Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 15 : Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    5 พ.ย. 59

บทที่ 12

        “เมื่อไหร่จะมานะ” เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับก้มมองนาฬิกาข้อมือเรือนแพงของตัวเอง จีมินนั่งรอใครบางคนในร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง

        ตาคมกวาดมองไปรอบๆ ร้านก่อนจะหันไปมองกระจกเช็คสภาพของตัวเองนิดหน่อย มือหนายกขึ้นจัดผมสีเข้มของตัวเองก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพอใจ

        โอเค คงเหมาะกับการนัดทานข้าวกับ แฟนสาวแล้วล่ะ

        “จีมิน” เสียงหวานที่คุ้นเคยดังขึ้น ก่อนที่ร่างบางในชุดเดรสแบบโบฮีเมียนสีดำจะนั่งลงตรงหน้าเขา “รอนานหรือเปล่า”

        “ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอก ซึลกิ

        หญิงสาวผมส้มผู้เป็นดาวปีสองคณะบริหารธุรกิจนามว่า คังซึลกิส่งยิ้มน่ารักให้เขา ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน “มารอครึ่งชั่วโมงแล้วก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ คนของบ้านเราไม่ได้อยู่แถวนี้”

        ชายหนุ่มหัวเราะออกมา ก่อนจะยื่นมือมาจับมือเรียวของหญิงสาวที่วางอยู่บนโต๊ะและพูดด้วยเสียงที่เบาไม่ต่างกัน “ถ้าอย่างนั้น ทำไมเธอต้องพูดเสียงเบาแบบนี้ด้วยล่ะ”

        “ตรงโต๊ะเยื้องไปนิดหน่อย เป็นรุ่นน้องที่คณะเรา” เธอตอบพร้อมกับเอื้อมมืออีกข้างไปหยิกแก้มเขาเบาๆ “คงไม่อยากให้เขาลือไปในทางที่แย่หรอกนะ”

        สงสัยในท่าทีของพวกเขามั้ย

        ใช่ พวกเขาเป็นทั้งคนรักและคู่หมั้นของกันและกัน พอเรียนจบก็จะแต่งงานกันทันทีตามที่ครอบครัวของทั้งสองได้ประกาศออกไป

        แต่มันก็แค่ในนามเท่านั้นแหละ

        ความจริงแล้วนั้น คังซึลกิไม่ได้รักปาร์คจีมินเลยแม้แต่นิด...

        เช่นเดียวกับปาร์คจีมิน ที่ก็ไม่เคยมองคังซึลกิในสถานะแบบนั้น

        สิ่งที่พวกเขาเป็น ก็คือเพื่อนสนิทที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเท่านั้นแหละ

        อ๊ะ แต่ไม่มีใครรู้หรอกนะ ต่อหน้าทุกคน จีมินกับซึลกิก็คือคู่รักประจำคณะบริหารที่คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งและใครๆ ก็ต่างอิจฉาในความมั่นคงของทั้งคู่

        เป็นธรรมดาของโลกธุรกิจ เพื่อผลประโยชน์แล้ว พวกเขาก็ทำได้ทุกอย่าง

        แม้แต่การจะใช้ชีวิตด้วยกันตลอดชีวิตกับคนที่ไม่ได้รักเลย พวกเขาก็จะทำมัน

        ของมันเคยๆ อยู่แล้ว คงไม่ได้ยากหรอก เรื่องการใช้ชีวิตคู่เนี่ย J

        และที่นัดกันวันนี้ ไม่ได้แค่มาสร้างภาพนัดคุยกันตามประสาคนรักจอมปลอมหรอกนะ

        มันมีเรื่องที่น้องชายของเขาโทรมาบอกเมื่อหลายวันก่อนให้ต้องเคลียร์นิดหน่อยน่ะ

        “และนี่คือลือไปในทางที่แย่ของเธอมั้ย” พูดจบ มือหนาก็ส่งโทรศัพท์ของตัวเองไปให้หญิงสาวดู ซึลกิมองรูปที่เขาเปิดให้ดูก่อนจะหัวเราะออกมา

        ก็แค่เธอกำลังกอดคอและเล่นหยอกล้อกับ ผู้หญิงคนหนึ่งเอง ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ ^^

        “ไม่ชินอีกเหรอจีมิน”

        “ดีนะจองกุกได้ภาพนี้มา” จีมินเอ่ยอย่างไม่สนเสียงหวานที่เอ่ยหยอกเย้า “ถ้าบ้านเราเห็นคงไม่พอใจเท่าไหร่หรอกนะ ต่อให้จูฮยอนจะเป็น แฟนสาวของเธอก็เถอะ”

