บอดี้การ์ดดูแลหัวใจ

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 15 การยอมรับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 มี.ค. 60

บริษัทของวิษณุกำลังเกิดเรื่องวุ่นวายอย่างหนัก  เนื่องจากผู้ถือหุ้นทุกคนกำลังทำเรื่องฟ้องร้องเรื่องที่ภานุวัจน์แอบยักยอกเงินออกไปใช้ โดยจำนวนเงินที่ยักยอกไปนั้นมีจำนวนมากเกินไป ความไม่ไว้ใจจึงก่อเกิดขึ้น ร้อนถึงคุณวิษณุ คุณมณีต้องออกมาพูดกับผู้ถือหุ้นทุกคนในห้องประชุมใหญ่

“คุณวิษณุ คุณจะทำยังไงต่อไป เรื่องนี้มันร้ายแรงมากเลยนะ ผมไม่ยอมหรอก”

“คุณเพชรใจเย็นๆก่อนนะครับ ผมเตรียมรับมือเรื่องนี้เอาไว้แล้ว  ผมรับรองว่าเงิน 10 ล้านจะกลับเข้ามาในบริษัทอย่างแน่นอนครับ” คุณวิษณุพยายามอธิบายแต่ทุกคนก็ส่ายหน้าไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด คุณมณีมองหน้าสามีอย่างเห็นใจเธอเริ่มร้อนใจไม่รู้จะหาเงินมาจากไหน วิษณุขมวดคิ้วกังวลว่าทำไมดิวไม่โอนเงินเข้ามาสักที

“แล้วอย่างนี้พวกเราจะไว้ใจพวกคุณได้ยังไง  ทำไมคุณฝนถึงไม่มาบริหารงานที่นี่เหมือนเดิมล่ะครับคุณวิษณุ”  คุณชานนท์เอ่ยขึ้นมาอีกคน เขามีความเชื่อถือในตัวของภาวิณีมากกว่าภานุวัจน์เสียอีก ชายหนุ่มที่ดีแต่เปลือกนอกแต่ทำงานไม่เป็นสักอย่าง

“เอ่อ...คือตอนนี้ลูกสาวฉันไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทแล้วค่ะ ทุกอย่างลูกชายฉันเป็นผู้ดูแล” คุณมณีพูดเสียงสั่นเพราะเธอไม่รู้จะตอบยังไงดี แม้จะกระดากปากนิดๆแต่ก็ต้องพูด เรื่องในครอบครัวของเธอแท้ๆแต่ต้องมาให้คนอื่นได้รับรู้

“ลูกชายคุณดูแลอย่างนั้นเหรอ“ ดูแลจนเอาเงินของพวกเราไปละลายเล่นในบ่อนเนี่ยนะ ผมเสียใจด้วยนะครับ พวกผมต้องการถอนหุ้นคืนทั้งหมด เราไม่เชื่อใจพวกคุณและผู้บริหารที่ดีแต่เปลือกอย่างลูกชายของพวกคุณ”  คุณเพชรพูดอย่างเหลืออดที่เงินจำนวนหลายล้านถูกนำออกไปใช้ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ผ่านพวกเขาก่อน

“พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ หากพวกคุณถอนหุ้นออกไปเราต้องล้มละลายแน่” คุณมณีพูดเสียงดังใส่หุ้นส่วนทุกคนอย่างตกใจ

“นั่นมันเรื่องของพวกคุณที่ต้องแก้กันเอาเอง  ผมคงไม่ไว้ใจให้ลูกชายคุณดูแลเงินของพวกเราอีกต่อไปแล้วล่ะครับ”  คุณเพชรผู้ร่วมหุ้นอาวุโสเอ่ยเสียงดัง คนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะมันคือความจริงทุกอย่าง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ขอโทษทุกท่านด้วยนะคะ ที่ฝนมาช้าไปหน่อย” ภาวิณีก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องประชุมดุจนางพญาพร้อมคนรัก ทำให้ทุกคนหันไปมองผู้มาใหม่ทันที

“พวกเธอมาที่นี่ทำไมฮะ” คุณมณียืนมองลูกสาวอย่างเดือดดาลแค่นี้ปัญหายังไม่มากพอใช่มั้ยถึงได้พากันมาสร้างปัญหาให้ได้อับอายคนอื่นอีก

“คุณลุงเพชร คุณอาชานนท์ เรื่องทุกอย่างของบริษัทฝนจัดการให้แล้วนะคะ ทุกๆอย่างกำลังจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เงินจำนวน 10 ล้านตอนนี้ฝนเอาเข้าบัญชีบริษัทเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” ภาวิณีส่งยิ้มให้ผู้ใหญ่ทั้งสองซึ่งก็ได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาอย่างพอใจ คุณวิษณุมองดูลูกสาวอย่างภูมิใจที่กู้สถานการณ์ได้สำเร็จ จะมีก็แต่คุณมณีที่รู้สึกโกรธเคืองทั้งสองสาว เธอไม่คิดว่าเรื่องทุกอย่างจะเป็นอย่างนี้ยิ่งมี นรากรมาเกี่ยวข้องด้วย เธอยิ่งไม่พอใจ

“ถ้าหนูฝนมาดูแลบริหารที่นี่เหมือนเดิม พวกลุงก็จะไม่ถอนหุ้นออก เราทำงานกับหนูมานาน พวกเราไว้ใจหนูฝนมากกว่าใครๆ ลุงอยากให้ฝนกลับมาบริหารงานที่นี่” คุณเพชรพูดกับหญิงสาวที่เขาเอ็นดูเหมือนลูกสาวอย่างอ่อนโยน

“เรื่องนี้ฝนคงต้องให้คุณพ่อ คุณแม่ตัดสินใจค่ะ” ภาวิณีมองไปทางมารดาสายตาเปี่ยมไปด้วยความรักความคิดถึงอยากจะเข้าไปกอดมารดาเหลือเกินแต่ก็ทำไม่ได้

