ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 19 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๑๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,019
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 182 ครั้ง
    29 ก.ค. 61

ชาละวันลัดเลาะไปตามชายป่า อาศัยจมูกนำทางมาจนพบกับกลิ่นสาบของพงษ์พันธ์เดียวกัน นัยน์ตาสีอำพันเบิกกว้างอย่างไม่นึกว่าจะเจออีกฝ่ายในป่าลึกเช่นนี้

“เดโช”

เจ้าของชื่อแสยะยิ้ม ชาละวันคงมองว่ามันเป็นการดูแคลนอย่างทุกครั้งถ้าไม่ติดใจสงสัยในเรื่องจิตสังหารที่แผ่ไพศาลนั่น

ราวกับเดโชตั้งจิตจะทำลายบางอย่างเสียให้สิ้น...กับใครกันล่ะ

มนุษย์? กุมภีร์ตกกระ หรือ...เขา

“ข้าตามหาท่านให้ทั่วพิจิตร จะออกต่างแดนบอกบ่าวไพร่บ้างก็ดีนะท่านท้าว เดี๋ยวหายไปนานนมจนคนใคร่คิดว่าสิ้นชีพพิตักษัยไปแล้วจักยุ่งยากลำบากหาท้าวพญาองค์ใหม่กันอีก”

เดโชยังคงเป็นเดโช เหิมเกริมเกินกว่าบ่าวไพร่คนไหนจะกล้าทำ นัยยะมันก็คลับคล้ายคลับครากับการห่วงหาระคนตำหนิติเตียน แต่มันพูดให้อ่อนน้อมถ่อมตนกว่านี้ไม่ได้รึไง

“เจ้าก็หาเจอแล้วนี่”

“ใช่...หลังจากลำบากตามรอยอยู่สามสี่วันไง ว่าแต่…” เดโชว่าก่อนหยุดชะงักและกวาดสายตามองสำรวจอาภรณ์ชาละวันด้วยแววตาที่ดูยังไงก็แสร้งตกใจจนน่าหมั่นไส้ อาการเห่อเหิมนั้นทำให้นัยน์ตาของชาละวันดุดันขึ้น

“ข้าไม่ยักรู้ว่าท่านสันทัดการอยู่ร่วมกับมนุษย์จนเข้าใจวัฒนกรรมการแต่งกายของพวกมันแล้ว”

“.....” ชาละวันเผลอเหลือบมองกลับไปยังทิศทางที่จากมา พิรุธนั้นไพล่ทำให้เดโชยกยิ้มมากขึ้นยามคำนึงถึงแผนการที่ขาวสาธยายให้ฟังเมื่อไม่กี่เพลาที่ผ่านมา

‘พ่อมันก็หมายใจมนุษย์จนต้องสิ้นชีพเพราะคนที่มันปกป้องนักปกป้องหนา’ อ้ายขาวเล่าไปหัวเราะไปราวกับสาแก่ใจกับการสิ้นชีพด้วยพิษรักของโคจรนัก โดยที่เขาทำได้เพียงสดับฟังเงียบๆ

‘ส่วนชาละวันเองก็ส่อเค้าลางจะเป็นเหมือนพ่อมันแล้วท่านรู้ไหมเล่าท่านพันวีร์ว่าอ้ายเด็กที่ชาละวันมันร่วมกินนอนด้วยคือใคร’

ประเด็นนี้เขาไม่อาจปล่อยผ่าน มันน่าฉงนเสียจนต้องเปิดปากถาม

‘ใคร?’

‘มันเป็นลูกชายของไอ้หมอจระเข้ผู้นั้น...ผู้ที่สังหารโคจร บุพเพสันนิวาสไหมล่ะ ฮ่าๆ!’

