จุมพิตในเพลิงทราย อีบุ๊ก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 55,091 Views

  • 44 Comments

  • 431 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    115

    Overall
    55,091

ตอนที่ 70 : อัพเพิ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 เม.ย. 60

ปัง! ปัง!

เขายิงปืนขึ้นฟ้า แต่ไม่อยากทำร้ายใครโดยไม่ถามไถ่ เสียงนั้นยังผลให้ผู้รุกรานหยุดชะงัก นานพอจะทำให้ชายหนุ่มส่งเสียงร้องถาม

“เรามาดี เหตุใดพวกท่านถึงได้ดักซุ่มทำร้ายเราอย่างนี้” ราจี๊ฟถามพร้อมๆ กับที่ยูซุปยกปืนขึ้นเล็งไปหา จับอยู่ที่นบีเมื่อสังเกตเห็นว่าคนอื่นๆ มองมาที่เขาดุจจะรอคอยคำสั่ง

นบีก้าวออกมาจากเหล่ากองโจร ดวงหน้ายังถมึงทึง แต่การต่อสู้ด้วยดาบกับปืน ฝ่ายเขามีแต่จะเสียเปรียบจึงต้องหาจังหวะให้ดี

“พวกท่านจะเดินทางไปที่ใด”

“ถ้าที่นี่คือหมู่บ้านจาราวา เราก็จะไปที่นั่น” ราจี๊ฟตอบออกไป มือลดปืนลง แสดงให้เห็นว่าตนมาดีไม่ได้มาร้าย คนพวกนี้อยู่กันอย่างยากแค้น มีปูมหลังไม่น่าจดจำ จึงไม่แปลกที่จะมองคนอื่นเป็นผู้บุกรุก และคิดว่าจะทำร้ายพวกเขา แต่หากคุยกันเข้าใจได้ พวกเขาจะเป็นมิตรที่ดีอย่างน่าทึ่ง

“ใช่แล้ว นี่คือหมู่บ้านจาราวา ท่านมีธุระอันใด ข้าชื่อนบี เป็นหัวหน้าหมู่บ้านที่นี่”

“เราต้องการพบคนคนหนึ่ง” เขาตอบอย่างใจเย็น รอดูท่าทีของฝ่ายตรงข้าม เขามองเห็นร่องรอยบางอย่างจากดวงตาของนบี ชายผู้นั้นหันไปมองลูกน้องคนหนึ่ง ส่งสัญญาณบางอย่าง ลูกน้องของเขาจึงหลบเร้นออกไปจากลุ่มอย่างเงียบเชียบ ในขณะที่นบีพูดคุยซักถามถ่วงเวลา

“ท่านมาหาใครกันล่ะ”

“ฟาติมะ นางอยู่ที่นี่หรือไม่”

คำตอบของราจี๊ฟทำให้นบีกลอกตาลอกแลกไปมา แน่แล้ว คาราวานย่อยๆ นี่เป็นคนของรามิลยา ที่บังอาจวิ่งกระโจนเข้าหาความตาย

นบีพูดคุยซักถามถึงรูปพรรณสัณฐานของฟาติมะจากราจี๊ฟ ในใจนึกภาวนาให้ลูกน้องรวบรวมมือธนูได้เสียที เสียงพลุดังขึ้นหนึ่งนัด ทำให้ราจี๊ฟกับยูซุปเหลียวมองขึ้นไปด้านบน ทันในนั้นดอกธนูห่าใหญ่ก็ถูกยิงลงมาจากบนหน้าผา เขาจึงต้องบังคับอูฐให้วิ่ง

เฟี้ยว!

ธนูดอกหนึ่งผ่านหน้าเขาไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด พวกมันกรูกันเข้ามาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว เขาจึงกระโจนลงจากหลังอูฐพลางร้องสั่งคนรัก

“อยู่บนแคร่ อย่าลงมา” เขาตะโกนแข่งกับการต่อสู้ ปืนในมือยิงชายผู้หนึ่งที่กำลังจะฟันมาที่แขนของเขาไปหนึ่งนัด เสียงผู้หญิงหวีดร้องอย่างตกใจ ฮาน่ากับตัสนีมลงจากอูฐมาได้ก็วิ่งหลบอยู่ในกอกระถินป่า ฮาน่ากวาดสายตามองหานายสาว

“คุณหนู” ฮาน่าโล่งใจที่เห็นนายสาวยังอยู่บนแคร่ แต่ก็ยังห่วงนัก เกรงว่าพวกมันจะสาดธนูขึ้นมาอีก มองหาทางหนีทีไล่เพื่อจะเข้าไปช่วย

“หยุดนะ แกจะไปไหน” ตัสนีมคว้าข้อมือของฮาน่า กระชากสุดแรงจนฝ่ายนั้นล้มกลิ้ง ฮาน่ามองตัสนีมอย่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่

“ฉันจะไปช่วยคุณหนู”

“อยากตายรึไง ไม่เห็นรึว่าพวกมันเต็มไปหมด” ตัสนีมเสียงกร้าว ไม่ได้ห่วงฮาน่า แต่เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายไปช่วยศัตรูหัวใจจึงต้องห้ามปราม

“ฉันไม่สนใจหรอกค่ะ ชีวิตฉันก็ให้คุณหนูได้” ฮาน่ายืนยันแล้วสะบัดตัวสุดแรงจนหลุดจึงวิ่งออกไปช่วยนายสาว ที่ยังหลบอยู่ภายในแคร่อย่างทำตัวไม่ถูก

อูฐตัวที่เธอนั่งอยู่คู้เข่าลงด้วยความตกใจ เธอจึงถือโอกาสนั้นกระโดดลงมา เพราะไม่อาจทนนั่งเฉยมองราจี๊ฟที่ตอนนี้กลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ต้นแขนกำยำถูกฝ่ายที่มากกว่าฟันจนเลือดอาบ

