สัมผัสรักมาเฟีย

ตอนที่ 3 : ปฐมบท - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 401 ครั้ง
    2 ต.ค. 61




ปฐมบท - 2



        “ปะ ปล่อย คุณเป็นใคร”


        “แล้วเธอเป็นใครยายหน้าจืด ไอ้ความอยากรู้อยากเห็นมันทำให้คนหยุดหายใจมานักต่อนักแล้ว”


        น้ำเสียงเย็นยะเยือกเปล่งออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ให้ตายดับ เขาต่อว่าเธอ


        แล้ว... ปืนนี่ก็เหมือนกันยังจ่อขมับอยู่ที่เดิม เกิดจอมขวัญด่าออกไป ปืนมันไม่ลั่นโป้งปังเลยเหรอ


        “คุณต้องการอะไร”


        “สู่รู้ไม่เข้าเรื่อง เธออยากตายใช่ไหม”


        นี่พูดภาษาเดียวกันหรือเปล่า ถามว่าต้องการอะไรก็ยังจะทำโมโหต่อว่า เธอกลัวไปหมดแล้วนะ เหลือบหางตามองกระบอกปืนในมือ ธีโออ่านสายตาหญิงสาวออก คงกลัวสินะตัวสั่นขนาดนี้


        “เมื่อกี้เห็นอะไรบ้าง”


        “ไม่เลย ไม่เห็น ไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่ได้ยินอะไรแม้แต่นิดเดียว”


        ขืนบอกได้ยิน เธอคงตายก่อนวัยอันควร ไม่นะ จอมขวัญยังไม่อยากตาย ปกติเธอเคยยุ่งเรื่องชาวบ้านที่ไหน ภาพต่างๆ เมื่อครู่มันก็แค่บังเอิญ ใครจะไปคิดเล่าว่าอีกฝ่ายจะหันมาเห็น เป็นความซวยแท้ๆ เชียว


        “โกหก! เห็นฉันเป็นเพื่อนเล่นหรือไงยายหน้าจืด!


        เสียงตะคอกบอกความไม่พอใจห่างจากใบหน้าเนียนเพียงคืบ สาวเจ้าหลับตาแน่น เม้มปากไม่ตอบโต้


        จ้ะ เอาที่พ่อมหาจำเริญสบายใจ จะตะคอกจะด่าจะว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้น ขออย่างเดียวอย่าฆ่ากันก็พอ อืมนะ ยายขวัญ หน้าสิ่วหน้าขวานยังมีหน้ามาคิดอะไรแบบนี้อีก เธอหรี่ตาเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าอีกฝ่ายให้ชัด ในห้องไม่ได้เปิดไฟดวงใหญ่ เปิดแค่ไฟหัวเตียงเท่านั้น


        “ลืมตา แล้วมองหน้าฉัน”


        “อะ เอ่อ ลืมแล้วเนี่ย พูดดีๆ ก็ได้จะตะคอกเพื่อ?”


        “ยังมีหน้ามาเถียง สอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น ฉันควรทำอย่างไรกับเธอดียายหน้าจืด เป่าหัวให้หายไปจากโลกนี้เลยดีไหม หรือจับถ่วงน้ำ เอ... หรือโยนบ่อจระเข้ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเก็บเศษซาก”


        น้ำเสียงเหี้ยมๆ โหดๆ นั่นบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายสามารถทำได้อย่างเลือดเย็น ก็เมื่อกี้เขายังฆ่าคนอยู่เลย หรือเราจะต้องมาตายแบบนี้จริงๆ หญิงสาวหลับตาลงข่มความกลัวที่แล่นพล่านกระจายไปทั่วร่าง


        ฉายาของเขามันก็โหดเหมือนกับใบหน้าหล่อโหดของเขานั่นละ ธีโอไม่แปลกใจหากผู้หญิงตัวเปี๊ยกตรงหน้าจะรู้หวาดกลัว มาเฟียหนุ่มรับรู้ได้ถึงอาการสั่นสะท้านที่ไม่ได้เสแสร้ง แต่มันเกิดมาจากความกลัว ก็ไม่แปลกใจเวลาเขาวางหน้าเฉยๆ นิ่งๆ มันทำให้คนแทบช็อกตายเลยก็มี


        “หึๆ มองหน้าฉันทำไม”


        “อะ อ้าว ก็ คุณบอกให้ฉันลืมตานี่นา”


