บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 16 สำนึกผิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 มี.ค. 60

นรากรขับรถมาจอดที่หน้าบ้านของคนรัก  คุณวิษณุและคุณมณีนั่งอยู่ห้องนั่งเล่น ภานุวัจน์เดินรั้งทายของทั้งสองสาว เขากลัวบิดาโกรธและทำร้ายเขาที่ก่อเรื่องใหญ่โต

“น้ำ น้ำลูกแม่ หมดเคราะห์หมดโศกสักทีนะลูก” คุณมณีเข้าไปกอดลูกชายเอาไว้แน่นด้วยน้ำตานองหน้า ภาวิณียิ้มบางๆให้กับภาพที่เห็น

“ผมขอโทษครับแม่ ผมมันเลวผมเสียใจครับที่ก่อเรื่องขึ้นมากมาย ผมไม่ขอให้ทุกคนยกโทษให้ผมแต่ผมสำนึกแล้วจริงๆครับ”   ภานุวัจน์ร้องไห้อย่างไม่อายใคร เขารู้สึกเสียใจมากจริงๆกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป

“เฮ้อ! ผิดแล้วรู้จักสำนึกผิดทุกคนก็พร้อมจะอภัยให้นะ พ่ออยากให้น้ำคิดก่อนทำ ไตร่ตรองให้ดีว่าสิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดี เราไม่ใช่เด็กแล้วนะลูก”  คุณวิษณุตบไหล่ลูกชายเบาๆนึกสงสารไม่น้อยที่เห็นสภาพลูกชายในตอนนี้

“ครับพ่อ ผมเข็ดไปจนตายเลยครับ ผมจะไม่เข้าไปเหยียบในคุกอีกแน่นอน ผมจะเปลี่ยนตัวเองใหม่ครับ  ผมจะทำแต่ความดีและสิ่งแรกที่ผมจะทำก็คือบวชให้พ่อกับแม่ครับ” ชายหนุ่มพูดทั้งน้ำตา เขาอยากให้ธรรมะช่วยขัดเกลาจิตใจที่สกปรกของเขา

“ลูกน้ำ แม่ดีใจเหลือเกินที่ลูกจะบวช”  คุณมณียิ้มดีใจก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวทั้งสอง อารมณ์ที่เคยดีใจก็พลันหายไปในทันที

“คุณยังไม่เลิกโกรธลูกฝนอีกเหรอคุณมณี ผมขอนะ เราจะได้มีความสุขด้วยกัน”  คุณวิษณุเห็นอาการกระฟัดกระเฟียดของภรรยาจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างขอร้อง

“ฉันทำใจยากนี่คะ บอกตรงๆฉันอายคนอื่นเขา” คุณมณีผินหน้าไปทางอื่น

“แม่ยกโทษให้น้องเถอะนะครับ ดิวกับฝนเค้าสองคนรักกันจริงๆนะครับ หากวันนี้น้องไปช่วยผมไม่ทัน ผมคงถูกไอ้ยักษ์นั่นมันข่มขืนไปแล้ว”

“ตายจริง! เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงลูก” คุณมณีตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

“ในคุกยังมีสิ่งที่น่ากลัวกว่านี้อีกเยอะครับ  ผมกลัว กลัวมากๆเลยครับ” พอนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ภานุวัจน์ก็น้ำตาไหลพรากตัวสั่นจนคุณมณีต้องเข้าไปโอบกอด

“คุณมณี ผมอยากให้คุณเปิดใจบ้างนะ ดิวช่วยเหลือครอบครัวเราทุกอย่างโดยไม่ปริปากขออะไรเลยแม้แต่เรื่องลูกสาวเรา เด็กสองคนนี้เขารักกันด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์เห็นใจลูกเถอะนะ”   คุณวิษณุอ้อนวอนภรรยาอีกครั้ง หากครั้งนี้ไม่สำเร็จ เขาคงต้องปล่อยให้ลูกสาวไปอยู่บ้านของนรากรโดยมีเขายินยอมเพียงคนเดียว

“ก็ได้ค่ะ ฉันจะเปิดใจยอมรับความรักของลูก แต่มีข้อแม้นะคะ” คุณมณีมองหน้าของนรากรนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาอารมณ์

“ข้อแม้อะไรเหรอคุณ” คุณวิษณุถามอย่างสงสัย ทุกคนตั้งใจฟังแทบจะลืมหายใจกันเลยทีเดียว

