Rascal เสือใหญ่ [The tiger SET]

ตอนที่ 3 : เสือใหญ่กินคน 3 :: เสือดุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    9 ก.พ. 64



ฉันนั่งปอกผลไม้แบ่งเด็กๆ ในห้องกินหลังจากเข้ามาเยี่ยมน้องชายพร้อมกับซื้อของติดไม้ติดมือมาด้วย พี่เสือใหญ่น่ะพอมาส่งฉันเสร็จก็รีบขับรถออกไปเลย ดีหน่อยที่เมื่อวานเตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋ามาด้วยจึงไม่ต้องใส่ชุดเดิมให้คนอื่นสงสัย

“มิริน ขอสักชิ้นดิ”

“อ่ะ”

ไมค์ เพื่อนสมัยเรียนที่ปัจจุบันทำงานเป็นหมอมานั่งคุยด้วยได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว เขาอายุมากกว่าสองปีแต่ไม่ได้ถือพี่น้องกันและเขาไม่ใช่หมอเจ้าของไข้สาเก

“พี่หมอๆ หยิบขวดน้ำบนโต๊ะให้ผมหน่อย” เพื่อนของน้องชายคนหนึ่งพูดพลางชี้นิ้วบอกตำแหน่ง

นอกจากไมค์กับสาเกฉันไม่รู้จักชื่อคนอื่นในห้องเลย แต่ก็สนิทพอจะคุยแบบไม่อึดอัดกับพวกเด็กๆ ได้ถึงบางครั้งพวกเขาจะพูดหยาบคายตามประสาเพื่อนไอ้เกก็เถอะ

“พี่รินเป็นแฟนกับพี่ไมค์เหรอ”

“เปล่า ไม่ได้เป็น”

“ฮั่นแน่~”

เถียงไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร เด็กพวกนี้มันชอบแซวฉันกับไมค์เลยได้แต่หัวเราะแห้งๆ ส่งให้

“แค่กๆ” เสียงไอจากคนบนเตียงทำให้ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียวกัน ฉันซึ่งอยู่ใกล้น้องที่สุดรีบวิ่งไปกดปุ่มเรียกพยาบาลโดยด่วน เฝ้ามองแพขนตาที่ขยับไปมาสักพักก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ เปิดขึ้น

น้องชายของฉันฟื้นแล้ว…

“พี่ริน” เสียงแหบแห้งเพราะขาดน้ำเอ่ยเรียก อ้อมกอดอบอุ่นนี้ฉันคิดถึงมันเหลือเกินทว่าต้องผละออกจากกันก่อนขณะที่คุณหมอเข้ามาตรวจอาการ

“คนไข้ดีขึ้นมากแล้วครับ ให้จิบน้ำบ่อยๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนจะออกจากโรงพยาบาลได้ตอนไหนขอหมอดูอาการอีกสองสามวันนะครับเพราะอาจจะต้องใส่เฝือก”

“ค่ะหมอ”

“พยาบาล จัดยาแก้ปวดมาให้คนไข้ด้วย” กล่าวจบก็เดินออกไป ทิ้งพยาบาลหนึ่งคนไว้ตรวจเช็คสายน้ำเกลือและความเรียบร้อย

“คนไข้จะรับมื้อเช้าเลยไหมคะ”

“ค่ะ เอามาเลยค่ะ” ฉันตอบแทนน้อง นอนมานานยังไม่ได้ทานอะไรยังไงก็ต้องหิวอยู่แล้ว

“แพ้อาหารอะไรไหมคะ”

“ไม่แพ้ค่ะ แต่ขออาหารที่ไม่หนักท้องเกินไปให้เขาด้วยนะคะ”

“ค่ะ ถ้ามีอะไรกดปุ่มเรียกได้เลยนะคะ”

ฉันพยักหน้า รับขวดน้ำดื่มจากมือไมค์เทใส่แก้วเอามาป้อนสาเกที่แขนเดี้ยงอยู่พลางส่งสายตาดุเพื่อนน้องที่ลุกมาเกาะขอบเตียงเหมือนกับคนแคระทั้งเจ็ดกำลังรุมดูสโนไวท์

