กุ่ยสิงเทียนเซี่ย หนึ่งหนู หนึ่งแมว ผ่าคดีปริศนา

ตอนที่ 12 : บทที่ 2 ตอนที่ 2.3 ภูมิหลังและสิ่งที่เห็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    4 ม.ค. 62






         

          ไป๋อวี้ถังที่กำลังอาบน้ำอยู่หลังฉากกั้น ได้ยินเสียงฉากกั้นที่กำลังเอนคว่ำลงมา ก็รีบยื่นมือออกไปผลัก ฉากกั้นล้มลงกับพื้น สือโถวเห็นว่าตัวเองก่อเรื่องวุ่นวายเข้าแล้ว รีบวิ่งพุ่งไปซ่อนที่ใต้เตียงของเสี่ยวซื่อจึ เซียวเหลียงที่หลับอยู่ก็ตื่นขึ้นมา จั่นเจานั้นได้แต่งงงวย เสี่ยวซื่อจึกับสือโถวรู้ตัวว่าก่อเรื่องวุ่นวายจึงได้แต่เอาหัวมุดลงไปในผ้าห่ม


          “มีอะไรรึ” จั่นเจาถาม


          ไป๋อวี้ถังได้แต่ถอนหายใจ “ห่อผ้าที่อยู่ข้างมือเจ้านะ ในนั้นมีเสื้อผ้าอยู่ ช่วยหยิบมาให้ข้าชุดหนึ่ง ชุดนี้มันตกพื้นแล้ว”


          “อืม” จั่นเจารีบไปค้นหาของในห่อผ้าของไป๋อวี้ถัง เขาไม่รู้ว่าเสี่ยวซื่อจึกับเซียวเหลียงตื่นหรือยัง เขาจึงลุกขึ้นแล้วคว้าห่อผ้าไปให้ไป๋อวี้ถัง “ข้าให้เจ้าเลือกเอาเอง”


          “อืม” ไป๋อวี้ถังพยักหน้าแล้วใช้มือเช็ดน้ำที่เกาะอยู่บนหน้าตัวเอง แล้วนั่งรอจั่นเจาอยู่ในถังอาบน้ำ เมื่อเห็นจั่นเจาเดินมา ไป๋อวี้ถังเอ่ยเตือนให้จั่นเจาระวังตัวด้วย จั่นเจาระมัดระวังค่อยๆ เดินทีละก้าวๆ ไปจนหยุดอยู่ข้างถังอาบน้ำที่ไป๋อวี้ถังนั่งแช่น้ำอยู่ จั่นเจายื่นห่อผ้าส่งให้ไป๋อวี้ถัง ไป๋อวี้ถังรับห่อผ้ามาแล้วเลือกหยิบชุดออกมา


          จั่นเจาจะไปช่วยจับฉากกั้น ไป๋อวี้ถังหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวม เขากำลังรัดสายเอวอยู่ “ข้าเอง !”


          “อ่า”


          จั่นเจาได้ยินเสียงน้ำถึงได้รู้ว่าไป๋อวี้ถังลุกออกมาจากถังอาบน้ำแล้ว จั่นเจาถอยออกมานิดหน่อย เขามองไม่เห็นจึงไม่มีผลอะไรกับความรู้สึกนี่นะ คิดได้ดังนั้นจั่นเจาก็ตรงไปยืนอยู่ตรงหน้าไป๋อวี้ถัง ไป๋อวี้ถังก็อยากจะให้จั่นเจาช่วยจัดการ แต่เขาจะต้องเดินชนถังอาบน้ำแน่นอนไป๋อวี้ถังเลยจำต้องยืนอยู่กับที่แล้วเตือนจั่นเจา


