Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 16 : Chapter 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    17 พ.ย. 59

บทที่ 13

        และแล้วก็มาถึงวันสอบกลางภาคของมหาวิทยาลัย

        ซอกจินกำลังนั่งอ่านทบทวนความรู้ก่อนสอบที่ใต้ตึกคณะนิติศาสตร์ วันนี้เขาสอบวิชากฎหมายที่เป็นวิชาเลือกบังคับของสาขาชีววิทยา เขาพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่อ่านแต่ก็เหมือนจะยังงงๆ

        ถึงวิชานี้จะใช้ความจำเยอะเหมือนกับชีววิทยา แต่ถ้าไม่เข้าใจว่ามันมาจากไหนก็จบนะ -0-

        และเผอิญว่าความเข้าใจของเขามีให้สำหรับชีวะเท่านั้นซะด้วยสิ

        ถึงจะเป็นแค่ตัวฟรีก็เถอะ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ฉุดเกรดลงสักหน่อย

        ดังนั้น ขอให้รอดด้วยเถอะ สาธุ = =

        “ซอกจิน มาเช้าจัง” เสียงหวานทักขึ้นก่อนที่ฮเยมินจะนั่งลงตรงข้ามกับร่างเพรียว “ไม่เจอกันตั้งหลายวัน คิดถึงจังเลย ><

        “อย่าเวอร์น่า เธอเพิ่งมาเอาชีทที่ฉันเมื่อวันก่อนนี้ไม่ใช่เหรอ - -

        “ชิ นายมันไม่โรแมนติกเลย” หญิงสาวทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อนสนิท “ว่าแต่ สอบตึกนี้เหรอ”

        “อือ ฉันลงตัวฟรีกฎหมายก็ต้องสอบตึกนิติฯ สิ”

        “ไม่เกี่ยวเว้ย ตัวฟรีฉันยังมาสอบที่นี่เลย -0-

        “อ้าว วันนี้เธอสอบอีค่อนเหรอ” ซอกจินถามอย่างสงสัย เป็นครั้งแรกเลยนะที่เขาเห็นวิชานี้มาสอบที่ตึกคณะอื่นแบบนี้ (หมายเหตุ : อีค่อน (Econ) ย่อมาจาก Economic ก็คือวิชาเศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาของคณะสังคมศาสตร์)

        “เออดิ นี่ยังอ่านไม่จบเลย จะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ L

        “ปัญหานี้มีกันทุกคนแหละนะ” ซอกจินถอนหายใจ จริงๆ เขาก็เกือบจะอ่านกฎหมายไม่ทัน ถ้าจองกุกยังมาขอให้ติวให้เรื่อยๆ น่ะนะ

        ใช่ หลังจากวันนั้นที่แม่น้ำฮัน จองกุกก็หายไปเลย

        การหายไปแบบนี้ของร่างสูง มันทำให้เดือนหน้าหวานกังวลได้ตลอดเลย

        ไม่ใช่เป็นห่วงหรอกนะ แค่ไม่รู้ว่าเขาจะต้องเตรียมรับมือกับเด็กนั่นยังไงต่างหาก

        “โอ๊ะ พี่จิน บังเอิญจังเลยนะครับ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นเรียกความสนใจจากทั้งสองคนที่กำลังคุยกันได้เป็นอย่างดี แทฮยองโค้งให้ฮเยมินรีบมานั่งข้างรุ่นพี่ที่ตัวเองหมายปองทันที ในขณะที่โฮซอกและจีมินก็เดินตามมาพร้อมกับโค้งทักทายรุ่นพี่ทั้งสองคนแล้วนั่งลงบนเก้าอี้หินอ่อนที่ยังว่างอยู่

        “ไง อย่าบอกว่าสอบตึกนี้น่ะ” รุ่นพี่ผมสีชมพูเอ่ยทักทายทั้งสามคนพร้อมรอยยิ้ม ซึ่งร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างเขาก็รีบตอบออกมาเรียกให้เพื่อนทั้งสองเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ทันที

        “ครับผม ตัวเจอร์ผมสอบที่นี่ บังเอิญจังเลยเนอะ ^o^

        “เขาเรียกว่าพรหมลิขิตไงแทฮยอง” ฮเยมินเอ่ยบ้าง “นี่แหละนะ คนเป็นคู่กันก็อย่างนี้แหละ >w<

        “หยุดเลยยัยอีริน” เสียงหวานหันไปเอ็ดเพื่อนก่อนที่ซอกจินจะหันมาหารุ่นน้องที่ยิ้มหน้าบานไปแล้วกับคำแซวของเพื่อนสนิทเขา “แล้วสอบกันกี่โมงล่ะ”

        “บ่ายโมงน่ะครับ แต่พวกผมมากันก่อนเพื่อจะได้ติวกันก่อนเข้าสอบ”