“ดิวต้องให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอลูกสาวแม่ตามประเพณีทุกอย่าง  ให้แม่รู้สึกว่าดิวพร้อมจะดูแลลูกสาวของแม่”  คุณมณียิ้มอย่างจริงใจ นรากรยิ้มทั้งน้ำตาแล้วก้มลงกราบเท้าคุณมณีกับคุณวิษณุ ในที่สุดก็ได้ยินคำนี้จากผู้หญิงคนนี้สักที

“ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ให้โอกาสดิวนะคะ ดิวขอสัญญาว่าจะไม่ทำให้ฝนเสียใจเด็ดขาด ดิวจะดูแลฝนเป็นอย่างดีเลยค่ะ” นรากรยิ้มทั้งน้ำตา ในที่สุดความดีที่เพียรทำมาก็เกิดผลเสียที

“ฝนรักแม่มากนะคะ ฝนขอโทษที่ทำให้แม่ผิดหวัง” ภาวิณีกอดคุณมณี เธอร้องไห้อย่างซาบซึ้งใจและเสียใจกับการกระทำของเธอเมื่อครั้งก่อน

“แม่ภูมิใจในตัวฝนเสมอนะลูก แม้ว่าแม่จะเคยผิดหวังกับเรื่องความรักของลูกแต่แม่ต้องยอมให้กับความรักของลูกทั้งสองคน  ลูกพิสูจน์ให้แม่เห็นแล้ว ทุกอย่างที่ลูกทำแม่เห็นแล้ว แม่น่าจะคิดถึงความรู้สึกของลูกมากกว่าจะแคร์สังคม แม่เข้าใจแล้วนะฝน แม่ขอโทษนะลูก”

“ผมดีใจที่คุณคิดได้นะ ลูกเรารักเพศเดียวกันสังคมข้างนอกก็ดูถูกมากพออยู่แล้ว เราต้องเข้าใจลูกของเรา อย่าไปซ้ำเติมลูก ความรักรูปแบบนี้มีอยู่เยอะแยะมันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อยนะ ลูกเราก็ยังทำงานเก่งและกตัญญูต่อเรา ไม่เห็นมีอะไรน่ารังเกียจเลยสักนิด”

“ค่ะคุณ ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ต่อให้ลูกเป็นอะไร คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็รักไม่เสื่อมคลายเหมือนกัน”  คุณมณีอ้าแขนรอรับภาวิณีกับนรากร ทั้งสองโผกอดคุณมณีด้วยความซึ้งใจ คุณวิษณุและภานุวัจน์โอบกอดกันด้วยความเข้าใจ ครอบครัวจะกลับมามีความสุขกันอีกครั้งหากว่าลดทิฐิและยอมเปิดใจให้กว้าง มองทุกอย่างด้วยหัวใจไม่ใช่สายตา

 

ในงานวันเกิดของศิริรัตน์เพื่อนๆมากันมากหน้าหลายตาส่วนใหญ่ก็เป็นนักศึกษาแพทย์ห้องเดียวกันเกือบหมด

“ศิ สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ นี่จ้ะของขวัญ” กฤติยายื่นกล่องของขวัญให้เพื่อนรักและโอบกอดเพื่อนสาว

“ขอบใจนะแยม ไปหาอะไรดื่มก่อนนะ ว่าแต่ทำไมเดียร์มาช้าจังเลยเนี่ย”  ศิริรัตน์มองหาเพื่อนสาวตัวเล็กแต่ก็ยังไม่เห็นแม้เงา

“รถติดมั้งแก เราไปหาอะไรดื่มกันดีกว่านะ”  กฤติยาควงแขนเพื่อนสาวไปโต๊ะที่มีเพื่อนๆนั่งดื่มนั่งกินกันอยู่ก่อนแล้ว

“เฮ้ยๆ นั่นเดียร์พาสาวสวยที่ไหนมาด้วยน่ะ สวย หวาน น่ารัก”  เติ้ลหนุ่มหล่อพูดขึ้นเสียงดัง ทุกคนจึงหันไปมองตาม เกิดอาการตกตะลึงในความสวยขึ้นในทันที

“สวยว่ะ เดียร์สวยแบบคมเข้มแต่อีกคนนี่สวยหวาน เซ็กซี่นิดๆ โอ๊ย...จะละลาย” ดามทำท่าเข่าอ่อนเอามือกุมตำแหน่งหัวใจใบหน้าเพ้อฝันแบบสุดๆ

