[จบบริบูรณ์] Fic 9 Satra : จองจำอสุรา [มารตา x ทารคา]

ตอนที่ 17 : ๑๖ : ลางบอกเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    10 เม.ย. 61

๑๖

ลางบอกเหตุ  

#มารตาจองจำทารคา


ม่านจันทร์ส่องสว่างให้จอมราชได้ยิ้มกระหยิ่มยามมันฉายให้เห็นถึงดวงหน้าแดงฉานของยอดนักรบที่ใครต่างสรรเสริญว่าเป็นถึงอวตารเทพแห่งสงคราม ลองมาได้เห็นในสิ่งที่เขาเห็นครานี้สิทุกคนคงได้เปลี่ยนความคิดใหม่กันยกลำแน่

เรือนร่างใต้อาณัติเขาหาใช่เทพแห่งสงครามไม่...จะเห็นก็เพียงแมวน้อยแยกเขี้ยวขู่ด้วยลำพองใจว่าตนเป็นถึงพญาราชสีห์เพียงเท่านั้น

มารตากุมฝ่ามือที่เพิ่งจุมพิตไว้แน่น ปลายนิ้วทั้งสี่สอดประสานในหว่างนิ้วจนกระชับมั่น เมื่อไร้การต่อต้านมารตาจึงถือว่าดวงตาประหม่านั้นคือคำเชิญชวนแสนหวานที่ริมฝีปากพร่ำผรุสวาทไม่ยอมเอื้อนเอ่ยออกมา หารู้ไม่ว่าคนที่อ่อนยวบใต้ร่างนั้นนิ่งเงียบไปเพราะความคิดตีรันฟังแทงกันอยู่ในหัวต่างหาก

ความโกรธแค้นจากการถูกย่ำยีเกียรติมันหักล้างไม่ได้กับการถีบยอดหน้าเพียงครั้งรึสองครั้ง และค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์หรือจะช่วยเจือจางเรื่องคาวๆที่กระทำต่อกันจนเกิดเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยในร่างกายเขา!

“แน่ใจหรือว่าจักปฏิเสธ?” มารตาเอ่ยอย่างรู้ทัน ฝ่ามือใหญ่กระชับบีบมือที่กอบกุมอยู่อย่างท้าทายให้คนปากหนักได้ใช้มือข้างที่เป็นอิสระประทุษร้ายตนได้เลยหากว่าเบื้องลึกในใจมิได้ประสงค์ในสิ่งเดียวกัน

นัยน์ตาจริงจังไร้เเววเดียงสาดังกาลก่อนทำให้ทารคาหยุดหายใจไปชั่วขณะ จังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามจึงเด่นชัดขึ้นแทนคำตอบที่พยายามหาข้อแก้มาปฏิเสธตลอด

“เจ้าขอร้องนังมนุษย์คนนั้นเช่นนี้--”

“ไม่...ข้าไม่เคยขอร้องนางแต่ข้าวอนขอพี่” มารตาเอ่ยขัดวาจาที่ส่อไปทางประชดประชันอีกครั้ง และถ้อยคำเถรตรงนั้นทำให้ดวงหน้าแข็งกร้าวเผลอผ่อนคลายลงจนผู้มองสบอยู่ได้ลอบยิ้มขำ

ตกลงใครกันแน่ที่ยังมีนิสัยเด็กๆอยู่กับตัว

มารตาแกล้งจูบปลายคางคนด้านใต้เบาๆ มันได้ผลชะงัดนักเมื่อร่างที่กำลังงกๆเงิ่นๆเริ่มเชิดคอขึ้นสูงและบิดใบหน้าไปมาราวกับจักกะจี้นักหนา ท่าทีเหล่านี้ยิ่งคล้ายลูกแมวยามพยายามปัดป้องตัวเองจากการถูกกลั่นแกล้งไปกันใหญ่

ยิ่งสัมผัสอุ่นวาบทาบลงมาตามผิวหนังมากเพียงใดทารคาก็ยิ่งเอาฝ่ามือข้างที่เป็นอิสระบีบบ่าคนด้านบนแน่นราวกับทั้งฝากฝังคำด่ากราดเอาไว้เท่านั้น

จักเจาะปลายเล็บให้ทะลุผิวกายสีชาดก็ยังได้ รึจักใช้เข่ากระแทกเข้ากล่องดวงใจทำหมันสดให้คนที่เชื้อดีเกินเหตุจนเขาต้องมาอับอายเพราะการมีเด็กในท้องก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเพียงแต่ร่างกายไม่รักดีนี้เลือกจะไม่ทำการเหล่านั้น

ด้วยจำนนต่อความต้องการของร่างกายและเสียงร่ำร้องลึกๆในดวงใจ

ผ่านพ้นราตรีนี้ไปคำพูดจาเหล่านี้จักยังหลงเหลืออยู่ไหม แล้วเราต้องกลับไปมองหน้ากันด้วยความเกลียดชังดังเดิมรึเปล่า

