[จบบริบูรณ์] Fic 9 Satra : จองจำอสุรา [มารตา x ทารคา]

ตอนที่ 16 : ๑๕ : โรมรัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    10 เม.ย. 61

๑๕

โรมรัน  

#มารตาจองจำทารคา



ผู้คนน้อยใหญ่แห่แหนมาเบียดเสียดชมการต่อสู้ของจอมกษัตริย์กับอดีตท่านท้าวแห่งคีรีกัณฑ์ที่ดูยังไงมันก็เหมือนการที่ท้าวเธอไล่บี้พระอนุชาแห่งตนอย่างเอาเป็นเอาตายมากกว่าเพราะท่านมารตาทำเพียงปัดป้องการโจมตีทั้งหมดเพียงเท่านั้น

แหงสิ...ใครจะกล้าลงไม้ลงมือกับเมียตัวเองที่กำลังท้องไส้ได้กันล่ะ

เมื่อกาลก่อนเผลอคิดกันไปทั่วว่าท่านมหาอุปราชมารตาไม่ชำนาญการศึกเท่าเทหะยักษาแต่มาบัดนี้พวกนางต้องเปลี่ยนความคิดกันใหม่ยกแผงเมื่อนอกจากจะคอยปัดป้องจุดตายของตนจากการโรมรันของท่านทารคาได้อย่างอยู่หมัดแล้วก็ยังไม่วายมีเนียนแอบกอดแอบโอบรับร่างคนเม้งแตกเอาไว้ยามเทหะยักษาออกแรงจนเกินงามอีกด้วย

แหมช่างเป็นผัวแสนประเสริฐเสียจริงเชียวท่านท้าวมารตา!

แต่ไม่นานนักเกมก็พลิกโผชนิดที่หลายฝ่ายยังต้องส่งเสียงฮือฮาไปด้วยความตกใจเพราะท้าวเธอแกเริ่มเล่นแรงขึ้นเรื่อยๆอย่างการยกเข่ากระแทกอัดพระอุระท่านจ้าวก่อนตามมาด้วยการยกเท้าถีบเข้าเต็มยอดหน้าจนท้าวมารตาที่คอยปัดป้องถึงกับล้มทั้งยืน

“อุ๊บ!” มารตานิ่วหน้า ศีรษะที่กระแทกอัดกับพื้นสร้างความรู้สึกเจ็บปวดจนชาวาบไปทุกสัดส่วน ไม่ทันได้หายจุกเสียดดีก็ต้องถูกโผเข้ามาบีบคอ ทารคาเพิ่มเเรงบีบจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามลำคอสีชาด ภาพนั้นส่งผลให้กระแสเสียงที่เคยกู่คำรามก้องเงียบลงถนัดตาเมื่อเห็นผลแพ้ชนะชัดเจน

ยังไงเสียก็ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงพระปรีชาสามารถของเทหะยักษาได้จริงๆนั่นแหละ

ทารคาขยับขึ้นไปคร่อมทับบนร่างสูงใหญ่ของอนุชาแล้วบีบเชิดให้ดวงหน้าของคนใต้อาณัติมองสบตากันตรงๆพลางเอ่ยเย้า

“เป็นสีหน้าน้อมรับความปราชัยที่น่าสมเพชดีนี่--อื้มม!” คำพูดถากถางจำต้องขาดห้วงไปเมื่อคนที่สมควรจะนอนสิ้นฤทธิ์กลับโผเข้ากดท้ายทอยคนด้านบนตัวลงมากดจูบแนบแน่นตามมาด้วยลิ้นร้อนที่สอดเข้าไปในโพรงปากที่เปิดอ้าอยู่อย่างไม่คิดรีรอให้เสียที

แกร็ง!

ดาบเล่มโตในมือทารคาร่วงกราวลงกับพื้นก่อนความตกใจที่เกาะกุมจะทำให้ถูกอสุราสีชาดเหวี่ยงลงมากองกับพื้นดินแบบไม่ทันให้ตั้งตัว

จ๊วบ!