‘โฮ่…’

เรื่องนี้ชักจะมีเงื่อนงำมากกว่าที่เขาคิด และเส้นด้ายแห่งความจริงก็กำลังค่อยๆเผยความนัยทีละส่วน ไม่แปลกที่ชาละวันจักไม่รู้เพราะตัวเองเขาที่ขึ้นมาทำงานกับขุนนางมนุษย์ยังไม่รู้เรื่องชาวบ้านแต่ละผู้เท่าไหร่เลย

อีกอย่างชาละวันจะทราบได้อย่างไรเห็นมันวุ่นวายกับการตามล่าล้างโคตรไอ้ขาวอยู่อย่างเดียวเหมือนมันปักใจเชื่อไปแล้วว่าต้นตอที่แท้จริงของการสูญเสียพญาโคจรมาจากการทรยศหักหลังของพวกไอ้ขาว ซึ่งลางสังหรณ์ของชาละวันก็ถูกต้อง แต่แล้วยังไงล่ะมันเทียบไม่ได้เลยกับความลับซ่อนเร้นเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ของพญาโคจรกับผู้ที่สังหารพระองค์

สายสัมพันธ์ที่ใครต่างคิดว่ามันเกิดจากไฟแค้นของสองเผ่าพันธุ์แต่เปล่าเลย...มันเป็นเพียงแค่โศกนาฏกรรมรักที่มีมนุษย์และกุมภีร์อีกกลุ่มช่วยกันถักทอเรื่องราวเท่านั้น

และมันจะบังเกิดขึ้นอีกครั้งกับตัวชาละวันเองและอ้ายหมอจระเข้ผู้นั้น...ผู้ซึ่งมีโลหิตขัตติยาหล่อเลี้ยงดวงใจ

เรื่องนี้มันน่าอภิรมย์จริงๆ…

คนรักสนุกกระตุกยิ้มขำ พลันดวงตาสีเดียวกันก็มองสบกันนิ่ง

“ข้าเห็นว่าท่านเข้ากับมนุษย์ได้ดี” เดโชเปรย

“อย่าสู่รู้ให้มาก” ชาละวันกดเสียงต่ำยามเดโชเอ่ยถึงไกรทอง จะมีใครอื่นได้เขาไม่เคยเสวนากับใครนอกจากไอ้เด็กนั่น มันมิใช่เพราะห้วงอารมณ์รำคาญใจเพียงอย่างเดียว แต่มันรวมไปถึงการห่วงเล็กๆเพราะไม่รู้ว่าไอ้กุมภีร์ที่ปลดแอกตัวเองออกจากกฏเกณฑ์นั้นมันจะเล่นสนุกจนเผลอไปทำอะไรพิเรนทร์กับไกรทอเข้ารึเปล่า

แม้จะนึกแปลกใจว่าเหตุใดเดโชถึงรู้ความมากนัก มันคลับคล้ายคลับคลาว่าอีกฝ่ายอาจมาถึงชุมพรตั้งแต่คืนก่อนและทันเห็นว่าไกรทองช่วยเหลือเขาเอาไว้ แต่รู้ถึงขั้นสัพยอกเรื่องการเข้ากันได้ดีกับมนุษย์เห็นทีน่าจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าเพียงแค่การช่วยเหลือกันที่ท่าน้ำเป็นแน่

มันรู้ขนาดนั้นเหตุใดถึงพึ่งมาปรากฏตัว แล้วจิตสังหารนั่นไม่น่าใช่สิ่งที่ใช้เรียกเขาเพราะยามพบเจอกันเหมือนมันตื่นตระหนกพอควร

มันมาพบใคร...และตั้งท่าจะสังหารผู้ใด

“อย่าวิตกไปข้าแค่หมายถึงท่านดูเข้ากับมนุษย์ได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อนเท่านั้น คิดภาพตัวท่านเมื่อก่อนอยู่ร่วมกับมนุษย์ให้ได้สักคืนสิ...แค่คิดก็ขบขันจะแย่ แล้วมันยิ่งน่าประหลาดไปกันใหญ่ยามท่านสนิทชิดเชื้อกับคนที่เป็นดั่งศัตรูคู่อาฆาต”

“เจ้ากำลังจะพูดอะไร”

เดโชมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแข็งกร้าวของชาละวันแล้วกล่าวย้ำว่าคนที่เขาตั้งแง่ถึงคือใคร

“ข้าแค่เปรียบเปรย มนุษย์กับกุมภีร์อยู่ร่วมกันไม่ได้ฉันใด...หมอจระเข้กับจระเข้ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ฉันนั้น...”

