DEMON GOD OF DIMENSION จอมเทพอสูรจ้าวมิติ

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 13 อักขระวิชา "เทพอสูรมิติ"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

ตอนที่ 13 อักขระวิชา "เทพอสูรมิติ"


"บ้าเอ้ย!!.."

ราสรีบพุ่งตัวออกไปจับแขนของทั้งสามคนหนีบไว้กับแขนของเขาทันที
แรงดึงดูดของพื้นที่หลุมดำเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ราสรีบลากตัวทั้งสามคน ออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
เขาลากทั้งสามคนออกต่อไปอีกค่อนข้างไกลจากหลุมนั้น หลังจากเขาออกห่างจากหลุมประหลาดนั้นมาไม่นาน

"เปรี๊ยะๆ!! "

"คลืนนนน!!"

บริเวณหลุมนั้นยุบตัวหายไปอย่างรวดเร็ว เกิดประกายคล้ายไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบไปทั่วบริเวณ และดินข้างๆหลุมก็ทรุดตัวลงกลบหลุมดิน ดูแล้วเหมือนโดนระเบิดหน้าดินหายไปค่อนข้างกว้าง ราสหันมามองกลุ่มเด็กวัยรุ่นทั้งสามคนอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าคนทั้งสามยังหายใจปกติดีอยู่ ราสจึงรีบเลี่ยงหลบออกไปทันทีและปล่อยพวกเขาทิ้งไว้ตรงนั้นเพื่อให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไปตามบทที่ควรจะเป็น

เขาเดินไปในป่าลึกเข้าไปอีกเล็กน้อยและรีบนั่งลงเพื่อปรับลมหายใจในทันที เพราะตอนนี้ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังที่ดูดซับมาจนเขารู้สึกอึดอัด ถ้าไม่ใช่เพราะกายาศักดิ์สิทธิ์เทวะ เขาอาจบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเนื่องจากทะเลแห่งจิตวิญญาณฉีกขาด

"นายท่าน ตอนนี้นายท่านต้องเริ่มฝึกฝนบ่มเพาะ พลังแห่งจิตวิญญาณเป็นอันดับแรกก่อน เพื่อแปลเปลี่ยนพลังงานทั้งหมดที่สะสมในทะเลจิตวิญญาณทั้งหมดให้เป็นของนายท่าน อย่างแท้จริง ท่านจึงจะสามารถควบคุมและใช้งานมันได้อย่างอิสระ "

ดาวน้อยอธิบายให้เขาฟัง แต่ราสยังไม่เข้าใจเขาจึงถามขึ้น

"แล้วฉันจะเริ่มยังไง? แบบไหนคือบ่มเพาะจิตวิญญาณกันล่ะ "

ราส สับสน สิ่งที่ดาวน้อยพูดมาเขาพึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก เขาเคยดูหนังกำลังภายในมาบ้าง มันก็มีเพียงแต่
การฝึกวิชายุทธ์และกำลังภายในฝึกฝนร่างกายและลมปราณเท่านั้น เช่น กระบี่ดาวตก ฝ่ามือยูไล ฝ่ามือพิชิตมังกร วิชาดรรชนี อะไรทำนองนั้น แต่ฝึกฝนบ่มเพาะ จิตวิญญาณเขาไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน

"มันก็คือ...เอ่อ..ในพื้นที่มิติน่าจะมีวิชาบ่มเพาะที่ !!....ที่นายท่านคนก่อนทิ้งเอาไว้ กองผลึกใสที่มีอักขระหน่ะเจ้าค่ะ ดาวน้อยจะเลือกให้นะเจ้าค่ะ"

ดาวน้อยเลือกผลึกที่มีอักขระสีทองสภาพเก่าแก่ส่งมาให้กับเขาหนึ่งแผ่นแล้วเธอก็กล่าวอีกว่า

"วิชาบ่มเพาะจิตวิญญาณนี้น่าจะเหมาะกับนายท่านที่ได้รับตราสัญลักษณ์เทวะมิติตรงหน้าอกของนายท่านนะเจ้าค่ะ วิชาบ่มเพาะจิตวิญญาณนี้ชื่อว่า ' วิชาเทพอสูรมิติ ' วิชานี้นายท่านคนก่อนได้มาจากห้วงจักวาลบรรพโกลาหลอันเก่าแก่ที่หนึ่ง พร้อมกับตราสัญลักษณ์บนหน้าอกท่าน นายท่านคนเก่าเคยคิดที่จะผสานตราสัญลักษณ์เทวะมิตินี้ กับตัวของท่านเองแต่มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนใจ ซึ่งเรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบ...ว่าเพราะเหตุใด"

