆ กระแทกไปที่ศีรษะของพิพัฒน์เสียงดังพลั่ก

จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ตะลุมบอนกันขึ้น เสียงหวีดร้องของผู้หญิงเสียงฮือฮาของผู้ชาย และบรรดาไทยมุงเริ่มขึ้นที่ไฟสลัวๆ เมื่อครู่นี้ก็ติดพรึบสว่างไสวขึ้นทั่วทั้งบริเวณผับแห่งนี้

“คุณเมฆ” น้ำเสียงเรียกแผ่วเบาของมณีกานต์ดาลอดออกมาจากปาก เมื่อเห็นอย่างถนัดตาว่าร่างของชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยเธอคือเมฆาคนที่เธอคิดถึงตลอดว่าเหตุใดในวันนี้เขาไม่มารับเธอตามเวลาที่เขาเคยทำมาเป็นประจำ จากนั้นหญิงสาวเริ่มรู้สึกมึนตาลายสายตาเริ่มเบรอแล้วร่างของเธอก็ค่อยๆ ทรุดลงกองที่พื้น

“คะ... คุณ... เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ” ผู้หญิงหนึ่งในไทยมุงเดินเข้ามาถามพร้อมกับเขย่าร่างของมณีกานต์ดาเพื่อเรียกสติของเธอจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกับศีรษะของเธอเพียงเล็กน้อยเนื่องจากมีแขนของเมฆามารองรับไว้ก่อนนั่นเอง เมื่อมณีกานต์ดาจึงใช้สติที่มีอยู่เล็กน้อยหันมองร่างเจ้าของเสียงแล้วเบิกตากว้าง

“ปะ... ไปช่วยคุณเมฆก่อนเถอะคะ” มณีกานต์ดาบอกออกไปด้วยน้ำเสียงบางเบา

“พวกเขาไม่เป็นไรหรอก ผู้ชายที่มาช่วยคุณไว้ตัวใหญ่กว่าตั้งเยอะคะ คุณอย่าไปห่วงเขาเลยห่วงตัวเองจะดีกว่า” เสียงหญิงสาวที่เข้ามาช่วยพยุงเธอแล้วพูดเป็นเชิงตำหนิว่าให้ห่วงตัวเองดีกว่า

“ไม่คะ... ไปช่วยพวกเขาเถอะคะ” มณีกานต์ดายังคงดื้อดึงที่จะให้เขาไปห้ามชายทั้งสองที่กำลังมีเรื่องชกต่อยกันอยู่

จากนั้นเสียงเอะอะเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงเฮฮา ต่อรองกันเกิดขึ้น ไทยมุงตีวงกลมกว้างปล่อยให้ร่างสองร่างแลกหมัดกันนัวเนียไม่นานนัก พิพัฒน์ซึ่งดื่มเหล้าเข้าไปมากอยู่แล้วก็ทรุดลงไปกองกับพื้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ตำรวจมาถึงบรรดาไทยมุงจึงต้องแตกฮือกันในทันที เมฆายกมือขึ้นปาดเลือดที่ไหลลงมาที่มุมปาก พร้อมกับหันไปมองหาร่างบางของมณีกานต์ดาด้วยว่าเขามีความห่วงใยเธอเป็นอย่างมากในตอนนี้ แต่ก็ไม่พบร่างของเธอเสียแล้วเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้นำร่างของมณีกานต์ดาออกไปจากบริเวณนี้เรียบร้อยแล้ว

“ผมสารวัตรเมฆา ผมต้องไปที่โรงพักเลยหรือเปล่าครับ” เมฆาถามทางเจ้าหน้าที่ออกไปอย่างรู้งานพร้อมกับแสดงตัวว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่เช่นกัน

“ครับ สารวัตร ผมขอคำให้การไม่นานหรอกครับ” เจ้าหน้าที่ทำความเคารพพร้อมกับแจ้งว่าเสียเวลาให้การไม่นานนัก

“งั้นผมต้องหาเพื่อนก่อน เมื่อครู่เธออยู่ที่นี่” เมฆาบอกเจ้าหน้าที่ออกไปพร้อมทั้งหันซ้ายหันขวามองหาร่างบางของมณีกานต์ดาต่อ แต่ในตอนนี้ร่างของพิพัฒน์ได้ถูกหามออกไปที่โรงพักแล้ว แถมด้วยข้อหาทะเลาวิวาทในที่สาธารณะอีกต่างหาก

