[จบบริบูรณ์] Fic 9 Satra : จองจำอสุรา [มารตา x ทารคา]

ตอนที่ 23 : ๒๐ : แผนการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    5 เม.ย. 61

การ์ณีชาในร่างนางกฤษณามองความเงียบสงบที่พึ่งได้หวนกลับคืนมาในตำหนักหลังจากที่ท้าวมารตาออกปากไล่ทุกคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจนหมด ท่าทีหงุดเงี้ยวเกินพอดีนี่ทำให้แม่หมอแดนยักษ์แอบสงสัยไม่น้อยว่าตนเผลอเข้ามาขัดขวางบางสิ่งรึเปล่า เพราะปกติท้าวเธอของหล่อนก็ไม่ได้สงบปากสงบคำขนาดนี้ด้วย

แถมท่านมารตาก็ทำทีคล้ายจะเอ่ยปากบอกเทหะยักษาให้ออกไปรอด้านนอกกับพวกนางยักษ์ผ้าสามสีนั่นด้วยเพียงแต่ตัวท้าวเธอไม่ยอมซ้ำยังเค้นคอหนักจนกลายเป็นฝ่ายท้าวมารตาแทนที่ต้องคอยอธิบายทุกเรื่องที่ทราบเกี่ยวกับสาปส่งจันทร์แรมให้คนง้องแง้งเข้าใจ ต่อจากนั้นตัวเทหะยักษาก็ถูกเซ้าซี้กลับ ตบตีกันอยู่นานสองนานจนท้ายที่สุดท่านทารคาก็ยอมเอ่ยปากเล่าเหตุการณ์พลาดท่าชวนสังเวชจนได้คำสาปส่งติดตัวมาให้นางและท่านมารตาฟัง ไม่วายหลอกจิกกัดด่าคนที่ทำให้พระองค์ประชวรหนักจนต่อกรใครเขาไหวไปอีกหลายยก

และไม่บิดพลิ้วไปจากสิ่งที่การ์ณีชาคาดนัก เทหะยักษาพิโรธหนักปรามาสว่าจะออกไปปราบปรามอ้ายอีพวกนั้นให้หลาบจำด้วยองค์เองแต่มีหรือพระสวามีทางพฤตินัยจะยอม

สีหน้าทารคาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่านที่ถูกขัดใจต่างจากมารตาที่ดูสุขุมนุ่มลึกกว่าแต่ก็มีห้วงความอารมณ์ขุ่นเคืองไม่แพ้กันที่คนดื้อด้านไม่ยอมทำตามคำสั่งตน

“พี่ต้องอยู่ที่นี่...ข้าไม่ได้กำลังขอร้องท่านนะ” เมื่อไม้อ่อนเอาไม่อยู่ก็ต้องลงไม้แข็ง

“เจ้ากล้าสั่งข้างั้นรึ?!” ทารคามองอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้สดับ

อะไรสร้างความมั่นใจโง่ๆให้น้องชายเขากำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้!

“ใช่ข้ากล้าถ้ามันจักทำให้คนที่ข้าห่วงนักหนาปลอดภัย...พี่ไม่ได้มีแค่ตัวคนเดียวแล้วนะทารคา!” มารตาตวาดอย่างขาดสติ กระแสเสียงนั้นทำให้คนที่ตั้งหน้าตั้งตาเถียงอ้าปากค้าง เห็นดังนั้นมารตาก็ลอบถอนหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะเตลิดเปิดเปิงจนเข้าใจผิดกันไปมากกว่านี้ ปลายนิ้วโป้งสีชาดค่อยๆแตะลงตรงริมฝีปากช่างพูดเบาๆแล้วเอ่ยย้ำถึงเหตุผลแท้จริงในรับสั่งเอาแต่ใจนี้ “...พี่มีลูกน้อยของเราด้วย”

“........” ทารคาหรุบตาต่ำ คำพูดมารตาดั่งธารน้ำแข็งที่สาดเข้าใจกลางไฟโทสะ เพียงโครมเดียวทุกอย่างก็หลงเหลือเพียงเขม่าควันหากแต่ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด...