        ก็บอกแล้ว ว่าพวกเขาเป็นคนรักกันแค่ในนาม

        ส่วนคนรักตัวจริงของคังซึลกิก็คือ เบจูฮยอนดาวปีสองของคณะวิทยาศาสตร์นั่นเอง

        เอ๊ะ หรือจะเรียก เพื่อนรู้ใจฝ่ายหญิงดีนะ

        “ฉันต้องไปขอบคุณเด็กนั่นมั้ย” หญิงสาวหัวเราะอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอเป็นคนนอกเพียงคนเดียวที่รู้ว่าจีมินกับจองกุกเป็นพี่น้องกัน “ที่เรียกมาวันนี้ก็เพราะแบบนี้สินะ จะสร้างภาพกลบข่าวหรือไง”

        “ใช่ เพราะจองกุกคงห้ามไม่ให้ชมรมหนังสือพิมพ์ของมหาวิทยาลัยปล่อยข่าวไม่ได้” เสียงทุ้มตอบ “ทำอะไรให้เนียนๆ หน่อยเถอะ คนจับตามองพวกเราเยอะอยู่นะ”

        “ใครจะไปเหมือนนายล่ะคะ เรื่องแบบนี้ล่ะโปรเชียวนะ” ซึลกิยังคงเอ่ยหยอกเย้า “หรือจะให้ฉันเลิกติดต่อกับไอรีนดีล่ะ จะได้สบายใจกับทุกฝ่าย”

        “จองกุกคงไม่พอใจหรอกนะที่รัก” เสียงทุ้มเอ่ยเย้าบ้าง ก่อนจะดึงมือบางของเธอไปแนบแก้มของตัวเอง เป็นอันรู้กันว่าการที่ซึลกิมีความสัมพันธ์กับดาวคณะวิทยาศาสตร์มันมีผลประโยชน์ต่อจองกุกแบบไหน

        เรื่องเกี่ยวกับซอกจินที่จูฮยอนรู้  ซึลกิก็จะเอามาบอกต่อให้น้องชายของคู่หมั้นฟังไง

        จีมินก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่คู่หมั้นสาวเข้าไปยุ่งกับน้องชายตัวเองเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่อยากไปยุ่งกับความสนุกของเธอ

        การไม่ก้าวก่ายกันและกัน มันทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงอยู่

        เพราะสถานะที่ถูกวางไว้ตั้งแต่เด็ก ถึงแม้พวกเขาจะรักใครมากแค่ไหน เพื่อนสนิทที่มีความสัมพันธ์ทางกายกันแบบนี้ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

        “และรุ่นพี่คนนั้นของนายเป็นยังไงบ้างล่ะ ไม่เห็นพูดถึงเลยเดี๋ยวนี้”

        “ก็เหมือนเดิมแหละ แต่ใครจะทำตัวให้โลกรู้เหมือนเธอ” เขาหัวเราะเรียกให้หญิงสาวตรงข้ามหน้ามุ่ย ก่อนจะปล่อยมือเธอแล้วมาขยี้ผมนุ่มสีส้มแทน “นานๆ พวกเราจะเจอกันที ฉันชอบความสัมพันธ์แบบเรื่อยๆ ไม่หวือหวาจนเกินไป เธอก็น่าจะรู้ดีนี่”

        “แล้วแบบพวกเรานี่นายเรียกว่าหวือหวาหรือเปล่า” ซึลกิเอ่ยหยอกอีกครั้งก่อนจะดึงมือหนาที่วางบนหัวตัวเองมาจับไว้ตรงหน้า ปากสีแดงสวยประทับลงบนมือข้างนั้นเบาๆ พร้อมกับส่งสายตาซุกซนไปให้เรียกเสียงหัวเราะจากคู่หมั้นหนุ่มทันที

        “อยากเปลี่ยนบรรยากาศเป็นกลางห้างเหรอครับคุณคู่หมั้น ^^

        “คิดแต่เรื่องแบบนี้หรือไง” หญิงสาวหลุดหัวเราะออกมา

        “ฉันก็เป็นผู้ชายนะ เจอผู้หญิงส่งสายตาแบบเธอก็คิดได้อยู่เรื่องเดียวแหละ ^^ แต่วันนี้คงไม่ได้นะ ฉันมีนัดแล้วล่ะ”

        ใช่ ก็บอกแล้วว่าเขาและ รุ่นพี่ที่รู้ใจคนนั้นจะนานๆ เจอกันที

        และพวกเขาก็ไม่ได้เจอกันหลายอาทิตย์แล้วด้วย

        เพราะฉะนั้น ไหนๆ ช่วงนี้ก็วันหยุดอยู่ด้วย คืนนี้นัดเจอกันหน่อยจะเป็นไรไป J

 

        “ตอนนี้ธีมการแสดงของดาวเดือนปีนี้ออกแล้วนะคะ รายละเอียดอยู่ในใบที่ฉันเตรียมมาให้” เสียงใสเอ่ยก่อนที่คนที่เหลือจะก้มมองกระดาษในมือของตัวเอง จูฮยอนกวาดตามองคนในที่ประชุม เอ่อ จะเรียกว่าประชุมดีมั้ย เพราะในตอนนี้ก็มีแค่เธอกับฮยอนอูที่เป็นดาวกับเดือนปีสอง และมีรุ่นพี่ปีสามอย่างคิมซอกจินกับ คิมดาซมกันแค่สี่คนเท่านั้น