มันเพราะคืนชมจันทร์หรืออนุชาเขาถึงได้ยอมลดราวาศอกลง...ฟ้าสางของพรุ่งนี้และมะรืนล่ะนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างคู่นี้จะยังสะท้อนภาพเขาด้วยความพึงใจแบบนี้ไหม

...รึมันจักกลับไปมีแต่ความเคียดแค้นจากการถูกเขาพลัดพรากนางในดวงใจไปอีกครั้ง

หลากหลายคำถามที่คับข้องในดวงจิตแต่คนที่ถนัดสร้างปราการมาปกปิดความอ่อนแอก็เลือกจะกักเก็บมันไว้เพราะไม่อยากให้ฝันดีในครานี้จบลง

ไม่เคยมีสิ่งใดที่ข้าครั่นคร้าม...ไม่เคยมีเลยจนกระทั่งเจ้าได้ฉีกทำลายเส้นที่ข้าขีดเพื่อกักเก็บความรู้สึกผิดบาปเอาไว้ทิ้งไป

มารตามองดวงตาที่เต็มไปด้วยความคำถามแต่เลือกจะมองพาดผ่านมันไปเพราะรู้ดีแก่ใจว่าภายใต้ความเข้มแข็งที่ทารคาพยายามสร้างมันเต็มไปด้วยความสับสนเพียงใด

เพราะตัวเขาเองก็ไม่อาจตอบคำถามเหล่านั้นได้...อนาคตเป็นเช่นไรก็ช่างแต่ยามนี้ค่ำคืนนี้เขาจักปล่อยปละทุกอย่างไปตามใจ

ไม่ว่ามันจะผิดบาปท้านรกโลกันต์แค่ไหน...เขาก็จะทำ

มารตาลากปลายลิ้นร้อนลงมาตามลาดอกก่อนไล้เคลียไปตามยอดอกที่แทบจะขืนชันสู้ลิ้นทันทีที่แตะสัมผัส ดวงตาเหม่อมองรอยสักสีทมิฬที่เริ่มมีเส้นสายแตกแขนงไปจนเกือบลามมาถึงปทุมถันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นแต่ก็มิได้หยุดการเล้าโลมร่างที่เริ่มครางอื้ออึงในคอแต่อย่างใด

“ท่านไปได้รอยสักนี่มายังไง?” มารตาหยั่งเชิงถามขณะบดเบียดปลายลิ้นย้ำลงไปตรงยอดอกซ้ำๆ สัมผัสร้อนวูบวาบชวนเวียนหัวเหล่านี้ทำให้ระบบความคิดของทารคาถดถอยลงจนกระทั่งแทบนึกคิดคำโป้ปดใดไม่ออกจึงหลงหลือเพียงความจริงที่หลุดรอดออกมาพร้อมเสียงครางกระเส่าเพียงเท่านั้น

“อ่...ข้าไม่รู้อาจเพราะไอ้หมอผีนรกนั่น...อ๊ะ” ยิ่งเอ่ยความร้อนชื้นยิ่งขบเม้มแรงขึ้นจนแผ่นอกเผลอเชิดเกร็งไปเพราะความเสียวซ่าน แต่กระนั้นประเด็นความเป็นความตายของตนก็พอจะแทรกผ่านม่านหมอกของไฟราคะเข้ามาสู่ห้วงคำนึงได้อยู่ดี

“แล้วพี่รู้ไหมว่ามันคือสิ่งใด?” มารตาว่าขณะลูบไล้แผ่นอกเปลือยเปล่าต่ำลงมายังเครื่องทรงสีทองอร่ามที่ขัดรัดโจงกระเบนอยู่ก่อนจะออกแรงกระชากเพียงนิดทองสำฤทธิ์เหล่านั้นก็หลุดออกจากเอวคอดกว่าตนและผู้กุมบังเหียนก็อาศัยจังหวะนั้นสอดมือเข้าไปใต้ร่มผ้าโจงกระเบนก่อนค่อยๆไล้ปลายนิ้วเข้าไปจนถึงส่วนแกนกายที่เริ่มขืนตึงไม่ต่างจากยอดอกที่พร่ำโลมเลียอยู่จากนั้นก็ใช้อุ้งมือรูดควงมันขึ้นลงให้ทันจังหวะลิ้นที่บดเบียดอยู่ไม่ขาด

