จุมพิตในเพลิงทราย อีบุ๊ก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 54,881 Views

  • 44 Comments

  • 432 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    64

    Overall
    54,881

ตอนที่ 69 : อัพเพิ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 เม.ย. 60

เมื่อเข้าสู่วันที่สี่ ขบวนอูฐของราจี๊ฟก็มาถึงเขตหมู่บ้านจาราวาเข้าจนได้ สไบนางใจชื้นเมื่อมองเห็นร่องรอยของสิ่งมีชีวิตปรากฏแก่สายตา ดีกว่าหนึ่งวันกับอีกคืนที่ผ่านมาที่มีแต่ท้องทะเลทรายเวิ้งว้าง เมื่อเดินทางตัดหน้าผาสูงชันมาก็พบกับเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่งต้อนแกะออกมาเล็มหญ้า

เด็กชายมองคนแปลกหน้าด้วยความตกใจ เป็นเพราะหมู่บ้านของเขาห่างไกลจากเมืองหลวงและหมู่บ้านอื่นๆ มาก สภาพความเป็นอยู่ก็กันดาร ยากที่จะมีใครผ่านเข้ามา โดยเฉพาะผู้คนเหล่านี้ มองจากเครื่องแต่งกายไม่น่าจะใช่พวกเบดูอินเร่ร่อน

“ที่นี่เป็นหมู่บ้านจาวาราใช่หรือไม่” ยูซุปร้องถาม

“ใช่ พวกท่านมีธุระอะไรกันรึ” เด็กชายกอดอกมองด้วยท่วงท่าราวกับผู้ใหญ่จนหญิงสาวต้องอมยิ้มมอง สภาพแวดล้อมคงหล่อหลอมให้พวกเขาโตเกินวัย

“เรามาพบกับยายฟาติมะ นางยังอยู่หรือไม่” คำถามของราจี๊ฟ ทำให้สไบนางขยับตัวแล้วแง้มผ้าม่านออกไป เพื่อฟังให้ถนัดขึ้น เด็กชายทำหน้านิ่งๆ ครู่หนึ่งหากแล้วก็ส่ายหน้า

“ไม่มีหรอก”

“อะไรนะ นางไม่ได้อยู่ที่นี่หรือ” คนที่ถามด้วยความตกใจคือสไบนาง ร่องรอยความผิดหวังทอทาบมาบนม่านตา เธอสู้อุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลแสนไกล ก็เพื่อจะพบกุญแจดอกสุดท้ายดอกนี้

“บอกใหม่ซิเจ้าหนุ่มว่ายายฟาติมะอยู่ที่นี่หรือไม่” ราจี๊ฟถามซ้ำ ล้วงไปในสาบเสื้อแล้วยื่นถุงเงินโยนออกไปให้ เด็กเลี้ยงแกะรับมาแต่ยังยืนยัน

“ข้าบอกแล้วยังไงละ ว่าที่นี่ไม่มีคนชื่อฟาติมะ แล้วท่านมีธุระอะไรกับนาง” เด็กชายเผลอพลั้งปาก ราจี๊ฟสะดุดใจกับคำถามย้อนกลับนั้น ทว่ายังนิ่งเฉย

“นางเป็นคนเก่าแก่ของบ้านข้า เรามีธุระกับนาง ในเมื่อไม่มีคนชื่อนี้อยู่ในหมู่บ้าน แล้วเจ้าจะอยากรู้ไปทำไมถึงธุระของเรา”

“พวกท่านจะคาดคั้นข้าให้ได้อะไรกัน หมดธุระของข้าแล้ว ขอตัว” เด็กชายเอ่ยขึ้น แต่ไม่ยอมคืนถุงเงิน ร้องเสียงดังลั่นเพื่อต้อนแกะกลับเข้าไปในหมู่บ้าน ราจี๊ฟเลียวมองไปด้านหลัง เห็นหญิงคนรักพิงตัวเองเข้ากับแคร่คล้ายคนหมดแรงก็ยิ่งแปลกใจ

เธอมีอะไรกับยายแกนั่นกันแน่ ถึงได้ดั้นด้นมาไกลถึงที่นี่

“เราคงต้องกลับใช่ไหมคะราจี๊ฟ” เธอถามเสียงแผ่ว กลั้นสะอื้นเอาไว้จนตัวโยน

“ยังหรอก ไม่เสียหายอะไรนี่ ถ้าเราจะขอพักแรมที่หมู่บ้านนี้ ยายฟาติมะอาจจะตายไปก่อนที่ไอ้เด็กนั่นจะเกิด แต่ลูกหลานของนางก็ยังอยู่นี่จริงไหม” เขาเอ่ยปลอบใจ หญิงสาวพยักหน้ารับเศร้าๆ เมื่อเขาเร่งเร้าให้นาวาแห่งทะเลทรายตัวโปรดเคลื่อนกายมุ่งไปข้างหน้า

 

“ย่า พวกมันยังตามมา” เด็กชายเลี้ยงแกะวิ่งอ้าวมาหาผู้เป็นย่าที่นอนอยู่บนพื้นพรมเก่าๆ สีซีด มีร่องรอยปะชุนหลายแห่ง

ทันทีที่ได้ยินว่ามีคนมาตามหาผู้เป็นย่า เขาก็รีบเข้ามาบอกย่าทันที คิดว่ามันคงไปกันแล้ว แต่เขากลับเห็นว่าพวกมันยังมุ่งตรงมาที่หมู่บ้าน ตอนนี้พ่อของเขากำลังเกณฑ์คนในหมู่บ้านออกไปดักเอาไว้ มันคงเป็นพวกของคนที่ส่งมาทำร้ายพ่อกับย่าแน่ๆ