“พวกแกเงียบไปเลยถ้าไม่อยากเจ็บตัว สาวสวยคนนั้นน่ะแฟนของเดียร์เค้า คนนี้เดียร์มันหวงยิ่งกว่าจงอางหวงไข่อีก”  กฤติยาเห็นเพื่อนผู้ชายทำท่าเพ้อฝันจึงบอกด้วยความหวังดีเพราะเพื่อนๆในห้องเรียนรู้ฤทธิ์ของสาวตัวเล็กดีว่าวีนและเหวี่ยงแค่ไหน

“จริงเหรอเนี่ย โธ่! ไม่น่าเลย เสียดายจัง”  เติ้ลทำหน้าเสียดายสุดๆที่สองสาวสวยกินกันเอง

“อย่าเสียใจไปเลยไอ้เติ้ล กิ๊กแกออกจะเยอะแยะ”  ดามตบไหล่เพื่อนสนิท เขานึกเสียดายไม่แพ้กันหรอก เฮ้อ...เสียดายของ สวยทั้งสองคนเลยอ่ะ

“ยัยศิ แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะจ๊ะ ของขวัญของฉันกับพี่พิม”  นรีกานต์ยื่นของขวัญให้ศิริรัตน์แล้วกอดเพื่อนสาวหลวมๆ

“มีความสุขมากๆนะคะน้องศิ”  พิมพิกาอวยพรวันเกิดให้ศิริรัตน์และส่งยิ้มให้

“ขอบคุณค่ะพี่พิม ขอบใจนะเดียร์ ไปนั่งข้างในกันดีกว่า”  ศิริรัตน์ดึงมือเพื่อนสาวให้ไปนั่งด้วยกันที่โต๊ะของกฤติยา

“พี่พิมแต่งตัวสวยจังเลยนะคะ” กฤติยามองพิมพิกาตาเยิ้ม นรีกานต์จึงถลึงตาใส่เพื่อนสาว ทำให้คนที่มองเห็นพากันขำสาวตัวเล็กที่หวงแฟนมากเกินไป

“จะมองพี่พิมของฉันอีกนานมั้ยแยม กินทั้งตัวเลยดีมั้ย”  ร่างบางพูดประชดเพื่อนสาวอย่างหงุดหงิด  เธอไม่น่าตามใจคนรักให้แต่งตัวเซ็กซี่แบบนี้เลย จะให้เปลี่ยนคงไม่ทันแล้วล่ะ เฮ้อ...ทำใจอย่างเดียว

“กินได้จริงๆเหรอ งั้นฉันไม่เกรงใจนะ”  กฤติยากระโดดไปหาพิมพิกา แต่นรีกานต์มายืนขวางเอาไว้อย่างรวดเร็ว

“ถ้าไม่อยากตายนะ” นรีกานต์พูดเสียงเย็นจนกฤติยาเลิกเล่นและหันไปกอดแทน

“โอ๋ๆ เค้าแค่ล้อเล่นเอง เมื่อก่อนเค้าอาจเคยชอบพี่พิม แต่ตอนนี้เค้ารักและเคารพพี่พิมแบบพี่สาวนะตะเอง” กฤติยาพูดเสียงเนิบๆพยายามส่งยิ้มหวานให้นรีกานต์

“เอาน่าๆ เรามาสนุกกันดีกว่านะ”  พิมพิกาโอบเอวนรีกานต์เอาไว้ หนุ่มในงานพากันทำหน้าละห้อยมองอย่างเสียดาย

“ไปเต้นกันดีกว่าป่ะ พี่พิมไปเต้นด้วยกันนะคะ”  นรีกานต์เห็นเพื่อนๆกำลังเต้นกันอย่างสนุกสนาน เธอจึงชวนคนรักไปเต้นบ้างเพื่อปรับเปลี่ยนอารมณ์

“ไปด้วยกันหมดนี่แหละ ไปค่ะน้องแยมน้องศิ คืนนี้มาปลดปล่อยกันหน่อยดีกว่า” พิมพิกายิ้มให้อีกสองสาวแล้วจับจูงกันไปแดนซ์หลุดโลกโยกกันกระจาย

ทั้งสี่สาวเดินไปเต้นกับกลุ่มเพื่อนๆ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังขึ้นท่ามกลางเสียง เพลงที่ดังกระหึ่มแข่งกับเสียงพูดคุยหรือจะเรียกว่าตะโกนก็ได้

เวลาเที่ยงคืนศิริรัตน์เป่าเค้กเสร็จและทุกคนเริ่มมึนๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์  งานเลี้ยงจึงได้เลิกราไปพร้อมความสุขของทุกๆคน