เสียงหยาบโลนจากการดูดเม้มกลีบปากที่เห่อแดงช้ำไม่ต่างจากดวงหน้าทำเอาสาวๆรอบด้านเผลอยกมือขึ้นปิดปากด้วยความกระดากอายแทนสองขัติยวงศ์ที่มาพลอดรักกันท่ามกลางการโรมรันอันดุเดือดโดยไม่คำนึงถึงสายตาใครหน้าไหน

มารตาค่อยๆผละริมฝีปากออกมาพลางยกยิ้มกว้างยามเห็นคนที่มีวาทศิลป์เป็นเอกนอนหอบหายใจไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนกราวกับสติยังไม่เข้ากับร่องกับรอยดี ก่อนเป็นฝ่ายจอมกษัตริย์บ้างแล้วที่ได้ดำริให้พสกนิกรรอบด้านและคนที่นอนกองเกยใต้ร่างตนได้เข้าใจตรงกัน

“ข้าว่าเรายังมีเวลาพอจะต่อรอบสองอยู่นะ”

“บัดซบ...ถอยออก--”

“ทะ...ท่านท้าวขอรับ” ก่อนที่คำสบถอันเป็นเอกลักษณ์จะได้แพล่มพลายออกมาทำลายพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์อำมาตย์เฒ่าก็ได้ตัดสินใจเอ่ยขัดขึ้นด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ ส่งผลให้สองยักษาที่อยู่ในโลกส่วนตัวมานานนมได้สำนึกว่าในสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่พวกตนปักหลักอยู่

“อะไรเล่า! / อะไร!” สองเสียงตะคอกดังขึ้นพร้อมกัน เสียงแรกมาจากคู่ควงของจอมราชและถัดมาคือเสียงของท่านท้าวเองไม่ต้องบรรยายถึงพระพักตร์อันเปี่ยมไปด้วยความโกรธาที่มีคนแส่เข้ามาขัดความสำราญในการลงไม้ลงมือกันหรอกนะ มันน่ากลัวชนิดที่ทุกฝ่ายเผลอยืดหลังตรงขนลุกขนชันกันเลยทีเดียวเชียว และสิ่งเหล่านั้นทำให้เหล่าอำมาตย์น้อยใหญ่ต่างพากันกรูลงมาคุกเข่ากันคนละมุมการประลองแล้วประนมมือกราบกรานขัติยวงศ์ทั้งสองกันจ้าละหวั่น

“คือ...กระหม่อมก็ไม่อยากขัดความสำราญนะพะยะค่ะเพียงแต่นี่จักถึงฤกษ์ยามงามดีในการเปิดพิธีการชมจันทร์แล้วเท่านั้นพระเจ้าค่ะ”

นัยน์ตาสองสีของพี่น้องร่วมสายเลือดตวัดกลับมามองกันนิ่งยามตระหนักได้ว่าความสะใจส่วนตัวกำลังทำให้พิธีการที่มีมาแต่โบราณต้องมัวหมอง แม้นไม่อยากจะสงบศึกนักแต่เพื่ออาณาประชาราษฎร์ทั้งหลายที่รายล้อมอยู่ก็จำต้องปั้นหน้าเป็นมิตรต่อกันไปก่อน ไว้จบพิธีการจักกลับไปตบตีแสดงความรักกันต่อสักฉาดสองฉาดก็ยังไม่สาย

“.....” มารตายอมผละออกจากร่างของพระเชษฐาก่อนหยัดยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วปัดคราบฝุ่นผงออกจากฉลององค์จนหมดจดจากนั้นก็ยื่นมือไปเบื้องหน้าเพื่อให้คนที่ยังนั่งกองอยู่บนพื้นได้ใช้เป็นหลักยึด

ทารคามองรอบด้านทันควันแล้วค้นพบว่าทุกสายตาดูเว้าวอนพยักพเยิดให้ตนตอบรับไมตรีจิตจากท่านจ้าวกันอย่างออกนอกหน้าโดยเฉพาะสามยักขิณีสาวที่คอยปรนนิบัดพัดวีตนอยู่ที่เรือนเกษอาชา หล่อนทั้งสามทำท่าทำทางล้อเลียนโดยกุสราลงไปกองบนพื้นโดยมีมาหน่าคอยยื่นมือลงไปให้กุสราได้ฉวยและช่วยฉุดดึงกันและกันขึ้นมาจากนั้นอาฮินจายาก็เข้ามาปรบไม้ปรบมือไร้เสียงราวกับละครลิงไร้สาระพวกนั้นได้จบลงอย่างสุขสมดังใจปองของทุกฝ่ายด้วยประการฉะนี้

