云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,054 Views

  • 654 Comments

  • 2,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    249

    Overall
    81,054

ตอนที่ 16 : บทที่ ๕ เส้นทางนั้นราบเรียบเกินไป ได้แต่วอนขอเจ้ามาเป็นขวากหนามแล้ว (๓)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5327
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 303 ครั้ง
    8 ส.ค. 61

          ยามนั้นอวี๋เฟิงกำลังเพ่งพินิจมองบิดาของหลี่เฟิงเอ๋อร์อย่างละเอียดเป็นครั้งแรก จึงไม่ทันฟังว่าอีกฝ่ายพูดว่ากระไร


          นางเพิ่งคะเนว่าหลี่เฉิงน่าจะมีวัยสักสามสิบกว่าๆหรืออาจะต้นสี่สิบ แต่ก็ถือเป็นบุรุษที่มีหน้าตาคมคายชวนมองผู้หนึ่ง ถึงแม้จะแพ้ตาเฒ่าที่บ้านของนางไปบ้าง โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่เมื่อเทียบกับตาเฒ่าของนางแม้จะมีแววเดือดดาลอยู่บ่อยครั้ง หากก็มักจะแฝงแววภาคภูมิใจปะปน ไม่เหมือนกับนัยน์ตาที่เปี่ยมความทุกข์และความเจ็บแค้นของหลี่เฉิงผู้นี้.....


          อวี๋เฟิงเพิ่งจะได้สติ ตระหนักถึงคำพูดของหลี่เฉิง..... หากก็ยังไม่วายหลุดปากถาม


          “ท่านว่ากระไร....ระ...ราชโองการหรือ !


          ในสายตาบิดาและดรุณีน้อยที่ตามหลังมา สีหน้าของหลี่เฟิงเอ๋อร์ที่เดิมทีเริ่มมีสีสันให้ชวนมอง เพียงได้ยินคำว่าโซ่วอ๋องและราชโองการก็กลับซีดเซียวลงไปอย่างรวดเร็ว ช่างชวนให้ผู้คนทอดถอนด้วยความเวทนานัก เจ้ากรมอาญาหลี่ที่เห็นสีหน้าของบุตรีกลายเป็นดังนั้น แม้ใจหนึ่งจะอยากหยุดเรื่องไว้เพียงเท่านี้ แต่อีกใจก็ทราบดีว่าไม่อาจกระทำ


          มันถึงทำได้เพียงบอกต่อธิดาผู้อ่อนแออย่างอ่อนโยนที่สุด


          “เป็นราชโองการปลอบขวัญเจ้า มีของพระราชทานมากมายไม่ว่าจะเป็นยาล้ำค่า ผ้าปักจากฉางหมิงหรือไข่มุกของทะเลสาบตงหลัน ได้ยินฉางกงกงบอกว่าของหลายชิ้นล้วนผ่านการประเมินและรับประกันจากร้านเป่าอี้มาก่อนแล้ว ล้วนเป็นของชั้นเลิศ เจ้าก็คิดเสียว่าไปรับของพวกนี้เถิด...”


          สำหรับอดีตแม่ทัพอย่างอวี๋เฟิง นางย่อมไม่ใส่ใจงานปัก แต่ในฐานะผู้ที่เคยรบพุ่งชิงดินแดนกับแว่นแคว้นข้างเคียง อวี๋เฟิงย่อมรู้ว่าผ้าปักของแคว้นฉางหมิงเป็นงานฝีมือขึ้นชื่อ ไหนจะไข่มุกทะเลสาบตงหลันที่ใครบางคนเคยบอกนางเอาไว้ว่าเป็นไข่มุกที่งดงามที่สุดในแผ่นดินนี้อีก


          ของล้ำค่าเหล่านี้พระราชทานให้บุตรีขุนนางผู้มีศักดิ์เป็นถึงเจ้ากรมผู้หนึ่งไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องเกินไปเท่าใดนัก แต่สีหน้าของหลี่เฉิงที่แฝงประกายคับแค้นดั่งว่าเพราะมีราชโองการมา มันจึงไม่อาจขัดขวางโซ่วอ๋องมิให้พบลูกสาวได้อีกนี้นับเป็นเรื่องอันใด !


