DEMON GOD OF DIMENSION จอมเทพอสูรจ้าวมิติ

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 ลูกไฟสีทอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    15 ส.ค. 63

ตอนที่ 4 ลูกไฟสีทอง


"ครืดดด!ครืดดด!"

...ท่ามกลางแสงดาวของค่ำคืนบนดาดฟ้าของเรือสำราญมีเพียงเสียงคืบคลานและลากตัวเองเบาๆให้ได้ยินเท่านั้น แต่เมื่อสิ้นสุดเสียงประกาศของกัปตันประจำเรือ ทุกอย่างบนดาดฟ้าเรือก็กลับสู่ความเงียบสงบ

มีเพียงเสียงของคลื่นทะเลและเสียงของพายุสายฟ้าเท่านั้นที่ยังคงดังก้องกังวานอยู่อย่างไม่ขาดหาย ราสไม่ได้คืบคลานต่อไปอีกแล้ว…

"แปลกนะ?...ทำไมฉันถึงรู้สึกสงบได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่กำลังจะตาย!"

ตอนนี้ ราส เขาไม่ได้คลานต่อไปอีกแล้วเพียงแต่พลิกกายนอนหงายหน้าขึ้นฟ้ามองไปทางเกลียวพายุอย่างสงบ

ตัวเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยอาจเป็นเพราะเกลียวพายุสายฟ้าขนาดใหญ่ที่แลบแปลบปลาบอยู่หรืออาจเป็นเพราะร่างกายของเขาสูญเสียเลือดมากเกินไป แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดเขาหาใส่ใจไม่ เขายังคงจ้องมองไปทางเกลียวพายุสายฟ้าอย่างไม่วางตาเหมือนมันเป็นสิ่งเดียวที่ยังคงอยู่เป็นเพื่อนเขาในวาระสุดท้ายเพื่อส่งเขาไปยังปรโลก

...ราสจ้องมองเข้าไปในเกลียวพายุนั้น ความรู้สึกของเขาประหนึ่งว่าดูฉากการสู้รบของเหล่าบรรดาเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เหนือโลกขึ้นไป กำลังต่อสู้ประหัตประหารกันอย่างต่อเนื่องเสียงดังตูมตาม สายฟ้าสะท้านสะเทือนไปทั่วสวรรค์

เขาอยากนึกขำความคิดของตัวเองอย่างยิ่งที่มองภัยพิบัติทางธรรมชาติไปเป็นการสู้รบของเหล่าทวยเทพไปได้ แต่ในขณะที่เขาจ้องมองไปในเกลียวพายุสายฟ้าอย่างเหม่อลอยอยู่นั้นเอง

"เฟี้ยววว!คลืนนน!"

"ตูมมมมม!"

ลูกไฟขนาดใหญ่ตกลงมาในทะเลไม่ไกลทางทางหัวเรือนักแรงระเบิดนั้นรุนแรงจนเกิดคลื่นขนาดใหญ่
ตัวเรือถูกเหวี่ยงจากแรงของระเบิดเอียงพลิก 45 องศา ผู้คนในห้องโดยสารเรือกระเด็นกลิ้งเกลือกกันไม่เป็นทิศเป็นทาง

ราสซึ่งอยู่บนดาดฟ้าเรือเองก็บินกระเด็นไปชนราวกั้นทางหัวเรือ เขาเองก็ยังพอมีสติแม้จะยังมึนงงอยู่บ้างก็ตาม เขารีบกดตัวแนบกับพื้นและหมอบต่ำ มือทั้งสองข้างพยายามจับราวเหล็กให้แน่นที่สุดในชีวิต

ลูกไฟขนาดใหญ่อีกหลายลูกยังคงพุ่งตกลงมาจากท้องฟ้ากระจัดกระจายตกลงไปในทะเลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ท้องทะเลปั่นปวนยุ่งเหยิงไปหมด เกิดคลื่นสูงหลายสิบเมตร เสียงระเบิดของลูกไฟที่ตกลงสู่ทะเลดังสนั่นหวั่นไหวไปหมด

ราสที่นอนหมอบอยู่ทางใกล้ๆกับหัวเรือเองก็ยังคงมองไปที่เกลียวพายุสายฟ้าและลูกไฟที่พุ่งตกลงมาอยู่ตลอดเวลา….

….แต่ในขณะนั้นเองลูกไฟขนาดใหญ่สีทองพุ่งวิ่งตรงมาจากในเกลียวของพายุสายฟ้า เมื่อลูกไฟพุ่งตรงใกล้เข้ามานั้น ราสถึงกับเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

"แขน!...มันคือแขนข้างหนึ่ง!?"