“ขะ...ข้า ฮ๊ะ!...อ่ ข้าไม่...รู้ อ๊า” การตอบคำถามยากเย็นขึ้นทุกขณะเมื่อถูกปลุกเร้าไปด้วยเช่นนี้ ดวงตาแข็งกระด้างที่เต็มไปด้วยความสับสนในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นฉ่ำเยิ้มเสียจนไม่เหลือเค้าเดิมไม่ต่างจากความหนักอึ้งของร่างกายที่เพิ่มทวีคูณขึ้นตามจังหวะรูดรั้งที่แกนกาย มันรัวเร็วจนสองขาที่เคยขนาบนาบชิดเผลออ้าออกกว้างส่วนสะโพกก็เริ่มเกร็งขืนจนช่วงล่างเชิดขึ้นเหนือพื้นดิน ท้ายที่สุดโจงกระเบนเนื้อดีอันเป็นปราการสุดท้ายที่ปกปิดเรือนร่างก็ถูกมารตารั้งออกไปจนพ้นทาง

การที่พระเชษฐาไม่รู้เรื่องไสยเวทย์ทมิฬนั่นเป็นการดี เขาอยากจัดการเรื่องนี้ให้เงียบที่สุดหากคนโผงผางอย่างทารคาทราบเรื่องเข้ามีหวังหอบทั้งร่างทั้งลูกน้อยในครรภ์ไปตามล่าหมอผีมนุษย์นั่นแน่

เขาไม่เสียสติขนาดปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นหรอกนะ มันเสี่ยงเกินไป...แค่ห่างตาไปไม่ถึงชั่วยามก็พลาดท่าจนได้คำสาปส่งมาแล้ว ขืนให้ไปบุกตะลุยด้วยตัวเองเห็นทีว่าจะมีแต่ย่ำกับแย่

ห้วงคำนึงห่วงหาถึงกับมลายหายวับไปเพียงแค่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนใต้ร่างเต็มสองตา มันเด่นชัดกว่าครั้งไหนยามดวงจันทร์เบื้องบนเคลื่อนขึ้นสู่จุดสูงสุดของฟ้าและรอบด้านรายล้อมไปด้วยฝูงหิ่งห้อยสุดลูกหูลูกตา

ภาพดวงหน้าเคลิบเคลิ้มเด่นตระหง่านอยู่ในสายตา คราบน้ำลายใสไหลกรอมลงมาถึงปลายคางยังไม่ชวนตื่นตัวเท่ากับที่ตึงขืนอยู่ในฝ่ามือเขา ทุกอย่างที่พบเจอทำเอาคนที่ตั้งมั่นจักอ่อนโยนกับคนที่ตนมักฟาดฟันอารมณ์โกรธาใส่ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากพอๆกับการควบคุมอารมณ์กำหนัดที่พุ่งขึ้นแทบจะทันที

“อะ...มารตา...มัน” ความรู้สึกร้อนจุกแน่นอยู่ตรงส่วนปลายกายที่เริ่มมีน้ำใสไหลเยิ้มออกมายามใกล้ถึงจุดเต็มทีแต่กระนั้นดวงหน้ากลับปัดป่ายไปมาราวกับทรมานนักหนา

ใช่ว่าทุกสัมผัสที่ได้รับมันไม่ได้สร้างความรู้สึกดีหากแต่ร่างกายกลับจดจำได้ว่ามีอีกรสสัมผัสหนึ่งที่สร้างความพึงใจให้กับร่างกายมากกว่านี้

“หืม?” มารตาชะงักทุกสิ่งเมื่อได้ยินนามของตนก่อนใบหน้าจะเลื่อนขึ้นไปไล้เคลียตรงริมฝีปากที่เปิดอ้าหอบหายใจเชิงถาม “มันทำไม…” อสุราสีชาดถามย้ำขณะมองเรือนร่างด้านใต้บิดเร้าไปเพราะความทรมานที่ไม่ได้รับการปลดปล่อย

ไม่มีพระขรรค์หรือข้อต่อรองใดมากดดัน มีเพียงร่างกายไม่รักดีเท่านั้นที่เร้าบอกถึงความต้องการเบื้องลึกในจิตใจและเมื่อทนทานต่อไฟราคะที่สุมทรวงไม่ไหวกลีบปากสั่นเทิ้มก็จำเอ่ยบอกใจความแสนน่าอับอายออกมาทั้งเสียงหอบกระเส่า

“อ่...ขะ...ข้าต้องการของเจ้า”  

มารตาถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้นและนั่นส่งผลให้ฝ่ามือที่บีบอยู่บนบ่าฟาดเข้าเสียเต็มแก้มจนคนหัวเราะไม่ดูเวล่ำเวลาต้องเซไปเล็กน้อยแต่กระนั้นเสียงหัวเราะถูกใจกลับไม่ลดลงแต่อย่างใด มารตาจับมือที่เพิ่งประทุษร้ายตนมาจุมพิตย้ำอีกข้างก่อนเผยรอยยิ้มกว้างแสนน่าหมั่นไส้อีกระลอก