          “บิดาย่อมรู้ว่าเจ้า....ลำบากนัก..” หลี่เฉิงที่มองเห็นสีหน้าเหมือนจนด้วยคำพูดของบุตรสาวแล้วรู้สึกว่าต้องมีคำอธิบายและปลอบโยนให้นางอีกสักนิด “โซ่วอ๋องแต่ไรมาไม่เคยเป็นท่านที่รับมือง่าย พ่อก็ไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าจะต้องเผชิญหน้าผู้สูงศักดิ์ท่านนั้นเพียงลำพัง แม้มีราชโองการมาทำให้เจ้าต้องออกหน้า...แต่พรุ่งนี้น้องสี่กับน้องห้าของเจ้าจะคอยช่วยเจ้าอยู่ข้างๆ เจ้าก็ไม่ต้องกังวลให้เกินเหตุ”


          ฟังวาจาที่คล้ายจะยืนยันความคิดของตนเมื่อสักครู่แล้ว อวี๋เฟิงก็นึกขอบคุณสวรรค์ที่ยามนี้นางไม่ได้ดื่มชาอยู่ หาไม่แล้วทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ นางคงจะพ่นน้ำชาพรวดรดหน้าของหลี่เฉิงไปแล้ว !


          ราชโองการปลอบขวัญของจักรพรรดิแคว้นอวิ๋นไม่เคยเป็นของหายาก แม้ทุกครั้งที่ขบวนราชโองการปลอบขวัญจักรพรรดิเฉิงเต๋อไปเยือนบ้านไหน ชาวบ้านร้านถิ่นยังออกมามุง แต่ก็เพียงทายหรือไม่ก็ชื่นชมกับของล้ำค่าที่ถูกพระราชทานมาเท่านั้น มิได้ถือเป็นของอันชวนตระหนกตกใจอันใด


          แต่อวี๋เฟิงตั้งแต่เด็กจนกลายเป็นแม่ทัพ กลายเป็นแม่ทัพไปจนตาย ตราบจนมาเป็นหลี่เฟิงเอ๋อร์และเกือบตายไปหลายรอบ วันนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้วว่าราชโองการอันศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิแคว้นอวิ๋นนั้น.....สามารถใช้เพื่อให้คู่หมั้นคู่หมายสามารถพบหน้ากันได้ด้วย !


          ถึงกับใส่ใจในการพบหน้ากันของคู่หมั้นคู่หมายคู่หนึ่ง จักรพรรดิเสวียนฉีพระองค์นี้.....ใช่ทรงพระปรีชาอย่างยิ่งใช่หรือไม่ ?


          ควรจะมีแต่จักรพรรดิที่ว่างจากงานราชกิจ บ้านเมืองเจริญรุ่งโรจน์ ปราศจากโจรกบฏผู้ร้ายปล้นฆ่ารอประหาร น้ำในแม่น้ำหมู่เหอไม่เอ่อล้น ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล....เหล่านี้ล้วนไม่เป็นปัญหากระมัง จักรพรรดิพระองค์หนึ่งถึงได้มีเวลาว่างขนาดมาจัดการเรื่องแบบนี้ !


          อวี๋เฟิงจมจ่อมอยู่กับความคิดนี้ราวโง่งมไปแล้วจริงๆ เจ้ากรมอาญาหลี่ที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของบุตรีนึกอยากลูบศีรษะนางด้วยความสงสาร แต่เกรงว่าจะทำให้หลี่เฟิงเอ๋อร์ขวัญหายกว่าเดิม สุดท้ายเขาจึงค่อยๆขยับตัวโบกมือให้ดรุณีน้อยที่ตามหลังมาทั้งคู่


