[จบบริบูรณ์] Fic 9 Satra : จองจำอสุรา [มารตา x ทารคา]

ตอนที่ 24 : ๒๑ : สัมพันธไมตรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    10 เม.ย. 61

ผ่านมาร่วมชั่วโมงเศษก็ยังไร้วี่แววของคนที่ตามหา จะกรีฑาทัพไปตอนนี้ก็หาทำได้ไม่ จัดแจงม้าเร็วก็คงไม่ทันท่วงที

แต่หากเป็นเจ้านั่น…

มารตาหยุดฝีเท้ายามปราดนึกถึงไกรสรราชสีห์ตัวหนึ่งที่เคยสัตย์สาบานจะช่วยเหลือตนยามเกิดศึกสงคราม ราชสีห์ตัวนั้นนับเขาเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่งหลังจากปลดปล่อยมันจากบ่วงบาศก์ของมนุษย์

ศึกกาลก่อนลืมคำนึงถึงมันไป...แต่ยามนี้ก็ยังไม่นับว่าสาย

เมื่อตบเท้าออกมาถึงนอกราชวังมารตาก็ผิวปากเป็นท่วงทำนองที่รู้กันเพียงสอง

เสียงหวีดหวิวลอยละล่องไปตามสายลม ฉับพลันต้นไม้ใบหญ้าที่เคยสงบร่มรื่นก็เริ่มเอนไหว ความเคลื่อนไหวก่อเกิดไล่จากเนินเขาไกลสุดลูกหูลูกตาลงมายันตีนเขา ไม่นานนักสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ก็พุ่งทะยานออกมาจากแมกไม้เร่งฝีเท้าขนาบบนผืนดินโล่งเตียน สีแดงชาดอันเป็นเอกลักษณ์คือสิ่งแรกที่มองเห็น ขนคอสีทองอร่ามคือส่วนต่อมา ยามมันสะท้อนกับแสงอาทิตย์ก็ขับขานให้ราชสีห์ตนนั้นดูน่าเกรงขามขึ้นเป็นเท่าตัว

“กรรร” ไกรสรราชสีห์ตรงเข้ามาคลอเคล้าคลอเคลียพญายักษา เย้าแหย่กันพอหอมปากหอมคอมารตาก็แจงเจตจำนงค์ว่าตนต้องการไปชายแดนผาสิ้นเทพ จากนั้นก็ปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนตัว หากแต่บั้นท้ายยังไม่ทันแตะอานหลังดีก็ได้ยินแว่วเสียงตะคอกหนักมาจากลานซ้อมรบเสียก่อน…

“พวกเอ็งฟังอยู่รึเปล่าวะ!!”

“ฟะ...ฟังขอรับ”

“แล้วทำไมไม่ขานรับคำกู!!”

ยิ่งฟังยิ่งนิ่วหน้า พอกวาดตามองเจ้าไกรสรราชสีห์ก็เหมือนจะมีอาการเดียวกัน

“นั่นเสียงเชษฐาเจ้านี่...เขาไม่ได้ถูกจองจำอยู่ที่รามเทพนครรึ?” ไกรสรเอ่ยถาม สายตาสอดส่ายมองประตูวังสลับกับทิศทางที่มารตามุ่งหมายจะไป แม้นจะมีความสงสัยอยู่มากแต่ก็ขี้เกียจยื่นจมูกไปสอดเรื่องของสหายในคราบนายเหนือหัวนัก

“มารตา…”

“ไป...ไปลานฝึก”

“เดี๋ยวๆเมื่อครู่เอ็งบอกจะไปชายแดนผาสิ้นเทพนี่...ยังไงกันแน่วะ”

“ไปลานฝึกใหญ่เดี๋ยวนี้!!!” คนที่เหมือนจะสติไม่อยู่กับร่องกับรอยตะคอกใส่เจ้าหนูจำไมสักทีข้อหาถามมากความ ไกรสรราชสีห์หัวเสียกับความย้อนแย้งนี้ไม่น้อยแต่ก็จำใจรับบัญชานั้นอย่างเสียไม่ได้

สองนาทีจากจุดเกิดเหตุเสมือนสองทศวรรษสำหรับมารตา ทันทีที่เห็นโครงร่างของคนที่ห่วงหายืนกอดอกคุมทหารทั้งกองร้อยโดยมีนางยักษ์ขิณีทั้งสามกางร่มและพัดวีอยู่ใกล้ๆ มารตาก็แทบจะถลาลงจากหลังพาหนะจำเป็นแล้วดิ่งไปกระชากแขนนักโทษอุกฉกรรจ์เข้ามาหาตัว

“ท่านออกมาทำบ้าอะไร!!!”

“!...” ทารคานิ่วหน้า เพราะจู่ๆก็ถูกคนวัยวุฒิน้อยกว่าตวาดใส่แถมยังบีบรัดข้อมือตนเสียแน่นจนปวดหนึบด้วย

“คุณท้าวใจเย็นๆก่อนเจ้าค่ะ ท่านทารคาเพียงแค่…” อาฮินจายาที่คอยกางร่มถือโอสถอยู่ห่างๆค้อมศีรษะลงแล้วละล่ำละลั่กอธิบายเพื่อช่วยนายตนที่ดูเหมือนจะถูกเข้าใจผิดอีกแล้ว แต่ทารคากลับตวัดสายตามามองดุราวกับต้องการจะสั่งให้นางหุบปากลงเสีย

“ปล่อยข้ามารตา...” ทารคารับสั่งเสียงเรียบพลางมองอนุชาด้วยแววตาตำหนิ

เป็นถึงกษัตริย์แต่มาโวยวายไร้สาระต่อหน้าทหารนับพันมันไม่ใช่เรื่อง ใครเห็นก็จักเอาไปครหานินทากันให้แซ่ดว่าไร้คุณสมบัติผู้นำที่ดี

แต่ดูเหมือนคนสติแตกจะไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้น จากที่คราแรกทำเพียงฉวยข้อมือครานี้เริ่มเปลี่ยนมากระชากไหล่ทั้งสองข้างให้พระเชษฐาหันมามองตนเต็มสองตา ส่งผลให้ทารคาต้องสบถบัดซบออกมาหนักๆด้วยหมายมั่นจะสวนกำปั้นใส่หน้าน้องชายไร้สติของตัวสักทีให้หายเคืองขุ่นแต่ทุกสิ่งกลับตาลปัตรไปหมดพอเห็นดวงตาสีฟ้าครามแดงก่ำคล้ายจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

และทันใดนั้นอ้อมกอดสั่นเทิ้มก็สวมทับมาแน่นหนาราวกับหวาดกลัวว่าจะต้องสูญเสียคนตรงหน้าไปจริงๆ

“พี่อย่าทำแบบนี้อีกนะ...จะออกไปไหนต้องบอกข้ารู้ไหม”

“มารตา…” ทารคาเริ่มเงอะงะ

“อย่าทำให้ข้าเป็นห่วงขนาดนี้อีก” คำแถลงไขของท่านท้าวทำให้บ่าวไพร่รอบด้านลอบยิ้มกันถ้วนไม่เว้นแม้แต่ไกรสรราชสีห์ที่ค่อยๆนั่งคุกเข่าทอดกายมองสหายตนอย่างไม่คิดไม่ฝันว่าสิ่งที่พวกสัตว์น้อยใหญ่ในป่าครหามันจะเป็นความจริง

มารตาได้เสียกับเทหะยักษาอันเป็นเชษฐาแห่งตนจริงๆด้วย

การ์ณีชามองสองยักษาที่ตระกองกอดกันท่ามกลางสายตานับพัน นางลอบมองอยู่บนเรือนไม้ไม่ไกลจากลานฝึกซ้อมใหญ่นัก รู้เห็นทุกเหตุการณ์ตั้งแต่ท้าวเธอรับสั่งให้พวกข้าทาสบริวารปิดเรื่องที่จะออกมาสำเร็จราชการแทนท้าวมารตาที่เหมือนปล่อยให้พักผ่อนต่อ เรียกง่ายๆคือเป็นห่วงกลัวว่าสวามีจะทรงงานจนตัวตายจึงออกมาทำงานส่วนของวันนี้แทนท้าวมารตาทั้งหมด

การกลับมาครั้งนี้ทำให้นางได้เห็นในอีกหลายแง่มุมที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบ

“ข้อมือท่านไปโดนสิ่งใดมา?” อสุราสีชาดถามอย่างฉงนใจยามเหลือบไปเห็นผ้าพันแผลมัดวนรอบข้อมือเชษฐา

“แค่เผลอไปเกี่ยวตะปูจากเรือนไม้เก่าเข้าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด”

การ์ณีชาเผลอยิ้มกว้าง

ยังคงเหมือนเดิมเลย...เทหะยักษามักปกปิดเรื่องราวเลวร้ายไม่ให้ความมัวหมองใดแพร่งพรายสู่ดวงใจอนุชา  

ที่มาแห่งบาดแผลนั้นก็เช่นกัน เมื่อคืนหลังจากที่ได้มุมพำนักนางก็นั่งสมาธิเพ่งกสิณอย่างที่ทำทุกคราเมื่อมีโอกาส จึงทันรับรู้การแทรกแซงดวงจิตของไอ้คงกระพัน

แม่หมอแห่งแดนยักษ์ค่อยๆหลับตาลง ปล่อยให้สายลมและแสงแดดแตะสัมผัสกายาจากนั้นก็จมตัวเองลงสู่ห้วงความทรงจำที่พึ่งผ่านพ้นมาไม่นาน

นับจากทิวาที่ท่านทารคาบอกกล่าวนี่ก็ผ่านมาเกือบห้าจันทร์แรมได้แล้ว เวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกที และยิ่งเข้าใกล้กำหนดการณ์เท่าไหร่คงกระพันก็ยิ่งมีอำนาจเหนือเทหะยักษามากขึ้นเท่านั้น

มันใช้อาคมของมันค่อยๆควบคุมจิตใต้สำนึกของเหยื่อจนท้าวเธอเริ่มลงมือบีบคอจ้าวจอมแห่งยักษาที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราแสนหวาน

ใช่...นางรู้นางเห็นทุกสิ่งแต่นางไม่แส่ตีนเข้ามายุ่งเพราะนางอยากรู้อิทธิฤทธิ์ของไอ้มนุษย์หน้าโง่พวกนั้นว่ามันจะแก่กล้าได้สักเพียงไหน และผลลัพธ์ก็เกินคาด ขนาดห้าจันทร์แรมยังปั่นหัวเทหะยักษาได้ขนาดนี้หากครบเก้าจันทร์แรมแล้วคงไม่แคล้วได้ดวงวิญญาณไปจริงตามปากสั่วๆของพวกมันเป็นแน่

เมื่อยังไม่ครบกำหนดการ มันจึงควบคุมได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เลยอาศัยการยั่วยุให้ทาสคล้อยตามจากนั้นก็ยุยงให้ทำตามประสงค์ตัวเฉกเช่นเมื่อวานที่มันจงใจใช้เรื่องราวบาดหมางที่ทั้งสองพระองค์ประสบพบเจอมาเข้าเล่นงาน