‘โดยเฉพาะหมอจระเข้ซึ่งเป็นบุตรของคนที่ท่านหมายมั่นจะฆ่าทำลายทั้งโคตรเหง้า’

เดโชละประโยคสุดท้ายเอาไว้ ความสนุกมันอยู่ในใจความนั้น และเขาไม่พลาดที่จะเก็บมันไว้ชิมเป็นอย่างสุดท้าย

เพื่อจะได้ลิ้มรสชาติที่โอชะที่สุด…

ชาละวันเงียบ สีหน้านิ่งเรียบไม่ได้แสดงออกถึงอารมณ์แต่ดวงตากลับแตกต่าง มันเต็มไปด้วยไฟโทสะยามถูกจี้ใจดำ

ใช่...การใช้อากาศร่วมกับมนุษย์เป็นเรื่องที่เขานึกรังเกียจมาตลอด ผ่านมากี่ปีต่อกี่ปีก็รู้สึกอย่างนั้นทุกครั้งยามต้องขึ้นมาบนผืนดิน แต่ความรู้สึกนั้นหมดไปเสมอยามเขาได้พบเจอไกรทอง

ราวกับโลกแสนโสมมนั่นไม่เคยขัดเกลาให้ไกรทองเลวร้ายตามมันไปได้

ราวกับเนื้อผ้าสีขาวสะอาดอย่างไรก็สะอาดอยู่อย่างนั้นแม้นจักมีสีทึมเทาประปรายบ้าง แต่ก็เป็นสีทึมเทาที่เกิดมาจากการที่ผ้าขาวนั้นยอมแปดเปื้อนเพื่อช่วยให้ผ้าที่เต็มไปด้วยเขม่าควันสะอาดสะอ้าน

หมอนั่นแตกต่าง...แตกต่างจนเหมือนดวงดาวดวงเดียวที่ยืนหยัดทอแสงในท้องนภามืดหม่น และมันคือแสงริบหรี่ที่เขาไม่อาจละสายตาได้สักครั้ง

“มีธุระอะไร?”

คำพูดตัดบททำให้เดโชไหวไหล่ แม้จะหมดสนุกที่อีกฝ่ายไปดิ้นเร้าไปกับคำบอกกล่าวแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ฉับพลันนัยน์ตาที่เคยสนุกสนานก็เริ่มเปี่ยมไปด้วยโทสะเมื่อนึกถึงธุระสำคัญที่อุตสาหะมาถึงชุมพร ทั้งที่จะเดินทางกลับพิจิตรเลยก็ย่อมได้เพราะยังไงเขาก็ได้รับรู้ในสิ่งที่ต้องการรู้แล้วแต่อยากมาเห็นให้เป็นบุญตาเสียหน่อยว่าเรื่องที่ไอ้ขาวว่ากันมีมูลแค่ไหน

“ท่านลืมหรือเปล่าว่าคืนพรุ่งนี้จะต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระนางวิมาลา” เดโชหยั่งเชิงถาม ดวงตากวาดมองสารรูปจ้าวพระยาผู้ถือยศเจ้าอย่างอีกครั้ง

ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าคนอย่างพญาชาละวันจักมีอารมณ์ขันมาสวมใส่ชุดพื้นบ้านมอซอของมนุษย์กับเขาได้

ชาละวันกอดอกพลางนิ่งไตร่ตรอง

ภาพอิสตรีสูงศักดิ์ที่ป่านนี้คงรอคอยการกลับมาของเขาอย่างพะว้าพะวังลอยเข้ามาในห้วงความคิดก่อนจะค่อยๆเลือนสลายกลายเป็นดวงหน้าของอ้ายมนุษย์ตัวกระจ้อยที่ถามย้ำนักหนาว่าเขาจะกลับไปหารึไม่

“เดินทางจากชุมพรกลับพิจิตรใช้เวลาเท่าไหร่?”

“ไม่พบมรสุม กลับเสียตั้งแต่ตอนนี้อาจโผล่ไปทันงานในคืนพรุ่งนี้พอดี”

ชาละวันพยักหน้ารับคำ เป็นอีกครั้งที่หางตาเผลอจรดจ้องไปยังทิศทางที่จากมา

ปณิธานที่ตั้งมั่นไว้บ่อนทำลายได้ง่ายหากเทียบกับเรื่องหน้าที่ เพราะถ้าไม่ทำแล้วไซร้ความน่าเชื่อถือและความน่าเกรงขามจักหมดไป ในสายตากุมภีร์อื่นเขาคงไม่ต่างอะไรกับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ไม่พร้อมจะดำเนินการสิ่งใดนอกเสียจากการทำตามอำเภอใจตัวเองไปวันๆ

คงไม่มีทางเลือกอื่น…


.