นางพวกนี้นี่เป็นอีลูกช่างเสี้ยมรึยังไง…

แต่เมื่อยิ่งมองยิ่งรู้สึกถึงแววตากดดันจากหลายฝ่าย หากตนยังเอาแต่หักหน้าจอมกษัตริย์ซ้ำซากอาจทำให้ภาพลักษณ์ของเชื้อพระวงศ์ในคีรีกัณฑ์ดูตกต่ำลงและเป็นการไม่บังควรในฤกษ์ยามงามดีเช่นนี้เป็นอย่างยิ่ง

เหอะ...ถือว่าเป็นคืนชมจันทร์หรอกนะ

ทารคาหาเหตุผลในการยอมรับไมตรีจิตจากน้องทรพีของตนเองแล้วค่อยๆเอื้อมมือไปจับกับฝ่ามือสีชาด เพียงแค่ไออุ่นแตะสัมผัสกันรอยยิ้มน่าหมั่นไส้บนดวงหน้ามารตาก็ผุดพรายขึ้นเสียจนอดีตท่านท้าวถึงกลับอยากจะฉุดมือตนเองกลับมาแล้วเปลี่ยนไปส่งฝ่าเท้าให้แทน

มารตาดึงรั้งร่างสูงโปร่งขึ้นมาพลางใช้มืออีกข้างฉวยเอวเอาไว้ไม่ให้คนเสียหลักล้มลงไปอีกครั้งและภาพนั้นก็ทำให้กำนันอำมาตย์ลอบยิ้มกันถ้วนหน้าแต่ก็ต้องรีบปรับกลับมาสีหน้าขึงขังราวกับไม่มีเรื่องน่าพึงใจอันใดเกิดขึ้นเลยสักนิดเมื่อสองยักษาในข้อพิพาทตวัดสายตามามอง

“ปล่อยได้แล้ว…” ทารคากระซิบเสียงลอดไรฟันแต่ก็จำต้องเดินตามแรงฉุดรั้งของมารตาที่นำพาตนไปสู่แท่นประทับประจำตัวโดยมีนางยักษ์ทั้งสามคอยนั่งยิ้มยิงฟันรอรับช่วงปรนนิบัติต่ออยู่ใต้เยื้องยุคลบาท

เมื่อจัดแจงส่งคู่ควงเสร็จมารตาก็ย่างสุขุมกลับไปนั่งบนแท่นประทับของตน จากนั้นพิธีการมากมายก็ดำเนินไปตามลำดับของมัน มารตาเท้าคางสดับฟังอย่างเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาแม้นกายาของตนจะยังสะบักสะบอมจากการเล่นสนุกของพระเชษฐาแต่ก็อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองสำรวจว่าคนที่เป็นห่วงนักหนาไม่ได้เลือดตกยางออกที่ส่วนไหน

จนทุกอย่างมาสะดุดกึกตรงการประกาศถึงเรื่องการเต้นรำเปิดพิธีการที่แสลงหูเขามาตั้งแต่รับทราบเรื่อง มารตาส่งสายตากดดันอำมาตย์ที่มารับหน้าที่โฆษกเพื่อชี้ให้ชัดว่าตนเองไม่มีวันลงไปทำกิริยาบ้าบอเช่นนั้นต่อหน้าสายตานับแสนนับพันเป็นแน่และเชื่อได้เลยว่าพระเชษฐาเขาเองก็ไม่คิดจะเสนอหน้ามาทำเรื่องเหล่านี้ด้วยเหมือนกัน

และสายตาคมดุดั่งพญาราชสีห์เตรียมกระชากไส้นั้นก็ทำเอาอำมาตย์เฒ่ารีบเปลี่ยนแผนการกันเป็นพัลวัน