        “โรแมนติกดราม่างั้นเหรอ ท้าทายดีนะ” เสียงหวานของดาวปีสามอย่างดาซมเอ่ยขำๆ เธอว่าปีนี้ได้หัวข้อยากที่สุดแล้วนะ ไม่เคยมีปีไหนที่วิทยาศาสตร์จะได้หัวข้อควบสองแบบนี้มาก่อน

        สงสัยปีที่แล้วที่ฮยอนอูกับจูฮยอนที่ได้ดราม่าคงทำได้ดีเกินจนพวกกรรมการคาดหวังกับคณะพวกเขาแบบนี้อ่ะนะ -0-

        “หนูกับฮยอนอูก็คิดหนักอยู่นี่แหละค่ะ ไม่รู้ว่าจะร่างบทให้น้องยังไงดี”

        “เอาโรมิโอจูเลียตก็ได้นะ”

        “ผมว่ามันจะแบบเดิมๆ น่ะสิครับพี่ดาซม ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ถ้าได้ธีมโรแมนติกดราม่าก็ต้องเป็นเรื่องนี้ทุกที”

        “งั้นจะเอาเรื่องอะไรล่ะ พวกนายจะแต่งเรื่องขึ้นมาใหม่หรอ” เสียงของเดือนปีสามที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้น รุ่นน้องสองคนมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจออกมา

        “ก็คงจะต้องเป็นอย่างนั้นแหละครับ” ชายหนุ่มร่างใหญ่ถอนหายใจ “ขอโทษที่ต้องรบกวนนะครับ แต่ผมกับจูฮยอนคิดไม่ออกจริงๆ”

        “เอาน่า ไม่ต้องซีเรียสหรอก ปีที่แล้วตอนคิดบทให้พวกเรา พวกพี่รบกวนรุ่นพี่ชานยอลและรุ่นพี่ซูจีเยอะกว่านี้อีก” ซอกจินพูดติดตลกก่อนจะก้มหน้าอย่างครุ่นคิด

        โรแมนติกดราม่างั้นเหรอ

        จะต้องเป็นเรื่องราวที่เสริมให้พระนางดูดี

        แปลว่าคาแรคเตอร์จะต้องเหมาะกับทั้งจองกุกและเยริม

        ให้ตายเหอะ จะแต่งยังไงวะเนี่ย จอนจองกุกที่เขารู้ธาตุแท้อยู่แล้วกับน้องเยริมที่ดูหงิมๆ คล้ายๆ กับจูฮยอนตอนปีหนึ่งจะให้มาอยู่ด้วยกันได้ยังไง

        “เอ หรือว่าจะเอาแบบนี้ดี” ดาซมเอ่ย เรียกความสนใจของปีสองทันที “ละครทั่วๆ ไปเลย พระนางเป็นแฟนกัน แล้วผู้หญิงก็ไม่สบายเป็นโรคร้ายแรง พอเธอรู้ตัวก็หนีพระเอกไป ชายหนุ่มพยายามติดต่อเธอก็ไม่ได้จนกระทั่งมารู้อีกทีคือนางเอกตายแล้ว”

        “มันไม่ซีรี่ส์ไปหน่อยเหรอคะพี่ดาซม -0-” จูฮยอนเอ่ยออกมา ฮยอนอูก็พยักหน้าเห็นด้วยกับที่เพื่อนสาวบอก

        “ก็พี่บอกอยู่เมื่อกี้ว่ามันคือละครทั่วๆ ไปน่ะ - - เป็นเรื่องที่คนคุ้นตามันมีข้อดีนะ คนจะอินกับเรื่องที่เราแสดง...”

        “แต่ในขณะเดียวกันคนจะเบื่อกับพล็อตเดิมๆ นะครับ” ฮยอนอูเอ่ยขัด ก่อนจะรีบเอ่ยเมื่อนึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่ “ขอโทษครับพี่ดาซม ผม เอ่อ...”

        “ไม่เป็นไรๆ ที่นายพูดมันก็ถูก” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ อย่างไม่ถือสา “งั้นเอาแบบไหนดีล่ะ”

        “ผู้ชายที่รักสนุกกับของเล่นของเขา” จู่ๆ คนที่เงียบไปนานก็เอ่ยขึ้นมาเรียกความสนใจของคนในห้องทันที “ผู้หญิงที่ซื่อตรงกับคำว่ารักและผู้ชายที่ไม่เคยจริงจังกับความรักเลย พวกเขาเป็นคู่รักที่น่าอิจฉามากจนสุดท้ายที่เฉลยออกมาว่าพระเอกไม่เคยมีแม้แต่เศษเสี้ยวใจให้นางเอกเลย สิ่งที่เขาทำตลอดมาก็แค่การเล่นของเล่นเท่านั้น นางเอกทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เพราะรักเขามากเหลือเกิน และในที่สุด เธอก็ฆ่าตัวตายโดยที่พระเอกไม่คิดจะหันกลับมามองอีกเลย”

        สิ้นเสียงหวานของเดือนปีสาม ทั้งห้องก็เงียบลงทันที ดวงตาทั้งสามคู่มองคนที่เพิ่งแต่งพล็อตเรื่องให้อย่างสงสัย

        ทำไมคิมซอกจินถึงดูเหม่อลอยขนาดนั้นนะ

        ราวกับว่าเขากำลังเล่าเรื่องของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น...