“เชิญครับ แต่ผมต้องขอไปกับคุณนะครับ เพราะมันจะน่าเกลียดไปหน่อยที่จะปล่อยให้คุณไปเอง คนที่นี่เขาไม่เข้าใจเดี๋ยวจะหาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานไม่ได้เรื่อง ผมหวังว่าคุณคงเข้าใจนะครับ” ทางเจ้าหน้าที่อธิบายเสียยืดยาวแต่ในตอนนี้เมฆาเริ่มหันมองหาร่างของหญิงสาวแล้วหันไปตอบทางเจ้าหน้าที่ในทนที

“ผมเข้าใจ แต่ตอนนี้ผมต้องตามหาเพื่อนของผมก่อน” ชายหนุ่มแหวกผู้คนออกมาด้านนอกพร้อมกับนายตำรวจหนุ่มรุ่นน้อง เขาตรงมาที่รถทันทีที่โผล่พ้นออกมาได้และเห็นมณีกานต์ดากำลังถูกพัดวีจากหญิงสาวที่ช่วยพยุงเธอออกมาจากภายในของผับแห่งนั้น ชายหนุ่มถึงกันกระโจนพรวดเข้าไปหาร่างบางของหญิงสาวทันที

“เพื่อนผมเป็นอย่างไรบ้างครับ” เมฆาเอ่ยถามหญิงสาวผู้หวังดี

“เออ... ก็เป็นลมน่ะคะ เลยต้องพยุงออกมาข้างนอกเพราะด้านนอกอากาศจะโปร่งกว่า” หญิงสาวผู้หวังดีตอบออกมาอย่างแสดงความมีน้ำใจอย่างเต็มเปี่ยม

“ครับ งั้นผมขอบคุณมากนะครับ” เมฆาเอ่ยขอบคุณหญิงสาวผู้หวังดี พร้อมๆ กันกับพยุงร่างของมณีกานต์ดาเข้าไปวางไว้ที่เบาะด้านข้างเขาแล้วเอนให้ร่างของเธอได้นั่งอย่างสบายๆ

“ผมคงต้องพาเพื่อนไปโรงพยาบาลก่อน หมวดขึ้นมาเลยครับ” เมฆาหันไปบอกนายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องให้ตามขึ้นมาบนรถที่เขาเองก้าวขึ้นไปรอในตำแหน่งคนขับรีบร้อยแล้ว และเขาก็รีบเคลื่อนรถออกจากลานจอดรถของผับแห่งนี้ในทันทีเพื่อมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาล

หลังจากเมฆาพามณีกานต์ดามาถึงโรงพยาบาลแล้ว ก็โทรแจ้งแก้วกานต์ดาว่าพบกับพี่สาวของเธอแล้วไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมากนัก เขาจัดการทุกอย่างได้ ทางแก้วกานต์ดาจึงคลายความห่วงใยในตัวพี่สาวลงได้บ้าง แต่จิตใจของแก้วกานต์ดาเองก็ยังร้อนรนเช่นเดิมจากการกระทำของภัทรพลนั่นเอง

 

ในคืนนั้นเรื่องโกลาหลต่างจบลงได้ง่ายดายมาก เมื่อพยานรู้เห็นต่างให้การตรงกันว่าพิพัฒน์จงใจที่จะลวนลามมณีกานต์ดาจนเกิดเรื่องวิวาทขึ้น และได้เมฆาเข้ามาช่วยเหลือไว้ คำให้การของพยานทุกคนตรงกันคดีทะเลาะวิวาทจึงจบ

ลงโดยพิพัฒน์ถูกส่งเข้าไประงับสติอารมณ์ในห้องขัง

            ทางเมฆาเมื่อพามณีกานต์ดาออกจากโรงพยาบาลแล้วเนื่องจากหญิงสาวยังไม่ได้สติดีนัก และยังมีอาการไข้เข้ามาแทรกซ้อนอีก เมฆาจึงตัดสินใจพาหญิงสาวมุ่งตรงไปที่บ้านเขาทันทีด้วยว่ามีความห่วงใยในตัวหญิงสาวยิ่งนัก

            เมื่อเมฆาอุ่มร่างบางก้าวเข้าบ้านเพียงเท่านั้นก็ต้องพอกับผู้เป็นมารดาหรือคุณหญิงจิตราซึ่งเธอได้เสียสามีไปแล้วและในตอนนี้เธออยู่กับบุตรชายเพียงสองคน