“ถอยไปหน่อย อย่ารุม” เมื่ออ่านสายตาไม่ออกก็ดุตรงๆ นี่แหละ ฉันขยับไม่สะดวกเลยแบบนี้

“มันทำอะไรพี่!” น้ำเสียงดุดันดังขึ้น สาเกกดเสียงต่ำให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน ฉันรู้ว่าไอ้เกหมายถึงพี่เสือใหญ่แต่ทำเป็นเลี่ยงเผื่อน้องชายจะยอมเชื่อ

“ใคร? นี่ไมค์ไง เพื่อนพี่สมัยเรียน เมื่อก่อนเลี้ยงขนมแกออกจะบ่อย” ฉันเฉไฉไปเรื่อย ชี้นู่นชี้นี่ทำเป็นไม่เข้าใจ

“เสือใหญ่...มันทำอะไรพี่”

“...” น้องไม่จบ เหงื่อฉันงี้ก็เริ่มแตกพลั่กๆ

“เราต้องคุยกันพี่มิริน”

ค่ะพ่อ...คุยก็คุย

“ไปทำงานต่อละนะ หมดเวลาพักละ” ไมค์ลาพร้อมกับตบบ่าฉันเบาๆ เขายิ้มให้กำลังใจคนเจ็บ สาเกเองก็ยิ้มตอบพี่ชายใจดีที่เคยเลี้ยงขนมตัวเองในอดีต

“มึงเป็นไงบ้างวะ เดี้ยงเลยเนี่ย”

“กูบอกแล้วว่าอย่าไปทำ แม่งไม่ฟัง”

“เออ เดือดร้อนพวกกูหามมาโรงบาล มึงตีกับพี่เขากี่รอบมึงแพ้ตลอดยังจะทำอยู่อีก”

พอน้องชายมีเพื่อนคุยเล่นจึงหลบมานั่งแกะส้มทานเงียบๆ คนเดียวและนึกขึ้นได้ว่าต้องคืนเงินเพื่อนน้อง ถ้ารอนานกว่านี้ต้องลืมอีกแน่เลยควักเงินออกมาจากกระเป๋าแต่พบว่ามันไม่พอ

“เมื่อวานพี่ยืมเงินใครนะ”

“ผมเอง”

“เอาเลขบัญชีมา”

ในจังหวะที่ก้มหน้าเส้นผมก็ปรกบังตา ฉันใช้มือข้างที่ว่างนำมันทัดหู สายตามองตรงที่หน้าจอ ฟังหมายเลขบัญชีและกดไปด้วย

“สวย” เสียงทุ้มแผ่วเบาดังใกล้ๆ ฉันเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะเห็นเพื่อนน้องชายคนนี้มองอยู่ก่อนแล้ว

“หือ?”

“เอ่อ...สวยพี่สวย ตอนแรกนึกว่าพี่จะลืมซะแล้ว”

“ไม่ลืมหรอก แล้วน้องชื่ออะไรพี่จำไม่ได้”

“ชื่อเอ็มครับพี่” เขาตอบด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสดใส แถมมียักคิ้วข้างหนึ่งส่งมาให้ชวนให้ใจสั่นเพราะความหล่อ

“น้องอีกคนล่ะ”

“เจคครับผม เดี่ยวๆ กันได้นะพี่สาว”

“อย่าหาเรื่องพี่กู!” สาเกตวาดเสียงเกรี้ยวพลางแยกเขี้ยวขู่เหมือนหมาหวงเจ้าของ “ถ้ากูขยับได้จะตบหัวมึงให้กระเด็นเลยไอ้เจค”

“ก็มาดิคร๊าบบบ มึงขยับให้ได้ก่อนครับเพื่อน”

ฉันนิ่วหน้าเมื่อได้ฟังภาษาวัยรุ่น เด็กสมัยนี้ช่างสรรหาประโยคหรือคำแปลกๆ มาใช้กันมากมาย ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็มองว่าปกติแต่พอโตขึ้นกลับรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเข้าหู