        สาวเจ้าเถียงเบาๆ ไม่กล้าเถียงแรงค่ะ กลัวโดนงับหัว แค่ปืนจ่อนิ่งติดกับขมับนี่ก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว พออีกฝ่ายหัวเราะหึๆ  จอมขวัญก็ยิ่งหวั่นใจ อยู่ดีๆ แล้วหัวเราะเนี่ยคือคนปกติใช่ไหม ไม่ได้เป็นโรคจิต


        เอ่อ... แล้วอะไรคือดวงตาคมๆ สีน้ำเงินเข้มหรี่ลงและกวาดมองทั่วตัว ก่อนเขาจะหยัดกายลุกนั่งมองสำรวจเสื้อผ้า ซึ่งมันเป็นชุดนอนลายการ์ตูนผ้าเนื้อนิ่มสีฟ้า จอมขวัญหน้าแดงเป็นริ้วๆ เมื่ออีกฝ่ายกระตุกมุมปาก แขนของเธอยกขึ้นไขว้กันบนหน้าอกรวดเร็ว


        “เธอโนบรา”


        “มะ มัน ระเรื่อง ของฉัน คุณต้องการอะไร”


        ใจเต้นโครมคราม กลัวความตายก็กลัว กลัวถูกลวนลามก็กลัว ยิ่งมามองกันนิ่งๆ เดาทางไม่ถูก สมองก้อนๆ ของเธอยิ่งคิดไม่ออก


        “บอกมาว่าเห็นอะไรบ้าง”


        “ฉะ ฉันบอกคุณไปแล้วนะคะ ว่าไม่เห็นอะไร”


        พูดไปแล้วก็โล่งอก แต่ดูเหมือนคำตอบของเธอไม่เป็นที่น่าพอใจของฆาตรกรโรคจิต ใช่ หมอนี่ต้องเป็นโรคจิตถึงฆ่าคนง่ายได้ไม่รู้สึกรู้สา ยังมีหน้าตามมาคุกคามเธออีก


        “ให้โอกาสอีกที”


        “ก็บอกไปแล้ว โธ่คุณ ปะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”


        ใบหน้าเนียนใสแดงระเรื่อทั้งกลัวทั้งอายในเวลาเดียวกัน วางสีหน้าออดอ้อนยกมือไหว้ปลกๆ ขอความเห็นใจ แม้ความหวังริบหรี่แต่จอมขวัญยังไม่อยากตาย หวังว่าเขาจะสงสารลูกนกลูกกาอย่างเธอที่คงไปทำอะไรเขาไม่ได้


        “เลิกไหว้สักที ฉันไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์”


        บอกเสียงเย็นๆ เย็นเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก แต่ก็แอบมีประชดเบาๆ ด้วยนะ คนอะไรพูดประชดหน้าตายนิ่งๆ แบบนี้ก็ได้ด้วย จอมขวัญจึงหยุด มองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ ไม่รู้เจตนาที่บุกเข้ามาคุกคามยามดึกแบบนี้ เขาต้องการอะไรกันแน่


        “ว่าไง ที่ฉันถาม”


        กดเสียงต่ำน่ากลัวไปอีก น่ากลัวจนขี้ขึ้นสมองแล้วเนี่ย


        “หะ เห็นค่ะ เห็นตอนต่อย ตอนฟาดด้วยท่อนเหล็ก ตอนยิง”


        สารภาพเสียงอ่อย ไม่กล้าเงยหน้าสบตา กลืนน้ำลายลงคอ เสียงเหมือนปืนในมือขยับ ตอนนี้เธอลุกนั่งแล้ว เขาก็นั่งอยู่ตรงหน้า หรือว่าเขากำลังจะยิง


        “ก็แค่นี้ พูดแต่แรกก็จบ หึ การที่เธอเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น รู้ไหมว่ามันอันตรายต่อชีวิตขนาดไหน”


        เจ้าตัวเก็บปืนเหน็บเอวไว้ตามเดิม แต่ล้วงบุหรี่ยี่ห้อดังออกมาจากกระเป๋ากางเกงพร้อมไฟแช็กสีเงินวาว เจ้าตัวจุดบุหรี่แล้วพ่นควันลอยคว้างกลางอากาศในขณะที่ดวงตาไม่ได้คลาดเคลื่อนจากใบหน้านวลเนียนหวาดๆ ของหญิงสาว ตอนนี้มือสองข้างกำแน่นจนชื้นเหงื่อทั้งที่ในห้องก็เปิดเครื่องปรับอากาศ


        “แค่กๆ”


        “เป็นอะไร”


        “จะตายก็เชิญตายไปคนเดียว ฉันแพ้ควันบุหรี่ แค่กๆ”


        สาวเจ้าไอติดกันยกมือปิดปาก มาเฟียหนุ่มส่ายหน้า ทิ้งลงพื้นแล้วใช้รองเท้าขยี้ทีเดียว คนตัวเล็กตาโต


        “ทำงี้ได้ไง เกิดไฟลุกไหมจะทำไง คุณไม่...”