.

.


ท้องฟ้าค่อยๆเปลี่ยนจากสีฟ้ามาเป็นส้มอ่อนยามตะวันเคลื่อนคล้อยลงต่ำ ไกรทองที่ช่วยชาวบ้านแบกหามจัดงานเงยหน้ามองท้องฟ้าเบื้องบน ท่ามกลางรอยยิ้มผาสุกที่มอบให้ลุงๆป้าๆมันแฝงไปด้วยความกังวลใจ

ไม่รู้อะไรทำให้เขานึกกังวลนัก...กลัวว่าชาละวันจะหายไปอีก

หายไปเฉยๆเหมือนเจ็ดปีก่อน

ทั้งที่เขาควรจะเลิกคาดหวังได้แล้ว...เพราะผลลัพธ์ก็เคยพานพบมาแล้วครั้งหนึ่ง

ทั้งที่ควรจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำสิ่งอื่นที่มากกว่าการเผลอนึกถึงคนที่มอบรอยจูบแรกให้ตัวเองแต่กระนั้นก็ไม่เคยทำได้เลยสักครั้ง

เหมือนอย่างครั้งนี้ที่มัวแต่เหม่อจนโคมหิ่งห้อยที่ถืออยู่เต็มสองแขนเกือบลวกขาตัวเองเข้าให้

“ตั้งสติหน่อยไกรทอง…” เด็กหนุ่มรำพึงกับตัวเอง ค่อยๆโก่งโค้งวางโคมหิ่งห้อยลงบนเรือพายของตาพร้อมโดยมีชาวบ้านและเด็กๆหลายคนมาให้กำลังใจเต็มท่าน้ำ ทุกคนยืนกันสุดเนินเขาเพราะยังหวาดผวาต่อจระเข้ที่มาอาละวาดไม่หาย

“พ่อหมอระวังจระเข้นะ” ป้าศรีตะโกนบอกและไกรทองก็ขานรับ

“ไม่ต้องห่วงจ้ะป้า ข้าลับมีดรอพวกมันแล้วเนี่ย” ไม่วายชูด้ามพร้าให้ดู

“สู้ๆนะพี่ไกรข้าจะรอดูหิ่งห้อยน้า”

“ป้าจะเตรียมขนมรอนะลูก”

แว่วเสียงเอาใจช่วยดังห่างออกไปทุกทียามไกรทองพายเรือออกจากท่า พายลึกเข้ามาใกล้กลางป่าอันเป็นตำแหน่งที่พวกป้าบอกเท่าไหร่รอบด้านยิ่งมืดทึมลงจนน่ากลัวเท่านั้น

โชคดีที่มีแสงสว่างจากเทียนที่ติดไว้ตรงหัวเรือและแสงระเรื่อของโคมหิ่งห้อยจำนวนหนึ่งที่ชาวบ้านจุดเตรียมไว้ให้

ระหว่างพายไกรทองก็นั่งปลงตกกับจำนวนอันมากมายของโคมหิ่งห้อย เขาจุดไฟจากลานดินมาได้เพียงนิดหน่อยต้องมาจุดเอาเองกลางธารน้ำอีกรอบกว่าจะครบก็คงปาไปเป็นชั่วโมง

ต้องเร่งมือเสียด้วยเพราะนี่เริ่มเข้าสู่ยามวิกาลอันเป็นเวลาออกหากินของจระเข้แล้ว

“ถ้ามีคนมาช่วยก็ดี…” เด็กหนุ่มบ่นอุบไปพลางทำหน้างุ้มงอไปยามนึกถึงคนที่หายไปตั้งแต่ช่วงเช้า คนที่ทำท่าเหมือนจะใส่ใจต่อเสียงรั้งถามของเขา และนั่นคือคนๆเดียวกับคนที่ทอดทิ้งเขาไปเฉยๆโดยไม่บอกลา

