กุ่ยสิงเทียนเซี่ย หนึ่งหนู หนึ่งแมว ผ่าคดีปริศนา

ตอนที่ 14 : บทที่ 2 ตอนที่ 2.5 ภูมิหลังและสิ่งที่เห็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    7 ม.ค. 62


          กินอาหารเสร็จ ทุกคนก็ออกมาจากร้านอาหาร กระแสคนหลั่งไหลกันไปที่ท่าเรือข้ามฟาก เสี่ยวซื่อจึเห็นผู้คนมากมายจึงดันจั่นเจาให้ไปอยู่ข้างกายของไป๋อวี้ถัง


          “ไป๋ไป๋ดูแลเมี้ยวเมี้ยวให้ดีนะ อย่าทำหายล่ะ”


          ไป๋อวี้ถังเห็นว่าข้างหน้ามีคนจำนวนไม่น้อยเลย จึงขยับกายเข้าไปใกล้จั่นเจาอีกหน่อย มือหนึ่งก็วางไว้ที่เอวของจั่นเจาเพื่อเป็นการช่วยประคองจั่นเจาให้เดินมุ่งไปข้างหน้า ขณะที่กำลังมุ่งตรงไปข้างหน้า ทันใดนั้นก็เห็นฝูงคนเริ่มวิ่งกระจายกันไปทั้งสองทาง


          “มีอะไรหรือ” จั่นเจาสงสัย


          “ขอทาน” ไป๋อวี้ถังก็รู้สึกสงสัย ใบหน้าฉายแววงุนงง “คนพวกนี้พอเห็นขอทานก็วิ่งหนีกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทางยังกับเห็นผีไม่มีผิด” จั่นเจาคิดว่าก็คงจะเป็นเพราะทุกคนกลัวเรื่องหม่าฟู่นั่นเอง ไม่นานนักขอทานกลุ่มนี้ก็วิ่งมาใกล้กับจั่นเจาและไป๋อวี้ถัง แล้วยกถ้วยแตกๆ ขึ้นพร้อมกับตะโกนว่า “นายท่าน ขอเงินให้ข้าหน่อยขอรับ” ดวงตาเย็นชาของไป๋อวี้ถังมองตรงไปยังคนที่เพิ่งมาใหม่ ขอทานผู้นั้นเห็นสายตาอันเย็นชาดุดันของไป๋อวี้ถังก็ตกใจกลัวจึงร้องออกมา “เจ้าดุอะไรขนาดนี้ จะมารังแกคนที่อ่อนแอกว่าไม่ได้นะ ระวังท่านเทพ หม่าฟู่จะมาเอาเจ้าไปล่ะ” ไป๋อวี้ถังใช้สายตาประเมินตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วกล่าวเบาๆ ว่า “ครั้งหน้าถ้าจะแกล้งปลอมเป็นขอทานอีก ก็อย่าลืมเปลี่ยนร้องเท้าให้เก่าด้วยล่ะ”ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่บริเวณรอบๆ ได้ยินไป๋อวี้ถังพูด จึงได้ก้มหน้าลงไปมองที่ขอทาน ก็พบกว่าขอทานคนนี้ใส่รองเท้าใหม่จริงดังที่ไป๋อวี้ถังพูด——ตัวปลอม!


          ในขณะนั้นเอง พวกของหมอเทวดาเฝิงป๋อหยวนก็เดินทางมาถึง นายน้อยคนนั้นเดินมาถึงกลุ่มขอทาน ก็ยกเท้าขึ้นถีบทันที “ปลอมตัวเป็นขอทานเช่นนั้นหรือ ขอทานทำไมถึงได้ดูอ้วนท้วนเช่นนี้” ที่จริงแล้วขอทานพวกนี้ก็คือพวกนักเลงหัวไม้ประจำท้องถิ่นที่ปลอมตัวมา ขอทานพวกนั้นวิ่งกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทางปากก็แช่งชักหักกระดูก ร้องออกมาว่า “ครั้งต่อไปท่านเทพหม่าฟู่จะต้องมาเอาพวกแกไปแน่” ผู้คนวิ่งหนีหายกันไปหมดแล้ว ก็ยังไม่เห็นนายน้อยผู้นี้เลือดไหลเจ็ดทวารเลย !