แกร็ง! ถ้วยทองเหลืองที่วางอยู่ไม่ไกลกลิ้งหล่นลงบนพื้นจนเกิดเสียงเพราะมือไม้ซนๆของบ่าวคนเดียวในเรือน

“อะแฮ่ม! อิฉันไม่ได้ยินสิ่งใดเลยเจ้าค่ะ!” การ์ณีชารีบพูดทันทีที่ดวงตาสองคู่ตวัดมา มันดูซื่อใสสมจริงอยู่หรอกแต่เหมือนจะไม่สามารถเยียวยาความกระดากที่ก่อเกิดขึ้นแก่ยักษาสองตนที่พึ่งระลึกได้ว่าในห้องไม่ได้มีเพียงเราสองได้

เผียะ!!!

คนมือไวพอๆกับปากฟาดเข้าเต็มแก้มมารตาจนอสุราสีชาดถึงกับหน้าหัน จักกุมแก้มหันกลับมาถามหาเหตุผลในการประทุษร้ายก็พบกับดวงหน้าแดงฉานพร้อมกับการกัดปากกลั้นเสียงคำรามแทนคำตอบอยู่ก่อนหน้าแล้ว

ให้ตายเถอะ...เขินรุนแรงเสียจริงเมียใครเนี่ย!

“เอ่อ...ท่านเจ้าคะบ่าวคิดว่า--”

“ว่ากระไร?! / ว่าอันใด!”

“.....” การ์ณีชามองทั้งสองพระองค์ตาปริบๆ บทจะพากันเปลี่ยนเรื่องไม่ให้อับอายก็ดูพร้อมใจกันเหลือเกิน แต่แบบนี้ก็ดีแล้วจะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้

“อา...บ่าวเพียงแต่จะเล่าถึงเรื่องสาปส่งจันทร์แรมเท่านั้นเจ้าค่ะ”

“ข้าก็รอฟังอยู่นานแล้วใยไม่เริ่มสักที!” ทารคาได้ทีคำรามกลบเกลื่อนการกระทำอันหลงลืมตัวเมื่อสักครู่ ท่าทีนั้นสร้างรอยยิ้มเล็กๆให้คนรอคอยจะแจกแจงไม่น้อยเลย

“พวกมันตั้งรกรากกันอยู่ที่ชายแดนผาสิ้นเทพเจ้าค่ะ ในนั้นมีกองกำลังไสยเวทตร์อยู่ร่วมร้อยพวกมันหมายมั่นจะขึ้นเป็นใหญ่ในรามเทพนครเพราะเห็นว่าพระโอรสไชยราเมศที่ขึ้นครองราชย์อยู่ยามนี้ยังไม่มีพระปรีชาสามารถและสหายร่วมรบมากนัก” การ์ณีชาพนมมือตรงหว่างอกระหว่างพร่ำอธิบายสิ่งที่รู้เห็นจากความทรงจำยามเป็นดวงวิญญาณ นางเล่าย้อนไปถึงช่วงที่กายเนื้อเก่าตายจากแล้วพลาดท่าถูกพวกมันจับไปเพราะคิดว่าเป็นโหงพรายไร้ที่พึ่งอยู่หลายสัปดาห์จนนางอาศัยทีเผลอแหวกหม้อไหอาคมออกมาได้และมาสิงสู่ศพนางกฤษณาดังที่เห็นกันในยามนี้

“พวกมันตั้งใจยึดกรุงรามเทพเป็นแห่งแรกจากนั้นจะกรีฑาทัพมาระรานมณีโคตและอาจลามมาถึงหัวเมืองทั้งสิบสองของคีรีกัณฑ์เจ้าค่ะ และจากนั้นพวกมัน…”

“สมองหมาปัญญาควาย! เห่อเหิมมาจากไหนกันถึงได้ปีกกล้าขาแข็งขนาดนี้!!” ความรังเกียจในเลือดเนื้อเชื้อไขมนุษย์ยิ่งเพิ่มเป็นเท่าทวีเมื่อทราบแผนการอัปปรีย์จัญไรของพวกกบฏไสยเวทย์นี่ แล้วยิ่งคับแค้นใจหนักยามเผลอพลาดท่าให้พวกมันไปในคราก่อนจนเกิด…

ทารคากัดฟันกรอดขณะค่อยๆเอาฝ่ามือแตะสัมผัสไปตามรอยสักทมิฬที่เริ่มลากยาวมาเกือบถึงบั้นเอวของตนแล้ว