          “บิดายังมีธุระต้องจัดการ พรุ่งนี้ไม่อาจอยู่กับเจ้าได้ แต่เจ้าลองปรึกษากับน้องสาวของเจ้าดูก่อน  เผื่อคิดหาวิธีอะไรออก....” เอ่ยมาถึงตรงหนี้หลี่เฉิงก็ทำท่าคล้ายนึกอันใดได้ ต้องรีบกล่าวต่อด้วยสีหน้าจริงจังอย่างยิ่งว่า “เจ้าอย่าได้ทำร้ายตัวเองจนเจ็บป่วยไปอีกเด็ดขาด หมอหลวงสามท่านจะมากับขบวนด้วย หากให้คนที่...สนิทสนมกับโซ่วอ๋องตรวจเจ้า อาจจะกลายเป็นว่าเจ้าแข็งแรงกว่าที่คิดไปแทน ดังนั้น อย่าได้หาเรื่องและเปิดโอกาส...”


          อวี๋เฟิงที่เห็นสีหน้าเจ้ากรมหลี่ พาลนึกถึงคราวบิดาเอ่ยปากกับตนเองเรื่องกิจการงานในหน้าที่ต้องเผลอฟังอย่างเต็มใจไปวูบ ครั้นได้ยินวาจาที่กล่าวมา.....ถึงกับไร้คำพูดไปอีกคำรบ


          ลงท้ายมีเพียงสาวน้อยสองนางที่เอ่ยรับคำแทน ก่อนย่อตัวลงคารวะส่งผู้เป็นบิดา แล้วค่อยหันมาหาหลี่เฟิงเอ๋อร์


          ทั้งสองล้วนเป็นผู้ที่อวี๋เฟิงเคยพบแล้ว นางหนึ่งมักจะตามมากับแม่เลี้ยงของหลี่เฟิงเอ๋อร์อยู่เสมอ เพราะนางเป็นบุตรีแท้ๆของนายหญิงแห่งจวนเจ้ากรมอาญา อาจได้ว่าเป็นคุณหนูที่มีฐานะสูงที่สุดในบรรดาคุณหนูทั้งหลายของจวนแม้จะอยู่ลำดับที่สี่ อวี๋เฟิงจำได้ว่านามของนางคือหลี่หลันอวี่


          ส่วนอีกคนที่อยู่ในลำดับที่ห้า ย่อมต้องเป็นหลี่ทิงเสวี่ย


          ไม่ว่าด้วยฐานะหรืออาวุโส หลี่หลันอวี่สมควรอยู่สูงกว่าหลี่ทิงเสวี่ยสักเล็กน้อย แต่ยามสองนางก้าวเข้ามา กลับเห็นได้ชัดว่าฝีเท้าของทั้งคู่เท่าเทียมเสมอกัน


          “พี่สาม” ทว่าหลี่หลันอวี่กลับชิงจังหวะออกปากได้ก่อน “ท่านหาได้ต้องวิตกไม่ พรุ่งนี้เพียงพยายามอดทนแค่ไม่เกินสองชั่วยามก็ใช้ได้แล้ว”


          อวี๋เฟิงไม่ตอบคำ เพราะยังคิดไม่ตกว่าควรตอบเช่นไร มือน้อยที่ขาวผ่องตัดกับกำไลหยกสีส้มแกมแดงที่ราวกับเปลวไฟโอบของหลี่ทิงเสวี่ยก็เอื้อมไปหยิบอุปกรณ์ จัดแจงชงชาส่งให้ตามลำดับอาวุโสของคุณหนูทั้งสาม ก่อนกล่าวกับเพียงอวี๋เฟิงว่า


          “พี่สามค่อยๆดื่มก่อน” ว่าพลางนางยกยิ้มให้อวี๋เฟิงอย่างน่ารัก ไม่ใส่ใจกับนัยน์ตาที่ปรายมองวูบของคุณหนูอีกคน


          ไม่ทราบทำไม แม้หลี่ทิงเสวี่ยในวันนี้จะสวมอาภรณ์สีสันสดใสคล้ายคลึงกับวันนั้น แต่ยามนี้นางคล้ายดูอ่อนเยาว์ลงเล็กน้อย ทั้งสีหน้าทั้งท่าทางคล้ายเป็นเพียงน้องสาวตัวน้อยที่อยากยั่วโทสะคน มิได้มีท่าทางเหมือนคราวอยู่กับผิงหนานอ๋องและโซ่วอ๋องวันนั้น...