        “อย่าไปเชื่อมันครับพี่ซอกจิน ไอ้แทมันรู้ว่าพี่สอบตอนสิบเอ็ดโมง มันก็เลยคะยั้นคะยอให้พวกผมมาเลย” จีมินว่าก่อนจะหัวเราะชอบใจแล้วหันไปตีมือกับโฮซอกที่สามารถแกล้งเพื่อนได้ เดือนปีสองบริหารถึงกับทำหน้าเหลอหลาอย่างไม่รู้เรื่องก่อนจะหันไปแก้ตัวกับซอกจินทันที

        “ไม่ใช่นะครับพี่จิน คราวนี้ผมไม่รู้จริงๆ ว่าพี่สอบที่นี่ พวกมึงนี่มัน...”

        “ครั้งนี้มึงไม่รู้ แต่คราวก่อนมึงรู้แล้วแกล้งเนียนมาหาพี่เขานี่”

        “ไอ้โฮซอก!” แทฮยองหันไปหาเพื่อนหน้าหวานที่แฉเขาทันที ก่อนจะหันมายิ้มแหยๆ ให้รุ่นพี่หน้าหวาน “แหะๆ คือว่า ^^;;

        “พี่ก็ว่าแล้วว่ามันแปลกๆ เจ้าเล่ห์ซะจริงนะเด็กสมัยนี้” ร่างเพรียวหัวเราะเบาๆ “อยากมาหาก็บอกตรงๆ ก็ได้ พี่ไม่ได้ห้ามเราสักหน่อย”

        “งั้นถ้าผมจะชวนพี่ไปเที่ยว ผมก็ชวนได้สินะครับ” นัยน์ตาคมเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ทันที โฮซอกกับจีมินหันมามองหน้ากันพร้อมกับร้องว้าวออกมาเบาๆ ให้กับความรุกแรงของเพื่อน ในขณะที่สายจิ้นแทจินอย่างฮเยมินก็ได้แต่ปิดปากไม่ให้ตัวเองกรี๊ดออกมาด้วยความฟิน

        จะมีก็แต่ซอกจินนี่แหละ ที่ยังคงเลิกคิ้ว มองรุ่นน้องตรงหน้าอย่างสงสัย

        “นายอยากชวนพี่ไปเที่ยวงั้นเหรอ?”

        “ครับ ^^ ถ้าหลังสอบเสร็จผมจะชวนพี่ไปเที่ยว พี่จะไปกับผมมั้ยครับ”

        ตาหวานมองใบหน้าหล่อของคนที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะส่งยิ้มกลับไปให้ “ถ้าพี่ว่าง พี่เคยปฏิเสธนายหรือไงล่ะ”

        “จริงนะครับ!!” แทฮยองเสียงดังพร้อมกับผุดลุกขึ้นด้วยความดีใจจนโฮซอกต้องดึงแขนคนที่ดีใจเวอร์เกินเหตุไว้เพราะโต๊ะอื่นเริ่มมองมาที่พวกเขา เดือนคนหล่อรีบหันไปโค้งขอโทษโต๊ะอื่นแล้วหันกลับมาหารุ่นพี่หน้าหวาน “พี่พูดแล้วนะครับพี่จิน”

        “อื้อ อย่าลืมหมายเหตุด้วยว่าถ้าพี่ว่างนะ ^^ แต่ถ้าได้ก็คงลาให้ นานๆ จะได้เที่ยวกับน้องชายอย่างนายทั้งที”

        พอจบประโยคปุ๊บ บรรยากาศของโต๊ะก็เปลี่ยนไปทันที

        จะมีก็แต่เดือนหน้าหวานนี่แหละ ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย

        “โอ๊ะ ใกล้ได้เวลาแล้ว พี่ไปรอหน้าห้องสอบก่อนนะ” พูดจบ ซอกจินก็เก็บของแล้วเดินออกไปทันที ทิ้งให้ทั้งสี่คนมองตาม จีมินตบไหล่เพื่อนผิวเข้มที่หงอยไปอย่างเห็นได้ชัด ฮเยมินมองรุ่นน้องด้วยความสงสาร บางทีเพื่อนสนิทของเธอก็ใจแข็งเกินไปนะ

        “เหนื่อยมั้ยแทฮยอง พี่เห็นนายตามเพื่อนพี่มาเป็นปีแล้วนะ”

        “...ไม่หรอกครับ” ว่าก่อนจะส่งยิ้มให้รุ่นพี่สาว “แค่ปีเดียวเอง นานกว่านี้ผมก็รอได้ครับ”

        “โห นี่ใช่คำพูดของพ่อหนุ่มเสน่ห์แรงของคณะกูหรอวะเนี่ย” โฮซอกเอ่ยอย่างไม่เชื่อหู เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ถูกกล่าวหาได้ทันที