“ถอดอาภรณ์ให้ข้าบ้างสิท่านพี่…” ครานี้มารตาแกล้งร้องขอบ้าง ท่าทีคล้ายการหยอกเย้านั้นยิ่งทำให้ทารคากระดากจนแทบจะโผเข้าบีบคอคนช่างแกล้งให้หายแค้นที่ทำให้ตนสติหลุดจนพลั้งพูดเรื่องน่าอายออกไป

“เจ้าเป็นง่อยรึไง” ทารคาว่าเสียงขุ่น เริ่มหายใจเข้าออกสะดวกขึ้นแต่ดวงหน้าก็ยังขึ้นสีจัดจ้านไปเพราะแรงอารมณ์อยู่ดีก่อนคิ้วต้องกระตุกถี่เพราะคำตอบรับกวนฝ่าเท้าแต่มันก็ตรงจุดเสียจนโต้กลับไม่ได้

“เปล่า...ข้าเป็นผัวที่ต้องการให้เมียถอดเสื้อผ้าให้ต่างหาก”

“ปากดี”

“ลองไหม?”

“หา?” คนที่โดนสวนคำถามกลับถึงกลับชะงักงันไปเพราะตามนัยยะที่กำลังโต้โผกันไม่ทัน

“ปากข้า...จะได้รู้ว่ามันดีจริงรึไม่”

“เดี๋ยวเจ้า--! ฮึก?!...อ๊ะ” คำทัดทานที่มาพร้อมเสียงหอบหายใจยังคงเป็นคำตอบรับชั้นเลิศของจอมราชอยู่ดี มารตาเคลื่อนตัวลงมาต่ำแล้วจัดการช้อนยกสะโพกคนด้านใต้ขึ้นสูงจนทารคาต้องใช้สองแขนยันพื้นไว้ด้วยความตื่นตระหนกก่อนทั้งร่างจะต้องเกร็งขืนกว่าเก่ายามลิ้นสอดเข้ามาภายในช่องทางที่ห่างหายจากการถูกล่วงล้ำมาร่วมสัปดาห์ มารตาลอบยิ้มยามไล้ลิ้นตวัดกวาดภายในแล้วได้รับแรงตอดรัดกลับมาราวกับร่างกายนี้เองก็กำลังเชื้อเชิญให้เขาสอดเข้าไปลึกกว่านี้และไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลยว่าร่างกายที่ไม่เคยโกหกนี้ต้องการสิ่งใด

“อ๊า...มะ...มารตา” สติของทารคาเริ่มหลุดลอยไปทีละน้อย แม้กระทั่งสีเหลืองอร่ามของดวงจันทร์เบื้องบนก็ยังพร่าเบลอราวกับร่างกายถูกฉุดดึงขึ้นไปอยู่เหนือมวลเมฆสูงเทียมฟ้า ช่วงล่างเผลอขยับไหวไปตามจังหวะปลายลิ้นที่ดุนดันเข้ามา

มันเป็นสัมผัสอ่อนนุ่มกว่าครั้งไหน...และมันยิ่งทำให้ความเสียวซ่านที่รู้สึกแล่นปราดไปทั่วทั้งเรือนร่าง ทารคาหอบกระเส่า ดวงหน้าเริ่มเชิดสูงขึ้นเรื่อยๆตามอารมณ์ที่ถูกชักนำและเมื่อใกล้ถึงจุดสูงสุดทุกอย่างกลับต้องหยุดชะงักไปอีกครายามมารตาถอดปลายลิ้นร้อนออกมาแล้วทำเพียงโลมเลียปากช่องทางที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยคราบน้ำหล่อลื่นและน้ำลายเท่านั้น  

“มาร...ตา! อึก” ทารคาเริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังโดนอนุชาทดสอบเส้นความอดทน แต่ร่างกายกลับไม่มีแรงมากพอจะประทุษร้ายเอาคืนอีกแล้วทำได้อย่างมากเพียงแค่จิกปลายเล็บลงกับพื้นดินเพื่อระบายความอึดอัดทั้งหมดเท่านั้น

“พี่ไม่คิดจะถอดอาภรณ์ให้ข้าจริงๆรึ...แล้วแบบนี้ข้าจะช่วยพี่ได้ยังไง?”