มันเป็นแขนลักษณะคล้ายกับแขนของมนุษย์แต่มันมีขนาดที่ใหญ่กว่ามากจากมุมมองของ ราส แขนข้างนี้ถูกตัดขาดตั้งแต่ช่วงไหล่ลงมา จากการกะขนาดของเขาแขนข้างนี้ใหญ่กว่าแขนของมนุษย์ทั่วไปประมาณ 20 เท่าหรือประมาณต้นไม้ใหญ่ ขนาด 3-4 คนโอบ ลูกไฟแขนสีทองพุ่งตรงมาทางหัวของเรือสำราญแล้วชนเข้ากับรูปปั้นเทพธิดาแห่งความรุ่งโรจน์เสียงดังสนั่น

"ตูมมมม!!"

แขนขนาดใหญ่ตกลงบนหัวเรือทำให้
รูปปั้นเทพธิดาแห่งความรุ่งโรจน์นั้นพังทลายไปในทันทีหัวของเรือสำราญยุบลงไปเกือบครึ่งของลำเรือ ราสที่อยู่ใกล้ที่สุด กระเด็นกระดอนเกลือกกลิ้งไปหลายตลบ สภาพเขาในตอนนี้นั้นร่อแร่กึ่งเป็นกึ่งตายทันทีกระดูกหักเกือบจะทั่วทั้งตัว

แต่สติและสัญชาตญาณเขายังคงค่อนข้างเด่นชัด เลือดในกายที่กำลังเหือดแห้งลงไปนั้นกลับร่ำร้องอย่างกระตือรือร้นประหนึ่งพบเจอสิ่งที่รอคอยมาเนินนาน….

...แขนขนาดใหญ่นั้นวางพาดอยู่ตรงส่วนหัวของเรือ มีเลือดสีทองหลั่งไหลเจิ่งนองไปทั่ว เลือดสีทองที่ไหลออกมาจากแขนข้างนั้นมีการกัดกร่อนที่สูงมากส่วนของเรือที่สัมผัสถูกกับเลือดสีทองเริ่มกัดกร่อนและละลายลงไปเป็นหลุมเป็นบ่อทันที แม้กระทั่งเหล็กยังละลาย ราส มองค้างและตะลึงงั้นความคิดของเขาว่างเปล่าทันที….

"..นี่!..ฉันจะตาย..แบบแปลกประหลาดอย่างนี้จริงๆนะเหรอ!!"

ขณะนั้นเองแขนขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆกับเขาค่อยๆแบมือออกมา มีลูกบอลแสงสีทองล่องลอยอยู่กลางฝ่ามือ

ฝ่ามือขนาดใหญ่ของแขนข้างนั้นค่อยๆพลักลูกบอลแสงสีทองนั้นลอยมาทางที่ราสนอนนิ่งอยู่

เมื่อลูกบอลแสงสีทองลอยมาถึงตรงหน้าของราส
มันพุ่งตรงเข้าไปที่กลางหน้าอกของเขาทันที เมื่อลูกบอลแสงสีทองเข้าสู่กลางหน้าอกของเขาแล้วนั้นมันเริ่มผสานตัวเองเข้ากับราสทันที อักขระแปลกๆเป็นเหมือนรอยสักสีทอง ปรากฏขึ้นกลางหน้าอกของราส

ราสรู้สึกราวกับโดนเผาไหม้ไปทั่วทั้งตัวความเจ็บปวดใดๆที่เคยประสบมาทั้งชีวิตยังไม่เท่าหนึ่งในร้อยของความเจ็บปวดในครั้งนี้ มันเจ็บปวดซะจนไม่มีเสียงจะร่ำร้อง
ปากอ้าสั่นไหวพะงาบๆ ดวงตารุมร้อนแดงฉาน เลือดข้นสีแดงหลั่งไหลออกทางทวารทั้งเจ็ด
ดวงวิญญาณเหมือนถูกฉีกกระชากกระดูกแหลกเป็นผง เส้นเอ็นขาดสะบั้น กล้ามเนื้อเริ่มแหลกเหลว ผิวหนังหลุดหลุ่ยดำเกรียมและเปียกโชกไปด้วยเลือด รูปลักษณ์ดั่งภูตผีปีศาจจากขุมนรก
ในขณะนั้นแขนสีทองโบกฝ่ามือเบาๆร่างกายของราสค่อยๆลอยมาอยู่เหนือกลางบ่อเลือดสีทองตัวเขาค่อยๆลอย ต่ำลงๆ และจมแช่ลงไปในบ่อของเลือดสีทองจนหมดทั้งตัว