“ผมจะให้ลูกสาวของผมกลับมาดูแลที่นี่ครับ หากลูกสาวผมมาดำรงตำแหน่งเดิมพวกคุณจะไม่ถอนหุ้นออกไปใช่มั้ยครับ” คุณวิษณุพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและมองหน้าหุ้นส่วนทุกคนอย่างขอคำตอบ คุณมณีทำท่าพูดโต้แย้งแต่พอเจอสายตาของสามีเธอก็เงียบไม่พูดอะไรออกมาอีก

“ใช่ครับ พวกผมจะไม่ถอนหุ้นออกไปขอแค่หนูฝนมาบริหารงานที่นี่ เอ่อ.. ขอโทษนะหนูฝน อาขอเสียมารยาทถามหน่อย หนูไปเอาเงิน 10 ล้านมาจากไหนเหรอในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้” คุณชานนท์เอ่ยอย่างสงสัย แม้จะเสียมารยาทแต่ความอยากรู้อยากเห็นก็มีมากกว่า คนที่หาเงินเยอะแบบนี้ได้ในเวลาอันสั้นนั้นน่านับถือยิ่งนัก

“เอามาจากคนรักของฝนเองค่ะ ดิวคะ รู้จักคุณลุงเพชรกับคุณอาชานนท์ไว้สิคะ” ภาวิณีหันไปส่งยิ้มให้คนรักที่ยืนอยู่ข้างหลังของเธอ

“สวัสดีค่ะ ดิฉันนรากรค่ะ” นรากรยกมือไหว้ผู้อาวุโสทั้งสองอย่างนอบน้อม

“ลูกสาวของคุณณรงค์เองเหรอ  ได้เจอตัวจริงวันนี้ถือว่าเป็นเกียรติจริงๆ ลุงได้ยินชื่อเสียงหลานมานานได้เจอตัวจริงสักทีนะ” คุณเพชรเอ่ยออกมาอย่างยินดี คุณมณีได้แต่ทำท่าไม่พอใจแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ให้มิดชิดเพราะเกรงสามีไม่พอใจ

“หนูฝนนี่ตาแหลมนะที่รู้จักหาแฟนดีอย่างนี้ เก่งด้วยกันทั้งคู่ อาขอให้รักกันนานๆนะหลาน” คุณชานนท์เองก็ยิ้มยินดีไปด้วย

“เห็นมั้ยคุณ  ลูกสาวเราเลือกคนไม่ผิดเลยสักนิด ถ้าไม่ได้ดิว ป่านนี้เรากลายเป็นบุคคลล้มละลายเพราะฝีมือลูกชายสุดที่รักของคุณไปแล้ว” คุณวิษณุกระซิบกับภรรยา

“ยังไงฉันก็ไม่ยอมรับค่ะ ความรักอย่างนี้มันไม่ยั่งยืนหรอก” คุณมณีพูดลอดไรฟันให้สามีได้ยิน สายตายังมองไปยังกลุ่มคนที่สนทนากันอย่างออกรสจนหุ้นส่วนได้ขอตัวกลับออกไป คุณมณีจึงแสดงท่าทีโมโหออกมา

“พ่อขอบใจดิวมากนะลูก ที่ช่วยเหลือบริษัทของพ่อ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องแค่นี้เอง  อันที่จริงดิวต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่เอาเงินออก มาให้คุณพ่อไม่ทันจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต” นรากรพูดอย่างนอบน้อมกับบิดาคนรัก

“ไม่เป็นไรหรอก ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีนี่นา เราไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันนะ พ่อจะได้เลี้ยงตอบแทนดิวด้วย ส่วนเรื่องเงินพ่อจะทยอยคืนให้นะดิว”

“เอ่อ...อันที่จริงไม่ต้องคืนเงินดิวก็ได้นะคะ”  นรากรยิ้มแห้งๆและหันไปมองคนรักที่หันมาสบตากับเธอเช่นกัน

“ไม่ได้หรอกนะ ฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณของใคร โดยเฉพาะ...เธอ” คุณมณีพูดเสียงสะบัดใส่นรากร สายตาไม่มีแววอ่อนลงเลยสักนิด

“คุณแม่คะ ดิวเค้าเต็มใจช่วยนะคะ พวกเราไม่ได้ต้องการอะไรเลยนอกจากเราไม่อยากเห็นบริษัทล้มละลายเท่านั้นเอง” ภาวิณีพูดอย่างเหลืออดทำดีแค่ไหนมารดาก็ไม่เห็นคุณค่าเลยสักนิด เธอจะทำยังไงต่อไปดี แผนการของพิมคงไม่ได้ผลแล้วมั้ง

“เราสองคนขอตัวกลับก่อนนะคะ วันนี้เราต้องไปธุระกันต่อค่ะ” นรากรรีบบอกลาเพราะไม่อยากให้คนรักทะเลาะกับมารดาอีก

“ได้จ้ะลูก ว่างๆค่อยมากินข้าวด้วยกันนะ อ้อ...ฝนพรุ่งนี้มาทำงานที่บริษัทด้วยนะ อย่าปฏิเสธนะท่านประธาน” คุณวิษณุส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาวคนสวย

“ค่ะพ่อ ฝนไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะคุณแม่” ทั้งสองสาวยกมือไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วเดินออกไปจากห้องทันที

“เมื่อไหร่คุณจะเปิดใจสักทีคุณมณี คุณไม่รักลูกฝนแล้วหรือไงแค่ลูกมีความรักในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น คุณถึงกับยอมตัดแม่ตัดลูกเลยเหรอ”  คุณวิษณุทนความเย็นชาและเอาแต่ใจของภรรยาไม่ไหวเพราะอีกคนทำเกินไปแล้วจริงๆ

“ฉันอาย... เวลาฉันไปงานสังคมพวกคุณหญิงคุณนายมีแต่ถามเรื่องยัยฝนกับแม่นั่น ฉันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คุณเข้าใจมั้ยคะ” คุณมณีเชิดหน้าอย่างหยิ่งยโส คุณวิษณุได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา

