กุ่ยสิงเทียนเซี่ย หนึ่งหนู หนึ่งแมว ผ่าคดีปริศนา

ตอนที่ 13 : บทที่ 2 ตอนที่ 2.4 ภูมิหลังและสิ่งที่เห็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

         
          ร้านอาหารนี้มีชื่อว่าหอพิราบเหินฟ้า ดูน่าสนใจมากอยู่ทางใต้ของเมืองฉวีซาน ได้ยินว่านกพิราบทอดของที่นี่อร่อยหาที่ใดเทียบยาก


          ไป๋อวี้ถังรอที่จะขึ้นไปบนชั้นสองของร้าน เขาต้องการที่นั่งที่เป็นมุมส่วนตัว เสี่ยวเอ้อเอาน้ำชามาส่งให้ ไป๋อวี้ถังก็พลันมองเห็นชั้นล่างเกิดเสียงเอะอะเอ็ดตะโรขึ้น ผู้คนต่างวิ่งไปที่ท่าเรือข้ามฟาก


          “อ่อ ทุกคนไปดูหลิวเจินเหรินทำพิธีขอพรกันหมดแล้ว” เสี่ยวเอ้อถึงกับส่ายหัว “เฮ้อ ไม่รู้ว่าครั้งนี้ใครจะถึงคราวเคราะห์ โชคร้ายอีก”


          จั่นเจาไม่เข้าใจจึงเอ่ยถามขึ้น “หลิวเจินเหรินทำพิธีขอพร ทำไมถึงจะต้องมีคนโชคร้ายด้วยล่ะ”


          “นายท่านไม่ทราบใช่หรือไม่ ลองคิดดูนะ ท่านเทพหม่าฟู่นานๆจะออกมาแผลงฤทธิ์สักครั้งหนึ่ง จะต้องมีคนทำให้ท่านพิโรธแน่ๆ เลย ต้องหาเจ้าคนนั้นแล้วโยนลงไปในแม่น้ำ แล้วทั้งหมดก็จะถูกกลืนหายไปในพริบตาเลย” เสี่ยวเอ้อยิ้มแห้งๆ ให้กับทุกคน แล้วก็วางถ้วยน้ำชาลงแล้วถามต่อว่าจะรับอะไรดี


          พวกจั่นเจายังไม่ทันได้สั่งอาหาร ก็ได้ยินโต๊ะข้างๆ ร้องเอะอะโวยวาย


          “เสี่ยวเอ้อ! ทำไมถึงยังไม่มีคนมารินน้ำชา"


          “อ่า ขอรับๆ” เสี่ยวเอ้อรีบตอบกลับ


          “นายท่านโปรดรอสักครู่ กำลังคนของพวกเราไม่พอนะขอรับ”


          “กำลังคนไม่พอแล้วทำไมถึงปล่อยให้นายท่านของข้ารอ ทำไมไม่ให้พวกเขารอละ”


          จั่นเจาได้ยินคนผู้นั้นพูดจาแล้วรู้สึกว่า ช่างหยาบคายไร้เหตุผลยิ่งนัก แต่ก็รู้สึกว่าน้ำเสียงคุ้นๆ หูอยู่ เสี่ยวซื่อจึดึงแขนเสื้อจั่นเจา แล้วบอกว่า “เมี้ยวเมี้ยว เขาคือคนที่ปลอมตัวเป็นชายชุดขาวคนนั้นไง” ตรงตำแหน่งที่ ไป๋อวี้ถังนั่งอยู่ เขาเอนตัวหันไปมองก็พบกับคนที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะ สี่คน หนึ่งคือชายชุดขาวตัวปลอมผู้นั้น กับหญิงสาวชุดขาวอีกสองคน และชายชราผมขาวอีกหนึ่งคน พวกจั่นเจาไม่ได้สนใจการยั่วยุของชายชุดขาวตัวปลอม สั่งอาหารเสร็จก็รอกินข้าว ไม่นานนักนกพิราบทอดก็มา ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย


          ชายชราที่นั่งอยู่ข้างหลังเหลียวมามองจั่นเจา แล้วลุกขึ้นเดินตรงเข้ามาหา


          “คุณชายท่านนี้ ขอให้ชายชราอย่างข้าจับชีพจรหน่อยได้หรือไม่ ?”


          ไป๋อวี้ถังเหลือบตาขึ้นมองชายชราผู้นี้ ชายชราเข้ามาแนะนำตัวเอง “ข้าน้อยมีนามว่าเฝิงป๋อหยวน ไป๋อวี้ถังกับจั่นเจาได้ยินชื่อแซ่ของชายชราถึงกับตกใจ หมอเทวดาชื่อดังเฝิงป๋อหยวนน่ะหรือ ?


          “นายน้อยของพวกเราออกท่องยุทธภพเป็นครั้งแรก ล่วงเกินคุณชายแล้ว คุณชายทั้งสองโปรดให้อภัยด้วย” ชายชราดูสุภาพมาก “ข้อต้องขออภัยแทนนายน้อยด้วย”


          “พวกเจ้าเป็นคนของตำหนักเอ้อเยว่หรือ ?” ไป๋อวี้ถังเอ่ยถาม


          “ขอรับ” ชายชราตอบแล้วเอื้อมมือไปแตะที่ข้อมือของจั่นเจา จั่นเจาไม่ได้ขัดขืน ได้แต่ปล่อยให้ชายชราจับชีพจรของตัวเอง


          เฝิงป๋อหยวนคนนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงมากในยุทธภพ คือองค์รักษ์ฝ่ายซ้ายของตำหนักเอ้อเยว่ แล้วยังเป็นหมอเทวดาชื่อดังอีกต่างหากแต่ทว่าชายชราผู้นี้กลับมีนิสัยที่แปลกประหลาดยิ่งนัก หากจะมาหาเขาเพื่อให้รักษาก็ยากยิ่งกว่ายากเสียอีก เมื่อตรวจชีพจรให้จั่นเจาเสร็จชายชราก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า