        “เงียบแล้วฟังฉัน ความผิดของเธอก็คือรู้เห็นเรื่องของฉันมากเกินไป และพวกที่รู้มากเกินไป ส่วนใหญ่...”


        ธีโอลากเสียงยาว ชะโงกหน้าเข้าหาสาวเจ้า ที่ถอยใบหน้าหนีแทบไม่ทัน เขาจุดรอยยิ้มร้ายลึกในแบบที่ชอบทำ


        “สะ ส่วนใหญ่ ทะ ทำไมเหรอ”


        เกิดจะมาติดอ่างอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้ ไอ้หน้าหล่อเถื่อนนี่ก็บ้าบอมาข่มขู่อยู่ได้ กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ


        “ส่วนใหญ่ก็ไปลงนรกหมดแล้ว เธออยากเป็นแบบพวกมันไหมล่ะ”


        ถามยิ้มๆ เห็นสีหน้าผู้หญิงคนนี้แล้วตลกชะมัด จากภาษาไทยที่หลุดออกจากปากตอนพูดคำว่าฆาตรกร เขาก็รู้แล้วว่าเธอเป็นคนไทย ประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของมารดา มารดาผู้ล่วงลับ ยายเปี๊ยกทำให้เขานึกถึงท่าน


        “อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันเพิ่งอายุยี่สิบสาม ยังต้องส่งเงินให้ทางบ้าน” ยกมือพนมไหว้อีกแล้ว


        “พอ ถ้าฉันจะฆ่า คงยิงตั้งแต่เห็นเธอครั้งแรกแค่มาเจรจา”


        ใบหน้าของธีโอจะมีสองแบบ คือหน้านิ่งเย็นเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก กับใบหน้าเจ้าเล่ห์ร้ายกาจเหมือนพวกที่หัวสมองเต็มไปด้วยแผนการ ชีวิตของเขาถูกปลูกฝังมาแต่เด็กเรื่องงาน เขาเรียนรู้ธุรกิจของครอบครัวตั้งแต่อายุสิบสอง มันก็หนักเอาการสำหรับเด็กคนหนึ่งทั้งที่ควรได้วิ่งเล่นกับเพื่อน แต่บิดาของเขาเป็นคนเข้มงวดมาก โดยเฉพาะเขาคือลูกชายคนเดียวของท่าน เขาคือความหวัง


        ตระกูลของเขาสมัยคุณทวดริเริ่มมาจากธุรกิจผิดกฎหมาย หลังหมดยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกอาวุธสงคราม ยาเสพติด เหล้าหบุหรี่เถื่อนที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านพรมแดนหลายที่ แล้วจึงเริ่มร่วมหุ้นก่อตั้งสถานบันเทิง ในตอนนั้นชิคาโก้ตกอยู่ในยุคที่เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยแก๊งมาเฟีย หลายแก๊งต้องห้ำหั่นโดยที่กฎหมายเข้าไม่ถึง


        ทวดของเขาต้องผลักดันตัวเอง จนมาถึงรุ่นคุณปู่ที่ตั้งใจสานต่อเจตนารมณ์ของคุณทวด เงินเก็บที่มีถูกใช้กว้านซื้อที่ดินมากมาย ทั้งในชิคาโกและนิวยอร์ก ร่วมถึงต่างประเทศด้วย จากนั้นจึงเริ่มก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เป็นตึกสำนักงานให้เช่า และโรงงานผลิตสุราแห่งแรกจากที่เคยนำเข้าของเถื่อน ก็เลยตัดสินใจเป็นผู้ผลิตเสียเอง ท่านต้องการให้ตระกูลของเราหลุดพ้นจากคำว่าผิดกฎหมายและคำว่ามาเฟีย แม้ทุกวันนี้ไม่ได้ทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตระกูลเราลืมตาอ้าปากมาจากอะไร คนบางกลุ่มจึงยังขนานนามตระกูล คอร์โนแกน ว่าเป็นมาเฟีย!


