ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 18 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๑๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 259 ครั้ง
    21 ก.ค. 61


ถึงไม่ได้ล่วงล้ำกันจนเขาเสียศักดิ์เสียศรีถึงขีดสุดแต่การมาเล้าโลมสัพยอกจนรอยจ้ำเต็มตัวแล้วหายตัวไปมันก็แย่เกินทน

เขาไม่ได้อยากให้ไอ้ยโสนั่นมารับผิดชอบหรืออะไรทั้งนั้นเพราะอย่างไรมันก็เป็นการละเล่นที่เกิดจากโทสะของเราแต่...แต่

“.....” ไกรทองทึ้งหัวอย่างหงุดเงี้ยว แขนค่อยๆประคองตัวเองลุกแม้จะไม่ได้โดนล่วงล้ำจนแข้งขาอ่อนเหมือนที่เคยทำกับสตรีแต่แค่ย้อนนึกถึงมันก็ทำให้หน้าร้อนวูบวาบจนมือไม้อ่อนปวกเปียกตามไปเหมือนกัน

ชาละวันนะชาละวัน…

หมอจระเข้หนุ่มกัดปากล่างอย่างข่มอารมณ์ ขี้คร้านเผลอกัดเข้าร่องรอยที่อีกฝ่ายทำไว้จนเกิดรูบุ๋มให้กระดากใจเล่นอีก

โว้ย! ไม่ว่าที่ใดบนร่างข้าจะมีแต่ร่องรอยเจ้าให้ช้ำใจเล่นเลยรึไงกัน!

โวยวายในใจไปก็จัดการเก็บผ้ามาพับเก็บไป เสร็จสิ้นก็ตรงไปยังหน้าต่างหวังออกไปสูดอากาศดีๆให้คลายความหงุดหงิดงุ่นง่าน

แต่พอมาหยุดเบื้องหน้าบานหน้าต่างดวงตาก็สบเข้ากับร่างสูงชะรูดที่ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์อยู่แถวท่าน้ำ เรือนผมยาวสีเขียวเข้มต้องกับแสงอาทิตย์อันเป็นเอกลักษณ์ของชาละวันทำให้ไกรทองอ้าปากค้าง

จะไม่ตกใจปานนี้หากไม่เห็นว่าบุรุษเจ้ายศเจ้าอย่างนั่นสวมใส่ผ้านุ่งสีตุ่นที่ใช้สำหรับอาบน้ำเพียงผืนเดียว แถมยังใช้สภาพนั้นซื้อกับข้าวกับปลาจากชาวบ้านที่หาบเร่ผ่านมา ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกหากเป็นตาสีตาสาธรรมดาแต่นี่มันชาละวันไง!

“ถ้าเช่นนั้น…” ไกรทองที่หลงด่าอีกฝ่ายสาดเสียเทเสียสำนึกผิดแทบไม่ทัน พอดวงตาคมกริบสีอำพันเลื่อนขึ้นมาจับจ้องในตำแหน่งที่ยืนอยู่ก็รีบไถลตัวลงไปซ่อนกับพื้น

ถามว่าทำไปทำไมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ในตอนนี้...ไม่รู้แล้วโว้ย ขอเก็บเศษหน้าให้ครบก่อนแล้วกัน!

ไกรทองเอนพิงผนังไม้ นั่งคอตกหมดสภาพ หลุดหัวเราะไปอีกระลอกเมื่อนึกตลกอาการกระต่ายตื่นตูมของตัวเอง ชาละวันก็ไม่ใช่ยักษ์ใช่มารที่ไหนถึงสบตาแล้วต้องสิ้นสติสมประดีจนเร่งร้อนหดหัวกลับมาขนาดนี้

หรืออาจใช่…

ไกรทองยกสองมืออังแก้มตัวเอง ท่าทางที่ทำเสมอยามประหม่าจนไม่อาจเก็บกลั้นสีแดงฉานบนพวงแก้มได้ แต่ยามนี้เหมือนแค่รอยยิ้มยังไม่อาจหุบได้เลย

ไม่รู้ทำไมถึงต้องดีใจนักที่อีกฝ่ายไม่ได้หนีหายไป...และมันคงเป็นความรู้สึกลิงโลดแบบเดียวกันแน่หากเจ็ดปีก่อนชาละวันปรากฏตัวในงานไก่ชน

นี่ข้าเป็นอะไรไปนะ...ทำไมคิดแต่เรื่องไร้เหตุผลพวกนี้ ดีใจอะไรกับแค่นี้กันล่ะ หมอนั่นทำร้ายจนเกือบเป็นตราบาปในชีวิตแล้วหนา!