        และเพราะรู้สึกได้ถึงสายตาของคนในห้อง ร่างเพรียวจึงได้สติกลับมา

        ซอกจินกระพริบตาปริบๆ มองหน้าทั้งสามคนกลับและหัวเราะแห้งๆ ออกมา

        “เอ่อ มันไม่โอเคหรอ งั้นเปลี่ยนใหม่ก็ได้นะ”

        “ไม่หรอกค่ะ” จูฮยอนขัดขึ้น เธอไล่ความสงสัยในหัวออกแล้วเอ่ยตอบรุ่นพี่ต่อ “หนูว่ามันโอเคมากเลยนะคะ ไม่มีใครกล้าทำการแสดงที่ให้ความรู้สึกด้านลบแบบนี้แน่นอน”

        “นั่นน่ะสิ ขนาดแค่ฟังผมยังรู้สึกอยากต่อยผู้ชายเลวๆ แบบนั้นเลย นี่ใช่พระเอกจริงๆ เหรอพี่”

        “นายคิดได้ยังไงเหรอซอกจิน พล็อตแบบนี้น่ะ” ดาซมถามอย่างสนใจ เพราะการแสดงของดาวเดือน ไม่ค่อยมีใครกล้าให้บทร้ายๆ กับตัวเด่นของเรื่องหรอก

        “เอ่อ กะ ก็จากนิยายที่อ่านๆ มานั่นแหละ ^^;;” เดือนปีสามตอบกว้างๆ ใครจะกล้าบอกล่ะว่าเอาเรื่องตัวเองมาเล่า

        จริงๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะเสนอแบบนี้หรอก แต่จู่ๆ ปากมันก็เผลอพูดออกไปเอง...

        “โห นี่นายชอบอ่านแนวๆ นี้เหรอเนี่ย -0- แต่นายคงจะอ่านมันจนขึ้นใจเลยเนอะ ถึงได้เล่าออกมาราวกับเป็นเรื่องของตัวเองแบบนั้น”

        ซอกจินได้แต่ยิ้มรับกับคำแซวของเพื่อนร่วมเมเจอร์ ก่อนจะแอบลอบถอนหายใจและสะบัดหัวเล็กน้อยเมื่อเรื่องอดีตเริ่มกลับเข้ามาในสมอง

        ไม่น่าเผลอนึกเลยคิมซอกจิน

        เพียงแค่นั้น ก็ทำให้ความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยลืมมันกลับมา

        จริงๆ เรื่องของเขาก็เกือบจะจบแบบในพล็อตที่เขาเผลอหลุดออกมาแล้วนะ

        เพราะความเจ็บปวด เพราะจองกุกคือรักแรก เพราะเขาทุ่มให้ทุกอย่างโดยไม่เผื่อใจหรือเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ทำให้ในตอนนั้นเขารู้สึกว่าหนุ่มรุ่นน้องคือทุกอย่างในชีวิตจริงๆ

        ถ้าไม่ได้ยุนกิกับฮเยมิน ก็คงไม่มีซอกจินในตอนนี้...

        “กับน้องเยริมผมไม่ค่อยห่วง เธออยู่ชมรมการแสดงอยู่แล้ว แต่น้องจองกุกนี่สิ เขาจะแสดงบทนี้ได้เหรอครับพี่ ผมว่ามันก็ดูตรงข้ามกับความเป็นน้องไปหน่อยนะ” เสียงของทั้งสามคนที่ถกเรื่องบทกันอยู่เรียกความคิดของซอกจินให้กลับมาอยู่ในปัจจุบันอีกครั้ง เขาหันไปหากับทั้งสามคนที่กำลังจริงจังกับพล็อตของเขาอยู่ทันที

        “นั่นสิคะ หนูคิดว่ามันคงจะท้าทายน้องไปหน่อย แต่หนูชอบพล็อตมากๆ เลยนะคะ ดาร์คได้ใจเลย ><

        “อื้อ พี่ก็ชอบ ถ้าเราลองเทรนจองกุกดีๆ น้องก็น่าจะทำได้นะ”

        “ไม่ต้องห่วงหรอก” ซอกจินเอ่ย “เรื่องนี้ไม่เกินความสามารถของจองกุกหรอก”

        เสียงหวานเอ่ยแค่นั้น สร้างความสงสัยให้กับทุกคนเป็นอย่างมากแต่เขาก็ไม่ได้สนใจที่จะอธิบาย

        คนตีสองหน้าเก่งแบบหมอนั่น ทำได้แน่ๆ

        และยิ่งบทมันก็คือตัวของเขาเอง แค่นี้น่ะ เรื่องหมูๆ สำหรับเด็กนั่นเลยแหละ

 