‘อภัยให้มันได้รึ?! มันที่ย่ำยีหยามเกียรติเจ้าจนสิ้น! มันที่ริดรอนอิสรภาพและแย่งชิงบัลลังก์จากเจ้าไป!!’ ดวงจิตของคงกระพันตะคอกถามในสิ่งที่ผู้ตกอยู่ใต้อาณัติรับรู้คำตอบดี

“ไม่ได้ ไม่มีวัน แต่...” ทารคาพึมพำ นัยน์ตาแข็งกร้าวผลัดเปลี่ยนจากสีเหลืองอร่ามกลายเป็นสีแดงเพลิงซ้ำไปซ้ำมา ขณะเดียวกันฝ่ามือเองก็บีบรัดหลอดลมคนหลับใหลแน่นขึ้นสลับกับผละปล่อยออกราวกับมีสองห้วงอารมณ์ตีรันฟันแทงกันในหัว

การ์ณีชาเหม่อมองภาพนั้นค้าง  

มันคือความสับสนแรกที่ข้าเคยพบ

“อ่อก!...” มารตาเริ่มสำลัก

‘ฆ่ามัน!! ฆ่ากษัตริย์แห่งคีรีกัณฑ์เสีย!! ยุติทุกอย่างซะหากไม่จะต้องเป็นชีวิตของเจ้าที่ถูกสังเวยจำได้รึไม่! เจ้าจะยอมตายอย่างไร้เกียรติเพื่อคนที่ไม่เคยเห็นค่าตัวเองหรือ?!’

วาจาจอมไสยเวทย์ดั่งประกาศิต กริซเล่มคมในมือเทหะยักษาง้างขึ้นเหนือหัว ฉับพลันดวงตาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำพร้อมกับความลังเลที่เลือนหายไป

ทว่า…

แปะ

หยดน้ำใสหยดหนึ่งตกกระทบลงไปโหนกแก้มของคนหลับใหล การ์ณีชามองหาต้นตอของมันก่อนจะพบว่ามันร่วงหล่นลงมาจากนัยน์ตาของเทหะยักษาผู้ไม่เคยครั่นคร้ามต่อสิ่งใด

มันคือน้ำตาหยดแรกที่ข้าเคยเห็น

นางรู้มาว่าท่านทารคารักอนุชาแห่งตนมาก แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมากถึงขนาดที่ว่า...

ฉึก!!!

คมกริซเปลี่ยนจุดหมายมาเเทงข้อมือตนเอง ความเจ็บแปลบดึงสติให้กลับเข้าที่เข้าทาง ทารคาผงะออกจากร่างของคนหลับสนิทอย่างไม่อยากให้หยาดโลหิตที่กำลังหลั่งรินมันไปรบกวนการนอนของมารตา จากนั้นก็หลบลี้ไปนำผ้าในตู้มาทำแผลเองอยู่นานสองนานก่อนค่อยๆเช็ดคราบเลือดที่ตกกระทบบนแก้มมารตาให้อย่างเบามือจากนั้นก็ค่อยๆทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างกันราวกับไม่เคยเกิดเหตุการณ์วิปลาสใดขึ้นมาก่อน

ณ ที่ห้วงเวลานั้นนางได้ประจักษ์ว่า...

ยังมีผู้โง่เขลารักผู้อื่นมากกว่าตนเองอยู่บนโลกใบนี้ และก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนเทหะยักษาผู้นั้นนั่นแหละ

การ์ณีชาลืมตาขึ้นช้าๆ แสงแดดยามบ่ายแก่สะท้อนให้กลับมาพบเจอกับความจริง ร่างสองยักษายังคนโอบกอดกันอยู่โดยที่ท้าวมารตาได้ยกฝ่ามือข้างที่มีผ้าพันแผลของท้าวเธอขึ้นมานาบข้างแก้มอย่างห่วงหา การกระทำเหล่านั้นสร้างความกระดากให้เทหะยักษาเกินกว่าจะทานทนไหวจนถึงกับต้องเอ่ยแย้งเสียงแข็งขึ้นมา

“ข้าแค่มาดูงานแทน เจ้าปล่อยให้พวกทหารอีเหละเขะขะแบบนี้ได้ยังไง พวกมันควรมีวินัยกว่านี้!” คนผ่านน้ำร้อนมาก่อนเบี่ยงไปอีกประเด็น ซึ่งดูยังไงก็เหมือนการพยายามแถลงไขให้คนเป็นห่วงได้เบาใจลงมากกว่า

“คุณท้าวขอรับบบบ” ก่อนที่ใครจะเอื้อนเอ่ยอะไร ทหารยามนายหนึ่งก็วิ่งกระหืดหอบเข้ามากลางวงสนทนา เสียงตะโกนนั้นทำเอาคนทั้งหมดพร้อมใจกันมองติเตียนในความไร้มารยาทของผู้มาใหม่ แน่นอนว่าสองขัติยวงศ์ที่สวมกอดกันอย่างไม่อายผีสางนางไม้ก็จำต้องกระเด้งตัวออกห่างจากกันเมื่อค้นพบว่าไม่ได้มีเพียงเราสองในที่แห่งนี้ และคนที่ตั้งสติได้ก่อนอย่างมารตาก็กระแอมไอยกใหญ่แล้วหันมามองสบคู่สนทนาโดยตรงด้วยท่าทีเก็กขรึมเต็มที่

“มีเรื่องอันใดถึงได้โหวกเหวกโวยวาย”

เหมือนการโดนขัดจังหวะหวานชื่นกับเมียมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ก็รู้ทั้งรู้กันนะว่ามันไม่บังควรแต่ก็ยังเสือกจะทำกัน! บัดซบจริงๆ!