เพราะมัวแต่ถกเถียงกับความคิดในหัวจึงไม่ทันได้เห็นร่างสูงใหญ่ที่ย่างสุขุมกลับขึ้นมาบนเรือน ชาละวันเหลือบมองคนที่นั่งกุมแก้มอยู่ในสภาพร่องรอยเต็มแผงอกแล้วได้แต่ส่ายหัวระอาไปทั้งรอยยิ้มขำด้วยรู้กรายๆว่าเจ้าตัวดีนี่กำลังบ้าบออยู่กับเรื่องใดในหัว

แต่เมื่อเห็นว่าไกรทองรู้ถึงการมาของตนแล้วก็รีบปรับกลับมาหน้านิ่งดังปูนปั้นตามเดิม

“ซะ...ซื้อกับข้าวมาหรือ?” ไกรทองเริ่มเปิดบทสนทนาก่อนเพราะทนกับความอึดอัดไม่ไหว

“อืม”

“มีอะไรกินบ้าง”

“ก็ลุกมาดูสิ” มันเป็นการตอบคำถามที่อาจจะยาวที่สุดและมากที่สุดในชีวิตชาละวันก็เป็นได้ เพราะไม่เคยมีกุมภีร์ตัวไหนพรั่งพรูคำถามโง่ๆพวกนี้มาก่อน

จริงๆแล้วชาละวันหมายมั่นจักนำข้าวปลามาวางทิ้งไว้ให้แล้วจะกลับไปตามเรื่องอ้ายขาวที่หายหัวเข้ากลีบเมฆต่อ แต่ใครจะคิดล่ะว่าไกรทองจะตื่นไวขนาดนี้ เห็นหลับอุตุเหมือนซ้อมตายปานนั้น

“ข้าไปหาเสื้อผ้าให้เจ้าดีกว่า”

“เพื่อ?” คำบอกกล่าวที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยเรียกสายตาพญากุมภีร์ให้มองต่ำลงมายังอาภรณ์ที่ตัวเองสวมใส่ ถึงมันจะแย่จนนึกหัวเสียแต่ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนักในเมื่อเดี๋ยวเสร็จกิจตรงนี้ก็ได้กลับไปยังที่พำนักแล้ว

“จะได้คล่องตัวกว่านี้ไง” ไกรทองวิ่งดุ๊กดิ๊กไปรื้อเสื้อในตู้ที่ตนจัดการพับเรียงไว้ เตรียมกางเกงสามส่วนและเสื้อเข้ารูปสองชุดมาพอดิบพอดีเลย

หยิบได้ก็จัดการคลี่ให้คนหน้ายักษ์ดู มันเป็นกางเกงขาก๊วยสีกลาโหมใส่สบายมาก ฉีกแข้งแหกขาได้ถึงหัวเลย เขาใส่ซ้อมมวยเป็นประจำ เด็ดตรงที่มันใช้ผูกเอวเอาจึงยืดเข้าออกได้ตามขนาดผู้ใส่ เขาเลือกเบอร์ใหญ่มาเพราะไม่ชอบสวมอะไรรัดตัวนักและอีกฝ่ายที่ตัวใหญ่กว่าก็น่าจะใส่มันได้ ส่วนเสื้อก็คว้านคอสีเดียวกัน มีผ้าขาวม้าสีกรมท่าสลับขาวเป็นส่วนเสริมให้ดูทันสมัยเยี่ยงคนบางกอกด้วย

