云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,082 Views

  • 654 Comments

  • 2,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    277

    Overall
    81,082

ตอนที่ 17 : บทที่ ๖ อะไรที่รู้มากกว่าสองคนยังเรียกเป็นความลับได้อีกหรือ (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 283 ครั้ง
    11 ส.ค. 61

บทที่ ๖ อะไรที่รู้มากกว่าสองคนยังเรียกเป็นความลับได้อีกหรือ


          ได้ยินคำเรียกเช่นนั้น เงาตะคุ่มกลับมิได้ขยับตัวสักนิด คงทำเสมือนตนเองเป็นรูปปั้นหรือไม่ก็สิ่งไร้ชีวิตอื่นใดเท่านั้น


          อวี๋เฟิงลำคอแห้งผาก กระนั้นก็คิดว่าควรจะชี้แจงเหตุผลให้อีกฝ่ายทราบสักคำว่า


          “น้ำชาอยู่ใกล้ แต่ข้ามองไม่เห็น เจ้าจะให้ข้าปัดไปโดนสายกระดิ่งหรือ ?”


          หนนี้อวี๋เฟิงยังไม่ทันจะกะพริบตา ในห้องที่ปิดเพราะเป็นค่ำคืนต้นฤดูหนาวของนางพลันบังเกิดลมไหววูบ สายลมนั้นสั่นพลิ้วตรงหน้านาง ก่อนที่สัมผัสอ่อนนุ่มเหมือนเส้นไหมละเอียดจะเคลื่อนมาเคลียคลอใกล้ใบหน้า เรือนผมที่เห็นเป็นเพียงเงามืดทะมึนกับโครงร่างที่เข้ามากลับกลายเป็นเหมือนกำแพงและผืนแพรที่ปิดกั้นนางออกจากโลกใบนี้


          “มารดามันเถอะ !” อวี๋เฟิงถูกปลายผมของร่างที่เข้ามาใกล้อย่างกะทันหันปะทะใบหน้า บางส่วนยังทิ่มปลายจมูกจนอดสบถไม่ได้ “เจ้าใช้อะไรทาผม ไฉนกลิ่นจึงฉุนกว่าเครื่องหอมสตรีในเรือนเสียอีก”


          “....” เหมือนคำพูดนั้นจะทิ่มแทงใจหรืออย่างไรไม่ทราบ ร่างที่เดิมทีแนบชิดอวี๋เฟิงพลันถอยห่างออกไปทันใด ก่อนที่ชั่วลมหายใจถัดมา ท่ามกลางความมืดจะปรากฏแสงสว่างเรืองๆขึ้น


          แสงสว่างนี้มิได้กระจ่างเหมือนดั่งแสงเดือนของค่ำคืน มิใช่แสงของโคมไฟหรือเปลวเทียนที่ลุกไหม้ร้อนแรง ตรงข้าม แสงนี้แฝงเค้าไอความเย็นอย่างหนึ่งที่ชวนให้ผู้คนรู้สึกเหมือนถูกนำไปวางบนภูผาสูง ท่ามกลางความเวิ้งว้างของสีขาวที่ดูไร้ใจกลับปรากฎแสงเรืองรองแฝงเสื่อมสีของธารน้ำและพืชพรรณขึ้น จากนั้นจึงพบว่ามีทางรอดแล้ว


          “ศิลาวั่นซาน ?” อวี๋เฟิงส่งเสียงอย่างแปลกใจแกมยินดียามเห็นที่มาของแสงสว่างนั้น


          หมื่นภูผายังยากพานพบ...ศิลาวั่นซานนี้เป็นเช่นชื่อของมัน ต่อให้ฟันฝ่าร้อยพันถึงหมื่นภูผา หากมิได้มีวาสนาก็ไม่อาจพบเจอโดยง่าย ต่อให้พบเจอก็ใช่จะสามารถเก็บง่าย เพราะศิลานี้แฝงพลังอันเย็นเยียบอย่างหนึ่ง การจะเก็บมันมายังยุ่งยากกว่าจะเก็บพืชล้ำค่าบนภูเขาหิมะเสียอีก หากผู้พบมิได้มีฝีมือสูงส่งเพียงพอก็คงได้แต่ตาละห้อยมองมันแล้วตีอกชกหัวตัวเองอยู่ที่นั่นแล้ว


          ประโยชน์ของศิลาวั่นซานมีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือมันสามารถส่องแสงได้ แต่แสงของมันมิเจิดจ้าเช่นไข่มุกราตรี ความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของมันคือหากอาศัยช่างฝีมือที่เก่งกาจจะสามารถควบคุมการส่องแสงของศิลาวั่นซานได้ตั้งแต่หนึ่งฉื่อไปจนไกลกว่านั้น ตามแต่มือของคนถือ