“อึก…” ทารคากลืนน้ำลายอึกใหญ่หลังจากที่นอนหอบหายใจแรงอยู่นานบัดนี้ก็ตระหนักถึงเจตจำนงค์ของคนช่างแกล้งแล้วว่าต้องการสิ่งใด

น้องโง่...แค่ข้าร้องขอไปก่อนหน้ายังไม่พออีกรึ เจ้าเด็กอวดดีได้คืบจะเอาศอก

ร่างกายที่สั่นเทิ้มพยายามหยัดลุกขึ้นแม้นจะทุลักทุเลเพราะสะโพกยังถูกยกมาพาดวางบนหน้าตักมารตาอยู่อย่างนั้น เมื่อจัดเเจงตัวเองมานั่งตัวตรงได้สำเร็จทารคาก็มองคาดโทษคนที่เริ่มจะเผยนิสัยเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อยๆโดยกลายเป็นตัวเขาเองที่ต้องเป็นตัวรองรับอารมณ์เหล่านั้น

จะเอาคืนเรื่องที่เขาเคยบังคับนั่นนี่เมื่อกาลก่อนรึไงเจ้าเด็กบ้านี่…

สองมือที่สั่นเทาไม่แพ้กันเลื่อนไปกระตุกสังวาลย์มารตาแล้วกระชากมันออกให้อย่างแรงและนั่นทำให้มารตาหลุดหัวเราะอีกระลอกใหญ่ ถึงมันจะไม่ใช่การปลดเปลื้องที่ดีเทียมเท่าสตรีนางไหนแต่มันก็ดูเหมาะกับคนปากหนักมือถึงอย่างพระเชษฐาเขาเหลือเกิน

มารตาเปลี่ยนมานั่งมองคนบนตักค่อยๆร่นโจงกระเบนและเครื่องทรงตนออกให้แล้วระบายอารมณ์หงุดเงี้ยวด้วยการปาข้าวของพวกนั้นไปไกลๆ ท่าทีเด็กๆเหล่านั้นยิ่งทำให้รอยยิ้มที่กว้างอยู่แล้วฉีกกว้างกว่าเก่า

น่ารัก...

คำนี้วนเวียนในหัวไม่รู้จบ ดูเหมือนกิริยาชวนขยำขยี้นี้จะหลุดลอดออกมาเรื่อยๆจนมารตาแทบจะอดรนทนไม่ไหว

ทารคาท้องอยู่...ต่อให้ไม่เคยมีลูกแต่ก็พอได้ยินมาบ้างว่าไม่ควรกระทำรุนแรงกับคนท้องไส้จนเกินไป คงหมายถึงทุกเรื่องรวมไปถึงกามกิจเองก็ด้วย...แต่ดูเหมือนร่างกายร้อนลุ่มของทั้งเขาและคนที่นั่งหอบกระเส่าอยู่บนตักจะไม่ได้ต้องการความอ่อนโยนเหล่านั้นเลย

“น่ารัก” มารตาเคลื่อนไปกระซิบยามอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายบนเรือนร่างตนถูกกระชากออก และมารตาก็ไม่คิดจะรอคอยให้คนปากหนักตั้งสติทัน คนตัวสูงจัดการโถมดันร่างที่คร่อมบนตักตนจนร่วงลงไปนอนราบกับพื้นอีกครั้งแล้วจัดการยกสองขาของคนดิ้นขืนขึ้นพาดบ่าก่อนค่อยๆบดเบียดส่วนหัวของแกนกายที่ยังไม่ได้ตื่นตัวเต็มที่เข้าไปภายในช่องทางชื้นแฉะทีเดียวจนสุดโคน

“อึก!!!...อ่” ขนาดที่แตกต่างจากปลายลิ้นก่อนหน้าทำเอาคนที่ถูกสอดใส่จุกเสียดจนบริภาษไม่เป็นภาษา และยังไม่ทันหายเชือนชาดีร่างกายที่ถูกขยำขยี้อย่างหนักก็ต้องเชิดเกร็งอีกครั้งยามแก่นกายที่ชูชันไปเพราะแรงอารมณ์ถูกมารตาลูบควงพร้อมขยับขึ้นลงเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ที่ใกล้จุดสูงสุดอยู่แล้วเพิ่มมากขึ้น

“ฮ๊ะ...อะๆ” ทารคาแทบฝังเล็บลงกับหน้าดิน ช่องทางด้านหลังขยับตอดรัดแกนกายใหญ่เป็นจังหวะสอดรับกับการขยับขึ้นลงของฝ่ามืออุ่นร้อน และทุกความเสียวซ่านยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีเมื่อสิ่งที่ขยายใหญ่คับช่องทางเริ่มขยับเข้าออกช้าๆ

“มะ...อ๊ะ!!” เมื่อถูกปลุกเร้าจากทั้งสองฝั่งสิ่งที่แทบจะทะลักทลายออกมาอยู่แล้วก็พังครืนลงมาไม่เป็นท่า ทารคากระตุกเฮือกใหญ่ก่อนจะปลดปล่อยออกมาจนเปรอะเลอะเต็มหน้าท้องของคนที่ยังกระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างไม่ลดละแม้จะเห็นว่าร่างที่เฝ้าเล้าโลมเสร็จสมอารมณ์หมายไปแล้วก็ตาม