“ข้าไม่ใส่”  ชาละวันกดเสียงต่ำ ถลึงตามองตั้งแต่เห็นเสื้อแบบชาวบ้านแถมยังเป็นเครื่องแต่งกายของพวกมนุษย์อีกต่างหาก

“แต่เจ้าจะเดินโทงโทงแกว่งช้างน้อยด้วยผ้าซิ่นผืนเดียวไม่ได้นะ...ใส่เถอะน่ามันน่าจะพอดีกับตัวเจ้าข้าซื้อเผื่อโตแต่เห็นทีคงไม่โตไปมากกว่านี้แล้วล่ะ ฮ่าๆ” ไกรทองว่าพลางหัวเราะร่วน เล่นเอาคนฟังได้แต่กัดฟันกรอดๆเพราะไม่อาจถกเถียงในประเด็นนี้ได้

ชาละวันจำคว้าเสื้อพวกนั้นมาสวมใส่ จังหวะนั้นเองไกรทองก็แยกตัวลงไปอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อใหม่ พอขึ้นมาไกรทองได้พบว่าเสื้อมันพอดีตัวชาละวันกว่าที่คิดและพออีกฝ่ายใส่ก็ทำให้ความอวดดีจองหองดูลดน้อยลงไปด้วย

สื้อผ้าเปลี่ยนภาพลักษณ์คนได้จริงๆ ไกรทองฟันธง!

“รีบขึ้นมากิน...ข้าจะได้ไปทำงานของข้า” ชาละวันว่า ดวงตาทอดมองชุดที่ละม้ายคล้ายกันบนตัวของไกรทอง แต่ของเจ้านั่นเป็นโทนสีม่วงตองซึ่งดูตัดกับผิวสีน้ำผึ้งชัดเจนทำให้ผิวกายดูนวลผ่องขึ้นกว่าเดิมมาก

“ไอ้หยา ลุงแกเอาจานไว้ให้ใครใช้วะเนี่ย” เเว่วเสียงบ่นหงุงหงิงทำให้ชาละวันต้องสลัดความคิดในหัวทิ้งก่อนเพ่งมองแล้วพบมนุษย์ตัวกระจ้อยพยายามเขย่งเอาจานชามที่วางไว้ส่วนบนสุดของตู้ ยิ่งเห็นท่าทางตะเกียกตะกายยิ่งนึกสมเพชจนต้องเดินไปซ้อนทางด้านหลัง มือข้างหนึ่งโอบเอวคอดกว่าไว้ อีกข้างเอื้อมไปคว้าจานชามทั้งถาด ในท่านี้เหมือนว่าคนตัวสูงใหญ่เข้ามาโอบตระกองกอดจากด้านหลังยังไงยังงั้นและนั่นทำให้ไกรทองตัวแข็งทื่อ

“เตี้ย” ชาละวันกระซิบถากถาง ยอมรับว่าจงใจแกล้งเพราะนึกอยากเห็นสีหน้าเหรอหราของอ้ายมนุษย์นั่นและเหมือนมันจะได้ผลดีเกินคาด อารมณ์ขันเล็กๆน้อยๆนี่สร้างความสุนทรีย์จนนึกแปลกใจตัวเองว่าทำไมถึงปล่อยปละอารมณ์ไปกับมนุษย์ตัวกระจ้อยนี่นัก

ไกรทองที่ตั้งสติได้แสร้งแยกเขี้ยวใส่ ท่าทางคล้ายแมวพยายามขู่จะสังหารพญาราชสีห์ทำให้คนตัวสูงเผลอกระตุกยิ้มขำแล้วจัดการวางถาดบนมือเล็กกว่าเพื่อผละออกมาหยิบกับข้าวมาเตรียมรินใส่จาน

เขาควรจะไปได้แล้ว

ชาละวันเตือนสติตัวเอง แต่ก็ต้องยอมนั่งขัดสมาธิกอดอกอยู่กับที่เมื่อเห็นการจัดแจงตักน้ำตักกับข้าวให้ของไกรทอง การปรนนิบัติพัดวีทั้งหมดทำให้ดวงใจที่ไร้สำนึกใดรู้จักเกรงใจขึ้นมาเล็กๆ และนั่นก็ไม่เคยใช่วิสัยของพญากุมภีร์เลย

“ข้าไม่เคยทานอาหารทางใต้มาก่อนเลย” ไกรทองเปรย

“.....”