พิมพิกาพาคนรักกลับบ้านทันที  สาวตัวเล็กเหมือนจะเมาเล็กน้อยเพราะยังครองสติทุกอย่างได้ดี เมื่อมาถึงห้องนอนทั้งสองแยกย้ายกันจัดการตัวเอง เพื่อจะได้เข้านอนสักทีเนื่องจากเวลาเดินข้ามวันไปแล้ว

“พี่พิมขา คืนนี้พี่พิมสวยที่สุดเลยรู้มั้ยคะ เดียร์รู้สึกโชคดีจังเลยที่มีแฟนสวยๆแบบนี้”  นรีกานต์มองคนรักที่นั่งถอดเครื่องประดับที่โต๊ะเครื่องแป้ง สายตาหวานหยาดเยิ้มโลมเลียไปทั่วเรือนร่างของพิมพิกา

“เมามากเหรอคะเดียร์ ไปอาบน้ำดีกว่านะ”   พิมพิกามองหน้าคนรักและยิ้มบางๆ พอเห็นใบหน้าอีกคนแดงระเรื่อนึกอยากจับกดซะงั้น

“อาบด้วยกันสิคะ เดียร์อาบน้ำไม่ไหวค่ะพี่พิม” นรีกานต์เดินไปโอบรอบคอร่างสูงอย่างออดอ้อน อีกคนอมยิ้มแล้วก้มลงไปหอมแก้มนวลฟอดใหญ่

“โอเคค่ะ ออดอ้อนขนาดนี้พี่พิมไม่ใจร้ายหรอกนะ”  ร่างสูงหยิกแก้มร่างบางอย่างเอ็นดูก่อนจะพากันเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

พิมพิกาลูบไล้สบู่เหลวไปตามแขนเรียวเล็กของนรีกานต์และไล้ตามลำตัวแต่เสียงครางของร่างบางแทบทำให้พิมพิกาอยากอาบน้ำให้เสร็จเร็วๆ  นรีกานต์เริ่มขยับเข้ามาใกล้พิมพิกาแล้วบดเบียดเนื้อนุ่มนิ่มตรงหน้าอกทำให้ร่างสูงหายใจติดขัดและหอบแรง

“เดียร์อยู่นิ่งๆสิคะ”  พิมพิกาพยายามจับตัวร่างบางที่กำลังคลอเคลียเธออยู่ให้ยืนนิ่งๆ เธอจะไม่ไหวอยู่แล้วนะเนี่ย

“พี่พิมขา เดียร์ต้องการพี่พิมนะคะ พี่พิมอย่าขัดขืนสิคะที่รัก”

“พี่ไม่ได้ขัดขืนค่ะ อาบน้ำให้เสร็จก่อนนะแล้วเราไปที่เตียงกัน นะคะคนดีของพี่”

“ก็ได้ค่ะ รีบๆอาบสิคะ เดียร์ใจจะขาดแล้วนะพี่พิม” นรีกานต์รีบจัดการอาบน้ำให้ตัวเองและคนรักอย่างรวดเร็วก่อนที่ทุกอย่างจะไปจบลงที่บนเตียงนุ่ม

สองร่างเปลือยเปล่าต่างมอบจุมพิตที่แสนหวานให้แก่กัน พิมพิกาพรมจูบไปตามซอกคอของคนรักแล้วลากลิ้นไปตามลำคอจนมาหยุดอยู่อกอิ่มที่ปทุมถันชูช่อ  พิมพิกาตวัดลิ้นโลมเลียไปตามหน้าอกอิ่มอย่างกระหาย  เธอยอมรับเลยว่าคืนนี้เธอต้องการนรีกานต์มาก เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่อยู่ในร่างกายมันขับเคลื่อนให้ความต้องการมีมากล้นกว่าครั้งไหนๆ  ยิ่งร่างบางเร่าร้อนดั่งไฟแผดเผา เธอยิ่งอยากกระโดดเข้ากองไฟร้อน แรงนั่นให้ร่างกายแหลกลาญไปพร้อมๆกัน

“อ๊า พี่พิมขา เดียร์เสียว อื้ออออ”  นรีกานต์กดหัวของพิมพิกาลงมาแนบชิดกับอกอิ่มของเธอพร้อมครางเสียงกระเส่า

“ทนหน่อยนะที่รัก พี่ยังไม่อิ่มเลย ขอกินอีกนิดนะ”