นี่ฉันยังไม่แก่หรอกนะ อายุมากกว่าสาเกนิดเดียวเอง

“มึง เดี๋ยวกูเขียนเฝือกให้” เจคโพล่งขึ้นทำท่าจะหยิบเมจิกในกระเป๋าออกมา

“เออๆ กูเคยได้ยินมาว่าถ้าเขียนอวยพรคนเจ็บจะได้ถอดเฝือกเร็วขึ้น”

“ไม่เอาสกปรก พวกมึงออกไปเลย กลับบ้านไปอาบน้ำเหอะกูเหม็นเปรี้ยว!” สาเกบ่นด้วยอารมณ์หงุดหงิดซึ่งเวลาต่อมาเพื่อนทั้งสองก็ดมกลิ่นตัวเอง

“เออว่ะ เหม็น”

“งั้นเดี๋ยวพวกกูกลับมาใหม่ อยู่กับพี่มึงไปก่อนแล้วกัน”

ไม่นานนักฉันก็อยู่ตามลำพังกับน้องชาย สายตาจับผิดสอดส่องมาตลอดเวลา เขาขยับไม่ได้ รั้งไม่ให้พี่สาวหนีไม่ได้ ทว่ามิรินคนนี้ก็ไม่คิดหนีหรือหลีกเลี่ยงให้เสียเวลาหรอกเพราะถ้าสาเกไม่ได้คำอธิบายจากปากฉันโรงพยาบาลต้องพังแน่ๆ

“พี่รู้จักกับมันได้ยังไง!”

“พี่ไม่...”

“อย่าโกหกผมเลยพี่ริน” เสียงกดต่ำทำเอาไม่กล้าโกหก

“พี่รู้ว่าแกไม่ถูกกับพี่ใหญ่”

“แล้วยังยุ่งกับมันเนี่ยนะ พี่เห็นผู้ชายดีกว่าน้องเหรอ” น้ำเสียงตัดเพ้อแกว่งหัวใจคนเป็นพี่สั่นไหวไปหมด

พอได้ผูกพันธ์กับพี่เสือใหญ่แล้วก็อดหลงเขาไม่ได้ ยิ่งได้เขายิ่งดำดิ่งจนปีนกลับมาจุดเดิมไม่ไหวแต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกับทรยศความรู้สึกน้องชาย

“พี่มิริน...พี่รักมันเหรอ”

“พี่ไม่แน่ใจ...”

“งั้นตอนนี้พี่เป็นอะไรกับมัน”

“ฟะ...แฟน” แม้กล่าวเสียงเบาหวิวทว่าก็ไม่พ้นคนหูดี สาเกเฉสายตาไปมองนอกหน้าต่าง เขาตอบกลับโดยไม่มองหน้าฉันแม้เพียงเสี้ยวเดียว

“ผมแค่ไม่อยากเสียพี่ไป เหลือกันแค่สองคนแล้วนะพี่ริน”

“พี่ไม่หนีแกไปไหนหรอก”

“สักวันพี่จะผิดคำพูด ผมรู้”

“ไอ้เก แกอย่าดึงดราม่า บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปสิ ถ้าแกยังไม่มีอนาคตที่มันมั่นคงพี่ก็จะอยู่เลี้ยงแกนี่แหละ” ฉันยืนยันคำพูดแล้วเดินเข้าไปลูบหัวน้องชายด้วยความรัก เด็กอะไรขี้งอนชะมัด

“เอ้านี่ โทรศัพท์แก เมื่อเช้าเพื่อนส่งสรุปเนื้อหามาให้อ่านอย่าลืมเปิดดูผ่านๆ ตาบ้าง”

“รู้แล้วน่า”

ฉันเห็นแววตาไม่สบายใจของน้องในขณะที่ฉันโล่งใจขึ้นเยอะเพราะได้พูดระบายความลับออกมา และดีมากที่สาเกขยับไม่ค่อยได้เลยทำให้มีความอดทนในการควบคุมอารมณ์มากขึ้นเมื่อได้ฟังความจริงที่ฉันปิดบัง