            “ตายแล้ว... ตาเมฆไปพาผู้หญิงที่ไหนมาเนี้ย” คุณหญิงจิตรายกมือทาบอกพร้อมทั้งตาโตด้วยตกใจไม่คิดว่าบุตรชายคนเดียวของเธอจะพาหญิงสาวไร้สติเข้าบ้านในเวลามืดๆ ค่ำๆ เช่นนี้

“นุ่ม... นุ่มออกมานี่หน่อยสิ” คุณหญิงจิตรายังไม่วายเรียกสาวใช้ให้ออกมาดูบุตรชายเขาพาผูหญิงเข้าบ้านด้วยหญิงสาวสลบไสลมาเลยทีเดียว หัวอกคนเป็นแม่จะวายแล้วตอนนี้คุณหญิงจิตราทำท่าทางจะเป็นลมจนนุ่มที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาถึงกับต้องประคองไว้เลยทีเดียว

“โธ่... คุณแม่ ฟังผมก่อนสิ อย่าเพิ่งโว้ยวายไปอายข้างบ้านเขาบ้างสิครับ” เมฆาเอ่ยให้คนเป็นมารดาฟังขณะที่อุ้มร่างบางของมณีกานต์ดามุ่งตรงไปยังห้องนอนเขาที่ใช้เป็นประจำ แล้ววางร่างของหญิงสาวลงบนที่นอนที่เขาใช้เป็นประจำ คุณหญิงจิตราและนุ่มก็ยังคงประคองกันเดินตามด้วยว่าอยากรู้ว่าหญิงสาวที่เมฆาอุ้มนั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใครถึงได้ถูกเมฆาอุ้มมาได้เช่นนี้

หลังจากเมฆาว่างรางบางลงบนเตียงเรียบร้อยก็หันไปสั่งนุ่มให้จัดการเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับหญิงสาว ส่วนเมฆาก็หันไปประคองคนเป็นมารดาแล้วพาเดินออกมายังภายนอก พามานั่งที่โซฟารับแขกหน้าบ้านแล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับมารดาฟัง พร้อมยังเล่าเรื่องของหัวใจเขาให้กับผู้เป็นมารดาฟังเสียด้วยเลยเพราะเขาเริ่มทนไม่ไหวที่จะรอให้มณีกานต์ดายอมรับในตัวเขาแล้วอยากจะรวบรัดเสียเลยด้วยซ้ำยิ่งเห็นภาพที่เธอถูกลวนลามนั้นเขายิ้งทนไม่ได้นี่ถ้าเขาไปไม่ทันอะไรจะเกิดขึ้น เขายอมไม่ได้จริงๆ  

เมื่อผู้เป็นมารดาได้ฟังก็เข้าใจในความรู้สึกของบุตรชายแต่ก็เอ่ยได้เพียงให้บุตรชายใจเย็นๆ ถ้าหญิงสาวที่บุตรชายเล่าให้ฟังไม่มีใจให้คงไม่ยอมพูดคุยด้วย หรือไปไหนมาไหนด้วยตั้งแต่แรกหรอก คำบอกเล่าของมารดาทำให้เมฆาใจชื้นขึ้นมาเยอะเหมือนกันและก็พร้อมที่จะตั้งรับกับความพยศของมณีกานต์ดาในตอนเช้าแล้วด้วย

“คุณแม่ไปพักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมแวะไปดูเธอ แล้วก็จะไปพักเหมือนกัน ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะพยศขนาดไหนที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่ใช่บ้านของตัวเอง” เมฆาเอ่ยกับผู้เป็นมารดาอย่างขันๆ เมื่อนึกถึงตอนที่หญิงสาวต้องตื่นขึ้นมาในห้องของเขา

            “ตาเมฆ... สัญญากันแม่นะว่าจะไม่ทำอะไรเกินเลย” คุณหญิงจิตราเอ่ยขัดบุตรชายเมื่อเห็นท่าทางขี้เล่นของบุตรชายแล้ว

            “โธ่... แม่ครับผมไม่ทำอะไรคนหลับหรอกครับ ถ้าตื่นก็ไม่แน่” เมฆาตอบทีเล่นทีจริง จนทำเอามารดาตกใจต้องยกมือขึ้นทาบอกอีกรอบหนึ่ง