มารตาบีบสะโพกมนเอาไว้เพื่อประคับประคองไม่ให้คนด้านใต้ได้รับแรงกระแทกมากเกินไปแล้วสอดเข้าไปลึกขึ้น และเมื่อเห็นท่าทีบิดเร้าของคนที่สมควรจะนอนไถลไปตามแรงส่งมารตาก็รู้ได้ทันทีว่าจุดสัมผัสที่ตนเพิ่งดุนดันไปโดนนั้นคงเป็นจุดกระสันของพระเชษฐาเขาเป็นแน่ คิดได้ดังนั้นคนที่เพิ่งเริ่มรีดระบายความใคร่ก็จงใจขยับแกนกายสอดใส่เข้าไปแตะจุดนั้นย้ำซ้ำๆจนเสียงครางกระเส่าหวานหูดังระงมขึ้น

“ทาร...คา” มารตาครางต่ำอย่างพึงใจในแรงตอดรัดจากช่องทางคับแน่น ความผิดชอบชั่วดีที่เคยมลายหายไปเพราะร่างกายเย้ายวนใจเบื้องหน้าบัดนี้ความรู้สึกเป็นห่วงยักษ์น้อยที่มาก่อเกิดอยู่ในครรภ์ก็เริ่มถดถอยลงทุกที

“มารตา...อ๊ะๆ! อ่” นามตนที่หลุดรอดออกมาเพราะแรงอารมณ์ของคนที่สวนกระแทกเข้ามาในกายยิ่งทำให้ไฟราคะที่ดับมอดลงไปแล้วโหมกระพือขึ้นสูงและไม่นานนักแกนกายที่เพิ่งปลดปล่อยความใคร่ก็เริ่มขืนตึงขึ้นอีกครา มารตากระชับโอบเอวคอดกว่าตนมั่นแล้วสวนกระแทกเข้าไปรัวเร็วจนคราบน้ำใสสาดกระเซ็นออกมาจากช่องทางอุ่นร้อน ไม่นานนักทั้งสองร่างก็ปลดปล่อยความต้องการออกมาจนหมดจด

“อา…” มารตามองคราบน้ำสีขาวขุ่นล้นทะลักออกมาจากช่องทางที่ยังบีบตอดรัดตนแน่นแม้นว่าเจ้าของร่างจะนอนหอบหายใจสิ้นสภาพไปแล้ว และคนหน้าด้านก็ยังยึดถือภาษากายมากกว่าคำปฏิเสธใดใดจากคนปากหนักเหมือนเดิม ยิ่งช่องทางนั้นบีบรัดแกนกายตนมากเท่าใดมารตายิ่งพิเรนทร์ขยับสวนกระแทกกลับเข้าไปเท่านั้น

ครั้นทารคาจะอ้าปากปฏิเสธเสียงแข็งก็ทำได้เพียงส่งเสียงครางกระเส่ามันทุกครั้งไปราวกับร่างกายนี้ไม่เคยต่อต้านต่อสิ่งที่อนุชาแห่งตนชักนำได้

มารตา...ไอ้...ไอ้เด็กหื่นกาม!!!

ผ่านมาเกือบสามชั่วโมงหลังจากการถูกมารตากัดไม่ปล่อยจนเสียไปหลายน้ำ ทารคาก็ถูกอุ้มประคองมาชะล้างร่างกายที่ธารน้ำตกด้านล่างผาคีรีกุตน์

เพียงแค่ผิวแตะสัมผัสธารน้ำตกทั้งคนโอบอุ้มและผู้ประคองก็แทบจะสั่นสะท้านไปเพราะความเหน็บหนาวแต่กระนั้นมารตาก็ยังตั้งมั่นช่วยชะล้างคราบไคลกันสองต่อสองตามที่ประสงค์ตั้งแต่ทีแรกให้จงได้ แน่นอนว่าความอยากแกล้งทรงพลานุภาพขนาดที่จอมราชยอมกัดฟันทำเข้มไม่แสดงกิริยาหนาวสั่นสักแอะแตกต่างจากทารคาที่โดนดูดกลืนพลังงานไปแทบทั้งร่างที่เริ่มดิ้นขืนแทนการบอกว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ไม่คิดจะลงไปฆ่าตัวตายในธารน้ำเป็นแน่

แต่สุดท้ายคนไม่มีแรงก็ทำได้เพียงกลั้นเสียงร้องยามมารตาเดินลงมาใจกลางธารน้ำจนทั้งเขาและมารตาเหลือเพียงส่วนช่วงครึ่งตัวบนที่โผล่พ้นน้ำ

มารตาวิดน้ำมาไล้ไปตามเรือนร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยขบกัดของตนพลางไม่วายกัดซ้ำลงไปให้รอยเขี้ยวชัดเจนขึ้นจนทารคาได้แต่สบถด่าอีกระลอกใหญ่