“ราจี๊ฟ” หญิงสาววิ่งเข้าหา แต่ยังวิ่งไม่ถึงร่างบางก็ทรุดฮวบลง ลูกธนูปักไปที่ต้นแขนขวาของเธอ ราจี๊ฟหันขวับมามองอย่างตกใจ

“ลัยลา!” เขาถลาเข้ารับร่างที่โชกไปด้วยเลือดของหญิงคนรัก แล้วคำรามลั่น สาดกระสุนใส่พวกมันอย่างบ้าคลั่งจนบาดเจ็บไปตามๆ กัน เป็นเวลาเดียวกับที่ยายฟาติมะนั่งมาบนหลังม้ากับหลานชายเห็นเหตุการณ์เข้า ใบหน้าหวานที่ตอนนี้ผ้าคลุมถูกลมพัดปลิวไปปรากฏแก่สายตา

“หยุดก่อน” นางร้องห้าม นบีเองก็บาดเจ็บไม่น้อย แต่ก็ยอมหยุดตามเสียงห้ามของมารดา ยูซุปถลาเข้ามาหาเจ้านาย เพราะยิงสกัดอยู่จึงไม่ได้เข้ามาช่วย

 ราจี๊ฟประคองศีรษะของคนรักขึ้นหนุนตัก เขาคำรามอย่างโกรธแค้น หากไม่เพราะยายแก่แต่งตัวมอซอเข้ามายืนขวางไว้ เขาจะกราดยิงพวกมันให้หมดทุกคน

“ลัยลา

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่เป็นไร” หญิงสาวเลื่อนมือมาแตะปลายคางของเขา เจ็บจนแทบพูดไม่ออก แต่ทนเห็นน้ำตาเขาไม่ได้จึงเป็นฝ่ายปลอบใจเขาแทน

“รีบพาคนที่บาดเจ็บไปบ้านข้าเถอะ” หญิงชราขยับเข้ามาใกล้ ทว่าปืนในมือของยูซุปเล็งมาอย่างไม่ไว้วางใจ จนยายฟาติมะต้องบอก

“หากพวกท่านมาดี พวกเขาจะไม่ทำอะไร นบี สั่งให้คนของเจ้าหยุดให้หมด แล้วพาคนบาดเจ็บไปที่บ้าน” หญิงชราออกคำสั่ง ใบหน้าหวานซีดเซียวตรงหน้าทำให้นางรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด และไม่อาจทนให้ความสงสัยนี้ผ่านไปได้ นางจึงร้องสั่งให้หลานชายช่วยประคองคนเจ็บให้ขึ้นอูฐไป

โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บถึงขั้นล้มตาย แต่ยังมีผู้ชายในหมู่บ้านห้าคนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืน ที่นี่ไม่มีหมอจึงต้องรักษากันตามมีตามเกิด

“คุณหนู” ฮาน่าร้องไห้ตามหลังนายสาวออกไป หากเลือกได้อยากขอเป็นคนบาดเจ็บเสียเอง ตลอดเวลาราจี๊ฟกระซิบปลอบขวัญเธออยู่เป็นระยะ สลับกับการจุมพิตไปบนหน้าผากมนดุจจะถ่ายทอดกำลังใจให้ มือก็กุมมือเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย สร้างความหมั่นไส้ให้กับตัสนีมยิ่งนัก

“ดวงแข็งนักนะนังลัยลา คราวหน้าแกไม่โชคดีอย่างนี้หรอก” ตัสนีมคำรามแล้วเดินตามหลังพวกเขาไป ในใจเฝ้าภาวนาให้ศัตรูหัวใจทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้วตายๆ ไปเสีย

เดินทางไปราวๆ หนึ่งกิโลเมตรจึงเห็นบ้านเรือนอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย บ้านแต่ละหลังสร้างด้วยดินเหนียวและหินแต่ทว่ามั่นคงแข็งแรง บ้านของยายฟาติมะหลังใหญ่มากกว่าหลังอื่นๆ อาจเป็นเพราะลูกชายของนางเป็นถึงผู้นำของคนที่นี่

“ถึงแล้วลัยลา ไหวไหม” ชายหนุ่มกระซิบถามอ่อนโยน ใบหน้างามซีดเซียว แต่ไม่ปริปากบ่น เธอทรหดอดทนเทียบเท่าชายบางคนเสียอีก เขากดห้ามเลือดเอาไว้ทำให้เธอไม่เสียเลือดมากโดยไม่คิดสนใจบาดแผลของตัวเองเลยสักนิด ทั้งที่เขาเองก็ถูกฟันที่ต้นแขน

“คุณบาดเจ็บ” เธอยังมีแก่ใจเป็นห่วง แต่เขาส่ายหน้า

“เล็กน้อยเท่านั้น”

“ท่านพาคนเจ็บเข้ามาวางบนแคร่เถอะ คนอื่นเป็นผู้ชายมีความอดทนมากกว่า นางเป็นผู้หญิง ข้าจะให้นัสรีนไปเอาน้ำร้อนกับผ้าสะอาดมาให้” ฟาติมะเดินออกไปร้องสั่งสตรีผู้หนึ่งที่สวมผ้าคลุมหน้ามิดชิดตลอดศีรษะถึงปลายเท้า ส่วนตัวเองเดินมาดูคนเจ็บ

น่าแปลกที่จู่ๆ ก็รู้สึกห่วงใยคนตรงหน้า ราวกับเป็นญาติสนิทกันก็ไม่ปาน



+++ โหลดที่นี่ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น