            “ตาเมฆ...” คุณหญิงจิตราอุทานออกมา

            “แม่ครับผมสัญญาครับ พอใจไหมครับ” เมฆาบอกพร้อมกับเดินเข้ามาโอบกอดมารดาเอาไว้แล้วพาเดินไปส่งยังห้องนอนของมารดา

            “พักผ่อนได้แล้ว ฝันดีนะครับ” เมฆาเอ่ยเบาๆ พร้อมกับหอมแก้มมารดาไปเสียฟอดใหญ่เลยทีเดียว จนคนเป็นมารดาถึงกับยิ้มในความทะเล้นของบุตรชาย

เมื่อเมฆาแยกกับทางมารดาที่หน้าห้องนอนแล้วเขาก็มุ่งตรงไปที่ห้องที่มณีกานต์ดาพักผ่อนอยู่ เมื่อชายหนุ่มเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นร่างบางของหญิงสาวนอนหลับอยู่ จึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับจับหน้าผากเพื่อสำรวจอาการของหญิงสาวด้วยความห่วงใยนั้นมากมายแม้ว่าจะเคืองๆ หญิงสาวอยู่บ้างที่ยอมออกมากับนายพิพัฒน์ได้ยังไงกัน

“บ้าที่สุดเลย... ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้” วีรยาหันมากราดเกรี้ยวใส่หน้าของพิพัฒน์ซึ่งนั่งหน้าบวมอยู่ที่เตียง หน้าตาอิดโรยฟกช้ำจากการชกต่อยกับทางเมฆามา

“ผม.... ไม่ได้ตั้งใจผมคงเมามากไปหน่อยน่ะ” พิพัฒน์บอกกับภรรยาออกไปเสียงอ่อนด้วยรู้ว่าสิ่งที่เขาได้ทำลงไปนั้นมันเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และคงมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานอย่าแรงแน่ถ้าเกิดบิดาของวีรยาทราบเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้วีรยาเป็นตัวช่วยในครั้งนี้เขาจำเป็นต้องยอมทางวีรยาไปก่อนในตอนนี้

“ผม... ขอโทษนะ” พิพัฒน์เอ่ยออกมาพร้อมทำท่าจะเดินเข้าไปโอบกอดร่างของภรรยาเพื่อแสดงการเอาใจ

“มาขอโทษตอนนี้ไม่สายไปหน่อยหรอ ฉันต้องวิ่งโร่ไปประกันตัวคุณออกมาจากคุกอย่างนี้น่ะเหรอ” น้ำเสียงของวีรยายังคงเกรี้ยวกราดไม่ยอมลดราวาศอกให้กับพิพัฒน์เลย เนื่องจากเธอไม่คิดว่าสามีเธอจะทำกับเธอได้ลงคอ ในเมื่อเธอให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเขาแล้วทำไม... คิดแล้วให้น่าโมโหยิ่งนัก

“แล้ว... นี่ถ้าคุณพ่อรู้เข้า ฉันจะบอกคุณพ่อว่ายังไงคะ ไหนคุณลองบอกฉันมาสิ” วีรยาบอกออกไปด้วยรู้ว่าเรื่องต้องถึงหูบิดาของเธอแน่นอน พยานรู้เห็นก็เยอะแยะมีหวังได้ลงหนังสือพิมพ์หราแน่ๆ ในวันพรุ่งนี้

ทางพิพัฒน์จึงเอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตามองพื้นไม่ยอมสบตากับคนเป็นภรรยาเลยสักนิดเขายอมรับกับตัวเองว่าเขาผิด แต่ในตอนนี้เขาไม่รู้จะแก้ไขปัญหาได้อย่างไรเนื่องจากเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์จะออกมาในรูปแบบนี้ มันน่าเจ็บใจยิ่งนัก อุตส่าห์วางแผนไว้อย่างดีแล้วเชียวยังมาพลาดเสียได้ คิดๆ แล้วก็เจ็บใจ แต่ตอนนี้คงต้องหาทางเอาตัวรอดจากคนเป็นภรรยาให้ได้เสียก่อน

“ผม... รับรองว่าเหตุการณ์อย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ผมสัญญา” พิพัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแสดงความสำนึกผิดพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนให้กับคนเป็นภรรยา