          “พิษชนิดนี้ไม่ได้อันตรายมากนั้น ถอนพิษนั้นไม่ยาก แต่ต้องใช้เวลาในการปรุงยาถอนพิษ”


          จั่นเจายิ้มที่มุมปากแล้วเอ่ยขอบคุณชายชรา “ขอบคุณมากขอรับ ผู้อาวุโสเฝิง ยาถอนพิษสหายของข้านั้นได้ปรุงให้แล้ว ไม่ต้องรบกวนท่านหรอก”


          “อ่า งั้นก็ดีแล้วๆ” ชายชราพยักหน้าถี่ๆ แล้วหมุนตัวกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง ก็ได้ยินนายน้อยคนนั้นบ่นชายชราด้วยความไม่พอใจที่ชายชรามาขอโทษพวกจั่นเจา


          “พี่ไป๋ตำหนักเอ้อเยว่มันคือสถานที่อะไรกันขอรับ ?” เซียวเหลียงถามไป๋อวี้ถัง


          “ตำหนักเอ้อเยว่ก็คือ 1ใน10 ตำหนักของยุทธภพที่มีอิทธิพลมากมายครอบคลุมจงหยวน พวกนับถือเทพเอ้อเยว่แต่ไม่นับถือพระเจ้า เป็นพวกลักธิอี้ซู่ เชี่ยวชาญเรื่องการใช้มนต์ดำ ประมุขมีนามว่าหลัวห้วยเยว่


          “พวกลัทธิอี้ซู่หรือเนี่ย พวกเขาจะมาจับหม่าฟู่ใช่หรือไม่? “ เซียวเหลียงพูดกับตัวเอง


          เสี่ยวซื่อจึที่นั่งกินนกพิราบทอดอยู่ก็พูดขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า “เมี้ยวเมี้ยว ที่มุมปากเลอะน้ำซีอิ้วน่ะ”


          จั่นเจาขมวดคิ้วนิดหน่อยแล้วเอียงตัวมา “เสี่ยวซื่อจึ มาเช็ดให้ข้าทีสิ”


          เสี่ยวซื่อจึกล่าวด้วยรอยิ้ม “เอื้อมไม่ถึง ไป๋ไป๋เช็ดละกัน”


          จั่นเจารู้สึกเขินอายนิดหน่อย ไป๋อวี้ถังมองหน้าจั่นเจา ก็เห็นว่ามีคราบซีอิ้วติดอยู่จริงๆ ไป๋อวี้ถังลังเลที่จะเช็ดปากให้จั่นเจา จั่นเจารู้สึกว่าอยู่ในที่สาธารณะไป๋อวี้ถังคงจะไม่เช็ดให้เขาแน่ งั้นก็จัดการเลียๆ ปากตัวเองเอาก็แล้วกัน พูดแล้วก็เหมือนจะบังเอิญ ไป๋อวี้ถังยื่นมือออกไปเพื่อที่จะเช็ดปากให้จั่นเจาก็พอดีกับที่จั่นเจาแลบลิ้นออกมาเพื่อเลียปากตัวเอง ทำให้ลิ้นของจั่นเจาสัมผัสเลียลงไปกับนิ้วมือของไป๋อวี้ถังทันที


          “แหะๆ” ไป๋อวี้ถังรีบหดมือกลับ แล้วกระแอมกลบเกลื่อนจั่นเจายังคงงงๆ อยู่ว่า เมื่อสักครู่นี้เขาเลียอะไร ไป๋อวี้ถังรู้สึกได้ถึงความอุ่นซ่านและชุ่มฉ่ำสัมผัสเมื่อครู่ยังติดอยู่ที่นิ้วมือ ไป๋อวี้ถังเอานิ้วถูๆ กันไปมา อีกมือหนึ่งก็คว้าถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน จั่นเจาเลียปากตัวเองอีกเป็นครั้งที่สองแล้วใช้มือเช็ดปาก เอ่ยถามเสี่ยวซื่อจึ “ยังเปื้อนอยู่หรือไม่”


          เสี่ยวซื่อจึหัวเราะคิกคัก แล้วตอบกลับมาว่า “ไม่เปื้อนแล้ว”


          เดิมทีนี่ก็น่าจะเป็นอาหารมื้ออร่อย แต่ตอนนี้กลับกินไม่ลงเสียแล้ว ไป๋อวี้ถังนั้นตอนนี้ไม่รู้เสียแล้วว่านกพิราบทอดนั้นรสชาติเป็นอย่างไร รู้แต่ว่า ความรู้สึกอุ่นซ่าน และ ชุ่มฉ่ำยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย ตรงกันข้ามกับจั่นเจา ที่รู้สึกว่านกพิราบทอดนั้นรสชาติยอดเยี่ยมจริงๆ นั่นเป็นเพราะว่าจั่นเจาไม่รู้ว่าเมื่อสักครู่นั้นตัวเองเลียอะไร





*** โปรดติดตามต่อนต่อไป อัพทุกวันจันทร์ พฤหัส เสาร์ เวลาสองทุ่มครึ่ง

*** ติดตามข่าวสารนิยายเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่เพจ ซินซินจอมยุทธ์หญิง - หยุนหว่าหวา นะคะ
https://www.facebook.com/xinxinyunwawa/



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

123 ความคิดเห็น

  1. #69 kaety (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:09
    เจ้าแมวนี้แอบอ่อยไช่ไหมมม
    #69
    0
  2. #38 tityjiu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:08

    งืออออ
    #38
    0