“คุณแคร์คนอื่นมากกว่าลูกเราใช่มั้ย“ คุณเห็นลูกเจ็บปวดแล้วคุณมีความสุขมากใช่มั้ย“ ผมไม่เห็นว่าลูกเราทำผิดอะไรร้ายแรงเลยนะ ลูกเราไม่ได้ไปฆ่าใครตาย  ลูกแค่มีความรักในรูปแบบของเค้าเอง ผมขอร้องล่ะคุณมณี ช่วยเปิดตาเปิดใจให้กว้างอีกนิดแล้วคุณจะพบแต่ความสุข” วิษณุพูดจบก็เดินหนีออกไป ทิ้งให้คุณมณีนั่งอึ้งอยู่ที่โซฟากลางห้อง เธอนั่งคิดทบทวนเรื่องราวความรักของลูกสาวอยู่นานตั้งแต่แรกจนปัจจุบัน

 

พิมพิกาไปหาสารวัตรวุฒินันท์ที่สถานีตำรวจเล่าเรื่องทุกอย่างให้สารวัตรหนุ่มฟัง สารวัตรนั่งคิดอยู่สักพักก็เอาเอกสารบางอย่างให้พิมพิกาดู

“นี่คือรายชื่อกิจการของเสี่ยวันชัยทั้งหมด  ผมอยากได้หลักฐานเพิ่มเติมอีกหน่อยเท่านั้น พิมช่วยผมได้หรือเปล่า”

“หลักฐานอะไรคะสารวัตร”

“หลักฐานที่บ่อนกับอาบ อบ นวด เราอยากได้คลิปและเสียงเพื่อมัดตัวมัน เอาให้ดิ้นไม่หลุดเลยยิ่งดี”

“ไม่ยากหรอก เดี๋ยวพิมจัดให้ สารวัตรเตรียมพร้อมไว้เลยนะคะ อีก 2 วันพิมจะให้คนเอาหลักฐานทั้งหมดมาให้ที่นี่ ขอตัวก่อนนะคะสารวัตร”  พิมพิกาลุกขึ้นยืน สารวัตรรีบเอ่ยทันทีที่พิมพิกากำลังจะเดินออกไป

“เดี๋ยวครับพิม ไปทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิครับ”

“คงไม่ได้หรอกค่ะสารวัตร พอดีพิมนัดแฟนเอาไว้น่ะค่ะ ไปก่อนนะคะ”

“พิมมีแฟนแล้วเหรอ ไปมีตอนไหนวะเนี่ย” สารวัตรหนุ่มพึมพำอย่างงงๆเพราะว่าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าพิมพิกามีแฟนหรือคนที่ถูกใจ

 พิมพิกาขับรถมารับนรีกานต์และพากันออกไปจากโรงพยาบาลที่นรีกานต์มีเรียนในวันนี้  พิมพิกามองไปนอกรถแล้วเอ่ยถามร่างบางที่นั่งจิ้มมือถือไม่ยอมวางเพราะมัวแต่แชทกับเพื่อนๆอยู่นั่นเอง

“น้องเดียร์ไปไหนกันดีคะ ยังไม่ค่ำเลยนะ”

“อือ...ไปช็อปปิ้งกันดีกว่าค่ะ อยากได้เสื้อผ้าใหม่ใส่ เออ...พี่พิมคะอีกสองอาทิตย์เดียร์จะปิดเทอมแล้วนะคะ เราไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมั้ย”

“ขอดูก่อนได้มั้ยคะ ว่าพี่ว่างหรือเปล่า” พิมพิกาเห็นหน้ามุ่ยๆของคนรักก็รีบพูดให้อีกคนยิ้มกว้างทันที  

“แต่ถึงงานจะยุ่งแค่ไหน พี่จะรีบเคลียร์งานเพื่อไปเที่ยวกับน้องเดียร์สุดที่รักค่ะ”

“ต้องอย่างนี้สิ น่ารักอย่างนี้ต้องให้รางวัล”  นรีกานต์หอมแก้มคนรักฟอดใหญ่จนเกิดเสียงดัง

“คืนนี้ขออีกได้มั้ย รางวัลมันยังไม่ถึงใจ” พิมพิกาทำหน้าเจ้าเล่ห์ สายตาวิบวับจนนรีกานต์หน้าแดงก่ำ

“บ้า...ขับรถไปเลยนะ” นรีกานต์หน้าแดงระเรื่อแล้วก้มหน้าเล่นมือถือแก้เขิน

“น่ารักจริงๆเลยแฟนพี่พิมเนี่ย”

“ยังจะพูดอีก เค้าเขินนะพี่พิมบ้า” นรีกานต์ตวัดสายตาไปหาคนรักและทำเสียงดุ พิมพิกาได้แต่อมยิ้มขำ

“ไม่พูดแล้วค่ะที่รัก ไปห้างกันดีกว่า หาไรอร่อยๆกินกันเนอะ หึหึ”

ปีเตอร์และต่อพงศ์ได้รับคำสั่งจากพิมพิกาให้ไปสืบหาหลักฐานที่อาบ อบ นวดทั้งสองต้องแปลงโฉมใหม่ให้ดูภูมิฐานและใบหน้าต้องเปลี่ยนไปจากเดิม เพื่อไม่ให้ใครจับได้แล้วรู้ตัวจริงของพวกเขา

“นายชื่อยศนะต่อ ฉันชื่อเดฟ พร้อมหรือยัง” ปีเตอร์บอกกับต่อพงศ์ที่ประจำที่ของคนขับรถ

“พร้อมครับหัวหน้า”

“อย่าเผลอเรียกหัวหน้าก็แล้วกัน ลุยเลย”

“ครับคุณเดฟ”

ทั้งสองหนุ่มเดินเข้าไปในร้านและมองไปรอบๆร้านอย่างตื่นเต้นแต่แค่แสดงละครแค่นั้นแหละ ผู้จัดการร้านออกมาต้อนรับทั้งสองอย่างนอบน้อมเพราะดูแล้วคงมีเงินไม่น้อยเลยทีเดียว