ดาวน้อยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด แล้วเธอจึงกล่าวขึ้นทันทีหลังจากนั้นไม่นาน

"นายท่านรีบศึกษาเถอะเจ้าค่ะ หากปล่อยไว้แบบนี้นานๆ ทะเลแห่งจิตวิญญาณนายท่านอาจบาดเจ็บได้ ส่งพลังจิตวิญญาณเข้าไปที่แผ่นผลึกใสเพียงเท่านั้นเองเจ้าค่ะ "

ราสส่งกระแสพลังจิตวิญาณเข้าไปที่ผลึกใสทันที เมื่อได้รับพลังแห่งจิตวิญญาณของราส ผลึกใสตอบรับและส่งอักขระสีทองบนแผ่นผลึกเข้ามาในทะเลจิตวิญญาณของเขาทันที ตัวอักขระเหล่านั้นวิ่งวนรวมกันตรงกลางค่อยๆหมุนวนเป็นพายุขนาดใหญ่ หมุนวนคลอบคลุมไปทั่วทะเลแห่งจิตวิญญาณของราสอย่างบ้าคลั่งแสดงอำนาจเหมือนว่าสถานที่นี้เป็นของมันแต่เพียงผู้เดียว ผ่านไปครู่ใหญ่พายุอักขระค่อยๆสงบลงและก่อตัวเป็นดวงจิตสีทองดวงหนึ่งรวมกันอยู่ตรงกลางทะเลแห่งจิตวิญญาณ ความรู้สึกอึดอัดที่เหมือนร่างกายจะระเบิดค่อยๆหายไป ราสรู้สึกสบายตัวขึ้นมากเขาจึงสูดลมลึกและถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"แคร๊กกก!!"

ทันใดนั้นผลึกใสที่เขาถืออยู่ก็ป่นกลายเป็นผงสลายหายปลิวไปกับสายลม

"ห๊ะ!! เกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ"
ราสสะดุ้งตกใจรีบถามดาวน้อยทันที

"จิตวิญญาณของวิชาผสานร่วมกับนายท่านอย่างสมบรูณ์เจ้าค่ะ สื่อที่เก็บของวิชาจิตวิญญาณจึงป่นสลายไป เพราะว่าไม่มีตัวอักขระวิชาและจิตของวิชาคงเหลืออยู่อีกแล้ว "

ดาวน้อยอธิบาย

"แล้วถ้าวิชามันไม่สามารถยอมรับหรือผสานรับกับฉันล่ะจะเกิดอะไรขึ้น"

ราสสับสนเล็กน้อยจึงถามต่อ

"ปกติการศึกษาวิชาบ่มเพาะจิตวิญญาณคนที่พอมีความสามารถหรือพลังจิตวิญญาณจะสามารถฝึกวิชาบ่มเพาะได้เพียงวิชาเดียว เราเลือกวิชา วิชาก็เลือกเรา โดยทั่วไปผู้ที่จะฝึกวิชาก็จะส่งกระแสพลังจิตวิญญาณอ่อนๆเพื่ออ่านข้อมูลวิชา และรับการทดลองร่วมผสานกับวิชาที่แผ่นผลึกใสหรือสื่อที่เก็บจิตวิชา หากเข้ากันได้จึงค่อยเปิดทะเลแห่งจิตวิญญาณเพื่อทำการผสานอย่างสมบรูณ์ แต่หากทดลองผสานที่แผ่นผลึกเบื้องต้นแล้วไม่สามารถเข้ากันได้หรือเข้ากันได้น้อย และยังฝืนเปิดทะเลแห่งจิตวิญญาณบังคับให้อักขระวิชาเข้ามาผสาน อาจโดนตัววิชาที่ไม่สามารถผสานกันได้สำเร็จสะท้อนกลับทำให้บาดเจ็บในทะเลจิตวิญญาณ และอักขระจะกลับคืนสู่สื่อที่เก็บวิชาหรือผลึกใส และผู้ที่บาดเจ็บจากการผสานวิชาไม่สำเร็จต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน บางทีผลกระทบจากการบาดเจ็บของทะเลจิตวิญญาณอาจทำให้คนผู้นั้นสติไม่สมประกอบไปเลยก็เป็นได้ แต่คงไม่มีใครที่เปิดทะเลจิตสำนึกทันทีโดยไม่ศึกษาหรือทดสอบการผสานวิชาก่อนหรอกเจ้าค่ะ ถ้ามีก็คงโง่งี่เง่าเกินไปแล้วเจ้าค่ะ "

"......."