          ยามนี้ศิลาวั่นฉื่อส่องแสงเบื้องหน้าอวี๋เฟิง คะเนแล้วไม่เกินสองฉื่อ พ้นจากบริเวณนั้นไปยังเป็นความมืดสนิทไม่ได้สัมผัสกับแสงสว่างใดๆดุจมีบางสิ่งมากางกั้น เพียงเท่านี้อวี๋เฟิงก็นึกยกย่องฝีมือของคนที่ประดิษฐ์ที่ควบคุมศิลานี้แล้ว


          ทว่าที่อวี๋เฟิงยินดีมิใช่เพราะได้เห็นของเช่นนี้


          นี่เป็นเหตุผลเดียวกับที่ยามนางกระสากลิ่นประหลาดจากโซ่วอ๋อง ทั้งเห็นลายเถาบงกชแปลกประหลาดของมันนางก็รู้สึกยินดีต่างหาก


          เพราะเหล่านี้ล้วนเป็นหลักฐาน....และเป็นหนทางรอดสายหนึ่งของอวี๋เฟิง


          เป็นหลักฐานว่าวิชาต่างๆ จะวิชายุทธ์ หรือวิชาต่อสู้ใดๆก็ตามล้วนมิได้สูญหายไปจนหมดสิ้น


          เป็นทางรอดว่าในบรรดาภูมิความรู้ของวิชาพิสดารหลายอย่างที่กล่าวถึงร่างกายมนุษย์อย่างน่าพิศวงไปจนน่าพรั่นพรึง ต้องมีสักทางที่อวี๋เฟิงจะทำให้ร่างกายของหลี่เฟิงเอ๋อร์สามารถเดินได้มากกว่าไก่ป่วยเดิน !


          ที่จริงหลังจากฟื้นตื่น อวี๋เฟิงที่ต้องทนดื่มยา ในใจมีความพรั่นพรึงอีกสายซุกซ่อนอยู่ นางเกรงว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานถึงชั่วอายุคน กลับไม่มีหมอที่ดูมีความรู้หรือเทียบยาล้ำค่าหายากส่งมารักษาหลี่เฟิงเอ๋อร์ ทำให้นึกกังวลว่าสิ่งที่นางรู้จักอาจจะหายไปหมดแล้ว หรือไม่ที่อาจบัดซบกว่านั้นคือบางทีที่นี่อาจเป็นเพียงดินแดนที่บังเอิญมีชื่อว่าแคว้นอวิ๋นเหมือนบ้านของนาง  ทั้งบังเอิญมีพระนามจักรพรรดิที่ใกล้เคียงกันอยู่ช่วงหนึ่ง


          ความกังวลนี้มาหมดไป ยามประจันหน้ากับโซ่วอ๋องในวันนั้น เพราะนางรู้ดีว่าลวดลายบนข้อมือของมันเป็นผลจากการฝึกสิ่งใด และยังพอคาดเดาได้ด้วยว่ามันควรจะได้วิชานั้นตกทอดมาพร้อมกับใบหน้าอันนั้นเอง


          การค้นพบเหล่านี้ทำให้ท่านแม่ทัพลิงโลดเสียจนมิได้ถือสามากความอันใดกับโซ่วอ๋องที่ลงมือต่อตนเอง ยิ่งกว่านั้นดูจากท่าทางของมันแล้ว เกรงว่านางจะทราบละเอียดกว่ามันเสียอีกว่าฝีมือของมันสมควรอยู่ระดับใด


          มาค่ำคืนนี้ นางได้เห็นศิลาวั่นซาน บอกให้รู้ว่าเคล็ดฝีมือในการสรรสร้างสิ่งของของผู้คนก็หาใช่จะล้มหายหรือตกต่ำลง ไม่ให้นางดีใจอีกได้อย่างไร ?


          ทว่าดีใจยังส่วนดีใจ อวี๋เฟิงมองศิลาที่อยู่ในกล่องทรงแปดเปลี่ยมเล็กๆที่เปิดออกเพียงสองแฉกครู่ ค่อยรู้สึกสากลำคอเต็มทน จึงหันไปเทน้ำชาใส่ถ้วยดื่มอย่างอารมณ์ดี


          สาดน้ำชาสองถ้วยเสร็จไป อวี๋เฟิงค่อยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นขยี้ดวงตาที่ความจริงอ่อนล้านิดๆเพราะปรับไม่ทัน พลางเอ่ย


          “เจ้าจัดการเสร็จก็.......ไม่ต้องให้ข้าเตือนกระมังว่าเก็บหีบให้เรียบร้อย”


