DEMON GOD OF DIMENSION จอมเทพอสูรจ้าวมิติ

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 กายาศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    16 ส.ค. 63

ตอนที่ 5 กายาศักดิ์สิทธิ์


"…..ที่นี่..ปรภพยังงั้นหรือ...ฉันตายแล้วใช่ไหม.?."

ราสยืนอยู่บนชายหาดอันขาวสะอาดเม็ดทรายละเอียดนั้นทำให้รู้สึกนุ่มสบายเท้าเป็นอย่างมาก คลื่นทะเลสงบ ลมพัดเอื่อยๆแผ่วเบา เขายืนหลับตาสูดลมหายใจลึกๆอย่างผ่อนคลาย

"ความตายงั้นรึ!...มันช่างสงบดีเหมือนกันนะ...ฉันแค่...ยังเป็นห่วงแม่อยู่เท่านั้น...แม่จะเสียใจขนาดไหนเมื่อรู้ว่า...ฉันตาย..แล้วยังทุกคนที่บ้านอีก..." ราสตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง

" สวัสดี..หนุ่มน้อย..."

ขณะนั้นเองมีชายชราแต่งตัวแปลกๆ ปรากฏตัวขึ้น และยืนอยู่ไม่ไกลจาก
ราสมากนัก ชายชราคนนี้มีผมสีดำแซมสลับกับสีขาวหนวดเครายาวขาวโพลน แต่งตัวด้วยผ้าดิบสีขาวมีผ้าคลุมไหล่สีทองโบกพลิ้วไหวอยู่ด้านหลังเมื่อมองรวมๆแล้วเขาเป็นชายชราที่ดูค่อนข้างใจดีแต่ดูผึ่งผายและสง่างามไปในตัว ยืนส่งยิ้มและมองเขาอย่างพิจารณาอยู่

"สวัสดีครับ!..คุณ..เอ่อ..คุณเป็นยมทูต..หรือเปล่าครับ?..." ราสถามแบบติดๆขัดๆ

"โอ้วว!...ไม่ไม่..เจ้ายังไม่ได้ตายหรอก
เราแค่ต้องคุยกันสักครู่...อีกอย่างข้าก็...คงอยู่นานนักไม่ได้.."
ชายชรายิ้มให้เขาเล็กน้อยขณะที่พูด

"ยังไม่ตาย!..แล้วผม...ที่นี่..แล้วผมอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?..." ราสค่อนข้างจะตกตะลึงเล็กน้อย

"เรื่องนั้น..ช่างมันก่อนเถอะ ข้าแค่อยากคุยกับเจ้าสักเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งนั้น "
ชายชราชี้ไปที่หน้าอกของราส

ราสก้มลงมองตามนิ้วของชายชราเมื่อเขามองดูที่หน้าอกของตัวเองปรากฏว่าตอนนี้เขาถอดเสื้ออยู่ตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบได้

ซ้ำที่หน้าอกของเขายังมีรอยสักเรืองแสงสีทองส่องสว่างออกมา เมื่อเขามองดูดีๆ รอยสักนี้มีรูปลักษณ์คล้ายห้วงจักวาลซึ่งรายล้อมไปด้วยหมู่ดาว ด้านนอกมีอักขระคล้ายอักษรโบราณซึ่งตัวเขาเองดูแล้วไม่เข้าใจหมุนวนอย่างช้าๆเป็นรูปวงกลมรอบๆรอยสักสีทองตลอดเวลา

"สิ่งนั้น..เป็น..เอาเถอะมันคงจะยุ่งยากและเกินขอบเขตความเข้าใจของเจ้าหากให้อธิบายอย่างละเอียดในตอนนี้ สิ่งนั้นข้ามอบให้เจ้าตอนนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเจ้าแล้ว เจ้าสามารถควบคุมมันได้ ลองใช้จิตสำนึกควบคุมมันให้ไม่ปรากฏออกมาดู