          “เจ้ากล้ารินชาให้พี่สาม ไม่กลัวต้องรับผิดชอบหรือ หากพี่สามเป็นอะไรไป” หลี่หลันอวี่โพล่งขึ้น


          อวี๋เฟิงเกือบสำลักน้ำชา มารดาเจ้าสิ ! อยู่ดีๆมาแช่งนาง เจ้าเด็กผู้นี้....


          หากหลี่ทิงเสวี่ยยังอมยิ้มน้อยๆ นางยกแขนข้างหนึ่งขึ้นเท้าคางคล้ายไม่สนใจมารยาท เรียกประกายโทสะในดวงตาของคุณหนูสี่อย่างหลี่หลันอวี่ แต่ไม่ทันที่จะอ้าปากตำหนิ หลี่ทิงเสวี่ยก็เป็นฝ่ายกล่าววาจาบ้าง


          “เจ้าอยากให้พี่สามเป็นอะไรไป เผื่อว่าโซ่วอ๋องจะได้สนใจเจ้าใช่หรือไม่”


          ถ้าหากท่วงท่าของหลี่ทิงเสวี่ยก็เพียงพอจุดไฟแห่งโทสะของหลี่หลันอวี่....อย่างนั้นแล้วคำพูดนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นธนูไฟที่ยิงลงไปบนไหสุราที่เอาไปปาใส่กำแพงได้ทีเดียว


          อวี๋เฟิงยกถ้วยน้ำชาของตัวเองขึ้นจิบเงียบๆ ก้มหน้าลงมองขนมน้ำตาล แต่หูยังเปิดกว้าง รอฟังว่าสาวน้อยที่ถูกกล่าวหาจะว่าอย่างไร ...


          “อย่าคิดว่าผู้อื่นจะมีจิตใจเช่นเจ้า จ้องแต่จะหาทางปีนขึ้นเตียงของโซ่วอ๋อง....โซ่วอ๋องเป็นบุรุษที่มีความคิดอ่านล้ำลึก ย่อมไม่มีทางหลงกลเจ้าแน่ !


          คนที่ตั้งใจจะฟังอย่างเดียวอดไม่ได้ ต้องเงยหน้าขึ้นมาทันที


          หลี่ทิงเสวี่ยเบือนหน้าจากคู่สนทนา หันมาทางอวี๋เฟิงพอดี นางกะพริบตาปริบๆคล้ายจะน่าสงสารใส่หลี่เฟิงเอ๋อร์ แต่อวี๋เฟิงกลับเห็นได้ชัดถึงประกายขบขันอันรางเลือนภายใน


          อวี๋เฟิงเข้าใจสีหน้าและแววตาของหลี่ทิงเสวี่ย....นางเชื่อว่าคนที่เห็นและได้ยินหลี่ทิงเสวี่ยสนทนากับท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายดังที่นางได้ยิน มาฟังคำกล่าวเหล่านี้.....ค่อนข้างจะเป็นเรื่องตลกเกินไปจริงๆ


          แต่มองเสี้ยวหน้าเฉิดฉันของหลี่หลันอวี่...แม้จะเป็นความงามคนละแบบกับหลี่ทิงเสวี่ยอย่างที่หาเค้าความเหมือนไม่เจอ แต่ก็นับว่างดงามเช่นกัน ยิ่งยามนางเชิดหน้าขึ้นสูง สายตาเต็มไปด้วยแววดูหมิ่นอันแข็งกร้าว ทำให้อวี๋เฟิงนึกถึงรูปโฉมสตรีในฝันของบรรดาขุนพลทั้งหลาย คิดว่าน่าจะเป็นอย่างคุณหนูสี่ผู้สูงศักดิ์ผู้นี้เอง


          ทั้งสีหน้าและแววตาของคุณหนูสี่ หลี่หลันอวี่บอกชัด ว่านางคิดดังที่พูดจริงๆ


          และเห็นได้ชัดเช่นกันว่าในจวนเจ้ากรมอาญาแห่งนี้ก็มีเรื่องอันลึกลับซับซ้อนที่น่าปวดหัว ที่ดูล้ายกับเรื่องที่มารดาของท่านแม่ทัพเคยเล่าให้ฟังอย่างขบขันอยู่ด้วย


          “พี่สี่” น้ำเสียงของคุณหนูห้าทั้งอ่อนหวานทั้งเปี่ยมคารวะ “ดูพี่จะรู้จักโซ่วอ๋องดีกว่าพี่สามเสียอีก....พี่พูดเช่นนี้ไม่กลัวพี่สามของพวกเราเป็นลมไปอีกหรือ ?”