        “เจรจาอะไร”


        “เอาเป็นว่า เธออย่าปากสว่างก็แล้วกัน”


        “อ้าว! ฉันงงนะเนี่ย”


        “จากนี้ไปเธอคือคนของฉัน”


        “ห่ะ! คนของคุณ หมายความว่าไง”


        ใบหน้าเนียนตกอยู่ในอาการที่เรียกได้ว่ามึนงงสุดๆ ความกลัวในตอนแรกหายไป มองหน้าอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ พอมองนานเข้าเส้นริ้วแดงก็ปรากฏ


        คือแบบ... อีกฝ่ายหล่อไง หล่อแบบวัวตายความล้มน่ะ หล่อดิบๆ เถื่อนๆ จอมขวัญเป็นผู้หญิงนะเออ อยู่กับบุรุษตามลำพังมันก็อดเขินไม่ได้

 

…………………………….

 

ขนาดดุดันน่ากลัว ความหล่อของพี่ยังบาดตาบาดใจ พี่จะมาทำหน้าหล่อไม่ได้นะคะ หัวใจอีหนูจอมขวัญมันจะละลายค่ะ เรื่องนี้วางในงานหนังสือเดือนตุลาคมนะคะ  แต่งร่วมกับ สุนิตย์ ค่ะ ฝากติดตามด้วยนจ้า

 

ขอบคุณจากใจ

กานต์มณี ช่อศิญา


วิกฤตรัก CEO
กานต์มณี
www.mebmarket.com
          CEO หนุ่มสุดฮ็อตปรอทแตกอย่าง ปกรณ์  อิทธิพลวณิช  ชอยส์  ซ่อนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวไว้ภายใต้ความนิ่งและมาดสุขุมของผู้บริหารระดับสูง เก็บงำความเจ้าชู้ของตัวเองไว้ไม่ปล่อยออกมาแผลงฤทธิ์กับผู้ช่วยเลขาฯ สาวคนใหม่ สมันน้อยอย่าง ระสา  จึงดูตื่นกลัวไม่น้อยยามได้เห็นพายุหึงหวงเมื่อรู้ว่าหล่อนไปโปรยเสน่ห์ใส่หนุ่มอื่น          ชายหนุ่มลืมจนหมดสิ้นแล้วว่าเคยปรามาสหล่อนไว้เยอะ ใช่! หล่อนหน้าจืดสนิท เฉิ่ม และก็เชย แต่นาทีนี้เขาไม่สนกับภาพลวงตาที่หล่อนสร้างขึ้นมา ตั้งหน้าตั้งตาทำตัวเป็นก้างชิ้นโต ขัดขวางหล่อนทุกทาง ก่อนจะพลิกเกมให้ตัวเองเป็นฝ่ายกำชัยชนะ!          “อยากมีแฟนใช่ไหม”          “สาบอกไปแล้วว่าเปล่า”          “งั้นมาเป็นแฟนฉัน”           เขาพูดหน้าตาย และอยากหลุดขำเมื่อเห็นใบหน้าเนียนตื่นตะลึงปากอ้าหวอ มันแปลกตรงไหน ยายซื่อบื้อเอ๊ย แต่ให้ตายเถอะ วันนี้พอไม่สวมแว่นความสวยความน่ารักที่เขาเคยเห็นเพียงคนเดียวมันก็ปรากฏให้ผู้ชายในคลับเห็น เขาเกลียดสายตาพวกนั้น           “คุณกรณ์เมาใช่ไหม หรือว่ามึน จนเผลอพูดออกมา”          “เหล้าแค่นั้นมันทำอะไรฉันไม่ได้หรอกหนูน้อยระสา เลิกกับไอ้เขต ให้มันเป็นแฟนได้แค่วันเดียว ที่เหลือฉันจะรับช่วงต่อเป็นแฟนให้เอง”           ไม่ใช่ประโยคขอร้อง แต่มันคือประโยคคำสั่ง ดวงตาสีน้ำตาลคู่คมแน่วแน่ขนาดนั้น     ระสากลืนน้ำลายลงคอกับสถานะที่เขาบอก แฟนเหรอ เป็นแฟนบอส           “สาไม่ตลกนะคะ อย่ามาล้อเล่นกับสา”          “ยายหน้าจืด น้ำเสียงฉันล้อเล่นเหรอ”          “ไว้พะ...พรุ่งนี้ตื่นมาแล้วคุณกรณ์ไม่เมา เราค่อยคุยกันใหม่นะคะ”          “อย่าให้ต้องโมโห ระสา”          “แล้วบรรดาคู่ควงของคุณกรณ์ล่ะคะ”          “หึง?” เลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ทำไมนะเธอจึงรู้สึกว่าเหมือนบอสกำลังพอใจกระนั้นแหละ หึ ทำไมต้องหึง ระสาบอกตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกแบบนั้นสักนิด แค่อิจฉาเฉยๆ หรอก          “ตอบสิ”          “ไม่อยากตอบค่ะ”