        “กูเปลี่ยนตัวเองมานานแล้วเว้ยไอ้โฮซอก ก็บอกแล้วว่าคนนี้รักจริงหวังแต่ง ^o^

        ฮเยมินมองรุ่นน้องทั้งสามคนที่คุยเล่นกันก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ จากนั้นเธอก็ขอตัวเพื่อไปห้องสอบของตัวเองบ้าง

        และพอพ้นสายตาของทั้งสามคน รอยยิ้มของหญิงสาวก็หายไป

        เธอเชียร์แทฮยองก็เพราะแบบนี้แหละ

        เขาจริงใจและหวังดีกับเพื่อนของเธอมากจริงๆ

        แต่อุปสรรคของเดือนปีสองแห่งคณะบริหารคนนี้ ไม่ได้มีแค่ความใจแข็งซอกจินเท่านั้น

        จอนจองกุก คนรักเก่าของเดือนปีสามที่ดูจะไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ เสียด้วยสิ แถมถึงขั้นเอารูปเก่าๆ มาขู่บังคับให้เธอกันเพื่อนของตัวเองออกห่างจากซอกจินอีกต่างหาก

        จะคิดแผนกับโซจินและมินฮา ก็ยังนึกไม่ออก จึงทำได้แค่บอกให้สองสาวดูลาดเลาห่างๆ ไปก่อนแค่นั้น

        เฮ้อ ฉันจะช่วยนายจากคนใจร้ายแบบนั้นได้ยังไงนะ เพื่อนรัก

 

        สามชั่วโมงต่อมา ก็หมดเวลาสอบพอดี

        ซอกจินเดินออกจากห้องสอบด้วยท่าทางมึนๆ เล็กน้อย ข้อสอบมีแค่สองข้อก็จริง แต่ก็ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโจทย์อย่างหนักอยู่เหมือนกัน

        รู้งี้เขาลงตัวฟรีให้เสร็จตั้งแต่ซัมเมอร์เลยดีกว่า พอมาเก็บตอนปีสามแล้วหนักหน่วงชะมัด L

        ครืดๆ~

        โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้นมาทำให้ร่างเพรียวต้องล้วงมันออกมา ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามา

        “ครับแม่”

        ใช่แล้ว คนที่ทำให้เขายิ้มได้เพียงแค่เห็นชื่อที่โทรเข้ามาก็คือครอบครัวนี่แหละ

        “(เป็นไงบ้างลูก สบายดีมั้ย ช่วงนี้ไม่ค่อยโทรมาหาที่บ้านเลยนะ)”

        “สบายดีครับแม่ ช่วงนี้มันช่วงสอบผมก็เลยยุ่งๆ นิดหน่อย นี่ผมก็เพิ่งสอบวิชาแรกเสร็จเนี่ย”

        “(จริงเหรอลูก เป็นไงบ้าง สอบยากมั้ย)”

        “เอาตรงๆ มั้ยล่ะครับแม่” เสียงหวานหัวเราะพร้อมกับนั่งลงตรงที่นั่งหน้าตึกเมื่อเขาลงมาถึงชั้นล่างแล้ว “อย่าเรียกว่าทำได้เลยครับ เรียกว่าได้ทำดีกว่า”

        “(นั่นใช่คำพูดของว่าที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรอวะไอ้เสือ)” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเรียกให้เสียงหวานหัวเราะออกมาอีกครั้ง

        “โธ่พ่อ เกียรตินิยมอะไรกันล่ะครับ เกรดนิยมล่ะสิไม่ว่า”

        “(ไม่ต้องถ่อมตัวเลย ฮเยมินโทรมาเล่าให้พ่อกับแม่ฟังหมดแล้ว)”

        “อย่าไปฟังยัยนั่นมากสิครับ ยัยอีรินมันเวอร์จะตาย”

        “(ถ้าไม่ฟังแล้วพ่อกับแม่จะได้รู้เรื่องแกมั้ยล่ะ)” จู่ๆ เสียงของพ่อก็เปลี่ยนไปจนเขาแปลกใจ “(ไอ้เด็กนั่นมันกลับมาหาแกอีกแล้วใช่มั้ย)”

        “เด็ก?”