          หลี่หลันอวี่ที่ได้ยินเช่นนั้นชะงักไปเล็กน้อย หันมามองหลี่เฟิงเอ๋อร์ด้วยสายตาสำรวจแกมวิตกอย่างจางๆที่ทำเอาอวี๋เฟิงแทบสำลักน้ำชาเป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ของวัน


          อย่าบอกนะว่าคุณหนูสี่ผู้นี้คิดเป็นจริงเป็นจังตาม....ยายเจ้าสิ พวกเจ้าเห็นหลี่เฟิงเอ๋อร์เป็นอย่างไรกันแน่!


          “ขออภัย” เหมือนจะเข้าใจสีหน้าของหลี่เฟิงเอ๋อร์ไปอีกทาง คุณหนูสามจึงยอมก้มศีรษะให้แต่โดยดี “ข้าไม่ได้มีเจตนาให้พี่ต้องกังวล ....ข้าจะพูดซ้ำอีกครั้ง ว่าแม้โซ่วอ๋องจะเป็นท่านที่....รับมือด้วยยาก แต่ก็มิใช่ท่านที่ไม่อาจเสวนาด้วยได้ เพียงแต่พี่ต้องพยายามอดทนหน่อยเท่านั้น”


          “เขาจะมายามใด” อวี๋เฟิงตัดสินใจถามถึงประเด็นสำคัญ


          “โซ่วอ๋อง” คุณหนูสี่เอ่ยคล้ายจะแก้คำเรียกของนางเสียใหม่ “และราชโองการปลอบขวัญของพี่ จะมาถึงวันพรุ่งนี้ช่วงสาย ตอนที่ขบวนออกมา ข้าจะให้บ่าวมาเรียนพี่ไว้”


          อวี๋เฟิงพยักหน้าให้ แต่เห็นอีกฝ่ายยังจ้องเขม็ง นางก็ส่งเสียง อืม ในลำคอไปอีกคำเพื่อบอกว่านางทราบแล้ว


          หลี่หลันอวี่เหมือนจะมีสีหน้าสับสน ขณะที่หลี่ทิงเสวี่ยผุดลุกขึ้น เดินไปมองด้านนอกก่อนค่อยหันมาเอ่ยเป็นเชิงขอตัวว่า


          “ในเมื่อไม่มีเรื่องใดให้ต้องกังวล อย่างนั้นข้าขออำลาพี่สามเท่านี้จะดีกว่า” ว่าแล้วนางก็ยอบกายลงอย่างแช่มช้อยชวนมองเสียยิ่งกว่าคราวในศาลาข้างสวน ไม่เพียงคารวะแก่หลี่เฟิงเอ๋อร์ ยังเผื่อแผ่มาถึงพี่สาวอย่างหลี่หลันอวี่อีกด้วย


          เพียงแต่ไม่ทราบว่าท่วงท่านี้ไปกระตุ้นอันใดคนถูกคารวะอย่างหลี่หลันอวี่เข้า ร่างบอบบางของคุณหนุสี่พลันผุดลุกขึ้น สีหน้าฉายแววดุดันจนอวี๋เฟิงยังแอบทึ่ง ก่อนนางจะหันมายอบกายให้หลี่เฟิงเอ๋อร์พร้อมคำอำลาเบาๆ และชิงหมุนกายเดินออกไปก่อนหลี่ทิงเสวี่ย....