“อย่างน้อยมาบอกลากันบ้างไม่ได้หรือไง” ไกรทองพึมพำ ระหว่างนั้นก็หยุดพายเมื่อคิดว่าถึงที่หมายแล้ว เรือพายลำเล็กลอยในแม่น้ำอันนิ่งสงบ ท่ามกลางความมืดมิดและแสงริบหรี่ มันไม่ต่างอะไรกับความหวังในดวงใจของคนที่ทอดสายตามองความมืดมนอนธการเบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย

ไกรทองเร่งจุดโคมลอย จากทั้งไม้ที่เสียดสีและเชิงเทียน ทำทุกทางให้แสงมันสาดส่อง เพื่อไม่ให้ความหวังที่แห้งแล้งในใจมันมืดดับลง

พยายามจนไฟลนเข้ากับฝ่ามือ ความร้อนแตะเข้าผิวกายแต่มันกลับไม่ได้ทำอันตรายนักเมื่อเป็นหยดน้ำตาที่ตกกระทบลงไปเพื่อชะล้างความร้อนนั้น

เหมือนเดิมทุกอย่าง...เหมือนกระทั่งหยดน้ำตาที่เผลอรินไหลเมื่อเจ็ดปีก่อนตอนพบว่านั่งรอที่ท่าน้ำเท่าไหร่คนที่สมควรจะแวะเวียนมาดูไก่ชนก็ไม่เคยกลับมา

มันคงเป็นความเจ็บใจที่เผลอคาดหวัง มันไม่ใช่ความเสียใจหรอก...ใช่ไหม?

ครึ่ก!

บางอย่างกระทบเข้ากับตัวเรือจนโคลงเคลง และนั่นทำให้ไกรทองรีบปาดน้ำตาลวกๆสิ่งแรกที่คว้าคือพร้าเล่มโตและเชิงเทียน ยิ่งเห็นจุดสีทองอร่ามและจมูกเรียวยาวโผล่พ้นผิวน้ำยิ่งต้องตั้งสติให้มั่น

เพราะตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับจระเข้ตัวเป็นๆโดยไม่ทันตั้งตัว แม้จะเตรียมใจไว้บ้างแต่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอเร็วขนาดนี้

สัตว์ร้ายตัวนั้นใช้ดวงตาที่ส่องสว่างดั่งดวงจันทร์จรดจ้องมาอย่างเงียบงันและมันไม่ใช่สัญญาณที่ดีสำหรับไกรทองที่เรียนรู้มาจนทราบว่าการจับจ้องเช่นนั้นมันหมายถึงการประเมินสถานการณ์ในการล่า

พูดง่ายๆคือมันกำลังคิดว่าจะชำแหละเขาอย่างไร

“กรร!!!”

ทันทีที่มันอ้าปากเตรียมงับหัวเรือไกรทองก็กระโดดถดตัวหลบมาท้ายเรือเพื่อให้พ้นรัศมีนั้นรวมไปถึงการถ่วงน้ำหนักไม่ให้ส่วนท้ายมันลอยเหนือพื้นน้ำมากจนเรืออัปปาง หมอจระเข้อาศัยเสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะงับเข้าตรงหัวเรือฟันพาดผ่านปลายมูกอันเป็นส่วนอ่อนแอที่สุดของจระเข้ มันกู่ร้องคำรามลั่นก่อนใช้หางฟาดใส่ไกรทองที่ยกมือตั้งรับแต่แรงอันมหาศาลนั้นก็ทำให้ร่างหมอจระเข้กระเด็นร่วงหล่นไปในน้ำ

ตูม!

ไม่ได้การณ์แล้ว…

‘ตกน้ำคือตายไปกว่าครึ่งชีวิต’ แว่วเสียงพ่อลอยแว่วมาให้ได้ยิน จระเข้เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำก็จริงแต่มันสันทัดการไล่ล่าใต้น้ำมากกว่าบนบก แตกต่างจากมนุษย์ที่เคลื่อนไหวได้เชื่องช้ามากหากอยู่ในธารน้ำ

ไกรทองเม้มปากแน่น ดวงตาพยายามมองผ่านสายน้ำที่อัดกระแทกเข้าใส่ร่างกายแต่เพราะความมืดของกลางคืนทำให้แทบไม่เห็นอะไรนอกจากหางของสัตว์ร้ายทีฉวัดเฉวียนอยู่รอบกาย

มันมีมากกว่าหนึ่งตัว?!