          ผู้คนที่เดินไปเดินมาอยู่บนถนนต่างพากันพูดคุยถึงเรื่องนี้กันเซ็งแซ่ ที่ผู้คนพูดคุยกันก็คือเรื่องที่ศพของขอทานทั้งสามศพหายไป นับแต่นั้นมาพวกขอทานก็กลายเป็นบุคคลที่ชาวเมืองฉวีซานหวาดกลัวที่สุด นอกจากนั้นเช้าวันนี้ก็จะจับขอทานส่งให้กับท่านเทพหม่าฟู่อีก ขอทานพวกนั้นก็ยิ่งกำเริบเสิบสานหนัก บางส่วนถึงกับปลอมตัวเป็นขอทาน คนจากต่างเมืองไปมาหาสู่กันก็จะพบเห็นพวกขอทานไล่ตามก่อกวนผู้คน ในเมื่อทำอะไรพวกขอทานไม่ได้ พอพวกนี้ตามมาก็จำต้องให้เงินไป ถ้าหากไม่ให้ พวกขอทานเหล่านี้ก็ตามไม่เลิกรา


          นายน้อยผู้นั้นเป็นคนที่ชอบอวดเก่งอวดดีเขาพูดออกมาด้วยเสียงเหิมเกริมว่า “พวกเจ้าจะกลัวอะไร ? ถึงหม่าฟู่จะร้ายกาจขนาดไหน แต่มีข้าอยู่ นายน้อยแห่งตำหนักเอ้อเยว่จะจับมันเอง เรียกมันขึ้นมาทำร้ายคนสิ !” พูดจบก็พาหมอเทวดาเฝิงป๋อหยวนกับพวกตรงไปที่ท่าเรือข้ามฟาก


          จั่นเจาเดินเฉไปทางซ้ายมือ “เอ้” ทางขวามือนั้น ไป๋อวี้ถังก็เอามือไปสะกิดๆ ที่เอวของจั่นเจา “ข้าอยู่ตรงนี้” จั่นเจาหูแดงขึ้นมาทันที กระแอมออกมากลบเกลื่อน แล้วรีบเดินกลับมาทางขวามือ จั่นเจาคว้าปอยผมสีดำปอยหนึ่งตรงหน้าอกของไป๋อวี้ถังได้แล้วก็ลูบๆ คลำๆ แถวอกของไป๋อวี้ถังจากนั้นก็เอนตัวเข้ามาใกล้ ไป๋อวี้ถังทำอะไรไม่ถูกได้แต่ปล่อยไป จั่นเจากระซิบใกล้หูของไป๋อวี้ถังว่า “ก่อนที่พวกขอทานจะตาย น่าจะมีข่าวคราวไม่มากก็น้อย ทำไมถึงไม่มีใครรู้ว่าที่จะต้องตายคือพวกขอทานล่ะ?”


          ไป๋อวี้ถังคิดแล้วก็พูดออกมา ” ตามตำนานหม่าฟู่ ตั้งแต่โบราณมาผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ในเมืองฉวีซาน พวกที่เป็นขอทานปลอมก็ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่รอดมาจนถึงปัจจุบันได้


          “จริงด้วย !” จั่นเจาเริ่มจะเข้าใจบางอย่างแล้ว “งั้นขอทานน้อยสามศพนั่นก็อาจจะไม่ใช่ขอทานจริงๆน่ะสิ เพื่อที่จะหาเลี้ยงชีพด้วยวิธีนี้ก็เลยต้องปลอมตัวมา”


          “นักเลงกลุ่มเมื่อสักครู่นี้คงจะรู้เรื่องดีทีเดียว” ไป๋อวี้ถังหันมาบอกจั่นเจา “ข้าจะไปดูหน่อย เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่นะ ระวังตัวด้วย”


          “เฮ้” จั่นเจาก็อยากไปด้วย


          “หลิวเจินเหรินนั่นกำลังจะจับปิศาจแล้ว พวกเราแยกย้ายกันไปเถอะ” ไป๋อวี้ถังพูดจบก็จ้องไปที่เซียวเหลียงใช้สายตาส่งสัญญาณให้เซียวเหลียงดูแลจั่นเจาและเสี่ยวซื่อจึ เซียวเหลียงรับรู้ได้จึงพยักหน้าตอบรับ ไป๋อวี้ถังรีบวิ่งติดตามขอทานปลอมกลุ่มนั้นเข้าไปในซอยๆ หนึ่ง จั่นเจารู้สึกเป็นกังวล ในขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงฆ้องดังสะท้อนขึ้นมาสามที “ตัง ตัง ตัง !” แล้วก็มีคนดึงคอหอยเพื่อเปล่งเสียงออกมา “พ่อแม่พี่น้อง ผู้อาวุโสในหมู่บ้านทั้งหลาย วันนี้เป็นวันดีเราจะทำการเซ่นไหว้เทพหม่าฟู่” กลุ่มฝูงชนกรูกันวิ่งไปที่ท่าเรือข้ามฟาก จั่นเจายังคงยืนอยู่ที่เดิมแต่ก็มองไม่เห็น เอื้อมมือลงไปอุ้มเสี่ยวซื่อจึขึ้นมา “เสี่ยวซื่อจึ บอกข้าหน่อย บริเวณรอบๆทั้งสี่ด้านมีอะไรบ้าง?”จั่นเจาถามเสร็จแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา แล้วก็รู้สึกว่าเหมือนมีใครบางคนดึงชายเสื้อของตัวเองอยู่ “เมี้ยวเมี้ยว ทำไมถึงไปอุ้มลูกคนอื่นล่ะ ?” เซียวเหลียงที่ยืนอยู่ข้างๆ กลั้นหัวเราะ จั่นเจาไปคว้าเอาเด็กน้อยที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเสี่ยวซื่อจึขึ้นมาอุ้ม เด็กคนนี้สวมใส่เสื้อผ้าหยาบๆ ดูผอมแห้งและผิวคล้ำ