          “ระวังชนนะ” ไป๋อวี้ถังบอกแล้วอยากจะเข้าไปรับจั่นเจา


          จั่นเจาตกใจพอดีกับการเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ทำให้ไป๋อวี้ถังที่กำลังเดินตรงมาข้างหน้าชนเข้ากับอะไรบางอย่าง ---นั่นก็คือหน้าอกนั่นเอง จั่นเจารู้สึกว่าตรงหน้าอกของตัวเองนั้นเปียกชื้นขึ้นมาทันที ส่วนไป๋อวี้ถังนั่นรู้สึกประหม่าเขินอายเป็นอย่างมาก ไป๋อวี้ถังรีบประคองจั่นเจาให้หมุนกลับด้าน “ อย่าขยับ” จั่นเจารู้ด้วยตัวเองว่าตำแหน่งที่ตนยืนอยู่นั้นคงจะไม่ค่อยถูกที่ถูกทางเท่าไหร่นัก จึงได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่กับที่ไม่กล้าขยับ ไป๋อวี้ถังรีบยื่นมือไปจูงจั่นเจากลับไปนั่งที่เตียงแล้วรีบแต่งตัวด้วยความเขิน แต่แล้วจั่นเจากลับเอียงตัวมากระซิบถามที่ข้างหูของไป๋อวี้ถังว่า “มีหนูใช่หรือไม่?”ไป๋อวี้ถังได้ยินจั่นเจาถามแบบนี้ ก็คิดว่าจั่นเจาไม่น่าจะพูดล้อเล่นมั้ง จึงมองไปรอบๆ เห็นสือโถวกระพริบตาปริบๆอยู่ ไม่ใช่มันร้องนี่นา


          ดูเหมือนกับว่าไป๋อวี้ถังจะได้ยินเสียง จี๊ด จี๊ด จี๊ด จี๊ด


          “เฮ้ย” จั่นเจาถอนหายใจแล้วเลิกคิ้ว ถามขึ้น “เสียงอะไรน่ะ ?”


          ไป๋อวี้ถังที่กำลังงุนงงก็ได้ยินเสียงแหลมสูงกรีดร้องดังขึ้นมาจากชั้นล่าง ไป๋อวี้ถังรีบพุ่งตัวไปที่หน้าต่างแล้วเปิดหน้าตาชะโงกลงไปมองด้านล่าง ก็ขมวดคิ้วมองด้วยความงุงงง


          “อ่ะ” เสี่ยวซื่อจึกับเซียวเหลียงสะดุ้งตกใจขึ้นมาพร้อมกันทั้งคู่ เมื่อเห็นคนที่อยู่บนถนนวิ่งกระจัดกระจายไปทุกทิศทุกทาง เหมือนหนูที่วิ่งพล่านไปทั่วนับพันนับหมื่นจนมืดฟ้ามัวดิน จากทิศเหนือไปทิศใต้ จากทิศใต้ไปทิศเหนือ ในเวลานี้เองก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วว่า หนูน้ำขึ้นมาจากแม่น้ำแล้ว ภัยพิบัติกำลังจะมาแล้ว ภัยพิบัติกำลังจะมาแล้ว !” หนูตัวเปียกๆ วิ่งเพ่นพ่านไต่ยั้วเยี้ยไปทั่ว ไป๋อวี้ถังคุณชายเจ้าสำอางค์ผู้ที่รังเกียจความสกปรกทุกชนิดมองแล้วได้แต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ช่างเป็นภาพที่น่าขยะแขยงที่จะมองเสียเหลือเกิน เสี่ยวซื่อจึยังคงตกใจกลัวอยู่ เซียวเหลียงรีบจูงเสี่ยวซื่อจึกลับไป แล้วไม่ให้เสี่ยวซื่อจึมองดูอีก


          “หนูใช่หรือไม่ ?” จั่นเจาถามไป๋อวี้ถัง


          “อืมม” ไป๋อวี้ถังพยักหน้าตอบ


          จั่นเจาเผยยิ้มออกมาเล็กน้อยที่มุมปาก “ในที่สุดเจ้าก็ยอมรับแล้วหรือ?”