“ซี้ด...เผ็ดกว่าทางพิจิตรอีกเนอะ แต่ก็อร่อยมาก”

“เงียบ” ชาละวันอดจะเอ็ดคนปากมากไม่ได้

“อ่อใช่...เดี๋ยวข้าวติดคอสินะ”

“.....”

และอีกสารพัดคำพูดเองเออเองของไอ้มนุษย์ที่ฟังยังไงก็สร้างความรำคาญให้รู้หูเป็นอย่างมากแต่ชาละวันกลับทำเพียงสดับฟังแล้วทานกระยาหารเงียบๆต่อไป ในใจลึกๆก็นึกชื่นชมเสน่ห์ปลายจวักของพวกมนุษย์ไปด้วย

ท่านพ่อบอกเสมอว่ามนุษย์เป็นบุคคลจำพวกตัวตายไม่ว่าของกินเลิศรสต้องมาก่อน สัตว์น้อยสัตว์ใหญ่กินเพื่อความอยู่รอด แต่มนุษย์กินเพื่อความสุนทรีย์เป็นหลัก ความอยู่รอดเป็นรอง ขยันสร้างเมนูอาหารใหม่ไม่เว้นแต่ละภาคส่วน

“เจ้าน่ะเป็นลูกเต้าเหล่าใครข้าถามได้ไหม” ไกรทองเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยมานานเมื่อทานจนปิ่มแปล้แล้ว และคำถามละลาบละล้วงเหล่านั้นก็ทำให้ห้วงคำนึงของชาละวันหยุดชะงักลง แววตาดุดันคือสิ่งแรกที่ไกรทองได้เห็น

“ไม่ได้”

ยิ่งอีกฝ่ายย้ำชัดไกรทองยิงส่งยิ้มแหยๆราวกับจะขอโทษขอโพยทางอ้อม

“อา...ข้าไม่อยากรู้ก็ได้แค่รู้ชื่อเจ้าก็พอแล้ว”

“อืม…”

บทสนทนาแสนวังเวงที่เกือบจะจบลงที่ความอึดอัดถูกขัดด้วยเสียงหญิงวัยกลางคนที่ตะโกนดังลั่นมาจากใต้ถุน

“พ่อหมอเจ้าคะ...พ่อหมอ!”

ไกรทองวางจานกระเบื้องแล้ววิ่งไปเกาะขอบหน้าต่าง โดยมีชาละวันนั่งกอดอกสดับฟังสาสน์ของพวกมนุษย์ไปด้วย

เขาตระหนักได้อยู่พักใหญ่แล้วว่าไอ้มนุษย์เตี้ยนี่เป็นหมอจระเข้ ถึงได้ขบขันตัวเองอยู่ทุกวินาทีที่ยังนั่งเสวนากับมันอยู่ได้ทั้งที่เป็นปรปักษ์กันอยู่นี่ไง

คงเพราะมันไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับเขากระมัง

เหมือนต้องเจรจากันยาวเหยียดไกรทองเลยขอตัวลงไปคุยข้างล่างซึ่งชาละวันก็ไม่ได้ขัดข้องเรียกว่าไม่ได้สนใจมากกว่า

ผ่านไปสิบนาทีเศษไกรทองก็กลับขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มตื่นเต้น

“คืนพรุ่งนี้จะมีประเพณีชมโคมหิ่งห้อย!”

“แล้ว?”

“ชาวบ้านอยากให้ข้าช่วยปล่อยโคมหิ่งห้อยในป่า”

“อาฮะ” ฟังมาถึงตรงนี้ก็ยังไม่เข้าใจนัยยะที่คนตื่นเต้นต้องการจะสื่ออยู่ดี

“เจ้าไปช่วยข้าปล่อยได้ไหม?”