 พิมพิกาลากลิ้นอุ่นร้อนไปตามหน้าท้องแบนราบและมาหยุดอยู่ตรงกลีบกุหลาบที่เริ่มผลิตน้ำหวานจนเอ่อออกมาให้เห็น พิมพิกาตวัดลิ้นของเธอลงไปอย่างรวดเร็ว นรีกานต์ผวาจิกหมอนเอาไว้แน่น ความเสียวกระสันที่เธอได้รับช่างวิเศษที่สุดเลย

“พี่พิมขา... ให้เดียร์กินพี่บ้างสิคะ” นรีกานต์บอกคนรักเสียงแหบพร่า

พิมพิกาไม่ได้ตอบคำถามแต่ขยับตัวให้นรีกานต์ได้ชิมน้ำหวานของเธอบ้างเพราะเธอเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน  นรีกานต์ส่งลิ้นเข้าไปทักทายทันทีที่เห็นกลีบกุหลาบของอีกคนลอยเด่นอยู่ตรงหน้า

“อืออออ อ๊า เดียร์จ๋า” พิมพิกาขยับสะโพกตามจังหวะลิ้นที่อีกคนส่งมา

“พี่พิมขา เดียร์ อ๊า...”   นรีกานต์เมื่อโดนรุกมากขึ้นจึงถอนปลายลิ้นที่กำลังฉกชิมออกอย่างเสียวซ่านแล้วส่งเสียงครางแทน

พิมพิกาขยับมานั่งคร่อมตัวของนรีกานต์ กลีบกุหลาบของสองสาวที่แนบสนิทกันเริ่มขยับอย่างช้าๆ พิมพิกาบดนวดเบาๆให้รู้สึกเสียวซ่าน  เธอมองใบหน้าของนรีกานต์ก่อนจะขยับให้เร็วยิ่งขึ้น  เสียงครวญครางของอีกคนดังระงมไปทั่วห้องนอนแสนหวาน นรีกานต์ขยับโยกแรงขึ้น ยิ่งพิมพิกาแรงมาเธอก็แรงตอบ

“อ๊า อ๊า เดียร์ อ๊า พี่ อื้อ....” พิมพิกาพูดไม่เป็นศัพท์เมื่อถูกอารมณ์พิศวาสเล่นงาน ตอนนี้เธออยากให้อีกคนส่งเธอขึ้นสวรรค์เต็มที

“พร้อมกันเลยพี่พิม อ๊ะ อ๊า” นรีกานต์ปรือตามองคนรักและพูดเสียงแหบพร่า เธอเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

 พิมพิกาและนรีกานต์ต่างขยับโยกสะโพกจนพากันไปแตะขอบสวรรค์ได้สำเร็จ ที่นอนตอนนี้ยับยู่ยี่ไม่เหลือเค้าเดิมอยู่เลย  พิมพิกาปรือตาฉ่ำหวานก่อนล้มตัวนอนข้างๆนรีกานต์ที่เหนื่อยหอบจากศึกรักอันร้อนแรง

“นอนได้แล้วใช่มั้ยที่รัก” พิมพิกาพูดปนหอบเล็กน้อย

“ค่ะที่รัก ฝันดีนะคะ” นรีกานต์จูบริมฝีปากของคนรักแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรักที่เธอมีให้ร่างสูงอย่างท่วมท้น

“ฝันดีค่ะคนดีของพี่”  พิมพิกาดึงนรีกานต์เข้ามานอนในอ้อมกอดและหลับใหลไปอย่างเหนื่อยอ่อนจากกิจกรรมในร่ม

 

คุณณรงค์และคุณนาตยาเดินทางมาถึงบ้านตอนเช้า รออยู่จน 8 โมงก็เห็นนรากรเดินลงมาจากชั้นบนพร้อมภาวิณี

“คุณพ่อ คุณแม่ กลับมาแล้วเหรอคะ ดิวคิดถึงพ่อกับแม่มากเลยนะคะ” นรากรวิ่งไปกอดบุพการีทั้งสองอย่างดีใจ

“ดีใจขนาดนั้นเชียวลูกดิว ไม่อายหนูฝนหรือไง ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้”  คุณนาตยาลูบผมลูกสาวอย่างเอ็นดู

“ดิวดีใจนี่คะ คุณพ่อคุณแม่กลับมาก็ดีแล้วล่ะค่ะ จะได้รีบไปสู่ขอฝนให้ดิวสักที” นรากรยิ้มจนตาหยี ทำให้ทุกคนยิ้มตามไปด้วย

“คุณมณียอมรับลูกทั้งสองแล้วเหรอ“”  คุณณรงค์ถามอย่างสงสัยเพราะที่ผ่านมาคุณมณีคัดค้านความรักของเด็กทั้งสองคน แต่เรียกว่ารังเกียจถึงจะถูก