ในขณะที่สติของราสกำลังเลือนลางและหลุดลอยและกำลังจะสลบไปนั้น
ฉากหนึ่งคล้ายกับภาพยนต์สามมิติที่ตัวเขาเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย

มีกองทัพขนาดใหญ่มากมายเหลือจะนับไหว มีทั้งอมนุษย์ สัตว์ยักษ์แปลกประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นอยู่มากมาย
ทั้งบนพื้นดินและบินอยู่บนท้องฟ้า กำลังต่อสู้กันชุลมุนวุ่นวาย

เพื่อกำลังแย่งชิงกันเพื่อเข้าไปใจกลางเขตของลำแสงสีทองขนาดใหญ่

ในเขตพื้นที่สีทองแห่งนั้นมีเจดีย์สูงตะหง่านตั้งอยู่ตรงใจกลางของลำแสงสีทองเป็นดั่งพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์แล้วสติของราสก็ค่อยๆดับวูบลง….

ตัวเขาที่ยังคงแช่อยู่กลางบ่อเลือดสีทองนั้นร่างกายของเขาเริ่มจะดูดซับเลือดสีทองดั่งฟองน้ำที่แห้งดูดซึมเลือดสีทองอย่างหิวกระหาย

ไขกระดูกเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่เป็นสีทองแวววาว เริ่มสร้างและประสานกระดูกเชื่อมต่อกัน เส้นเอ็นเส้นเลือดกล้ามเนื้ออวัยวะภายในต่างๆสร้างเสริมเชื่อมต่อกันใหม่ทั้งหมด บาดแผลภายนอกของเขาเริ่มสมานกันผิวหนังผลัดเปลี่ยนเผยผิวหนังเนียบเรียบลื่นดังผิวของทารก เส้นผมสีดำเข้มมันวาว ดวงตาเป็นสีฟ้าดังเดิมแต่แก่นในดวงตามีสีทองประกายปนอยู่จางๆ

บ่อเลือดสีทองแห้งเหือดไปเกือบหมดแขนยักษ์สีทอง ชะงักงันเล็กน้อยก่อนที่จะมีดวงไฟสีทองลอยออกมาเหมือนจับจ้องไปทางร่างกายของราสที่นอนอยู่

"..ไม่คิด..เลยว่า….ใน..ที่..สุด…
หรือว่า...มันคือโชคชะตากัน..?!!"

ดวงไฟวิญญาณสีทองพึมพำในภาษาที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
ครู่ต่อมาแขนยักษ์สีทองทำสัญลักษณ์มือแปลกๆอีกครั้งเลือดสีทองไหลออกมาจากแขนยักษ์สีทองข้างนั้นอย่างรวดเร็ว เลือดสีทองไหลไปทางที่ราสนอนเหยียดยาวอยู่ ขณะเดียวกันแขนยักษ์ก็ค่อยๆหดตัว
เล็กลง ๆ ดวงไฟวิญญาณสีทองสีก็เริ่มเปลี่ยนไปค่อยๆมีสีที่ซีดลงเช่นเดียวกัน

"...เมื่อ..พบเจอ..ข้าจะมอบของขวัญชิ้นสุดท้ายให้เจ้า...ไว้ด้วย.."

ดวงไฟวิญญาณสีทองเคลื่อนไหวส่ายไปมาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วปรากฏลำแสงสีทองเข้มพุ่งตรงไปยังกลางฝ่ามือของราส กลางฝ่ามือขวาของราสปรากฏวงเวทย์มีอักขระยึกยือดูแล้วไม่รู้เรื่องเรืองแสงขึ้นมาแล้วจางหายเข้าไปในใจกลางของฝ่ามือ….

ผ่านไปเกือบชั่วโมงมือยักษ์สีทองสูญสลายหายไปหมดแล้ว คงเหลือแต่แอ่งเลือดสีทองที่ร่างกายของราสยังคงดูดซับอย่างต่อเนื่อง ดวงไฟวิญญาณสีทอง ก็จางลงไปจนแทบจะสลายหายไปได้ในทุกวินาที ดวงไฟวิญญาณสีทอง เหลือบมองมาที่
ราสอีกครั้ง มีรอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่มีหนวดขาวของดวงไฟวิญญาณสีทอง แล้วมันก็สูญสลายหายไป…….


………….

จบบท
โดย:เสียงกล่อมของแมลง

…...







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #6 MiniLeviathan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 16:47

    น่าติดตาม

    #6
    0
  2. #5 xzerox2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 06:53
    สนุกครับผม
    #5
    0