ความสิ้นหวังกัดกินในดวงใจได้ไม่นานก็ถูกความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่กว่าเข้ามาทาบทับแล้วค่อยๆใช้ปลายนิ้วทั้งห้าสอดประสานตรงหว่างนิ้วจนมันทาบสนิทติดกันแทนคำสัญญามั่น

“พวกมันไม่มีวันทำได้” มารตาดำริตอบการ์ณีชาแต่นัยน์เนตรกลับมองจ้องดวงตาสีทองอร่ามดั่งจันทร์ทรงกลด มันสั่นระริกแม้เพียงน้อยนิดแต่ก็บ่งบอกถึงความหวาดกลัวที่ก่อเกิดขึ้นในดวงใจเจ้าของมันได้

“เจ้าจดจำเส้นทางทั้งหมดได้ใช่รึไม่?” จอมกษัตริย์ตรัสถามต่อ

“จำได้เจ้าค่ะ”

“ดี...พรุ่งนี้เข้าไปช่วยคนทำแผนที่ในราชฐานเสีย”

“อีกเรื่องเจ้าค่ะท่านท้าว...เรื่องของตุ๊กตาดินปั้นที่ตรึงดวงวิญญาณท่านเทหะยักษาเอาไว้ มันถูกปั้นด้วยดินสิบสามป่าช้าโดยเอาโลหิตท่านทารคาแทนน้ำเปล่าในการผสานเนื้อดิน ใช้พระเกศาพันรัดแทนเชือกฟาง มันถูกกักเก็บอยู่ในอาศรมหลับนอนของคงกระพัน หนทางทำลายมันมีเพียงอย่างเดียวคือการเผาทำลายให้เหลือเพียงเถ้าธุลีแล้วนำขี้เถ้านั้นไปลอยในธารน้ำเจ้าค่ะ” แม้ยังติดขัดในการเอ่ยยศฐาเจ้าขุนมูลนายแล้วต้องมองไปยังพระพักตร์ของมหาอุปราชแต่การ์ณีชาก็ยังรายงานต่อจนครบถ้วนกระบวนความจนได้

มารตาพยักหน้าขึ้นลงรับอย่างเนือยๆ ทุกอย่างดูจะถาโถมเข้าหาไม่หยุดจนแม้แต่คนหัดทำตัวเข้มแข็งมาตลอดอย่างเขาเริ่มจะทานทนไม่ไหว

ทุกอากัปกิริยาอยู่ในสายตาทารคาเป็นอย่างดีเหมือนทุกครา

เขารู้สึกได้มาพักใหญ่แล้วว่าคนที่พึ่งเดินทางกลับจากรามเทพนครเหนื่อยล้ามามาก

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน...เจ้าออกไปตามหานางยักษ์สามตัวนั่นแล้วให้มันหาเรือนหลับนอนให้” ทารคาโพล่งขึ้นมาด้วยการขับไล่ไสส่งคนที่เป็นดั่งข่าวสารสำคัญให้ออกไปให้พ้นหน้าแถมทำทีเป็นขยับขึ้นไปดึงผ้าเนื้อบางมาเตรียมห่มนอนอย่างไม่ทุกข์ร้อนต่อความเป็นความตายของตัวเลย

“แต่…” มารตาที่ยังจับใจความได้ไม่ทั้งหมดตั้งท่าจะแย้ง

“ไม่มีแต่...ถ้าจะพักที่นี่ก็หยุดงานเอาไว้ก่อนแล้วค่อยทำวันพรุ่ง หรือไม่เช่นนั้นก็ไสหัวออกไปทั้งคู่แล้วจะไปหารือกันที่ตรอกซอกซอยไหนก็เชิญ ข้าง่วง!”

การ์ณีชามองอดีตนายตนที่หัดทำตัวงุ้งงิ้งน่ารักน่าชังอย่างรู้แกวว่านายเพียงอาทรต่อท่านจ้าวมารตาเพียงเท่านั้น และนางที่จับเจ่าเล่าข่าวสำคัญไปมากกว่าครึ่งก็ยอมโค้งคำนับแล้วออกจากกเรือนไปแต่โดยดี ทิ้งให้มารตานั่งสับสนอยู่ลำพังว่าเหตุใดจู่ๆคนที่นั่งสบถรับทุกประโยคถึงมาง่วงงุนเอาได้ทั้งที่เมื่อกี้ก็นั่งผรุสวาทตาใสแจ๋วอยู่เลย