“คะ...คือท่านกุฬสูรมาขอเข้าพบพะยะค่ะ”

กุฬสูร คือกษัตริย์องค์ใหม่แห่งนรกัณฑ์ที่ขึ้นปกครองนครต่อจากบิดากาฬสูร บุรุษที่ตั้งตัวก่อกบฏจนคีรีกัณฑ์ต้องสูญเสียท่านอนันตยักษาไป และคนที่อยู่ในเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์อย่างทารคาจะมีสีหน้าขุ่นมัวกว่าใครเขาก็ไม่แปลก

กับสาสน์นี้แม้แต่มารตาเองยังฉงนใจไม่น้อย เหตุใดกุฬสูรถึงมาคีรีกัณฑ์ด้วยองค์เอง ใครต่างก็รู้ดีว่าขัตติยวงศ์จากสองดินแดนนี้ไม่ถูกชะตากันเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุเรื่องการฆ่าล้างโคตรกันไปมา

กาฬสูรสังหารอนันตาบิดาของทารคาและมารตาแล้วขึ้นครองบัลลังก์ จากนั้นไม่นานทารคาก็กลับมาสังหารกาฬสูรผู้เป็นบิดาของกุฬสูรเสียฉิบแล้วยึดบัลลังก์กลับคืนมาราวกับวัฏจักรแห่งไฟแค้นทีเดียว

สิ่งที่มารตามั่นใจในยามนี้คือจิตสังหารที่พวยพุ่งของพระเชษฐา และหากให้สองผู้นั้นพบเจอกันมีหวังได้เกิดสงครามขึ้นกลางวังแน่

“มีเรื่องอะไรกันใยเด็กนั่นถึงเสด็จมาด้วยตัวเอง” มารตาเอ่ยถามทหารยามทั้งที่ดวงตาจับจ้องทุกอิริยาบถของทารคาอย่างระแวดระวัง

“ท่านกุฬสูรรับสั่งว่าจักมาส่งเครื่องบรรณาการและแวะเวียนมาเจรจาเรื่องการขอพื้นที่ปลูกเรือน--อุ๊บ!!” ยังไม่ทูลถวายฏีกาจบก็ถูกพญายักษาเอามืออุดปากแน่น ทหารนายนั้นดิ้นเร้าอย่างตกอกตกใจแตกต่างจากมารตาที่ทำเพียงกระแอมไอแล้วหันมารับสั่งเสียงแข็งกับนางยักษ์ทั้งสามเพราะกลัวว่าทูลรายงานกันไปมาความลับที่ตนอุตส่าห์เก็บงำเอาไว้จะแพร่งพรายเอา

แน่นอนว่าอากัปกิริยาเลิ่กลั่กของมารตามันสร้างความฉงนใจให้คนรอบด้านไม่เว้นแม้แต่ตัวทารคาเองที่เพ่งสายตาจ้องการกระทำนั้นเขียวปั๊ด

“อาฮินจายา...พาพี่ชายข้ากลับไปพักผ่อนที่ตำหนัก” มารตาใช้อำนาจบาตรใหญ่ปกปิดเรื่องราวทันที

“เจ้าค่ะ”

ทารคามองจ้องอนุชาตนเขม็ง แม้จะยังติดใจสงสัยแต่ก็คิดไปเองว่ามารตาคงไม่อยากให้เขาเข้าไปหาเรื่องกษัตริย์นรกัณฑ์ที่ยอมศิโรราบต่อคีรีกัณฑ์ฐานะเมืองขึ้นไปแล้ว มันจักเหมือนเขาเป็นคนพาลน่าไม่อายเสียเปล่าๆ

“กลับ…” หลังจากยืนฟึดฟัดอยู่นานสองนานทารคาก็ออกคำสั่งกับบ่าวเอง ดวงตาสีฟ้ามองจ้องกับดวงตาแข็งกระด้างของคนที่จู่ๆก็ว่าง่ายอย่างงุนงงเล็กน้อยแต่ก็โล่งอกเป็นอย่างมากที่ได้รู้ว่าความลับเรื่องการปลูกเรือนง้ออีกฝ่ายยังเป็นความลับต่อไปได้อีกระยะ

“เฮ้อ…” มารตาถอนหายใจอย่างปลงสังเวชกับหลายๆเรื่องราว

นัยยะสำคัญกว่าเรื่องปลูกเรือนใหม่ง้อเมียนั้นก็มีอยู่ เรื่องของตระกูลศัตรูตัวฉกาจของพวกเขานั่นไง เขารู้ว่ามันทำใจได้ยาก และรู้เช่นกันว่าทารคาเข้าใจกฏแห่งผู้นำของเผ่าพันธุ์เราอย่างผู้แข็งแกร่งผู้คือชนะเสมอดี แม้ว่าความแข็งแกร่งนั้นจะแลกมาจากกลโกงใดก็ตามที เจ้าตัวคงรู้ด้วยกระมั้งว่าต่อให้ดื้อด้านไปรับขบวนเสด็จก็รังแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ที่กำลังดีขึ้นของสองดินแดนขาดสะบั้นลงเลยยอมกลับไปพักผ่อนอย่างว่าง่ายเยี่ยงนั้น

มารตาละสายตาจากแผ่นหลังของเชษฐาแล้วหันกลับมามองทหารยามที่ทูลถวายสาสน์ แต่พอสังเกตดีๆ ยิ่งเพ่งยิ่งเห็นสายตาของทหารนับพันรอบด้านที่จ้องมาเขม็งคล้ายเขาไปเผลอฆ่าญาติโกโหติกาใครเข้า

“อะไร?”

“เอ่อ...ท่านท้าวจะใส่ฉลององค์เช่นนี้ไปรับเสด็จจริงๆรึขอรับ?”