          ไป๋อวี้ถังเหลือบมองจั่นเจาอย่างอ่อนใจ บางครั้งจั่นเจานี่ก็มีอารมณ์ขันหยอกเย้าเหมือนกันนะ


          “หนูน้ำขึ้นมาจากแม่น้ำคืออะไรกันหรือขอรับ ?”เซียวเหลียงยังคงงงอยู่จึงหันไปถามไป๋อวี้ถัง


          ไป๋อวี้ถังได้แต่ส่ายหัวเพราะตนเองก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน


          “ข้าเคยได้ยินท่านพ่อพูดถึง” เสี่ยวสื่อจึยกหัวขึ้นมา “หนูน้ำขึ้นจากแม่น้ำ นกไม่หวนคืนกลับรัง ฝูงงูเลี้อยขึ้นมาจากคลอง ไก่ปีนขึ้นต้นไม้” ทั้งหมดนี่ล้วนเป็นลางบอกเหตุว่าจะเกิดภัยพิบัติ ไป๋อวี้ถังก้มลงไปดูอีกครั้ง ฝูงหนูวิ่งมาถึงตรงนี้ พวกมันก็ส่งเสียงร้อง จี๊ดๆ ดังมาจากที่อันห่างไกล ด้านหน้าบ้านเรือนหลังหนึ่ง มีชายชราคนนึ่งยืนตะโกนให้ทุกคนเฝ้าระมัดระวังตัวอยู่ ไป๋อวี้ถังกระโดดลงไปจากหน้าต่างลงไปอยู่ข้างชายชราผู้นั้น เดิมทีชายชราผู้นี้ก็มีอาการหวาดกลัวมากพออยู่แล้ว เมื่อหันกลับมาเห็นเงาสีขาว เขาตกใจกลัวจนแทบจะร้องออกมา แต่เมื่อเพ่งพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วกลับกลายเป็น คุณชายชุดขาวคนหนึ่งที่งดงามราวกับเป็นเทพเซียนชาวสวรรค์ผู้หนึ่ง เขาถึงตั้งสติได้


          “ท่านลุง หนูน้ำขึ้นมาจากแม่น้ำคืออะไรกันหรือ ?” ไป๋อวี้ถังเอ่ยถามชายชรา


          “อ่า” ชายชราพยายามควบคุมสติให้ตัวเองสงบลง “พวกเจ้าคนหนุ่มสาวไม่เคยได้ยินก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ใช่คนที่นี่สินะ” ไป๋อวี้ถังพยักหน้า


          “เมื่อสักครู่เห็นฝูงหนูแล้วใช่หรือไม่ ?” ชายชราชี้ไปยังฝูงหนูที่อยู่ไกลๆ


          “หนูที่โผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำ นั่นแหละเรียกว่าหนูน้ำ


          ไป๋อวี้ถังยังคงรู้สึงสงสัย “ทำไมหนูถึงขึ้นมาจากแม่น้ำได้ ?”


          “เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ที่จริงแล้วไม่ใช่หนูที่อยู่ในน้ำโผล่ขึ้นมา แต่เป็นหนูที่มาจากทั่วสารทิศ พวกมันกระโดดลงไปในแม่น้ำแล้วรวมตัวกันว่ายน้ำไปขึ้นอีกฝั่งหนึ่ง นั่นแหละถึงเรียกว่าหนูโผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำ” ชายชราอธิยายให้ไป๋อวี้ถังฟัง “เรื่องนี้ไม่ค่อยจะได้พบเห็นเท่าไหร่นัก ตั้งแต่เล็กจนโต ข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นไม่กี่วันก็เกิดภัยพิบัติฟ้าถล่มแผ่นดินทลายขึ้น ภูเขาทั้งหลายทรุดลงเหลือเพียงครึ่งลูก”ไป๋อวี้ถังมองตามที่ชายชราชี้ให้ดูก็เป็นจริงดั่งที่ชายชราได้กล่าวไว้ เขาเห็นภูเขาสูงลูกหนึ่งที่ทรุดลงมาเหลือเพียงครึ่งเดียว ลักษณะมันดูคล้ายกับเขาควาย