“สวัสดีครับ เชิญด้านในเลยนะครับ เพิ่งมาเหรอครับ ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณลูกค้าเลย” ผู้จัดการสำรวจทั้งสองหนุ่มและชวนคุยไปเรื่อยๆเพื่อจับพิรุธ

“คุณนรินทร์แนะนำผมมา คุณคงรู้จักคุณนรินทร์ใช่มั้ยครับ”  ปีเตอร์บอกผู้จัดการที่มีความสนิทสนมกับคุณนรินทร์เป็นอย่างดีเพราะนรินทร์จะหาลูกค้ามาให้ตลอด

“อ๋อ...รู้จักดีเลยครับ เชิญห้องวีไอพีเลยครับ”

ปีเตอร์พยักหน้าให้ต่อพงศ์แล้วเดินตามผู้จัดการไปที่ชั้นวีไอพี  ชั้นนี้มีแต่คนรวยที่ มาใช้บริการ หากไม่รวยจริงก็เข้ามาไม่ได้ ปีเตอร์พยายามหันไปมองรอบๆเพื่อให้กล้องที่ทำเป็นกระดุมบันทึกภาพ ต่อพงศ์ก็ทำเช่นกันแต่เป็นแว่นตาที่ทำมาพิเศษ

“ผมได้ยินว่าที่นี่มีสาวสวยที่ไม่ผ่านมือใครมาก่อนด้วยใช่มั้ย ผมอยากได้แบบนั้น”

“ให้ผมด้วยอีกคนนะคุณเดฟ ผมชอบเปิดบริสุทธิ์ครับ” ต่อพงศ์พูดอย่างทะเล้นให้ปีเตอร์กระตุกยิ้มขำขัน ผู้จัดการพลอยขำไปด้วยอีกคน

“ของเราสดใหม่ทุกวันเลยครับ ถ้าคุณเงินหนาพอ คุณก็ได้ของสดๆไปทานครับ” ผู้จัดการมองทั้งสองอย่างเจ้าเล่ห์  หากชายสองคนนี้ให้ทิปเขาเยอะ เขาจะพาของสดๆใหม่ๆมาบริการพวกเขาทันทีเลย

“คุณช่วยพามาให้ผมหน่อยสิ นี่รางวัลของคุณ”  ปีเตอร์ยื่นเงินปึกหนึ่งให้ผู้จัดการสายตาจ้องมองไปที่คนที่ยื่นมือมาหยิบเงินอย่างสมเพช

“ได้ครับ พวกคุณรอผมในห้องนี้นะครับ เอ่อ...จะเอาห้องเดียวกันหรือแยกห้องล่ะครับ ผมจะได้จัดให้ถูกใจพวกคุณ”

“ผมอยากได้ห้องที่มีสองเตียง เผื่อพวกผมอยากเปลี่ยนกันสนุก พอจะมีหรือเปล่าครับผู้จัดการ” ปีเตอร์ยังคงครองบทสนทนาเพราะต่อพงศ์มาในฐานะผู้ติดตามเท่านั้น

“มีครับ  แหม...ชอบแบบนั้นก็ไม่บอกเร็วๆ รอสักครู่นะครับ เชิญพวกคุณรออยู่ในห้องนี้ก่อนนะครับ”

ผู้จัดการแยกตัวออกไปเตรียมสาวสวยให้กับทั้งสอง ปีเตอร์และต่อพงศ์สำรวจหากล้องวงจรปิดทันที สำรวจจนละเอียดแล้วก็ไม่พบกล้องสักตัว ปีเตอร์จึงเอามือถือแอบไว้ที่ข้างทีวีแล้วเอาของมาบังให้เหลือแต่เลนส์กล้องเพื่อถ่ายไว้เป็นบริเวณกว้าง

ไม่นานผู้จัดการก็พาสองสาวน้อยที่จัดว่าสวยมากมาให้ทั้งสองหนุ่ม  เด็กเสิร์ฟนำเครื่องดื่มมาวางไว้แล้วออกไปนอกห้อง ผู้จัดการเห็นว่าเรียบร้อยทุกอย่างจึงล็อคห้องที่ทั้งสองหนุ่มกำลังจะปฏิบัติการ ต่อพงศ์เดินไปที่ประตูแล้วลองเปิดแต่เปิดไม่ออก

“ทำไมต้องล็อคจากด้านนอกด้วยล่ะ พวกเธอรู้หรือเปล่า” ต่อพงศ์ถามสองสาว

“เพื่อไม่ให้พวกเราหนีค่ะ เราต้องปรนนิบัติแขกให้เสร็จแล้วกดปุ่มตรงนี้ค่ะ”

“เธอเคยนอนกับคนอื่นมาแล้วอย่างนั้นเหรอ ถึงได้รู้ละเอียดแบบนี้”  ปีเตอร์หรี่ตามองสาวหน้าหวานตัวเล็กที่เป็นคนบอกรายละเอียดอย่างสงสัย

“เปล่าค่ะ พวกเราเพิ่งมาทำงานวันแรก จริงๆนะคะ” สาวหน้าหวานบอกปีเตอร์

“เชื่อพวกเราเถอะค่ะท่าน เราอาจจะทำให้ท่านรำคาญใจไปบ้าง คือว่าพวกเรายังไม่เคยผ่านเรื่องอย่างนี้” สาวหน้าหมวยพูดอย่างเอียงอายและกระดากปาก

“ฉันขอพิสูจน์หน่อยแล้วกันนะ” ปีเตอร์เข้าไปจับตัวสาวหน้าหวานมาประกบปาก

ω

 หัวหน้าเล่นจริงจูบจริงเลยเหรอ ไม่ได้ๆเดี๋ยวเสียเปรียบ ขอลองบ้างสิ

ต่อพงศ์ดึงสาวหน้าหมวยเขามากอดจูบบ้าง ทั้งสองหนุ่มผ่านผู้หญิงมาบ้างแต่ว่าก็เยอะเหมือนกันตามประสาผู้ชายเจ้าสำราญ   ทั้งสองสาวเกิดอาการตัวสั่นหวาดกลัวจนผลักทั้งสองหนุ่มออกแทบจะพร้อมๆกัน  ปีเตอร์หมายจะเดินเข้าไปหาอีกแต่ทั้งสองสาววิ่งมากอดกันและร้องไห้อย่างขวัญเสีย