แต่กระนั้นก็ไม่ขัดขืนนัก มารตาค่อยๆถอดฉลององค์ออกแล้วหยิบผ้าที่นางทั้งสามตระเตรียมไว้ให้จาก ออกไปชำระล้างคราบไคลนอกตำหนักเสร็จก็เดินกลับขึ้นมาโอบกอดร่างที่ขดตัวนอนรออยู่บนแท่นบรรทม

“ใยยังไม่หลับนอนอีก…” มารตากระซิบข้างหูคนที่ยังเหม่อมองวิวทิวทัศน์มืดสนิทรอบนอกทั้งที่ก่อนหน้านี้ออกตัวเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าง่วงงุนหนักหนา เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงเงียบคล้ายอยู่ในห้วงภวังค์มารตาก็ค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตแก้มพระเชษฐาจนร่างนั้นสะดุ้งแล้วเหลือบมองกลับมา ยามเห็นว่าได้รับความสนใจแล้วมารตาจึงถามต่อ “คิดอะไรอยู่?”

“เปล่า”

“พี่คิด...คิดมากเรื่องใดกัน?”

หางเสียงสงสัยคล้ายไม่ได้สำนึกว่าเคยทำสิ่งใดมาทำให้ทารคาหลุดบริภาษออกมาเสียงแข็ง

“เจ้าก็พูดได้นี่เจ้าไม่ใช่คนที่ถูกทำร้ายนี่...ตั้งแต่ข้าเลี้ยงดูเจ้ามา ผิดถูกมากมายข้าเคยย่ำยีหยามเกียรติเจ้าถึงเพียงนี้ไหม? พอมีนางเข้ามาเจ้าก็ทำทุกสิ่งที่ไม่เคยกระทำ หากเจ้าให้ค่าในตัวข้ามากกว่านางจริงจะทำร้ายทำลายข้าเพื่อมันขนาดนี้เลยรึ”

แม้นยามนอนหันหลังให้กันกระแสเสียงสั่นเทิ้มก็มิมีความโกรธาแฝงเร้นอยู่เลยมารตาสัมผัสได้ มันมีเพียงความน้อยเนื้อต่ำใจเพียงเท่านั้น

ทารคาหลับตาแน่นไม่อยากรับรู้สิ่งใดอีกแล้ว มันปวดหนึบอยู่ในอก หนักอึ้งอยู่ในดวงใจ

เข้าใจถึงเหตุผลทั้งหมดแต่ก็เจ็บปวดจนกระด้างกระเดื่อง อยากยุติความมัวหมองแล้วเปิดรับแต่ความสุขในยามนี้แต่พอสบพบเห็นสภาพน่าอดสูของตนเองในกระจกคราใดก็สะท้อนถึงความทุกข์ตรมในอดีตเสมือนเวรกรรมตามตัว

ย้อนคิดถึงยามเป็นนักโทษเมื่อใดความรู้สึกนี้ก็จักตีตื้นกลับมาอยู่ร่ำไป มันเจ็บปวดจนต้องร่ำหาความตายอยู่หลายต่อหลายครา ความทรมานทั้งหมดนั่นมันแลกได้กับคำขอโทษเล็กน้อยเหล่านี้ได้จริงๆหรือ

“นี่ใช่ไหมสาเหตุที่ปฏิเสธคำขอแต่งงานข้า” แม้จะเติบโตขึ้นเพียงน้อยนิด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง และครานี้มารตาถามได้ตรงจุดเสียจนทารคาได้แต่ลอบถอนหายใจเบาๆแทนคำตอบ

“ใช่จริงๆด้วย” มารตาขานรับเองเออเองอย่างมั่นใจว่าสิ่งที่ตนนึกคิดนั้นถูกต้อง และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงยามพญายักษาค่อยๆดึงรั้งคนในอ้อมกอดให้ขยับหันมาประจันหน้ากัน รอยยิ้มปั้นสร้างแถลงทุกสิ่ง