        “(จอนจองกุก)”

        คนหน้าหวานร้องอ๋อทันทีก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ยัยอีฮเยมินนี่นะ ต้องรายงานครอบครัวของเขาทุกเรื่องเลยใช่มั้ย

        เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความลับกับครอบครัวเท่าไหร่ประกอบกับทางบ้านเขาก็หัวสมัยใหม่มากพอที่จะรับได้ถ้าเขาจะชอบผู้ชาย ตอนสมัยคบกับจองกุกจึงเล่าให้พ่อกับแม่ฟังตลอด

        แม้กระทั่งตอนเลิกกัน เขาก็ยังบอกเลย

        แต่ไม่ได้บอกหรอกนะว่าหมอนั่นทำอะไรไว้กับเขาบ้าง ที่พ่อกับแม่รู้เรื่องว่าจองกุกไม่จริงใจกับเขาก็เพราะว่าฮเยมินนั่นแหละที่เป็นคนเล่าให้ท่านทั้งสองฟัง

        “...ครับ” เสียงหวานตอบหลังจากเงียบไปนาน “น้องเขาเรียนคณะเดียวกับผม”

        “(ให้ตายเถอะ อุตส่าห์ห่างมาจะสามปีแล้วยังจะมาเจอกันอีกจนได้ หมอนั่นได้ทำอะไรแกมั้ย)”

        “ไม่หรอกครับ เขาจะทำอะไรผมได้ล่ะ” ซอกจินหัวเราะฝืนๆ ถ้าให้เล่าตามความจริงพ่อเขาต้องรีบมาหาแน่ๆ

        “(แน่ใจนะ)”

        “พ่อครับ ผมไม่ใช่เด็กเกรดสิบสองที่จะโดนหลอกง่ายๆ อีกแล้วนะ”

        “(โอเค ถ้าพูดอย่างนั้นพ่อก็เชื่อใจนะ)” ปลายสายถอนหายใจออกมา “(พ่อเคารพการตัดสินใจของแกนะ ถ้าแกคิดจะกลับไปคบกับหมอนั่นพ่อก็ไม่ห้าม แต่ก็ดูดีๆ นะ พ่อไม่อยากเห็นเด็กร่าเริงอย่างแกหงอยไปอีกครั้ง)”

        “ครับผม ^^” เสียงหวานตอบร่าเริง ถึงคำพูดของพ่อจะห้วนๆ ไปหน่อย แต่เขาก็รู้ว่าพ่อเป็นห่วงเขาแค่ไหน “ในตอนนี้ผมยังไม่คิดเรื่องนี้หรอกครับ พ่อสบายใจได้เลย”

        ใช่ เพราะถ้าจองกุกยังเป็นแบบนี้ ต่อให้เขายังฝังใจมากแค่ไหนเขาก็ไม่มีวันกลับไปหรอก

        ท่องไว้นะ คิมซอกจิน

 

        เมื่อคุยโทรศัพท์เสร็จ ซอกจินก็กลับไปอ่านหนังสือที่คอนโดเพื่อเตรียมตัวสอบวิชาในวันพรุ่งนี้

        ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันดีที่ร่างเพรียวกลับไปก่อนแบบนี้

        เลยไม่ทันเห็นว่าเพื่อนสาวคนสนิทของตัวเองกำลังถูกใครบางคนกึ่งลากกึ่งจูงไปข้างตึกของคณะนิติศาสตร์

        “นี่ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะจองกุก ฉันเจ็บ” ฮเยมินพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ก็สู้มือใหญ่ที่แข็งอย่างคีมเหล็กไม่ได้ ร่างสูงปรายตามองเธออย่างไม่สนใจก่อนจะเหวี่ยงร่างบางไปกระแทกผนังอย่างไม่ใยดี

        “โอ๊ย! มันเจ็บนะไอ้เด็กบ้า”

        “พี่คิดจะทำอะไรเหรอครับ รุ่นพี่อีริน” คนเด็กกว่าถามเสียงเย็น ทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย

        “อะไรของนาย ฉันก็กันโซจินกับมินฮาออกไปตามที่นายต้องการแล้วไง”

        “โดยจะร่วมมือกันตลบหลังผมทีหลังน่ะหรือครับ”

        ฮเยมินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ให้กับเสียงนิ่งๆ ของเด็กหนุ่มตรงหน้า

        ไม่เคยคิดมาก่อนเลยแฮะว่าจองกุกจะน่ากลัวขนาดนี้

        ว่าแต่ เขารู้ได้ยังไงว่าพวกเธอสามคนคิดจะทำอะไร

        “เงียบไปแบบนี้แสดงว่าจริงสินะครับ” จองกุกแค่นหัวเราะ “นี่ผมกำลังไว้ใจคนผิดใช่มั้ยครับเนี่ย”

        “นายไม่ควรไว้ใจฉันตั้งแต่แรก” เสียงหวานแค่นหัวเราะ เมื่อถูกจับได้ก็ไม่ได้มีอะไรต้องแคร์แล้ว “ฉันเป็นเพื่อนของซอกจิน ยังไงฉันก็ไม่ยอมอยู่ข้างนายอยู่แล้ว”

        “น่าเสียใจนะครับ ทั้งๆ ที่ผมก็อุตส่าห์ลบรูปนั้นไปแล้วแท้ๆ” ร่างสูงแกล้งทำเสียงเศร้าเรียกให้หญิงสาวเบ้ปากทันที