คำพูดของนายทหารทำให้มารตาต้องก้มลงมองสารร่างตัวเองก่อนจะเข้าใจทุกสิ่ง

เออว่ะ...เร่งรีบเสียจนหยิบติดมาได้เพียงกางเกงนอนเท่านั้น

แต่แล้วอำมาตย์สามสี่คนที่ออกมาตามตัวท่านท้าวก็มาถึงในช่วงเวลาพอเหมาะพอเจาะราวกับจับวาง

“ท่านท้าว ท่านกุฬสูรรอในห้องพระสำราญส่วนพระองค์แล้วขอรับ...แล้วนั่นฉลององค์อะไรของคุณท้าวน่ะ” คณะอำมาตย์มาช้าแต่ตรงประเด็นเสียจนนายทหารที่ออกมาเร่งเร้าฝ่าพระบาทลอบส่งสัญญาณขอบใจที่มาช่วยกันเร่งให้

มารตายืนอ้ำอึ้งเพราะพึ่งคิดได้ว่าเครื่องราชอิสริยศทั้งหลายกองพะเนินอยู่บนแท่นบรรทมในตำหนักเกษอาชา มาถึงตรงนี้ไกรสรราชสีห์ที่หมอบฟังเรื่องราวอยู่นานสองนานยังถึงกับส่ายหัวระอาแล้วขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนเมื่อเห็นว่าอยู่ไปก็รังแต่จะเสียเวลานอนกลางวันเปล่าๆ

“คุณท้าวเร่งเถิดขอรับ เรื่องฉลององค์พวกกระหม่อมตระเตรียมไว้ให้ในท้องพระโรงแล้วขอรับ”

เมื่อเจอเร่งเร้าหนักๆเข้ามารตาก็ได้แต่สบถหัวเสียกับความอีรุงตุงนังทั้งหลายแต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามเหล่าอำมาตย์ไปแต่โดยดี

…..

….

..

.


“ไม่ได้เจอกันนานดูสมบูรณ์ขึ้นนะท้าวมารตา” กุฬสูรยิ้มให้คนที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพักส่วนพระองค์

คีรีกัณฑ์คืออาณาจักรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างพันธมิตร จึงได้แบ่งพื้นที่ท้องพระโรงออกเป็นสิบสามส่วน ส่วนที่หนึ่งคือส่วนกลางเอาไว้รับรองอาคันตุกะจากหลายดินแดนพร้อมกันทั้งยักษ์ด้วยกันเองและพวกต่างเผ่าพันธุ์ และอีกสิบสองส่วนย่อยคือห้องรับรองขัติยวงศ์จากหัวเมืองที่ขึ้นตรงต่อคีรีกัณฑ์ทั้งสิบสองดินแดน

ที่น่าประทับใจคือการแบ่งสรรค์ปันส่วนนี้เริ่มบังคับใช้ในรัชสมัยของกษัตริย์นักการทูตอย่างท้าวมารตาเป็นครั้งแรกเรียกได้ว่าเป็นโองการแห่งชาติเลยก็ว่าได้ ทุกหัวเมืองต่างพออกพอใจกับการให้เกียรติครั้งนี้เป็นอย่างมากจนถึงขนาดว่าไม่มีผู้ใดคิดอยากก่อสงครามในเผ่าพันธุ์อีกเลย

คงเป็นดังคำกล่าวที่ว่าชนะสงครามด้วยการเสียไพร่พลเพียงน้อยถือว่าเป็นการชนะที่ดีเยี่ยม แต่หากให้ดีที่สุดคือการชนะโดยไม่ต้องสูญเสียทรัพยากรใดไปเลย ซึ่งบัดนี้เขาแลเห็นว่าคีรีกัณฑ์ทำข้อนั้นสำเร็จแล้ว

แม้จะชื่นชมในพระปรีชาของท้าวมารตาสักเพียงไหนแต่ด้วยความคะนองปากกุฬสูรจึงให้ความสนใจไปที่การมาเพียงลำพังของท้าวมารตามากกว่าเพราะใจแอบหวังไว้อย่างยิ่งว่าจะได้พบหน้าคร่าตาของใครบางคนที่ชื่อเสียงเรียงนามฉาวโฉ่ไม่แพ้กัน

“ไหนล่ะเทหะยักษาคนนั้น...คนที่สังหารบิดาข้าอย่างเลือดเย็น อยากเห็นเป็นบุญตาเสียหน่อยว่าเหตุใดคนถึงล่ำลือว่ารูปงามต้องใจนักหนา” กุฬสูรส่งยิ้มยียวนให้กษัตริย์คนใหม่แห่งคีรีกัณฑ์ การมาส่งเครื่องบรรณาการจากนรกัณฑ์เองครานี้ไม่พ้นการมาสัพยอกข่าวลือหนาหูที่ได้ยินกันไปทั่ว

ข่าวคาวที่ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์วิปลาสของสองขัตติยวงศ์แห่งคีรีกัณฑ์ที่สมสู่กันเองอย่างไม่อายอินทร์อายพรหมหน้าไหน

“ท่านพี่ไม่ว่างมาพบท่านหรอกกุฬสูร”

“แต่ข้าว่างพอจะเดินเสาะหาอยู่นะ...คุกใต้ดินไปทางใดเล่า”

“ถ้าจักมาเพื่อก่อกวนก็เชิญกลับไป” มารตากดเสียงต่ำ แววตาแข็งกระด้างจ้องลึกแต่กษัตริย์จากเมืองขึ้นกลับมิหวั่นเกรงต่อมัน ดูจะพึงใจด้วยซ้ำ