ถึงแม้ฉันยังไม่แน่ใจว่าการที่น้องยอมรับง่ายๆ มันมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่าก็เถอะ ไอ้เกเกลียดพี่เสือใหญ่จะตาย

“ตกลงพี่คบกับเขาได้อยู่ใช่ไหม”

“ได้! แต่ต้องอยู่ในสายตาผม”

“แกจะไม่ไปทะเลาะกับพี่เขาอีกได้ไหม”

“ได้! แต่มันต้องไม่ทำพี่เสียใจ

โอเค กระจ่างแล้ว ฉันยกยิ้มแก้มปริก่อนจะหยิบน้ำมาป้อนคนเจ็บตามคำแนะนำของหมอ จากนั้นจึงขอตัวกลับบ้านไปเมื่อเพื่อนอีกกลุ่มของน้องมาเยี่ยมและเอ่ยปากขอนอนเฝ้า

จังหวะที่จะโบกมือเรียกแท็กซี่เอ็มซึ่งกลับมาโรงพยาบาลอีกรอบก็เห็นเข้าก่อน พอรู้ว่าฉันจะกลับบ้านจึงอาสาไปส่งและนี่เป็นครั้งแรกที่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นคนมีฐานะพอตัว

“ขอบใจที่มาส่งนะ”

“ไม่เป็นไรครับพี่ รีบเข้าบ้านเถอะ”

ฉันพยักหน้าหงึกหงักพลางไขกุญแจแต่ไม่รู้ว่าทำไมมันเปิดออกยากกว่าทุกครั้งจนต้องขมวดคิ้ว

“ผมช่วยไหม”

กลิ่นบุรุษเพศโชยเข้าจมูกใกล้ๆ เอ็มมายืนซ้อนหลังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ เขาเอื้อมมาไขกุญแจแทน พยายามบิดซ้ายบิดขวาแต่มันก็ยังเปิดไม่ออกอยู่ดี

“สงสัยพี่ต้องเปลี่ยนกุญแจใหม่แล้วล่ะ”

“ก็ว่างั้น สงสัยจะพังซะแล้ว พี่ซื้อมาก็สี่ปีละ โดนแดดบ้างฝนสาดบ้าง” ฉันบ่นพึมพำมองคนที่พยายามช่วยตาแป๋ว เดี๋ยวหาน้ำมาให้ดื่มสักแก้วเป็นการตอบแทนน่าจะดี อากาศข้างนอกร้อนซะด้วย

แกรก!

“ได้แล้วครับพี่ริน”

“ขอบใจจ่ะ เข้ามาดื่มน้ำกินขนมก่อนมา อุตส่าห์ฝ่าแดดร้อนๆ มาส่งพี่” ฉันเชิญชวน กวักมือเรียกเอ็มก่อนจะเดินนำหน้าเข้าไปในตัวบ้านหลังไม่ใหญ่มากนัก

“รบกวนด้วยนะครับ”

เพื่อนน้องชายนั่งรออยู่ที่โซฟาด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมแต่สายตายังสอดส่องสำรวจรอบบ้านอย่างสนใจ เขาดูตื่นเต้นและเกร็งเล็กน้อยทว่าเพียงแค่แป๊บเดียวก็คุมสีหน้าได้

“เอ้านี่ เอาไปแบ่งเพื่อนกิน” กล่าวพร้อมยื่นถุงขนมถุงใหญ่หลายซองใส่มือ ความจริงมันก็เป็นของสาเกนั่นแหละ เห็นบอกว่าได้มาจากสาวๆ ที่เป็นแฟนคลับตัวเอง

ฉันก็ไม่อยากเชื่อเท่าไหร่หรอก สาวคนไหนกันจะอยากมาเป็นแฟนคลับเด็กดื้อแถมเกเรได้โล่แบบนี้ เด็กผู้หญิงนี่ชอบคนเลวมากรึไง

เสียงโทรศัพท์ของเอ็มดังขึ้นถี่รัวจนฉันแอบสะดุ้งเล็กน้อย เขารับกดมันก่อนจะหันมาคุยกับฉันทั้งๆ ที่ยังถือสายอยู่

“ผมไปก่อนนะพี่ เพื่อนฝากซื้อข้าว”