เมื่อวีรยาเห็นเช่นนั้นก็ให้เกิดสงสารคนเป็นสามี และเธอยังคงเชื่อสามีอยู่ลึกๆ ว่าเขาไม่กล้าทำเช่นนี้หรอกถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่อ่อยคนเป็นสามีเธอก่อน เพราะแต่ไหนแต่ไรพิพัฒน์ไม่เคยประพฤติตนเช่นนี้มาก่อน วีรยายังคงคิดและไว้ใจในตัวของพิพัฒน์อยู่มาก แต่ที่เธอแสดงท่าทางเกรี้ยวกราดนั้นเพราะอารมณ์โมโหชั่ววูบเพียงเท่านั้น อย่างไรเสียเธอก็ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเธอจึงจำเป็นต้องเก็บความสงสารสามีไว้เพียงลึกๆ เท่านั้น

พิพัฒน์เพียงแค่เห็นท่าทางของภรรยาเท่านั้นเขาก็รู้แล้วว่า วีรยาในตอนนี้เริ่มอารมณ์เย็นลงบ้างแล้วจึงรีบแสดงทางทีออดอ้อนออกไป

“ผมไม่ได้ตั้งใจ... ผมคงดื่มมากไป คุณคงต้องช่วยคุยกับคุณพ่อให้แล้วล่ะ... ผมรับรองว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกแน่ๆ ผมสัญญานะคุณ ผมขอโทษ...” พิพัฒน์เสียงอ่อยแล้วขยับเข้าไปโอบกอดร่างของภรรยาอย่างต้องการเอาใจเต็มที แม้ภายในใจยังนึกเสียดายหญิงสาวอย่างมณีกานต์ดาอยู่ก็ตาม

“พอ... พอ... คะ ฉันจะช่วยคุณอีกแค่ครั้งนี้เท่านั้นนะคะ แต่ถ้ามีเหตุการณ์เช่นนี้อีก รับรองคุณลำบากแน่ๆ” วีรยาเอ่ยขัดขึ้นด้วยถ้าเธอไม่ช่วยสามีของเธอแล้วเธอจะไปช่วยใคร และที่สำคัญเธอก็รักพิพัฒน์มากเสียด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้นคุณหญิงจิตรากำลังจะเดินไปที่ห้องของเมฆาบุตรชายเพื่อเข้าไปดูอาการของมณีกานต์ดาว่าดีขึ้นหรือยังเมื่อคุณหญิงจิตราเปิดประตูห้องเข้าไปก็ต้องให้ตกตะลึงกับภาพที่เห็นเมื่อเมฆายังคงอยู่ในชุดเดิมของเมื่อวานนี้ที่ดูจะนั่งเอนหลับกับพนักหัวเตียงอยู่ไม่ยอมห่างจากเตียงที่ร่างมณีกานต์ดานอนอยู่

ภาพที่เห็นทำให้คุณหญิงนึกเอ็นดูหญิงสาวร่างบางที่นอนอยู่โดยมีบุตรชายนั่งเฝ้า นี่ตาเมฆคงจะรักจริงถึงขนาดไม่ยอมห่างจากเตียงเลย ผู้เป็นแม่จึงเดินเข้าไปสะกิดบุตรชายเพียงเบา

“นี่... ตาเมฆลงมาจากเตียงเลย เพิ่งสัญญากับแม่เมื่อคืนนี้ ลืมซะแล้วเรานี่” คุณหญิงจิตราปลุกบุตรชายพร้อมกับเอ็ดออกไปอย่างไม่จริงจังนักเนื่องจากเชื่อมั่นในตัวของบุตรชายว่าจะไม่ทำเรื่องเสียหายอย่างแน่นอน

เมฆาขยับตัวจากการเดินเข้ามาปลุกของมารดา พร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้กับมารดาอย่างเก้อๆ เมื่อรู้ว่าตนได้เผลอหลับไปจากการเข้ามาดูอาการของหญิงสาว

“ครับ... ตื่นแล้วครับ ผมเผลอหลับไปน่ะครับคุณแม่” เมฆาเมื่อรู้สึกตัวก็เอ่ยปากบอกกกับมารดาออกไปตามความจริง

“เรานี่จริงๆเล้ย... นี่ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าจะทำยังไง” คุณหญิงจิตรายังไม่วายบ่นในการกระทำของบุตรชาย