“มันสะอาดแล้ว...อ๊ะ?!” ทารคาตวัดเสียงขุ่นก่อนต้องสะดุ้งโหยงเมื่อฝ่ามือที่ช่วยลูบล้างคราบไคลให้เริ่มสอดนิ้วลึกเข้าไปในช่องทางที่เพิ่งถูกใช้งานอย่างหนัก แรงดิ้นขืนทำให้มารตาต้องโอบรัดร่างพระเชษฐาเอาไว้แน่นขึ้นก่อนใช้ริมฝีปากจุมพิตไล่ไปตามเชิงกรานก่อนค่อยๆลามมายังกกหูของคนที่หงายแหงนหน้าไปจนศีรษะซบบนไหล่ตนด้วยสภาพทุลักทุเล

“ใครว่า...ข้ายังไม่ได้ชะล้างข้างในนี้ให้ท่านเลย” มารตากระซิบเสียงแหบพร่า ความต้องการที่ปลดปล่อยไปก่อนหน้าไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอยากครอบครองอีกฝ่ายลดน้อยลงติดจะเพิ่มพูนเป็นเท่าทวีด้วยซ้ำ

“อึก...อ่ ขะ...ข้าจะขยี้เจ้าให้แหลกคาเท้า!” ทารคาสบถหนักทั้งดวงหน้าแดงฉาน ร่างกายเซซบไปกับแผ่นอกคนด้านหลังมากขึ้นยิ่งยามขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นจนเริ่มเสียศูนย์ถ่วง และเพราะแบบนั้นปลายนิ้วที่สอดลึกอยู่ข้างในจึงดุนดันเข้ามาลึกขึ้นจนแตะจุดกระสัน

“เอาไว้พรุ่งนี้นะ...คืนนี้มาให้ข้าขยี้ท่านให้แหลกคาอกก่อนแล้วกัน”

และมารตาก็จัดการทำมันเสียเหมือนเป็นคำสัตย์สาบานคำหนึ่งที่เมื่อออกมาจากปากกษัตริย์แล้วจักต้องทำมันให้สำเร็จทุกครั้งไปจึงเป็นฝ่ายทารคาที่ได้เเต่ฝากฝังคำบริภาษมากมายไว้เป็นอนุสรณ์และมารตาก็เลือกจะเปลี่ยนเสียงเหล่านั้นเป็นเสียงครางกระเส่ามันทุกครั้งที่คำหยาบคายหลุดรอดออกมาจนการอาบน้ำร่วมกันครั้งแรกในรอบหลายสิบปีต้องแปรเปลี่ยนมาเป็นการโลมเล้ากันจนน้ำในลำธารขาวขุ่นไปเสียอย่างนั้น


…..

….

..

.


หลังจากอาบน้ำกันจนสะอาดหมดจดมารตาก็โอบอุ้มร่างของคนที่หมดเรี่ยวแรงกลับมานอนพักในเรือนเกษอาชา พร้อมทั้งกำชับนางกำนันและทหารยามให้ไปพักผ่อนตามอัธยาศัยเพื่อให้ได้อยู่กันตามลำพัง มารตาลูบเรือนผมสีแดงเพลิงแผ่วเบายามมองดวงตาสีอำพันค่อยๆปรือปิดสนิท

เมื่อเห็นว่าคนที่ตนขยำขยี้อยู่ทั้งคืนหลับสนิทได้แล้วมารตาจึงดึงผ้าห่มผืนหน้ามาโอบคลุมให้แล้วค่อยๆทิ้งตัวนอนลงด้านข้าง ไม่วายดึงคนหลับใหลมากอดไว้เต็มอ้อมอกอีกคราเมื่อจัดแจงทุกอย่างเสร็จสิ้นมารตาก็เคลื่อนหน้าไปจุมพิตหน้าผากคนหลับสนิทแผ่วเบาก่อนค่อยๆหลับตาลง

ปล่อยค่ำคืนที่เป็นดั่งฝันหวานนี้ให้มันพาดผ่านไปแล้วพักผ่อนเตรียมพร้อมมารับกับความจริงแสนเจ็บปวดที่จะหวนกลับมาในวันพรุ่งแทน


…..

….

..

.


“ฮึก…”

เสียงสะอึกสะอื้นดังแว่วในโสตประสาท พญายักษาขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจที่ถูกรบกวนการพักผ่อนแต่พอจักกระชับโอบกอดร่างในอ้อมอกกลับต้องลืมตาโพลงเมื่อรู้สึกว่าคนที่นอนกอดมาตลอดทั้งคืนหายตัวไป ก่อนจะต้องชาวาบไปทั้งร่างยามเห็นร่างของคนที่เฝ้ามองหานั่งขัดสมาธิอยู่ปลายเตียง

เปรี้ยง!!!