          คนที่ถูกเดินแซงออกไปกลับไม่ได้รีบร้อนตามออกไป ยังหมุนกายเดินกลับมาใกล้ เอ่ยกับหลี่เฟิงเอ๋อร์ด้วยสีหน้าที่เริ่มไร้เค้าลางของสาวน้อยช่างยั่วโทสะ คงไว้แต่เพียงดรุณีที่ก้าวไปขัดขวางระหว่างสองอ๋องในวันนั้น


          “.....ท่านอยากฟังหรือไม่ ?” หลังจากลังเลเล็กน้อย นางค่อยโพล่งวาจาออกมา “.....คนผู้นั้นฝากวาจามา เห็นทีเรื่องในวันนั้นคงคาใจเขาอยู่ไม่น้อย จึงไปบีบเอาราชโองการมาเพื่อเผชิญหน้ากับพี่”


          อวี๋เฟิงทบทวนประโยคนั้นในใจอยู่สามรอบ กว่าจะถามกลับไปได้ ?


          “....เจ้าหมายถึงโซ่วอ๋อง ?”


          “.....ยังจะเป็นผู้ใดได้” หลี่ทิงเสวี่ยตอบเสียงเบา ไม่ทราบว่าแฝงความอ่อนล้ากับความระอาใจไว้กี่ส่วน “เขาบอกว่าหากพี่สงสัยเรื่องราชโองการก็ให้กล่าวให้พี่ฟัง พี่สงสัยดังคำของเขาหรือไม่ ?”


          “ไม่” อวี๋เฟิงตอบได้ทันที นางอาจจะมีเรื่องอยากรู้หลายเรื่อง แต่เรื่องของเจ้าคนหน้าเหมือนเยวี่ยปิ่งผู้นั้น...


          ประเดี๋ยวก่อน...อวี๋เฟิงคิดมาถึงตรงนี้ในใจก็ชักจะมีความอยากรู้ขึ้นมาบ้าง ว่าเจ้าคนที่เห็นอยู่ชัดๆว่าสืบสายเลือดของศิษย์น้องที่ในหัวมีแต่เรื่องฝึกวิชา ต่อสู้ และกิน.....ยังจะกล่าวคำพูดอะไรถึงนาง


          หากอวี๋เฟิงไม่ทันเปลี่ยนคำพูด หลี่ทิงเสวี่ยก็กล่าวอย่างจนปัญญาขึ้นมาเสียก่อน


          “ต่อให้ไม่สงสัย เขาก็กำชับให้ข้าพูดอยู่ดี....ว่า เส้นทางนั้นราบเรียบเกินไป ได้แต่วอนขอเจ้ามาเป็นขวากหนามแล้ว .....เขากล่าวเช่นนี้”


          พูดแล้วหลี่ทิงเสวี่ยก็มองใบหน้าของหลี่เฟิงเอ๋อร์ที่ดูดีขึ้นจากวันนั้นบ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเช่นกัน ยามนางนิ่งฟังคำนั้น แล้วค่อยคีบขนมน้ำตาลโยนเข้าปากอย่างที่คุณหนูสี่ไม่เคยเห็น ก่อนจะหันมาตอบ


          “เจ้าพูดถูก” อวี๋เฟิงพูดเสียงอู้อี้เล็กน้อยระหว่างกลืนขนม แล้วค่อยกลั้วน้ำชาตามลงไป “ใต้บัลลังก์มังกรแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดที่ยังสติดีจริงๆ.....”


          ยายพวกเจ้าเถอะ ! แผ่นดินแคว้นอวิ๋นของนางเป็นอะไรไปหมดแล้ว !