          “เอ้ อีกสักครู่คอยดูว่าหลิวเจินเหรินจะพูดอะไรกันเถอะ หวังว่าคงจะไม่ใช่ว่าท่านเทพหม่าฟู่ทรงพิโรธหรอกนะ ถึงเวลานั้นเกรงว่าแม้แต่อำเภอฉวีซานก็คงจะไม่เหลือแล้ว !” ชายชราบ่นพึมพำกับตัวเองแล้วเดินจากไป


          ไป๋อวี้ถังกลับไปที่ห้องพักแล้วเข้าไปเล่าเรื่องราวที่รับรู้รับฟังมาให้จั่นเจาฟัง


          “ลางบอกเหตุภัยพิบัติล่วงหน้าอย่างนั้นหรือ?”


          “อาจจะเป็นเรื่องหลอกลวงก็ได้” เสี่ยวซื่อจึเอ่ยขึ้นมาเบาๆ


          “นั่นหมายความว่าอย่างไร ? ไป๋อวี้ถังเอื้อมมือไปจับเท้าสือโถวที่ยังคลอเคลียอยู่ที่ขากางเกงของเขาออก


          “แต่ก่อนในหมู่บ้านของพวกเราก็มีนักพรตคนหนึ่งเข้ามาหลอกลวงผู้คน เขาใช้ยาทำให้งูออกมา แล้วหลอกลวงผู้คนว่ากำลังจะมีภัยพิบัติ เพื่อหลีกเหลี่ยงหายนะทุกคนจึงให้เงินเขา”


          “แล้วจากนั้นละ” จั่นเจาเอ่ยถามขึ้น


          “จากนั้นน่ะหรือ แน่นอนเขาก็โดนท่านพ่อเปิดโปงน่ะสิ ก็เลยโดนคนในหมู่บ้านรุมยำจนเละ แต่หลังจากนั้นก็เกิดภัยพิบัติจากลมพายุขึ้นมาจริงๆ ท่านพ่อดูตำแหน่งดวงดาวตามตำราโหราศาสตร์พบเข้า จึงรีบแจ้งเตือนให้ชาวบ้านรีบลี้ภัย ถึงแม้ว่าหมู่บ้านจะพังทลายเสียหายแต่ก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลย” จั่นเจาได้ฟังแล้วก็ยิ้มออกมา ในใจของเสี่ยวซื่อจึนั้นเห็นว่ากงซุนท่านพ่อของตัวเองนั้นเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเสมอ


          “กินอาหารค่ำเสร็จไปดูเจ้าหลิวเจินเหรินจะปราบปิศาจยังไงกันเถอะ” ไป๋อวี้ถังพูดแล้วก็ลุกขึ้นยืน ถามจั่นเจา


          “จะออกไปกินข้างนอกหรือให้เอาเข้ามาส่ง”


          “ออกไปกินข้างนอกดีกว่า” จั่นเจายืนขึ้นมา “เผื่อจะได้สืบถามได้ด้วย” ไป๋อวี้ถังพยักหน้าตอบรับ แล้วทั้งหมดก็ออกจากห้องตรงไปยังร้านอาหารที่คึกคักที่สุดในเมืองฉวีซาน




*** โปรดติดตามตอนต่อไป อัพตอนใหม่ทุกวันจันทร์ พฤหัส เสาร์ เวลาสองทุ่มครึ่งนะคะ

*** ติดตามข่าวสารนิยายนี้เพิ่มเติมได้ที่เพจ ซินซินจอมยุทธ์หญิง - หยุนหว่าหวา
https://web.facebook.com/xinxinyunwawa/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

123 ความคิดเห็น