“พวกเรากลัวอย่าทำอะไรเราเลยนะคะ เราถูกบังคับให้มาขายตัวที่นี่ เราไม่เต็มใจขายตัวนะคะ” สาวหน้าหมวยยกมือไหว้ทั้งสองหนุ่มอย่างหน้าสงสาร

“ได้โปรดเถอะนะคะ เรากลัวจริงๆ” สาวหน้าหวานกอดสาวหน้าหมวยไว้แน่น

“พวกเธอไม่เต็มใจจริงๆเหรอ” ปีเตอร์ลองพูดหยั่งเชิงเพื่อความแน่ใจ

“ค่ะ เราถูกลักพาตัวมาขายที่นี่ ถ้าเราหนีพวกมันจะฆ่าพวกเราทิ้ง”

“ถ้าฉันช่วยพวกเธอได้ล่ะ เธอจะยอมมาเป็นพยานให้ฉันหรือเปล่า”  ปีเตอร์หว่านล้อมสาวน้อยคนสวยที่มองหน้ากันอย่างชั่งใจ

“คุณเป็นตำรวจเหรอคะ ช่วยพวกเราด้วยนะคะ”

“งั้นเล่าทุกอย่างให้ฉันฟัง โดยไม่มีปิดบังเลยนะ” ปีเตอร์แสยะยิ้มและจัดการสอบ ถามทั้งสองสาวอย่างละเอียด

ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ตำรวจวางแผนทลายบ่อนของเสี่ยวันชัยและได้ผู้ต้องหาเกือบ 50 คน หนึ่งในนั้นคือภานุวัจน์ นักข่าวที่มาทำข่าวก็ถ่ายรูปเอาไว้ตีแผ่ลงหน้าหนึ่งเกือบทุกฉบับ

“เฮ้ย! นั่นคุณภานุวัจน์นี่นา ลูกชายคุณวิษณุเจ้าของบริษัทส่งออกรายใหญ่ ไม่น่าเชื่อเลย พวกเราไปสัมภาษณ์คุณภานุวัจน์กัน”  นักข่าวสาวคนหนึ่งชี้ไปที่กลุ่มของพวกเล่นการพนันที่กำลังเดินเรียงแถวขึ้นไปบนรถของตำรวจ

“จริงด้วยๆ ข่าวใหญ่แน่คราวนี้ แกถ่ายไว้เยอะๆนะ ฉันจะสอบถามเอง”

“จัดไป ข่าวคาวๆแบบนี้ คนเขาชอบกันนักล่ะ ข่าวลูกไฮโซเนี่ย”

ข่าวสดรายงานทันทีเมื่อมีเรื่องราวเกิดขึ้น ทุกอย่างถูกถ่ายทอดออกมาเร็วยิ่งกว่าจรวด คุณมณีและคุณวิษณุนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น ข่าวสดกำลังออกอากาศพอดี

 “สวัสดีค่ะ ดิฉันวารี ข่าวแรกในเช้าวันนี้เป็นข่าวการจับกุมนักเล่นพนันที่บ่อนเสี่ยวันชัย ตำรวจได้บุกจับบ่อนใหญ่ย่าน....... ได้ผู้ต้องหาเกือบ 50 คน มีทั้งไฮโซและดาราแต่เป็นที่น่าสนใจที่สุดคือคุณภานุวัจน์ทายาทเจ้าของบริษัทส่งออกรายใหญ่คือหนึ่งในผู้ต้องหาในครั้งนี้ค่ะ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เรื่องการจับกุมครั้งนี้................”

“คุณคะ ตาน้ำถูกจับค่ะ” คุณมณีนั่งดูข่าวข้างสามีถึงกับปากสั่นคอสั่นภาพที่เห็นมันชัดเจนว่าเป็นลูกชายของเธอจริงๆ

“ผมเห็นแล้ว ในเมื่อมันไม่รักดีก็ปล่อยให้มันนอนเล่นในคุกบ้างก็ดี”

“ทำไมคุณพูดอย่างนี้ล่ะคะ นั่นลูกชายเรานะ” คุณมณีขึ้นเสียงกับสามี ลูกชายทั้งคนทำไมสามีเธอถึงใจร้ายอย่างนี้นะ

“ใช่ลูกชาย ลูกที่คุณภูมิใจนักหนาไง อุตส่าห์ส่งไปเรียนไกลถึงเมืองนอก แต่ไม่จบอะไรมาเลยสักอย่างแถมมาหลอกเราว่าเรียนจบบริหารฯ ให้มันทำงานก็ยักยอกเงินไปเล่นการพนันอีก เงินสิบล้านที่เราต้องหาไปใช้คืนหนูดิว ลูกชายคุณมีปัญญาหามามั้ย” วิษณุพูดเสียงดังกึ่งตะคอกภรรยาอย่างเหลืออด  เขาปล่อยให้ภรรยาทำตามใจมานานแล้ว คงถึงเวลาสักทีที่เขาต้องมาเป็นผู้นำของครอบครัวเต็มตัวสักที

“..........” คุณมณีก้มหน้านิ่งเพราะไม่สามารถโต้แย้งสามีได้เลย

“ผมจะไม่ไปประกันตัวน้ำ ผมต้องการดัดนิสัยลูก หากคุณรักลูกคุณต้องทำตามที่ผมบอกทุออย่าง” วิษณุพูดเสียงเข้ม คุณมณีได้แต่พยักหน้าน้ำตาคลอ สงสารลูกจับใจ แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้คงต้องปล่อยให้สามีจัดการ เธอคงเลี้ยงลูกตามใจเกินไปถึงได้เป็นอย่างนี้ คุณวิษณุเดินออกไปหน้าบ้านและกดโทรออกหาลูกสาวคนเล็ก

“ฝนเหรอลูก”

“ค่ะพ่อ”

“ฝน พี่น้ำถูกจับ ตอนนี้ยังนอนอยู่ในคุก ฝนอย่าเพิ่งไปประกันตัวพี่น้ำนะลูก”