        กว่าจะประชุมเสร็จก็ค่ำแล้ว

        แต่ถึงจะเย็นขนาดนี้ เป้าหมายของซอกจินกลับไม่ใช่การกลับไปอ่านหนังสือที่คอนโดแต่อย่างใด

        เพราะเขารู้ว่ากลับไปที่คอนโดจะเจอกับใคร เขาถึงไม่อยากจะไปในตอนนี้

        ขอเอาความฟุ้งซ่านมาทิ้งหน่อยเถอะ ไม่งั้นเขาคงต้องเครียดเกินจนเป็นบ้าแน่ๆ

        ร่างเพรียวค่อยๆ จอดรถก่อนที่ขาเรียวจะก้าวลงไป หลับตาลงเมื่อสัมผัสได้ถึงลมเย็นๆ ของบรรยากาศภายนอกรถ ก่อนจะลืมตามองภาพตรงหน้า

        แม่น้ำฮันตอนค่ำๆ แบบนี้นี่สวยดีนะ

        ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มออกมาบางๆ แล้วเดินไปที่ริมแม่น้ำ พอหาทำเลดีๆ ได้ก็นั่งลงตรงนั้นทันที

        ถ้าได้นิยายสักเล่มคงจะโอเคเลยเนอะ บรรยากาศมันได้มากเลย

        แต่ติดที่แสงมันมืดเกินกว่าจะอ่านหนังสือน่ะสิ -0-

        ช่างเถอะ เขาตั้งใจมาเก็บบรรยากาศไม่ใช่หรือไง

        ตากลมเหม่อลอยออกไป และเพราะต้องการมาคลายเครียด คนหน้าหวานจึงปล่อยให้ความคิดล่องลอยออกไปอย่างไร้จุดหมาย

        เมื่อไหร่กันนะที่เขาต้องมาเครียดเรื่องอื่นพอๆ กับเรื่องเรียนแบบนี้

        ตั้งแต่จองกุกกลับเข้ามาในชีวิตและบอกความต้องการของเขาที่ต้องการจะให้คนเป็นพี่กลับไปสินะ

        เขาเดาทางอะไรเด็กคนนั้นไม่ได้เลยสักอย่าง ไม่รู้จะทำยังไงด้วยถึงจะหลุดพ้นจากวังวนบ้าๆ นี่สักที

        ขอร้องก็แล้ว แม้แต่จะร้องไห้ให้เห็น คนร้ายกาจและเอาแต่ใจแบบนั้นก็ไม่เคยเห็นใจเลยแม้แต่นิด

        สิ่งที่นึกออกก็แค่ตัวตนที่เย็นชาและร้ายกาจเท่านั้นแหละ ที่พอจะทำให้เขาเอาตัวรอดจากเด็กคนนั้นได้

        แต่จะทำได้นานสักแค่ไหนนะ ในเมื่อสิ่งที่แสดงออกไป ไม่ใช่ตัวตนของเขา...

        และอีกอย่าง คนอย่างจอนจองกุก ไม่เคยพลาดให้กับสิ่งเดิมๆ เป็นครั้งที่สอง

        อะไรหล่อหลอมให้คนอย่างร่างสูงเป็นแบบนั้นนะ เขาล่ะไม่เข้าใจจริงๆ

        “ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวแบบนี้ล่ะครับ พี่จิน” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยทำเอาตาหวานเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างเพรียวรีบหันไปมองตามต้นเสียงทันที “อยากเที่ยวทำไมไม่บอกผมล่ะครับ ^^

        “จอนจองกุก...”

        ไม่น่าไปนึกถึงเลย ให้ตายเหอะ -0-

        ไม่ต้องมีใครเชิญชวน ร่างสูงของคนอายุน้อยกว่าก็นั่งลงข้างๆ คนเป็นพี่ทันที ใบหน้าหล่อส่งยิ้มให้ซอกจินซึ่งเขาก็ทำเพียงแค่ทำหน้านิ่งกลับไปเท่านั้น

        “มาที่นี่ได้ยังไง”

        “ผมก็แค่มาแก้เครียดน่ะครับ อ่านหนังสือคนเดียวก็มีจุดหลายจุดที่ไม่เข้าใจจนต้องอ่านหลายรอบอยู่เหมือนกัน” จองกุกหัวเราะออกมา “ผมไปหาพี่ที่ห้อง แต่พี่ก็ไม่อยู่”

        “พี่ไปประชุมมา” เสียงหวานตอบเรียบๆ “เรื่องการแสดงของนายกับเยริม”

        “หืม? ดาวเดือนเหรอครับ”

        “อืม ปีนี้ได้ธีมยากหน่อย แต่พล็อตแบบนั้น คนอย่างนายน่ะทำได้อยู่แล้ว”

        “ผมไม่เคยแสดงละครนะครับ พี่คิดว่าผมจะทำได้ดีขนาดนั้นเลยเหรอ”