          “เอ่อ..ขอโทษที” ใบหน้าจั่นเจาฉายแววขัดเขินเล็กน้อย ในใจแอบโล่งอกพูดว่า ‘ยังดีนะที่ไป๋อวี้ถังไม่ได้อยู่ที่นี่’ แล้วก็วางเด็กน้อยลง เด็กน้อยคนนี้ก็ไม่ยอมพูดยอมจา จั่นเจาก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า ทำไมเด็กน้อยคนนี้ถึงออกจากบ้านมาเพียงลำพัง ไม่มีใครตามมาด้วย เป็นไปได้ว่าบ้านของเด็กคนนี้อาจจะอยู่ในละแวกนี้ พอเห็นเหตุการณ์คึกคักจึงออกมาดูกระมัง ?


          ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงหลิวเจินเหรินที่อยู่บนเวทีเริ่มส่งเสียงสวดมนต์ ล้วนเป็นบทสวดที่ยกย่องสรรเสริญหม่าฟู่ทั้งสิ้น ความหมายสื่อถึงความซื่อสัตย์ยุติธรรมและมีสติปัญญา รักและปกป้องประชาชนเป็นศัตรูกับความชั่วร้าย....


          จั่นเจาพยายามฟังอย่างละเอียด ฉับพลันนั้นเด็กที่อยู่ข้างกายก็พ่นเสียงอันน่าสยดสยองออกมาว่า “ไปตายซะ” จั่นเจาถึงกับตกใจ


          ในเวลาเดียวกัน ฝูงชนก็เกิดจลาจลขึ้นมาเมื่อเสียงของหลิวเจินเหรินเงียบลงแล้ว ก็เกิดเสียงกรีดร้องขึ้นมาแทนที่ และเสียงฝีเท้าวิ่งกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง


          เซียวเหลียงรีบปกป้องเสี่ยวซื่อจึ และลากจั่นเจาให้รีบเดินไป ส่วนจั่นเจาก็ยื่นมือออกไปหวังจะจูงเด็กน้อยคนนั้นไปด้วยกัน แต่ปรากฏว่าเขาคว้าไปแล้วพบเจอแต่ความว่างเปล่า...ไม่มีเด็กคนนั้นแล้ว !


          “เสี่ยวซื่อจึ เด็กคนเมื่อสักครู่ละ ?” จั่นเจาอยากจะถาม แต่ว่าบริเวณรอบๆ เนืองแน่นไปด้วยผู้คน


          “เกิดอะไรขึ้น” จั่นเจามองไม่เห็นจึงไม่รู้เรื่องราว


          “พี่จั่น หลิวเจินเหรินคนนั้นอยู่บนเวทีเลือดออกเจ็ดทวาร” เซียวเหลียงรีบปกป้องเสี่ยวซื่อจึไม่ให้โดนคลื่นมนุษย์ที่วิ่งหนีตายกันอย่างบ้าคลั่งเบียดพลัดไป


          “พี่จั่น หลิวเจินเหรินตายแล้ว ! พวกเรารีบไปหาที่หลบกันก่อนดีกว่า ที่นี่คนเยอะมากเลย !”



*** โปรดติดตามตอนต่อไป อัพตอนใหม่ทุกวันจันทร์ พฤหัส เสาร์ เวลาประมาณสองทุ่มครึ่งนะคะ

*** ติดตามข่าวสารนิยายเรื่องนี้ได้ที่เพจ ซินซินจอมยุทธ์หญิง - หยุนหว่าหวา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

123 ความคิดเห็น

  1. #52 Lee013 (@lee013) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:26

    สู้ๆนะคะ
    #52
    0
  2. #40 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:47
    ขอบคุณที่มาต่อค่ะ
    #40
    0
  3. วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:58

    วันนี้ไรท์ลงเร็วหน่อยนะคะ พอดีสองทุ่มครึ่งติดงานจ้า

    #39
    0