        “นายโง่เองไง รู้อยู่แล้วว่าฉันสนิทกับจิน ทำไมฉันจะต้องไปช่วยนายด้วย”

        “นั่นสินะครับ” เสียงทุ้มยอมรับง่ายๆ จนฮเยมินแปลกใจ “ก็พี่รักพี่จินมากเลยนี่นา จะให้มาช่วยผมได้ยังไง”

        “นาย...” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา รู้สึกลำคอแห้งผากเมื่อได้ยินประโยคแปลกๆ แบบนั้น

        มันเป็นสัญญาณว่าจองกุกอาจจะรู้ความลับของเธอแล้วก็ได้

        “ครับ? มีอะไรหรือเปล่า ผมก็แค่บอกว่าพี่รักพี่จินมากก็เท่านั้นเอง”

        “...”

        “หรือว่า ความรักที่พี่มีให้พี่จิน มันเกินคำว่าเพื่อนสนิทไปแล้วล่ะ”

        “เอาอะไรมาพูด!!” หญิงสาวตอบรุ่นน้องทันควัน นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริกเมื่อรับรู้ว่ามีคนรู้ถึงความรู้สึกของเธอที่มีต่อเพื่อนสนิท

        ใช่ เธอรักซอกจิน

        รักในแบบที่หญิงสาวคนหนึ่งจะมีให้กับคนอีกคน ไม่ใช่แบบเพื่อนสนิท

        แต่เพราะรู้ว่าซอกจินไม่ได้ชอบผู้หญิง เธอจึงต้องกดความรู้สึกนี้ให้ลึกสุดใจและทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีของร่างเพรียวตลอดมา

        ที่เชียร์ให้ซอกจินรักกับแทฮยองก็เพราะชายหนุ่มเป็นคนที่ดีมากพอจะดูแลเพื่อนสนิทของเธอได้

        และเพราะเธอไม่สามารถอยู่ในสถานะนั้นได้ ดังนั้นถ้าคนที่เธอรักได้เจอกับคนดีๆ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

        และเธอก็ไม่ต้องการให้ใครรู้ด้วย ว่าเธอแอบรักเพื่อนสนิทตัวเอง

        โดยเฉพาะกับซอกจิน คนที่เธอไม่อยากให้รู้เรื่องนี้เลยสักนิด

        “หืม? พี่จะโมโหทำไมครับ ผมก็ชอบพี่จินเหมือนกัน เรื่องแบบนี้เราคุยกันได้ ไม่เห็นต้องโกรธเลยนี่นา”

        “...”

        “ถ้าพี่จินรู้เรื่องนี้จะเป็นยังไงนะ J

        “อย่าบอกหมอนั่นนะ!” หญิงสาวเอ่ยเสียงดัง ก่อนจะค่อยๆ แผ่วลง “อย่าให้เขารู้เด็ดขาด...”

        “ทำไมล่ะครับ ความรักก็เป็นเรื่องที่ดีจะตาย” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างระรื่น “เพียงแต่มันไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างเพื่อนสนิทก็เท่านั้นเอง”

        “...”

        “แต่ถ้าพี่ช่วยผม ผมสัญญาว่าเรื่องนี้จะไม่มีใครรับรู้เลย”

        “...”

        “แต่ถ้าพี่ยังดื้อ ผมจะบอกให้พี่จินรู้”

        “...นายไม่มีหลักฐาน” ฮเยมินกัดฟันแน่น ตาคู่สวยมองคนเด็กกว่าตรงหน้าอย่างเจ็บใจ “จินไม่มีทางเชื่อนาย”

        “แล้วถ้าผมมีล่ะ?”

        “...”

        “ผมไม่ใช่คนพูดอะไรลอยๆ หรอกนะครับรุ่นพี่ฮเยมิน”

        “...”

        “ว่ายังไงครับ ยังคิดจะหักหลังผมอยู่มั้ย”

        “...นายมันเลว” มือเรียวกำหมัดแน่น “ฉันเกลียดนาย”

        “ผมจะถือว่าพี่ตกลงแล้วกันนะครับ ^^” ยิ้มยั่วโมโหรุ่นพี่คนสวยเสร็จก็เดินออกมาทันที ทิ้งหญิงสาวให้ระบายอารมณ์กับผนังตึกเพราะทำอะไรเขาไม่ได้

        โอเค อย่างน้อยก็กำจัดเสี้ยนหนามไปได้ตั้งสามคน

        ส่วนตัวบอสใหญ่อย่างแทฮยองก็ปล่อยไว้ก่อนแล้วกัน

        เพราะทางเดียวที่จะกำจัดหมอนั่นได้ ก็คือทำให้พี่จินเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น ซึ่งเขาก็เชื่อว่าอีกไม่นานหรอก