“ทำไมล่ะคะพ่อ แบบนี้พี่น้ำก็ลำบากแย่สิคะ”

“พ่ออยากดัดนิสัยไม่เอาไหนของมัน ปล่อยมันนอนเล่นในคุกไปก่อนนะ”

“ฝนเข้าใจแล้วค่ะพ่อ”

“พ่อโทรมาบอกฝนแค่นี้แหละ ทำงานต่อเถอะลูก”

“ค่ะ พ่อ” ภาวิณีวางสายจากบิดาก็โทรหาพิมพิกาทันที เพราะอยากรู้รายละเอียดของพี่ชาย แม้พี่ชายจะทำตัวเป็นศัตรูกับเธอมากแค่ไหนแต่สายเลือดและสายใยความผูกพันมันมีมากกว่า เธอไม่ใจร้ายพอจะทอดทิ้งพี่ชายให้ลำบากได้

“ฮัลโหลพิม ฝนมีเรื่องอยากถาม”

“มีอะไรเหรอฝน ท่าทางจะกลุ้มใจนะเนี่ยเพื่อนเรา”

“เรื่องพี่น้ำน่ะ เราอยากรู้ว่าพี่น้ำจะติดคุกนานเท่าไหร่”

“เราประกันตัวได้น่า ฝนอย่าห่วงไปเลย ไม่ใช่คดีร้ายแรงสักหน่อย”

“พ่ออยากให้พี่น้ำติดคุกสักวันสองวันเพื่อดัดนิสัยน่ะ”

“เหรอ“ ถ้าอยากดัดนิสัยจริงๆนะมันก็ได้อยู่หรอก หึ รับรองพี่ชายเธอเข็ดไปจนวันตายแน่” พิมพิกายิ้มมุมปากสายตามองไปข้างหน้าอย่างเจ้าเล่ห์ แผนการอีกอย่างของเธอกำลังจะได้เวลาดำเนินการแล้ว หึหึ  เตรียมรับความทรมานได้เลยพี่น้ำสุดหล่อ

“พรุ่งนี้เราจะไปประกันตัวพี่น้ำ ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อยงั้นเราไม่กวนแล้วล่ะ ขอบใจมากนะพิม”

“อือ... บ๊ายบายนะฝน”

“บายจ้ะ”

พอวางสายจากภาวิณี พิมพิกาก็ยิ้มเมื่อนึกเรื่องสนุกๆบางอย่าง มือเรียวรีบกดไปหาคนที่จะช่วยให้เรื่องสนุกๆนี้เป็นจริงอย่างรวดเร็ว

“สารวัตรคะ พิมมีเรื่องอยากให้สารวัตรช่วยหน่อยค่ะ”

“มีเรื่องอะไรเหรอครับ”

“สารวัตรช่วยส่งใครไปสั่งสอนนายภานุวัจน์หน่อยสิคะ ฉันอยากให้เขารู้จักหลาบจำจะได้เลิกทำชั่วซะที เอาให้กลัวคุกไปเลยนะคะ”

“เดี๋ยวผมจัดชุดใหญ่ให้แล้วกันนะ แต่เงียบๆไว้นะ ไม่งั้นผมโดนเล่นงานแน่ๆ”

“ค่ะ เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ขอบคุณค่ะสารวัตรที่ยอมช่วย” พิมพิกาวางสายและยิ้มอย่างสะใจ เธออยากไปเห็นกับตาจริงๆคงสะใจมากกว่านี้หลายเท่า

นรีกานต์เดินเอาผลไม้มาให้คนรักเมื่อเห็นอีกคนอมยิ้มเธอจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย

“พี่พิมยิ้มอะไรเหรอคะ”

“อ้าว...เดียร์มานั่งข้างๆพี่สิคะ” พิมพิกาจับมือคนรักให้มานั่งข้างๆกันใบหน้ายังมีรอยยิ้มประดับไม่จางหายไปไหน

“มีอะไรดีๆเหรอคะที่รัก บอกเดียร์หน่อยสิ”  นรีกานต์เอาหัวไปซบที่ไหล่ของคนรักอย่างออดอ้อน มือบางลูบแก้มนวลเบาๆคลอเคลียจนร่างสูงยิ้มกว้าง

“พอดีพี่จะแก้เผ็ดคนชั่วสักหน่อยน่ะจ้ะ เลยให้เพื่อนจัดการให้”

“เหรอคะ พี่พิมนี่น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย  ดูอย่างคราวก่อนนายบดินทร์ถึงกับสิ้นชื่อไปเลย คราวนี้ใครอีกล่ะคะ”  นรีกานต์กอดแขนร่างสูงเขย่าไปมาคล้ายเด็กตัวน้อยที่อยากรู้คำตอบจากคุณครู

“พี่น้ำ พี่ชายของพี่ฝนไงคะ รายต่อไป หึหึ” พิมพิกาตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เฮ้ย! เดี๋ยวพี่ฝนก็โกรธเอาหรอกค่ะ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ นอกจากเดียร์ไม่มีใครรู้เรื่องนี้หรอก ว่าแต่เราไม่ได้จู๋จี๋กันนานแล้วนะ เราขึ้นไปบนห้องกันดีมั้ยคะ”

“พี่พิมมั่วตลอด เราเพิ่งจู๋จี๋กันไปเมื่อคืนเองนะ ลืมหรือไงคะ”  นรีกานต์ตอบคนรักอย่างเขินอาย คนบ้าหื่นได้ตลอดเวลาเลย

“แหม...ตอนนี้มันผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วนี่คะ มันนานสำหรับพี่อ่ะ เดียร์จ๋า นะ” พิมพิกาทำหน้าออดอ้อนและเอานิ้วจิ้มไปที่ไหล่ของคนรักเบาๆ

“รอให้ถึงคืนนี้ก่อนนะแล้วเดียร์จะยอมพี่พิมทุกอย่างเลยค่ะ แต่ว่าตอนนี้พี่ต้องไปกับเดียร์ก่อน” นรีกานต์ช้อนตามองคนรักและส่งยิ้มให้อย่างน่ารัก