“ยอมรับแล้วค่ะคุณพ่อคุณแม่ เราสองคนพิสูจน์ความรักของเราจนคุณแม่ของฝนยอมให้เราแต่งงานกันแล้วค่ะ” ภาวิณีตอบแทนคนรักที่กำลังซุกใบหน้ากับอกมารดา

“งั้นพ่อกับแม่จะจัดการให้เร็วที่สุดเลยนะจ๊ะ ว่าแต่ดรีมกับเดียร์ล่ะยังไม่ตื่นเหรอ” คุณนาตยามองหาลูกสาวอีกสองคนเพราะมารอตั้งนานยังไม่เจอเลย

“ดรีมไปทำงานแต่เช้าแล้วค่ะ ส่วนน้องเดียร์เมื่อคืนไปงานวันเกิดศิเพื่อนของเดียร์น่ะค่ะ สงสัยยังไม่ตื่น” นรากรตอบคำถามมารดาเพราะเธอยังไม่เจอน้องเหมือนกัน

“แล้วพิมกับเดียร์เป็นยังไงบ้างล่ะ เรื่องความรักน่ะ” คุณณรงค์ถามลูกสาวคนโตที่จริงเขาห่วงลูกสาวคนเล็กมาก ยิ่งเป็นความรักครั้งแรกด้วยแล้วยิ่งน่าเป็นห่วงใหญ่เลยกลัวว่าลูกสาวจะผิดหวังเสียใจเมื่อความรักไม่เป็นดั่งใจหวัง

“คุณพิมสอบผ่านค่ะ ดิวสแกนแล้วทั้งสองคนก็รักกันดีต่างดูแลกันและกัน เดียร์ก็โตขึ้นมากเลยนะคะ ต้องขอบคุณคุณพิมที่ทำให้เดียร์โตเป็นผู้ใหญ่” นรากรยิ้มกว้างให้บุพการีทั้งสองที่ส่งยิ้มตอบกลับมาอย่างยินดี

 ยังไม่ทันพูดอะไรกันต่อนรีกานต์ก็เดินลงบันไดมาพร้อมพิมพิกาท่าทางกุ๊กกิ๊กกันแต่เช้าไม่ได้รอดพ้นสายตาทั้งสี่คนที่นั่งมองอยู่เลย

“หวานกันแต่เช้าเลยนะจ๊ะลูกสาว”  คุณณรงค์แซวลูกสาว นรีกานต์มองตามเสียง สองขาก็พาให้วิ่งไปหาบุพการีทั้งสองอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นทั้งสองส่งยิ้มกลับมาให้

“คุณพ่อ คุณแม่กลับมาแล้วเหรอคะ คิดถึงจัง” นรีกานต์ไปนั่งแทรกกลางระหว่างบิดากับมารดา หอมแก้มซ้ายแก้มขวาจนชื่นใจก็กอดท่านทั้งสองเอาไว้แน่น

“สวัสดีค่ะคุณอาทั้งสอง” พิมพิกายกมือไหว้ท่านทั้งสองอย่างเกร็งๆ เธอไม่ได้กลัวแต่ว่าเธอรู้สึกไม่ค่อยดีที่คุณอาทั้งสองวางใจให้เธอดูแลนรีกานต์ในฐานะบอดี้การ์ดแต่สิ่งที่เธอกระทำคือทำหน้าที่เกินความไว้วางใจของทั้งสองท่าน

“นี่ยังจะเรียกคุณอาอีกเหรอ เรียกพ่อกับแม่ได้แล้วมั้ง” คุณณรงค์เอ่ยแซวพิมพิกาจนหน้าแดง ทุกคนจึงพากันหัวเราะชอบใจ ร่างสูงยิ้มเก้อๆเพราะอาการเขินอาย

“คุณพ่ออย่าแซวพี่พิมสิคะ ดูสิหน้าแดงไปถึงหูแล้วเนี่ย”  นรีกานต์เดินไปนั่งข้างๆคนรักแล้วเอามือลูบแก้มให้พิมพิกาเบาๆแต่กลับทำให้ร่างสูงหน้าแดงมากกว่าเดิม

“จะน้อยใจดีมั้ยเนี่ย ดูสิ! รักแฟนมากกว่าพ่ออีก”   คุณณรงค์ทำท่างอน นรีกานต์จึงรีบพูดเอาใจบิดาอย่างรวดเร็ว