          เพราะนึกถึงการจัดการอย่างเรียบร้อยก่อนหน้า กับความไม่ละเอียดอ่อนของเสี่ยวซงเสี่ยวจู๋ อวี๋เฟิงจึงพูดเพียงแค่นั้น พูดจบนางก็ทอดถอนใจ ดึงผ้าห่มไว้ก่อนเอนกายขดในผ้าห่มต่อ


          “......” มองดูดวงตาที่หลับพริ้มเห็นแพขนตาละเอียดทอดเงาลงมาบนวงหน้า....เปลี่ยนคนที่เอ่ยวาจาประหลาดนั่นให้กลายเป็นดรุณีน้อยที่ดูอ่อนแอน่าทะนุถนอม ผู้มองพลันรู้สึกว่าต้องทำอันใดสักอย่าง


          นิ้วแข็งๆจิ้มลงบนแก้มของอวี๋เฟิงเต็มแรง


          อวี๋เฟิงลืมตาขึ้นอย่างขุ่นเคือง สบกับดวงตาดำขลับที่ทอแววสาสมใจ


          พิมพ์ของนัยน์ตาคู่นี้เคยกระทบใจอวี๋เฟิงอย่างไรก็ยังคงส่งผลอย่างนั้น ราตรีที่ควรพร่างพรายกลับกลายเป็นเพียงเงาสะท้อนที่ไม่มีอยู่จริงของทะเลสาบอันลึกล้ำ สมควรทำให้ผู้คนทั้งรู้สึกหนาวเหน็บทั้งรู้สึกไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้


          ยิ่งยามนี้กรอบตาคู่นั้นถูกรายล้อมด้วยหน้ากากเหล็กสีดำประดิษฐ์เป็นลายเมฆา บดบังวงหน้าตั้งแต่หัวคิ้วลงมาถึงจมูก กลับยิ่งเพิ่มความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกให้กับผู้มอง


          อวี๋เฟิงกะพริบตาปริบ ไม่เก็บงำความประหลาดใจของตัวเองแม้สักนิด อดจ้องเส้นโครงจมูกที่เห็นได้ชัดว่าขึ้นรูปมาอย่างบรรจงรับกับกรอบหน้าและดวงตาคู่นั้น เทียบกับองค์ชายของแคว้นอันหลง ที่ถูกแซ่ซ้องว่าเป็นบุรุษรูปงามอันดับหนึ่งของใต้หล้าที่เคยมาเยือนแคว้นอวิ๋นผู้นั้น ยังอดยอมรับไม่ได้ว่าใบหน้าที่ถูกหน้ากากบดบังกว่าครึ่งนี่แฝงด้วยการล่อลวงผู้คนยิ่งกว่าเสียอีก


          ยิ่งปิดยิ่งทำให้อยากรู้ ยิ่งซ่อนยิ่งทำให้อยากค้นหา ยิ่งจินตนาการ


          ยิ่งอวี๋เฟิงมองไปยิ่งเห็นชัด นัยน์ตาเป็นคู่เดิม แต่ใบหน้าที่เห็นนั้นมิมีทางเป็นของเดิมอย่างแน่นอน !


          ผู้ถูกมองเองก็มิได้หลบหลีก ยังใช้ดวงตาคู่นั้นกักตรึงอวี๋เฟิงไว้ด้วยซ้ำ ก่อนที่เขาจะก้มหน้ามาใกล้ บุรุษอยู่เบื้องบน ดรุณีน้อยอยู่ด้านล่าง กล่าวเสียงทุ้มพร่าที่แตกต่างกับเสียงอันเยาว์วัยของขันทีน้อยอย่างสิ้นเชิง


          “เมื่อสักครู่เจ้าเรียกข้าเป็นผู้ใด”

 

(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)

 

          ขออภัยด้วยนะคะที่เมื่อวานหายไปไม่บอก แถมเสี้ยวนี้มาน้อยเหลือเกินด้วย

 

          เนื่องจากว่าผู้เขียนได้ทำการปะทะกับเก้าอี้ที่บ้าน ผลการปะทะคือ คู่กรณีไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรแต่ข้อเท้าผู้เขียนถลอกปอกเปิกเลือดโชกไปหมดเลยค่ะ

 

          เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันจันทร์ แต่ผู้เขียนเพิ่งจะรู้สึกเจ็บคืนวันอังคาร และวันพุธเท้าก็บวมและปวดมากเลยค่ะ ------ ดูเหมือนจะไม่เจียมตัวเดินเยอะไป เมื่อวานเลยเจ็บไม่ได้เขียนต่อ ขออภัยนะคะ

 

          มาถึงตอนนี้กันสักนิด เสี้ยวนี้มาสั้นแต่ได้เฉลยเรื่องกลิ่นและลายของโซ่วอ๋องนิดๆแล้ว ต่อไปก็จะมี่รายละเอียดเพิ่มขึ้น แต่ท่านไหนงงหรือไม่เข้าใจก็ทักท้วงได้นะคะ

 

          ที่สำคัญ....มีใครจะย้ายเรือบ้างไหมคะตอนนี้ คนนี้ครบสูตร(?)นะคะ บุกห้องสาวตอนกลางคืน แถมฟังท่านแม่ทัพชมโฉมตอนท้ายเอาค่ะ ฮา

 

          ส่วนใครยังไม่ย้าย โซ่วอ๋องรอให้หมึกราชโองการแห้งก่อนค่ะ ถึงจะมาได้.....