“ถะ...ถ้าเช่นนั้นขอเชิญทุกท่านร่วมเต้นรำเปิดคืนชมจันทร์กันได้เลยจ้า” คำลงท้ายแสนชาวบ้านสร้างความอบอุ่นใจให้แก่ชนชั้นรากหญ้าไม่น้อย มันเป็นถ้อยคำที่ท้าวมารตาบอกให้เติมแต่งเข้าไปในคำกล่าวเพื่อลดช่องว่างระหว่างฐานันดรของอำมาตย์และบ่าวไพร่ ยังไงเสียงานนี้ก็มีจุดประสงค์ให้ทุกหมู่เหล่าได้ร่วมสนุกสนานกันโดยไม่มีคำว่ายศฐามาขวางกั้นเพราะฉะนั้นต่อให้โฆษกต้องเอ่ยแล้วได้รับเสียงหัวเราะขบขันจากหลายๆฝ่ายก็คงต้องจำยอมอย่างเสียไม่ได้

จบคำประกาศโฆษกก็ปล่อยลานพิธีกรรมให้เป็นหน้าที่ของวงดนตรีไทยช่วยบรรเลงขับขานสร้างความสนุกสนานต่อไป

และเมื่อเห็นท่านท้าวมารตาผุดลุกขึ้นยืนเหล่าข้าราชการน้อยใหญ่จึงค่อยๆสลายตัวออกเป็นทางเดินเชื่อมไปยังพระแท่นประทับของท่านทารคาที่นั่งตีสีหน้ายุ่งเหยิงทันควันยามทุกสายตากลับมาจับจ้องที่ตนกับอนุชาจนชวนกระดากอีกแล้ว

ท่องไว้ทารคามันคือคืนชมจันทร์...เพียงคืนเดียวเท่านั้นที่ข้าจักต้องปั้นหน้าไม่ให้ทุกอย่างมันพังพินาศไปเพราะอารมณ์ตัว

“ลุกระวังๆเจ้าค่ะท่านทารคา” อาฮินจายาเสนอหน้ามาช่วยโอบประคองคนท้องไส้ที่ตั้งท่าจะลุกจากบัลลังก์เป็นคนแรกตามมาด้วยการช่วยนวดตามหลังพระชงฆ์อย่างสอพลอของกุสราและมาหน่า จนเมื่อเห็นท้าวมารตาเยื้องย่างมาชิดใกล้พวกนางจึงจัดแจงส่งตัวโฉมสคราญให้ถึงพระหัตถ์ท่านจ้าวท่ามกลางสายตาดุดันของทารคาที่ปราดมองนางกำนันเรียงหัวโทษฐานที่ทำตัวเสี้ยมยุออกหน้าออกตาเสียจนน่าหมั่นไส้แตกต่างจากมารตาที่ทำเพียงยิ้มขำกับจริตจก้านของพวกนางเพียงเท่านั้น

มารตาบีบกระชับฝ่ามือพระเชษฐาแห่งตนแล้วเดินนำพามายังยอดผาคีรีกุตน์อันเป็นผาสูงชันที่สุดในคีรีกัณฑ์และมันก็เปรียบดั่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่งดงามที่สุดในแดนดิน

นัยน์เนตรทั้งสองเหม่อมองความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นเบื้องล่าง หยาดไอน้ำค้างยามเที่ยงคืนหยดเรี่ยไรตามใบหญ้า แม้นจะยังก้าวไปไม่ถึงสุดผาก็ยังประจักษ์ถึงความงดงามของธรรมชาติรอบด้านเสียจนคนที่เคยหงุดเงี้ยวในทีแรกอย่างทารคารู้สึกผ่อนคลายจนต้องเผลอผุดยิ้มออกมา

ถูกจองจำมาเนิ่นนานจนแทบหลงลืมไปแล้วว่ากลิ่นไอแห่งธรรมชาติมันเป็นเช่นไร

ความสวยงามเบื้องหน้าดลบันดาลให้ความทรงจำแสนผาสุกในวัยเยาว์หวนกลับมาให้คำนึงถึง เขาเคยหนีจากปรัมพิธีชมจันทร์มา ณ ที่แห่งนี้ ยามนั้นเขาแอบพาอนุชาที่ยังเป็นทารกหนีขึ้นมาพร้อมกันด้วยหวังว่าน้องชายที่ยังไม่รู้ประสาของตนจักได้พบกับความงามในแบบที่เขาพึงใจเสมอๆ