        “แน่นอน เพราะบทมันก็คือตัวของนายเอง” ซอกจินยิ้มมุมปาก “พี่อุตส่าห์ร่างพล็อตให้เป็นตัวนายมากที่สุดแล้วนะ รอจูฮยอนกับฮยอนอูไปเขียนไดอะล็อกออกมาก่อน พี่เชื่อว่านายต้องชอบแน่ๆ”

        รู้สึกคำพูดของรุ่นพี่มันแปลกๆ นะ -0-

        แต่ถึงอย่างนั้น ร่างสูงก็ยังส่งยิ้มกลับไป

        “ผมควรดีใจสินะ ที่พี่ให้เกียรติแต่งพล็อตให้ผม ^^

        “ใช่ เผื่อคนดูจะรู้ว่าพี่ต้องการสื่ออะไร จะได้ไม่มีใครตกเป็นเหยื่อของนายเหมือนที่พี่เคยเป็น” พูดจบ ตากลมก็หันมามองใบหน้าหล่ออย่างเย็นชา “มาคลายเครียดไม่ใช่เหรอ ไปหาทำอะไรทำซะสิ พี่อยากอยู่คนเดียว”

        “ไล่กันแบบนี้ผมเสียใจนะ” ใบหน้าที่แสร้งทำเป็นเศร้าของเด็กหนุ่มทำให้ซอกจินกลอกตาทันที “และอีกอย่าง ไม่มีใครเป็นเหยื่ออะไรที่พี่ว่าหรอกนะ เพราะตอนนี้ ผมก็มองแค่พี่คนเดียว”

        มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นมาประคองใบหน้าสวยอย่างแผ่วเบา เรียกให้เสียงหวานแค่นหัวเราะก่อนที่มือเรียวจะยกขึ้นมาปัดมือของจองกุกทิ้งอย่างไม่ใยดี

        “มองงั้นเหรอ? เรียกว่าอยากได้ของเล่นเก่ากลับไปดีกว่ามั้ง”

        “โอเค ผมขอโทษที่ใช้คำผิด” เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ในเมื่อพี่ก็รู้ตัวแล้วนี่ว่าอยู่ในสถานะแบบไหน ก็กลับมาหาผมสักทีสิ จะเล่นตัวอะไรขนาดนั้นนะ เป็นแค่ของเล่นแท้ๆ”

        นั่นไง ความร้ายกาจของเด็กนี่มันกลับมาแล้ว

        “นั่นเป็นสิ่งที่นายควรจะคิดมากกว่านะ ว่าทำไมถึงอยากให้พี่กลับไปหาขนาดนั้น” เสียงหวานว่าพลางขยับเข้าไปใกล้ “พี่มีอะไรที่น่าสนใจขนาดนั้นเลยเหรอ มันทำให้นายยึดติดกับพี่ได้ขนาดนี้เชียว?”

        เพียงคำว่า ยึดติดที่คนพี่เอ่ยหยอกเย้า ก็ทำให้คิ้วเรียวของคนรักอิสระอย่างร่างสูงขมวดเข้าหากันได้ทันที

        “ผมมีเหตุผลที่พี่ไม่จำเป็นต้องรู้” แต่ถึงอย่างนั้น รอยยิ้มก็ยังประดับอยู่บนใบหน้าหล่ออยู่ดี “ทำตัวเป็นเด็กดี ว่าง่ายเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้เหรอครับ อย่าให้ผมต้องเหนื่อยมาลงมือเลย”

        “ถ้าเหนื่อยมากก็ปล่อยมือสิ พี่ก็เคยบอกแล้วว่าถ้านายยังเป็นแบบนี้อยู่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ก็ไม่มีวันกลับไปหานาย”

        “...”

        “บอกแล้วไง ว่าคิมซอกจินที่แสนดีของนายมันตายไปแล้ว ที่อยู่ตรงหน้านายน่ะ มันไม่ใช่คิมซอกจินที่นายหลงใหลอีกแล้วล่ะ”

        “...”

        “กาลเวลาเปลี่ยน นิสัยคนก็เปลี่ยนนะ”

        “...นี่เป็นวิธีใหม่ของพี่สินะ” ร่างสูงหัวเราะเบาๆ “ใช้ความเข้มแข็งมากลบเกลื่อนความอ่อนแอที่อยู่ข้างใน ใช้คำพูดร้ายกาจเพื่อหวังให้ผมเลิกสนใจ”

        “...”

        “ผมว่าผมเคยบอกพี่นะ ว่าถ้าพี่ไม่ได้เปลี่ยนไป ผมก็มองพี่ออกหมดทุกอย่าง และดูท่าว่ากาลเวลาก็ไม่ได้ทำให้พี่เปลี่ยนไปขนาดนั้นด้วย”

        “...”

        “พี่น่าจะรู้นะ ว่าอะไรที่มันยากมากๆ ผมก็ยิ่งชอบ”

        “...”