พร้าในมือกำแน่นพยายามแกว่งไกวปัดป้องแต่แทบต้านแรงน้ำไม่ไหว คิดได้อย่างเดียวคือการขึ้นไปปักหลักบนเรือพายอีกครั้งเพราะฝากฝั่งก็อยู่ไกลเกินไป

การว่ายน้ำแข่งขันระหว่างมนุษย์กับจระเข้จึงบังเกิดขึ้น

เด็กหนุ่มตีกรรเชียงว่ายเร็วเท่าที่ร่างกายจะเอื้ออำนวย แต่เหมือนไม่ทันการแล้ว จระเข้ยักษ์ร่วมสามเมตรสองตัวถลามาตามผืนน้ำเมื่อเข้าใกล้เรือนขาก็หมายจะอ้างับให้ตัวขาดครึ่ง

“กรรร!!!” ขากรรไกรจระเข้อ้ากว้าง ไกรทองรู้สึกถึงน้ำวนที่ดูดให้ร่างเข้าไปใกล้จนสัมผัสถึงช่วงขาที่ผลุบเข้าไปในกรอบปากกุมภีร์ตัวนั้น

“ไม่…!” ความกลัวแล่นปราดมาเต็มดวงใจ เด็กหนุ่มรู้ถึงคำเตือนที่พ่อว่า ‘ตัวตายก่อนได้ใช้เงิน’ ก็ครานี้

ไม่ทันแล้ว...

ผลั่ก!!

ไม่ทันที่จระเข้ตนนั้นจะได้งับเหยื่อบางอย่างก็อัดกระแทกจนกุมภีร์ตัวนั้นเซถลาไปอีกฝั่งพร้อมๆกับที่มีแรงฉุดดึงร่างไกรทองออกมาให้พ้นรัศมีที่ปากจระเข้จะงับลงมา

ความเฉียดฉิวนั้นทำให้พ่อหมอจระเข้ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง และตัวแข็งทื่อยิ่งกว่าเมื่อคิดได้ว่าไม่มีมนุษย์ที่ไหนกล้าลงมาในท่าน้ำในยามนี้แน่จะมีก็เพียงแต่…

นัยน์ตาสีทองสว่างเฉกเช่นสัตว์ร้ายที่พึ่งเผชิญมาคือสิ่งแรกที่ไกรทองเห็นยามเหลือบมองไปยังทิศทางที่ถูกดึงไป แรงกระชากที่มากกว่าการดึงรั้งของมนุษย์ทำให้ไพล่คิดไปว่ามันคือคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายอีกตัวที่หมายมั่นจะตรงเข้ามายื้อแย่งอาหารอันโอชะ และนั่นทำให้ไกรทองจำต้องยกพร้าหมายจะแทงใส่จระเข้ที่อยู่ด้านหลังเพื่อให้มันปล่อย

แต่แล้ว...

ฟึบ!

สิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังกลับหลบมันอย่างง่ายดายแล้วออกแรงเหวี่ยงร่างสั่นงันงกไปเพราะความหนาวและความกลัวของไกรทองขึ้นไปกองบนเรือพายจนเรือลำเล็กโคลงเคลงจวนเจียนคว่ำดีที่มีฝ่ามือปริศนาเข้ามาช่วยจับไม่ให้สูญถ่วงมันเสีย

ณ ตอนนี้ไกรทองได้เห็นคนที่ว่ายน้ำมาช่วยจับเรือไม่ให้คว่ำเต็มสองตา

“ชาละวัน?!”