“จะเอาอะไรกับข้าอีกนะคุณรามิลยา นังแม่มดร้าย” ฟาติมะทอดถอนใจ ใบหน้าและผิวหนังมีร่องรอยตะปุ่มตะป่ำเต็มไปหมด เพราะยาพิษที่รามิลยาบังคับให้กิน เธอถูกกล่าวหาว่าเป็นโรคร้ายจนถูกอพยพมาที่นี่ หมู่บ้านจาราวาที่ห่างไกล

คนที่นี่หากไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ก็เป็นนักโทษหลบหนี ทุกคนถูกธรรมชาติและความอยุติธรรมของโลกใบนี้หล่อหลอมให้เป็นคนโหดร้าย ป่าเถื่อน ไม่เป็นมิตร และพร้อมจะฆ่าผู้บุกรุกโดยไม่ถามไถ่ นางอยู่ที่นี่มาสิบกว่าปี รามิลยาเคยส่งคนมาลอบฆ่าระหว่างทาง แต่คนของมันไม่กล้ามาถึงที่นี่ เพราะถึงค่าจ้างจะแสนงาม แต่พวกมันก็กลัวโรคติดต่อ โรคระบาดชุกชม และกองโจร

ใครๆ มันก็กลัวตายกันทั้งนั้น

รามิลยามันคงคิดไม่ถึงว่าเธอจะอายุยืนถึงเพียงนี้ มันกลัวว่าเธอจะเปิดโปงทุกอย่างให้กับอุลมานได้รู้ โดยที่มันไม่ได้รู้เลยว่าอุลมานเองก็นึกสงสัย แต่ไม่มีหลักฐาน อีกอย่างพ่อแม่ของรามิลยาก็เคยมีบุญคุณให้ความช่วยเหลือครอบครัวของเขามาก่อน

ทุกการกระทำของรามิลยา อุลมานจึงคอยจับตามอง

“พวกมันไม่มีทางรอดไปจากฝีมือคนของเรากุสเซล” หญิงชรายกมือไขว่คว้าอากาศ เด็กชายจึงตรงเข้าพยุงให้ผู้เป็นย่าลุกขึ้นยืนกระย่องกระแย่งออกมานอกบ้าน ไม่มีใครจะถามหานางนอกจากรามิลยา แต่ที่น่าแปลกก็เพราะมันล่วงผ่านมานานปีแล้ว ยังต้องการอะไรอีก

“มันมีผู้หญิงมาด้วยนะย่า” เด็กชายว่า

“หืม?” คิ้วสีดอกเลาขมวดมุ่น

“มันมีอูฐมาสี่ตัว ผู้ชายสี่ ผู้หญิงสี่ มันยังให้เงินข้า ไม่เหมือนผู้ร้ายหรอก นังผู้หญิงหน้าขาว พอได้ยินว่าไม่มีคนชื่อฟาติมะมันก็หน้าซีด”

คำบอกเล่าของหลานชายทำให้ยายฟาติมะคิ้วขมวด สังหรณ์ใจบางอย่างทำให้ออกคำสั่งกับหลานชายให้พานางออกไปยังที่ตั้งของชุมโจร ทั้งที่ร่างกายไม่เอื้ออำนวย

“จะดีหรือย่า” เด็กชายลังเล ทว่าไม่กล้าขัด

 

กองโจรของนบี บุตรชายของยายฟาติมะซุ่มอยู่เบื้องล่างของหน้าผา พร้อมจะทำลายศัตรู ที่เคยตามฆ่าเขากับแม่จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเมื่อสิบกว่าปีก่อน ถ้าไม่มีชาวบ้านที่นี่ผ่านมาช่วยเอาไว้ ป่านนี้เขากับแม่คงกลายเป็นผีเฝ้าทะเลทรายไปแล้ว

จนป่านนี้รามิลยายังตามล้างผลาญไม่เลิก

ผู้หญิงคนนี้ตายไป อัลเลาะห์ก็คงไม่ยอมให้ไปอยู่ด้วย

เสียงฝีเท้าอูฐย่างเหยาะเข้ามาใกล้ นบีส่งสัญญาณให้ลูกทีมเงียบเสียง ทุกคนเตรียมพร้อม ดาบในมือกระชับมั่น พร้อมจะบั่นคอศัตรูที่เข้ามารุกราน

ทันทีที่อูฐสี่ตัวของราจี๊ฟผ่านพ้นเหลี่ยมหน้าผาเข้ามาได้ เหล่ากองโจรก็เฮโลเข้าหา ท่ามกลางความตกใจของคนที่อยู่บนอูฐจนมันเสียขบวน ราจี๊ฟล้วงปืนพกขนาดเหมาะมือออกมาจากเสื้อคลุมที่สวมอยู่ พวกมันยังไม่ทันได้ลงมือ เสียงกัมปนาทกึกก้องจากวัตถุในมือของเขาก็ดังขึ้นต่อกันหลายนัด

ปัง! ปัง!

เขายิงปืนขึ้นฟ้า แต่ไม่อยากทำร้ายใครโดยไม่ถามไถ่ เสียงนั้นยังผลให้ผู้รุกรานหยุดชะงัก นานพอจะทำให้ชายหนุ่มส่งเสียงร้องถาม

+++ โหลดที่นี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #28 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 18:48
    กำลังสนุกเลยค่ะ ลุ้นต่อไป
    #28
    0