        คนสวยของเขาใส่หน้ากากไม่ได้นานขนาดนั้นหรอกนะ J

        “เดี๋ยวนี้พัฒนาเป็นขู่ผู้หญิงแล้วเหรอ” เสียงห้าวที่คุ้นเคยดังขึ้นเรียกให้จองกุกหันไปมองทันที “ใช้วิธีที่ทุเรศกว่าเดิมอีกนะเนี่ย นายนี่มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ”

        ร่างสูงมองคนตรงหน้านิ่ง ก่อนจะส่งยิ้มไปให้ “แอบฟังคนอื่นพูดนี่ไม่ดีเลยนะครับพี่ยุนกิ ^^

        คนตัวขาวแค่นหัวเราะ “คนอย่างนายมีสิทธิว่าฉันด้วยหรือไงล่ะ”

        “อ่า นั่นสินะครับ” จองกุกว่าเสียงระรื่น “แล้วพี่มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”

        “ไม่มีหรอก มีแต่ข้อสงสัยเท่านั้นแหละ” ยุนกิว่า “ทำไมนายต้องอยากได้ไอ้จินขนาดนั้นวะ”

        “...”

        “ไม่เห็นเหรอว่าทุกอย่างมันเริ่มจะวุ่นวายแล้ว เพราะเพียงแค่ความต้องการของนาย”

        “...”

        “ไม่สงสารเพื่อนฉันหน่อยเหรอ นายทำร้ายมันไม่มากพอหรือไง ต้องการอะไรจากมันอีกวะ”

        “...พวกพี่นี่จริงๆ เลยนะครับ พอเจ้าตัวเลิกคร่ำครวญแล้ว เพื่อนก็มาตัดพ้อแทน” เสียงทุ้มว่าอย่างไม่เดือดร้อนอะไรเลย “แล้วยังไง ผมจำเป็นต้องตอบพี่หรือเปล่า”

        “...ไม่ต้องตอบก็ได้ แต่คิดหน่อยก็ดี”

        “ผมคิดทุกอย่างไว้แล้วน่า” จองกุกตอบพร้อมรอยยิ้ม “แต่พี่ก็เข้าข้างผมไม่ใช่เหรอครับ ไม่งั้นจะช่วยกันไอ้แทฮยองให้ผมทำไม”

        “ใครบอกนาย” ตาเรียวตวัดมองใบหน้าหล่อทันที “ที่ฉันทำทุกอย่างเพราะไม่อยากให้เพื่อนฉันเจ็บต่างหาก ใครจะไปเข้าข้างไอ้เลวอย่างนายกันล่ะวะ”

        “น่าเสียดายที่ตอนจบของเกม เพื่อนพี่จะต้องกลับมาหาไอ้เลวอย่างผมนะครับ”

        “เอาความมั่นใจมาจากไหนเหรอ” ยุนกิยิ้มมุมปาก “ขอโทษทีนะ แต่ดูเหมือนว่านายจะมองจินมันผิดไปเยอะเลยล่ะ”

        “...”

        “ไอ้จินมันเข้มแข็งกว่าที่นายคิดไว้เยอะเลยล่ะนะ” เสียงทุ้มว่าก่อนที่มือเรียวจะตบลงบนไหล่หนาเบาๆ “ยังไงถ้าคิดจะให้ไอ้จินกลับไปหา ก็ขอให้สมหวังละกันนะ”

        “...”

        “แต่ดูท่าจะยากหน่อยนะ รับมือกับเพื่อนฉันให้ได้แล้วกัน แล้วฉันจะคอยดู” กวนประสาทร่างสูงจนพอใจแล้วก็ผละออกมาแล้วเดินออกมา

        ถือว่าเมื่อกี้แก้แค้นให้เพื่อนสาวแล้วกันนะ

        จริงๆ เขาดูออกมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วล่ะ ว่าฮเยมินรักซอกจินแค่ไหน แต่ที่ไม่พูดเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขา

        แค่นี้เพื่อนสาวของเขาก็น่าสงสารมากพอแล้ว ไอ้จองกุกยังจะไปตอกย้ำบาดแผลของเธออีก

        เลวจริงๆ เลยนะ ว่ามั้ย - -

        แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรมากกว่านี้ ร่างเล็กก็ถูกใครบางคนคว้าไว้ก่อนจะถูกกดไหล่ไว้กับรถของตัวเองจนเจ็บ เสียงห้าวกำลังจะโวยวายแต่พอเห็นหน้าคนที่กระทำอุกอาจกับตัวเองก็เงียบลงทันที

        “อะไรของมึงเนี่ย ไอ้แทฮยอง”

        ใช่แล้ว คนคนนี้ก็คือแทฮยองนั่นเอง

        “พี่คิดจะทำอะไรกันแน่ พี่ยุนกิ”

        “ทำอะไร แล้วก็ปล่อยได้แล้ว กูเจ็บ” ว่าพลางผลักร่างสูงออก แต่ก็ทำไม่ได้ “ไอ้แทฮยอง ปล่อยกู...”