ราสลองใช้จิตสำนึกสัมผัสกับรอยสักสีทองกลางหน้าอกของเขาทันที
ความรู้สึกนั้นเหมือนกับรอยสักนี้ประสานกลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของรางกายเขา เขาทดลองตามคำบอกของชายชรา กำหนดจิตให้มันไม่ปรากฏขึ้นมา รอยสักสีทองนั้นค่อยๆเลือนหายไปจากผิวที่หน้าอกของเขาจนเป็นผิวปกติไม่มีแม้ร่องรอยใดๆเหลืออยู่เลยแต่ยังคงรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ และเมื่อเขาลองส่งจิตสำนึกกระตุ้นมัน มันก็ปรากฏออกมาในทันที

"สิ่งนี้! คืออะไรกันแน่หรือครับผู้อาวุโส " ราสถามขึ้นทันทีหลังจากทดลองทำอยู่หลายรอบ

"สิ่งนี้นะหรือ!….อธิบายง่ายๆละกันนะมันเป็นส่วนหนึ่งของวิชาเทวะซึ่งมันเป็นผลมาจากการฝึกฝนและบ่มเพาะวิชาเทวะจนไปถึงระดับนึง จึงจะปรากฏขึ้นมาได้ ส่วนที่ว่าทำไมข้าถึงส่งมอบให้แก่เจ้านั้น…..

ถือว่าเป็นโชคชะตาก็แล้วกันนะ แต่ในขณะนี้เจ้าไม่มีพลังเทวะเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา แม้กระทั่งวิชากึ่งเทวะหรือแค่วิชาเซียนเจ้ายังไม่สามารถจะใช้ได้เลย ฉะนั้นตราสัญลักษณ์นั้นเจ้าจึงไม่สามารถใช้พลังของมันได้เลย
แต่เจ้าก็ยังคงสามารถใช้ความสามารถบางประการของมันได้อยู่"

ชายชรากล่าวอธิบายกับราสอย่างช้าๆ

" วิชาเทวะ ? พลังแห่งเทพ? ใช้ความสามารถได้บางอย่าง?.."

ราสในตอนนี้ค่อนข้างสับสน เขาก้มมองที่รอยสักสีทองบนหน้าอกของเขา และหันไปมองรอบๆตัวอีกหลายครั้ง เขาคิดว่าเขาฝันอยู่หรือเปล่า เพราะมันไม่มีเหตุผลใดๆรองรับกับเรื่องแบบนี้

"เอาเถอะ...ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไร แต่ข้าไม่มีเวลามากนัก ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังง่ายๆพอเข้าใจได้
ตราสัญลักษณ์เทวะอันนั้น ความสามารถที่เจ้าจะใช้ได้ตอนนี้ก็คงจะเป็นการเชื่อมต่อมิติกระมั้ง ถ้าพูดตามภาษาของพวกเจ้า ซึ่งการเชื่อมต่อมิตินั้น มันต้องใช้สื่อในการสร้างโลกมิติ ข้าจะยกตัวอย่างให้ฟัง เช่นหนังสือเล่มหนึ่งอาจจะเป็นหนังสืออะไรก็ได้ แต่ต้องมีเรื่องราวของตัวมันเอง มีผู้ศัทธาในตัวหนังสือหรือก็คือมีผู้ที่อ่านเป็นจำนวนมาก เจ้าสามารถใช้ ตราสัญลักษณ์เทวะ นั้นเชื่อมต่อกับตัวของหนังสือเล่มนั้นๆได้ แต่เจ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหา หรือทำให้เหตุการณ์สำคัญๆในเนื้อหาของหนังสือนั้นๆ เปลี่ยนไปได้หากเจ้าทำเจ้าจะติดอยู่ในนั้นตลอดกาล หรือต้องแก้ไขให้เหตุการณ์กลับสู่เนื้อหาของมันที่ควรจะเป็น " ชายชราอธิบาย

"อ้าว!..แล้ว..ผมจะเข้าไปในหนังสือทำไมงั้นหรือครับ ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ?" ราสไม่เข้าใจมันไม่มีเหตุผลเอาซะเลยสำหรับเขา

"เจ้านี่มัน!!..เฮ้อ... เอาล่ะข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง ในเมื่อข้าก็ทำหลายๆสิ่งให้เจ้าไปแล้วข้าจะช่วยเจ้าอีกสักหน่อยก็ล่ะกัน " ชายชราค่อนข้างหงุดหงิดเล็กน้อย