“ข้าเปล่าก่อกวนข้าอยากเห็นกับตาจริงๆ ท่านเถอะมารตาเก็บนักโทษเดนตายไว้กับตัวทำไม? ...ใยไม่แบ่งกันกินแบ่งกันใช้--!!!” ถ้อยคำสบประมาทชะงักงันไปเพราะถูกฝ่ามือสีแดงชาดโผเข้าบีบเต็มลำคอ แรงกดรัดมหาศาลยังไม่ทำให้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมได้หน้าซีดเท่ากับพระขรรค์ทองหม่นที่ถูกรั้งออกมาจากฝักและจ่อมายังริมฝีปากพล่อยๆที่เริ่มเม้มเข้าหากันอย่างสะกดกลั้น

บ่าวไพร่จากสองดินแดนเริ่มลุกฮือขึ้นแต่กลับไม่มีผู้ใดกล้ายื่นจมูกเข้ามายุ่มย่ามเลยสักคน

“ดูเหมือนว่าพ่อเจ้าจะไม่ได้สอนวิธีสงบปากสงบคำสินะ...ให้ข้าสอนให้เอาไหม? ลองพล่ามอีกสักคำสิลิ้นกับเลือดเลือดโสโครกของเจ้าได้มาล้างกระเบื้องวังข้าแน่” คำตะคอกราวกับสอนสั่งนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องรับรองตึงเครียดลงถนัดตา

แต่แล้ว…

“ฮ่าๆ!!! โอเคๆข้ายอมจำนนแล้วฝ่าบาทอย่ารุนแรงไปเลย” คนที่สมควรจะตัวซีดตัวสั่นกลับแผดเสียงหัวเราะออกมาราวกับถูกใจนักหนาที่ยั่วยุกษัตริย์รักสันติได้ แม้นจะหายใจไม่ทั่วท้องแต่ก็ยังมีรอยยิ้มกวนประสาทฉายชัดอยู่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

มารตาพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด บ่งบอกถึงอารมณ์ไม่คงที่นั่นหมายความว่าหากโดนยั่วยุในเรื่องของคนที่ตนนึกห่วงอีกอาจมีเม้งแตกลงไม้ลงมือกันซ้ำสอง

จะว่ามันเป็นความเห็นแก่ตัวก็ได้...แต่คำพูดดูถูกเหยียดหยามต่อทารคามีเพียงเขาเท่านั้นที่พึงทำได้ ทั้งกอดทั้งหอมทั้งดอมดมทั้งด่าว่ากล่าว ทุกห้วงอารมณ์ไม่ว่าบวกหรือลบเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถทำมัน

ดังนั้นหากไอ้เด็กเหลือขอนี่มันปีนเกลียวอีกรับรองเลยว่าเขาจะไม่หยุดแค่บีบคอแน่

“โอย...เอาซะกระดูกข้าแทบหักเชียว” กุฬสูรนวดลำคอพลางเอียงหัวไปมาจนเกิดเสียงกระดูกลั่น มันเป็นจังหวะเดียวกับที่มารตายัดพระขรรค์เข้าฝักแล้วกลับมานั่งปักหลั่นบนเก้าอี้ว่างไม่ไกลจากเหตุการณ์อุกอาจเมื่อครู่

“ตกลงว่ามีธุระอันใด?” มารตาเข้าเรื่องเพราะไม่อยากจะเสียเวลามากไปกว่านี้

“ฮะๆ กลัวเสียเวลาทรงงานปานนั้นเลยหรือท่านท้าว เอาเถอะ...ข้าแวะมามอบเครื่องบรรณาการตามประเพณีและจักมาด้วยอีกเรื่องสำคัญที่ท่านอุตสาหะลงทุนส่งม้าเร็วมาขอร้องถึงที่” กุฬสูรทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้าง มือยกขึ้นเท้าค้าง รอยยิ้มกวนฝ่าเท้ายังคงมีให้เห็นราวกับไม่ได้เข็ดหลาบต่อความเจ็บปวดที่ประสบพบเจอเท่าไหร่นัก “เอาเป็นว่าข้าตอบตรงนี้เลยแล้วกันว่าข้าอนุญาตให้ท่านนำพื้นที่นั้นไปปลูกเรือนง้อเมียได้” กษัตริย์แห่งนรกัณฑ์จงใจเน้นคำว่า ‘ง้อเมีย’ ให้บ่าวไพร่ทั้งสองดินแดนทราบว่าข่าวด่วนจากม้าเร็วนั้นไม่ใช่เรื่องศึกสงครามหรือความมั่นคงต่อราชบัลลังก์แต่อย่างใด แต่มันคือเรื่องชวนขบขันอย่างการสร้างตำหนักง้อเมียเท่านั้น

มารตาพ่นลมหายใจอีกระลอกก่อนปราดมองดุบ่าวไพร่ที่ลอบยิ้มขำกันเรียงหัว

“ปฏิเสธไปข้าก็จะสร้างอยู่ดี” คนหน้าด้านก็ยังดึงดันอย่างหน้าไม่อาย

“จะบอกว่ายอมสร้างศัตรูเพื่อเมียงั้นสิ? ผัวตัวอย่างจริงๆ”

“............” อยากจะเอ่ยว่าอย่ามาสอดแส่ใจจะขาดแต่ก็ได้แต่เก็บงำไว้ในใจ มารตารู้ดีว่ายามนี้กำลังจะเกินขีดจำกัดที่ควบคุมไหวแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาเจรจากับใครได้ทุกเรื่องเว้นแต่เรื่องเมียรัก อนาคตมันได้กลายเป็นจุดอ่อนที่เขาพลั้งเผลอสติหลุดออกมามันเรื่อยๆแน่