จำได้ว่าค่ำคืนนั้นวุ่นวายกันทั้งราชวังเพราะเสด็จพ่อและเสด็จแม่หวั่นพระทัยคิดว่าเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับเราทั้งสอง พอความจริงประจักษ์เขาก็โดนลงโทษกักบริเวณอยู่นานสองนานแต่มันก็คุ้มค่าที่อย่างน้อยๆเขาก็ได้ขึ้นมาค้นพบสถานที่แห่งนี้

และไม่น่าเชื่อว่า…

ทารคามองร่างที่ยืนเคียงข้างกันอย่างเผลอไผลก่อนค้นพบว่ามารตาได้จดจ้องตนอยู่ก่อนแล้ว

“เจ้ารู้จักสถานที่แห่งนี้ด้วยรึ?” มันเป็นดำริดีๆดำริแรกที่ทารคาเอื้อนเอ่ยไปเพราะความคาดหวังเล็กๆว่าเจ้าตัวเล็กที่ไม่รู้ประสาในวันนั้นจักจดจำเรื่องราวดีๆที่เคยมีร่วมกันได้

มารตาส่ายหน้าเป็นคำตอบแต่กระนั้นก็ยังชี้แจงถึงสาเหตุที่ตนรู้สึกผูกพันกับมันนัก

“ข้าเพิ่งค้นพบมันได้ไม่นาน...แต่ข้ารู้สึกได้ว่าท่านจักต้องชอบมัน”

“ความคิดเจ้าก็ยังไม่เอาอ่าวเหมือนเคย” คำปฏิเสธช่างขัดแย้งต่อรอยยิ้มเล็กๆตรงมุมปากของคนช่างประชดประชันมากนัก มารตามองพาดผ่านท่าทีนั้นก่อนค่อยๆทิ้งตัวนั่งลงแล้วยิ้มหยอกเย้าคนที่ยังยืนค้ำหัวตนอยู่

“จักนั่งบนตักข้ารึจะยอมเปียกหยาดน้ำค้าง”

“ยอมเปียก” เป็นคำตอบที่จอมกษัตริย์คาดเดาไว้ตั้งแต่ต้นจึงทำเพียงยกยิ้มขบขันขณะมองอีกฝ่ายทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิด้านข้าง

ถ้าไม่ดื้อรั้นคงเป็นพระเชษฐาเขาจำแลงกายมาเป็นแน่

มารตาเหม่อมองดวงจันทร์เด่นตระหง่านบนฟากฟ้า สีเหลืองทองราวกับแสงทิพย์จากสรวงสวรรค์ที่ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากเรื่องราวหนักอึ้งให้เจือจางไปทีละน้อย และการที่เขาไม่ได้รับท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์อย่างที่พระเชษฐาชอบปั้นสร้างมาตลอดก็บ่งบอกว่าตัวทารคาเองก็คงเหนื่อยล้ากับการปิดกั้นตนเองไม่แพ้กัน

หากบอกว่าราตรีนี้คือค่ำคืนเดียวที่เราสามารถปล่อยใจปล่อยกายไปตามใจปรารถนาได้...เขาก็น้อมรับพรข้อนี้อย่างไม่ยึดยื้อต่อรองแต่อย่างใด

“!...” ดวงจันทร์ที่เหม่อมองอยู่เริ่มเอนเอียงไปเพราะแรงผลักดัน แม้มันจะเบาบางและนุ่มนวลกว่าครั้งไหนแต่กับทารคาที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์ของแสงจันทร์ส่องก็ไม่ทันได้ตั้งหลักจนต้องล้มราบไปกองกับพื้นหญ้า ก่อนดวงจันทร์จะถูกบดบังด้วยใบหน้าของอนุชาแห่งตนแต่กระนั้นทารคาก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนทำเพียงเหม่อมองอยู่อย่างนั้นราวกับต้องมนต์ไปเพราะนัยน์เนตรเรืองอำนาจที่ไม่เคยได้สังเกตเห็นมาก่อน