        “พี่มันก็แค่กวางตัวน้อยที่สวมเกราะเป็นหมาป่าสีขาวที่แข็งแกร่งและเย่อหยิ่ง แต่ความจริงแล้วเปราะบางยิ่งกว่าแก้วเสียอีก”

        “...เอาความมั่นใจมาจากไหนว่าพี่เป็นแบบนั้น” ซอกจินเลิกคิ้ว “แต่ก็นะ ถ้ามั่นใจว่าบังคับให้พี่กลับไปหานายได้ ก็ลองดู”

        “จริงๆ ผมมีวิธีมากมายเลยแหละที่สามารถบังคับให้พี่ยอมเดินตามเกมของผม” จองกุกยิ้มมุมปาก “แต่รู้มั้ย ทำไมผมถึงไม่ทำ”

        “...”

        “เพราะผมอยากให้พี่กลับมาเป็นของเล่นที่มอบความรักให้ผมอย่างเต็มใจเหมือนเมื่อก่อนยังไงล่ะ J

        “แล้วบอกทำไม คิดว่าพี่รู้อย่างนี้แล้วจะกลับไปหานายง่ายขึ้นหรือยังไง” คนหน้าหวานแค่นยิ้มออกมา “โคตรคิดผิดอ่ะบอกเลย”

        ใช่ ถ้าเขายังยึดมั่นว่าจะไม่กลับไปแน่นอนน่ะนะ

        แต่ถ้าเผลอตัวเมื่อไหร่ล่ะก็ ไม่แน่

        ก็บอกแล้วว่า ยังรักและไม่เคยลืม...

        “มาลองดูมั้ยล่ะ” จองกุกเอ่ยยิ้มๆ “มาดูกันว่าระหว่างพี่กับผม ใครจะชนะในเกมนี้”

        “พี่ไม่เสียเวลาไปเล่นด้วยหรอกนะ พี่ไม่ชอบการเล่นโดยใช้ความรู้สึกเป็นเดิมพัน” พูดแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้น แต่ข้อมือเรียวก็โดนคว้าไว้พร้อมกับร่างสูงที่ลุกขึ้นมาประจันหน้ากับเขา

        “พี่กำลังกลัวเหรอ ทั้งๆ ที่ผมเป็นแค่กระต่ายของพี่เท่านั้นเนี่ยนะ”

        “...”

        “แต่ก็อย่างว่าแหละนะ...”

        “...?”