“อะไรนะ?” ชาละวันถึงกับขยับมามองหน้าคนขอดีๆ ถึงได้รู้ว่าไม่สมควรทำเพราะต้องมาพบเจอกับแววตาเว้าวอนเหมือนเด็กโข่งที่ต้องการขนมหวานใจจะขาดแต่เบี้ยอัฐไม่พอ

น่ารักตายล่ะ!

“ทำไมข้าต้องช่วยเจ้าด้วย”

“ก็...ก็โคมลอยมันเยอะ ถ้าข้าทำไม่เสร็จก่อนงานเริ่มเด็กๆกับชาวบ้านจะอดดูโคมหิ่งห้อยนะ” ไกรทองตรงมานั่งข้างๆคนตัวสูงกว่า ทำให้ชาละวันเห็นดวงตาหมาหงอยชัดเจนขึ้น ปราการแข็งกระด้างก็แทบพังทลายลงไม่เป็นท่า

ไอ้มนุษย์นี่มัน...

“ในหมู่บ้านนี้มีเจ้าคนเดียวหรือไง?”

เขาไม่ได้ว่างพอจะมานั่งเล่นปาหี่อะไรกับมนุษย์หรอกนะ

“ชาวบ้านไม่กล้าพายเรือไปกลางป่าตรงจุดปล่อยโคม พวกเขากลัวจระเข้ตกกระที่อาละวาดกัน ปกติเป็นหน้าที่ของตาพร้อมแตแกก็โดนจระเข้ฟาดหางจนหลังหักไปแล้วเจ้าก็น่าจะเห็นนี่”

ชาละวันสบถเบาๆ อยากตอบว่าเห็นก็คงพูดได้ไม่เต็มปากเพราะตัวเองนี่แหละที่ฟาดตาเฒ่าน่ารำคาญนั่นออกไปให้พ้นทาง

พูดก็พูดเถอะคำขอมากมายนั่นมันไม่ใช่เรื่องที่เขาหรือไอ้มนุษย์นี่จะต้องใส่ใจไม่ใช่หรือไงกัน คนในพื้นที่ก็ไม่ใช่ ครอบครัวก็ไม่ได้เกี่ยวดองกัน

“แล้วเจ้าไม่กลัวเหรอ?”

“กลัวอะไร?”

ชาละวันชันเข่าข้างหนึ่งพลางกดสายตาสีอำพันอันเป็นเอกลักษณ์ของสัตว์ร้ายมองจ้องคู่สนทนานิ่ง

“จระเข้”

คำถามนั้นเสมอเหมือนสิ่งที่นึกสงสัยมาตลอด ใช่ว่าไม่เคยเห็นความหวาดกลัวในดวงตาสีผืนดินยามเห็นการสำแดงเดชในแต่ละครั้งของเขาไม่ว่าจะร่างจำแลงหรือร่างกุมภีร์  

มนุษย์ผู้นี้หวาดกลัว...แต่ไฉนถึงยังเสียสละตัวเองเพื่อคนแปลกหน้ากัน

“กลัวสิ”

คำตอบนั้นไม่ได้ผิดแผกไปจากการคาดการณ์ของชาละวันนัก แต่สิ่งที่ระบายต่อท้ายต่างหากที่ทำให้ผู้สดับนิ่งค้างไป…

“ข้ากลัว ทุกคนรักตัวกลัวตายกันทั้งนั้นแหละแต่มันก็คุ้มค่านี่หากถ้าเสียสละเพียงหนึ่งแต่ได้คุณงามความดีกลับสู่สังคมเป็นสิบ เกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งทีข้าก็อยากมอบสิ่งดีๆให้คนอื่นเท่าที่จะทำได้ หากช่วยได้ข้าจะช่วย หากทำให้ใครมีความสุขได้ข้าจะทำ อย่างน้อยที่สุดการกระทำของข้าอาจเปลี่ยนทัศนคติของใครเขาได้ เริ่มทำดีหนึ่งคน ผู้ที่ได้รับก็จะไปทำดีกับผู้อื่นต่อก็จะมีคนดีสองคนแล้วครานี้ สองคนนั้นหมั่นทำเพื่อผู้อื่นต่อไปสักวันบ้านเมืองเราก็จะมีแต่คนดีๆ อาจไม่ทั้งหมดแต่แค่มีมันก็เสริมสร้างให้โลกใบนี้มันน่าอยู่แล้วนะ เจ้าพอจะเข้าใจไหมเล่า?”