เจรจาพาทีเรื่องแบบแปลนเรือนไม้หลังงามต่ออีกพักใหญ่ๆ โดนเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเหยียดยิ้มล้อใส่อีกหลายระลอกจนสุดท้ายก็ถึงเวลาลงนามสงบศึกรวมไปถึงการมอบที่ดินผืนนั้นเป็นอีกบรรณาการแก่คีรีกัณฑ์เนื่องด้วยเข้าใจหัวอกคนอยากง้อเมียใจจะขาดแต่ไม่รู้จะสรรหาวาจาใดไปเรียกร้องความสนใจเพิ่มเติมด้วย

“เอาล่ะ…” กุฬสูรพึมพำหลังจรดปากกาขนนกที่ช่องลงนาม ขีดตวัดจนได้ลายเซ็นที่สมบูรณ์พร้อมแล้วก็วางมันลงบนโต๊ะให้ “เรียบร้อย”

อำมาตย์เฒ่าที่อยู่ไม่ไกลเข้ามารับเอกสารลงนามสงบศึกและการปันที่ดินมาแยกเป็นสัดส่วนแล้วเก็บในที่ของมัน เป็นอันเสร็จสิ้นการเจริญสัมพันธไมตรีแบบวายป่วงครั้งแรกระหว่างนรกัณฑ์กับคีรีกัณฑ์ลงแต่เพียงเท่านี้

“คืนชมจันทร์ปีหน้าหวังว่าเจ้าจะมาร่วมงานด้วย”

“ข้าไม่พลาดหรอกท่านพี่มารตา” กุฬสูรได้ทีก็ลดสรรพนามทางการลงจนหลงเหลือเพียงพี่น้องแทนการบอกว่ากุฬสูรนับท้าวมารตาเป็นพี่น้องร่วมสาบานอีกคนหนึ่งไปเป็นที่เรียบร้อย

มารตาไม่ได้ยินดียินร้ายกับสถานะใหม่ที่กุฬสูรตัดสินใจเองเออเอง และก็ไม่ได้รังเกียจอะไรติดจะเอ็นดูเจ้าเด็กปากมากนี่ด้วยซ้ำ ให้เดาเด็กนี่คงแสนเหงาพอตัว ไม่มีผู้ปกครองคอยอยู่สอนสั่ง ต้องขึ้นครองสิริราชสมบัติตั้งแต่ยังเยาว์วัยผิดถูกคงไม่มีไพร่ฟ้าหน้าใสที่ไหนมันกล้าท้วงติงและพอเจอเขาสาดไม้แข็งใส่เข้าหน่อยก็ดูท่าจะติดอกติดใจหนัก

“ข้าจักเดินไปส่ง” เจ้าของบ้านลุกขึ้นยืนเต็มความสูงยามเห็นว่ากุฬสูรเริ่มหันไปออกคำสั่งให้ทหารจัดแจงเกี้ยวมาเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับนคร ผู้ฟังดูระริกระรี้หูตูบทันทีที่มารตาเอ่ยเช่นนั้นพาลให้บ่าวไพร่จากฟากคีรีกัณฑ์แอบคิดไปเองว่าสงสัยกษัตริย์จากนรกัณฑ์จะหาเรื่องแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนท้าวมารตาบ่อยครั้งแน่แท้แล้ว ว่าแต่ท่านกุฬสูรเป็นผู้นิยมชมชอบความเจ็บปวดและการโดนดุด่าหรืออย่างไรใยดูดีใจที่ท่านมารตาออกตัวปรามาสขนาดนั้น

ทหารเวรยามและอำมาตย์ลอบมองตากัน เพียงเสี้ยวเดียวก็รับรู้ถึงนัยยะของกันและกันได้ ต่างฝ่ายต่างยักไหล่คล้ายให้ปล่อยเรื่องไร้สาระนี้ไปแล้วทำตามหน้าที่ของตนไปเป็นการดีที่สุด

กุฬสูรเดินนำฝูงชนออกมาจากราชวัง บ่าวไพร่นับพันคุกเข่าท่าเทพบุตรเรียงแถวกันเป็นทางทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ระยะทางของมันไกลจนเลยส่วนอาคารสถานออกมาสู่ลานฝึกซ้อมรบขนาดใหญ่ ณ ที่แห่งนั้นกุฬสูรได้ทอดพระเนตรเห็นการซ้อมรบอันดุเดือด แม้ว่าตะวันใกล้จะลับขอบฟ้าแล้วก็ตาม

ซ้อมกันหนักหนาปานนี้คงเตรียมตัวไปทำศึกสงครามที่ไหนเป็นแน่

คิดได้ดังนั้นกษัตริย์ขี้เบื่อจึงหันมาสัพยอกคนที่แต่งตั้งให้เป็นพี่ชายร่วมสาบานของตนทันที

“มีสงครามยามใดอย่าลืมข้าล่ะ ยังไงเสียนรกัณฑ์ก็เป็นเมืองขึ้นของคีรีกัณฑ์อยู่แล้ว”

คำสั่งแกมขอร้องนั้นทำให้มารตาเหลือบมองกุฬสูรเต็มสายตา

เอากับมันสิ...ดูก็รู้แล้วว่ากุฬสูรหาสนใจชนวนสงครามทั้งหลายแหล่ไม่ เห็นทีจะเบื่อหน่ายชีวิตนั่งกินนอนกินเสียมากกว่า

แต่เอาเถอะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดยังไงก็เท่ากับเขาได้กองกำลังเพิ่มมาอีกเหล่าทัพนึงนับว่าเป็นการดี

“อีกไม่นานเกินรอหรอก...เจ้าได้หายเบื่อแน่น้องข้า”