"เจ้าไม่บอกข้าจะรู้เรื่องพวกนี้ไหมล่ะ"
ราสบ่นพึมพำในใจไม่กล้าพูดออกไปกลัวจะเป็นคนโง่งี่เง่าอย่างที่ดาวน้อยพูด

"แล้วฉันต้องทำยังไงต่อล่ะ " ราสถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย

"นายท่านสามารถฝึกดวงจิตวิญญาณค่อยๆควบคุมมันผ่านอักขระวิชาให้ดูดซับพลังงานในทะเลจิตวิญญาณที่นายท่านดูดซับมาตามขั้นของหลักวิชาได้ ตอนนี้ในทะเลจิตวิญญาณของนายท่าน น่าจะมีพลังงานจิตวิญญาณอย่างมากแต่ท่านไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่
เปรียบเหมือนท่านมีทะเลสาปกว้างใหญ่มีน้ำมากมาย แต่ท่านมีแค่สองมือ แม้ท่านอยากจะใช้ประโยชน์จากน้ำในทะเลสาปมากเพียงใดท่านก็สามารถใช้ได้เพียงแค่สองมือนั้นตักไปใช้เท่านั้น ต่อให้ท่านมีทะเลแห่งจิตวิญญาณที่กว้างใหญ่เพียงใดก็ไร้ประโยชน์ แต่วิชาบ่มเพาะจิตวิญญาณเปรียบดังเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการตักน้ำซึ่งแต่ละวิชาประสิทธิภาพจะแตกต่างกันออกไปตามระดับของวิชา และวิชาของนายท่านนั้นถือว่าเป็นวิชาของมหาเทพโบราณยุคบรรพโกลาหล จากที่นายท่านคนเก่าบอกเล่าให้ข้าฟัง และตัวนายท่านจะฝึกสำเร็จถึงขั้นไหนก็คงแล้วแต่นายท่านแล้วละเจ้าค่ะ"

ดาวน้อยอธิบายอย่างช้าๆเพื่อให้ราสเข้าใจมากขึ้น

"แล้วอย่างวัยรุ่นทั้งสามคนนั้นเขาไม่ต้องใช้วิชาเพื่อฝึกฝนงั้นหรือ จากเนื้อเรื่องในหนังสือเขาก็สามารถใช้พลังจิตทำสิ่งต่างๆได้ "

ราสยังคงถามต่อไปเพื่อให้ตัวเองเข้าใจในหลัก ของพลังจิตวิญญาณมากขึ้น

"ก็อย่างที่ดาวน้อยบอกไปนะแหล่ะเจ้าค่ะ อย่างเด็กวัยรุ่นทั้งสามคนนั้นก็น่าจะได้รับพลังแห่งจิตวิญญาณมาบ้าง อาจจะมากหรือน้อยตามกำลังของแต่ละคนที่สามารถดูดซับได้ อย่างมากพลังจิตวิญญาณของพวกเขาคงเทียบเท่าได้กับบ่อน้ำเล็กๆ คงเทียบกับนายท่านไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็สามารถใช้พลังจิตวิญญาณได้ในระดับหนึ่งถ้าฝึกฝน ตามที่นายท่านถาม ถ้าไม่มีวิชาบ่มเพาะจิตวิญญาณก็สามารถใช้ได้แต่ก็ใช้ได้แค่ ยก,เคลื่อนย้ายและผลักออกเท่านั้นเองเจ้าค่ะ ไม่สามารถใช้อำนาจพิเศษอื่นๆได้
อย่างเช่น ไฟ,น้ำแข็ง,ลม,สายฟ้า อะไรทำนองนี้พวกเขาใช้ไม่ได้เนื่องจากไม่มีวิชาบ่มเพาะจิตรองรับ มันจึงถือว่าไม่มีอะไรพิเศษมากนัก
ก็อย่างที่ดาวน้อยบอก คนไม่ได้ฝึกวิชาจิตวิญญาณ ก็เปรียบดังใช้มือตักน้ำต่อให้ฝึกจนชำนาญยังไงก็ตักน้ำใช้ได้แค่สองมือเท่านั้น
แต่หากนายท่านแค่เริ่มฝึกวิชาบ่มเพาะจิตวิญญาณต่อให้ยังไม่สำเร็จขั้นต้นพวกเขาก็สู้นายท่านไม่ได้แม้แต่น้อยต่อให้พวกเขาทั้งสามคนช่วยกันก็ไม่มีผล แล้วยิ่งถ้านายท่านสามารถฝึกได้ในระดับขั้นต้นของวิชาได้สำเร็จนายท่านก็สามารถใช้อำนาจวิเศษได้ทันที เช่นใช้คาถาอาคม ใช้พลังแห่งธาตุต่างๆเป็นต้นซึ่งอำนาจวิเศษของแต่ละวิชาจะไม่เหมือนกัน และวิชาของนายท่านดาวน้อยก็ไม่รู้ว่าอำนาจวิเศษขั้นต้นคืออะไร "