“ครับ ผมขอโทษครับ” เมฆาบอกกับมารดาและลุกขึ้นไปกอดแสดงการเอาใจ

เมฆาหันไปมองร่างมณีกานต์ดาที่นอนหลับไหลอยู่ และยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ คงเป็นเพราะร่างกายไม่ค่อยได้พักผ่อน และจากการถูกนายพิพัฒน์จู่โจมอีกด้วย คิดแล้วมันน่าเจ็บใจนักไม่น่าให้มีการประกันตัวเลยจริงๆ เมฆาคิดแล้วหันไปหาผู้เป็นมารดา

“มณียังไม่ตื่น งั้นผมไปอาบน้ำก่อน ผมฝากด้วยนะครับ” เมฆาบอกกับมารดาแล้วจัดการเดินไปจัดการกับตัวเองต่อเมื่อมารดาพยักหน้ารับรู้ในความต้องการของบุตรชาย

เมื่อเมฆาจัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งตรงมาหามารดาที่กำลังสั่งนางนุ่มสาวใช้ให้ไปจัดเตรียมนมอุ่นๆ และอาหารไว้รอเสิร์ฟให้กับหญิงสาวเมื่อตื่นขึ้นมา

“อ้าว... ตาเมฆวันนี้ไม่ออกไปทำงานหรอกหรือ” คุณหญิงจิตราเห็นบุตรชายแต่งตัวด้วยชุดลำรองก็เอ่ยถามบุตรชายขึ้นมา

“ไม่ล่ะครับ... ผมจะอยู่พยาบาลคนป่วยครับ” เมฆาตอบมารดาตามตรงเนื่องจากเขามีความห่วงใยในตัวหญิงสาวจริงๆ

“อืม... จ้า” ผู้เป็นมารดาพยักหน้ารับรู้

จากนั้นคุณหญิงจิตราก็หันไปบอกนางนุ่มให้ไปจัดการงานตามที่ได้สั่งไว้ ในระหว่างนั้นคุณหญิงจิตราก็เลยจำต้องนั่งอยู่กับบุตรชายเนื่องจากเกรงว่าเมฆาจะทำอะไรประเจิดประเจ้อออกมาอีก จนทำให้ทางฝ่ายหญิงเขาเสียหายได้แม้ว่าคุณหญิงเองจะมั่นใจในตัวของบุตรชายก็ตาม




-------------------------------------


พี่กันแวะมาลงให้แค่นี้ก่อนนะคะ 

ช่วยเม้มเป็นกำลังให้คนเขียนด้วยนะคะ

แล้วจะรีบมาลงให้เพิ่มนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #194 Rcasia (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 / 09:57
    โชคดีจริง ๆ ที่คุณเมฆายื่นมือเข้าช่วย ^^
    ค่อยหายใจโล่งแทนค่ะ คิก ๆ
    #194
    0
  2. #185 mydei (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 02:53
    #185
    0
  3. #184 pybpig (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 10:44
    สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่กัน หวังว่าคงไม่ช้าเกินไปนะคร้า

    เป็นกำลังใจให้พี่กันเสมอค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
    #184
    0
  4. #180 mydei (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2552 / 21:10
    #180
    0
  5. #179 pybpig (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2552 / 14:22
    นึกว่าพี่เมฆเราจะมาไม่ทันซะแล้ว มณีจ๋าถ้าพี่เมฆมาไม่ทันจะทำยังไงดีเนี่ย

    เป็นกำลังใจให้พี่กันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
    #179
    0
  6. #177 ไวท์เลเบิล (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2552 / 15:05
    1 vote

    +100

    ka


    #177
    0
  7. #176 Nut :+: ta :+: Karn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2552 / 10:12

    อย่าได้ช้าค่ะ มาอัพไวๆๆๆนะค่ะ

    #176
    0
  8. #175 weelyone (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2552 / 12:19
    อัพต่อนะๆอย่าช้านะคะ
    #175
    0
  9. #173 mydei (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2552 / 20:11
    #173
    0
  10. #172 mydei (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2552 / 16:13
    #172
    0
  11. #170 scudy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2552 / 08:53

    สู้ๆนะคะ^^~

    #170
    0
  12. #168 pybpig (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2552 / 14:13
    หายไว ๆ นะคะ รักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ เป็นห่วงค่ะ

    รักนะจุ๊บ จุ๊บ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
    #168
    0
  13. #167 Nut :+: ta :+: Karn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2552 / 13:33
    รีบมาอัพต่อนะพี่กัน ....หนูรออยู่
    #167
    0
  14. #165 mydei (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2552 / 11:29
    #165
    0