“เลิกแหกปากสักที...” ชาละวันตอบกลับด้วยสีหน้าเฉยเมย มือใหญ่เสยลุ่มผมที่ลู่กรอมใบหน้าขึ้นพลางจรดจ้องกุมภีร์สองตัวที่เริ่มลอยคอเหนือผิวน้ำเขม็ง มันทั้งสองตัวหยุดความเคลื่อนไหวเพื่อประเมินสถานการณ์การโจมตีครั้งต่อไป กลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างจระเข้สองตัวและมนุษย์สองคน คนหนึ่งอยู่บนเรือคนหนึ่งอยู่ในน้ำ

นั่นคือความคิดของไกรทองที่นึกห่วงว่าคนที่ตกอยู่ในน้ำจะเป็นอันตรายเพราะจระเข้ว่ายน้ำเพียงเสี้ยววินาทีก็คาบอีกฝ่ายที่อยู่ไม่ไกลจากมันไปกินได้ง่ายๆแล้ว

“รีบขึ้นมาบนเรือก่อน...ไม่กลัวจระเข้มันคาบไปรึไง!” แต่เพราะสถานการณ์ฉุกละหุกความเป็นห่วงมันล้นทะลักเกินกว่าจะทำเพียงแค่เอ่ยบอกอีกฝ่ายเบาๆแต่เป็นการตะคอกหนักรวมไปถึงพยายามดึงแขนคนตัวสูงขึ้นจากน่าน้ำอีกด้วยแต่ชาละวันกลับปัดมือนั้นออกแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับจระเข้สองตัวนั้นดังเดิม

“เชื่อเถอะ...ข้าน่ากลัวกว่าจระเข้เยอะ” ดำริพร้อมเสียงหัวเราะร่วนคล้ายเป็นการเย้าหยอกตามปกติ แต่มันใช่กับเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ไหมเล่า!

แม้จะตกอยู่ท่ามกลางเส้นความเป็นความตายแต่กระนั้นไกรทองกลับเหมือนยกภูเขาออกจากอกเพียงแค่มีอีกฝ่ายอยู่มใกล้ๆ

เป็นตัวเองบ้างแล้วที่รำพึงในสิ่งที่ไม่ควรพูดในช่วงเวลาแบบนี้แต่คิดว่าหากไม่บอกไปอาจไม่มีโอกาสพูดอีก

“ข้านึกว่าเจ้าจะไม่กลับมาแล้ว” ไกรทองว่าเสียงอ่อนพลางเกาะขอบเรือแน่น ดวงตาก็จ้องจระเข้สองตัวนั้นตาไม่กระพริบ พร้าในมือเองก็ง้างรอไว้เผื่อการโจมตีที่ไม่คาดฝัน

“ข้าก็คิดจะทำแบบนั้นเหมือนกัน”

คำตอบของชาละวันสร้างความสงสัยให้ผู้สดับฟังไม่น้อยแต่การพุ่งทะยานมาของจระเข้ก็ทำให้การซักทอดจำต้องหยุดลงแต่ในหัวยังไพล่สับสนไม่เลิก

ชาละวันคิดจะทิ้งข้า...แต่ก็ยังปรากฎตัวอยู่นี่

...หมายความว่ายังไงกันล่ะนั่น


---------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาอัพเพิ่มแล้วก่ะ อิอิ แอบมาแปะภาพตัวอย่างมินิฟิคที่จะแถมสำหรับคนพรีรวมเล่มเรื่องดีด้วย อิอิ (ยังไม่เสร็จนะคะเป็นแค่ภาพร่าง55555)


ใกล้ความจริงกันเข้าไปเรื่อยๆแล้วฮื้อฝากติดตามจนจบด้วยนะฮะ ฝากเม้นติชมเป็นกำลังใจเหมือนเดิมฮะ 1 เม้น 1 ล้านกำลังใจ เม้นเยอะเค้าจะรีบอัพ-- ค่อกแค่กๆ /โดนบีบคอ 555555