 


          แต่แม้จะโศกเศร้าอย่างบัดซบกับความคิดและความประหลาดบนแผ่นดินยามนี้ อวี๋เฟิงก็ยังเข้านอนเร็ว และหลับสนิทไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่า


          มีเรื่องแปลกอยู่อย่างหนึ่งที่ท่านแม่ทัพไม่แน่ใจว่ามันแปลกหรือไม่....เพราะนางเป็นคนหลับง่ายและตื่นง่ายมาแต่ไหนแต่ไร และหลี่เฟิงเอ๋อร์ก็ดูจะมีลักษณะคล้ายๆกัน ทั้งที่ร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ แต่บุตรีของเจ้ากรมอาญาก็เป็นคนที่หลับง่ายและรู้สึกตัวตื่นได้ง่ายยิ่งกว่าอวี๋เฟิงเสียอีก


          ในช่วงกว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีบางคืนที่อวี๋เฟิงลืมตาโพลงท่ามกลางความมืด เฝ้าฝันหากระโจมแม่ทัพและแผ่นดินเดิมจนเหนื่อยอ่อนผล็อยหลับไป กอปรกับจะอย่างไรก็อยู่ที่นี่มากกว่าหนึ่งเดือนจึงเริ่มคุ้นชินกับสถานที่มาบ้างแล้ว


          ดังนั้นเมื่อแว่วเสียงกุกกักดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง อวี๋เฟิงจึงปรือตามองอย่างง่วงงุนในทีแรก ก่อนเปลี่ยนเป็นจ้องนิ่ง ยามเห็นเงาร่างตะคุ่มที่นั่งอยู่หน้าหีบใบหนึ่ง


          ภาพนี้ดูคล้ายภาพในเรื่องเล่าสยองขวัญของวิญญาณแค้นที่รุกรานคุณหนูโฉมสะคราญถึงห้องหออยู่บ้าง


          หากนางคิดว่าไม่ใช่


          อวี๋เฟิงลูบลำคอที่แห้งผาก กระแอมเบาๆ ก่อนส่งเสียงอย่างปกติธรรมดาที่สุดว่า


          “เสี่ยวซู่จื่อ รินน้ำชาให้ที”

 

(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)

 

          ตอนนี้ราชโองการยังไม่มา ท่านอ๋องก็ยังไม่โผล่ โผล่แต่ผีข้างตู้เสื้อผ้า(?)ไปก่อนนะคะ

 

          ไม่ทราบว่ามีคนงงบ้างหรือไม่คะ ผู้เขียนตั้งใจจะทำผังตัวละครให้เหมือนกันค่ะ แต่ขอเวลาอีกนิดนะคะ ตอนนี้หากท่านใดไม่แน่ใจชื่อและลำดับของคุณหนูบ้านหลี่ สามารถจำได้ง่ายๆอย่างนี้ค่ะ

 

          - หมายเลข 3 หลี่เฟิงเอ๋อร์ / อวี๋เฟิง ท่านแม่ทัพของเรานั่นเอง

 

          - หมายเลข 4 หลี่หลันอวี่ (ฝนคราม) ลูกสาวแม่เลี้ยงหลี่เฟิงเอ๋อร์ ที่ชอบมาขัดขอแม่ ลากแม่กลับ บ้างก็มาจ้องท่านแม่ทัพค่ะ

 

          - หมายเลข 5 หลี่ทิงเสวี่ย (สดับหิมะ) ลูกสาวอนุฯท่านหนึ่งค่ะ ออกมาแล้วหลายตอน ท่านผู้อ่านน่าจะพอจำนางได้

 

          จริงๆอยากบอกว่าในที่สุดก็ได้เขียนน้องสาวที่อยากจะแย่งคู่หมั้นพี่  --- แต่พอพูดอย่างนี้ดูหน้าแต่ละคนแล้ว ดูเขาไม่อยากได้ท่านอ๋องเรากันขนาดนั้นนะคะ....

 

          แต่อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ สารภาพว่าผู้เขียนวางพล็อตเรื่องนี้ไว้อย่างคร่าวๆ แต่รายละเอียดบางอย่าง คำพูดคำจาของบางท่านในเรื่องก็มีพลิกแผลงกันไปตามนิสัยที่โผล่ขึ้นมาทุกวัน ดังนั้นแล้วก็เลยไม่อาจบอกคุณผู้อ่านได้เต็มร้อยจริงๆว่าจะเกิดอะไรต่อไปบ้าง

 