“คุณพ่อขา หนูรักคุณพ่อกับคุณแม่ที่สุดในโลกนะคะ ไม่มีความรักไหนจะมาแทน ที่ความรักของคุณพ่อ คุณแม่ไปได้หรอกค่ะ อย่าน้อยใจไปเลยนะคะ”

“สงสัยดิวจะพูดถูกนะ ลูกสาวคนเล็กเราโตแล้วจริงๆ รู้จักพูดมีสาระกับเขาก็เป็น” คุณนาตยาแซวนรีกานต์เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ดีแต่เจ้าตัวที่โดนแซวได้แต่แจกค้อนวงใหญ่ให้ทุกคน

จากนั้นนรากรจึงพูดเรื่องไปสู่ขอภาวิณีกับบุพการีทั้งสอง  เรื่องสินสอดและวันจัดงาน  นรีกานต์และพิมพิกาตั้งใจฟังแล้วออกความเห็นเรื่องสถานที่ซึ่งไม่พ้นชายทะเลที่ ครอบครัวคุณณรงค์มีบ้านพักตากอากาศอยู่ที่หัวหิน  หากแต่งงานกันที่นั่นบรรยากาศคงโรแมนติกน่าดู

ทุกคนเห็นด้วยกับงานแต่งงานริมชายหาด   คุณนาตยาจึงขอจัดการสถานที่ด้วยตัวเอง   พิมพิกาและนรีกานต์หันมายิ้มให้กัน เธอสองคนก็อยากแต่งที่ชายหาดเช่นกัน แต่แค่ผูกข้อมือตามธรรมเนียมไทยก็ได้นะ ไม่มีอะไรมากขอแค่ครอบครัวยอมรับก็พอ

พิมพิกาจับมือคนรักและมองใบหน้าสวยคมด้วยความรัก  โดยที่ไม่รู้เลยว่าผู้ใหญ่ทั้งสองแอบมองดูอย่างพอใจ

ครอบครัวของคุณวิษณุและคุณมณีได้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเมื่อลูกชายคนโตออกบวชอย่างเงียบๆที่วัดในจังหวัดเชียงใหม่   ทั้งสองสามีภรรยาเดินทางมาถึงกรุงเทพฯได้ไม่กี่วัน คุณณรงค์และคุณนาตยาก็มาหาที่บ้านซึ่งทั้งสี่ท่านก็รู้จักกันดีในวงสังคมไฮโซ

“เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ ที่ผมและภรรยามาในวันนี้ก็อยากจะคุยเรื่องลูกสาวของเราทั้งสองครอบครัวนี่แหละครับ”

“ครับ ผมยินดีรับฟังครับ เชิญคุณณรงค์พูดมาได้เลยครับ”

“ผมจะมาสู่ขอลูกสาวของคุณให้กับลูกสาวผม  พวกคุณจะอนุญาตมั้ยครับ เด็กๆเค้ารักกันมานานมากพอสมควรแล้ว ผมเห็นว่าควรถึงแก่เวลาแล้วน่ะครับ”

“ผมกับภรรยาเราคุยกันแล้วครับและเราอนุญาตให้ทั้งสองแต่งงานกัน บอกตรงๆนะครับ ผมนับถือความรักของเด็กทั้งสองมาก  ถ้าเกิดเป็นผู้ชายบางคนอาจจะบอกลาลูกสาวผมไปนานแล้วล่ะครับ” คุณวิษณุยิ้มให้คุณณรงค์และคุณนาตยา

“ฉันต้องขอโทษพวกคุณด้วยนะคะ ที่แสดงกิริยาไม่ดีตั้งมากมายต่อหนูดิว ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วค่ะ ลูกสาวฉันเลือกคนไม่ผิดจริงๆ” คุณมณียิ้มให้ทั้งสองสามีภรรยาอย่างจริงใจ เธอลดทิฐิลงและได้พบความสุขอย่างที่สามีเธอพูดไว้จริงๆ

“ผมไม่ถือสาหรอกครับ ถือว่าเป็นบททดสอบความรักของพวกเค้าละกันนะครับ” คุณณรงค์ยิ้มให้คุณมณีอย่างจริงใจเช่นกัน เขารู้ดีว่าคนเป็นพ่อแม่ย่อมหวังดีต่อลูก

“ฉันดีใจที่เราจะได้ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกัน  ฉันรักหนูฝนเหมือนลูกสาวของฉันอีกคนหนึ่ง ฉันดีใจที่ได้ลูกสะใภ้อย่างหนูฝนค่ะ” คุณนาตยาส่งยิ้มให้คุณวิษณุและคุณมณี ทั้งสองส่งยิ้มกลับคืนมาอย่างยินดีเช่นกัน