ราสเริ่มเข้าใจมากขึ้นหลังจากที่ฟังดาวน้อยอธิบายมายืดยาว
การใช้พลังอำนาจจิตวิญญาณก็คงเหมือนการใช้คาถาอาคมของไทย เมื่อฝึกจนมีพลังจิตสมาธิมากขึ้น สามารถใช้คาถาต่างๆได้เช่น กำบังหายตัว สะกดให้หลับ อยู่ยงคงกระพัน หรือกระทั่งอาคมสายดำหรือเดรัจฉานวิชาเช่น เสน่ห์ยาแฝด เรียกภูตผีไปทำร้ายคน หรือเสกสิ่งของต่างๆเช่นหนังควายหรือตะปูไปเข้าท้องศัตรูเป็นต้น
แต่การฝึกฝนเรื่องพวกนี้นั้นยากมากมันจึงสูญหายไปตามกาลเวลา เหลือแต่เรื่องเล่ากันต่างๆนานา ซึ่งตัวเขาที่เคยได้ฟังเรื่องพวกนี้ เขาก็ไม่เชื่อเนื่องเพราะมันไม่มีให้เห็นว่ามีคนฝึกหรือกระทำได้ มีแต่เรื่องเล่าขาน วันนี้เขาจึงเข้าใจการจะใช้อาคมพวกนั้นได้อย่างน้อย ต้องเปิดพลังจิตวิญญาณให้ได้ซะก่อน คืออย่างน้อยต้องมีแหล่งพลังงานก่อน ไม่อย่างนั้นต่อให้ท่องคาถาจน น้ำลายแห้งก็ไม่มีผล เหมือนดังเราอยากใช้น้ำล้างหน้า ต่อให้พูดหรือตะโกนอย่างไรก็ไม่ได้ล้างหน้า เพราะเราไม่มีน้ำจะให้ใช้นั่นเอง

นักบวชหรือผู้บำเพ็ญเพียรในทางจิตส่วนมากจึงนิยมปลีกวิเวกเข้าป่าลึกเพื่อฝึกฝนสมาธิจิตวิญญาณเพราะในธรรมชาติยังคงมีพลังจิตวิญญาณอยู่มากกว่าตามตัวเมืองหรือที่ชุมชน ทำให้การฝึกฝนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและง่ายกว่าฝึกฝนในที่ ที่มีพลังจิตวิญาณน้อย แต่ผู้ที่ฝึกฝนของชาวเอเชีย ส่วนใหญ่จะเป็นพระนักบวช หรือฤษีผู้บำเพ็ญพรต ส่วนมากพวกท่านเหล่านั้นจะฝึกจิตเพื่อการหลุดพ้นซะส่วนใหญ่ และวิชาของพวกท่านนั้นเป็นสายขาวหรือวิชาทางธรรม แต่ในตำนานก็ยังกล่าวถึงว่าพวกท่านเหล่านั้นก็สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ วิชาที่แพร่หลายและสืบทอดกันมานั้นมีหลากหลายวิชา แต่หลักๆที่เห็นยังมีผู้ฝึกกันอยู่ก็คือ
วิชาสาม และอภิญญาห้า ส่วนสายดำจะเป็นไปทางพ่อมดหมอผีซะส่วนใหญ่


"งั้นตอนนี้ฉันควรเริ่มฝึกเลยหรือเปล่า" ราสถามดาวน้อย

"นายท่านควรพักผ่อนก่อนนะเจ้าค่ะ เพราะตอนนี้จิตวิญญาณและร่างกายของนายท่านค่อนข้างเหนื่อยล้าจากการดูดซับพลังของเศษชิ้นส่วนแกนดาวและพึ่งจะผสานกับอักขระวิชา ควรฟื้นฟูร่างกายและจิตวิญญาณให้อยู่ในสภาพสมบรูณและปลอดโปร่งจึงจะดีต่อการฝึกฝนมากที่สุด ส่วนดาวน้อยเองก็ต้องเข้าไปหลับเพื่อย่อยพลังงานจิตวิญญาณที่ดูดซับมาเหมือนกัน "

พูดจบดาวน้อยก็พุ่งกลับเข้าไปในฝ่ามือของราสทิ้งให้เขานั่งงุนงงอยู่อย่างนั้นต่อไป…..



……

จบบท

EndNote: ขออภัยท่านผู้อ่านที่บทนี้อธิบายซะเป็นส่วนมาก เพราะบทต่อๆไปจะได้เข้าเนื้อเรื่องหลักง่ายขึ้นไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม

……..



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น