        “ หมาป่าอย่างพี่ก็เป็นแค่เหยื่อของ กระต่ายแค่นั้นแหละ J

--------------------------------------------------------------------

        เป็นไงคะ จีมินสมกับเป็นพี่ชายของจองกุกหรือเปล่า 55555 สวัสดีค่ะ กลับมาพบมาเจอกันอีกแล้วเนอะ เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาไรท์ไปสอบแกทแพทมาแหละเจ้าค่ะ ข้อสอบไม่ยาก แต่ไม่ได้อ่านไป น้ำตาไหล 55555 เอาเป็นว่าวันนี้จะไม่พูดมากเนอะ เพราะง่วงมาก >< เข้าเนื้อเรื่องดีกว่า ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากการปะทะฝีปากกันอย่างรัวๆ ตากุกก็เริ่มเผยธาตุแท้ออกมาอีกครั้งแล้วววว ใจจริงตอนนี้คือว่าจะให้มีศึกระหว่างสองคนที่แย่งนายเอกของเรานะคะ (จองกุกกับแทฮยองนั่นแหละ) แต่คิดว่ายังดีกว่า 5555 ในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมาก หาสาระยากเหมือนเดิม 55555 เอาเป็นว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ ฝากติดตามด้วยนะคะ อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นหรือส่งฟีดแบคไปทางทวิตเตอร์ของไรท์กับ #IRTกุกจิน ได้นะคะ รักรีดเดอร์ทุกคนนะ >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #547 Kwankwan100338 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 11:35
    -กุกกกกกก หมั่นใส้โว้ยยยยยย -นิสัยไม่ดีอะไรๆๆก้อของเล่น เหอะ
    #547
    0
  2. #299 ปงจี้ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 22:57
    รุ่นพี่คนนั้นคือใครอ่ะปาร์คจมิง//เอาเว้ยจินก็ไม่ยอมนะจ้ะจอนจองกุก
    #299
    0
  3. #255 Bismarck (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 14:10
    อุบ่ะ ความสัมพันธ์มีความซับซ้อนน /สารภาพว่าเริ่มงงตัวละคร 55555 คำว่าหมาป่าเป็นเหยื่อกระต่ายนี่ดูลึกซึ้งดีนะจองกุก
    #255
    1
    • #255-1 ILovePCY(จากตอนที่ 15)
      29 เมษายน 2560 / 15:43
      ซับซ้อนจนแม้แต่ไรท์เองยังปวดหัวค่ะ 55555 /ไม่ต้องจำทุกตัวก็ได้ค่ะ 555555555
      #255-1
  4. #111 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 22:15
    เหยยยยย พี่จินไฟติ้ง อย่าไปยอมเด็กแบบนั้นนะ! หมาป่าก็คือหมาป่าสิ มายงมาเหยื่ออะไร วู้วววว 
    พล็อตนั้นฟังดูเจ็บปวดมากค่ะ ฮือออ .__. โอ๋นะ ไม่ต้องมีแทฮยองก็ได้ค่ะเดี๋ยวเราดูแลพี่เค้าเอง-----
    ซึลกิ ว้ายๆๆ /ไม่มีอะไรแค่อยากกรี๊ดเมนค่ะ (55555) 
    จีมินก็แอบมีความแซ่บ(?) แอบนัดใครไว้ฮึ แต่ท่าทางจะไม่ธรรมดาแน่ๆเลยค่ะ /รออ่านตอนต่อไปน้าา
    #111
    1
    • #111-1 ILovePCY(จากตอนที่ 15)
      9 พฤศจิกายน 2559 / 23:29
      ใช่ หมาป่าก็คือหมาป่าสิ วู้วว!! (เดี๋ยวๆๆๆ 55555)
      นี่รีดอยู่ทีมมือที่สี่ของกุกจินแทใช่มั้ยเนี่ย ไม่มีอะไร จะบอกว่าทีมเดียวกะ (โดนสองหนุ่มกระทืบ -0-)
      ซึลกิของเราน่ารักนะคะ >< (นี่เมนหนูเบค่ะ 55555) ส่วนจีมิน เขาก็พี่ชายจองกุกเนอะ จะให้ต่างกันก็กระไรอยู่ 5555555
      จะรีบปั่นนะคะ ช่วงนี้ยุ่งๆ นิดหน่อย แต่จะพยายามมาให้ไวที่สุดนะ ><
      #111-1
  5. #110 KOOKJIN (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 01:02
    แนะนำให้พี่จินตบค่ะ นังจอนน ไม่เคยรู้สึกอยากตบเท่านี้มาก่อน พี่จินไปคบกับวีเลย เรามั่นใจว่าวีจะไม่ทำพี่เสียใจแน่ๆ //ME- อินนน
    #110
    1
    • #110-1 ILovePCY(จากตอนที่ 15)
      6 พฤศจิกายน 2559 / 15:39
      รีดต้องใจเย็นนะคะ นี่คือกุกจินนน (แต่นี่ก็แอบเชียร์แทจิน 5555)
      #110-1
  6. #109 Ininrmy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 22:38
    ขอให้พี่จิตใจแข็งนะคะ ให้กุกอกแตกตายไปเลย!
    #109
    1
    • #109-1 ILovePCY(จากตอนที่ 15)
      6 พฤศจิกายน 2559 / 15:37
      ดูแค้นตากระต่ายจังเลยอ่ะ 5555
      #109-1
  7. #108 k_922 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 20:18
    เกลียดจองกุกได้มั้ย
    #108
    1
    • #108-1 ILovePCY(จากตอนที่ 15)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 21:27
      อย่าเพิ่งเกลียดกระต่ายเลยนะคะ 55555
      #108-1
  8. #107 Jung Tien-In (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 15:20
    จีมินก็นะใช่ย่อยแฮะ
    จินเข้มแข็งไว้อย่าดิ้นตามจองกุกนะ
    #107
    1
    • #107-1 ILovePCY(จากตอนที่ 15)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 21:27
      พี่ชายจองกุกนะคะ เขาต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว 555555
      #107-1
  9. #106 princessJIN (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 12:07
    เออหล่ะเว่ยยยย
    ประฝีปากกันไปค่ะ
    โฮ ซอกจิน เธอจะเข้มแข็งได้จนถึงเมื่อไรกัน มันก็จริงอย่างที่น้องจอนมันว่า หมาป่าแบบซอกจิน กผ้เป็นได้แค่เหยื่อของกระต่าย(กล้าม)อย่างจองกุกเท่านั้น
    แต่! เราเชียร์ซอกจินนะ สู้ๆซอกจิน
    อย่าไปยอม เด็กนิสัยไม่ดี ฮือ
    แต่เอาจริงๆ พี่น้องจีมิน จองกุกนี่เค้ายังไงเหรอคะ มีความงง แต่ก็เอ๊อ สมกับเป็นพี่น้อง 555
    นี่สงสัย รุ่นพี่คนนั้นของจีมิน ใครกันนะ
    รอดูตอนแสดงละครค่ะ คิดถึงคำของซอกจินแล้ว "คนตีสองหน้าเก่งแบบหมอนั่น" กร๊าวใจสุดๆ มีความแซ่บ 555

    สู้ๆค่ะไรท์
    #106
    1
    • #106-1 ILovePCY(จากตอนที่ 15)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 21:26
      นั่นสิ แม่นางพิ้งค์จินจะเข้มแข็งไปได้อีกนานเท่าไหร่ T^T
      พี่น้องจีมินจองกุกเขามีการเล่นสนุกแบบประหลาดๆ นะคะ เข้าใจยาก 5555
      ส่วนคนคนนั้นของจีมินคือใคร เดี๋ยวก็รู้ค่ะ ^o^

      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ^^
      #106-1