ชีคร้ายบงการรัก
กานต์มณี
www.mebmarket.com
          หลังจากตกพุ่มม่ายมานาน ชีคฮัมดาน  บิน  รอดีล  การ์ซิส  ก็ไม่สนใจผู้หญิงคนไหนอีก ไม่ใช่ว่าเขาปิดตัว แต่มันยังไม่เจอคนที่ใช่มากกว่า แต่เมื่อพบหญิงสาวชาวไทยที่ใจกล้าบ้าบิ่นเกินใครเขากลับถูกใจพร้อมยื่นข้อเสนอให้เธอรับจ้างเป็นแฟน นอกจากได้ใกล้ชิดแล้วยังกันอดีตคนรักได้อีกต่างหาก หึ...ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แล้วเธอจะไปไหนเสีย          ถ้าไม่เก่งจริงคนอย่าง คณิตยา  ไตรรัตน์  คงไม่อยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ พวกชีกอหัวงูทั้งหลายอย่าหวังได้แอ้ม ขนาดไอ้เสี่ยหมูอ้วนที่หวังเคลม เธอยังจัดหนักโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมทั้งสิ้น ความบ้าดีเดือดของเธอกระตุกหัวใจชีคหนุ่มอย่างแรงจนต้องเสนองานในราคาง้ามงามให้กับเธอ เอาก็เอา งานง่ายเงินดีหาได้ที่ไหน  ที่สำคัญเขาก็ไม่ใช่ชายแท้สักหน่อย งานนี้กินหมูเห็นๆ บิงโก!          “นั่งจะตกโซฟาอยู่แล้ว เป็นอะไรมากไหมคุณคะน้า”          “ก็เอ่อ ฉันไม่ชินกับการนั่งใกล้ผู้ชาย”          “ผมเป็นเกย์ไม่ใช่หรือ แล้วคุณจะกลัวอะไร ไม่เข้าเรื่อง”          “ว่ามาได้เลยค่ะ”          “คุณพอใจไหมกับเดือนละห้าหมื่น”          “ฉันก็บอกแล้วว่าคนอย่างฉันเงินซื้อไม่ได้”          “ผมไม่ได้ซื้อคุณนะครับ ผมจะจ้างคุณ ย้ำชัดๆ ว่าจ้างเป็นแฟน”          “ฉันก็ยังยืนยันว่าเงินซื้อไม่ได้อยู่ดี”          “เดือนละหกหมื่น”          “ขอคิดดูก่อนค่ะ”          “แปดหมื่น”           สาวเจ้ายังนิ่ง คนเสนอค่าจ้างจุดรอยยิ้มมุมปาก เขี้ยวเหมือนที่คิดไว้ ก็ให้มันรู้ไปสิว่าคนตกงานอย่างหล่อนจะกล้าปฏิเสธ          “หนึ่งแสน”           คราวนี้สาวเจ้าหันขวับ โป๊ะเชะ ตามที่คำนวณไว้เลยว่าเขาจะต้องดีดราคาไปถึงหนึ่งแสน ดวงตากลมโตสว่างวาบปิดซ่อนไม่มิด ส่วนคนเสนอหนึ่งแสนวางหน้าเรียบเฉย ขนหน้าแข้งไม่ร่วงอยู่แล้ว          “เฮ้อ...ป่วยการเปล่าๆ นะคะ คือว่า...”          “ห้าแสน”           “ตกลงค่ะ!”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 401 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

896 ความคิดเห็น

  1. #880 74757475 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 07:59
    เฮียคิดทำอะไรๆๆๆๆๆ
    #880
    0
  2. #50 wilair72 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 04:29
    คนของฉันฟังแล้วเจ้าเล่ห์ยังไงไม่รู้
    #50
    0
  3. #39 kusiniii908 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 08:32

    เจอคนหล่อเข้าแล้ว

    #39
    0
  4. #28 นู๋_นุ่มนิ่ม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 13:15

    เนียนมากค่ะเฮียยยย

    #28
    0
  5. #27 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 09:42

    เธอคือคนของฉัน

    #27
    0
  6. #26 dokao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 09:33
    กลัวก้อกัว แต่หล่องัย หล่ออ่ะ 55/
    #26
    0