“ข้าไม่อาจพึงใจกับคำหวานพลิกลิ้นของเจ้าได้...ข้าไม่อาจปักใจเชื่อคนที่กล่าวตัดพี่ตัดน้องกันเพียงเพราะสตรีนางเดียวได้ หากทั้งหมดมันเกิดจากความสงสาร หากมันเกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดที่เจ้าทิ้งไว้ เจ้าจงหยุด--อึ่” เป็นอีกคราที่จอมกษัตริย์ไร้ซึ่งความอดทน มารตาเคลื่อนหน้าไปจรดจูบปิดคำตัดพ้อในเรื่องเดิมๆอีกครั้ง ทิ้งริมฝีปากค้างไว้ไม่นานก็รีบผละออกมาแล้วแถลงไขทุกอย่างก่อนคนคิดมากจะเตลิดไปอีกครา

“ข้ารู้...เพราะแบบนั้นข้าถึงไม่มีหน้ามาพบเจอท่าน ห่างหายไปใช่ว่าไม่สำนึกผิด ข้าระลึกอยู่เสมอไม่ต่างกัน ข้ารู้ว่าเพียงคำขอโทษมันไม่เพียงพอต่อความเลวร้ายที่ข้าเคยกระทำลงไป แต่รอให้พ้นสาปส่งจันทร์แรมไปก่อนได้ไหมเล่า...ถึงเวลานั้นพี่จักโกรธข้า จักเกลียดข้า ข้าจักตามง้อมันทุกคราไปชีวิตพี่สำคัญที่สุดในยามนี้ สิ่งหนึ่งที่ท่านมั่นใจได้ในยามนี้คือข้าจะไม่ทำผิดพลาดอีกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม” มารตาย้ำมั่น แม้นว่าทุกสิ่งที่ทำมาจะสาหัสสากรรจ์แค่ไหนแต่นับต่อแต่นี้ไปมันจะไม่เกิดขึ้นอีก

เมื่อเห็นว่าคนที่เถียงคำไม่ตกฟากยอมเงียบงันมารตาก็นับว่ามันเป็นคำตอบตกลงไปในที่สุด แลมีหรือคนที่ได้คืบแล้วจะไม่เอาศอก

คนวัยวุฒิน้อยกว่าอาศัยความเงียบนี้เนียนกดศรีษะของคนที่ยอมนอนทอดกายนิ่งๆให้เข้ามาซบตรงแผ่นอกตนแล้วก้มลงสูดกลิ่นหอมจากเรือนผมสีแดงเพลิงเข้าเต็มปอดอย่างแสนคิดถึง

“ข้าเหนื่อยกับงานมาสี่ส้าห้าคืนแล้วหนาท่านพี่ ขอข้านอนกอดท่านแน่นๆให้ชื่นใจสักคืนได้ไหมเล่า? ถือว่าทำบุญทำทานกับเด็กทรพีคนนี้เถิดนะ”

“!...” คำออดอ้อนของเด็กที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่วัยกระเต๊าะดังน้ำกรดกัดเซาะปราการเหล็กกล้า กัดกร่อนเสียจนใจที่พยายามแข็งดั่งหินผาค่อยๆอ่อนยวบยาบลงไม่เป็นท่า

แพ้ทางการออดอ้อนออเซาะนี่มาแต่ไหนแต่ไร...มากาลนี้มีหรือคนที่ตามใจน้องมาตลอดจะเอาชนะต่อมัน

“........” ไม่ได้ตอบรับด้วยวาจาแต่สาธยายทุกสิ่งด้วยการกระทำแทนตามวิสัย ทารคาทำปากขมุบขมิบคล้ายสบถอย่างเหนื่อยหน่ายใจแต่กระนั้นวงแขนกลับค่อยๆกอดตอบร่างที่ดึงตนไปโอบเสียแนบแน่นก่อนว่าเสียงเเข็ง “รีบนอนได้แล้ว”

“หึหึ...แล้วหากข้าขอ--อุ๊บ!” เด็กน้อยหัดต่อรองเตรียมอุทธรณ์ขอสิ่งอื่นเพิ่มเติมแต่ก็ต้องเปลี่ยนมาเบิกตากว้างแทนยามคนที่สมควรจะซุกหลับบนอกตนกลับรุกหนักด้วยการเงยหน้าขึ้นมาแล้วจรดจูบปิดปากเขาเสีย ถึงมันจะบางเบาคล้ายสายลมพาดผ่าน และคนกระทำอุกอาจก็รีบร้อนผละริมฝีปากออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ความหอมหวานกลับติดทนนานเสียจนอดจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาไม่ได้