“อื้อ”

“ไว้ผมมาหาพี่อีกได้ไหม พี่อยู่คนเดียวได้แน่นะ”

“ได้สิ พี่โตขนาดนี้แล้ว” ฉันบอกอย่างมั่นใจ ทั้งน้องทั้งเพื่อนน้องห่วงฉันกันหมดอย่างกับว่าพี่สาวคนนี้เด็กกว่าตัวเองอย่างนั้นแหละ

“งั้นบ๊ายบายครับ”

มือเรียวสวยยกโบกตอบกระทั่งเสียงรถเคลื่อนออกไปถึงได้ปิดประตูบ้านแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ตอนแรกฉันคิดว่าจะไปนอนเฝ้าน้องอีกคนทว่าสาเกมีแต่เพื่อนผู้ชายจึงพับเก็บความคิดเอาไว้แล้วกลับมาเฝ้าบ้านแทน

ถึงไป…ไอ้เกคงไล่กลับมาเพราะเหตุผลเดียวกัน

ฉันหลับตาลงเพื่อพักสายตา ยกนิ้วขึ้นนวดขมับเป็นวงกลมเบาๆ ก่อนจะระบายยิ้มออกมาเมื่อพบว่ารู้สึกดีขึ้นบ้าง

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ฉันเดินไปเปิดประตูโดยไม่คิดอะไรเพราะนึกว่าเอ็มลืมของหรือไม่ก็มีอะไรจะบอกฉันล่ะมั้ง

แต่ทว่า...ไม่ใช่

“พี่ใหญ่ อ๊ะ!” ยังไม่ทันได้ถามอะไรก็ถูกดันตัวเข้ามา คนตัวสูงจัดการล็อคประตูเสร็จสรรพ ใบหน้าเขาดูโมโหมาก ก้าวเท้าเดินรุกจนฉันต้องถอยไปข้างหลังเรื่อยๆ “พี่เข้ามาในบ้านหนูไม่ได้นะ!”

“ทำไมจะไม่ได้”

“ก็...”

“เมื่อกี้ใคร” เขาถามเสียงต่ำ ดวงตาน่ากลัวกวาดมองทั่วหาจุดผิดสังเกตด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

“เพื่อนไอ้เกมัน”

“แล้วทำไมต้องพามันเข้าบ้าน”

“พี่ใหญ่หึงหนูเหรอ” ฉันเลี่ยงตอบคำถาม ใจกล้ามองหน้าเขาเพื่อสบตาแทน แม้จะอดกลัวไม่ได้แต่ฉันต้องรู้จักปกป้องตัวเองบ้างไม่ใช่ยอมไปซะทุกเรื่องเหมือนที่ผ่านมา

“ใช่”

“...”

“พี่หึงแฟนตัวเองผิดด้วย?” เขาบอกพร้อมเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นในขณะที่วงแขนแข็งแกร่งยังไม่คลายออก อีกทั้งยังกดจมูกมาคลอเคลียแก้มนุ่ม กลายเป็นฉันเสียเองที่ต้องเบี่ยงตัวหลบ

พอเขาพูดแบบนี้ทีไรพลันใจเต้นทุกที ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเขาจริงใจหรือเปล่า

“ถ้าทำตัวสนิทกับคนอื่นอีกพี่จะไปกระทืบมัน”

“...”

“ถ้านอกใจ พี่จะไปต่อยไอ้หมาตัวนั้น”

“...”

“ถ้าเลิกรัก พี่จะทำโทษหนูด้วยตัวพี่เอง”

สิ้นเสียงของพี่เสือใหญ่ริมฝีปากก็ฉกจูบลงมาหนักๆ เขาบดขยี้รุนแรงคล้ายทำโทษเรื่องเมื่อก่อนหน้า ฉันไม่ได้คิดอะไรกับน้องเอ็มมากกว่าคำว่าเพื่อนน้องเลยสักนิด

เขาเป็นคนที่เอาแต่ใจที่สุด!

End Mirin’s talk




TALKนอกจากเอาแต่ใจยังหึงโหดด้วยค่าาา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น