          ถึงอย่างนั้นก็ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่อุตส่าห์ติดตาม ให้กำลังใจ และยังมอบคอมเม้นต์ให้เสมอนะคะ ผู้เขียนจะพยายามค่ะ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 303 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #205 @zilch (@zilches) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 11:51
    ดูเหมือนตอนแม่ทัพจะถามหาเวลาที่ราชโองการมาถุง มีใส่ชื่อคุณหนูผิดอยู่นะคะ
    #205
    1
    • #205-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 16)
      27 สิงหาคม 2561 / 02:13
      โอ๊ยยยยย พลาดไปแล้ว ขออภัยอย่างยิ่งนะคะ
      ขอบคุณด้วยนะคะที่บอกให้ทราบ OTL
      #205-1
  2. #98 _jh408 (@ppciiz) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 00:36
    ท่านแม่ทัพบอกไปสิถ้าอยากได้นักจะยกให้ ! เกียมลงเรือลำใหม่แล้ว ไม่ทราบว่าจะมีให้ลงหรือไม่เจ้าคะ /กำไม้พาย
    #98
    1
    • #98-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 16)
      10 สิงหาคม 2561 / 01:20
      ขออนุญาตตอบรวบนะคะ ขอบพระคุณมากเลยค่ะ เดี๋ยวราชโองการจะมาแล้ว แต่จะลงเรืออื่นจริงๆหรือคะ เดี๋ยวท่านอ๋องก็มาแล้วนะคะ !! /ล่อลวง

      ขอบพระคุณสำหรับการติดตามและคอมเม้นต์เสมอค่า
      #98-1
  3. #96 sutto_disuke (@minnygym) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 21:10
    หูยย ท่านแม่ทัพจะยกใส่พานถวายเลยมั้ย ถ้าน้องสาวอยากได้ 555
    #96
    1
    • #96-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 16)
      10 สิงหาคม 2561 / 01:19
      ขออนุญาตตอบรวดนะค้า

      เรื่องแจ้งเตือนผู้เขียนก็ไม่ถนัดเหมือนกันค่ะ แต่ลองบอกมาได้นะคะจะพยายามหาทางค่ะ ส่วนเรื่องน้องสาวกับท่านอ๋อง ท่านแม่ทัพคงรู้สึก....เอ๊ะเกี่ยวอะไร ต้องนึกอีกพักค่ะกว่าจะสำนึกว่านั่นคู่หมั้น...

      ขอบคุณที่ติดตามเสมอนะคะ
      #96-1
  4. #94 Ammyuhi (@Ammyuhi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 09:20
    ใครอ่ะ
    #94
    1
    • #94-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 16)
      10 สิงหาคม 2561 / 01:19
      ท่านแม่ทัพทักว่าเสี่ยวซู่จื่อค่ะ ! แต่ดูที่เขามถามกลับมา.....
      ขอบคุณที่ติดามนะคะ
      #94-1
  5. #93 Cheri5129 (@cheri5129) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 05:23
    แอบเชียร์ท่านอ๋องนะคะ มีความดาร์ค
    #93
    1
    • #93-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 16)
      10 สิงหาคม 2561 / 01:18
      โปรดอดใจรอสักนิดนะคะ หมึกราชโองการแห้งฟ้าแจ้งเมื่อใด ท่านอ๋องที่อยากพบหน้าคู่หมั้นที่รักต้องมาแน่ค่ะ
      #93-1
  6. #92 DayGood (@DayGood) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 05:01
    ติดตามมมมมมมมคะ
    อยากรู้ท่านอ๋องเป็นพระเอกหรือป่าววววว
    #92
    1
    • #92-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 16)
      10 สิงหาคม 2561 / 01:17
      ณ ขณะนี้ยังไม่ใครคะแนนแซงหน้าก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นเลยค่ะ ถ้าอันดับสองก็เป็นโจ๊กเนื้อ.....
      ส่วนโซ่วอ๋อง เอ่อ...ยังไม่อยู่ในโพยท่านแม่ทัพเลยค่ะ

      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ร่วมส่งกำลังใจให้ท่านๆทั้งหลายกันเถอะค่ะ ><
      #92-1
  7. #91 Ajrpstupu (@Ajrpstupu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 03:29
    ขอบคุณ&#8203;ค่่ะ
    #91
    1