คำว่า ‘น้องข้า’ ทำเอากุฬสูรถึงกับฝีเท้าสะดุดไปนิด ดวงหน้าที่มีแต่รอยยิ้มยียวนเริ่มเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใสไร้สิ่งใดมาเจือปน ฉายให้เห็นเด่นชัดว่าโลกแสนเหงาของเด็กน้อยบนบัลลังก์แห่งนรกัณฑ์เหมือนจะมีสีสันแห่งชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างแล้ว

“หึหึ...ข้าจะนับวันรอสาสน์จากพี่แล้วกัน”

บ่าวไพร่คนสนิทของนรกัณฑ์ลอบยิ้มอย่างผาสุกไม่น้อย

ท่านท้าวของพวกเขามักถูกตามใจจนเสียผู้เสียคน ไม่ว่ากษัตริย์จากดินแดนไหนพอพบเจอพระองค์ท่านที่อ่อนชรรษากว่าก็เอ็นดูจนไม่คิดตำหนิติเตียนอะไรในกิริยาไร้เกียรตินั้นแต่ท้าวมารตากลับต่างออกไป ส่งผลให้ท่านกุฬสูรทั้งตกใจระคนดีใจที่เหมือนในท้ายที่สุดก็มีคนเลือกความถูกต้องมากกว่าความถูกใจ ถึงแม้การตักเตือนของท้าวมารตาจะรุนแรงเสียจนอกสั่นขวัญแขวนกันไปทั้งบางแต่เมื่อท่านกุฬสูรยังยิ้มได้นั่นแปลว่าพระองค์ไม่ถือโทษเอาความอะไรติดจะพึงใจในความป่าเถื่อนที่ปนเปไปกับความสุขุมนุ่มลึกนั่นด้วยซ้ำ

เมื่อนำพากษัตริย์จากนรกัณฑ์ขึ้นเกี้ยวทอง มารตาก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับทหารทั้งกองร้อยและเหล่าเสนาอำมาตย์ทั้งหลายที่คุกเข่ารอรับคำสั่งอยู่ นางการ์ณีชาเองก็นั่งรวมอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้น นางเหม่อมองร่างสูงใหญ่ของอสุราสีชาดนิ่ง

เมื่อกาลก่อนนางมองว่ามหาอุปราชเป็นเพียงบุรุษอ่อนแอที่มีตัวตนอยู่ในนครนี้ได้เพียงเพราะเป็นอนุชาแห่งเทหะยักษาเพียงเท่านั้น

แต่บัดนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว…

“ทุกคนจงฟัง!” มารตาคำรามก้องดั่งราชสีห์

“ส่งม้าเร็วไปหาสหายข้าที่เกาะนกแอ่น รามเทพนคร และมณีโคต รวมไปถึงหัวเมืองทั้งสิบสองของเรา บอกว่าเรากำลังจะเข้าสู่สงครามกับพวกไสยเวทตร์แดนมนุษย์ เป้าหมายของมันคือยึดครองทุกอาณาจักรแต่เราจะแสดงให้เห็นว่ามันไม่มีสิทธที่จะได้สิ่งใดนอกจากความพ่ายแพ้ของพวกมันเอง!”

เหล่าทหารผู้กระหายสงครามโห่ร้องกึกก้องราวกับอสนียบาต เสียงศาสตราวุธกระแทกลงพื้นดินเป็นจังหวะดังกัมปนาทจนแผ่นดินสั่นสะเทือน

มารตามองภาพนั้นอย่างพึงใจ ดูเหมือนทุกอย่างครบครันแล้วเหลือเพียงเรียกตัวสหายเก่าเก็บมาร่วมกันตามล่าพวกชุมชนคงกระพันเท่านั้น

หึ...ให้มันรู้เสียบ้างว่ากำลังเล่นตลกกับเมียผู้ใด


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------


มาบวเพิ่มให้แล้วจ้ะ ใกล้ตอนจบเข้ามาเรื่อยๆฝากเม้นติชมด้วยดังเดิม หนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจฮะ

#มารตาจองจำทารคา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

395 ความคิดเห็น

  1. #338 Mamimilky (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 22:14
    คือมีหนังสือนะ แต่ก็กลับมาอ่านในเว็ปด้วย 5555555 ชอบอ่ะ สนุกกก
    #338
    0
  2. #302 zxmiping (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 20:33
    วันนี้ผัวดี๊ดี เมียก็สมกับเป็นเมีย โอ๊ยยยยย555555😂😂😂 รักนะเจ้าคะะะคุณเฟยยย
    #302
    0
  3. #301 lil angel ♡ᐩ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 19:42
    แงงงงงมารตาตอนกลายเปงผัวเก้วกาดมันบับ ่ด่กรสกาดดน ชอบบบบ u_u❤️ มันดีมากเลยค่า แต่ตอนที่ชอบและซาบซึ้งที่สุดก็ตรงความห่วงใยที่ทารคามีให้มารตางะ ;-; สัมผัสได้ถึงความรักน้องๆมากๆของทารคาเลย
    #301
    0
  4. #300 Angdre (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 13:35
    โถ เด็กน้อยขี้เหงาาา
    #300
    0
  5. #299 Earn Waranluk (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 09:30
    มารจาช่างเก้วกาด ชอบบบบ
    #299
    0
  6. #297 Deffy321Praw (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:13
    มีผัวดีมันเป็นแบบนี่นี้เอง ชอบบบบบบ
    #297
    0
  7. #296 Faerwell_Blacker (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 21:18
    กรี้ดดดด มีผัวเก้วกาดควรดีใจนะเจ้าคะท่านจ้าววว
    #296
    0