        นัยน์ตาคมที่เกรี้ยวกราดสะกดให้ร่างขาวนิ่งได้ทันที

        อะไรกันเนี่ย สายตาแบบนี้...

        “ไหนพี่บอกว่าไม่ได้เข้าข้างไอ้เด็กนั่นไง แล้วที่บอกว่าขอให้พี่จินกลับไปหามันนี่หมายความว่ายังไง!

        “ฮะ? กูพูดตอนไหน...”

        “ไม่ต้องมาเฉไฉเลย สุดท้ายพี่ก็เข้าข้างคนที่ทำร้ายเพื่อนพี่อยู่ดี แล้วพี่จะมาบอกให้ผมพยายามจีบพี่จินทำไมวะ!

        “อะไรของมึง เข้าใจผิดไปใหญ่แล้วเนี่ย” เสียงห้าวว่ากลับเมื่อคนน้องไม่ยอมฟังอะไรเลย “ถ้ามึงได้ยินที่กูกับมันคุยกัน ก็น่าจะรู้ว่ากูประชด...”

        “คนประชดกันเขาตบไหล่ให้กำลังใจกันด้วยเหรอครับพี่ยุนกิ”

        “...” ยุนกิเงียบพร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะรุ่นน้องตรงหน้ากำลังอารมณ์ร้อน คงไม่ฟังเขาง่ายๆ หรอก

        “ได้ข่าวว่าตอนนี้พี่นัมจุนสงสัยเรื่องพี่กับผมนี่นา” แทฮยองว่าพร้อมรอยยิ้มร้ายเรียกให้คนตัวขาวหันไปมองทันที

        “แล้วไง เกี่ยวอะไรกับนัมจุน”

        “ก็เปล่าหรอกครับ” เสียงทุ้มยังเอ่ยทีเล่นทีจริง “ผมแค่คิดว่าทำยังไงพี่นัมจุนถึงจะระแวงเราสองคนมากขึ้น”

        “ไอ้แทฮยอง มึงบ้าไปแล้วหรือไง!” เสียงห้าวแหวกลับมาทันที “อย่ายุ่งกับเรื่องของกูและนัมจุน”

        “ทีพี่ยังเข้ามายุ่งเรื่องของผมกับพี่จินได้เลย”

        “...”

        “ในตอนแรกผมยังรู้นะว่าพี่กลัวไอ้เด็กนั่นไปทำร้ายพี่จิน แต่ตอนนี้ผมชักเริ่มไม่แน่ใจแล้ว”

        “...”

        “พี่จำไว้เลยนะ ว่าถ้าไอ้เวรจองกุกนั่นทำให้คนที่ผมรักต้องเสียใจอีกรอบ ผมก็จะทำให้พี่นัมจุนเกลียดพี่จนมองหน้ากันไม่ติดเลยแหละ ไม่เชื่อก็คอยดู”

--------------------------------------------------------------------

        แทฮยองงงงงง!!!!! ติดเชื้อจองกุกมาหรอลูก!!!!!! >o< สวัสดีค่ะรีดเดอร์ทุกคน เจอกันในตอนสุดท้ายก่อนไรท์สอบไฟนอลเนอะ 55555 จะไม่พูดมากเนอะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า วีก้าเขาเริ่มประกาศศึกกับอีกแล้วค่ะเยาวชนนนนน แถมตอนนี้ดูตาวีจะน่ากลัวขึ้นด้วยนะคะ พี่ก้าเราจะไหวมั้ยเนี่ย ส่วนอีตากุกก็มาคอนเซ็ปต์เดิม อีตากระต่ายนี่รู้ความลับคนอื่นไปทั่วเลยนะคะ 55555 เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อนั้นต้องติดตามนะคะ คอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ หรือไม่ก็ไปสครีมใน #IRTกุกจิน ในทวิตเตอร์ได้เลยค่ะ แล้วเจอกันตอนกลางธันวาหรือตอนไรท์สอบไฟนอลเสร็จนะคะ ช่วงนี้จะมาตอบเม้นอยู่เนืองๆ 55555 แล้วเจอกันนะคะ รักรีดทุกคนนะ ><