 

          ขอบคุณทุกท่านที่อุตส่าห์คอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และยังติดตามเสมอด้วยนะคะ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 283 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #128 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 18:39
    ชอบคนนี้ค่ะ แง ไม่ไหว เขินกื่ำากยไาดบสำไยดานไ
    #128
    1
    • #128-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 17)
      15 สิงหาคม 2561 / 13:10
      ดีใจที่ชอบค่า คนนี้ยังมีบทออกต่อไป มาอ่านอีกได้นะคะ ><
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #128-1
  2. #113 _jh408 (@ppciiz) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 00:26
    จะเอาคนนี้เอาคนนี้ใครตะลงเรือก็ตามมาถึงจะคว่ำเราก็ไม่เสียใจ!!! หายไวๆนะคะคนเขียนควรสั่งสอนเจ้าเก้าอี้โต๊ะบ้างให้รู้สำนึก ใดใดทั้งสิ้นเราชอบอ่านทอล์คคนเขียนมากเลยค่ะ /ยิ้มเขิน
    #113
    0
  3. #101 Ammyuhi (@Ammyuhi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 11:19
    นั้นล่ะไรท์ดื้อเลยเท้าบวมมมแต่ก็ยังมาลงให้อ่านนน....ดีต่อใจจิงงๆๆ
    #101
    1
    • #101-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 17)
      11 สิงหาคม 2561 / 01:20
      แฮะๆ คนเขียนคืนชีพมาได้อีกหน่อยแล้วค่าวันนี้ ขอโทษที่ให้รอนะคะ
      ขอบคุณที่ติดตามเสมอค่า
      #101-1
  4. #100 sutto_disuke (@minnygym) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 06:26
    นั่น! เค้าเป็นใครละนั่น ท่านแม่ทัพนี่ก็ไม่กลัวใดๆเลย รอวันท่านแม่ทัพวาดลาดลายอยู่น๊า ว่าแต่หนุ่มคนนี้ก็อาจหาญไม่เบา ครบสูตรตัวละครลึกลับ หน้ากาก นัยย์ตาสวย บุกห้องสาวยามวิกาล
    ...แผลไรท์อย่าให้โดนน้ำนะ มีเวลาพักก็ยกขาสูงช่วยลด/เลี่ยงการบวมเยอะๆ ว่าแต่ไรท์หา-ัง ขอให้หายไวๆนะคะ
    ...เรื่องแจ้งเตือน คิดว่าคงต้องดูสถิติก่อนค่ะ ว่ากี่ครั้ง อาจจะเป็นที่เราคนเดียวก็ได้...ขอบคุณนะคะที่ไรท์ตามอ่านทุกเม้นท์เลย..
    #100
    1
    • #100-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 17)
      11 สิงหาคม 2561 / 01:20
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ ! วันนี้ดีขึ้นเพราะยกขาสูงเลยค่ะ แต่ก็เมื่อยมาก เลยต้องเลือกว่าจะเมื่อยหรือเจ็บค่ะ TvT

      เรื่องแจ้งเตือนถ้ายังเป็นอยู่บอกได้นะคะ จะได้ดูว่ามีปัญหาอะไรไหม อุตส่าห์ติดตามผู้เขียนก็อยากอำนวยความสะดวกให้เท่าที่จะทำได้ค่ะ ! ส่วนตัวละครลึกลับผู้อาจหาญ....ตอนนี้ยังเล่าเรื่องนี้กันต่อค่ะ อ่านได้เลยค่า

      ขอบคุณสำหรับการติดตามเสมอนะคะ
      #100-1
  5. #99 พอยธนา (@pramotdplo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 02:29
    แสดงว่า ไม่ใช่น้องขันหรอกรึ
    #99
    1
    • #99-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 17)
      11 สิงหาคม 2561 / 01:18
      เสี้ยวนี้มีเฉลยแล้วค่า ! อ่านแล้วมึนงงสงสัยอย่างไรบอกได้นะคะ
      ขอบพระคุณที่ติดตามด้วยค่า ><
      #99-1