เจตจำนงค์ซื่อตรงนั้นค่อยๆเเปรเปลี่ยนความดุดันในดวงตาสีทองให้กลับมาสงบนิ่ง ริมฝีปากที่เหยียดเป็นเส้นตรงเองก็ค่อยๆผุดรอยยิ้มบางช้าๆ

“...คิดว่า”

บรรยากาศที่เคยอึดอัดผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด แต่แล้วรอยยิ้มของชาละวันต้องหุบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ซ่านมาในละแวกบ้านบ่งบอกว่าเจ้าของร่างที่เปล่งรัศมีดุดันนั้นอยู่ไม่ไกลจากตัวเรือนนัก

“เดี๋ยวข้ามา” ชาละวันออกปากพลางหยัดวรกายยืนขึ้นเต็มความสูง ท่าทีฉุกละหุกนั้นทำให้หมอจระเข้หนุ่มงุนงงไม่น้อย แต่เพียงแค่เห็นร่างนั้นก้าวอาดๆไปยังช่องประตู ในหัวกลับฉายภาพในอดีตที่เด็กชายนิสัยเหลือขอผู้ขโมยรอยจูบของตนเดินห่างออกไปไกลสุดสายตา

ความอึดอัดจากการรอคอยอย่างไร้ความหมายถึงเจ็ดปีดลใจให้ตะโกนรั้ง

“เดี๋ยว!”

“......?” ฝีเท้าของชาละวันหยุดชะงักพลางเหลือบมองคนเรียกด้วยหางตา

“เจ้าจะกลับมาใช่ไหม?”

“.....”

“เจ้าต้องกลับมานะ”

คำถามเดิมที่เคยสดับเคล้าไปในทุกย่างก้าว กระนั้นชาละวันก็ยังคงทำเหมือนครั้งเก่าคือการก้าวลงจากเรือนไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง...แต่ครานี้พญากุมภีร์กลับเลือกจะพึมพำตอบรับกับตัวเองแทนคล้ายการตั้งปณิธานหนึ่งไว้กับดวงใจ

“กลับสิ...ไม่กลับแล้วใครจะช่วยเจ้าปล่อยโคมหิ่งห้อยกัน”




-------------------------------------------------------------------------------

มาลงเพิ่มแล้วจ้ะ เห็นคนเข้าใจผิด คือชาละวันกับไกรทองยังไม่ได้สอดใส่อะไรก๊านนน ไอ้ขามมันโม้ตามประสาเด็กเห็นอะไรคล้ายๆก็เล่ามั่วไปหมดส่วนน้องไกรนี่ก็โดนดูดนม-- ดูดปากปานนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องบัดสีของบุรุษไงคะ 5555 โถ่วยังไม่ถึงช่วงเวลาฮุ่ม ยังไงก็ฝากเม้นติชมด้วยนะฮะ หนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจกั๊บ

#ลิขิตกุมภีร์



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 259 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2673 d_nutss0648 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 19:29
    นั่นเเน่~~~~
    #2,673
    0
  2. #2559 reluz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 00:24
    เอ็ดดูววววววว
    #2,559
    0
  3. #2328 Yook-Yik (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 12:29
    รอไกรเสียตัวอยู่นะ กรี้ดดดดดดด
    #2,328
    0
  4. #2327 Yook-Yik (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 12:29
    รอไกรเสียตัวอยู่นะ กรี้ดดดดดดด
    #2,327
    0
  5. #2225 Mamimilky (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 23:51
    เขินนนนนนนนนนนนนนนนนนนน เอ็นดูน้องอ่ะ
    #2,225
    0
  6. #2118 call me Filmmiz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 00:15
    ใจอ่อนล่ะซิ๊๊๊ ก็น้องน่ารักขนาดนี้
    #2,118
    0
  7. #2079 despasito (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 14:26
    แหมมมม ปากบอกไม่น่ารักแต่ยอมทำตาม แหมมมมมมม
    #2,079
    0
  8. #2046 Soul (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 00:27