ไม่เคยคิดฝันว่าจักมีสักวันที่มารตาเติบใหญ่จนขึ้นเป็นใหญ่เกินตนเลยสักครั้ง

เพราะแบบนั้นเขาเลยไม่เคยเห็นว่าเด็กน้อยคนนั้นเองก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่พึงใจจะทำ อย่างการจัดสรรบ้านเมืองหรือการออกโองการมากมายที่เอื้ออาทรต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจนหลายๆฝ่ายได้มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันถ้วนหน้า

บางทีเขาก็เป็นผู้ปกครองที่เผด็จการเกินไป...จนหลงลืมไปว่ามารตาเองก็มีชีวิตและจิตใจเป็นของตัว และคงเพราะการตั้งความหวังสูงเทียมฟ้าเหล่านั้นนั่นแหละที่ทำให้เรื่องราวหลายๆอย่างเลวร้ายลงถนัดตา

เขาเริ่มยอมรับความคิดเห็นของมารตาได้ในหลายๆเรื่อง...เว้นแต่เพียงเรื่องเดียว

ในใจเจ้า...ไม่เป็นนางไม่ได้หรือ

อาจเพราะปิดกั้นตัวเองมาทั้งชีวิตพอหลายสิ่งหลายอย่างดลบันดาลให้ปลดปล่อยทุกห้วงความรู้สึกมันจึงระบายฉายชัดอยู่ในดวงตาสีทองสุกสกาวไม่แพ้นวลจันทร์ที่มารตาจดจ้องอยู่

ปลายนิ้วโป้งสีชาดแตะหางตาที่เขามักสร้างหยาดน้ำตาให้แผ่วเบาแล้วก้มลงไปจุมพิตย้ำความอบอุ่นนั้นให้แผ่ซ่านไปถึงดวงใจที่ต้องทนทุกข์ทรมานมาเนิ่นนาน

ตึก ตึก

ทารคาหลบสายตาจ้องมองมาอย่างเสียไม่ได้ ความประหม่าที่แทบไม่เคยย่างกรายมาสู่คนที่เข้มแข็งมาตลอดกำลังทำให้ตกที่นั่งลำบาก ยิ่งรับรู้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ระรัวเร็วคล้ายกลองสะบัดชัยมาโหมกระหน่ำในอกก็ยิ่งหวาดกลัวว่าคนที่อยู่บนกายจักได้ยินเสียงน่าอับอายเหล่านี้ก่อนต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อฝ่ามือถูกมารตาฉวยไปกอบกุมแล้วค่อยๆจับมันขึ้นมาทาบตรงหน้าอกข้างซ้ายของเจ้าตัวเองและทารคาก็ได้ประจักษ์ว่าดวงใจของมารตาเองก็เต้นระส่ำไม่แพ้กัน

ตึก ตึก

น่าประหลาดที่ดวงหทัยทั้งสองเต้นถี่รัวสอดรับจนเสมือนเป็นดวงเดียวกัน

“ขอข้านะ…” มารตาเลื่อนริมฝีปากมาเคลียไล้ไปตามกลีบปากนุ่มที่พร่ำสัมผัสมานับครั้งไม่ถ้วนพลางเอ่ยย้ำให้ดวงหน้าผู้สดับฟังร้อนผ่าวอย่างไม่อาจต้าน “ร่างกายของท่าน...มอบให้ข้านะ”

ร่างกายที่เคยต่อต้านอ่อนยวบลงราวกับถูกมนต์สะกด แม้นริมฝีปากที่จรดจุมพิตมาจักแผ่วเบาแต่กับร่างกายที่คุ้นชินต่อรสสัมผัสมันกลับเสมือนรู้สึกไม่ต่างกับสัมผัสเร่าร้อนรุนแรงแสนกระด้างที่เคยได้รับ

และมันก็ไม่อาจต่อต้านได้อีกต่อไปว่าร่างกายนี้โหยหารสสัมผัสจากอนุชาเพียงใด

“ผู้ปราชัยมีสิทธิ์ร้องขอด้วยรึ?”