“ไปไหนคะ”

“ไปงานวันเกิดของยัยศิค่ะ จัดกันที่ร้านอาหารกึ่งผับ เพื่อนๆไปกันเยอะเลยนะ ไปด้วยกันหน่อยนะที่รักขา”

“อือ...พี่ยังไม่มีของขวัญให้ศิเลยนะคะ เดียร์มีแล้วเหรอ”

“เราจะออกไปหาซื้อกันอยู่นี่ไงคะ ซื้อเสร็จก็เลยไปงานเลยจะได้ไม่เสียเวลาด้วย” นรีกานต์จุ๊บแก้มพิมพิกาเบาๆอย่างอดใจไม่ไหว ขนาดทำหน้าเหลอหลายังน่ารักเลย

“งั้นเราไปอาบน้ำแต่งตัวกันดีกว่านะ วันนี้จัดสวยเต็มที่เลยนะจ๊ะ”

“จัดไปค่ะ” นรีกานต์ดึงมือร่างสูงให้เดินไปในบ้านด้วยกัน

“คืนนี้พี่ขอแต่งตัวสวยๆหน่อยนะ นานๆจะได้ออกงานคู่ที่รักสักที”

“ก็ได้ค่ะ เพราะยังไงก็มีแต่เพื่อนๆเดียร์ทั้งนั้น แต่ห้ามเจ้าชู้เด็ดขาด ไม่งั้นพี่พิมอดไป 2 อาทิตย์แน่ๆค่ะ”

“เฮ้ย! ไม่เอา พี่ต้องขาดใจตายแน่ๆเลยค่ะ เดียร์ขาพี่ไม่เคยเจ้าชู้สักครั้งเลยนะเราคบกันมาหลายเดือนแล้ว พี่ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลยนะที่รัก”  พิมพิกาโอบเอวนรีกานต์อย่างออดอ้อนเรื่องอะไรจะยอมอดล่ะ เดี๋ยวต้องไปเที่ยวญี่ปุ่นอีก ไม่ยอมหรอก

“เดียร์แค่พูดเล่นเองพี่พิมก็... แต่ถ้าพี่ทำจริงๆ พี่พิมมีสิทธิ์ตายได้นะคะ” นรีกานต์ส่งรอยยิ้มเย็นให้คนรักได้ขนลุกซู่และแอบกลืนน้ำลายลงคอ

“ไม่มีวันนั้นหรอกค่ะที่รักขา” คนรักของเธอโหดไปมั้ยเนี่ย น่ากลัวแต่ก็รักมาก เธอคงบ้าไปแล้วพิมพิกา ชอบแบบซาดิสต์หรือไงกันเนี่ย

สารวัตรส่งลูกน้องเข้าไปในคุกคนที่ส่งเข้าไปเป็นเกย์แต่ว่าร่างกายกำยำชื่อว่าเผ่าพร้อมลูกน้อง 2 คน พวกมันเดินเข้าไปหาภานุวัจน์ที่นั่งตรงมุมของห้องขัง ภานุวัจน์เงยหน้ามองทั้งสามคนและมองไปทางตำรวจที่นั่งเฝ้าเวรแต่ไม่เห็นตำรวจสักคน ภานุวัจน์เริ่มกลัวขึ้นมา เขาขยับจนติดลูกกรงมากขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ชายกำยำทั้งสามคน

“มึงนี่หน้าตาดีจริงนะ สนใจเป็นเมียพี่มั้ยจ๊ะ หน้าตาหล่อๆอย่างน้องเนี่ย พี่ชอบ” เผ่ามองภานุวัจน์อย่างหื่นๆ ภานุวัจน์ตาเหลือกใจสั่น ขยับหนีแต่ก็ชนกับผนังห้องขัง

“พวกมึงไปไกลๆเลยนะ อย่ามายุ่งกับกู”

“แหม...ห้องก็แค่เนี่ยจะให้พวกพี่ไปไหนล่ะครับ เรามาสนุกกันดีกว่านะ เฮ้ย! พวกมึงดูต้นทางให้กูหน่อย” เผ่าบอกลูกน้องเสียงเหี้ยมแล้วหันมายิ้มหวานให้ภานุวัจน์

“ครับลูกพี่ เดี๋ยวพวกผมจะช่วยบังให้ด้วยนะครับ”

“ดีมาก เดี๋ยวฉันจะแบ่งให้พวกแกด้วย”  เผ่าเข้าไปจับตัวของภานุวัจน์เอาไว้ ชายหนุ่มตกใจหน้าซีดเผือด หัวใจแทบหยุดเต้นด้วยความหวาดกลัว

“ปล่อยกูนะ ใครก็ได้ช่วยผมด้วย ช่วยด้วยครับ”  ภานุวัจน์ร้องตะโกนออกมาเสียงดัง เผ่าจึงชกไปที่ท้องของชายหนุ่มสองที  ภานุวัจน์ทรุดลงที่พื้นห้องอย่างเจ็บปวดและรู้สึกจุกไม่น้อยเลยทีเดียว

“เสียงดังทำไมวะ มาสนุกกันดีกว่าพ่อสุดหล่อ” เผ่ากดภานุวัจน์ให้นอนลงและขึ้นคร่อมเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนีไปไหน แล้วก้มลงจูบริมฝีปากชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

ภานุวัจน์รู้สึกกลัวจนน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย  ทำไมเขาต้องมาเจออะไรอย่างนี้ด้วย จะทำยังไงดี  ชายหนุ่มพยายามดิ้นให้แรงที่สุดแต่อีกคนตัวใหญ่กว่าเขาหลายเท่า แรงก็เยอะกว่าเท่าตัว ยิ่งพยายามดิ้นเรียวแรงที่มีก็เริ่มหมดลง ภานุวัจน์จึงถูกเผ่าขโมยจูบจนหนำใจ