"ฟังนะ ตราสัญลักษณ์เทวะนี้ใช้เชื่อมต่อกับ มิติอื่นได้ดังเช่นในหนังสือดังที่ข้าบอกไป มันมีไว้เพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของได้ฝึกฝนเพื่อเพิ่มความสามารถ แต่ขั้นตอนการใช้ก็ต้องสิ้นเปลืองพลังงานแห่งจิตวิญญาณพอสมควร แต่เรื่องพวกนี้ไม่น่าห่วงอะไร
พลังงานแห่งจิตวิญญาณนั้นมันก็มีลักษณะการฝึกฝนและใช้งานเหมือนพลังทางกายภาพนั้นแหละ

เพียงแต่พิภพนี้หรือโลกของเจ้าไม่รู้และไม่เข้าใจในการฝึกฝนเท่าที่ควร และการใช้พลังงานทางจิตวิญญาณนั้นเมื่อเจ้าใช้หมดไปแล้วเจ้าก็สามารถพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูมันให้กลับมาเหมือนเดิมได้ เสมือนเจ้าออกวิ่งจนหมดกำลังและต้องพักผ่อนเท่านั้นเอง

ในมิติเวลาพิเศษนั้นเจ้าสามารถควบคุมเวลาให้มีส่วนต่างกันได้ ดังเช่นเจ้ากำหนดให้เวลาในมิติพิเศษของหนังสือเล่มหนึ่งที่เจ้าควบคุมนั้นให้มีเวลา 10 วันเท่ากับโลกภายนอก
1 วันเช่นนี้เป็นต้น

แต่เมื่อเจ้าเข้าไปอยู่ในมิติพิเศษนั้นร่างกายภาพของเจ้า อายุของเจ้า จะไม่เพิ่มขึ้นมันจะยังคงเป็นตามปกติเวลาของโลกมิตินี้
แต่การบ่มเพาะ วิชายุทธ์หรือกระทั่งพลังแห่งจิตวิญญาณจะเพิ่มตามการฝึกฝนของเจ้าตามขั้นที่เจ้าสามารถฝึกฝนได้ เพราะมิตินี้เป็นมิติพิเศษสำหรับการฝึกฝน และเจ้าไม่สามารถนำสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของนอกกายใดๆเข้าหรือออก จากมิติพิเศษแห่งนี้ได้
มันเป็นข้อจำกัด เว้นเสียแต่ว่า…."

ชายชราหยุดและจ้องมองไปทางราสที่กำลังอ้าปากค้างมึนงงอยู่ในตอนนี้

เมื่อชายชราหยุดพูดและจ้องมองมาทางเขา ราสก็ได้สติคืนและกล่าวอย่างอายๆว่า

"เชิญผู้อาวุโสพูดต่อเลยครับ เว้นเสียแต่ว่า อะไรงั้นหรือครับ?"

ชายชรามองไปทางราสและยกมือขึ้นช้าๆ แขนขวาของราสหงายขึ้นตราสัญลักษณ์อีกอันปรากฏขึ้นที่กลางฝ่ามือของเขา แต่ตราสัญลักษณ์อันนี้มีลักษณะคล้ายๆกับรูปดาวหกแฉก

"นั้นคืออุปกรณ์ระดับเทวะขั้นสูง…
แต่ตอนนี้มันเสียหายค่อนข้างมากคงต้องใช้เวลา และสิ่งของบางอย่างสำหรับซ่อมแซมมัน อุปกรณ์ชิ้นนี้มันคืออุปกรณ์พื้นที่ เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของเจ้าโดยตรง มันผสานกับเจ้าตอนกำเนิดใหม่….อืม...ข้ากำลังจะบอกว่าจริงๆแล้วร่างกายเดิมของเจ้านั้นสูญสลายไปแล้ว...แต่ด้วยสายเลือดระดับเทวะของแขนสีทองที่เจ้าเห็นนั่น สายเลือดนั้นมัน…..