เสียงอสนียบาตผ่าดังมาพร้อมแสงสว่างวาบทำให้มารตามองเห็นดวงหน้าของคนที่นั่งสะอึกสะอื้นได้ชัดเจน

รอยยิ้มบิดเบี้ยวระบายบนใบหน้าอดีตจ้าวจอมยักษา ครานี้น้ำตาที่เปรอะเปื้อนแก้มนวลเนียนไม่อาจชะล้างคราบเลือดที่อาบชะโลมอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของร่างกายได้อีกต่อไป แต่ทุกสิ่งไม่ได้อยู่ในห้วงสติของมารตาเลยสักนิดเมื่อนัยน์เนตรสีฟ้าครามที่มีน้ำตาเอ่อล้นมองเห็นเพียงเศษเนื้อแหลกเหลวอยู่บนฝ่ามือสั่นเทิ้มของบุคคลตรงหน้า

ยิ่งเพ่งพินิจยิ่งกระจ่างชัดว่าเศษเนื้อนั้นไม่ใช่ชิ้นส่วนอวัยวะใดดังที่นึกคิดในคราแรก...แต่มันคือซากทารกที่พึ่งก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเป็นเรือนร่าง

“มึงได้ยินเสียงพวกมันร้องไหม?” นัยน์ตาสีอำพันปลั่งค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานจนกลืนกินไปกับหยาดโลหิต รอยสักสีดำทมิฬลุกลามไปทั่วทั้งแผ่นอกจนวรกายสีเขียวครามเกิดรอยด่างดำและตรงกลางอกข้างซ้ายกลับปรากฏเป็นอักขระขอมโบราณเด่นชัด ทารคาชูซากทารกที่ควักออกมาจากท้องตนเองหยิบยื่นมันไปใกล้ดวงหน้าสะกดกลั้นของมารตา ฝ่ามือนั้นหมุนคว้างไปมาราวกับจะให้พญายักษาได้ฟังเสียงร้องอันเงียบงันของซากร่างไร้ชีวิตในมือ

“กูถามว่าได้ยินไหม!!!” เสียงตวาดกร้าวดังแข่งกับเสียงฟ้าผ่า

เปรี้ยง!!!

เฮือก!

เสียงฟ้าคำรามก้องส่งผลให้มารตาสะดุ้งสุดตัว ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างก่อนพบเพียงแสงวูบวาบของฟ้าแลบตามมาด้วยหยาดฝนพรำที่เริ่มโปรยลงมาไม่ขาดสาย จอมยักษาหอบหายใจถี่รัว ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นเร้าอย่างหนักไปด้วยความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ

“อืม…” ก่อนเสียงครางอื้ออึงของร่างที่หลับใหลในอ้อมกอดจะเรียกสติให้มารตาได้รู้ว่าความน่ากลัวที่เพิ่งประสบพบพานเป็นเพียงฝันร้ายเท่านั้น

ภาพนัยน์เนตรสีแดงเลือด กับรอยสักดำทมิฬที่ขยายใหญ่ไปทั่วแผ่นอกยังคงติดตราตรึงใจ และอักขระขอมโบราณนั้นอีก...ไม่ผิดแน่

“สาปส่งจันทร์แรม…” มารตาพึมพำแผ่วเบาพลางกัดฟันกรอด

ความฝันนี้...ฤาจะคือลางบอกเหตุ

เวลากระชั้นเข้ามาแล้วสินะ...




-----------------------------------------------------------------------------------------------------------


มาลงเพิ่มให้แล้วจ้ะยาวจนคนเขียนปวดหลังเลยทีเดียว อ่อก ฝากเม้นติชมด้วยนะคะ 1 เม้น 1 ล้านกำลังใจค่า #มารตาจองจำทารคา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

395 ความคิดเห็น

  1. #284 Mamimilky (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 08:19
    อหหหหห ลางมางี้เป็นห่วงทั้งคุณพี่และลูกเลย
    #284
    0
  2. #220 matchar_r (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:05
    ความเอ้าท์ดอร์นี่มัน ลุ้นค่ะอั้ยยยย
    #220
    0
  3. #193 วิรมาลย์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:23
    เหลือกี่วันเน้ออออ มารตาสู้ๆๆ
    #193
    0
  4. #192 kazekuma (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:56
    ท่านจ้าววว หลุดพ้นคำสาปไวๆนะเจ้าคะะะ
    #192
    0
  5. #191 jack forch (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:51
    อีพี่คงจะไม่ควักลูกน้อยออกมาจริงๆนะ
    #191
    0
  6. #190 phonphimon0123 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:47
    ต่ออออออ
    #190
    0
  7. #189 rrroungkhaow0106 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:44
    ลุ้นนนนนนนขั้นสุดดดดดด
    #189
    0