    อยากจะแหมมมมมมมไปถึงนอกจักรวานทางช้างเผือก อิอิ

    #2,046
    0
  9. #1985 Patcharin0423 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 11:11
    แหมมมพี่ชาละวันแหมมม๊!! ใจอ่อนเลยอะเด้ หุๆๆๆ
    #1,985
    0
  10. #1635 bloodc2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 19:04
    แหมมมม ก็ใจอ่อนนี่ชาละวันนนน
    #1,635
    0
  11. #1314 y_pps (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 23:04
    เก๊กมันเข้าไปนะคะพี่ชาละวัน
    #1,314
    0
  12. #1310 Pzsxdc (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 12:47
    โง้ยยยย เขารักกันึ่ะแม่ไม่ได้มโนน
    #1,310
    0
  13. #1309 dearlychpd ♡ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 00:35
    โง้ย อ้อนเข้าไป น้วยเข้าไป เดี๋ยวพี่ชาแกก็ใจอ่อนเองงงง55555555
    #1,309
    0
  14. #1306 Blue carbuncle (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 21:20
    ใจอ่อนแล้วล่ะสิคุณพี่555
    #1,306
    0
  15. #1304 'นมชมพู' (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 06:32
    อหหหหหหหหห กรี้ดอัดหมอนมากๆ กลับสิ ไม่กลับใครจะช่วยเจ้าปล่อยโคม พี่ชาละวันนนนนนนนน เอามจหนูไปค่ะ เอาไปๆๆๆๆๆๆ ไกรทองคือคนดีที่แท้ทรู รักกกกกกกก รอติดตามตอนต่อไปนะคะ ติดตามเสมอ อิอื
    #1,304
    0
  16. #1303 AlmondDS (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 02:44
    ต้องมีเล่มแล้ววว เขิน น้องขี้อ่อนพี่ขี้เก๊ก
    #1,303
    1
    • #1303-1 AlmondDS(จากตอนที่ 18)
      17 กรกฎาคม 2561 / 02:52
      อ้อนสิ 555
      #1303-1
  17. #1302 Johnnytrash (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 02:06
    ตาพี่ก็มีใจ ชั้นรู้ชั้นเห็นนน
    #1,302
    0
  18. #1301 Banananaaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 01:16
    เรื่องที่ทำให้คนอื่นคิดไปไกลต้องโทษขาม 555555555
    ตอนนี้น่ารักน่าเอ็นดูมากเลย
    #1,301
    0
  19. #1299 Hyukky38 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 23:35
    น่ารักกกกกกกกกกกก//กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #1,299
    0
  20. #1298 T o m a t o ! (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 22:54

    ตั้ลล้ากก คือดีงาามม

    #1,298
    0
  21. #1297 Mikaela (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 22:51

    ชอบประโยคสุดท้าย อมยิ้มแทนไกรทองเลย

    #1,297
    0
  22. #1296 Crazy Devill (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 22:41
    อุ๊ยยยยยเค้ารีบปากแล้วอะน้องไกร
    #1,296
    0
  23. #1295 bunyarat462 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 22:27
    สมใจคุมแม่มากข่าาาา >< สู้ๆนะคะไรท์
    #1,295
    0
  24. #1294 Luna_of_Nightmare (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 21:55
    รอนะไรททท์!!!
    #1,294
    1
    • #1294-1 Luna_of_Nightmare(จากตอนที่ 18)
      16 กรกฎาคม 2561 / 21:55
      บังอาจ*
      #1294-1
  25. #1293 Luna_of_Nightmare (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 21:55
    พี่ชาละวันบังการว่าหนูไกรเตี้ยยย ถถถถ เขาเรียกเตี้ย! อิพี่นั่นแหละที่น่าจะเปรตเกินไป!
    #1,293
    0