เจ้าที่เกือบจะตายไปแล้วจึง
สามารถสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ ร่างกายที่ก่อกำเนิดขึ้นจากเลือดระดับเทวะนั้นจึงทำให้ตัวเจ้านั้นเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์ส่วนเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์ระดับไหนนั้นข้าไม่สามารถตรวจสอบให้ได้แต่ขั้นต่ำน่าจะเป็น
กายาศักดิ์สิทธิ์กึ่งเทวะขึ้นไป จริงๆแล้วแต่เดิมกายาของเจ้าก็เป็นกายาศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นแค่กายาศักดิ์สิทธิ์ระดับปฐพีขั้นกลางเท่านั้นเอง ซึ่งในหมู่ผู้ฝึกตนในโลกมิติของเจ้าก็ยังมีพวกกายาศักดิ์สิทธิ์อยู่ค่อนข้างมากอยู่แต่ก็แค่ระดับทั่วๆไป

ส่วนกายาศักดิ์สิทธิ์เดิมของเจ้า
เมื่อเทียบกับกายาใหม่ของเจ้าตอนนี้นั้น อย่าเอามาเปรียบกันเลยดีกว่า ถึงแม้ว่าร่างกายของเจ้าจะเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงที่ยังไม่แน่ชัด
แต่มันก็พึ่งกำเนิดใหม่เมื่อเทียบกับชาวมิติขั้นสูงอื่นๆนั้นเจ้าเสียเปรียบอย่างมากเพราะโลกมิติของเจ้านั้นพลังงานธรรมชาติและพลังจิตวิญญาณต่ำตมอย่างยิ่งหากถึงเวลาต้องรบ….

...เรื่องนั้นพักเอาไว้ก่อน เรามาพูดถึงอุปกรณ์ที่อยู่ในมือของเจ้า อุปกรณ์มีชื่อเรียกว่า ดาวมิติ มันมีจิตวิญญาณในตัวของมันเอง ตอนนี้มันคงยังเข้าสู่ภาวะจำศีลอยู่เนื่องจากข้าพึ่งตัดพันธะสัญญากับมัน เมื่อมันตื่นมันมันจะจดจำเจ้าในฐานะเจ้านายแห่งพันธะสัญญา

ความพิเศษของเจ้าดาวมิตินี้มันมีพื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่ซึ่งเจ้าสามารถนำสิ่งของข้างในติดตัวไปได้ทุกที่ แต่ก็ไม่สามารถนำสิ่งมีชีวิตเข้าไปได้เช่นกันในตอนนี้ เนื่องจากมันยังเสียหายอยู่ และจิตวิญญาณแห่งดาวมิตินี้ มันยังมีความสามารถพิเศษอีกหลายอย่างแต่เจ้าคงต้องรอมันตื่นจากภาวะจำศีลและผูกพันธะสัญญาทางวิญญาณซะก่อนแล้วค่อยสอบถามจากมันเอา

และสุดท้ายนี้ข้าเองก็มีเรื่องที่อยากจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าเช่นกัน
แต่....


...ในตอนนี้คงยังไม่ถึงเวลาข้ามีข้อความบางอย่างฝากไว้ให้เจ้าผนึกอยู่ในพื้นที่เก็บของในเจ้าดาวมิตินั้นหล่ะแต่ว่า...ระดับการฝึกฝนของเจ้าต้องไปถึงระดับที่ข้ากำหนดไว้ซะก่อน หากว่าชั่วชีวิตของเจ้าไม่สามารถ เปิดผนึกข้อความนั้นได้ก็ไม่เป็นไร….


ข้า..ก็..ขอให้เจ้ามีชีวิตที่ดีนะ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วข้าคงตอนไปก่อนวันหนึ่งหวังว่าคงได้พบเจอเจ้าอีก….."

ชายชราจ้องมองที่ราสแล้วยิ้มให้บางๆก่อนหมุนตัวค่อยๆจางหายไป

"เดี๋ยว...ผู้อาวุโส..เดี๋ยวก่อนครับ..ท่าน..ผมอยากทราบนามผู้อาวุโส ท่านมีนามอะไรหรือครับ"

ราสตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชายชรากำลังจะจากไป

"..เอาไว้..ถ้าเจอกันอีกครั้ง..ข้าจะบอกเจ้า.."

เมื่อจบคำพูด ร่างของชายชราก็เลือนหายไป…..

……………..

จบบท
โดย:เสียงกล่อมของแมลง









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น