“หึหึหึ มึงรู้มั้ย ถ้ามึงไปอยู่ในคุกพวกข้างในนั้นมันคงชอบ ถ้าหากว่าเห็นหุ่นขาวๆแบบเนี่ย รับรองน้องมีผัวเป็นโหลแน่ๆแต่ก่อนจะไปมีผัวในนั้นมาเป็นเมียพี่ก่อนนะ”

“ไม่นะ! ไม่...พ่อครับ แม่ครับ ช่วยผมด้วย ปล่อยกูนะ ปล่อยกูสิวะ” หลังจากที่คิดตามที่เผ่าพูดภานุวัจน์ก็นึกกลัวขึ้นจับใจยิ่งมีชายตัวใหญ่ยักษ์กำลังจะข่มขืนเขาตอนนี้ ความกลัวที่มีจึงเพิ่มมากยิ่งขึ้น

เผ่าถอดเสื้อผ้าของภานุวัจน์ออกจากตัว  โดยมีลูกน้องมันหัวเราะอย่างน่าเกลียด ยิ่งมือใหญ่ๆของเผ่าจับไปที่น้องชายของภานุวัจน์ ทำให้ชายหนุ่มตัวสั่นด้วยความกลัว เผ่าลูบไล้ไปตามร่างกายขาวนวลของภานุวัจน์ ผิวสวยอย่างกับผิวผู้หญิงทำให้เผ่าเกิดอารมณ์ขึ้นมาจริงๆ ภานุวัจน์ได้แต่ตะโกนให้อีกคนหยุดแต่ก็ไม่สำเร็จในคุกทำไมมันถึงน่ากลัวแบบนี้นะ เขาภาวนาขอโอกาสอีกสักครั้ง เขาจะกลับตัวกลับใจทำแต่ความดีไม่ทำความชั่วอีกแล้ว ใครก็ได้ช่วยผมที

“เฮ้ย! หยุดนะเว้ย พวกแกกำลังทำอะไรกันน่ะ” สารวัตรเดินเข้ามาตามแผนที่วางไว้แต่ที่ไม่ได้นัดหมายคือหญิงสาวอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆเขา

“พี่น้ำคะ” ภาวิณีเดินเข้าไปใกล้ห้องขังโดยมีนรากรเดินตามมาติดๆ

“ฝน! ฝนช่วยพี่ด้วย พี่กลัว ช่วยพี่ด้วยนะฝน”  ภานุวัจน์รีบคลานไปที่ประตูห้องขัง สายตายังมองชายทั้งสามคนอย่างหวาดกลัว

“ไม่ต้องกลัวนะคะ ฝนมาประกันตัวพี่น้ำแล้วค่ะ ไม่ต้องกลัวนะพี่น้ำ ฝนอยู่นี่แล้ว” ภาวิณีปลอบใจพี่ชาย เธอได้รับข้อความจากพิมพิกาให้มาประกันตัวพี่ชายได้แล้ว เธอจึงรีบมาทันที ไม่คิดว่าจะเจอพี่ชายอยู่ในสภาพอย่างนี้

“สารวัตรคะ ช่วยพาพี่น้ำออกมาทีสิคะ” นรากรหันไปพูดกับสารวัตรหนุ่ม

“ครับ” สารวัตรสั่งให้ลูกน้องไขกุญแจห้องขังอย่างรวดเร็วเพราะกลัวโดนฟ้อง

พอประตูห้องขังเปิดออกภานุวัจน์ก็โผกอดน้องสาวทันที  ภาวิณีโอบกอดพี่ชายไว้ เธอรับรู้ได้ว่าพี่ชายเธอกลัวมาก อย่าบอกนะว่านี่คือแผนของเพื่อนเธอทั้งหมด

“ฝนพาพี่กลับบ้านนะ พี่กลัว..ต่อไปพี่จะเป็นคนดี ไม่เอาอีกแล้ว ในคุกมันน่ากลัวมากเลย กลับบ้านกันเถอะนะ”  ภานุวัจน์ร้องไห้ออกมา มาดของชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งไม่มีให้เห็นอีกแล้วในตอนนี้

“สารวัตรคะ เราพาพี่น้ำกลับบ้านได้หรือยังคะ” นรากรถามสารวัตรหนุ่มอีกครั้ง

“ได้แล้วครับ ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ขอบคุณนะคะ เรากลับบ้านกันเถอะฝน พี่น้ำคะกลับบ้านกันค่ะ”  นรากรจับแขนชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะไม่มีแรงยืนด้วยซ้ำให้เดินไปด้วยกัน

“ขอบใจนะดิว ขอบใจนะฝน พี่ขอโทษที่พี่เคยพูดไม่ดีกับพวกเธอ”   ชายหนุ่มมองทั้งสองสาวอย่างสำนึกผิด ดวงตายังแดงก่ำจากการร้องไห้

“เราไม่โกรธพี่น้ำหรอกค่ะ พี่เป็นพี่ชายของคนที่ดิวรัก พี่ก็เหมือนพี่ชายดิวอีกคน”  นรากรพูดอย่างจริงใจ ชายหนุ่มรู้สึกละอายใจและซาบซึ้งใจทั้งสองสาวมาก ทั้งๆที่เขาไม่เคยทำดีกับทั้งสองเลยสักครั้งเดียว ต่อไปเขาคงต้องปรับปรุงตัวเองใหม่

“ฝนรักพี่น้ำมากนะ เรามีกันอยู่สองคนพี่น้อง หากไม่ให้รักกันแล้วใครจะมารักเรา ล่ะคะ เลือดยังไงก็ต้องข้นกว่าน้ำ ฝนไม่มีวันทิ้งพี่น้ำหรอกค่ะ”

“ฝน พี่ขอโทษ พี่ปล่อยให้ความอิจฉามันบังตาบังใจจนทำอะไรแย่ๆไปตั้งเยอะ  พี่สัญญานะ พี่จะเป็นคนดีไม่ทำให้ครอบครัวเป็นทุกข์เพราะพี่อีก”  ภานุวัจน์ปล่อยโฮฟูมฟายคล้ายเด็กๆ ภาวิณีลูบหลังพี่ชายเบาๆอย่างปลอบโยนและพากลับบ้านทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น