ความบาดหมางในวันวานถูกกลืนกินไปเมื่อใดไม่มีใครทราบ บางทีอาจเป็นคนทั้งคู่ที่เลือกจะปล่อยวางมันไว้เบื้องหลังแสงจันทราอันเป็นสักขีพยานในความรู้สึกจริงแท้ในค่ำคืนนี้

มารตามองดวงหน้าของคนที่นอนใต้เรือนร่างอย่างหลงใหล เรือนผมสีแดงเพลิงสยายไปตามพื้นหญ้าขลับให้ดวงหน้าที่เจือจางซับสีเลือดเด่นชัดขึ้นและมันเย้ายวนตาเสียจนอดรนทนเฝ้าวอนขออย่างที่ไม่เคยกระทำไม่ไหว มารตาจับฝ่ามือของพระเชษฐาออกจากแผ่นอกตนแล้วเปลี่ยนมาจรดจุมพิตเบาๆพลางย้ำเจตจำนงค์มั่นว่าค่ำคืนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างจักไม่ได้ยุติลงโดยไวเป็นแน่

“การแข่งขันมันยังไม่จบอย่าพึ่งรีบนับศพทหารสิ...ทารคา”





------------------------------------------------------------------------------------------

โอ๊ยยยยย เขียนไปตบมดยักษ์ไป ฮื้ออออ เสียเวลาคิดมู้ดสองคนนี้นานพอตัวเลยค่ะอยากให้เป็นเดอะโมเม้นท์ที่พวกเขาปล่อยทุกกายใจจริงๆยากจังมีปัญญาเขียนแค่นี้แหละโฮก 555 ฝากเม้นติชมด้วยนะคะ 1 เม้น 1 ล้านกำลังใจค่า

#มารตาจองจำทารคา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

395 ความคิดเห็น

  1. #283 Mamimilky (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 07:18
    พี่ฟินค่ะ บอกเลอ *///* กรี๊ดดดดดดด
    #283
    0
  2. #186 JirapornToh (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:36
    มาต่อเร็วนะ😘😘😘😘😘😘
    #186
    0
  3. #180 ppapp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:04
    มันดีมากก เขินเป็นล้านๆรอบ
    #180
    0
  4. #179 panggilo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:06
    เขินมากกกกฮือออ ;///;
    #179
    0
  5. #178 วิรมาลย์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:46
    หลังวันนี้จะกลับเป็นเหมือนเดิมมั้ยนะ แอบกลัวเลย
    #178
    0
  6. #177 123จิ้งจกยัดไส้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:16
    ฮรืออออออ บ่าวยอมเเล้วว ท่านพรี่เซะซี่เกินไป! *กุมใจ*

    ตอนนี้ไม่ค่อยหน่วงเท่าไหร่ มีเวลาหาตับไตสำรองเเล้ว เย้!
    #177
    0
  7. #176 บีเบอร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:01
    แอร๊ยยยยยยยย!!!!! มันละทุนตะมุตะมิมรั่กเลยยยยย!!! อิน้องมีเรียกชื่อคุณพี่ด้วยยยย แอร๊ยยยยยยย
    #176
    0
  8. #175 Hoiratom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:49
    ละมุนอะไรกันขนาดนี้ หวานมดขึ้นจอ ฮืออออรอตอนต่อไปไม่ไหวแล้ว>\\\<
    #175
    0
  9. #174 madaoare (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:49
    ละมุนใจค่าาา
    #174
    0
  10. #173 -GAME- (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:38
    เป็นตอนที่ละมุนสุดๆเลยแล้วก็ชอบมากๆ ฮืออ
    #173
    0
  11. #172 break1999 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:23
    ลดทิฐิป่านนี้รักกันนานเเล่ว ดีใจที่หวานกันได้สักที
    #172
    0
  12. #171 phonphimon0123 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:16
    หวานสุด
    #171
    0
  13. #170 IntiraW. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:16
    ละมุนไปอีกกกก
    #170
    0
  14. #169 Faerwell_Blacker (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:11
    หวานนนน หวานเหลือเกินนน
    #169
    0
  15. #168 JeFFBeRWoCKiez (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:05
    หวานแบบแสบๆคันๆดีนะคะ โฮะๆๆ ต่อจากนี้ก็หวังว่าทั้งคู่จะพึงมีสติให้มาก รอตอนต่อไปค่ะ
    #168
    0