        ปล.มาแสดงความยินดีกับหนุ่มๆ และบังพีดีของพวกเขากันหน่อยเร็วววว >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #383 Sptfon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 00:39
    แทกินี้มันเผ็ดร้อนมาก5555555
    #383
    0
  2. #365 Kiratar (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 22:30
    แทฮยองคนเลวววว แทแทคนโง่ ฮืออออออออ อย่านะ??
    #365
    1
    • #365-1 ILovePCY(จากตอนที่ 16)
      5 สิงหาคม 2560 / 19:51
      ใจเย็นนะคะ
      #365-1
  3. #300 ปงจี้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 23:08
    โอ็ยยยย อิรุงตุงนังเหลือนเกิน เหลือโฮซอกไว้ให้น่ารักงุงิคนนึงเถอะนะ ลุ้นเหลือเกิน แทแทเธอก็ร้ายไม่แพ้จองกุกเลยนะคะ
    #300
    0
  4. #256 Bismarck (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 14:30
    โอ้ย วุ่นวายจัง 55555555
    #256
    1
    • #256-1 ILovePCY(จากตอนที่ 16)
      29 เมษายน 2560 / 15:45
      มากค่ะ 555555
      #256-1
  5. #118 chonseok (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 23:40
    แทๆๆ ใจเย็นเห้ยยยย
    #118
    1
    • #118-1 ILovePCY(จากตอนที่ 16)
      3 ธันวาคม 2559 / 18:51
      แทแทคุมไม่ได้แล้ววววว
      #118-1
  6. #117 k_922 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 21:33
    จอนจองกุกน่าถีบขึ้นทุกตอน แทใจเห็นเฮ้ยย
    #117
    1
    • #117-1 ILovePCY(จากตอนที่ 16)
      3 ธันวาคม 2559 / 18:51
      อย่าถีบน้องเลยยยย 555
      #117-1
  7. #116 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 12:18
    /โอ๋ฮเยมินนะ โธ่ ความรู้สึกนั้นเข้าใจดีเลย //เปิดเพลงเพื่อนสนิทของเอนโดรฟินให้ฟั--
    จองกุกกี้นี่นายเป็นอับดุลเหรอออ รู้ทุกอย่าง ชั้นกลัวนายแล้วนะ! 
    แล้วเห้ย ตะย้องงงงง แค่นี้ก็แย่แล้วนายจะทำให้พินาศกว่าเดิมน่ะเซ่ TvT ตายๆๆๆ สงสารยุนกิสุดแล้วตอนนี้ ฮือออ
    #116
    1
    • #116-1 ILovePCY(จากตอนที่ 16)
      3 ธันวาคม 2559 / 18:50
      ใจเย็นนะคะ การแอบรักเพื่อนมันก็อย่างนี้แหละค่ะ 5555
      จองกุกเป็นผู้รู้ค่ะ แต่นั่นสิ ทำไมนางรู้ ส่วนตาแท มันเป็นคนใจร้อนนนนน
      #116-1
  8. #115 princessJIN (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 08:09
    ความสวรรค์เบี่ยงแพ่กระจายค่ะ
    เจ็บแค้าเคืองโกรธโทษฉันใย
    ตอนนี้บอกได้เลยว่าเจ็บทุกคน
    ซอกจินต้องเตรียมรับมือกับอะไรบ้าง
    อิรินต้องกลายเป็นเครื่องมือของจองกุกอีกครั้ง
    ยุนกิต้องรับมือกับแทฮยองที่เริ่มเสียสติ?
    โฮฮฮ

    สู้ๆค่ะไรท์
    #115
    1
    • #115-1 ILovePCY(จากตอนที่ 16)
      3 ธันวาคม 2559 / 18:49
      มันจะเริ่มวุ่นวายแล้วล่ะค่ะ แต่งไปก็เครียดไปเหมือนกัน T^T
      #115-1
  9. #114 Jung Tien-In (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 08:00
    แทแทททททททท. นี่ได้ยินหมดไหม คือโมโหมากกว่างี้คิดไม่ได้ใช่ไหมเนี่ย โอ๊ยยยยยยยยยยย จองกุกทำไมแกรู้อะไรเยอะแยะห๊ะ
    #114
    1
    • #114-1 ILovePCY(จากตอนที่ 16)
      3 ธันวาคม 2559 / 18:47
      นังแทมันไม่สนใจคะ แทมันใจร้อน 555 ส่วนตากุก นั่นสิ จะรู้อะไรขนาดนั้นนนน
      #114-1
  10. #113 Ininrmy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 07:33
    ทำไมกุกรู้ไปซะทุกเรื่อง--'
    #113
    1
    • #113-1 ILovePCY(จากตอนที่ 16)
      3 ธันวาคม 2559 / 18:46
      นั่นสิ เราก็สงสัย
      #113-1
  11. #112 Punyavee Sripo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 07:17
    โอ้ยยยจิเป็นCryข้อสอบคณิตที่ว่าอ่านเเล้วเครียด.. เจอนิยายตอนนี้เครียดยิ่งกว่า-*-
    #112
    1
    • #112-1 ILovePCY(จากตอนที่ 16)
      3 ธันวาคม 2559 / 18:45
      มันเครียดขนาดนั้นเลยเหรอคะ 5555
      #112-1