ฝากติดตามด้วยฮ้าบ

#ลิขิตกุมภีร์













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 182 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2680 MoonNightShineBright (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 16:11
    เดโชเอาไงกันแน่ จะดี?จะร้าย??
    #2,680
    0
  2. #2226 Mamimilky (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:13
    สรุปเดโชจะดีหรือไม่ดี แต่คิดอีกอย่างคือฆ่าไกรทองอ่ะ เพื่อไม่ให้ชาละวันไขว่เขว่ รึป่าว??
    #2,226
    0
  3. #2080 despasito (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 15:01
    ถ้าพี่ชาละวันแกไม่กลายเป็นคนก่อน จุดจบจะเหมือนรุ่นพ่อไหมนะ
    #2,080
    0
  4. #1942 KKMP (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 16:51
    ดีต่อใจ พี่ชาละวัน
    #1,942
    0
  5. #1636 bloodc2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 19:16
    แหม เป็นห่วงน้องอะดิ๊
    #1,636
    0
  6. #1359 Hyukky38 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 14:35
    เป็นห่วงเป็นใยน้อง อะหู้วววว
    #1,359
    0
  7. #1354 dearlychpd ♡ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 09:17
    สรุปว่าเดโชเปนคนรวั้ยรว้ายสินะ
    #1,354
    0
  8. #1335 y_pps (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 15:27
    ชาละวันคนซึน
    นี่ชอบพี่เดโชนะ เราเดาไม่ได้เลยว่าเขาจะทำอะไรต่อ แต่พี่จะดีหรือจะร้ายก็รักนะคะ fc
    #1,335
    0
  9. #1334 ooy1565 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 13:35
    เดโชร้ายมากนกสองหัวชาละวันจะรู้ไหมแต่ต้องไปเข้าพิธีแต่งงานกับวิมาลาแต่กลับมาช่วยไกรทอง
    #1,334
    0
  10. #1333 Gee Orra (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 12:45
    นี่รอวันที่พี่ชากะน้องไกรรวมเล่มมานานละ เงินพร้อม ใจพร้อม แต่ไรต์ไม่พร้อม555+ ออกมาร่องเรือกะน้องซักทีรอมาตั้งนาน
    #1,333
    0
  11. #1332 Mebal (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 12:05
    คนซึนที่1 ต้องยกให้พี่วันเลยจ้า
    ยืนกระเป๋าตังให้ รอนะคะอยากได้มากกกก
    #1,332
    0
  12. #1331 Mikaela (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 09:01

    ชอบความซึนของชาละวัน

    #1,331
    0
  13. #1330 Crazy Devill (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 07:41
    อยากพรีแต่พอดูกระเป๋าแล้วก็มีแต่ฝุ่นT^T อย่าไปห่วงวิมาลาเล๊ยเดี๋ยวนางก็มีผัวใหม่เป็นเลื่อมลายวรรณสุดท้ายก็มาหาน้องไกรอ่าาาน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก แต่ก็ต้องอภิเษกอ่าาาาา
    #1,330
    0
  14. #1329 ผู้รับใช้ซาตาน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 06:35
    จะรอพรีเลยค่ะ
    ชาละวันมีความเริ่มเหมือนจะรู้ใจตัวเองรางๆเสี้ยวจองเสี้ยวจองเสี้ยวหนึ่ง งุ้ย มีมาช่วยน้องงงงงงง กรี๊ดหนักมาก น้องกำลังโดนงาบอยู่พอดี คนที่ต้องได้งาบน้องก่อนต้องเป็นพี่ชาละวันอยู่แล้วใช่มั้ยคะ
    #1,329
    0
  15. #1328 T o m a t o ! (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 04:32

    อยากจะจับเดโขถลกหนังแล้วเอาไปทำกระเป๋าจัง แง้ เชียร์2คนนี้

    #1,328
    0
  16. #1327 Johnnytrash (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 00:19
    พยายามอย่างมากที่จะไม่ด่าพี๋เดโช ฟฟฟฟฟฟฟฟ
    #1,327
    0
  17. #1326 kfangja (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 23:42
    สุดท้ายก็กลับมาาา ฮือออ เกือบทำน้องเสียใจอีกรอบจริงๆแลวสิ
    #1,326
    0
  18. #1325 lay zhang (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 23:16
    คุณเฟยอัพแล้ววว รีบมาต่ออีกตอนเด้ออ จะรอคุณเฟยที่ท่าน้ำทุกวันเลย555
    #1,325
    0
  19. #1324 bunyarat462 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 23:02
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,324
    0
  20. #1323 jk.chimmy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 22:42
    รอค่าาาา สู่ๆนะค่าไรท์
    #1,323
    0
  21. #1322 SomeGift (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 22:23
    ชาละวันไม่ไปงานแต่งแล้วหรอคือกลับมาช่วยน้องไกรใช่ไหมมีความห่วงใย
    #1,322
    0
  22. #1321 Dark Valkyries (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 22:21
    ในที่สุดก็อัพฮือออ เมือใหรเค้าจิได้รักกันนนนน
    #1,321
    0