“จะพักผ่อนก็อย่าพูดมาก” น้ำเสียงแข็งกระด้างพ่นออกมาอีกระลอก แต่ดวงหน้าของผู้พูดกับเต็มไปด้วยสีแดงฉานจนแทบไม่เหลือสัดส่วนสีมรกตตามพื้นเพเดิม

น่ารัก...น่ารักเหลือเกิน

มีเพียงถ้อยคำนี้เท่านั้นที่กึกก้องในดวงใจอสุราสีชาด ท้ายที่สุดมารตาก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างยอมจำนนต่อบัญชาเมียแล้วโอบร่างที่ผอมโครกกว่าตนเข้ามากอดแนบแน่นอีกครั้ง เพราะความสุขล้นรอยยิ้มจึงยังคั่งค้างบนใบหน้า มันเหยียดกว้างขึ้นกว่าเก่าเมื่อคิดข้อเท็จจริงพิเรนทร์ๆขึ้นมาได้

ว่าด้วยเรื่องทารกน้อยที่จะได้ออกมาลืมตาดูโลกในไม่ช้าจะสับสนกับการลำดับญาติของพวกตนเพียงใด และจักทำหน้าอย่างไรกันหากทราบว่าผู้เป็นพ่อคือน้องชายแท้ๆของมารดาตัว คงจะสับสนงงงวยกันน่าดู

คิดแล้วก็หลุดหัวเราะเบาๆ หากแต่พอเลื่อนลงมาสบคนที่เงียบงันไปอีกคราก็ลมหายใจแทบสะดุดไปเพราะความน่าพิสมัย ยิ่งเห็นสีมะเดื่อลามมาถึงใบหูของคนที่ถูกสถาปนาเป็นจอมใจคู่บัลลังก์มารตาก็อดจะกดจูบแก้มนวลเนียนแล้วสัพยอกไม่ได้

“ขนบธรรมเนียมเขาว่าผู้เป็นเมียต้องเรียกผัวว่าพี่มิใช่รึ...ท่านสนใจเปลี่ยนสรรพนามดูบ้างไหมเล่า?”

“หึ...ข้าไม่เรียกเจ้าว่ามึงก็บุญเท่าไหร่แล้ว” ต่อให้อายแทบแดดิ้นตายแต่กระนั้นฝีปากก็ไม่เคยตกหล่น ยังคงโต้โผเสียจนพญายักษาถึงกับหลุดหัวเราะยกใหญ่

“หัวร่อไปเถอะ…” ทารคาแยกเขี้ยว ขู่คำรามหากแต่มองยังไงก็คล้ายการกลั้นยิ้มเสียมากกว่า

หยอกเอินกันไปมาไม่นานนักคนที่ทรงงานติดต่อกันมาหลายวันก็เริ่มตาปรือก่อนมันจะปิดลงไปเพราะความเหนื่อยล้า แต่กระนั้นรอยยิ้มแห่งความสุขก็ยังไม่ได้เจือจางไปไหน

ทารคาเหม่อมองภาพนั้น รอยยิ้มเผยขึ้นช้าๆก่อนจะเอื้อมฝ่ามือไปลูบเรือนผมสีขาวสะอาดเบาๆ เสมือนกลับไปในห้วงอดีตยามที่ตนต้องกล่อมอนุชาให้หลับนอน

เห็นแก่ว่าทำงานหนักมาหรอกนะ…

แต่กระนั้นก็ยังหาข้ออ้างในการปล่อยใจครั้งนี้ ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าทั้งหมดทั้งมวลมันมีแค่ใจพึงอยากกระทำเท่านั้น

“ราตรีสวัสดิ์...มารตา”


…..

….

..

.


ลมพัดเอื่อยเฉื่อยส่งผลให้คนที่หลับสบายระบายยิ้มอย่างผาสุกแต่ไม่นานนักรอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆเจือจางลงเพราะแว่วเสียงกระซิบที่ลอยมากับสายลมนั้น

“ไม่มีวัน...ไม่มีวัน”

ดวงตาสีฟ้าค่อยๆลืมตื่นก่อนกวาดไปทั่วตำหนักที่ยังมืดทึมเพราะเชิงเทียนหลอมละลายจนหมดเชื้อไฟ

“ไม่มีวันให้อภัย...ไม่มีวัน”