“เรื่องสินสอดทางเราจะไม่ทำให้พวกคุณขายหน้าเป็นอันขาดครับ  สำหรับหนูฝนเรายอมทุกอย่าง เรื่องสถานที่เราจะจัดงานกันที่หัวหินดีมั้ยครับ จัดแบบครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้น พวกคุณคิดว่ายังไงครับ”   คุณณรงค์ขอความเห็นจากอีกฝ่ายเพราะเรื่องนี้ต้องทำด้วยกันไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกระทำแต่เพียงผู้เดียว

“ก็ดีเหมือนกันนะคะ คุณล่ะว่ายังไง” คุณมณีหันไปถามความเห็นจากสามี

“ผมยังไงก็ได้ครับ จัดที่ทะเลก็ดีเหมือนกัน โรแมนติกดีครับ”

“ตกลงตามนี้นะครับ กำหนดการแต่งงานคือต้นเดือนหน้า พวกคุณสะดวกมั้ย”

“ทำไมเร็วจังล่ะครับ มีเวลาเตรียมตัวแค่ 2 อาทิตย์เองนี่”  คุณวิษณุเอ่ยถามอย่างตกใจเล็กน้อยเพราะการเตรียมงานแต่งมันต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ

“ไม่เร็วไปหรอกค่ะ ทางเราจะจัดการทุกอย่างเองนะคะสองอาทิตย์มากไปด้วยซ้ำสำหรับลูกๆของเรา งานนี้ฉันรับรองต้องออกมาสวยที่สุดแน่นอนค่ะ” คุณนาตยาอาสาเป็นแม่งานเอง งานนี้เธอขออลังการไว้ก่อนเพราะต้องออกสื่อบางสื่อ

“มีอะไรให้เราช่วยก็บอกได้นะคะคุณพี่ทั้งสอง” คุณมณีซาบซึ้งใจที่พ่อแม่ของนรากรรักลูกสาวของเธอเหมือนลูกแท้ๆ จะมีสักกี่ครอบครัวที่รักลูกของคนอื่นได้เท่านี้

“ค่ะ ตกลงพวกเราคุยเรื่องเด็กๆจบแล้วนะคะ ผู้ใหญ่อย่างเราๆไปทานอาหารข้างนอกด้วยกันดีกว่านะคะ  อีกหน่อยเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว  เราคงต้องรู้จักและสนิทสนมกันให้มากกว่าเดิมนะคะ”   คุณนาตยาชวนคุณวิษณุและคุณมณีออกไปด้วย กันที่ร้านอาหาร ทั้งสองไม่ปฏิเสธเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว

ทั้งสองสาวเดินออกมาส่งบิดามารดาที่หน้าบ้าน นรากรโอบกอดภาวิณีเมื่ออยู่กันเพียงลำพัง ภาวิณีซบลงที่ไหล่กว้าง น้ำตาแห่งความดีใจค่อยๆไหลออกมาข้างแก้มใส

“ร้องไห้ทำไมคะที่รัก ขี้แยจังนะ” นรากรเช็ดน้ำตาให้คนรักอย่างเบามือ

“ฝนดีใจค่ะ ในที่สุดเราก็ได้อยู่ด้วยกันซะทีนะคะดิว”

“ความรักของเราทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ดิวรักฝนนะ เมื่อก่อนชีวิตดิวอาจจะเสเพลไปบ้างแต่ดิวหยุดหัวใจไว้ที่ฝนคนเดียวนะคะ”

“ขอบคุณที่รักฝนมากขนาดนี้นะคะดิว ฝนจะดูแลดิวให้ดีที่สุดค่ะ”

“เราจะดูแลกันและกันให้ดีที่สุดต่างหากล่ะที่รัก”

“ค่ะ ต่อไปจะมีแต่คำว่า เรานะคะ”

“จ้ะ”

นรากรโอบกอดภาวิณีเอาไว้แน่น ด้วยหัวใจรักที่มอบให้ผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียวและตลอดไป ทั้งสองจุมพิตกันแผ่วเบาอย่างขอบคุณกันและกัน ขอบคุณทุกสิ่งที่ได้ทำให้กัน ต่อจากนี้ชีวิตคู่ของพวกเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #18 NanaMalina2 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 02:21
    รออยู่นะไรท์
    #18
    0
  2. #17 ต้า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 22:47
    ซึ้งมากเลย
    #17
    0