มารตากระพริบตาถี่เพื่อให้ดวงตาปรับสภาพในที่มืดได้ไวขึ้น และเมื่อเริ่มมองเห็นเค้าลางสิ่งของภายในตำหนักนัยน์ตาสีฟ้าก็กวาดสำรวจหาต้นตอของเสียงพึมพำนั้นไปทั่วจนพบเข้ากับโครงร่างของคนที่สมควรจะนอนอยู่ในอ้อมอกนั่งหันหลังอยู่อีกฟากฝั่งของเตียง มารตาค่อยๆขยับตัวมานั่งพิงพนักเตียงไม้ก่อนยื่นมือไปแตะไหล่ร่างนั้นเพื่อให้หันมาเอ่ยให้ตนเข้าใจอีกทีเพราะถ้อยคำเหล่านั้นมันเบาบางจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ แต่ทันทีที่แตะลงบนลาดไหล่ร่างที่หันหลังให้ก็ผุดลุกขึ้นแล้วหันมาบีบคอตนอย่างแรง  

“ข้าไม่มีวันให้อภัยเอ็งไอ้น้องทรพี!! มึงต้องเจ็บปวดเจียนตายกว่าที่กูต้องประสบพบเจอมา!!” วาจาเชือดเฉือนบาดใจยังไม่น่าขนลุกขนพองเท่าดวงตาสีแดงก่ำดุจหยาดโลหิต ร่างนั้นสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนาหากแต่น้ำใสที่ไหลรินออกมากลับเป็นสีแดงฉาน หยดน้ำนั้นรินรดเต็มแก้มของมารตา ยิ่งตกกระทบลงมาเท่าไหร่กลิ่นคาวเลือดยิ่งคละคลุ้งขึ้นเท่านั้น

สิ่งที่ทำให้หัวใจอสุราสีชาดแทบขาดรอนคือการมองเห็นร่างตรงหน้าค่อยๆใช้กรงเล็บจิกทะลุเนื้อหนังแล้วควักหทัยตัวเองออกมาจ่อดวงหน้าซีดเผือดของมารตา

ตึก ตึก

ก้อนเนื้อที่ทารคาควักออกมายังคงเต้นตึกตักบนฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยเลือด ก่อนดวงหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดนั้นจะยื่นเข้ามาใกล้แล้วตะคอกเสียงดังกว่าเก่า

“มึงต้องเจ็บปวดเจียนตายกว่าที่กูประสบพบเจอ!!”

เฮือก!!!

ร่างที่เกร็งขืนกระเด้งผุดลุกขึ้นจากหมอน แรงดีดทำเอาเกือบกระดอนตกแท่นบรรทมไปดีที่มารตาได้สติแล้วขยับนั่งตัวตรงได้เสียก่อน

ทั้งร่างยังคงสั่นสะท้านไปเพราะความหวาดกลัว ฝ่ามือสั่นเทิ้มทั้งสองยกขึ้นจับลำคอที่พึ่งถูกบีบรัดยามนี้ไม่รู้สึกถึงความอึดอัดนั้นแล้ว และภาพกลางคืนมืดทึมก็แปรเปลี่ยนเป็นสว่างจ้าจนหมดจด

ฝันร้ายอีกแล้วรึ…

“.....” มารตากลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อตั้งสติให้มั่น หากแต่ร่างกายที่พึ่งสงบได้ไม่นานกลับต้องขนลุกซู่ ดวงใจเต้นรัวเร็วอีกครั้งพอปัดป่ายมือไปหาร่างของคนที่นึกห่วงแล้วพบเจอแต่ความว่างเปล่ามีเพียงหมอนอิงและผ้าไหมผืนบางที่วางพับไว้ด้านบนเท่านั้น

ดวงหน้าซีดเผือดลงกว่าเก่าเมื่อกวาดสายตาสำรวจแล้วไม่พบแม้กระทั่งบ่าวไพร่ที่สมควรอยู่ดูแลพี่ชายเขา

“หายตัวไปไหนกันหมด…”

รึว่าเกิดเรื่องใหญ่อันใดขึ้น

คิดได้ดังนั้นมารตาก็แทบจะถลาลงจากเตียง ไร้ซึ่งอาการงัวเงียดั่งที่เป็นทุกครั้งยามตื่นบรรทม สองมือสาละวนหาฉลององค์มาสวม ละทิ้งเครื่องราชอิสริยศของตัวจนเกือบหมด เรียกให้ถูกคือมีแค่เสื้อเนื้อดีกับกางเกงครึ่งท่อนตัวสบายเพียงเท่านั้น เมื่อแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จสิ้นก็รีบจ้ำอ้าวออกจากตำหนักซ่อนชู้ทันที

เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือ...ดวงใจที่ห่างหายไป

“เทหะยักษาผ่านมาที่แห่งนี้บ้างรึไม่?” บ่าวไพร่ตั้งแต่เรือนชาตบุตณ์ไปยันครัวหลวงถูกท่านท้าวตรัสถามในสิ่งเดียวกันแต่กลับไม่มีผู้ใดตอบคำถามเหล่านั้นได้

ยิ่งนานเข้าดวงใจยิ่งเต้นระส่ำคล้ายจะหลุดจากอกอยู่รอมร่อ ฝันร้ายคือลางบอกเหตุที่ดีที่สุด และจากอุปนิสัยของคนดื้อด้านคิดได้เพียงว่า...

“พี่คงไม่ได้ออกไปตามล่าไอ้หมอผีนั่นเพียงลำพังใช่ไหม...ทารคา”


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาอัพตอนต่อให้แล้วเจ้าค่ะ นานนมพอตัวขออภัย /ถือพานพุ่มมากราบรอบทิศ หวังว่ายังมีคนตามอยู่นะคะฮือๆ ส่วนคนที่สนใจโดเนทรวมเล่มเรื่องนี้ยังโดเนทเข้ามาได้ถึง 22 เม.ษ นี้เด้อค่าเด้อ สุดท้ายนี้เหมือนเดิมฝากเม้นติชมด้วยค่า

1 เม้น 1 ล้านกำลังใจค่ะ

#มารตาจองจำทารคา





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

395 ความคิดเห็น

  1. #335 kimimill (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 15:42
    เด่วท่านท้าวเธอตะไปทำไมนึกถึงเด็กในท้องบ้างเล๊ย
    #335
    0
  2. #298 Ammm (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 23:16
    จะบู้เหรออ เกรงใจเบบี้นิดนึงเนอะ
    #298
    0
  3. #295 prapapormsr (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 17:37
    ทำให้เขินแล้วก็ทิ้งให้เราสงสัยยยยย
    #295
    0
  4. #294 Mamimilky (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 20:58
    ทำไมท้าวเธอดืัอจัง!!!! อย่าบอกว่าออกไปจริงๆ แล้วพวกบ่างละ หรือเราคิดมากไปเองท้าวเธออาจไปเดินเบ่นหรือทำอาหารเช้าให้น้องก็เป็นได้!!!!
    #294
    0
  5. #293 lil angel ♡ᐩ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 05:02
    คุณท้าวเธอออออออ ดื้อ ทำไมดื้ออย่างนี้คะ!! T _ T นี่ท้องอยู่นะฮัลโหลลล ขอให้อย่าเกิดอะไรร้ายแรงเลยค่ะ อ่านตอนแรกๆบับเขินนชอบใจๆๆๆเพราะมันหวานมั่กก ละมาจบละที่มาม่าได้ยังงายแง รอตอนต่อไปนะคะ <3
    #293
    0
  6. #292 'นมชมพู' (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 17:54
    กำลังเขิน ดันมาสะดุดตอนจบ แงงงงงงง้ ทราคาอย่าทำแบบนั้นนะ เดี๋ยวก็เป็นอะไรไปหรอก ฮือออออออ มารตารีบตามหาเร็วววววววว
    #292
    0
  7. #290 ammykjd (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 17:46
    เห้ย ทารคา...ท้องอยู่ไงงงงงงงง ทารคา!!!!
    #290
    0
  8. #289 zxmiping (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 17:15

    ท้าวเธอจะดื้ัอไปไหนเจ้าคะแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง้ รอผัวตื่นก่อนไม่ได้หรือออออออออออออ /จับเขย่าๆๆๆๆ จากกำลังลอยๆเพราะความหวานชะงักกึก เครียดแทนมารตาแล้วจ๋าาาาาาาาา ขอเถอะ หมดสาปส่งจันทร์แรมเมื่อไร รังแกคนดื้อทีค่ะT^T

    #289
    0
  9. #288 break1999 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 16:11
    ปัดมดอยู่ดีๆก้ต้องต้มมาม่าต่อซะและ
    #288
    0